WEBVTT

00:07.799 --> 00:09.342
(บนเกาะแมนแฮตทัน)

00:09.426 --> 00:12.554
(มีตำรวจสืบสวนสองหน่วย
ที่ทำคดีฆาตกรรมโดยเฉพาะ)

00:12.637 --> 00:14.764
(แมนแฮตทันเหนือและแมนแฮตทันใต้)

00:14.848 --> 00:18.226
(พวกเขาสืบสวนคดีฆาตกรรม
ที่โหดร้ายและยากต่อการสืบที่สุด)

00:18.309 --> 00:21.354
(นี่คือเรื่องราวของพวกเขา)

00:35.702 --> 00:38.246
(ปี 2001)

00:44.210 --> 00:47.964
(วันที่ 10 พฤษภาคม ปี 2001)

00:52.427 --> 00:56.931
(เวลา 19.30 น.)

00:58.767 --> 01:00.518
ตอนฉันได้รับแจ้งเหตุ

01:00.602 --> 01:04.064
ผู้แจ้งบอกว่า "คาร์เนกี เดลี มีห้าศพ"

01:04.147 --> 01:05.148
ฆาตกรรมห้าศพ

01:07.108 --> 01:11.112
ตอนเราไปถึงที่เกิดเหตุ คนอยู่ข้างนอกเยอะมาก

01:11.196 --> 01:14.824
ร้านคนแน่นไปหมด ตำรวจปิดล้อมร้าน

01:14.908 --> 01:17.827
เราอยากให้คนมุงอยู่ที่นั่น เราจะได้สอบปากคำ

01:17.911 --> 01:20.622
ตามหาพยานให้ได้โดยเร็วที่สุด

01:21.331 --> 01:25.085
ผมไปที่นั่น แล้วก็ฟังสรุปจากสายสืบ

01:31.091 --> 01:34.928
ในที่เกิดเหตุ
มีอาการวิกฤตสามราย กับเสียชีวิตสองราย

01:35.011 --> 01:38.598
ผู้บาดเจ็บสามคน
ต้องเข้าห้องฉุกเฉินที่โรงพยาบาล

01:39.474 --> 01:41.559
ฉันนึกภาพไม่ออกว่าต้องหมอบอยู่ตรงนั้น

01:41.643 --> 01:44.813
ได้ยินเสียงปืน โดยรู้ที่ว่าเราเป็นรายต่อไป

01:46.397 --> 01:48.942
ไม่มีใครยิงห้าคนในนิวยอร์กได้

01:49.025 --> 01:50.777
ตำรวจจะตามล่าคุณ

01:52.695 --> 01:54.114
ตำรวจจะตามหาจนเจอ

01:57.575 --> 02:00.370
ทุกคดีทำลายจิตวิญญาณของเราทีละน้อย

02:03.039 --> 02:06.960
คุณทำงานนี้ไม่ได้ ถ้าไม่ได้ใส่ใจจริงๆ

02:09.045 --> 02:10.880
เราอยากสืบหาความจริง

02:12.423 --> 02:13.967
นั่นคือหน้าที่ของตำรวจสืบสวน

02:14.551 --> 02:16.928
ผมชอบเสมอที่ได้แอบดูหลังฉาก

02:17.011 --> 02:18.680
จริงๆ เกิดอะไรขึ้นกันแน่

02:19.264 --> 02:22.934
สิ่งสำคัญมากๆ ของครอบครัว
คือได้รู้ว่าใครฆ่าญาติของพวกเขา

02:23.017 --> 02:24.060
นั่นคืองานของฉัน

02:24.686 --> 02:28.940
ในนิวยอร์กซิตี กรมตำรวจนิวยอร์ก

02:31.901 --> 02:33.111
หน่วยนี้เท่านั้น

02:33.862 --> 02:37.448
(Homicide: เจาะลึกคดีฆาตกรรม
นิวยอร์ก)

02:51.838 --> 02:52.964
ฉันรักนิวยอร์ก

02:53.506 --> 02:58.469
ฉันโตในอัลฟาเบตซิตี
บนถนนสายสิบ ในโครงการเคหะ

02:58.553 --> 03:00.680
พ่อแม่เข้มงวดกับฉันมาก

03:00.763 --> 03:03.183
ฉันไม่เคยได้รับอนุญาตให้ทำอะไรเลย

03:03.266 --> 03:04.225
(ไทม์สแควร์ ยุค 1970)

03:04.309 --> 03:07.979
เราเคยโดดเรียนมัธยมปลาย
ไปโรงหนังที่ถนนสาย 42

03:08.980 --> 03:12.150
ที่นั่นเป็นย่านสีเทามานาน

03:12.650 --> 03:14.277
เรามีโชว์ถ้ำมอง

03:14.360 --> 03:17.238
มีพวกโรคจิตชอบเด็กในร้านเกม

03:18.031 --> 03:20.658
แต่มันมีสีสัน มีชีวิตชีวา

03:21.409 --> 03:24.621
น่าเสียดายที่ฉันมีงานที่นั่นบ่อยๆ ด้วย

03:24.704 --> 03:26.873
(ตำรวจนิวยอร์ก)

03:26.956 --> 03:30.335
ตอนฉันเข้ามาเป็นตำรวจในยุค 80
ตอนนั้นอาชญากรรมก็ยังสูง

03:31.544 --> 03:34.923
เจ้าหน้าที่ตำรวจที่จ้างเข้ามาในยุค 1980

03:35.006 --> 03:38.635
กวาดล้างท้องถนนได้ในยุค 1990

03:42.263 --> 03:46.935
ช่วงปี 2001
เป็นยุครุ่งเรืองช่วงหนึ่งของบรอดเวย์

03:47.018 --> 03:50.313
โรงละครคนเยอะทุกคืน

03:50.396 --> 03:55.485
คาร์เนกี เดลีก็กิจการดี
มีคนต่อแถวรอเข้าร้านนั้น

03:56.653 --> 03:58.321
มันสดใส คึกคัก

03:58.404 --> 04:03.660
เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว
ที่กินแซนด์วิชชิ้นยักษ์จนกรามเคลื่อน

04:03.743 --> 04:07.121
ร้านนั้นอยู่ข้างโรงละครที่เล็ตเทอร์แมนถ่ายทำ

04:07.705 --> 04:10.583
คนเลยแห่กันไปที่นั่น เป็นแลนด์มาร์กเลย

04:14.504 --> 04:18.675
ตอนนั้นวันพฤหัส ผมทำงานวันนั้นเสร็จแล้ว

04:18.758 --> 04:23.763
ผมอยู่ที่สนามกีฬา เป็นโค้ชให้ลูกชายแข่งเบสบอล

04:25.139 --> 04:26.724
เกมเพิ่งจบ แล้วผมก็ได้รับแจ้งเหตุ

04:29.644 --> 04:32.355
ถ้าคุณบอกว่าเหตุเกิดที่มิดทาวน์ แมนแฮตทัน

04:32.438 --> 04:35.650
แล้วบอกว่าเป็นแลนด์มาร์กอย่างคาร์เนกี เดลี

04:35.733 --> 04:37.694
ผมต้องรีบไปที่นั่นให้เร็วที่สุด

04:37.777 --> 04:40.613
พอมองย้อนไป ผมอาจจะควรใส่สูท แต่ไม่ได้ใส่

04:40.697 --> 04:43.116
ผมใส่กางเกงขาสั้นกับเสื้อยืดไป

04:44.450 --> 04:46.536
คดีที่เกิดในตึกนั้น

04:46.619 --> 04:49.747
เหตุเกิดที่อะพาร์ตเมนต์ชั้นบน ไม่ใช่ที่ร้านอาหาร

04:50.331 --> 04:52.709
ชั้นห้าคือจุดที่ทุกอย่างเกิดขึ้น

04:55.586 --> 04:58.423
เราคุยกับภารโรง เราคุยกับเพื่อนบ้าน

04:58.506 --> 05:01.884
เราหาพยานรอบๆ
ดูว่ามีใครบอกเราได้บ้างว่าคนเหล่านี้เป็นใคร

05:02.552 --> 05:05.263
เพราะความร่วมมือจากร้านชั้นล่าง

05:06.431 --> 05:08.141
เราเลยได้ชื่อเจนนิเฟอร์ สตาห์ล

05:08.641 --> 05:09.851
นั่นคืออะพาร์ตเมนต์ของเธอ

05:13.855 --> 05:17.900
ผมจำได้ว่ายืนอยู่หน้าประตูตึกอะพาร์ตเมนต์

05:18.526 --> 05:22.196
แล้วเห็นผู้ชายเดินถ่ายรูป ลงบันไดมา

05:22.280 --> 05:24.699
ผมไม่ได้จำชื่อทุกคนในหน่วยพิสูจน์หลักฐานได้

05:24.782 --> 05:26.868
แต่ผมจำหน้าทุกคนในหน่วยพิสูจน์หลักฐานได้

05:26.951 --> 05:28.536
ผมอยู่มานานพอ แล้วผมก็ถามว่า

05:29.787 --> 05:32.749
"ผมไม่เห็นรถหน่วยพิสูจน์หลักฐานเลย
แล้วเขาเป็นใครเข้ามาถ่ายรูป"

05:34.042 --> 05:37.170
ผมจำได้ว่าคุยกันประมาณว่า "นายเป็นใคร

05:38.880 --> 05:40.673
มาทำอะไรในที่เกิดเหตุ"

05:40.757 --> 05:43.718
"เป็นหน่วยพิสูจน์หลักฐานเหรอ"
"เปล่าครับ" "แล้วนายเป็นใคร"

05:43.801 --> 05:46.429
"ผมเป็นช่างภาพของอธิบดีกรมตำรวจ"

05:46.512 --> 05:49.015
ผมจะบอกเลยว่า
ผมตอบเขายังไง คุณเซ็นเซอร์ไปก็ได้

05:49.098 --> 05:52.185
"ฉันไม่สนห่าอะไรทั้งนั้นว่านายเป็นใคร
ไสหัวไปจากที่เกิดเหตุเลยนะ"

05:53.853 --> 05:55.313
พาร์ริโนไม่ใช่สายเลียขา

05:55.980 --> 05:58.524
คดีแบบนี้ ทุกคนอยากมาดู

05:58.608 --> 06:00.610
แต่ถ้าเราเป็นผู้ดูแลที่เกิดเหตุ

06:00.693 --> 06:03.613
ไม่ว่าหัวหน้าเขาจะเป็นใคร
เราต้องบอกเขาว่า "คุณเข้ามาไม่ได้"

06:05.490 --> 06:08.826
เราขึ้นไปชั้นบน ในห้อง บนพื้น

06:08.910 --> 06:11.204
เราเห็นศพนอนคว่ำสองศพ

06:12.330 --> 06:14.248
โดยที่มือไพล่หลัง

06:14.999 --> 06:18.378
ถูกมัดด้วยเทป แล้วยิงที่หัว

06:19.879 --> 06:21.047
คนร้ายไม่ได้งัดแงะ

06:21.881 --> 06:23.383
ประตูไม่ได้ถูกพัง

06:24.550 --> 06:26.135
มันก็เป็นเบาะแสได้บ้าง

06:26.969 --> 06:31.140
บาร์บารา บุตเชอร์ก็เหมือนเป็นสายสืบอีกคน

06:31.224 --> 06:35.520
แต่เป็นสายสืบที่รู้เยอะกว่าเรา

06:36.562 --> 06:38.940
ฉันเป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนการตายเชิงนิติเวช

06:39.023 --> 06:42.276
ทำงานให้สำนักงานแพทย์ชันสูตรในนิวยอร์ก

06:43.111 --> 06:46.531
เราไปที่เกิดเหตุ แล้วก็ตรวจสอบศพ

06:47.365 --> 06:48.866
เราทำงานกับตำรวจ

06:48.950 --> 06:51.119
ที่เกิดเหตุเป็นหน้าที่ตำรวจ

06:51.202 --> 06:52.745
แต่ศพเป็นหน้าที่ฉัน

06:54.580 --> 06:59.085
มีคนถูกจับมาเรียงแถวยิงสี่คน

07:02.046 --> 07:04.924
หนึ่ง สอง สาม สี่

07:07.593 --> 07:10.555
เลือดก็เป็นแนวสี่เหลี่ยมผืนผ้า

07:11.848 --> 07:13.516
เปื้อนบนพื้นห้องนั่งเล่น

07:15.309 --> 07:16.978
แล้วก็มีรอยเลือด

07:17.061 --> 07:23.067
จากสองคนที่ถูกหน่วยแพทย์ฉุกเฉินพาไป

07:23.985 --> 07:27.947
แล้วฉันก็ถ่ายรูปแผลกับรอยรัด

07:29.782 --> 07:33.286
ศพถูกมัดมือไพล่หลัง มัดข้อเท้า อะไรแบบนั้น

07:37.540 --> 07:39.459
สายสืบคนหนึ่งบอกฉันว่า

07:39.542 --> 07:42.253
"ผมจะพาไปตรงที่ผมคิดว่าคนแรกถูกยิง

07:42.336 --> 07:43.337
เหยื่อรายแรก"

07:44.005 --> 07:45.423
นั่นคือเจนนิเฟอร์ สตาห์ล

07:46.549 --> 07:47.633
(เจนนิเฟอร์ สตาห์ล)

07:47.717 --> 07:51.554
มีคนบอกฉันว่าเธอเป็นเจ้าของอะพาร์ตเมนต์

07:51.637 --> 07:54.765
เธอถูกพาตัวไปแล้ว เพราะยังมีชีพจร

07:56.684 --> 08:01.814
ถึงแม้ตัวเธอจะไม่อยู่
ฉันก็ยังต้องเก็บหลักฐานที่หาได้

08:01.898 --> 08:05.610
ทุกเรื่องที่สืบได้เกี่ยวกับคนนั้น

08:05.693 --> 08:07.862
ในกรณีที่มีแนวโน้มเสียชีวิต

08:09.155 --> 08:12.450
เรากลับไปที่ห้องบันทึกเสียงเล็กๆ

08:13.493 --> 08:16.412
เธอมีห้องสร้างสรรค์ผลงานเล็กๆ

08:16.496 --> 08:17.955
เป็นแบบที่ฉันชอบเลย

08:18.039 --> 08:19.665
(เจนนิเฟอร์ สตาห์ลถูกยิงตรงนี้)

08:19.749 --> 08:21.000
แล้ว…

08:21.083 --> 08:23.252
ฉันก็เศร้าไปแวบหนึ่ง

08:24.795 --> 08:26.797
การได้เห็นเลือดใน…

08:27.632 --> 08:29.091
ห้องสตูดิโอเล็กๆ น่ารัก

08:29.175 --> 08:30.843
มันไม่ดีเลย

08:32.595 --> 08:36.474
เราควรระวังไม่ให้ความรู้สึกส่วนตัวมามีผล

08:36.557 --> 08:39.644
ต้องรีบปัง ปิดประตูโดยเร็วเลย

08:39.727 --> 08:43.397
รีบขังความรู้สึกไว้ก่อนเลย แล้วไปทำงาน

08:48.569 --> 08:51.030
ผมจำได้ว่าเดินเข้าไปอะพาร์ตเมนต์

08:51.113 --> 08:53.908
มันเห็นชัดเลยว่านี่เป็นสถานที่ธุรกิจ

08:54.909 --> 08:58.079
นี่ไม่ใช่การขายยาถุงเล็กในวอชิงตันสแควร์พาร์ก

08:58.162 --> 09:00.790
แบบกัญชาผสมออริกาโน

09:00.873 --> 09:05.211
เธอขายกัญชาคุณภาพสูง

09:06.712 --> 09:09.173
เราพบว่ายากับเงินหายไป

09:09.799 --> 09:12.468
ตอนแรกเราจะคิดว่า "ปล้นแล้วเลยเถิด"

09:12.552 --> 09:15.513
แต่การที่เหยื่อถูกมัดห้าคน
สี่คนนอนกองอยู่บนพื้น

09:15.596 --> 09:17.890
มันแปลกมาก โดยเฉพาะในแถบมิดทาวน์

09:17.974 --> 09:19.725
มันไม่ค่อยเกิดขึ้นที่นั่น

09:19.809 --> 09:23.479
ทุกคนถูกยิงหัวจากด้านหลัง แบบจ่อยิงทิ้ง

09:24.438 --> 09:28.067
เราจะคิดว่าแค้นส่วนตัวก็ได้
หรือจะคิดว่าเป็นฝีมือคนใกล้ชิดก็ได้

09:28.150 --> 09:32.780
เจนนิเฟอร์อาจจะมีปัญหากับแฟนหรือคนอื่น

09:32.863 --> 09:36.867
การขายกัญชาของ
เจนนิเฟอร์ สตาห์ลไม่ได้สำคัญสำหรับเรา

09:36.951 --> 09:38.995
แม้ว่าตอนนั้นกัญชาจะยังผิดกฎหมาย

09:39.078 --> 09:41.872
เราสนใจห้าคนที่ถูกยิงมากกว่า

09:43.040 --> 09:45.251
สื่อให้ความสนใจตั้งแต่แรกเริ่ม

09:45.334 --> 09:47.420
สื่อรู้ข่าวตั้งแต่คืนที่เกิดเหตุ

09:47.503 --> 09:51.591
(22.00 น.
สองชั่วโมงหลังเกิดเหตุฆาตกรรม)

09:51.674 --> 09:54.218
ตำรวจสืบสวน
และหน่วยพิสูจน์หลักฐานค้นหาเบาะแส

09:54.302 --> 09:57.179
หลายชั่วโมงหลังชายสองคนและหญิงหนึ่งคนถูกฆ่า

09:57.263 --> 09:59.765
ส่วนชายอีกคนและหญิงอีกคนถูกนำส่งโรงพยาบาล

09:59.849 --> 10:03.936
เพื่อนฉันโทรมาถามว่า "มิช เธอเปิดทีวีหรือยัง"

10:04.020 --> 10:06.897
"ดูข่าวหรือยัง มีคนยิงกันที่บ้านเจน"

10:08.608 --> 10:10.443
ข่าวมาแทรกรายการทีวี

10:10.526 --> 10:12.570
เกิดการสังหารหมู่เหนือร้านคาร์เนกี เดลี

10:12.653 --> 10:14.780
จ่อยิงภายในตึก

10:14.864 --> 10:16.574
ถูกมัดมือและปิดปากด้วยเทป

10:16.657 --> 10:19.619
เธอเพิ่งจะนิ้วหัก ไปผ่าตัดมา

10:20.661 --> 10:24.540
พอเห็นเฝือกที่มือ ฉันก็รู้เลยว่าเป็นเจน

10:24.624 --> 10:26.000
ฉันรู้ว่าใช่เธอ

10:29.462 --> 10:32.506
ยิ่งสื่อกดดัน เราก็ยิ่งได้ทรัพยากรที่ช่วยได้ดีมากๆ

10:33.799 --> 10:36.135
แมนแฮตทันแยกหน่วยกันเพื่อการแบ่งพื้นที่

10:36.218 --> 10:38.137
แมนแฮตทันเหนือกับแมนแฮตทันใต้

10:38.220 --> 10:40.389
เส้นแบ่งอยู่ที่ถนนสาย 59

10:41.182 --> 10:45.061
แมนแฮตทันใต้จัดการทุกอย่าง
ทางใต้ของถนนสาย 59

10:45.144 --> 10:47.605
ลงไปจนถึงสวนแบตเทอรี ตลอดฝั่งแม่น้ำ

10:47.688 --> 10:50.232
แต่ละเขตจะมีหลายสถานีตำรวจ

10:50.983 --> 10:53.653
แต่ละสถานีก็จะมีหน่วยสืบสวน

10:53.736 --> 10:56.822
หน่วยสืบสวนฆาตกรรมเป็นหน่วยสนับสนุน

10:56.906 --> 11:01.285
เวลาเกิดคดีฆาตกรรมในเขตของสถานี

11:01.994 --> 11:05.373
คดีนี้ถูกมอบหมายให้โรงพักมิดทาวน์เหนือ

11:06.374 --> 11:08.209
จึงเป็นคดีฆาตกรรมของแมนแฮตทันใต้

11:08.918 --> 11:12.463
เราต้องการกำลังคน
ยิ่งกำลังคนมาก ยิ่งหาข้อมูลได้มาก

11:13.339 --> 11:16.175
เราอยากให้หน่วยสืบสวนฆาตกรรม
แมนแฮตทันเหนือมาร่วมด้วย

11:17.051 --> 11:19.178
เราถูกเรียกตัวไปช่วยทางนั้น

11:19.261 --> 11:21.972
แต่ทางนั้นไม่เคยถูกเรียกตัวมาช่วยเรา

11:22.056 --> 11:25.059
แมนแฮตทันใต้ เราเรียกว่า "แมนแฮตทันอ่อน"

11:25.142 --> 11:27.353
ตำรวจที่ทำงานในแมนแฮตทันเหนือจะแกร่งกว่า

11:27.436 --> 11:29.021
มันมีการแข่งขันกัน

11:29.105 --> 11:31.691
ตอนฉันไปทำงานกับแมนแฮตทันใต้
ความคิดฉันก็เปลี่ยนไปเลย

11:31.774 --> 11:35.861
ที่แมนแฮตทันใต้
เราต้องใช้สมองกับทักษะการสืบสวนจริงๆ

11:35.945 --> 11:40.157
เพราะหลายๆ คดีเป็นการฆ่ากันโดยไม่รู้จัก

11:40.241 --> 11:43.994
ผู้ก่อเหตุส่วนใหญ่
จะมาจากนิวเจอร์ซีย์ บรุกลิน ควีนส์

11:44.078 --> 11:45.579
มาจากที่ไหนก็ได้

11:50.751 --> 11:55.923
มีพยานในที่เกิดเหตุเห็นรถสีแดงขับออกไป

11:56.006 --> 11:57.717
ระยะใกล้กับร้าน

11:58.342 --> 12:00.720
ข้อมูลทีละนิดพวกนี้ เวลารวมกันแล้ว

12:00.803 --> 12:03.556
ถ้าไม่สอดคล้องกับแบบแผนการสืบสวน

12:03.639 --> 12:05.307
ก็จะถูกตัดออกไป

12:05.391 --> 12:07.226
แต่ทุกอย่างก็ควรค่าแก่การตรวจสอบ

12:07.309 --> 12:10.646
เราต้องทำเต็มที่เพื่อหาข้อมูลให้ได้มากที่สุด

12:11.230 --> 12:14.150
อย่างแรก เราระบุตัวเจนนิเฟอร์ สตาห์ล
อะพาร์ตเมนต์ของเธอ

12:14.233 --> 12:17.486
จากนั้นเราก็ต้องระบุตัวเหยื่อทุกคน

12:17.570 --> 12:19.780
เราทุ่มเททุกอย่างเพื่อระบุตัวคน

12:19.864 --> 12:21.866
ก่อนที่จะสืบว่าเกิดอะไรขึ้น

12:22.533 --> 12:25.578
เราทำประวัติเหยื่อ ดูประวัติของพวกเขา

12:25.661 --> 12:26.912
เรามีฐานข้อมูลของพวกแก๊ง

12:26.996 --> 12:29.540
แล้วเราก็จะค้นในฐานข้อมูล

12:29.623 --> 12:33.377
เช็กกับหน่วยปราบยาว่ารู้จักใครในเหตุการณ์ไหม

12:33.461 --> 12:35.379
ถามชื่อเล่น เบอร์โทรศัพท์ อะไรต่างๆ

12:36.338 --> 12:40.384
คนตายในที่เกิดเหตุคือ
สตีเฟน คิงกับชาร์ลส์ เฮลลิเวลล์

12:41.302 --> 12:43.304
เจนนิเฟอร์ไม่รอด

12:43.387 --> 12:46.432
เธอตายน่าจะไม่กี่ชั่วโมงต่อมา

12:46.974 --> 12:48.851
บาดแผลถูกยิงที่ศีรษะ

12:50.352 --> 12:53.773
ส่วนอีกสองคน

12:54.607 --> 12:58.360
ถึงจะถูกยิงหัว พวกเขาก็รอด

13:07.369 --> 13:11.832
ผมรู้สึกว่ามีใครบางคนปกป้องผมอยู่

13:13.083 --> 13:15.377
ว่าแม่ผมอยู่ด้วยแน่ๆ หรืออะไรแบบนั้น

13:16.629 --> 13:19.089
พระเจ้าอยู่บนบ่าข้างหนึ่ง แม่อยู่บนบ่าอีกข้าง

13:19.799 --> 13:20.841
เพราะว่า…

13:23.844 --> 13:26.722
ใช่ มันเกือบไปแล้ว

13:32.102 --> 13:36.398
ผมถูกยิงจากด้านขวา

13:36.482 --> 13:39.026
หลังหู ตรงใต้แนวผม

13:39.819 --> 13:43.989
แล้วกระสุนก็ทะลุออกเหนือกระดูกท้ายทอย

13:46.992 --> 13:50.162
มันไปตามส่วนโค้งของกะโหลกแล้วทะลุออกไป

13:51.330 --> 13:53.332
ซึ่งก็โชคดี

13:53.415 --> 13:55.918
เพราะถ้ายิงเข้าข้างใน ผมคงไม่ได้มาอยู่ตรงนี้

13:58.754 --> 14:02.091
ผมไม่ขยับไปไหนเลย เพราะผมไม่รู้

14:02.174 --> 14:04.260
ผมนอนจมกองเลือดอยู่

14:04.844 --> 14:07.388
ผมไม่รู้ว่ามันจะเคลื่อน…

14:07.471 --> 14:10.516
ถ้ากระสุนยังอยู่ข้างใน
มันจะเคลื่อนเข้าไปติดไหม หรือ…

14:13.352 --> 14:15.062
หรือผมจะตายไหม ผมไม่รู้เลย

14:16.021 --> 14:18.065
ผมก็เลยอยู่นิ่งๆ

14:20.234 --> 14:21.819
พอผมคิดว่าพวกมันไปแล้ว

14:22.486 --> 14:25.698
ผมก็ปลดเทปที่มัดมือ

14:27.032 --> 14:31.620
แล้วก็เอาโทรศัพท์ในกระเป๋ามาโทรแจ้ง 911

14:31.704 --> 14:33.080
แล้วก็โทรอีกหลายสาย

14:34.373 --> 14:37.501
ไม่รู้สิ ผมแค่อยากบอกลาเพื่อนบางคน

14:42.798 --> 14:46.343
สองคนที่รอด

14:46.427 --> 14:48.554
เราพยายามฟังคำให้การจากพวกเขา

14:50.681 --> 14:53.851
สายสืบอยู่กับผมตั้งแต่ไปถึงโรงพยาบาล

14:54.685 --> 14:56.478
ผมก็บอกไปเท่าที่รู้

14:56.562 --> 14:58.606
หมายถึงเท่าที่เห็น

15:01.734 --> 15:05.696
เราทราบว่าเหยื่อทุกคน
อยู่วงการละคร เป็นสายศิลป์

15:05.779 --> 15:11.827
ฉันเข้าใจว่าเหยื่อคนหนึ่งที่รอด
เป็นคู่หมั้นกับคนที่ตายในที่เกิดเหตุ

15:11.911 --> 15:15.748
(คู่หมั้น โรสมอนด์ เดน
ชาร์ลส์ "เทรย์" เฮลลิเวลล์)

15:15.831 --> 15:19.001
ผมบอกตำรวจไปว่า
"ผมเดินเข้าไป เจนแนะนำคู่รัก

15:19.084 --> 15:22.546
โรสมอนด์กับเทรย์ มาจากเซนต์จอห์น"

15:22.630 --> 15:24.548
ทุกคนนั่งดื่มไวน์กันอยู่

15:25.174 --> 15:27.384
เธอชวนผมดื่มด้วย ผมก็ดื่ม

15:27.468 --> 15:31.764
ผมตั้งใจว่าจะไปที่นั่น
ตัดผมให้เธอ แล้วก็รับกัญชา

15:31.847 --> 15:34.558
ผมเป็นช่างทำผม เราก็เลยต่อรองกัน

15:36.936 --> 15:40.230
หลังจากผมไปถึง 15 นาที
ก็มีคนมากดกริ่งประตู

15:41.607 --> 15:45.194
ภาพมันเบลอๆ นิดหน่อย มีสองคนเข้ามา

15:45.277 --> 15:47.988
แต่ถ้าดูจากขนาดตัวแล้ว

15:48.072 --> 15:50.991
คนหนึ่งสูงกว่า อีกคนดูดีกว่า

15:52.493 --> 15:53.577
ผมไม่รู้จักพวกเขาเลย

15:54.620 --> 15:59.959
คนตัวสูงกว่าชักปืน
ออกมาจากสายคาดเอว แล้วบอกว่า

16:00.042 --> 16:02.795
"ทุกคนหมอบลง เอามือไพล่หลังไว้"

16:03.879 --> 16:05.965
ผมทำตามที่เขาบอก

16:06.840 --> 16:10.386
ผมคิดว่าบางทีมันอาจจะช่วย
ไม่ให้เรื่องเลยเถิด แต่…

16:14.390 --> 16:17.142
คนหนึ่งพาเจนนิเฟอร์ เพื่อนผมไปอีกห้อง

16:17.226 --> 16:20.604
ผมจำได้ว่าเธอพูดว่า

16:20.688 --> 16:23.607
"ขอร้อง จะเอาอะไรก็เอาไป
แค่อย่าทำเพื่อนฉันก็พอ"

16:23.691 --> 16:27.403
แค่นั้น ผมก็ได้ยินเสียงปืนนัดแรก

16:34.159 --> 16:37.538
ผมเดาว่าเขาฆ่าเธอตอนนั้น

16:42.209 --> 16:45.295
หลังจากนั้นผมก็ไม่ได้ยินเสียงเธออีกเลย

16:46.422 --> 16:48.007
ผมเลยคิดว่าผม…

16:48.716 --> 16:49.717
ผมรู้เลยว่า…

16:50.551 --> 16:51.844
"มันจบแล้ว"

16:51.927 --> 16:53.387
ผมรู้ว่าเราจะ…

16:54.430 --> 16:56.140
มันไม่มีทางเป็นอย่างอื่นได้

17:02.688 --> 17:03.731
ในนิวยอร์กซิตี

17:03.814 --> 17:07.359
เราไม่แจ้งญาติทางโทรศัพท์
เวลามีคนตาย ต้องแจ้งต่อหน้า

17:07.443 --> 17:10.904
เราต้องไปเคาะประตูบ้านคนกลางดึก

17:10.988 --> 17:14.408
หรือกลางวันแสกๆ
แล้วบอกว่ามีคนในครอบครัวเขาเสีย

17:14.491 --> 17:16.118
นั่นคือจุดที่ยากที่สุดจริงๆ

17:16.201 --> 17:18.120
คำพูดมันออกจากปากไม่ได้ง่ายๆ

17:18.203 --> 17:22.207
ถ้าให้บอกว่าคนที่พวกเขารักถูกฆ่าตาย

17:22.291 --> 17:25.502
อย่างน่าเศร้าแบบนี้ อย่างไร้สาระ

17:25.586 --> 17:28.047
ผมว่ามันเป็นงานอีกระดับเลย

17:28.130 --> 17:29.882
แล้วผมก็…

17:29.965 --> 17:34.344
เรารู้สึกได้เลยว่าเขาเพิ่งจะได้ข่าวครั้งแรก

17:34.428 --> 17:35.804
มันก็เลย…

17:35.888 --> 17:38.515
ครับ มันไม่ง่ายเลย

17:43.187 --> 17:46.523
- เราได้ข่าววันที่ 11 พฤษภาคม
- วันที่ 11

17:46.607 --> 17:50.152
แม่กับพ่ออยู่ที่แหลม ตำรวจก็ไปที่บ้านพ่อแม่

17:50.235 --> 17:53.739
แม่ฉันใส่ชุดคลุมอาบน้ำรดน้ำต้นไม้ แล้วก็…

17:53.822 --> 17:55.199
ตอนหกโมงเช้าได้

17:55.282 --> 17:59.286
ตำรวจสองนายก็เดินมาหน้าบ้าน
แล้วถามว่า "แคเรน เฮลลิเวลล์ใช่ไหมครับ"

17:59.369 --> 18:03.082
- เธอบอกว่าใจตกไปอยู่ตาตุ่มเลย
- ใจหายวาบ ใช่

18:03.165 --> 18:05.793
ตำรวจก็ถาม "สามีอยู่ไหม"

18:05.876 --> 18:07.711
เขาอยู่ ตำรวจเลยเรียกมานั่ง

18:07.795 --> 18:09.963
แล้วก็แจ้งข่าวว่าเทรย์เสียแล้ว

18:10.047 --> 18:13.675
- ใช่
- วันนั้นชีวิตเราเปลี่ยนไปตลอดกาล

18:16.303 --> 18:19.723
อีกสองวันจะถึงวันเกิดเขา
ตอนนั้นเป็นฤดูดอกไลแล็ก

18:20.891 --> 18:22.559
เขาชอบดอกไลแล็กมากๆ

18:22.643 --> 18:25.479
เขาเกิดและตายในหน้าไลแล็ก

18:25.562 --> 18:27.189
ช่วงที่มันบานสะพรั่ง

18:31.735 --> 18:33.612
เรารู้ว่าเทรย์จะมานิวยอร์ก

18:33.695 --> 18:36.573
มาเจอครอบครัวโรสมอนด์
และมาร่วมงานแต่งญาติ

18:39.451 --> 18:44.123
เขาจะพักที่อะพาร์ตเมนต์
ตึกคาร์เนกี เดลีของเจนนิเฟอร์ สตาห์ล

18:44.206 --> 18:46.917
- ใช่
- พวกเขาก็เลยไปอยู่ที่นั่น

18:48.335 --> 18:49.920
ฉันสงสารพวกเขาจริงๆ

18:51.255 --> 18:53.048
โรสมอนด์มาหาเจน

18:53.632 --> 18:57.094
แต่ฉันรู้สึกว่ามันเศร้ามาก
เพราะเทรย์ไม่ได้รู้จักเจนเท่าไหร่

18:59.138 --> 19:02.266
แค่เพื่อนของเพื่อน ไปสุงสิงกัน

19:07.146 --> 19:10.232
ในคดีนี้ เราได้รอยนิ้วมือ 18 นิ้ว

19:10.315 --> 19:14.194
จากภายในห้องอะพาร์ตเมนต์ กับบนราวบันได

19:14.278 --> 19:18.031
แต่เราเก็บปลอกกระสุนไม่ได้เลย
มันบ่งบอกบางอย่างได้

19:18.115 --> 19:20.993
ห้านัด ไม่เจอปลอกกระสุน

19:21.076 --> 19:23.120
ปืนน่าจะเป็นลูกโม่

19:24.580 --> 19:27.875
คนร้ายอาจจะโยนปืนทิ้งลงไปในท่อน้ำทิ้ง

19:27.958 --> 19:30.878
เราโทรหากรมปกป้องสิ่งแวดล้อม เราคุ้ยขยะ

19:30.961 --> 19:33.547
เราให้คนช่วยดูถังขยะตามถนน

19:34.131 --> 19:38.177
เราทำทุกอย่างเพื่อหาข้อมูลให้ได้เยอะที่สุด

19:40.971 --> 19:44.600
มีกล้องวงจรปิดติดอยู่ที่บันได

19:45.517 --> 19:47.269
คืนนั้น ตำรวจก็พบกล้อง

19:50.105 --> 19:52.941
ภาพวงจรปิดเจอชายผิวดำสองคน

19:53.025 --> 19:57.070
คนหนึ่งทำผมเดรดล็อก ใส่ฮู้ด อีกคนผมสั้น

19:58.488 --> 20:00.741
ตามประวัติของผม

20:00.824 --> 20:04.244
ในคดีฆาตกรรมหลายร้อยคดีที่ผมทำมา

20:04.328 --> 20:09.166
นอกจากคดีนี้ มีคดีเดียวที่มีภาพวิดีโอ

20:10.167 --> 20:13.045
ผมก็เลยแปลกใจที่ได้เห็นเทป

20:13.629 --> 20:17.216
ผมบอกว่า "เฮ้ย นี่มันเยี่ยมเลย"

20:17.299 --> 20:19.384
เรารู้ว่าสองคนนั้นเป็นผู้ต้องสงสัย

20:19.468 --> 20:22.304
เป็นคนที่เราอยากติดต่อและคุยด้วย

20:28.602 --> 20:30.687
เหตุเกิดเวลา 19.30 น.

20:31.188 --> 20:34.107
เราทำงานตลอด 24 ชั่วโมงในสถานที่เดิม

20:34.191 --> 20:37.527
ในอะพาร์ตเมนต์ของเจนนิเฟอร์
มีเครื่องฝากข้อความ มันมีไฟกะพริบ

20:37.611 --> 20:38.737
เราก็เลยเปิดฟัง

20:39.988 --> 20:43.325
เพื่อนโทรมาถามว่าเธอปลอดภัยไหม

20:43.408 --> 20:46.828
เธอไม่ได้ติดต่อเพื่อน
เพื่อนเลยอยากรู้ว่าเธออยู่ไหน

20:46.912 --> 20:51.708
ฉันโทรไปที่บ้านเจนนิเฟอร์
ตอนที่เกิดเหตุฆาตกรรม

20:52.334 --> 20:53.335
จากข้อความนั้น

20:53.418 --> 20:56.755
เราต้องสอบปากคำเพื่อนเธอ
ถามว่าทำไมถึงได้เป็นห่วง

20:56.838 --> 20:59.758
ทำไมถึงได้เป็นห่วง
ว่าเจนนิเฟอร์ไม่ได้รับโทรศัพท์

21:03.178 --> 21:06.098
(11.00 น.
15 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุฆาตกรรม)

21:06.181 --> 21:08.475
เช้าวันที่ 11 พฤษภาคม

21:09.476 --> 21:12.938
หน่วยสืบสวนฆาตกรรมเดินเข้ามาบ้านฉัน

21:13.522 --> 21:17.401
ท่าทางเหมือน
มาจากกองถ่าย "เอ็นวายพีดี บลู" เลย

21:17.985 --> 21:22.030
แล้วตำรวจก็ถามเรื่องธุรกิจของเธอ

21:22.614 --> 21:26.493
ฉันตอบไปว่า "ที่นั่นเป็นแหล่งรวมตัว"

21:26.576 --> 21:30.622
มีแต่เพื่อนไปสุงสิงกัน สูบกัญชา คุยกัน

21:30.706 --> 21:33.625
พวกนั้นคือคนที่เคยเจอผ่านๆ

21:33.709 --> 21:35.961
แต่ก็ไม่ได้เป็นเพื่อนกันจริงๆ

21:36.545 --> 21:40.882
เจนนิเฟอร์ขายกัญชาเพื่อหางบทำงานศิลปะ

21:40.966 --> 21:44.052
เราได้รู้ว่าเธอเป็นนักแสดง
ในหนังเรื่อง "เดอร์ตี้แดนซิ่ง"

21:45.929 --> 21:48.724
แต่ตอนนั้น เธอสนใจดนตรีมากกว่า

21:48.807 --> 21:51.184
เทียบกับการเต้นและการแสดง

21:53.061 --> 21:56.898
สตูดิโอบันทึกเสียงของเธอ
เป็นแหล่งขายกัญชาของเธอด้วย

21:56.982 --> 22:00.319
เธอชอบพาเพื่อนมาอัดเพลงด้วยกัน

22:01.153 --> 22:04.197
คนที่เข้าออกอะพาร์ตเมนต์ของเจนนิเฟอร์บ่อยๆ

22:04.281 --> 22:06.074
เป็นเพื่อนของเจนนิเฟอร์

22:06.158 --> 22:08.035
ที่นั่นเริ่มคึกคักขึ้น

22:08.118 --> 22:11.621
ฉันคิดว่าบางครั้ง
มันก็วุ่นวายสำหรับเธอ จัดการยาก

22:11.705 --> 22:12.998
ออดหน้าประตูดัง

22:13.081 --> 22:17.294
บางครั้งเธอก็มีเพื่อนคอยเฝ้าประตูให้

22:19.463 --> 22:23.759
สตีเฟนไปทำงานที่นั่นคืนนั้น คอยเฝ้าประตูให้เธอ

22:28.597 --> 22:32.893
เธอขายให้เพื่อนกับคนรู้จักในวงการ

22:32.976 --> 22:34.853
เธอขายให้คนดังหลายคน

22:34.936 --> 22:37.272
คนจากรายการ
"แซตเทอร์เดย์ไนต์ไลฟ์" พวกนั้น

22:37.356 --> 22:39.608
ลูกค้าของเธอผ่านการคัดกรองอย่างดี

22:39.691 --> 22:40.984
เธอต้องรู้จักก่อน

22:41.485 --> 22:43.445
ถ้าบอกว่า "มีคนแนะนำมา"

22:43.528 --> 22:46.365
ผมไม่คิดว่าคุณจะเข้า
อะพาร์ตเมนต์ของเจนนิเฟอร์ได้

22:46.448 --> 22:48.033
เธอระวังตัวขั้นสุด

22:48.116 --> 22:51.787
ในฐานะเพื่อน เราทำใจยากมาก

22:51.870 --> 22:56.666
เพราะถ้าคนร้ายอยากได้อะไรจากเจน

22:56.750 --> 22:59.086
เธอก็ยอมให้อยู่แล้ว

22:59.169 --> 23:03.548
ไม่มีเหตุผลที่ต้องยิงคนตั้งห้าคนเลย

23:06.718 --> 23:12.307
ฉันเจอเจนไม่กี่วันก่อนเธอถูกฆ่า

23:13.308 --> 23:15.227
เธอค่อนข้างไม่สบายใจ

23:16.019 --> 23:19.481
เจนนิเฟอร์ทะเลาะกับแฟน

23:19.564 --> 23:22.984
ฉันเชื่อว่าเธอพยายามทิ้งเขา
แล้วเขาก็คว้ามือเธอไว้

23:23.068 --> 23:25.153
นิ้วเธอก็เลยหัก

23:28.198 --> 23:33.412
ผู้ต้องสงสัยคนหนึ่ง
เป็นชายผิวดำ เดรดล็อกยาว

23:35.539 --> 23:41.378
ฉันรู้สึกมั่นใจมากว่าแฟนเป็นคนฆ่าเธอ

23:42.754 --> 23:45.632
เพราะเขาตรงกับคำบรรยายนั้น

23:47.175 --> 23:51.346
ด้วยข้อมูลจากบาร์บารา
เราก็ได้ชื่อแฟนของเจนนิเฟอร์ สตาห์ล

23:52.431 --> 23:53.849
แล้วเราก็ไปสอบปากคำเขา

23:54.641 --> 23:56.726
บ้านเขามีปัญหาความรุนแรงในบ้าน

23:56.810 --> 24:00.147
เราต้องดูให้แน่ใจ
ว่าเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับฆาตกรรม

24:01.356 --> 24:05.652
ผมมั่นใจว่าไม่ใช่แฟนเธอ ผมไม่คิดว่าดูคล้ายเลย

24:05.735 --> 24:08.405
ผมเคยเจอเขา เขานิสัยดีกับผมมากนะ

24:08.488 --> 24:11.741
ผมไม่คิดว่าเขาจะทำอะไรแบบนั้น

24:14.369 --> 24:16.580
เราสอบปากคำแฟนของเจนนิเฟอร์ สตาห์ล

24:16.663 --> 24:19.666
แต่เขาก็ถูกตัดออกไป เพราะข้อมูลที่มอบให้เรา

24:19.749 --> 24:21.960
ว่าเขาอยู่ที่ไหน ทำอะไรอยู่

24:22.043 --> 24:24.379
เรารู้ว่าเขาไม่ใช่ผู้ก่อเหตุ

24:24.463 --> 24:25.922
ตอนเขาโทรหาฉัน

24:27.382 --> 24:29.259
เขาบอกว่า "ผมต้องหาทนาย

24:29.342 --> 24:31.511
ทุกคนคิดว่าผมทำ"

24:32.345 --> 24:34.347
ฉันก็บอกว่า "ใช่ ฉันก็คิดว่าคุณทำ"

24:35.515 --> 24:40.187
เขาบอกฉันว่า "คุณคิดว่าผมทำได้ยังไง

24:40.270 --> 24:42.022
ผมรักเธอนะ"

24:44.149 --> 24:46.067
ฉันบอก "ก็พวกคุณทะเลาะกัน

24:46.151 --> 24:47.652
เธอนิ้วหัก

24:47.736 --> 24:50.864
ตำรวจบอกว่าผู้ชายผิวดำ
ผมเดรดล็อกยาวหนีจากที่เกิดเหตุ"

24:51.531 --> 24:53.158
ฉันก็ถาม "จะให้คิดว่าเป็นใคร"

24:53.867 --> 24:56.119
เขาก็บอก "คุณคิดได้ยังไงว่าผมจะทำร้ายเธอ"

24:58.205 --> 24:59.915
ฉันก็ขอโทษเขา

25:06.588 --> 25:09.090
หลังผมออกจากโรงพยาบาล

25:09.174 --> 25:12.969
สายสืบก็บอกว่า
โรสมอนด์คงอยู่โรงพยาบาลอีกนาน

25:13.053 --> 25:15.347
กระสุนฝังขากรรไกรเธอ

25:16.598 --> 25:17.849
เราไม่ได้รู้จักกัน

25:17.933 --> 25:22.395
เราสองคนเป็นแค่เหยื่อของสถานการณ์เลวร้าย

25:22.479 --> 25:24.231
เธอซวยกว่าผม

25:24.314 --> 25:26.733
เธอเสีย…

25:28.485 --> 25:29.819
คู่ชีวิตของเธอไป

25:32.405 --> 25:33.698
ผมนึกภาพไม่ออกเลย

25:38.078 --> 25:39.287
ในฐานะอัยการ

25:40.413 --> 25:45.669
ผมต้องหาข้อมูลให้ได้มากที่สุด โดยเร็วที่สุด

25:46.253 --> 25:49.756
แต่ก็ต้องคำนึงความจริงว่าเรื่องนี้มันสะเทือนใจ

25:49.839 --> 25:53.552
ถ้าให้พูดถึงรายละเอียดเรื่องที่อยากลืม

25:56.221 --> 25:59.683
ผมจำได้ว่าคุยกับโรสมอนด์ในอีกสองวัน

26:02.811 --> 26:06.356
โรสมอนด์บรรยายว่าเสียงปืน

26:06.439 --> 26:08.733
เข้าใกล้เธอมากขึ้นเรื่อยๆ

26:08.817 --> 26:11.987
แล้วเธอก็เป็นคิวต่อไป

26:12.070 --> 26:18.493
เธอได้ยินเสียงปืนที่ฆ่าคู่หมั้น ชาร์ลส์ เฮลลิเวลล์

26:19.661 --> 26:23.623
ฉันนึกภาพไม่ออกว่าต้องหมอบอยู่ตรงนั้น

26:23.707 --> 26:25.542
ได้ยินเสียงปืน โดยรู้ที่ว่าเราเป็นรายต่อไป

26:26.793 --> 26:28.795
ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต

26:28.878 --> 26:32.507
เธอก็ต้องหันไปดูหน้าคนที่ฆ่าเธอ

26:32.591 --> 26:35.802
เธอขยับหันหัว

26:35.885 --> 26:38.221
วินาทีสุดท้ายก่อนถูกยิง

26:38.305 --> 26:40.807
มันอาจจะทำให้เธอรอดตาย

26:44.978 --> 26:50.942
โรสมอนด์บอกว่าสตีเฟน คิง
เป็นคนไปเปิดประตูตอนออดดัง

26:51.026 --> 26:56.656
เธอได้ยินสตีเฟน คิง
บอกเจนนิเฟอร์ว่า "ฌอนมา"

26:56.740 --> 26:59.034
เจนนิเฟอร์ก็บอกว่า "โอเค ให้เข้ามาได้"

27:00.785 --> 27:05.498
ณ จุดนั้น เราก็ได้ชื่อ "ฌอน"

27:05.582 --> 27:06.833
เรายังไม่รู้นามสกุล

27:06.916 --> 27:09.878
แต่อย่างน้อยก็มีชื่อของหนึ่งในสองคน

27:13.381 --> 27:18.303
(วันที่ 12 พฤษภาคม ปี 2001
สองวันหลังเกิดเหตุฆาตกรรม)

27:19.596 --> 27:21.264
เบาะแสหลักสองอย่างของเรา

27:21.348 --> 27:25.101
คือเรื่องที่มีผู้ชายชื่อฌอน

27:25.185 --> 27:28.438
กับมีภาพวิดีโอ

27:28.521 --> 27:30.732
นั่นคือสองสิ่งที่เรามีเบาะแส

27:30.815 --> 27:33.652
ผมรู้ว่าเราได้รอยนิ้วมือมาจำนวนหนึ่ง

27:33.735 --> 27:36.905
แต่เราไม่รู้ความสำคัญ
ไม่รู้ว่ามันจะสืบเจออะไรไหม

27:36.988 --> 27:39.366
หรือเป็นของเด็กอธิบดีกรมตำรวจ

27:40.158 --> 27:43.870
ตำรวจสอบปากคำหลายคน
ที่ซื้อกัญชาจากเธอ เป็นเพื่อนกับเธอ

27:43.953 --> 27:46.414
ตำรวจพยายามตามเบาะแสทุกอย่าง

27:46.498 --> 27:47.624
แล้วปะติดปะต่อ

27:47.707 --> 27:50.627
อาจจะมีคนที่รู้จักเหยื่อ
แล้วก็รู้จักคนชื่อ "ฌอน" ด้วย

27:51.670 --> 27:54.464
ตอนเห็นภาพวิดีโอ ฉันจำฌอนไม่ได้

27:54.547 --> 27:59.094
ฉันไม่รู้จริงๆ ว่านั่นจะเป็นใครได้

27:59.761 --> 28:02.055
ตอนค้นอะพาร์ตเมนต์กับที่เกิดเหตุ

28:02.138 --> 28:04.974
หลังจากเก็บหลักฐานนิติเวชชุดแรก

28:05.058 --> 28:07.602
เราก็กลับไปมองหาเบาะแส

28:07.686 --> 28:09.646
สิ่งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องในทางนิติเวช

28:09.729 --> 28:12.023
กระดาษ รูปถ่าย อะไรพวกนั้น

28:12.107 --> 28:16.403
แล้วเราก็เจอเรซูเม่
ซึ่งเป็นก้าวแรกของการตามหาฌอน

28:16.486 --> 28:18.238
เห็นว่าเขาเป็นลูกทัวร์ศิลปิน

28:18.321 --> 28:21.157
ของจอร์จ คลินตันกับพาร์ลิอาเมนต์-ฟังกาเดลิก

28:22.242 --> 28:27.122
เจนพยายามพาคนมารู้จักกันเพื่อสร้างงานเสมอ

28:27.706 --> 28:30.166
นั่นคือส่วนสำคัญของงานที่เธอทำ

28:33.378 --> 28:37.590
ตำรวจไปหาที่อยู่ของฌอน แซลลีย์ในเรซูเม่

28:37.674 --> 28:40.844
เขาไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้ว เขาย้ายไปแล้ว

28:43.138 --> 28:45.724
เราเน้นไปที่ฌอน

28:46.933 --> 28:49.561
แล้วเราก็เจอที่อยู่หลายแห่งในนิวเจอร์ซีย์

28:50.854 --> 28:53.773
(นิวเจอร์ซีย์)

28:55.984 --> 29:00.739
สายสืบติดต่อแทบจะทุกคน

29:00.822 --> 29:02.323
ที่เขารู้จักในชีวิต

29:03.032 --> 29:08.121
หนึ่งในกลุ่มนั้นได้ดูวิดีโอเทปจากคาร์เนกี เดลี

29:08.204 --> 29:10.165
แล้วจำฌอน แซลลีย์ได้

29:10.248 --> 29:12.375
(ฌอน แซลลีย์)

29:12.459 --> 29:16.755
ที่สำคัญคือเขารู้จักคนที่สอง
ที่เราพยายามระบุตัวอยู่ด้วย

29:16.838 --> 29:19.007
รู้ว่าชื่อเล่นของเขาคือ "เดร"

29:19.090 --> 29:20.133
("เดร")

29:20.216 --> 29:22.260
ตำรวจก็เลยเริ่มตามหาเขา

29:22.343 --> 29:25.472
เราไปบ้านหลายๆ หลัง สอบปากคำหลายๆ คน

29:25.555 --> 29:29.893
ผมจำได้ว่าเราไปบ้านแฟนเขา

29:31.060 --> 29:33.646
เธอรู้จักคนชื่อเดร

29:33.730 --> 29:37.358
แฟนหรือผัวในทางพฤตินัย อังเดร

29:38.276 --> 29:40.111
อังเดรไม่อยู่ที่นั่น

29:40.612 --> 29:44.324
ผมเป็นคนเดียวที่มีนามบัตร
นั่นคงเป็นเหตุผลที่บัตรผมถูกทิ้งไว้

29:51.581 --> 29:55.668
(วันที่ 20 พฤษภาคม ปี 2001
สิบวันหลังเกิดเหตุฆาตกรรม)

29:56.669 --> 29:58.797
เช้าวันอาทิตย์ที่ 20

30:01.424 --> 30:03.718
เราได้รับสายที่ออฟฟิศ

30:03.802 --> 30:05.094
อังเดรโทรมา

30:06.721 --> 30:08.848
เขาพร้อมมาให้ปากคำ

30:09.933 --> 30:13.645
ย้อนแย้งดีนะ อังเดร สมิธมาด้วยรถสีแดง

30:13.728 --> 30:18.817
ซึ่งตรงกับคำบรรยายรถที่พยานเห็นขับหลบหนีไป

30:18.900 --> 30:21.361
ในระยะไม่ไกลจากที่เกิดเหตุฆาตกรรม

30:22.403 --> 30:23.988
ตอนอังเดร สมิธเข้ามา

30:24.072 --> 30:26.616
เราก็ขอพิมพ์ลายนิ้วมือเขา

30:26.699 --> 30:29.327
ซึ่งเขาก็ตกลง เราก็พิมพ์ลายนิ้วมือเขาไว้

30:29.410 --> 30:33.164
ผมเดาได้แค่ว่าเขาคิดว่าตัวเองจะฉลาดพอ

30:33.248 --> 30:37.669
ที่จะคอยกีดกันเรา ไม่ให้สาวถึงตัว
แต่ก็ให้ความร่วมมือเต็มที่ด้วย

30:37.752 --> 30:39.587
ผมเดาว่านั่นคือเป้าหมายของเขา

30:39.671 --> 30:42.715
สองคนแรกที่สอบปากคำเขา
อยู่ในห้องกับเขานานมากๆ

30:42.799 --> 30:44.884
เป็นนักสืบอาวุโส โตกว่าเรา

30:45.844 --> 30:48.263
พวกเขาสอบปากคำอังเดรหลายชั่วโมง

30:48.346 --> 30:51.057
แล้วพอไม่มีอะไรคืบหน้า

30:51.140 --> 30:54.978
ทีมต่อไปก็เข้าไปแทน คนที่ยังสด ได้นอนมาทั้งคืน

30:55.645 --> 31:00.024
มันก็เหมือนเปลี่ยนตัวลงไปพลิกเกมโดยไม่มีจำกัด

31:00.525 --> 31:04.153
จนกว่าจะเจอตัวพลิกเกมที่โยงเขาได้

31:04.237 --> 31:05.238
แล้วต่อยอดจากตรงนั้น

31:06.656 --> 31:09.951
บิลลี่กับทอมมี่ บิเดลล์เข้าไป
แล้วก็เริ่มคุยกับเขา

31:11.744 --> 31:15.540
เขาปฏิเสธเรื่องไปแมนแฮตทัน
ปฏิเสธเรื่องอยู่ในที่เกิดเหตุ

31:15.623 --> 31:19.085
ปฏิเสธว่าไม่รู้ว่าฌอน แซลลีย์คือใคร

31:19.168 --> 31:23.089
ผมให้เขาดูภาพนิ่งจากเทปวงจรปิด

31:23.172 --> 31:27.427
หน้าอังเดร สมิธอยู่ตรงหน้าให้เห็นชัดๆ

31:27.510 --> 31:29.220
เขาก็ยัง "ไม่" เขาปฏิเสธอีก

31:29.304 --> 31:31.306
เขาเหมือนใน…

31:31.389 --> 31:34.475
เพลงของแช็กกี้น่ะ "นั่นไม่ใช่ผม"

31:34.559 --> 31:37.437
เขาปฏิเสธได้ดีมาก แต่ก็ยังพูดไม่หยุด

31:38.479 --> 31:40.148
แล้วมันก็มี…

31:40.231 --> 31:42.859
สายสืบชอบล้อเล่นกัน
เรื่อง "ระดับของการปฏิเสธ"

31:42.942 --> 31:45.361
"ผมไม่รู้ว่าคุณพูดเรื่องอะไร
ผมไม่ได้อยู่ที่นั่น"

31:45.445 --> 31:47.864
"ผมเข้าใจว่าเรื่องอะไร แต่ผมไม่ได้อยู่ที่นั่น"

31:47.947 --> 31:49.949
"ผมอยู่ที่นั่น แต่ผมไม่ได้ทำ"

31:50.033 --> 31:53.161
จนสุดท้าย "ผมอยู่ที่นั่น ผมทำเอง"

31:53.244 --> 31:56.581
เราค่อยๆ ไล่เขาไปตามระดับของการปฏิเสธ

31:56.664 --> 31:58.291
พอถึงจุดหนึ่ง

31:58.374 --> 32:04.631
ที่เราตรวจรอยนิ้วมือเขา
แล้วตรงกับรอยนิ้วมือที่เทป

32:04.714 --> 32:07.133
มันกลายเป็นจุดสำคัญมากๆ

32:07.216 --> 32:11.012
เพราะก่อนหน้านั้น
เรามั่นใจมากว่าเขาเข้าไปในนั้น

32:11.095 --> 32:14.140
เรารู้สึกมั่นใจว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้อง

32:14.223 --> 32:18.811
แต่เราไม่มีหลักฐานทางกายภาพ
ที่จะโยงเขากับที่เกิดเหตุตอนนั้น

32:18.895 --> 32:23.232
นี่คือตัวสร้างความมั่นใจ
ที่ดีมากสำหรับตำรวจสอบปากคำ

32:23.316 --> 32:25.318
ว่าสืบมาถูกทางแล้ว

32:25.401 --> 32:28.529
ทีนี้ก็แค่กดดันให้หนักขึ้นอีกหน่อย

32:29.030 --> 32:31.157
เพราะตำรวจรู้ว่าเขาอยู่ที่นั่น

32:31.240 --> 32:35.036
ไม่เหมือนการโยงเขา
กับสถานที่ที่เราไม่รู้คำตอบ

32:35.703 --> 32:40.291
เราอยู่ในนั้นหลายชั่วโมง
เราลองหลายๆ วิธี เพราะเขาไม่ยอมพูด

32:42.001 --> 32:43.628
คนนี้เข้มแข็งพอตัว

32:43.711 --> 32:46.506
เรารู้ว่าสายสืบหกคน
สอบปากคำเขา แล้วก็บอกเขาว่า

32:46.589 --> 32:50.510
"เราจับคุณได้คาหนังคาเขา"
แล้วเขาก็ยังจะเสือกปฏิเสธอีก

32:52.887 --> 32:56.808
ผมกับทอม บิเดลล์คุยกัน
เราพยายามหากลยุทธ์อื่น

32:58.059 --> 32:59.644
แล้วเออร์มาก็เข้าห้องมา

32:59.727 --> 33:02.689
เธอถามว่า "คุณจะว่าอะไรไหม
ถ้าฉันเข้าไปคุยกับเขา

33:02.772 --> 33:03.898
แค่ระหว่างที่เขากินข้าว"

33:04.941 --> 33:08.861
ผมก็บอก "ได้สิ เออร์มา เอาเลย"
เปลี่ยนหน้าใหม่บ้าง ผมคิดงั้นนะ

33:08.945 --> 33:12.365
อะไรก็ได้ที่จะเปลี่ยนสถานการณ์ได้

33:15.660 --> 33:18.121
"ให้ผู้หญิงเข้าไป เผื่อเขาจะมีท่าทีอ่อนลงบ้าง"

33:20.790 --> 33:22.375
ฉันไม่รู้จักอังเดร สมิธ

33:22.458 --> 33:24.460
ฉันไม่รู้ว่าคนที่ฉันสอบปากคำคือใคร

33:24.544 --> 33:25.837
จนกระทั่งได้ไปนั่งหน้าเขา

33:26.713 --> 33:30.299
แล้วฉันก็จะอ่านเขาได้ อ่านว่าเขาเป็นยังไง

33:30.383 --> 33:32.135
อะไรกระตุ้นเขาได้

33:32.218 --> 33:34.137
ฉันบอก "คุณทำให้ฉันนึกถึงรูเบน น้องชาย"

33:34.220 --> 33:37.056
เรื่องจริงนะ เขาทำให้ฉันนึกถึงรูเบนนิดๆ

33:37.140 --> 33:40.309
ฉันจะคุยกับผู้ก่อเหตุในเรื่องส่วนตัวก่อน

33:40.393 --> 33:42.770
แล้วค่อยเข้าสู่การสอบปากคำ

33:44.105 --> 33:45.273
มันได้ผลสำหรับฉัน

33:45.356 --> 33:47.483
เพราะฉันทำให้เขาสบายใจกับฉัน

33:48.401 --> 33:49.861
แต่ฉันก็เคยเจอนักโทษบอกว่า

33:49.944 --> 33:53.364
"ยัยริเวรายิ้มต่อหน้าผม แต่แทงข้างหลัง"

33:54.323 --> 33:57.577
เออร์มามีความสามารถในการอ่านผู้ต้องสงสัย

33:57.660 --> 34:01.831
ดูออกว่าต้องสานสัมพันธ์ตรงจุดไหน

34:01.914 --> 34:05.793
เธอจะได้คุยต่อเพื่อหาคำตอบที่ต้องการได้

34:05.877 --> 34:08.963
ฉันไม่สนว่าคุณจะใส่สูท 5,000 ดอลลาร์

34:09.047 --> 34:13.217
หรือเป็นคนไร้บ้านใส่กางเกงวอร์ม
กับรองเท้าผ้าใบสกปรก

34:13.301 --> 34:16.304
ไม่ต่างกันสำหรับฉัน
ฉันปฏิบัติกับทุกคนอย่างให้เกียรติ

34:16.387 --> 34:18.056
ทุกคนที่เป็นคนเลว

34:18.139 --> 34:20.850
ก็ยังมีความดีในตัว ไม่ว่ายังไงก็ตาม

34:21.601 --> 34:24.812
เราต้องหาจุดดีในตัวเขาเวลาสอบปากคำ

34:25.313 --> 34:27.440
"คุณโตมายังไง ฉันก็โตมาเหมือนกัน"

34:27.523 --> 34:31.152
ตอนเด็กๆ ฉันไม่มีของเล่น
คริสต์มาสบางปีก็ไม่ได้ฉลอง

34:31.235 --> 34:32.779
บางครั้งก็ไม่มีข้าวกิน

34:32.862 --> 34:35.531
ฉันโตมาในโครงการเคหะ ฉันเข้าใจเขาได้

34:38.659 --> 34:41.579
อังเดร สมิธเป็นคนสุภาพมากๆ

34:41.662 --> 34:43.039
เขาพูดจานุ่มนวล

34:44.373 --> 34:45.750
เขาบอกว่าเขามีลูก

34:46.834 --> 34:50.421
"คุณมีลูกเหรอ"
ฉันรู้ว่านั่นจะดึงด้านที่นุ่มนวลของเขาออกมา

34:53.299 --> 34:54.175
ฉันใช้สิ่งนั้น

34:56.469 --> 34:59.347
ทันใดนั้น ผมก็สังเกตเห็นในเงาสะท้อน

34:59.430 --> 35:01.015
เขาเงยหน้าขึ้นมา

35:01.516 --> 35:04.060
เขาสนใจคุย เขารับฟังเธอ

35:04.143 --> 35:07.230
จะเห็นเลยว่าแววตาเขาสว่างขึ้นนิดๆ

35:08.106 --> 35:09.941
เธอเจาะถึงบางอย่างได้ อาจจะแทงใจดำ

35:14.195 --> 35:17.532
เขาบอกฉันว่าเขาทำ
เพราะเขาต้องซื้อผ้าอ้อมให้ลูก

35:18.491 --> 35:20.576
ตอนนั้นแหละที่ฉันคิดว่าเขาพร้อมแล้ว

35:20.660 --> 35:24.080
ฉันบอกว่า "เดี๋ยวผู้ชายจะกลับมา
พวกเขาก็เป็นคนดี เป็นเพื่อนฉัน

35:24.163 --> 35:26.082
คุณคุยกับพวกเขาได้ ไว้ใจพวกเขาได้"

35:29.293 --> 35:30.711
เออร์มาส่งสัญญาณให้เรา

35:31.504 --> 35:34.382
ผมต้องหันไปขัดจังหวะทอมมี่ บิเดลล์

35:34.465 --> 35:36.968
เพราะเขากำลังกินซูซี่คิว ดูดน้ำยู้ฮู

35:37.051 --> 35:40.054
ซึ่งก็เป็นมื้อเย็นที่เขากินบ่อยๆ

35:40.138 --> 35:42.348
ผมแบบ "เฮ้ย ไอ้กาก ไปได้แล้ว

35:42.431 --> 35:44.392
โยนซูซี่คิวทิ้ง แล้วกลับไปลุยต่อ

35:44.475 --> 35:46.978
หมอนี่เปลี่ยนท่าทีแล้ว ไปลองดูกัน"

35:47.061 --> 35:50.398
นี่คือการสอบปากคำโดยทีมที่เก่งที่สุด

35:51.315 --> 35:55.194
เออร์มาสานสัมพันธ์ส่วนตัวกับเขา
จนเขาพร้อมจะพูด

35:55.278 --> 35:56.821
นั่นคือจุดเปลี่ยน

35:56.904 --> 36:02.326
ที่จบการปฏิเสธ พร้อมจะสำรอกข้อมูลออกมาแล้ว

36:05.204 --> 36:07.790
เขาพยักหน้าเวลาผมถาม

36:07.874 --> 36:10.168
เราทำให้อังเดรพูดจนได้

36:10.251 --> 36:14.422
เขาบอกว่าได้รู้จักฌอน แซลลีย์
ที่นวร์กผ่านเพื่อนร่วมกัน

36:14.505 --> 36:17.300
ฌอน แซลลีย์บอกว่าเขากำลังแย่

36:17.383 --> 36:18.217
ไม่มีเงิน

36:18.301 --> 36:22.972
เขามีแผนปล้นร้านกัญชาในแมนแฮตทัน

36:23.556 --> 36:27.435
สุดท้าย อังเดร สมิธก็เล่าคดีฆาตกรรม

36:27.518 --> 36:30.146
เขาตั้งใจจะเข้าไปปล้นกัญชา ปล้นเงิน

36:31.063 --> 36:33.274
เขาบอกว่า "ผมบอกผู้หญิงคนนั้นด้วย

36:33.357 --> 36:35.818
ตอนที่เธอบอกว่า
'อย่าทำฉันเลย อย่าทำเพื่อนฉัน'"

36:35.902 --> 36:38.613
เขาบอกว่า "ผมบอกเธอแล้ว
ว่าผมไม่ได้มาทำแบบนั้น"

36:38.696 --> 36:41.115
เธอกำลังโกยเงินกับกัญชาให้เขา

36:41.199 --> 36:44.911
เขามองออกไป แซลลีย์กำลังจับทุกคนมัด

36:44.994 --> 36:47.580
เขาออกไปแล้วบอกว่า "นี่ นายเฝ้ายัยนี่ไว้"

36:48.456 --> 36:49.665
แล้วเขาก็ไปมัดมือทุกคน

36:49.749 --> 36:54.003
แล้วเขาก็บอกว่า "แล้วหมอนี่ก็ยิงทุกคนทิ้งเลย"

37:00.092 --> 37:05.431
พอเราได้คำให้การสารภาพ
เป็นลายลักษณ์อักษรจากอังเดร สมิธ

37:05.514 --> 37:08.809
ผมก็ได้ข่าวว่าอธิบดีกรมตำรวจไม่พอใจ

37:08.893 --> 37:13.272
ที่ผมไปปรามช่างภาพของเขา

37:13.356 --> 37:17.693
แล้วเขาก็ไม่พอใจ
ที่ผมใส่กางเกงขาสั้นกับเสื้อยืดไปทำงาน

37:18.694 --> 37:19.695
ภายในวันสองวัน

37:19.779 --> 37:23.449
ผมก็ถูกอธิบดีถอนจากคดี

37:23.950 --> 37:27.995
ผมถูกย้ายไปโรงพัก 2-5 ในฮาร์เล็ม

37:28.079 --> 37:29.705
ไปอยู่หน่วยสืบสวนที่นั่น

37:31.499 --> 37:35.169
เออร์มาบอกว่า "จดชื่อเขาใส่กระดาษไว้

37:35.253 --> 37:37.255
แล้วเอากระดาษนั้นใส่ไว้ในรองเท้า

37:37.338 --> 37:40.258
เหยียบมันทุกวัน นานสิบวัน
แล้วทุกอย่างจะเรียบร้อย"

37:42.760 --> 37:45.846
เรื่องนี้มาจากคุณย่าของฉัน
ท่านสนใจศาสนาซานเตรีอา

37:45.930 --> 37:47.682
ท่านเชื่อเรื่องนั้นมากๆ

37:47.765 --> 37:50.559
ท่านสอนว่าเวลามีใครทำอะไรผิดกับเรา

37:50.643 --> 37:52.937
เอากระดาษจดชื่อเขาไว้

37:53.020 --> 37:54.855
ฉันรู้ว่าพวกคุณจะเอาไปทำตาม

37:54.939 --> 37:58.401
จดชื่อลงกระดาษ
เอาชื่อเขาใส่รองเท้าคุณแล้วเดินเหยียบย่ำ

37:58.484 --> 38:01.946
เดินเหยียบเข้าไป
แล้วบอกว่าเราอยากให้เขาไปให้พ้นทางเรา

38:03.489 --> 38:06.617
มันก็ยากที่ต้องทิ้งงานไป
เพราะมันเป็นผลงานของเรา

38:06.701 --> 38:10.496
แต่ผมจะบอกความคิดหรือคำชี้แจงให้สายสืบไม่ได้

38:10.579 --> 38:12.039
หาเรื่องให้หัวหน้าคนใหม่อีกไม่ได้

38:12.123 --> 38:14.542
เพราะคราวนี้ คนอื่นจะต้องรับผิดชอบ

38:14.625 --> 38:17.211
ถ้ามีใครโทรมาขอคำแนะนำ มันก็ดี

38:17.295 --> 38:20.464
แต่เราจะโทรไปแนะนำเขาไม่ได้

38:20.548 --> 38:22.758
จุดนี้มันก็ยากสำหรับคนในหน่วยด้วย

38:22.842 --> 38:25.177
เพราะทุกคนรู้ว่าอธิบดีกรมตำรวจโกรธเรา

38:26.012 --> 38:27.972
หน่วยก็เลยไม่อยากคุยกับเรา

38:28.055 --> 38:29.974
เพราะไม่อยากติดเสนียดเราไปด้วย

38:30.057 --> 38:31.809
ดังนั้น…

38:33.019 --> 38:37.356
ผมก็เลยบังคับตัวเองให้เลิกยุ่งกับคดีนี้โดยสิ้นเชิง

38:37.440 --> 38:40.026
ผมรู้สึกว่าจะไม่ได้สนใจดูข่าวหลังจากนั้นด้วยซ้ำ

38:49.035 --> 38:52.455
(วันที่ 23 พฤษภาคม ปี 2001
13 วันหลังเกิดเหตุฆาตกรรม)

38:52.538 --> 38:59.045
พวกเขาฆ่าคนไปสามคน
จ่อยิงอีกสองคนเพื่อเงิน 2,800 เหรียญ

38:59.128 --> 39:03.257
กรมตำรวจนิวยอร์กซิตีได้คุมตัวนายอังเดร สมิธ

39:04.300 --> 39:07.928
ผู้ต้องสงสัยรายที่สอง
ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีโหดเหี้ยมนี้

39:08.012 --> 39:11.849
สายสืบระบุตัวได้แล้วว่าเป็นฌอน แซลลีย์

39:11.932 --> 39:15.186
แน่นอนว่าทางกรมตำรวจนิวยอร์ก

39:15.269 --> 39:18.856
จะไม่หยุดยั้งจนกว่าจะควบคุมตัวเขาได้

39:18.939 --> 39:20.649
พร้อมทั้งผู้สมรู้ร่วมคิด

39:21.275 --> 39:24.570
ผมแนะนำให้เขาทำตามอังเดร สมิธ

39:24.653 --> 39:27.615
มามอบตัวที่สถานีตำรวจที่ใกล้ที่สุด

39:28.115 --> 39:29.450
(อังเดร สมิธ - ฌอน แซลลีย์)

39:29.533 --> 39:33.788
อังเดร สมิธบอกว่า
เขาออกมาจากอะพาร์ตเมนต์กับฌอน แซลลีย์

39:33.871 --> 39:35.331
พวกเขากลับไปนวร์ก

39:35.414 --> 39:38.501
นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาเจอฌอน แซลลีย์

39:39.919 --> 39:41.879
เราต้องตามหาตัวฌอน แซลลีย์ต่อไป

39:41.962 --> 39:44.465
เราต้องหาเบอร์โทรศัพท์ สืบว่าเขาโทรหาใคร

39:44.548 --> 39:45.800
แล้วตามรอยโทรศัพท์

39:47.259 --> 39:50.054
สิ่งที่เราทำคือติดตามสัญญาณมือถือ

39:51.055 --> 39:52.807
เขาไปแวะที่ลุยเซียนา

39:54.558 --> 39:55.976
เรามีทีมตำรวจ

39:56.060 --> 39:59.105
เป็นสายสืบกับจ่าที่นิวออร์ลีนส์

39:59.188 --> 40:01.732
แซลลีย์ดูจะนำเราอยู่ก้าวหนึ่ง

40:02.566 --> 40:05.444
ณ จุดนั้น เราก็สืบต่อไป

40:05.528 --> 40:08.614
เผื่อจะเจอข้อมูลโทรศัพท์
แต่เขาก็ทิ้งโทรศัพท์ไปแล้ว

40:08.697 --> 40:11.242
เราหมดเบาะแสในการสืบสวน

40:12.785 --> 40:16.664
เรายังติดตามต่อ แต่ตอนนี้ก็สองเดือนแล้ว

40:16.747 --> 40:18.791
กลายเป็นคดีเก่าไปแล้ว

40:20.042 --> 40:23.087
เราส่งคดีนี้ไปออกรายการ
"อเมริกาส์โมสต์วอนเต็ด"

40:24.088 --> 40:27.091
วันที่ 14 กรกฎาคม "อเมริกาส์โมสต์วอนเต็ด"

40:27.174 --> 40:30.970
ออกอากาศคดีของฌอน แซลลีย์
คดีสังหารหมู่คาร์เนกี เดลี

40:31.053 --> 40:33.347
เพื่อพยายามหาเบาะแส

40:33.431 --> 40:35.057
นั่นเป็นรายการฉายทั่วประเทศ

40:35.850 --> 40:37.935
มันก็จะครอบคลุมพื้นที่ได้เยอะมาก

40:38.018 --> 40:40.187
แล้วเราก็ได้แจ้งสาธารณชนอเมริกัน

40:43.190 --> 40:45.734
ขอพระเจ้าคุ้มครองอเมริกา
นั่นแหละที่ฉันอยากบอก

40:45.818 --> 40:49.405
เพราะ 20 นาทีหลังออกอากาศ

40:49.488 --> 40:51.365
เราก็ได้เริ่มได้รับสาย

40:54.243 --> 40:58.080
มีคนในฟลอริดาจำเขาได้ แล้วแจ้งเรา

40:58.164 --> 41:03.043
เชื่อว่าเขาอยู่ในบ้านพักคนไร้บ้านในไมแอมี

41:06.213 --> 41:08.340
เราติดต่อตำรวจไมแอมีทันที

41:08.424 --> 41:11.218
บอกว่า "คุณต้องไปจับชายคนนี้"

41:11.302 --> 41:13.012
สายสืบจากไมแอมี

41:13.095 --> 41:16.849
ไปสอบปากคำคนที่บ้านพักคนไร้บ้าน

41:17.975 --> 41:22.855
ฌอน แซลลีย์เดินมาที่ล็อบบี้ แล้วรีบหนีไป

41:22.938 --> 41:28.027
สุนัขตามกลิ่นเขาไป
จนไล่ต้อนเขาได้ที่หลังบ้านคน

41:35.868 --> 41:38.871
เขาถูกจับกุมโดยหน่วยสุนัขตำรวจเมืองไมแอมี

41:38.954 --> 41:42.666
เขาถูกสุนัขกัดที่แขนซ้าย

41:42.750 --> 41:45.669
แต่ได้รับการปฐมพยาบาลในที่เกิดเหตุ
และเราควบคุมตัวเขาได้แล้ว

41:45.753 --> 41:48.714
เขาต้องข้อหาฆาตกรรมโดยไตร่ตรองสามกระทง

41:48.797 --> 41:51.884
และขัดขืนการจับกุม
โดยไม่ใช้ความรุนแรงอีกหนึ่งกระทง

41:54.678 --> 41:58.349
ก่อนที่จะจับเขาได้ ทุกเสียงเอี๊ยดที่ผมได้ยิน

41:58.974 --> 42:03.103
ทำให้ผมนอนไม่หลับ ผมคิดว่ามีคนเข้ามา

42:05.481 --> 42:06.941
พอทั้งสองคนถูกจับได้

42:08.526 --> 42:10.945
ผมก็โล่งใจ

42:14.615 --> 42:19.286
(รวบคนร้ายหนีคดีสังหารหมู่คาร์เนกี เดลี)

42:22.081 --> 42:25.292
หัวหน้าหน่วยสืบสวนเขตแมตแฮตทันตอนนั้น

42:25.376 --> 42:29.421
บอกให้ฉันไปฟลอริดา ไปสอบปากคำฌอน แซลลีย์

42:33.050 --> 42:35.886
บางครั้งฉันก็รู้สึกจริงๆ ว่าเวลาคนเราหลบหนี

42:35.970 --> 42:37.930
การโดนจับก็ทำให้โล่งใจ

42:38.472 --> 42:42.810
เขาดูจะโล่งใจนิดๆ ที่ถูกจับ ณ ตอนนั้น

42:42.893 --> 42:45.396
ฉันสอบปากคำเขา ถามเขาว่าเกิดอะไรขึ้น

42:45.479 --> 42:46.897
แล้วเขาก็สารภาพ

42:47.648 --> 42:50.859
ตำรวจได้คำสารภาพ
ทั้งปากเปล่าและลายลักษณ์อักษร

42:50.943 --> 42:53.028
ที่เขายอมรับว่าฆ่าเจนนิเฟอร์

42:53.112 --> 42:55.739
แต่เขาบอกว่าปืนลั่น มันเป็นอุบัติเหตุ

42:55.823 --> 43:00.828
แล้วเขาก็โบ้ยที่เหลือใส่อังเดร สมิธ

43:00.911 --> 43:03.497
เรื่องยิงคนในห้องนั่งเล่น

43:03.581 --> 43:06.250
การที่เขายอมรับว่าเหนี่ยวไก

43:06.333 --> 43:10.588
ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ ที่ฆ่าเจนนิเฟอร์ สตาห์ล

43:10.671 --> 43:12.089
มันมีความสำคัญ

43:12.172 --> 43:13.257
มันมีความสำคัญ

43:13.340 --> 43:17.803
เพราะมันไม่มีผลในการส่งฟ้อง
คดีฆาตกรรมขณะก่อความผิดร้ายแรง

43:18.387 --> 43:21.640
ไม่ว่าจะฆ่าคนโดยเจตนาหรืออุบัติเหตุ

43:21.724 --> 43:25.936
ที่จริง มันไม่สำคัญเลยว่าเหยื่อจะตายหรือไม่

43:26.020 --> 43:28.772
เพราะคุณยิงเขา หรือมีคนยิงเขา

43:28.856 --> 43:31.942
ถ้าคุณมีส่วนร่วมในการปล้นนั้นด้วย

43:32.026 --> 43:34.570
คุณก็ต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย

43:34.653 --> 43:39.074
ในคดีฆาตกรรมพอๆ กับคนที่เหนี่ยวไก

43:39.158 --> 43:42.328
(ข้อหา: ฆาตกรรมโดยเจตนา)

43:42.411 --> 43:44.830
ฟิลิป คิงนั่งแถวสองของห้องพิจารณาคดี

43:44.913 --> 43:48.792
ในการพบฌอน แซลลีย์ต่อหน้าเป็นครั้งแรก

43:48.876 --> 43:52.421
หนึ่งในจำเลยที่ถูกกล่าวหา
คดีฆาตกรรมสตีเฟน ลูกชายของคิง

43:52.504 --> 43:54.715
ผมต้องคอยบอกตัวเอง "คุมตัวเองไว้"

43:54.798 --> 43:56.342
(ฟิลิป คิง
พ่อของสตีเฟน คิง)

43:56.425 --> 43:58.927
"อย่ากระโดดข้ามแนวกั้นไปหาเขา"

43:59.595 --> 44:02.848
ผมมองเห็นเลย
ผมเห็นว่าชายคนนั้นเผชิญกับอะไร

44:02.931 --> 44:05.142
ผมก็อยากมีความสัมพันธ์แบบนั้นกับลูกตัวเอง

44:05.893 --> 44:07.394
นี่ผมก็อ่อนไหวไปด้วยนะ

44:10.147 --> 44:13.025
ผมมั่นใจกับลูกนะ
เพราะผมก็มีความสัมพันธ์แบบนั้นกับพ่อ

44:16.278 --> 44:19.406
เรากำลังยุ่งกับการเตรียมตัว
เตรียมพร้อมสำหรับการขึ้นศาล

44:19.490 --> 44:21.450
สำหรับเรา มันผ่านมาปีสองปีแล้ว

44:21.533 --> 44:25.412
แต่สำหรับแม่ผู้ตาย หรือพ่อ พี่ชาย น้องสาว

44:25.496 --> 44:27.373
มันเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

44:31.210 --> 44:36.840
(กันยายน ปี 2001
สามสัปดาห์ก่อนการไต่สวน)

44:39.677 --> 44:40.844
วันนั้นวันอังคาร

44:41.345 --> 44:44.598
ผมอยู่กับลูก ผมไปส่งลูกที่โรงเรียน

44:44.682 --> 44:48.644
แล้วผมก็ได้ยินข่าว
เครื่องบินชนเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์

44:51.271 --> 44:54.024
ผมใส่กางเกงยีนส์กับเสื้อยืด

44:54.108 --> 44:57.236
เพราะเคยมีปัญหากับคดีคาร์เนกี เดลี

44:57.319 --> 44:58.696
ผมเลยกลับบ้านไปเปลี่ยนเป็นสูท

44:59.446 --> 45:01.824
เดาว่าน่าจะทำให้ผมช้าไปประมาณ 20 นาที

45:01.907 --> 45:05.619
ผมได้ยินเสียงเครื่องบินลำที่สองชน
ตอนอยู่ในอะพาร์ตเมนต์ตัวเอง

45:08.372 --> 45:12.292
มันคือเรื่องจริง
ที่คนบอกว่า "สยอง" มันสยองจริงๆ

45:12.376 --> 45:17.131
ทุกคนโคตรแบบว่า ยิ่งกว่าวิตกหรือตกใจกลัว

45:17.214 --> 45:18.799
ทุกคนที่เราเห็น

45:20.342 --> 45:22.720
สิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่น่าเชื่อ

45:22.803 --> 45:26.348
ตอนที่ตึกถล่ม เราไม่มีวันลืมเลย

45:28.434 --> 45:30.102
ผมเสียเพื่อนที่ดีไปหลายคน

45:31.228 --> 45:33.480
มันเป็นเรื่องสะเทือนใจที่จะคุย

45:38.277 --> 45:39.903
ผมรอดมาจากเหตุการณ์ 11 กันยายน

45:40.654 --> 45:45.492
บางทีการเปลี่ยนชุด 20 นาที
อาจทำให้ผมได้ไปอยู่ในอีกจุด

45:45.576 --> 45:47.244
ที่อาจจะเกิดผลที่แตกต่างก็ได้

45:48.412 --> 45:53.459
ผมคิดเสมอว่าบทเรียนของการต้องไปเปลี่ยนสูท

45:53.542 --> 45:57.296
ไม่ไปที่เกิดเหตุในชุดไปรเวทช่วยชีวิตผมไว้

46:01.800 --> 46:04.178
คนที่ตายวันนั้น ขอพระเจ้าคุ้มครอง

46:04.261 --> 46:07.389
แต่เรื่องนั้นยังฆ่าคนต่อในอีกหลายปีให้หลัง

46:07.473 --> 46:11.727
ยี่สิบปีต่อมา
ผมเป็นมะเร็งจากเหตุการณ์ 11 กันยายน

46:12.311 --> 46:15.689
ผู้ก่อการร้ายที่ลงมือทำได้คุ้มค่าก็ว่าได้

46:16.482 --> 46:18.859
ฉันมัวแต่สนใจเหตุการณ์ 11 กันยายน

46:19.777 --> 46:22.321
ออฟฟิศฉันหัวหมุนไปหมด

46:22.404 --> 46:25.949
มันเปลี่ยนชีวิตฉันไปเยอะมาก

46:26.033 --> 46:29.244
เปลี่ยนชีวิตการทำงาน ชีวิตส่วนตัว ทุกอย่าง

46:30.245 --> 46:33.499
ทุกคนมีส่วนร่วม
ทุกคนอยู่ในวันเดียวกัน ทุกคนอยู่ตรงนั้น

46:33.582 --> 46:35.709
เราทุกคนรู้สึกว่ามันจำเป็น

46:35.793 --> 46:37.711
ที่ต้องช่วยเหลือกัน คอยดูแลกัน

46:37.795 --> 46:38.921
เรายังทำแบบนั้นต่อไป

46:39.004 --> 46:41.965
แล้วเราก็กลับไปทำงาน ทำสิ่งที่เราทำได้ดี

46:42.049 --> 46:44.176
แล้วเราก็ทำแบบนั้นต่อไป

46:48.138 --> 46:52.518
(พฤษภาคม ปี 2002
หนึ่งปีหลังเกิดเหตุฆาตกรรม)

46:52.601 --> 46:55.229
(คาร์เนกี เดลิเคตเซน
ร้านอาหาร)

46:55.312 --> 46:57.898
(ตำรวจ ห้ามผ่าน)

46:58.482 --> 47:02.069
การไต่สวนเริ่มเกือบหนึ่งปีพอดี
หลังเกิดเหตุฆาตกรรม

47:02.152 --> 47:04.404
นี่เป็นคดีขึ้นศาลที่แปลกมาก

47:04.488 --> 47:06.657
ฉันไม่เคยเห็นอะไรแบบนั้นมาก่อน

47:07.783 --> 47:09.910
ทั้งสองคนขึ้นศาลไต่สวนพร้อมกัน

47:11.370 --> 47:15.624
ศาลมีคณะลูกขุนสองชุด
กับจำเลยสองคนในห้องพิจารณาคดี

47:15.707 --> 47:18.502
ข้อดีของการทำแบบนี้

47:18.585 --> 47:22.631
คือการทำให้เหยื่อที่รอดชีวิตไม่ต้องกลับมาขึ้นศาล

47:22.714 --> 47:27.427
ไม่ต้องทบทวนเหตุการณ์สองครั้ง
ในการไต่สวนสองคนแยกกัน

47:27.511 --> 47:29.096
ครั้งเดียวก็สะเทือนใจมากพอแล้ว

47:30.639 --> 47:32.266
ผมไม่อยากเป็นศูนย์กลางความสนใจ

47:32.349 --> 47:35.185
ผมอยู่ในคอก เล่าเรื่องของผม

47:35.269 --> 47:38.021
ผมคิดว่าผมโฟกัสไปที่ฟรานเชสก้า
เพื่อนผมที่นั่นตรงนั้น

47:39.231 --> 47:40.274
ไปขึ้นศาลกับผม

47:40.357 --> 47:42.609
มันทำให้ผมมีสมาธิขึ้น

47:43.527 --> 47:45.654
การไต่สวนยาวนานหลายสัปดาห์

47:45.737 --> 47:47.656
มีพยานหลายคน

47:47.739 --> 47:50.117
ฉันอยากเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเจน

47:50.617 --> 47:53.871
เกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนที่เธอรักมากๆ

47:53.954 --> 47:57.207
การได้เห็นภาพที่เกิดเหตุมันหนักหนาเกินไป

47:58.166 --> 47:59.960
มีผู้ก่อเหตุคนหนึ่งบอกว่า

48:00.043 --> 48:03.338
"ตอนผมอยู่กับเจนนิเฟอร์ ผมใช้ปืนเฝ้าเธอไว้

48:03.422 --> 48:06.466
มือผมก็สั่น ผมกลัวมากๆ

48:06.550 --> 48:10.220
ผมแค่อยากออกไปจากตรงนั้น
แล้วปืนมันก็ลั่นขึ้นมา"

48:11.388 --> 48:12.514
ไม่ใช่หรอก

48:13.265 --> 48:16.393
เหตุผลที่เรารู้ก็เพราะแผลที่ศีรษะของเจนนิเฟอร์

48:16.894 --> 48:20.314
แผลกระสุนเป็นแผลจ่อยิงระยะประชิด

48:20.397 --> 48:24.860
อย่ามาบอกว่าคุณมือสั่นแล้วปืนมันลั่นเอง

48:24.943 --> 48:29.740
ไม่ คุณจ่อปืนโดยเจตนาเต็มที่ แล้วคุณก็ยิง

48:32.284 --> 48:33.911
หลักฐานไม่โกหก

48:37.581 --> 48:38.624
คนโกหก

48:39.207 --> 48:40.375
เยอะด้วย

48:40.459 --> 48:42.377
(คดีสังหารหมู่คาร์เนกี เดลี
ผิดทั้งคู่)

48:42.461 --> 48:44.338
(ฆาตกรคาร์เนกีติดคุกคนละ 120 ปี)

48:44.421 --> 48:46.632
(ผู้พิพากษาสั่งขังลืมฆาตกรคาร์เนกี)

48:46.715 --> 48:49.217
ตอนเราได้ยินคำตัดสินคดีคาร์เนกี เดลี

48:49.301 --> 48:54.014
มันก็โล่งใจ แล้วก็รู้สึกภูมิใจด้วย

48:54.097 --> 48:57.184
ผมดีใจมากเพราะความพยายามทุกอย่าง

48:57.267 --> 49:00.687
ดีใจแทนคนที่เสียไป

49:00.771 --> 49:04.066
กับโรสมอนด์และแอนโทนี่ที่ยังอยู่

49:04.149 --> 49:06.401
กับครอบครัวเหยื่อ ครอบครัวทุกคน

49:06.485 --> 49:09.905
ในที่สุดพวกเขาก็ได้เลิกคาใจ

49:10.822 --> 49:12.449
ผมนอนหลับง่ายขึ้นมาก

49:12.532 --> 49:16.328
ที่ได้บอกว่า "คุณจะไม่มีวัน
ได้เห็นเดือนเห็นตะวันอีก"

49:21.375 --> 49:24.586
คนกระโดดโลดเต้นดีใจกันไหม ก็ไม่

49:24.670 --> 49:26.755
มันเป็นวินาทีที่เงียบมาก

49:27.589 --> 49:29.257
ที่ฉันคิดว่าหลายคนก็…

49:29.341 --> 49:30.759
กอดกันร้องไห้

49:30.842 --> 49:33.053
- แบบว่า "โอเค" คือ…
- ใช่

49:33.136 --> 49:34.513
ความยุติธรรมบังเกิดแล้ว

49:41.687 --> 49:45.399
พวกเราหลายคน
ได้รับผลกระทบจากการเสียชีวิตของเจน

49:45.482 --> 49:47.067
แต่เราก็ไม่ได้รู้จักกัน

49:47.150 --> 49:50.028
แต่สุดท้ายเราก็เชื่อมถึงกันได้

49:50.529 --> 49:52.864
ทุกปีหลังเกิดโศกนาฏกรรมนั้น

49:52.948 --> 49:56.952
เราฉลองชีวิตของเจนในวันเกิดเธอ

49:57.035 --> 49:58.662
วันของเจน

49:59.871 --> 50:01.206
เธอเป็นคนดีมากๆ

50:02.708 --> 50:03.959
เธอเป็นคนดีจริงๆ

50:07.129 --> 50:09.256
เออร์มาโทรมาบอกผมเรื่องการตัดสินโทษ

50:09.339 --> 50:12.009
ผมพอใจมากๆ ที่ได้รู้ว่าคนร้ายได้รับโทษ

50:12.092 --> 50:14.177
แต่มันก็…

50:14.261 --> 50:17.180
มันไม่เหมือนได้แชมป์เวิลด์ซีรีส์หรืออะไรแบบนั้น

50:17.264 --> 50:20.142
เราไม่ได้มีความสุข
เพราะมีคนต้องตายเพื่อให้เรื่องนี้เกิดขึ้น

50:20.225 --> 50:22.686
มันแปลกมากๆ ผมไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกยังไง

50:26.690 --> 50:29.943
ตอนมาเป็นตำรวจทีแรก ฉันก็มีอาการแพนิก

50:30.027 --> 50:33.071
ครั้งแรกที่ฉันเกิดอาการ

50:33.155 --> 50:36.658
ฉันเจอสองศพในวันเดียว
ฉันไม่เคยเจอคนตายมาก่อน

50:37.325 --> 50:40.162
สุดท้ายฉันก็ได้รู้วิธีปิดกั้นความรู้สึก

50:40.245 --> 50:43.290
ฉันเห็นภาพสวิตช์อยู่ในหัว

50:43.373 --> 50:45.667
เหมือนสวิตช์ไฟ แล้วฉันก็กด "แป๊ก"

50:45.751 --> 50:48.170
"เปิด ปิด" ฉันเปิดและปิดมันได้

50:49.921 --> 50:51.715
ไม่ใช่ว่าฉันไม่แคร์นะ แต่…

50:52.299 --> 50:54.551
เราควบคุมไม่ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น

50:55.927 --> 50:57.679
เราต้องหัดใช้ชีวิตไปทีละวัน

50:58.513 --> 51:00.265
นั่นคือวิธีใช้ชีวิตของฉัน ทีละวัน

51:03.602 --> 51:06.313
ฆาตกรรมคดีนี้ไร้สาระสิ้นดี

51:06.396 --> 51:08.607
มันทำให้ฉันนึกถึงคดีแรก

51:08.690 --> 51:12.736
ที่ฉันได้เข้าใจจริงๆ ว่าคนเราเลวได้แค่ไหน

51:13.403 --> 51:16.615
นั่นคือคดีไมเคิล แมคมอร์โรว์ ปี 1997

51:17.783 --> 51:18.992
มันโหดร้ายมาก

51:21.286 --> 51:22.788
เกินเหตุไปเยอะมาก

51:23.371 --> 51:26.500
เป็นที่เกิดเหตุที่สะเทือนขวัญที่สุด
ครั้งหนึ่งที่ฉันเคยเห็น

51:27.167 --> 51:28.919
ฉันเห็นมาหลายพันคดีแล้วนะ

51:32.380 --> 51:34.341
(ปี 2003)

51:35.801 --> 51:38.970
(ปี 1997)

51:42.349 --> 51:46.645
เราได้รับแจ้งเหตุคนหาย
บ้านเลขที่ 115 ตรงเซ็นทรัลพาร์ก ฝั่งตะวันตก

51:47.771 --> 51:49.606
นั่นเป็นตึกที่หรูหรามาก

51:50.357 --> 51:54.569
เราเห็นเด็กหนุ่มกับเด็กสาวในอ่างอาบน้ำ

51:54.653 --> 51:56.696
แช่น้ำล้างตัวให้กันอยู่

51:57.405 --> 52:00.659
ถึงจังหวะนั้นมันจะกระอักกระอ่วน

52:01.409 --> 52:03.411
แต่เขาก็สังเกตเห็นเลือด

52:04.037 --> 52:06.623
เด็กสาวบอกว่า "มีศพอยู่ในทะเลสาบ"

52:06.706 --> 52:09.334
ศพในทะเลสาบ ถามจริง โอกาสมีแค่ไหนเชียว

52:10.502 --> 52:12.921
ศพไมเคิล แมคมอร์โรว์วัย 44 ปี

52:13.004 --> 52:15.757
ถูกดึงขึ้นจากทะเลสาบในเซ็นทรัลพาร์ก นิวยอร์ก

52:15.841 --> 52:20.137
ผู้ตายถูกแทง 30 แผล กรีดท้อง คว้านไส้

52:20.220 --> 52:24.099
ทำไมถึงมีคนอยากทำลายเขาแบบนั้น

52:24.182 --> 52:26.434
ทำไม

53:10.770 --> 53:14.399
คำบรรยายโดย วรากรณ์ จันทา
บบนั้น
