WEBVTT

00:00:07.799 --> 00:00:09.342 align:center
(บนเกาะแมนแฮตทัน)

00:00:09.426 --> 00:00:12.554 align:center
(มีตำรวจสืบสวนสองหน่วย
ที่ทำคดีฆาตกรรมโดยเฉพาะ)

00:00:12.637 --> 00:00:14.764 align:center
(แมนแฮตทันเหนือและแมนแฮตทันใต้)

00:00:14.848 --> 00:00:18.143 align:center
(พวกเขาสืบสวนคดีฆาตกรรม
ที่โหดร้ายและยากต่อการสืบที่สุด)

00:00:18.226 --> 00:00:21.396 align:center
(นี่คือเรื่องราวของพวกเขา)

00:00:31.489 --> 00:00:32.949 align:center
(ปี 1997)

00:00:37.620 --> 00:00:41.291 align:center
(วันที่ 23 พฤษภาคม ปี 1997)

00:00:43.460 --> 00:00:45.587 align:center
คืนวันศุกร์ สัปดาห์วันรำลึกถึงผู้พลีชีพเพื่อชาติ

00:00:46.254 --> 00:00:50.341 align:center
เราได้รับแจ้งเหตุคนหาย
บ้านเลขที่ 115 ตรงเซ็นทรัลพาร์ก ฝั่งตะวันตก

00:00:50.425 --> 00:00:51.676 align:center
(มาเจสติกอะพาร์ตเมนต์)

00:00:51.760 --> 00:00:53.428 align:center
ตึกนั้นชื่อมาเจสติก

00:00:54.262 --> 00:00:56.222 align:center
นั่นเป็นตึกที่หรูหรามาก

00:00:56.723 --> 00:00:59.934 align:center
มาเจสติกมีสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่างครบ

00:01:00.435 --> 00:01:02.187 align:center
มียามเฝ้าประตู มีแผนกต้อนรับ

00:01:02.270 --> 00:01:06.900 align:center
ทุกอย่างที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตในแวดวงสังคมนั้น

00:01:08.193 --> 00:01:09.819 align:center
เราไปที่นั่น

00:01:09.903 --> 00:01:11.696 align:center
เราได้พบคุณอับเดลา

00:01:11.780 --> 00:01:14.616 align:center
เขาบอกว่าแดฟนี อับเดลา
ลูกสาวเขายังไม่กลับบ้าน

00:01:15.450 --> 00:01:19.037 align:center
ลี เฟอร์แมนเริ่มสอบปากคำพ่อว่าเกิดอะไรขึ้น

00:01:19.788 --> 00:01:22.290 align:center
ยามเฝ้าประตูบอกว่า "เธอไม่หายไปไหนหรอก

00:01:22.373 --> 00:01:25.293 align:center
เธออยู่ในห้องน้ำข้างหลังล็อบบี้"

00:01:26.252 --> 00:01:28.171 align:center
ยามเฝ้าประตูก็ชี้ทางไปห้องนั้น

00:01:29.506 --> 00:01:31.841 align:center
พอคุณอับเดลาเปิดประตู

00:01:31.925 --> 00:01:35.053 align:center
เราเห็นเด็กหนุ่มกับเด็กสาว

00:01:35.136 --> 00:01:37.931 align:center
ในอ่างอาบน้ำ แช่น้ำล้างตัวให้กันอยู่

00:01:38.640 --> 00:01:41.476 align:center
นี่คือแดฟนี อับเดลากับแฟน คริส

00:01:42.393 --> 00:01:45.688 align:center
ในหัวผมก็คิดว่า "เด็กจู๋จี๋กัน อยู่ในอ่างอาบน้ำ"

00:01:47.357 --> 00:01:50.610 align:center
ถึงจังหวะนั้นมันจะกระอักกระอ่วน

00:01:51.444 --> 00:01:53.154 align:center
แต่เขาก็สังเกตเห็นเลือด

00:01:54.072 --> 00:01:56.616 align:center
ผมถามเรื่องเลือด แดฟนีบอกว่า

00:01:56.699 --> 00:01:58.743 align:center
"หนูหัวแตกเพราะเล่นโรลเลอร์เบลด"

00:01:58.827 --> 00:02:00.787 align:center
เลือดมันก็ไม่เยอะมากขนาดที่ว่า

00:02:00.870 --> 00:02:02.914 align:center
"มีบางอย่างเกิดขึ้น เกิดเรื่องแล้ว"

00:02:02.997 --> 00:02:04.374 align:center
เธออาจจะล้มก็ได้

00:02:04.457 --> 00:02:07.627 align:center
แต่ผมก็สังเกตว่าคริสก็มีแผลเหนือคิ้ว

00:02:07.710 --> 00:02:10.130 align:center
แต่ก็เป็นแผลเล็กๆ เหมือนกัน ไม่ได้ร้ายแรง

00:02:11.047 --> 00:02:13.550 align:center
ผมดูออกว่าเธอโกรธที่เราไปที่นั่น

00:02:13.633 --> 00:02:16.177 align:center
เธอขึ้นเสียงใส่พ่อ "พ่อเรียกตำรวจมาทำไม

00:02:16.261 --> 00:02:18.096 align:center
หนูเกลียดพวกหมาต๋า เกลียดพวกตำหนวด"

00:02:18.805 --> 00:02:22.350 align:center
แล้วแดฟนี่ก็ขึ้นเสียงว่า
"ออกไปได้แล้ว ปิดประตูด้วย"

00:02:25.854 --> 00:02:27.522 align:center
ตอนนั้น คุณอับเดลาบอกว่า

00:02:27.605 --> 00:02:30.775 align:center
"ผมโอเคแล้ว ทุกอย่างเรียบร้อย
ผมจะพาเด็กๆ ขึ้นห้อง"

00:02:31.276 --> 00:02:32.402 align:center
เราก็เลยออกมา

00:02:33.236 --> 00:02:36.239 align:center
ก่อนที่ลี เฟอร์แมนจะไปไกลจากมาเจสติก

00:02:36.322 --> 00:02:38.032 align:center
เขาก็ได้ยินเสียงแจ้งเหตุทางวิทยุ

00:02:38.616 --> 00:02:42.036 align:center
ว่ามีคนแจ้งพบศพในเซ็นทรัลพาร์ก

00:02:42.120 --> 00:02:44.122 align:center
สายแจ้งมาจากตึกมาเจสติก

00:02:44.205 --> 00:02:45.999 align:center
(บ้านแดฟนี - เซ็นทรัลพาร์ก)

00:02:46.082 --> 00:02:48.960 align:center
ผมตอบวิทยุแล้วบอกว่า
"เราเพิ่งไปที่นั่นมา เรารับคดีนี้เอง"

00:02:50.044 --> 00:02:51.671 align:center
แล้วเราก็กลับไปมาเจสติก

00:02:52.589 --> 00:02:54.841 align:center
แล้วคนที่แจ้งตำรวจก็คือแดฟนี อับเดลาเอง

00:02:57.260 --> 00:02:59.387 align:center
เธอเรียกเราเข้าห้อง

00:02:59.888 --> 00:03:04.809 align:center
ผมเข้าไป เธอก็บอกว่า "มีศพอยู่ในทะเลสาบ"

00:03:04.893 --> 00:03:07.979 align:center
ศพในทะเลสาบ ถามจริง โอกาสมีแค่ไหนเชียว

00:03:10.315 --> 00:03:13.359 align:center
นี่เป็นอาชญากรรมโฉด

00:03:13.443 --> 00:03:15.028 align:center
เกินเหตุไปเยอะมาก

00:03:16.446 --> 00:03:19.866 align:center
ใครจะอยากทำร้ายคนอื่นอย่างโหดเหี้ยมขนาดนั้น

00:03:19.949 --> 00:03:21.201 align:center
ทำไม

00:03:26.664 --> 00:03:29.459 align:center
ทุกคดีทำลายจิตวิญญาณของเราทีละน้อย

00:03:32.128 --> 00:03:36.049 align:center
คุณทำงานนี้ไม่ได้ ถ้าไม่ได้ใส่ใจจริงๆ

00:03:38.134 --> 00:03:39.969 align:center
เราอยากสืบหาความจริง

00:03:41.471 --> 00:03:43.056 align:center
นั่นคือหน้าที่ของตำรวจสืบสวน

00:03:43.640 --> 00:03:47.769 align:center
ผมชอบเสมอที่ได้แอบดูหลังฉาก
จริงๆ เกิดอะไรขึ้นกันแน่

00:03:48.353 --> 00:03:52.023 align:center
สิ่งสำคัญมากๆ ของครอบครัว
คือได้รู้ว่าใครฆ่าญาติของพวกเขา

00:03:52.106 --> 00:03:53.149 align:center
นั่นคืองานของฉัน

00:03:53.733 --> 00:03:58.029 align:center
ในนิวยอร์กซิตี กรมตำรวจนิวยอร์ก

00:04:00.990 --> 00:04:02.200 align:center
หน่วยนี้เท่านั้น

00:04:02.951 --> 00:04:06.537 align:center
(Homicide: เจาะลึกคดีฆาตกรรม
นิวยอร์ก)

00:04:22.804 --> 00:04:28.476 align:center
เซ็นทรัลพาร์กเป็นสถานที่สำคัญ
ต่อหัวใจของนิวยอร์กซิตี

00:04:29.852 --> 00:04:32.647 align:center
มันไม่ใช่แค่สวนสาธารณะที่เราจะนึกถึง…

00:04:32.730 --> 00:04:34.399 align:center
สนามหญ้าใหญ่ๆ

00:04:34.482 --> 00:04:37.777 align:center
หรือสนามเบสบอลสักสองสนาม
กับพื้นที่สนามเด็กเล่น

00:04:39.320 --> 00:04:40.613 align:center
มันเป็นมากกว่านั้นเยอะ

00:04:41.906 --> 00:04:44.200 align:center
เราทุกคนอยู่ในคอนกรีต

00:04:44.701 --> 00:04:46.536 align:center
เราเดินบนคอนกรีต

00:04:47.578 --> 00:04:50.665 align:center
บ้านเราอยู่สูงบนฟ้า ห่างไกลธรรมชาติ

00:04:51.708 --> 00:04:55.378 align:center
เซ็นทรัลพาร์กสำหรับชาวนิวยอร์ก
จึงเป็นมากกว่าสวนหลังบ้าน

00:04:55.461 --> 00:04:56.713 align:center
มันคือโอเอซิส

00:05:00.883 --> 00:05:04.137 align:center
แต่เซ็นทรัลพาร์กเป็นของชาวนิวยอร์กทุกคน

00:05:04.220 --> 00:05:07.223 align:center
ไม่ใช่แค่คนดี แต่คนเลวก็ด้วย

00:05:08.933 --> 00:05:12.353 align:center
เซ็นทรัลพาร์กเคยอันตรายมากในยุค 70-80

00:05:12.437 --> 00:05:14.814 align:center
ฉันเคยไม่ไปที่นั่นตอนกลางคืนเลย

00:05:14.897 --> 00:05:20.236 align:center
นั่นคือยุคที่เราเจอฆาตกรรมปีละ 2,500 คดี

00:05:20.320 --> 00:05:22.405 align:center
หลายคดีเกิดขึ้นในเซ็นทรัลพาร์ก

00:05:24.240 --> 00:05:26.409 align:center
พอถึงปลายยุค 1990

00:05:27.118 --> 00:05:29.537 align:center
เมืองก็ปลอดภัยขึ้นอย่างชัดเจน

00:05:29.620 --> 00:05:33.833 align:center
ทุกข้อบ่งชี้เรื่องอาชญากรรม
ความปลอดภัยสาธารณะ

00:05:33.916 --> 00:05:36.210 align:center
กำลังไปในแนวทางที่ถูกต้อง

00:05:37.253 --> 00:05:40.965 align:center
ตอนที่เมืองเริ่มจะฟื้นฟู อะไรๆ เริ่มจะดีขึ้น

00:05:41.049 --> 00:05:43.468 align:center
เซ็นทรัลพาร์กก็ดีขึ้นด้วย

00:05:43.551 --> 00:05:46.179 align:center
แต่ก็มีคดีที่นั่นคดีหนึ่ง

00:05:46.679 --> 00:05:48.389 align:center
ที่ต้องใช้กำลังตำรวจทั้งกรม

00:05:49.057 --> 00:05:51.934 align:center
ถ้ามีใครเป็นอะไรที่เซ็นทรัลพาร์ก
แม้แต่นิดเดียว ก็จะ…

00:05:52.018 --> 00:05:55.688 align:center
"ให้ตายสิ ทุกคนต้องไปสืบว่าเกิดอะไรขึ้น"

00:05:55.772 --> 00:05:59.400 align:center
พอมีคนถูกฆ่า มันก็เลยเป็นเรื่องใหญ่

00:06:02.528 --> 00:06:06.866 align:center
(วันที่ 23 พฤษภาคม ปี 1997)

00:06:06.949 --> 00:06:09.911 align:center
วันที่ 23 พฤษภาคม ปี 1997

00:06:09.994 --> 00:06:13.331 align:center
ผมเป็นผู้ช่วยอัยการ เพิ่งเข้าปีที่ห้า

00:06:14.165 --> 00:06:20.338 align:center
ผมเริ่มติดรถไปกับ
ผู้ช่วยอัยการอาวุโสในคดีฆาตกรรม

00:06:20.421 --> 00:06:25.343 align:center
แปลว่าผมกำลังได้รับการฝึก
ให้สืบสวนและส่งฟ้องคดีฆาตกรรม

00:06:25.426 --> 00:06:28.346 align:center
ช่วงระหว่างตีสามถึงตีสี่

00:06:29.055 --> 00:06:33.559 align:center
ผมจำได้ว่าโดนปลุกด้วยเสียงเพจเจอร์

00:06:34.185 --> 00:06:37.313 align:center
แล้วผมก็เพิ่งย้ายมาอยู่ห้องเช่า

00:06:37.397 --> 00:06:39.315 align:center
ผมก็เลยยังไม่มีโทรศัพท์บ้าน

00:06:40.566 --> 00:06:43.820 align:center
ผมเลยต้องออกไปบนถนน

00:06:43.903 --> 00:06:47.073 align:center
หาตู้โทรศัพท์ แล้วกดเบอร์โทรกลับ

00:06:47.657 --> 00:06:50.952 align:center
ปลายสายบอกผมว่า

00:06:51.035 --> 00:06:54.038 align:center
"เกิดเรื่องวุ่นวายที่เซ็นทรัลพาร์ก"

00:06:54.122 --> 00:06:58.000 align:center
แต่ความจริงมันร้ายแรงกว่านั้นมาก

00:07:03.339 --> 00:07:04.549 align:center
ตอนนั้นเช้าตรู่

00:07:04.632 --> 00:07:07.176 align:center
เราได้รับแจ้งจากศูนย์กระจายกำลังกลางคืน

00:07:07.260 --> 00:07:10.221 align:center
เขาบอกว่า "มีศพลอยอยู่
ในทะเลสาบเซ็นทรัลพาร์ก"

00:07:11.055 --> 00:07:14.559 align:center
ผมเป็นผู้บังคับบัญชา
หน่วยตำรวจกลางคืนของแผนกสืบสวนแมนแฮตทัน

00:07:14.642 --> 00:07:17.186 align:center
งานของเราคือตั้งขอบเขตที่เกิดเหตุ

00:07:17.270 --> 00:07:21.065 align:center
แล้วส่งงานต่อให้สายสืบที่เข้ามาทำคดี

00:07:21.149 --> 00:07:22.442 align:center
ผมไปถึงที่เกิดเหตุ

00:07:22.525 --> 00:07:26.946 align:center
ตรงฝั่งตะวันตกของเซ็นทรัลพาร์ก
ใกล้กับสตรอว์เบอร์รีฟีลด์

00:07:27.029 --> 00:07:28.322 align:center
(เซ็นทรัลพาร์ก)

00:07:28.406 --> 00:07:33.119 align:center
เราเจอรอยเลือด
ยาวประมาณ 12-15 เมตรไปถึงศาลา

00:07:33.202 --> 00:07:34.787 align:center
เราตามรอยเลือดไป

00:07:34.871 --> 00:07:37.206 align:center
ผมเดินไปที่ทะเลสาบ

00:07:37.290 --> 00:07:38.624 align:center
ในทะเลสาบนั้น

00:07:40.001 --> 00:07:43.880 align:center
มีศพมนุษย์ลอยโผล่หัวขึ้นมา

00:07:46.340 --> 00:07:47.967 align:center
ตอนเห็นที่เกิดเหตุครั้งแรก

00:07:48.050 --> 00:07:53.931 align:center
ความรู้สึกผมคือบรรยากาศมันขัดแย้งกันมากๆ

00:07:54.765 --> 00:07:58.478 align:center
ทะเลสาบนั้นอยู่กลางสวนที่แสนสวย

00:07:58.561 --> 00:08:03.191 align:center
แต่สิ่งที่ผมได้เห็นในที่เกิดเหตุ

00:08:05.109 --> 00:08:08.946 align:center
คือสิ่งที่โหดร้ายที่สุดสิ่งหนึ่งที่ผมเคยเห็น

00:08:10.531 --> 00:08:12.992 align:center
(6.00 น. สามชั่วโมงครึ่งหลังพบศพ)

00:08:13.075 --> 00:08:18.414 align:center
ฉันไปที่เกิดเหตุ
เพื่อไปตรวจศพผู้ตายในที่เกิดเหตุ

00:08:18.498 --> 00:08:19.832 align:center
ในสถานการณ์จริง

00:08:21.167 --> 00:08:24.212 align:center
ที่เกิดเหตุส่วนใหญ่จำกัดอยู่พื้นที่เดียว

00:08:24.295 --> 00:08:27.715 align:center
ในคดีนี้ เรามีทางเดินเข้าไปในสวน

00:08:27.798 --> 00:08:29.383 align:center
ที่มีเลือดหยดอยู่

00:08:30.009 --> 00:08:33.804 align:center
ตรงข้างศาลาก็มีกองเลือด

00:08:34.514 --> 00:08:35.973 align:center
ศพอยู่ในทะเลสาบ

00:08:37.141 --> 00:08:40.269 align:center
ฉันมองไปที่ริมน้ำ

00:08:40.353 --> 00:08:43.397 align:center
ที่ลอยอยู่ท่ามกลางต้นกก

00:08:44.815 --> 00:08:48.694 align:center
คือผู้ชายผิวซีด

00:08:49.612 --> 00:08:51.322 align:center
ซากศพผู้ชาย

00:08:52.532 --> 00:08:54.659 align:center
ฉันเดินเข้าไปใกล้ๆ

00:08:56.118 --> 00:08:59.956 align:center
แล้วก็เห็นว่าเขาถูกปาดช่องท้อง

00:09:00.039 --> 00:09:02.708 align:center
แล้วลำไส้เขาก็ลอยอยู่ในน้ำ

00:09:03.584 --> 00:09:08.422 align:center
ผมเห็นศพมาหลายร้อยตอนอยู่กรมตำรวจนิวยอร์ก

00:09:09.090 --> 00:09:12.426 align:center
นี่เป็นศพไส้ลอยศพเดียวที่ผมเคยเห็น

00:09:13.094 --> 00:09:14.428 align:center
ภาพมันติดตาผมเลย

00:09:15.471 --> 00:09:17.682 align:center
ข้อมือเขาถูกสับ

00:09:17.765 --> 00:09:21.519 align:center
มือขวาเขาห้อย จะขาดอยู่แล้ว

00:09:22.103 --> 00:09:26.524 align:center
เขามีแผลถูกฟัน ถูกคว้าน ถูกแทงหลายแผล

00:09:27.316 --> 00:09:28.693 align:center
คิดเลยว่า "เกินกว่าเหตุ"

00:09:29.318 --> 00:09:33.698 align:center
การฆ่าโดยเกินกว่าเหตุ
หมายถึงบันดาลโทสะ มีความโกรธ เดือดดาล

00:09:35.283 --> 00:09:39.245 align:center
ฆาตกรรมทุกคดีเป็นเรื่องเลวร้าย
และทุกที่เกิดเหตุฆาตกรรม

00:09:39.328 --> 00:09:44.458 align:center
ก็น่าตกใจ ชวนอ่อนไหว และทำใจยาก

00:09:44.959 --> 00:09:46.711 align:center
แต่มันก็มีความหลากหลาย

00:09:46.794 --> 00:09:49.922 align:center
ฆาตกรรมที่ก่อเหตุด้วยมีด

00:09:50.006 --> 00:09:53.843 align:center
มักจะเป็นคดีที่โหดที่สุด

00:09:54.427 --> 00:09:56.137 align:center
ณ จุดนั้นของอาชีพ

00:09:56.220 --> 00:09:59.098 align:center
นี่คือที่เกิดเหตุฆาตกรรมคดีที่สองที่ผมได้ไปดู

00:09:59.181 --> 00:10:04.020 align:center
การได้สัมผัสอะไรแบบนั้นตั้งแต่แรกๆ

00:10:04.103 --> 00:10:07.398 align:center
มันเหมือนได้รับศีลจุ่มด้วยไฟเลยล่ะ

00:10:15.364 --> 00:10:19.577 align:center
ตอนนั้นผมเป็นตำรวจสืบสวนระดับสาม
ทำงานในหน่วยสืบสวนฆาตกรรมแมนแฮตทันเหนือ

00:10:19.660 --> 00:10:22.204 align:center
ผมอยู่หน่วยนั้นมาเกือบสี่ปีแล้ว

00:10:23.331 --> 00:10:27.710 align:center
วันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม ปี 1997
ผมไม่ได้มีเข้าเวรตอนกลางวัน

00:10:27.793 --> 00:10:32.506 align:center
ผมไปถึงโรงพักแต่เช้าเพื่อเตรียมขึ้นศาลในเมือง

00:10:32.590 --> 00:10:35.343 align:center
ผมไปถึงออฟฟิศตอนประมาณแปดโมงเช้า

00:10:35.426 --> 00:10:39.805 align:center
ผู้หมวดมองผมแล้วบอกว่า
"ฟังนะ มีคดีฆาตกรรมที่สวน

00:10:39.889 --> 00:10:42.975 align:center
คุณต้องเข้าเมืองมาดู
ยกเลิกนัดขึ้นศาลเลย ตามเรามา"

00:10:44.268 --> 00:10:48.648 align:center
ผมทราบมาว่าคนจาก
หน่วยสืบฆาตกรรมแมนแฮตทันเหนือ

00:10:48.731 --> 00:10:49.774 align:center
จะถูกมอบหมายคดีนี้

00:10:50.691 --> 00:10:54.236 align:center
แล้วร็อบ มูนีย์ก็มา

00:10:54.320 --> 00:10:56.822 align:center
ทันทีที่เขาเริ่มพูด

00:10:57.698 --> 00:10:59.241 align:center
ผมก็รู้เลยว่าใครคุม

00:11:01.077 --> 00:11:04.413 align:center
ผู้ชายคนนี้สูง 196 เซนติเมตร

00:11:04.497 --> 00:11:06.916 align:center
เขาหัวโตมาก

00:11:07.500 --> 00:11:11.128 align:center
แล้วก็ทำผมทรงร็อกสตาร์ยุค 70

00:11:11.212 --> 00:11:13.756 align:center
ไว้หนวดแบบยุค 70

00:11:14.548 --> 00:11:18.594 align:center
ท่าทางเหมือนสมาชิกที่หายไป
ของวงออลแมนบราเธอร์สแบนด์

00:11:19.470 --> 00:11:22.431 align:center
เขาชอบติดเข็มเกรตฟูลเดดบนอกเสื้อ

00:11:23.766 --> 00:11:26.018 align:center
แฟนพันธุ์แท้เลย เขาชอบเกรตฟูลเดด

00:11:29.105 --> 00:11:32.858 align:center
ผมไปดูวงนี้มาเกือบ 300 ครั้งในชีวิต

00:11:33.567 --> 00:11:38.739 align:center
ความหลากหลายในกลุ่มนั้นช่วยผมได้เยอะมากๆ

00:11:38.823 --> 00:11:41.826 align:center
เรื่องการไม่ตัดสินคน

00:11:42.368 --> 00:11:44.620 align:center
เราจะตัดสินคนจากภายนอกไม่ได้

00:11:44.704 --> 00:11:47.456 align:center
ในคดีนี้ นั่นคือความจริง

00:11:52.128 --> 00:11:54.004 align:center
(2.30 น. พบศพ)

00:11:54.880 --> 00:11:58.926 align:center
(8.00 น. สายสืบมูนีย์มาถึงที่เกิดเหตุ)

00:12:00.594 --> 00:12:02.012 align:center
(กรมตำรวจนิวยอร์ก)

00:12:03.305 --> 00:12:05.182 align:center
ผู้ตายไม่มีกระเป๋าสตางค์

00:12:05.766 --> 00:12:09.019 align:center
แต่เราก็เจอเอกสารบางอย่าง

00:12:09.562 --> 00:12:12.314 align:center
มีชื่อเขาอยู่ ไมเคิล แมคมอร์โรว์

00:12:12.398 --> 00:12:13.482 align:center
(ไมเคิล แมคมอร์โรว์)

00:12:13.566 --> 00:12:17.820 align:center
เราได้รู้ว่าไมเคิลอายุ 44 ปี

00:12:17.903 --> 00:12:21.157 align:center
อาศัยอยู่ในแมนแฮตทันกับแม่

00:12:21.240 --> 00:12:25.077 align:center
เขาทำงานในบริษัทอสังหาฯ

00:12:25.161 --> 00:12:29.123 align:center
วันนี้ คดีฆ่าหนุ่มโหดในเซ็นทรัลพาร์ก
นิวยอร์ก ยังคงมีปริศนารอบด้าน

00:12:29.206 --> 00:12:32.752 align:center
แมคมอร์โรว์ถูกฟันมากกว่า 50 แผล ถูกปาดคอ

00:12:32.835 --> 00:12:37.214 align:center
เราได้ยินเลยว่าสื่อโหมมาทำข่าว

00:12:37.298 --> 00:12:38.799 align:center
เพราะในนิวยอร์กซิตี

00:12:38.883 --> 00:12:41.677 align:center
ทุกอย่างที่เกิดในเซ็นทรัลพาร์กเป็นข่าวเด่นเสมอ

00:12:47.349 --> 00:12:51.896 align:center
พอเห็นขนาดตัวผู้ตาย เขาสูงกว่า 183

00:12:51.979 --> 00:12:54.523 align:center
น้ำหนักก็น่าจะเกิน 90 กิโล

00:12:54.607 --> 00:12:59.403 align:center
การที่จะมีคนไปฆ่าฟัน

00:13:00.446 --> 00:13:02.072 align:center
หั่นคนอย่างเขาเป็นชิ้นๆ ได้

00:13:02.948 --> 00:13:05.576 align:center
เรื่องนี้มันมากกว่าที่เห็น ผมไม่เข้าใจเลยจริงๆ

00:13:06.660 --> 00:13:08.662 align:center
สภาพศพผู้ตาย

00:13:08.746 --> 00:13:12.041 align:center
กับระดับความรุนแรงของการบาดเจ็บ

00:13:12.625 --> 00:13:15.628 align:center
เป็นข้อบ่งชี้ชัดเจนว่า
นี่ไม่ใช่การก่อเหตุรุนแรงแบบไม่เลือกหน้า

00:13:16.212 --> 00:13:19.965 align:center
นี่ไม่ใช่การปล้นที่เลยเถิด

00:13:20.049 --> 00:13:25.012 align:center
ปริศนาก็คือวิธีการของคดีที่เกิดขึ้น

00:13:28.808 --> 00:13:31.268 align:center
(8.00 น. สายสืบมูนีย์มาถึงที่เกิดเหตุ)

00:13:31.936 --> 00:13:35.940 align:center
(2.00 น. เจ้าหน้าที่เฟอร์แมน
กลับไปที่มาเจสติก)

00:13:36.023 --> 00:13:37.858 align:center
ผมอยู่ภายในอะพาร์ตเมนต์

00:13:37.942 --> 00:13:39.735 align:center
ตอนนั้นตีสองแล้ว

00:13:40.319 --> 00:13:44.073 align:center
หลังจากคริสกลับไป แดฟนีก็โทรหาเรา

00:13:44.156 --> 00:13:46.242 align:center
เธอบอกว่า "หนูกลัวคริส

00:13:46.325 --> 00:13:48.536 align:center
หนูไม่อยากพูดอะไรตอนเขาอยู่"

00:13:49.620 --> 00:13:52.498 align:center
แดฟนีบอกว่าเธออยู่ในสวนกับแฟน คริส

00:13:52.581 --> 00:13:54.667 align:center
ทั้งคู่ไปเที่ยวกัน ไปเดินเล่น

00:13:54.750 --> 00:13:58.337 align:center
แล้วคริสก็คลั่งไป เขาฆ่าคนตาย

00:13:58.838 --> 00:14:02.883 align:center
ระหว่างที่แดฟนีกำลังพูด
คุณอับเดลาก็เดินหนีไปแบบ…

00:14:02.967 --> 00:14:05.886 align:center
ผมมองเขา เขาเดินหนีไป
ผมก็แบบ "นี่ลูกสาวคุณนะ

00:14:05.970 --> 00:14:09.139 align:center
จะไม่พูดอะไรเลยเหรอ
ไม่ห้ามลูกพูดเลยหรือไง"

00:14:09.223 --> 00:14:11.642 align:center
แต่ก็นะ เขาอาจจะชินแล้ว

00:14:12.476 --> 00:14:15.187 align:center
ในใจผม ผมคิดว่า "เธอล้อผมเล่นแน่

00:14:15.271 --> 00:14:17.523 align:center
เธออายุ 15 เธอยังเด็ก"

00:14:18.023 --> 00:14:21.485 align:center
เธออาจเจอเรื่องเดือดร้อน
ก็เลยอยากสร้างปัญหาให้พ่อ

00:14:22.528 --> 00:14:25.739 align:center
ผมไม่ได้ถามอะไรเธอ
แล้วเธอก็บอกข้อมูลออกมา

00:14:27.616 --> 00:14:30.286 align:center
แล้วเธอก็บอกว่า "หนูพยายามทำซีพีอาร์ให้เขา"

00:14:30.369 --> 00:14:33.455 align:center
เธอพยายามช่วย แทนที่จะมีส่วนก่อเหตุ

00:14:33.539 --> 00:14:36.250 align:center
เธอบอกว่า "คริสทำนี่ คริสทำนั่น"

00:14:36.333 --> 00:14:38.335 align:center
ไม่มี "หนู" ไม่มีอะไรที่ "หนูทำ" เลย

00:14:39.336 --> 00:14:43.632 align:center
พอคริสบอกให้กำจัดศพ

00:14:44.216 --> 00:14:47.303 align:center
เธอก็บอกว่า
"คริส เธอน่าจะคว้านไส้ แล้วจับถ่วงทะเลสาบ

00:14:47.928 --> 00:14:49.013 align:center
พยายามทำลายหลักฐาน"

00:14:50.264 --> 00:14:53.058 align:center
การได้เห็นเหตุการณ์แบบนั้นน่าจะทำให้ช็อก

00:14:53.642 --> 00:14:57.271 align:center
แต่ท่าทีของเธอก็ปกติ ผ่อนคลายมากๆ

00:14:58.606 --> 00:15:02.776 align:center
ลี เฟอร์แมนให้สายตรวจ
จากสถานีตำรวจเซ็นทรัลพาร์ก

00:15:02.860 --> 00:15:08.616 align:center
ไปดูที่สวน แล้วก็พบศพลอยอยู่ในทะเลสาบ

00:15:10.743 --> 00:15:14.288 align:center
เรื่องนั้นเปลี่ยนบรรยากาศ
ในอะพาร์ตเมนต์ไปเลย

00:15:14.371 --> 00:15:15.831 align:center
(2.30 น. พบศพ)

00:15:15.915 --> 00:15:18.292 align:center
(2.00 น. เจ้าหน้าที่เฟอร์แมน
กลับไปที่มาเจสติก)

00:15:19.335 --> 00:15:20.336 align:center
(8.00 น. มูนีย์มาถึง)

00:15:20.419 --> 00:15:22.880 align:center
(9.00 น. ที่เกิดเหตุ)

00:15:27.551 --> 00:15:31.722 align:center
หลังจากลี เฟอร์แมนได้รับแจ้งเหตุ
ทาง 911 จากอะพาร์ตเมนต์ของแดฟนี

00:15:31.805 --> 00:15:35.935 align:center
เราก็มีเหตุผลชัดเจนให้เชื่อว่า
คริสโตเฟอร์มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง

00:15:37.519 --> 00:15:41.106 align:center
เช้าวันนั้น ด้วยเบาะแสนั้น

00:15:41.190 --> 00:15:43.692 align:center
ตำรวจเลยไปที่อะพาร์ตเมนต์
ของคริสโตเฟอร์ วาสเกซ

00:15:43.776 --> 00:15:49.323 align:center
แล้วจับกุมเขาข้อหา
ฆาตกรรมไมเคิล แมคมอร์โรว์

00:15:50.282 --> 00:15:52.368 align:center
เขาต้องไปลงบันทึก

00:15:52.451 --> 00:15:55.496 align:center
ผู้หมวดตอนนั้นบอกผมว่า

00:15:56.080 --> 00:15:58.958 align:center
"จัดเน็กไท คุณต้องเดินพาเขาไปขึ้นรถ"

00:16:00.042 --> 00:16:02.461 align:center
ตอนผมมองคริส วาสเกซครั้งแรก

00:16:02.544 --> 00:16:07.675 align:center
ผมก็ช็อกนิดหน่อย เพราะเขาดูเหมือนเด็กเล็ก

00:16:07.758 --> 00:16:10.886 align:center
ผมรู้ว่าเขาอายุ 15 แต่หน้าเขาเหมือนเพิ่ง 12

00:16:11.512 --> 00:16:15.975 align:center
แล้วเขาก็มีบาดแผล
ที่ด้านข้างของใบหน้า และที่มือ

00:16:16.475 --> 00:16:21.605 align:center
เห็นแบบนั้นแล้วผมยิ่งกังวล

00:16:21.689 --> 00:16:24.066 align:center
ว่าเหตุการณ์จริงเป็นยังไงแน่

00:16:24.149 --> 00:16:27.236 align:center
เพราะผมดูแล้วไม่น่าเป็นไปได้

00:16:27.319 --> 00:16:30.864 align:center
ที่เขาจะเป็นผู้ก่อเหตุเพียงคนเดียว

00:16:30.948 --> 00:16:33.033 align:center
ที่สร้างความวุ่นวายในที่เกิดเหตุ

00:16:33.909 --> 00:16:38.038 align:center
สิ่งที่เราไม่รู้จริงๆ คือแดฟนีเป็นอะไรกันแน่

00:16:38.122 --> 00:16:44.086 align:center
จากการที่เธอวางตัวเองเป็นพยาน

00:16:44.169 --> 00:16:49.633 align:center
แต่พยานส่วนใหญ่ที่เห็นคดีโหดเหี้ยม

00:16:49.717 --> 00:16:53.971 align:center
จะไม่เสนอตัวเข้าไปแนะนำว่าให้คว้านไส้ผู้ตาย

00:16:54.054 --> 00:16:55.764 align:center
เพื่อทิ้งศพลงในทะเลสาบ

00:16:56.348 --> 00:16:59.768 align:center
แดฟนี อับเดลาเลยถูกจับกุมด้วย

00:16:59.852 --> 00:17:02.521 align:center
ในเวลาเที่ยงครึ่งของวันที่ 23 พฤษภาคม

00:17:03.814 --> 00:17:07.151 align:center
เราทวนเหตุการณ์ใหม่
เพื่อจะเอาคำให้การจากเธอ

00:17:07.234 --> 00:17:08.610 align:center
เราอยากสอบปากคำเธอ

00:17:08.694 --> 00:17:11.822 align:center
พ่อก็เข้ามาพูดแทน

00:17:12.740 --> 00:17:15.200 align:center
บอกว่าไม่ยอมคุยกับเรา

00:17:16.660 --> 00:17:20.748 align:center
ครั้งแรกที่ผมเห็นแดฟนี อับเดลา เธอเป็นเด็ก

00:17:20.831 --> 00:17:21.832 align:center
ตัวเล็กนิดเดียว

00:17:22.958 --> 00:17:28.255 align:center
ในสมองผม ผมโยงคนคนนี้เข้ากับคดีนี้ไม่ได้เลย

00:17:33.969 --> 00:17:36.263 align:center
เราได้รับแจ้งว่าทั้งสองคนขอทนาย

00:17:36.346 --> 00:17:40.017 align:center
เราก็เลยไม่มีโอกาสสอบปากคำพวกเขาอีก

00:17:40.100 --> 00:17:41.435 align:center
เรื่องนี้เสียหายหนักมาก

00:17:41.518 --> 00:17:45.689 align:center
เมื่อไหร่ก็ตามที่ไม่มีโอกาส นั่นคือปัญหา

00:17:46.356 --> 00:17:49.193 align:center
เรามีเด็กอายุ 15 สองคนกับไมเคิล

00:17:49.276 --> 00:17:51.862 align:center
ที่แก่กว่าทั้งคู่ 30 ปี

00:17:52.613 --> 00:17:55.824 align:center
สามคนนี้มาเจอกันได้ยังไง

00:17:55.908 --> 00:17:58.535 align:center
เรื่องนี้กลายเป็นฆาตกรรมได้ยังไง

00:18:02.081 --> 00:18:05.292 align:center
สายสืบค้นประวัติครอบครัวของแดฟนี

00:18:05.375 --> 00:18:09.463 align:center
แล้วค้นพบว่าพ่อของเธอเป็นนักธุรกิจที่รุ่งเรือง

00:18:09.546 --> 00:18:11.507 align:center
แม่เป็นนางแบบชาวฝรั่งเศส

00:18:12.007 --> 00:18:14.051 align:center
ทั้งคู่รับเธอมาเลี้ยงตั้งแต่แบเบาะ

00:18:14.134 --> 00:18:17.262 align:center
แล้วเธอก็ใช้ชีวิตแบบอภิสิทธิ์ชนสุดๆ

00:18:17.346 --> 00:18:19.431 align:center
เธอมีทุกอย่าง

00:18:19.515 --> 00:18:21.016 align:center
(แดฟนี อับเดลา)

00:18:21.100 --> 00:18:25.270 align:center
ปลายยุค 80 แม่ๆ หลายคน
พาเด็กมาเล่นที่สวนสาธารณะ

00:18:25.354 --> 00:18:27.272 align:center
ทุกคนไปเล่นกันที่สตรอว์เบอร์รีฟีลด์

00:18:27.981 --> 00:18:30.109 align:center
แล้วก็ตัดภาพมาประมาณ 13 ปี

00:18:30.192 --> 00:18:34.822 align:center
วันหนึ่ง เราได้ยินข่าว
ว่ามีคนถูกจับข้อหาฆาตกรรม

00:18:34.905 --> 00:18:37.491 align:center
เป็นเด็กผู้หญิงชื่อแดฟนี

00:18:38.575 --> 00:18:40.369 align:center
ยิ่งเราได้รู้ข่าวมากขึ้น

00:18:40.452 --> 00:18:44.206 align:center
เพื่อนเราก็จำได้ว่าเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ชื่อแดฟนี

00:18:44.289 --> 00:18:48.502 align:center
เป็นหนึ่งในเด็กที่เล่นด้วยกัน
กับลูกพวกเราเกือบทุกบ่าย

00:18:49.378 --> 00:18:53.006 align:center
พอได้ข่าวคดีฆาตกรรม ฉันก็หมกมุ่นกับมันมาก

00:18:53.090 --> 00:18:54.967 align:center
ฉันหยุดคิดเรื่องนี้ไม่ได้เลย

00:18:55.050 --> 00:18:58.095 align:center
แล้วตอนนั้น ฉันก็เสนอขอเขียนหนังสือเรื่องนี้

00:18:58.971 --> 00:19:02.808 align:center
ตอนเขียนหนังสือเรื่องนี้
ฉันก็อยากคุยกับทุกคน ใครก็ได้

00:19:02.891 --> 00:19:05.185 align:center
ที่รู้จักกับแดฟนี รู้จักคริสโตเฟอร์

00:19:05.978 --> 00:19:08.814 align:center
แดฟนีเริ่มเรียนที่โคลัมเบียแกรมมาร์

00:19:09.356 --> 00:19:11.775 align:center
ตอนแรกเธอก็เข้ากับคนอื่นได้ดี

00:19:12.359 --> 00:19:16.613 align:center
แต่พอหลายปีผ่านไป เธอก็เริ่มก้าวร้าวมากขึ้น

00:19:16.697 --> 00:19:20.868 align:center
สุดท้าย พอถึงเกรดแปด
เธอก็ถูกขอให้ลาออกจากโคลัมเบียแกรมมาร์

00:19:21.535 --> 00:19:24.663 align:center
ซึ่งไม่ใช่เรื่องธรรมดา
สำหรับโรงเรียนเอกชนในเมืองนี้

00:19:24.746 --> 00:19:28.292 align:center
แดฟนีมีพฤติกรรมทำลายตัวเองหลายอย่าง

00:19:28.375 --> 00:19:31.086 align:center
เช่น ดื่มเหล้า เสพยา

00:19:31.170 --> 00:19:35.048 align:center
ครอบครัวแดฟนีก็จ่ายเงินให้เธอไปบำบัดแพงๆ

00:19:35.132 --> 00:19:37.384 align:center
น่าจะสองครั้งก่อนเกิดเรื่อง

00:19:37.467 --> 00:19:40.137 align:center
แดฟนีเริ่มเรียนมัธยมปลายที่โลโยลา

00:19:40.220 --> 00:19:43.223 align:center
หลังถูกขอให้ลาออกจากโคลัมเบียแกรมมาร์

00:19:43.307 --> 00:19:46.560 align:center
เธอเป็นเด็กแกร่ง นิสัยแรง แล้วก็อวดเก่ง

00:19:46.643 --> 00:19:48.937 align:center
นิสัยเธอแย่ลงเรื่อยๆ

00:19:49.021 --> 00:19:54.943 align:center
เธอไม่ยอมทำตามกฎอะไรเลย
ไม่ฟังเคอร์ฟิว ไม่มีพฤติกรรมเด็กดีเลย

00:19:57.738 --> 00:20:01.283 align:center
ผู้ต้องสงสัยอีกคนในคดีฆาตกรรม
คือคริสโตเฟอร์ วาสเกซวัย 15 ปี

00:20:01.366 --> 00:20:04.453 align:center
ว่ากันว่าเป็นอดีตผู้ช่วยพระ เป็นลูกเสือ

00:20:04.536 --> 00:20:07.456 align:center
ที่โตมาในอะพาร์ตเมนต์ห้าชั้น
ในย่านภาษาสเปนที่ฮาร์เลม

00:20:07.539 --> 00:20:10.876 align:center
ผมได้รู้ว่าคริส วาสเกซมาจากครอบครัวที่ดี

00:20:11.501 --> 00:20:13.128 align:center
เขาเคยเป็นผู้ช่วยพระ

00:20:13.212 --> 00:20:16.173 align:center
บ้านเขาอยู่ข้างโบสถ์บนถนนสาย 97

00:20:16.256 --> 00:20:19.343 align:center
เขาเป็นเด็กดีมากๆ
ช่วยงานเยอะ ว่านอนสอนง่าย

00:20:20.135 --> 00:20:22.221 align:center
บ้านเขาอยู่ฮาร์เล็มตะวันออก

00:20:22.804 --> 00:20:23.847 align:center
ไม่ได้หรูหราอะไร

00:20:23.931 --> 00:20:25.515 align:center
เป็นเด็กดีมากค่ะ แต่งตัวดี

00:20:25.599 --> 00:20:26.767 align:center
(โจเซฟีน คอร์ลิส
เพื่อนบ้าน)

00:20:26.850 --> 00:20:29.061 align:center
เขาไม่เตร็ดเตร่ ไม่ใช่เด็กมีปัญหา

00:20:29.144 --> 00:20:31.313 align:center
ทุกคนใจสลายกับเรื่องนี้ เราไม่อยากเชื่อ

00:20:32.022 --> 00:20:34.149 align:center
พ่อแม่ของคริสโตเฟอร์แยกทางกัน

00:20:35.442 --> 00:20:37.611 align:center
แม่เป็นคนเลี้ยงเขา

00:20:38.237 --> 00:20:41.490 align:center
แม่ให้เข้าโรงเรียนเอกชนแพงๆ

00:20:41.573 --> 00:20:46.119 align:center
พ่อแม่ทำงานหนักเพื่อให้เขามีชีวิตที่ดี

00:20:46.787 --> 00:20:50.582 align:center
เขาเป็นเด็กดี แต่เขาอินโทรเวิร์ตมากๆ

00:20:50.666 --> 00:20:54.962 align:center
แล้วก็ถูกแกล้งบ่อยๆ ที่โรงเรียนเพราะตัวเล็ก

00:20:55.045 --> 00:20:57.381 align:center
กับพฤติกรรมอินโทรเวิร์ตของเขา

00:20:57.464 --> 00:20:59.675 align:center
คริสเป็นคนที่ถูกเด็กคนอื่นรังแก

00:20:59.758 --> 00:21:03.679 align:center
เพื่อนๆ เรียกเขาว่า "เฮิร์บ"
ที่เป็นสแลงแปลว่า "ขี้แพ้" "อ่อนแอ"

00:21:03.762 --> 00:21:05.973 align:center
- ผมไม่รู้ว่าเขาทำไปทำไม
- เขาเป็นเฮิร์บไง

00:21:06.056 --> 00:21:07.307 align:center
เฮิร์บตัวจริงเลย

00:21:08.267 --> 00:21:11.478 align:center
ทั้งคริสโตเฟอร์กับแดฟนี
เล่นโรลเลอร์เบลดเก่งมาก

00:21:11.561 --> 00:21:15.357 align:center
ทั้งคู่ไปที่สวนเกือบทุกบ่าย ได้รู้จักกันที่นั่น

00:21:15.440 --> 00:21:18.652 align:center
ทั้งแดฟนีกับคริสโตเฟอร์ไม่ค่อยมีเพื่อน

00:21:18.735 --> 00:21:21.238 align:center
แดฟนี เพราะความนิสัยเสีย

00:21:21.321 --> 00:21:23.824 align:center
ส่วนคริสโตเฟอร์ เพราะเขาชอบเก็บตัว

00:21:24.908 --> 00:21:28.078 align:center
พอได้รู้จักกัน ก็เริ่มสานมิตรภาพ

00:21:28.161 --> 00:21:29.705 align:center
แล้วก็เริ่มมาเจอกันบ่อยๆ

00:21:29.788 --> 00:21:33.709 align:center
คู่นี้ไปไหนมาไหนด้วยกัน
สักสองสามเดือนก่อนเกิดเหตุฆาตกรรม

00:21:34.501 --> 00:21:38.505 align:center
เด็กอายุ 15 จากโรงเรียนเอกชนสองคน

00:21:39.006 --> 00:21:42.801 align:center
มันทำให้ข่าวเป็นละครสัตว์เลยล่ะ

00:21:42.884 --> 00:21:46.221 align:center
เกิดคดีช็อกที่ทำให้ตำรวจจับวัยรุ่นสองคน

00:21:46.305 --> 00:21:49.224 align:center
จากข้อหาแทงนายหน้าอสังหาฯ แล้วทิ้งศพ

00:21:49.308 --> 00:21:51.435 align:center
หนึ่งในนั้นเป็นลูกสาวเศรษฐี

00:21:53.645 --> 00:21:56.732 align:center
พอผมได้ข่าวว่าเกิดอะไรขึ้นกับลุง

00:21:56.815 --> 00:21:58.859 align:center
ผมช็อกไปเลย

00:22:00.068 --> 00:22:03.113 align:center
ยิ่งสำหรับผมกับน้องสาวนะ

00:22:03.196 --> 00:22:07.034 align:center
เราใช้เวลาอยู่กับลุงที่เซ็นทรัลพาร์กเยอะมาก

00:22:07.117 --> 00:22:09.494 align:center
ที่นั่นเป็นสถานที่พิเศษของเราทุกคน

00:22:09.578 --> 00:22:11.538 align:center
เรารู้ว่าที่นั่นพิเศษสำหรับเขา

00:22:11.621 --> 00:22:15.959 align:center
การที่ลุงต้องเสียชีวิตอย่างน่าเศร้า

00:22:16.752 --> 00:22:20.714 align:center
ในสถานที่ที่พิเศษมากๆ เลยน่าเศร้ามากๆ

00:22:22.132 --> 00:22:26.011 align:center
มันทำใจยากมากที่ได้เห็นแม่ผม

00:22:26.511 --> 00:22:28.347 align:center
อาลัยอาวรณ์มากขนาดนั้น

00:22:28.430 --> 00:22:30.432 align:center
เพราะเขาอยู่กับแม่ด้วย

00:22:30.515 --> 00:22:33.852 align:center
ผมคิดว่าความสูญเสียนี้หนักหนากับแม่มากกว่าใคร

00:22:33.935 --> 00:22:38.398 align:center
ผมคิดว่าแม่ยังรู้สึกว่าควรจะปกป้องเขาได้

00:22:40.817 --> 00:22:44.863 align:center
เราโตมาจากฝั่งตะวันตก
ของแมนแฮตทัน ห่างเซ็นทรัลพาร์กช่วงตึกเดียว

00:22:45.614 --> 00:22:47.324 align:center
ไมเคิลเป็นคนน่าคบหาสุดๆ

00:22:47.407 --> 00:22:50.118 align:center
หาเพื่อนได้เยอะ มีเพื่อนเยอะ

00:22:51.870 --> 00:22:55.332 align:center
ผมไม่ได้เรียกเขาว่า "ไมเคิล"
ไม่เคยเรียกเขาว่า "ไมค์"

00:22:55.415 --> 00:22:59.169 align:center
ผมเรียกเขาว่า "ไอริช"
นั่นคือฉายาเขาในย่านนี้

00:22:59.753 --> 00:23:01.088 align:center
เขาเป็นคนขำง่าย

00:23:01.171 --> 00:23:04.257 align:center
นั่นคือสิ่งที่เราเห็นจากไอริช

00:23:04.341 --> 00:23:07.844 align:center
เขาขำเกือบตลอดเวลา ยิงมุกได้ตลอด

00:23:07.928 --> 00:23:09.554 align:center
เขาเป็นแค่ผู้ชายคนหนึ่ง

00:23:10.722 --> 00:23:11.807 align:center
แค่ผู้ชายธรรมดา

00:23:12.307 --> 00:23:17.938 align:center
แล้วทำไมถึงมีคนอยากทำลายเขาแบบนี้

00:23:19.231 --> 00:23:20.357 align:center
นั่นคือปริศนา

00:23:23.110 --> 00:23:25.862 align:center
วัยรุ่นสองคนที่ถูกกล่าวหา
ในคดีแทงโหดที่เซ็นทรัลพาร์ก

00:23:25.946 --> 00:23:28.615 align:center
ฆ่านายหน้าอสังหาฯ แมนแฮตทัน
บอกว่าตัวเองเป็นผู้บริสุทธิ์

00:23:28.698 --> 00:23:30.200 align:center
คริสโตเฟอร์ วาสเกซ

00:23:30.283 --> 00:23:33.662 align:center
กับแฟนสาววัย 15 ปี
จะขึ้นศาลรับฟังข้อกล่าวหาวันนี้

00:23:35.163 --> 00:23:40.502 align:center
(วันที่ 24 พฤษภาคม ปี 1997
หนึ่งวันหลังถูกจับกุม)

00:23:40.585 --> 00:23:44.840 align:center
การจับกุมไม่ใช่ตอนจบ
แต่จริงๆ เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่อง

00:23:44.923 --> 00:23:47.050 align:center
นี่เป็นสถานการณ์ที่ค่อนข้างสับสน

00:23:47.134 --> 00:23:50.637 align:center
ณ จุดนี้ เรายังไม่รู้สึกว่ารู้เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้น

00:23:51.221 --> 00:23:54.724 align:center
จำเลยต้องข้อหาตามมาตรา 125 วรรค 25

00:23:56.059 --> 00:23:57.060 align:center
ความร้ายแรงสูงสุด

00:23:57.561 --> 00:23:59.896 align:center
จำเลยพร้อมด้วยคริส

00:23:59.980 --> 00:24:01.815 align:center
หรือหมายถึงจำเลยร่วม

00:24:01.898 --> 00:24:05.485 align:center
พยายามปกปิดอัตลักษณ์ของผู้ตาย

00:24:06.069 --> 00:24:09.614 align:center
แดฟนี อับเดลาวัย 15 ปี
กับแฟนหนุ่ม คริสโตเฟอร์ วาสเกซ

00:24:09.698 --> 00:24:12.242 align:center
ไม่ยอมรับผิด
ระหว่างการรับฟังข้อกล่าวหาเมื่อวานนี้

00:24:12.325 --> 00:24:13.910 align:center
(อาคารศาลอาญา)

00:24:13.994 --> 00:24:17.539 align:center
ตามกฎหมายรัฐนิวยอร์ก
นับจากวินาทีที่ขึ้นศาลรับฟังข้อกล่าวหา

00:24:17.622 --> 00:24:23.962 align:center
เราจะมีเวลาส่งฟ้อง 144 ชั่วโมง

00:24:24.045 --> 00:24:27.841 align:center
ถ้าไม่ส่งฟ้องภายในระยะเวลาที่กำหนด

00:24:27.924 --> 00:24:32.137 align:center
จำเลยต้องถูกปล่อยตัวจากการคุมขัง

00:24:32.721 --> 00:24:37.017 align:center
เราต้องประเมินให้ได้โดยเร็ว
ว่าเรามีหลักฐานพอหรือไม่

00:24:37.100 --> 00:24:42.230 align:center
ที่จะเป็นเหตุอันควรให้ทำสำนวนส่งฟ้องได้

00:24:43.732 --> 00:24:45.192 align:center
นาฬิกาเริ่มเดินแล้ว

00:24:47.986 --> 00:24:51.239 align:center
(หกวันก่อนส่งฟ้องหรือปล่อยตัว)

00:24:51.323 --> 00:24:54.910 align:center
คดีนี้กลายเป็นการสืบสวนในวงกว้าง

00:24:55.577 --> 00:24:58.288 align:center
ต้องใช้ทีมพิสูจน์หลักฐานหลายทีม

00:24:58.371 --> 00:25:01.833 align:center
ไปเก็บหลักฐานมาจากแต่ละสถานที่

00:25:01.917 --> 00:25:07.339 align:center
แล้วก็ยังมีทีมสายสืบที่สอบปากคำญาติ พยาน

00:25:07.422 --> 00:25:11.384 align:center
พวกเขารอหลักฐาน นั่นคือวิธีทำรูปคดี

00:25:12.802 --> 00:25:16.306 align:center
เพราะสิ่งที่ลี เฟอร์แมนสังเกตเห็น
ในอะพาร์ตเมนต์ของแดฟนี

00:25:16.973 --> 00:25:19.059 align:center
ที่นั่นมีหลักฐานที่ต้องไปเก็บรวบรวม

00:25:19.643 --> 00:25:22.646 align:center
มีหลักฐานเลือดบนเสื้อผ้า
เลือดบนโรลเลอร์เบลด

00:25:22.729 --> 00:25:25.023 align:center
แล้วก็มีเลือดบนนาฬิกาที่เธอใส่

00:25:25.899 --> 00:25:29.194 align:center
เวลากรมตำรวจนิวยอร์กเก็บหลักฐาน
พวกเขาไม่ทำเล่นๆ

00:25:29.694 --> 00:25:33.031 align:center
ไม่ใช่แค่ถ่ายรูปเลือดในอ่างอาบน้ำ

00:25:33.114 --> 00:25:34.908 align:center
พวกเขายกมาทั้งอ่างเลย

00:25:36.535 --> 00:25:39.746 align:center
เพราะมันมีเลือดของผู้ก่อเหตุ

00:25:39.829 --> 00:25:41.498 align:center
อาจจะมีเลือดของผู้ตาย

00:25:41.581 --> 00:25:43.542 align:center
เราค้นห้องนอนของแดฟนี

00:25:43.625 --> 00:25:44.626 align:center
ในลิ้นชักหนึ่งของเธอ

00:25:44.709 --> 00:25:47.963 align:center
เราเจอกระเป๋าสตางค์ของไมเคิล แมคมอร์โรว์
พร้อมบัตรประชาชนและเงิน

00:25:48.547 --> 00:25:52.259 align:center
นั่นคือหลักฐานอีกชิ้นหนึ่ง
ที่บอกว่าเธออยู่กับไมเคิล

00:25:52.342 --> 00:25:53.677 align:center
และคริสในที่เกิดเหตุ

00:25:55.095 --> 00:25:58.348 align:center
ปัญหาคือถึงที่เกิดเหตุจะสยองแค่ไหน

00:25:58.431 --> 00:26:02.185 align:center
แต่การอยู่ในที่เกิดเหตุ
ขณะเกิดเหตุก็ไม่ใช่ความผิดอาญา

00:26:03.311 --> 00:26:06.481 align:center
ในทางศีลธรรมและจรรยาบรรณ
มันอาจจะไม่มีข้อแก้ตัว

00:26:06.565 --> 00:26:07.691 align:center
แต่ก็ไม่ใช่ความผิดอาญา

00:26:07.774 --> 00:26:10.986 align:center
เราต้องพิสูจน์ส่วนที่เป็นความผิดอาญา

00:26:11.069 --> 00:26:13.154 align:center
จนสิ้นสงสัยในทุกองค์ประกอบ

00:26:14.114 --> 00:26:17.409 align:center
เราได้รู้จากครอบครัวของไมเคิล แมคมอร์โรว์

00:26:17.909 --> 00:26:21.371 align:center
ว่าพฤติกรรมปกติของไมเคิลเป็นยังไง

00:26:21.454 --> 00:26:24.374 align:center
กับคนที่เขาไปใช้เวลาด้วยที่สวนนั้น

00:26:24.457 --> 00:26:27.377 align:center
ไมเคิลมีกลุ่มคนรู้จักในสวน

00:26:27.460 --> 00:26:32.048 align:center
หลังเลิกงาน เขาจะถือเบียร์แพ็กหกกระป๋องไป

00:26:32.674 --> 00:26:35.093 align:center
เขามีเพื่อนดื่มของตัวเอง

00:26:36.094 --> 00:26:37.887 align:center
ไมเคิลมีปัญหาเรื่องแอลกอฮอล์

00:26:38.638 --> 00:26:43.018 align:center
เขาเป็นผู้ชายธรรมดาที่มีปัญหาธรรมดา

00:26:43.101 --> 00:26:44.978 align:center
ไอริชพยายามเปลี่ยนตัวเองอยู่

00:26:45.854 --> 00:26:47.314 align:center
ไปเข้ากลุ่มบำบัด

00:26:48.148 --> 00:26:53.528 align:center
กลุ่มที่ไอริชไปอยู่คือที่วายเอ็มซีเอ
ตรงเซ็นทรัลพาร์ก ฝั่งตะวันตก

00:26:54.195 --> 00:26:56.156 align:center
เขาเจอแดฟนีที่นั่น

00:27:00.744 --> 00:27:03.622 align:center
การสืบสวนดำเนินไปอย่างที่ควรจะเป็น

00:27:03.705 --> 00:27:05.248 align:center
มีคนถูกสอบปากคำ

00:27:05.332 --> 00:27:09.294 align:center
ที่เราพบว่าอยู่ในที่เกิดเหตุ
ก่อนเกิดฆาตกรรมในสวน

00:27:10.170 --> 00:27:13.465 align:center
เราพบว่าวันที่ไมเคิล แมคมอร์โรว์ถูกฆ่า

00:27:13.548 --> 00:27:17.844 align:center
แดฟนีกับคริสตกลงเป็นแฟนกันแล้ว

00:27:19.554 --> 00:27:24.476 align:center
ทั้งคู่ไปเล่นโรลเลอร์เบลด
แล้วแดฟนีก็สร้างปัญหาทุกอย่าง

00:27:25.393 --> 00:27:27.937 align:center
เธอหาเรื่องผู้ชายโตกว่าในสวน

00:27:28.021 --> 00:27:29.814 align:center
เธอทำเรื่องบ้าๆ หลายอย่าง

00:27:29.898 --> 00:27:33.526 align:center
แล้วก็มีคนบอกว่า
เธอพูดกับคนหนึ่งว่า "คืนนี้ฉันจะฆ่าคน"

00:27:35.403 --> 00:27:40.075 align:center
ก่อนเกิดฆาตกรรม แดฟนีกับคริสดื่มเหล้ากัน

00:27:40.158 --> 00:27:43.620 align:center
พวกเขาบังเอิญเจอกลุ่มคนในสตรอว์เบอร์รีฟีลด์

00:27:43.703 --> 00:27:45.497 align:center
หนึ่งในกลุ่มนั้นคือไมเคิล แมคมอร์โรว์

00:27:47.582 --> 00:27:51.294 align:center
คริสเป็นลูกสมุน ทำตามคำสั่งเฉยๆ

00:27:51.378 --> 00:27:56.800 align:center
แดฟนีเป็นคนที่ "มีประสบการณ์"
มากกว่าเด็กวัยเดียวกันมาก

00:27:57.467 --> 00:28:00.095 align:center
เธอคือยักษ์ในตะเกียง

00:28:00.178 --> 00:28:03.848 align:center
ตอนที่คริสโตเฟอร์เจอตะเกียง แล้วเปิดจุกออก

00:28:03.932 --> 00:28:07.602 align:center
เธอก็โผล่ออกมา เธอควบคุมทุกอย่างในตัวเขา

00:28:12.148 --> 00:28:15.068 align:center
ระหว่างการค้นอะพาร์ตเมนต์ของคริส วาสเกซ

00:28:15.151 --> 00:28:19.364 align:center
เราเจอเลือดในเสื้อผ้าเขา
แล้วตำรวจก็เก็บมีดมาได้

00:28:20.573 --> 00:28:23.076 align:center
ตอนนั้นเราไม่รู้ว่าใช่มีดที่ใช้ก่อเหตุหรือไม่

00:28:23.868 --> 00:28:26.454 align:center
เราก็เลยส่งไปตรวจดีเอ็นเอ

00:28:27.664 --> 00:28:29.207 align:center
(หกวันก่อนส่งฟ้องหรือปล่อยตัว)

00:28:29.290 --> 00:28:32.210 align:center
(สี่วันก่อนส่งฟ้องหรือปล่อยตัว)

00:28:32.293 --> 00:28:34.629 align:center
(สำนักงานแพทย์ชันสูตร)

00:28:35.964 --> 00:28:39.217 align:center
นายแมคมอร์โรว์ถูกส่งมาชันสูตร

00:28:40.677 --> 00:28:45.223 align:center
ผลชันสูตรพบแอลกอฮอล์ในเลือดถึง 0.31

00:28:45.306 --> 00:28:48.476 align:center
ซึ่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดกว่าสามเท่า

00:28:49.936 --> 00:28:52.105 align:center
แปลว่าเขามึนเมาจนเสียสมรรถภาพไหม

00:28:52.188 --> 00:28:53.815 align:center
อาจจะใช่

00:28:53.898 --> 00:28:58.528 align:center
แต่เขาก็ยังสามารถเดินจากสตรอว์เบอร์รีฟีลด์

00:28:58.611 --> 00:29:01.823 align:center
ไปจนถึงทะเลสาบได้ด้วยตัวเอง

00:29:02.782 --> 00:29:05.785 align:center
เราพยายามสืบว่าเกิดอะไรขึ้น

00:29:06.369 --> 00:29:08.872 align:center
ด้านหลังขาของเขามีรอยช้ำ

00:29:08.955 --> 00:29:10.832 align:center
เป็นรอยช้ำที่มีรอยวัตถุ

00:29:11.624 --> 00:29:13.501 align:center
ความเสียหายของใบหน้า

00:29:14.544 --> 00:29:19.674 align:center
บ่งชี้ว่านี่คือการทำร้าย
ด้วยเรื่องส่วนตัวที่โกรธแรงมากๆ

00:29:21.050 --> 00:29:27.223 align:center
อกข้างหนึ่งมีแผลถูกแทง
แปด เก้า หรือสิบแผลได้

00:29:27.807 --> 00:29:31.561 align:center
เป็นแผลในบริเวณเดียว แปลว่าเขาไม่ได้หนี

00:29:32.604 --> 00:29:35.690 align:center
เรามองเห็นภาพผู้ชายยืนอยู่

00:29:36.900 --> 00:29:38.693 align:center
แล้วก็โดนเอามีดฟันหน้า

00:29:38.777 --> 00:29:42.280 align:center
โดนมีดฟันมือขณะต่อสู้เพื่อเอาตัวรอด

00:29:42.363 --> 00:29:44.949 align:center
แล้วเขาก็ล้มลง

00:29:45.033 --> 00:29:50.580 align:center
แล้วคนร้ายก็ยืนคร่อมเขา
แล้วจ้วงแทงอย่างโหดเหี้ยม

00:29:50.663 --> 00:29:54.542 align:center
แทงเขาหลายแผลซ้ำแล้วซ้ำเล่า

00:29:58.004 --> 00:30:00.840 align:center
คำถามสำคัญที่สุดที่ผมคิดไว้ในใจ

00:30:00.924 --> 00:30:04.093 align:center
เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น

00:30:04.177 --> 00:30:05.261 align:center
เพราะเขาเป็นคนตัวใหญ่

00:30:05.345 --> 00:30:09.140 align:center
ถึงจะเมาก็เถอะ แต่เขาล้มได้ยังไง

00:30:09.849 --> 00:30:15.522 align:center
ทำไมคริส วาสเกซตัวผอมๆ เล็กๆ
ถึงทำร้ายเขาได้ขนาดนั้น

00:30:15.605 --> 00:30:18.399 align:center
คำตอบคือคริสไม่ได้ลงมือคนเดียว

00:30:19.734 --> 00:30:21.444 align:center
อย่างน้อยนั่นก็เป็นข้อสันนิษฐาน

00:30:30.203 --> 00:30:34.249 align:center
ตอนผมรู้ว่าคนร้ายทำอะไรเขาบ้าง ผมก็โกรธ

00:30:34.332 --> 00:30:37.752 align:center
ผมไม่สนว่าจะเป็นเด็กอายุ 15
มันต้องมีความยุติธรรม

00:30:39.587 --> 00:30:41.840 align:center
น้องสาวผมอายุ 15

00:30:41.923 --> 00:30:43.633 align:center
ตอนนั้นผมอายุ 17

00:30:43.716 --> 00:30:48.930 align:center
เราไม่เข้าใจเลยว่า
เด็กอายุเท่าเราทำเรื่องแบบนี้ได้ยังไง

00:30:50.974 --> 00:30:54.352 align:center
แดฟนี อับเดลาจะถูกคุมขังอย่างน้อยจนถึงวันพุธ

00:30:54.435 --> 00:30:56.437 align:center
ซึ่งเป็นวันกำหนดขึ้นศาลอีกครั้ง

00:30:56.521 --> 00:30:59.774 align:center
กว่าจะถึงตอนนั้น
จะต้องมีการส่งฟ้องต่อคณะลูกขุนใหญ่

00:30:59.858 --> 00:31:01.526 align:center
ไม่งั้นผู้ต้องหาวัย 15 จะถูกปล่อยตัว

00:31:01.609 --> 00:31:04.404 align:center
(สี่วันก่อนส่งฟ้องหรือปล่อยตัว)

00:31:05.947 --> 00:31:07.782 align:center
ผลตรวจดีเอ็นเอมาแล้ว

00:31:08.867 --> 00:31:12.245 align:center
มีดพกของเขามีเลือดผสม

00:31:12.328 --> 00:31:14.831 align:center
ที่ใบมีดและด้ามมีด

00:31:14.914 --> 00:31:19.419 align:center
เลือดผสมนั้นเป็นของเขากับไมเคิล แมคมอร์โรว์

00:31:21.713 --> 00:31:26.009 align:center
นี่คืออาวุธก่อเหตุ นี่เป็นหลักฐานที่แน่นหนามาก

00:31:26.843 --> 00:31:28.845 align:center
มันยากที่จะเข้าใจความจริง

00:31:28.928 --> 00:31:32.640 align:center
ว่าพวกเขาก่อความรุนแรงสุดโต่งได้ขนาดนั้น

00:31:32.724 --> 00:31:35.894 align:center
แต่ขณะเดียวกัน เราก็รู้ว่าพวกเขาทำได้

00:31:36.978 --> 00:31:38.730 align:center
เรารู้ว่าพวกเขาก่อคดีนี้

00:31:40.565 --> 00:31:42.066 align:center
ณ ตอนนั้นเรารู้สึกว่า

00:31:42.150 --> 00:31:46.154 align:center
จากข้อมูลทั้งหมดที่เรามี ณ ตอนนั้น

00:31:46.237 --> 00:31:51.367 align:center
เรามีเหตุอันควรมากพอที่จะตั้งข้อหากับทั้งสองคน

00:31:51.451 --> 00:31:55.038 align:center
หลักฐานชิ้นหลักสำหรับคริสคือมีด

00:31:55.121 --> 00:31:57.206 align:center
ส่วนแดฟนีคือคำให้การ

00:31:58.124 --> 00:32:01.794 align:center
เห็นชัดว่าเธอวางตัวอยู่ในจุดที่มีส่วน

00:32:01.878 --> 00:32:04.464 align:center
ในการพยายามกำจัดศพ

00:32:05.423 --> 00:32:07.467 align:center
เราเสนอหลักฐานต่อคณะลูกขุนใหญ่

00:32:08.051 --> 00:32:09.594 align:center
คณะลูกขุนใหญ่ลงมติว่าเชื่อถือได้

00:32:10.178 --> 00:32:12.805 align:center
แล้วให้ส่งฟ้องข้อหา
ฆาตกรรมโดยเจตนากับทั้งสองคน

00:32:13.306 --> 00:32:17.644 align:center
(ฆาตกรรมโดยเจตนา - ฆ่าคนตาย
โดยเจตนาโดยไม่ได้ไตร่ตรองไว้ก่อน)

00:32:19.520 --> 00:32:23.358 align:center
ภายในไม่กี่วันแรกของการสืบสวน

00:32:23.441 --> 00:32:28.529 align:center
เราก็ได้พบว่าจำเลยทั้งสองคนมีทนายว่าความ

00:32:29.572 --> 00:32:33.201 align:center
คริสโตเฟอร์ วาสเกซ
ใช้ทนายชื่ออาร์โนลด์ คริสส์

00:32:33.284 --> 00:32:35.328 align:center
อดีตผู้ช่วยอัยการเขต

00:32:35.411 --> 00:32:37.705 align:center
ชัดเจนว่าเป็นคู่ต่อสู้ที่น่ากลัว

00:32:38.706 --> 00:32:41.793 align:center
แดฟนีกับครอบครัวจ้างเบน บราฟแมน

00:32:42.335 --> 00:32:46.214 align:center
เบนเป็นทนายจำเลย
ที่โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งในนิวยอร์ก

00:32:46.297 --> 00:32:47.924 align:center
หรือคนหนึ่งในประเทศก็ว่าได้

00:32:48.007 --> 00:32:53.972 align:center
เขาว่าความให้ทุกคน
ตั้งแต่มาเฟียไปจนถึงนักธุรกิจวอลสตรีท

00:32:54.055 --> 00:32:55.306 align:center
(มือหนึ่งของพัฟฟี่)

00:32:55.390 --> 00:32:57.600 align:center
เบนมีแฟ้มประวัติที่หลากหลาย

00:32:57.684 --> 00:33:01.479 align:center
ปกติเขากับลูกความก็มักจะได้ผลลัพธ์ที่ดี

00:33:01.562 --> 00:33:05.608 align:center
นี่เป็นเครื่องย้ำเตือนที่ชัดเจน

00:33:05.692 --> 00:33:09.570 align:center
ว่าเดิมพันสูงแค่ไหน คดีนี้จะยากแค่ไหน

00:33:10.196 --> 00:33:13.116 align:center
สายสืบบางคนอาจจะกลัวนิดหน่อย

00:33:13.199 --> 00:33:15.660 align:center
เพราะมีคนอย่างเบน บราฟแมนเข้ามา

00:33:15.743 --> 00:33:18.538 align:center
แต่ความคิดผมคือ "คุณจบปริญญากฎหมาย

00:33:19.038 --> 00:33:21.958 align:center
คุณแต่งตัวดีกว่าผมเยอะ

00:33:22.041 --> 00:33:24.877 align:center
แต่เช้านี้เราก็ทำหน้าที่เหมือนๆ กัน

00:33:24.961 --> 00:33:26.879 align:center
ถ้าคุณพร้อม ผมก็พร้อม

00:33:26.963 --> 00:33:28.423 align:center
งั้นก็มาลุยกันเลย"

00:33:28.506 --> 00:33:29.799 align:center
(ลูกชาย เพื่อนร่วมงาน ชายผู้มีปัญหา)

00:33:29.882 --> 00:33:32.385 align:center
ณ จุดนี้ ผมมีคำถามมากกว่าคำตอบ

00:33:32.468 --> 00:33:33.553 align:center
คุณแมคมอร์โรว์เป็นใคร

00:33:33.636 --> 00:33:36.305 align:center
ทำไมเขาไปดื่มเหล้ากับเด็กในสวน

00:33:36.389 --> 00:33:40.268 align:center
สื่อพยายามเล่าเรื่องว่าไอริชเป็นคนวิตถาร

00:33:40.768 --> 00:33:44.063 align:center
สื่อเสนอภาพที่ไม่จริงของไมเคิล

00:33:44.147 --> 00:33:47.233 align:center
เหตุผลที่เขาชอบดื่มกลางคืนในสวน

00:33:47.316 --> 00:33:50.445 align:center
กับกลุ่มเพื่อนที่ส่วนใหญ่อายุน้อย ยังไม่ทราบแน่ชัด

00:33:50.528 --> 00:33:53.114 align:center
แต่ที่แน่ชัดคือมันทำให้เขาจบชีวิตลง

00:33:53.197 --> 00:33:54.866 align:center
คำอธิบายที่ชัดที่สุด

00:33:54.949 --> 00:33:57.577 align:center
ถ้าคุณเห็นผู้ชายอายุ 44 ปี

00:33:57.660 --> 00:34:01.956 align:center
กินเหล้ากับเด็กอายุ 15 สองคน
ตอนกลางคืนในเซ็นทรัลพาร์ก

00:34:02.040 --> 00:34:05.585 align:center
การจะสร้างภาพแบบนั้นมันก็ไม่ยากเกินไปนัก

00:34:05.668 --> 00:34:08.671 align:center
จากนั้น แมคมอร์โรว์ไปพบ
วัยรุ่นทั้งสองใกล้ทะเลสาบ

00:34:08.755 --> 00:34:10.673 align:center
อาจจะมีการจีบอับเดลา

00:34:10.757 --> 00:34:14.927 align:center
ซึ่งทำให้วาสเกซ แฟนของเธอโกรธจนใช้มีด

00:34:15.720 --> 00:34:19.724 align:center
ผมคิดว่าการคาดเดาทำให้ย่าเจ็บปวด

00:34:19.807 --> 00:34:23.978 align:center
กับญาติคนอื่นๆ เพราะมันไม่ใช่ความจริง

00:34:24.604 --> 00:34:25.688 align:center
เราอยากทำให้…

00:34:25.772 --> 00:34:29.901 align:center
เขาถูกจดจำด้วยความเคารพ มีศักดิ์ศรี

00:34:29.984 --> 00:34:31.569 align:center
เพราะนั่นคือสิ่งที่เขาคู่ควร

00:34:31.652 --> 00:34:34.489 align:center
(งานศพผู้ตาย หวั่นเสียชื่อเสียง)

00:34:34.572 --> 00:34:37.158 align:center
เราไม่พบอะไรสักอย่างเกี่ยวกับเขาเลยที่บ่งชี้

00:34:37.241 --> 00:34:39.285 align:center
ว่าเขาจะทำเรื่องเลวร้ายกับคนอื่นได้

00:34:39.368 --> 00:34:44.332 align:center
ที่จริงเขาเป็นคนใจดี ดีกับทุกคนที่เขาได้เจอ

00:34:44.415 --> 00:34:45.374 align:center
สุดๆ เลยล่ะ

00:34:45.458 --> 00:34:47.919 align:center
และในกรณีเจาะจงนี้

00:34:48.002 --> 00:34:50.546 align:center
คำบรรยายที่ว่าเขาอยู่ผิดที่ผิดเวลา

00:34:50.630 --> 00:34:52.882 align:center
มันก็ถูกเผงเลย

00:34:58.221 --> 00:35:03.309 align:center
รูปคดีเอาผิดคริสหนาแน่นกว่าเพราะมีด

00:35:03.392 --> 00:35:05.937 align:center
นั่นคือหลักฐานชิ้นที่ดีที่สุดในคดีนี้

00:35:06.437 --> 00:35:08.940 align:center
เรารู้ว่ามีดคืออาวุธก่อเหตุ

00:35:09.023 --> 00:35:11.943 align:center
เรารู้สึกว่าเราพิสูจน์ได้จนสิ้นสงสัย

00:35:12.610 --> 00:35:14.195 align:center
ว่าคริสโตเฟอร์เป็นคนใช้มีด

00:35:15.905 --> 00:35:20.034 align:center
แต่เรารู้สึกมั่นใจน้อยกว่า
กับการพิสูจน์ความผิดของแดฟนี

00:35:20.118 --> 00:35:23.371 align:center
ถึงแม้ว่าจะมีหลักฐานแวดล้อมมากมาย

00:35:23.454 --> 00:35:25.414 align:center
ที่บอกชัดเจนว่าเธออยู่ในที่เกิดเหตุ

00:35:26.499 --> 00:35:30.878 align:center
ลูกขุนก็ต้องโยงข้ามขั้นสักหน่อย

00:35:30.962 --> 00:35:35.258 align:center
รูปคดีนี้เอาผิดได้ยากกว่าคริสโตเฟอร์

00:35:35.967 --> 00:35:39.053 align:center
แล้วเราก็ได้เซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่

00:35:40.596 --> 00:35:42.181 align:center
(สำนักงานอัยการเขตนิวยอร์ก)

00:35:42.265 --> 00:35:47.436 align:center
นายบราฟแมนติดต่อมา
ที่สำนักงานอัยการในฐานะทนายของแดฟนี

00:35:47.520 --> 00:35:49.647 align:center
เขาบอกว่า "ผมคุยกับลูกความมา

00:35:49.730 --> 00:35:53.609 align:center
เธออยากขอเข้าให้ปากคำกับอัยการ"

00:35:53.693 --> 00:35:57.446 align:center
เหตุผลของเบนคือ "ผมว่าพวกคุณได้ข้อมูลผิด

00:35:57.530 --> 00:36:00.992 align:center
จริงๆ เธอเป็นพยาน ไม่ใช่จำเลย

00:36:01.075 --> 00:36:03.369 align:center
ผมจะพาเธอไปให้ปากคำกับอัยการ"

00:36:03.452 --> 00:36:04.537 align:center
นั่นคือข้อตกลง

00:36:05.246 --> 00:36:08.249 align:center
ที่ทนายจำเลยจะพาลูกความ

00:36:08.332 --> 00:36:11.544 align:center
แล้วลูกความก็พูดได้อย่างอิสระ

00:36:11.627 --> 00:36:14.463 align:center
ทุกอย่างที่คุณพูดใช้เอาผิดคุณได้

00:36:14.547 --> 00:36:16.883 align:center
เว้นแต่คุณจะขึ้นให้การในศาล

00:36:16.966 --> 00:36:19.969 align:center
แล้วให้การต่างไปจากที่คุยกันไว้

00:36:21.971 --> 00:36:24.223 align:center
เราก็เลยพาเธอมาที่สำนักงานอัยการ

00:36:25.850 --> 00:36:27.977 align:center
แดฟนีอธิบายว่าคืนนั้น

00:36:28.060 --> 00:36:31.480 align:center
เธอกับวาสเกซเล่นสเกตไปเจอกลุ่มนี้

00:36:31.564 --> 00:36:35.026 align:center
ที่ไมเคิลชอบสุงสิงด้วยตอนกลางคืน
กำลังกินเหล้าอยู่ในสวน

00:36:36.110 --> 00:36:41.115 align:center
ไม่นานจากนั้น
ตำรวจก็ขี่มอเตอร์ไซค์มาทำให้กลุ่มนั้นวงแตก

00:36:41.199 --> 00:36:44.410 align:center
ทุกคนก็เลยกระจายไปคนละทิศละทาง

00:36:46.245 --> 00:36:51.834 align:center
แดฟนีกับคริสขนเบียร์ไป ไมเคิลตามเบียร์มา

00:36:52.877 --> 00:36:57.298 align:center
พวกเขาไปที่ศาลาเล็กๆ ริมทะเลสาบ

00:36:58.466 --> 00:37:01.219 align:center
พวกเขานั่งดื่มเบียร์ที่เหลือตรงนั้น

00:37:02.053 --> 00:37:03.888 align:center
ถึงจุดหนึ่ง

00:37:03.971 --> 00:37:06.390 align:center
แดฟนีกับคริส

00:37:09.227 --> 00:37:13.189 align:center
ก็ตัดสินใจว่าจะแก้ผ้าลงน้ำ

00:37:16.651 --> 00:37:19.028 align:center
ตอนขึ้นมาจากน้ำ ทั้งคู่หนาวแทบแข็ง

00:37:20.738 --> 00:37:23.616 align:center
คำอธิบายของเธอคือ

00:37:26.202 --> 00:37:28.496 align:center
ไมเคิลเห็นเธอหนาวสั่น

00:37:29.038 --> 00:37:32.875 align:center
แล้วใช้แขนโอบเธอเพื่อช่วยให้อุ่น

00:37:32.959 --> 00:37:34.210 align:center
แล้วคริสก็สติหลุด

00:37:38.923 --> 00:37:44.470 align:center
เพราะเขาคิดว่าไมเคิลจะทำมิดีมิร้ายกับแดฟนี

00:37:45.596 --> 00:37:49.058 align:center
เขาชักมีดออกมา แล้วก็เริ่มแทงเขา

00:37:57.066 --> 00:38:00.778 align:center
เธอบอกว่า "คริสโตเฟอร์ทำ เขาทำทุกอย่าง

00:38:00.861 --> 00:38:01.904 align:center
หนูเป็นพยาน"

00:38:02.655 --> 00:38:06.742 align:center
ถ้าเป็นความจริง
เธอก็เป็นประจักษ์พยานในเหตุฆาตกรรม

00:38:06.826 --> 00:38:09.161 align:center
ข้อหาของเธอก็น่าจะถูกถอนฟ้อง

00:38:10.496 --> 00:38:12.498 align:center
คดีของเธอก็จะจบแค่นั้น

00:38:13.541 --> 00:38:16.002 align:center
แต่ผมยังไม่พอใจ

00:38:18.337 --> 00:38:21.173 align:center
แดฟนีเกิดมาแทบจะ…

00:38:21.841 --> 00:38:24.593 align:center
คิดว่าตัวเองเหนือกว่าคนทั้งโลก

00:38:25.177 --> 00:38:28.806 align:center
คิดว่าตัวเองสำคัญที่สุดในทุกห้องที่เธอเข้าไป

00:38:28.889 --> 00:38:33.561 align:center
ผมมั่นใจว่าเธอคิดว่า
ตัวเองจะฉลาดกว่า ตัวเองจะพูดได้

00:38:33.644 --> 00:38:36.856 align:center
เพราะทุกคนก็ทำแบบนั้น
ทุกคนคิดว่าจะพูดจนตัวเองรอดได้

00:38:36.939 --> 00:38:38.816 align:center
เราชอบพวกแบบนี้ที่สุด

00:38:38.899 --> 00:38:40.818 align:center
"พูดไปเลยนะ พูดไปเรื่อยๆ"

00:38:40.901 --> 00:38:44.363 align:center
ผมอยากคอยคุมเธอไว้

00:38:44.447 --> 00:38:47.616 align:center
ผมบอกว่ามีหลักฐานกายภาพ
ที่จะยืนยันคำให้ัการของเธอได้

00:38:47.700 --> 00:38:51.871 align:center
แล้วผมก็บอกว่า "ผมอยากรู้ว่าจะโอเคไหม

00:38:51.954 --> 00:38:55.458 align:center
ถ้าเราจะนัดเธอมาคุยอีกสองสามครั้ง

00:38:55.541 --> 00:38:57.376 align:center
มีเรื่องสองเรื่องที่ผมอยากสืบให้กระจ่าง"

00:38:57.460 --> 00:38:59.587 align:center
บราฟแมนก็บอกว่า "ครับ ไม่มีปัญหา"

00:38:59.670 --> 00:39:01.505 align:center
เขาคิดว่าคดีนี้จบแล้ว

00:39:01.589 --> 00:39:04.759 align:center
แล้วเราก็เรียกเธอมาสอบปากคำเพิ่มเติม

00:39:04.842 --> 00:39:07.678 align:center
เขาส่งทนายรุ่นน้องจากบริษัทมา

00:39:08.679 --> 00:39:10.598 align:center
ร็อบมีบางอย่างในตัวเขา

00:39:11.390 --> 00:39:12.725 align:center
เขาแทบจะเหมือนพ่อ

00:39:13.851 --> 00:39:17.563 align:center
เขาน่าไว้ใจ หลายคนยอมคุยกับเขา

00:39:17.646 --> 00:39:21.734 align:center
ตอนที่ร็อบ มูนีย์คุยกับแดฟนี อับเดลา

00:39:22.401 --> 00:39:24.070 align:center
พวกเขาสานสัมพันธ์กัน

00:39:24.153 --> 00:39:25.446 align:center
เขาเก่งเรื่องนี้มาก

00:39:28.032 --> 00:39:30.785 align:center
ผมถามเธอว่า "ฉันมีคำถาม

00:39:31.410 --> 00:39:33.537 align:center
ฉันกังวลนิดหน่อยเรื่องรอยช้ำ"

00:39:33.621 --> 00:39:35.915 align:center
ผมเอารูปออกมาจากแฟ้ม

00:39:35.998 --> 00:39:39.627 align:center
ที่เห็นชัดว่ามีรอยช้ำกลมๆ เป็นลวดลายชัดเจน

00:39:39.710 --> 00:39:41.629 align:center
อยู่ที่ขาด้านหลัง แล้วถามว่า

00:39:42.713 --> 00:39:44.715 align:center
"เธอคิดว่านี่คืออะไร"

00:39:45.299 --> 00:39:48.552 align:center
เธอทำท่าอายๆ อยู่นิดหนึ่ง แล้วก็บอกว่า "อืม"

00:39:48.636 --> 00:39:52.890 align:center
เธอพลิกรูปดู มองแล้วก็ลังเล

00:39:52.973 --> 00:39:55.851 align:center
แล้วทนายก็ยื่นมือมาตบไหล่ บอกว่า

00:39:55.935 --> 00:40:00.439 align:center
"ไม่เป็นไร บอกเขาไปเถอะ"
ผมคิดเลย "ขอบใจนะ พวก

00:40:00.523 --> 00:40:02.566 align:center
คุณช่วยผมได้เยอะเลยนะเนี่ย"

00:40:04.652 --> 00:40:08.656 align:center
เสร็จแล้วผมก็เปิดกล่อง
หยิบโรลเลอร์เบลดออกมา แล้วถามว่า

00:40:09.824 --> 00:40:13.160 align:center
"สิ่งนี้ช่วยให้เธอนึกออกบ้างไหม"

00:40:15.287 --> 00:40:19.208 align:center
แล้วเธอก็เริ่มแสดงออก

00:40:19.291 --> 00:40:23.629 align:center
ถึงพฤติกรรมแท้จริงบางส่วน

00:40:26.590 --> 00:40:28.926 align:center
เธอบอกว่า "หนูคิดว่าเขาจะทำร้ายเพื่อนหนู

00:40:29.009 --> 00:40:30.010 align:center
หนูเลยถีบเขา"

00:40:30.886 --> 00:40:34.807 align:center
ผมก็ "โอเค ฉันเข้าใจ แต่อธิบายหน่อยสิ"

00:40:36.976 --> 00:40:40.062 align:center
"ก็หนูถีบเขา แล้วเขาก็ล้ม

00:40:40.146 --> 00:40:42.731 align:center
แล้วคริสก็กระโดดคร่อมเขา แล้วก็แทงเขาต่อ"

00:40:42.815 --> 00:40:44.733 align:center
ผมก็บอก "โอเค"

00:40:44.817 --> 00:40:47.570 align:center
แล้วทนายก็บอกว่า "โอเค พอแล้ว"

00:40:50.573 --> 00:40:55.077 align:center
เธอปฏิเสธไม่ได้แล้วว่าไม่มีส่วนร่วม

00:40:55.661 --> 00:40:59.123 align:center
เธอทำร้ายร่างกายไมเคิล แมคมอร์โรว์

00:40:59.206 --> 00:41:01.459 align:center
เธอถีบไมเคิล แมคมอร์โรว์

00:41:01.542 --> 00:41:04.170 align:center
เธอทำให้เขาป้องกันตัวไม่ได้

00:41:05.421 --> 00:41:07.047 align:center
ตอนนี้เรามีหลักฐานแล้ว

00:41:08.007 --> 00:41:10.551 align:center
ผู้ก่อเหตุ ไม่ใช่พยาน

00:41:10.634 --> 00:41:11.719 align:center
ฆาตกร

00:41:19.477 --> 00:41:23.105 align:center
เรารู้จากหลักฐานแวดล้อมทั้งหมด

00:41:23.189 --> 00:41:25.232 align:center
ว่าเธอต้องช่วยคริสแน่

00:41:26.859 --> 00:41:29.737 align:center
ตอนนี้เธอบอกเราเป็นครั้งแรก

00:41:29.820 --> 00:41:31.363 align:center
ไม่นานหลังจากข้อมูลนั้นออกมา

00:41:32.281 --> 00:41:35.409 align:center
เราก็ทำข้อตกลงรับผิดให้แดฟนี อับเดลา

00:41:35.493 --> 00:41:38.954 align:center
วัยรุ่นที่ต้องคดีแทงโหดในเซ็นทรัลพาร์ก

00:41:39.038 --> 00:41:42.208 align:center
ทำข้อตกลงยอมรับผิดกับอัยการในข้อหาฆ่าคนตาย

00:41:42.291 --> 00:41:45.419 align:center
แดฟนี อับเดลาวัย 16 ปี ขอโทษที่มีส่วนร่วม

00:41:45.503 --> 00:41:48.422 align:center
กับคดีฆาตกรรมและหั่นศพ
ไมเคิล แมคมอร์โรว์เมื่อปีก่อน

00:41:48.506 --> 00:41:49.882 align:center
ข้อตกลงรับผิดไม่ได้บังคับ

00:41:49.965 --> 00:41:52.885 align:center
ว่าเธอต้องให้การเอาผิดแฟนเก่า
คริสโตเฟอร์ วาสเกซ

00:41:52.968 --> 00:41:54.887 align:center
เขาต้องข้อหาว่าเป็นผู้แทง

00:41:54.970 --> 00:41:57.556 align:center
(วัยรุ่นยอมรับผิดคาน้ำตาแม่)

00:42:00.226 --> 00:42:01.602 align:center
แดฟนีจะยอมรับผิด

00:42:01.685 --> 00:42:05.856 align:center
เธอจะรับโทษสูงสุดตามข้อกล่าวหา

00:42:06.482 --> 00:42:09.860 align:center
แต่จะไม่ขึ้นให้การในศาล
เพื่อเอาผิดคริส วาสเกซ

00:42:11.820 --> 00:42:15.699 align:center
เราร่วมมือกับสำนักงานอัยการ
อย่างใกล้ชิด เขาบอกว่า

00:42:15.783 --> 00:42:19.370 align:center
"นี่คือดีที่สุดที่เราทำได้"
เรามีหลักฐานเอาผิดผู้ชาย

00:42:19.453 --> 00:42:21.539 align:center
เรามีรูปคดีแน่นหนา

00:42:21.622 --> 00:42:23.999 align:center
แต่ผู้หญิง หลักฐานมาช้ามาก

00:42:24.083 --> 00:42:25.626 align:center
ถ้าเราขึ้นศาลด้วยเท่านี้

00:42:25.709 --> 00:42:28.504 align:center
เราก็ไม่แน่ใจว่าจะเอาผิดได้หรือเปล่าด้วยซ้ำ

00:42:28.587 --> 00:42:30.297 align:center
ผมอยากจะขอร้องว่า…

00:42:30.381 --> 00:42:34.176 align:center
เดือนมีนาคม ปี 1998 แดฟนีขึ้นศาล

00:42:34.843 --> 00:42:39.014 align:center
เธอยอมรับผิดข้อหาที่เรียกว่า
"ฆ่าคนตายโดยเจตนาทำร้าย"

00:42:39.098 --> 00:42:40.683 align:center
ฆ่าคนตายโดยเจตนาทำร้าย

00:42:40.766 --> 00:42:43.185 align:center
แตกต่างจากฆาตกรรมโดยเจตนา

00:42:43.269 --> 00:42:45.646 align:center
ซึ่งเป็นข้อหาเดิมที่ตั้งไว้

00:42:46.188 --> 00:42:48.774 align:center
เพราะไม่จำเป็นต้องมีเจตนาในการฆ่า

00:42:49.650 --> 00:42:53.821 align:center
ข้อหาที่เธอรับผิดคือเจตนาทำร้ายร่างกาย

00:42:53.904 --> 00:42:55.364 align:center
ต่อไมเคิล แมคมอร์โรว์

00:42:58.784 --> 00:43:01.328 align:center
เธอยอมรับผิดข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนาทำร้าย

00:43:02.121 --> 00:43:05.207 align:center
เธอสารภาพในศาลว่าเธอทำอะไร

00:43:05.916 --> 00:43:08.669 align:center
ที่ทำให้เธอมีความผิดตามข้อกล่าวหา

00:43:08.752 --> 00:43:11.922 align:center
แล้วเธอก็ยอมรับโทษจำคุกสามถึงเก้าปี

00:43:19.597 --> 00:43:22.558 align:center
เดือนพฤศจิกายน ปี 1998 เราเริ่มการไต่สวน

00:43:23.434 --> 00:43:26.520 align:center
นี่เป็นประสบการณ์ครั้งแรกของผม
ที่ร็อบขึ้นให้การในศาล

00:43:26.604 --> 00:43:28.647 align:center
ร็อบมาขึ้นศาล

00:43:28.731 --> 00:43:32.901 align:center
เขาใส่แจ็กเก็ตกีฬา
แล้วก็มีเข็มกลัดเกรตฟูลเดดติดที่อกเสื้อ

00:43:33.861 --> 00:43:37.865 align:center
ส่วนผมก็เป็นผู้ช่วยอัยการเขตวัยหนุ่มหน้าเครียด

00:43:37.948 --> 00:43:39.950 align:center
บอกว่า "ร็อบ ชุดนี้ไม่เหมาะสมนะ

00:43:40.034 --> 00:43:42.161 align:center
คุณต้องถอดเข็มกลัดเกรตฟูลเดด"

00:43:42.244 --> 00:43:44.496 align:center
ผมบอกว่า "ไม่มีทาง"

00:43:44.580 --> 00:43:48.125 align:center
ผมก็บอก "ช่วยถอดเถอะ
คุณทำแบบนี้ในศาลไม่ได้

00:43:48.208 --> 00:43:51.503 align:center
คุณจะติดหัวกะโหลกโดนฟ้าผ่าขึ้นให้การไม่ได้"

00:43:51.587 --> 00:43:54.423 align:center
ผมก็บอก "แย่หน่อยนะ ผมไม่ถอด"

00:43:54.506 --> 00:43:57.593 align:center
ร็อบบอกว่า "คุณมีสองทางเลือก

00:43:59.053 --> 00:44:01.722 align:center
ผมจะติดเข็มขึ้นให้การก็ได้

00:44:02.306 --> 00:44:04.850 align:center
หรือผมจะติดเข็มแล้วไม่ขึ้นให้การก็ได้

00:44:05.392 --> 00:44:08.771 align:center
แต่จะทางไหน ก็จบด้วยผมติดเข็มกลัด"

00:44:10.230 --> 00:44:14.068 align:center
ผมคิดอยู่แป๊บนึง
แล้วตอบว่า "คุณขึ้นให้การได้เร็วแค่ไหน"

00:44:16.654 --> 00:44:19.156 align:center
(ความยุติธรรมอย่างแท้จริง
คือเสาหลักที่มั่นคงที่สุดของรัฐบาลที่ดี)

00:44:20.074 --> 00:44:22.743 align:center
จำเลยกล่าวเปิดว่า

00:44:22.826 --> 00:44:26.413 align:center
"สามคนลงทะเลสาบ แต่กลับขึ้นมาแค่สอง

00:44:27.289 --> 00:44:31.752 align:center
แล้วสองคนนั้นก็ไม่ยอมพูด
คุณไม่มีทางรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในทะเลสาบ"

00:44:32.252 --> 00:44:33.837 align:center
เพราะถ้าเราไม่มั่นใจ

00:44:33.921 --> 00:44:39.927 align:center
ว่าใครเป็นคนฟันแทง ต่อสู้

00:44:40.010 --> 00:44:44.056 align:center
เราก็ต้องไม่สิ้นสงสัยว่าเด็กหนุ่มคนนี้ผิดจริง

00:44:45.099 --> 00:44:49.019 align:center
มีความกังวลเสมอเวลาหลายคนโทษกันเอง

00:44:49.103 --> 00:44:52.147 align:center
ว่าคดีนี้จะจบลงโดยไม่บรรลุคำตัดสิน

00:44:52.231 --> 00:44:55.401 align:center
คณะลูกขุนอาจจะไม่เชื่อทางไหนเลยสักทาง

00:44:55.484 --> 00:44:58.195 align:center
แล้วจำเลยก็โทษแดฟนีจริงๆ

00:44:58.904 --> 00:45:02.408 align:center
ว่าเธอก็อาจมีส่วนกับคดีนี้

00:45:02.491 --> 00:45:06.745 align:center
แต่ผมคิดว่ากลยุทธ์โดยรวมคือ "เราไม่รู้จริงๆ

00:45:06.829 --> 00:45:11.208 align:center
ถ้าคุณไม่รู้ คุณก็เอาผิดลูกความผมไม่ได้"

00:45:13.335 --> 00:45:17.297 align:center
ในทุกคดี จะมีช่วงเวลาหนึ่ง

00:45:17.381 --> 00:45:20.968 align:center
ที่คณะลูกขุนมองเห็นภาพ

00:45:21.051 --> 00:45:25.264 align:center
คนที่นั่งอยู่ตรงหน้าทำสิ่งที่ถูกกล่าวหา

00:45:25.347 --> 00:45:30.227 align:center
ผมคิดไม่ออกเลยว่าลูกขุนทั้ง 12 ท่าน

00:45:30.310 --> 00:45:34.523 align:center
จะมองเห็นภาพคริส วาสเกซ
ก่อคดีสยองแบบนั้นได้

00:45:37.860 --> 00:45:40.362 align:center
ตอนคณะลูกขุนออกไปพิจารณา

00:45:40.446 --> 00:45:41.947 align:center
เรารอ…

00:45:42.698 --> 00:45:47.035 align:center
ความยุติธรรมมาเกือบปีครึ่งแล้ว

00:45:48.078 --> 00:45:51.248 align:center
ครอบครัวเรากังวล ซึ่งก็เข้าใจได้

00:45:51.874 --> 00:45:52.958 align:center
ยิ่งคดีดำเนินไปนาน

00:45:53.041 --> 00:45:56.378 align:center
ก็ยิ่งดูเหมือนจะไม่สิ้นสงสัย
ในความผิดของคริสโตเฟอร์

00:45:57.921 --> 00:46:01.341 align:center
คณะลูกขุนพิจารณาอยู่ น่าจะสองวันได้

00:46:01.967 --> 00:46:05.804 align:center
แล้วกลับมาพร้อมมติ
"ไม่มีความผิด" ฐานฆาตกรรมโดยเจตนา

00:46:06.346 --> 00:46:08.307 align:center
"มีความผิด" ฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาทำร้าย

00:46:10.684 --> 00:46:16.356 align:center
แทบจะเป็นความผิดและโทษเดียวกัน
กับแดฟนี อับเดลาเลย

00:46:18.025 --> 00:46:21.862 align:center
ผมรู้สึกเหมือนเป็นการประนีประนอม

00:46:25.741 --> 00:46:26.992 align:center
คณะลูกขุนร้องไห้

00:46:28.243 --> 00:46:29.244 align:center
ร้องไห้เลย

00:46:29.328 --> 00:46:32.581 align:center
เพราะพวกเขามองครอบครัวไอริช

00:46:33.499 --> 00:46:38.045 align:center
ครอบครัวแมคมอร์โรว์เจ็บปวด
เพราะรู้ว่าเขาทรมานแค่ไหน

00:46:38.128 --> 00:46:41.423 align:center
พวกเขาไม่คิดว่าได้รับความยุติธรรม

00:46:41.507 --> 00:46:43.091 align:center
(เด็กหนุ่ม 16 มีความผิด)

00:46:43.175 --> 00:46:45.010 align:center
ผมโกรธผลตัดสินมากๆ

00:46:45.093 --> 00:46:47.471 align:center
(พี่ชายจวกลูกขุนปอดแหก
ลูกขุนฉุนอับเดลาโดดศาล)

00:46:47.554 --> 00:46:50.015 align:center
แทง 38 แผลไม่ใช่พลั้งมือฆ่าหรอก

00:46:50.098 --> 00:46:55.103 align:center
(แค่โทษสถานเบา)

00:46:58.774 --> 00:47:01.777 align:center
คณะลูกขุนคงไม่คิดว่าเด็กอายุแค่นั้น

00:47:01.860 --> 00:47:06.698 align:center
ควรถูกตราหน้าเป็นฆาตกรไปตลอดชีวิต

00:47:06.782 --> 00:47:09.117 align:center
ผมเชื่อในการทำตามกฎหมายจริงๆ

00:47:10.118 --> 00:47:14.540 align:center
แต่กฎหมายก็ซับซ้อน เพราะมนุษย์มีส่วนเกี่ยวข้อง

00:47:14.623 --> 00:47:17.417 align:center
เมื่อมนุษย์มีส่วนเกี่ยวข้อง
อารมณ์ความรู้สึกย่อมมีผล

00:47:18.794 --> 00:47:22.673 align:center
คดีส่วนใหญ่ สิ่งที่เราสนใจคือปริศนา

00:47:23.257 --> 00:47:24.675 align:center
"ใครทำสิ่งนี้"

00:47:25.884 --> 00:47:28.887 align:center
ในคดีนี้ มันไม่ใช่อย่างนั้นเลย

00:47:28.971 --> 00:47:32.599 align:center
เรารู้ว่าใครทำ แต่ทำไม

00:47:32.683 --> 00:47:34.726 align:center
เรียกว่า "สองรวมเป็นหนึ่ง" ก็ได้

00:47:35.227 --> 00:47:39.398 align:center
ที่ทั้งสองคนรวมความบ้ากัน

00:47:39.481 --> 00:47:41.817 align:center
กลายเป็นหนึ่งเครื่องจักรสังหาร

00:47:43.235 --> 00:47:46.321 align:center
หรือแค่ทำสนุกๆ

00:47:47.865 --> 00:47:50.325 align:center
ทำไม

00:47:51.285 --> 00:47:53.370 align:center
นั่นคือสิ่งที่ทำให้เราคิดจนเป็นบ้า

00:47:54.580 --> 00:47:56.582 align:center
ไม่มีทางรู้แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น

00:47:56.665 --> 00:47:58.542 align:center
เพราะมีคนอยู่สามคน หนึ่งคนตาย

00:47:59.126 --> 00:48:02.129 align:center
นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น
เวลาคนบอกว่า "ไปไขคดีซะ" ผมถึงบอกว่า

00:48:02.212 --> 00:48:03.630 align:center
"ไม่ คำนี้ไม่เหมาะเลย"

00:48:03.714 --> 00:48:07.134 align:center
การไขคดีคือการรู้ว่าจริงๆ เกิดอะไรขึ้น

00:48:07.217 --> 00:48:09.177 align:center
หลายๆ ครั้ง เราก็ไม่รู้

00:48:09.261 --> 00:48:11.388 align:center
แน่นอนว่าเราสันนิษฐานได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

00:48:11.471 --> 00:48:13.432 align:center
เราได้ดูสิ่งที่หลักฐานบางส่วน

00:48:13.515 --> 00:48:16.476 align:center
ชี้นำให้เราคิดว่านี่คือข้อสรุปที่สมเหตุสมผล

00:48:16.560 --> 00:48:19.396 align:center
แต่ถ้าไม่มีคำบอกเล่า มันก็เป็นไปไม่ได้

00:48:30.157 --> 00:48:32.117 align:center
(เดือนมกราคม ปี 2004
เกือบเจ็ดปีหลังการตัดสิน)

00:48:32.200 --> 00:48:34.369 align:center
"นักฆ่าหน้าเด็กแห่งเซ็นทรัลพาร์ก"

00:48:34.453 --> 00:48:36.747 align:center
ออกจากเรือนจำคืนนี้ หลังผ่านไปเกือบเจ็ดปี

00:48:36.830 --> 00:48:39.207 align:center
อับเดลาที่อายุ 21 แล้ว
ถูกปล่อยตัวไปเมื่อวันศุกร์

00:48:39.291 --> 00:48:42.753 align:center
ส่วนแฟนเก่า วาสเกซวัย 22 ปี
ถูกปล่อยตัวไปเมื่อเช้า

00:48:42.836 --> 00:48:45.964 align:center
เงื่อนไขการปล่อยตัวคือทั้งสองคนถูกห้ามพบกัน

00:48:50.802 --> 00:48:54.890 align:center
ชีวิตน้องชายผมมีค่ามากกว่าคุกหกปีเยอะ

00:48:57.100 --> 00:48:59.770 align:center
ฉันไม่รู้สึกว่าความยุติธรรมบังเกิด

00:49:00.812 --> 00:49:03.815 align:center
ฉันรู้ว่านี่คือระบบ นี่คือกฎหมาย พวกเขาเป็นเด็ก

00:49:03.899 --> 00:49:05.317 align:center
นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น

00:49:06.818 --> 00:49:09.112 align:center
แต่มันรู้สึกไม่ยุติธรรมเลย

00:49:11.949 --> 00:49:13.033 align:center
ไม่ยุติธรรมเลยสักนิด

00:49:16.912 --> 00:49:19.539 align:center
หลายปีต่อมา แดฟนี
ระหว่างที่ปล่อยตัวโดยคุมประพฤติ

00:49:19.623 --> 00:49:20.832 align:center
ก็ละเมิดเงื่อนไขปล่อยตัว

00:49:22.084 --> 00:49:23.835 align:center
เธออยู่ในบ้านพักอดีตนักโทษ

00:49:23.919 --> 00:49:27.923 align:center
แล้วก็ไปทำร้ายร่างกายผู้อยู่อาศัยอีกคน

00:49:28.006 --> 00:49:32.803 align:center
แล้วก็กลับไปรับโทษเต็มเก้าปี

00:49:33.303 --> 00:49:36.431 align:center
คริสออกมาหลังรับโทษหกปี

00:49:37.182 --> 00:49:41.561 align:center
ผมไม่ได้ข่าวว่าเขาทำอะไร
ที่เป็นการก่อความผิดซ้ำเลย

00:49:41.645 --> 00:49:43.230 align:center
ตลอดหลายปีนับจากนั้น

00:49:49.611 --> 00:49:53.824 align:center
มันเป็นประสบการณ์ที่ยากมาก
ทั้งในแง่ส่วนตัวและการงาน

00:49:54.408 --> 00:49:58.662 align:center
นี่เป็นคดีที่ประหลาด สะเทือนอารมณ์

00:49:58.745 --> 00:50:00.205 align:center
ความรู้สึกเหล่านั้นมันตราตรึง

00:50:03.250 --> 00:50:05.627 align:center
หนึ่งในเรื่องดีๆ จากคดีนั้น

00:50:05.711 --> 00:50:07.838 align:center
คือการที่ผมได้รู้จักร็อบ มูนีย์

00:50:07.921 --> 00:50:12.592 align:center
ตอนนั้นผมไม่รู้ แต่เราเพิ่งวอร์มอัปเท่านั้น

00:50:23.186 --> 00:50:25.355 align:center
(ปี 2004)

00:50:27.274 --> 00:50:29.776 align:center
(ปี 2009)

00:50:32.320 --> 00:50:33.613 align:center
(ตอนต่อไป)

00:50:33.697 --> 00:50:36.867 align:center
แปดโมงเช้า โทรศัพท์ดังจนสายไหม้

00:50:36.950 --> 00:50:41.121 align:center
ทุกคนพูดเรื่องแม่บ้านหายตัวไป

00:50:41.204 --> 00:50:44.249 align:center
ในย่านการเงินชื่อเอริดาเนีย

00:50:44.332 --> 00:50:48.420 align:center
เพื่อนร่วมงานบอกว่า
เธอกินมื้อค่ำกับพวกเขาระหว่างเข้ากะทุกวัน

00:50:48.503 --> 00:50:51.506 align:center
แต่ได้เจอเธอครั้งสุดท้ายประมาณสองทุ่ม

00:50:51.590 --> 00:50:53.133 align:center
แล้วก็ไม่มีใครพบเห็นเธออีกเลย

00:50:54.426 --> 00:50:58.013 align:center
แน่นอนว่าการค้นอาคารหลังนั้นเป็นงานยาก

00:50:58.096 --> 00:51:02.434 align:center
ไม่ว่าจะหาใครหรืออะไร
เพราะมันสูงตั้ง 26 ชั้น

00:51:03.477 --> 00:51:04.978 align:center
กล้องจับภาพเธอไม่ได้อีกเลย

00:51:05.062 --> 00:51:08.023 align:center
เธอไม่ได้ออกจากลิฟต์ ณ เวลาไหนเลย

00:51:08.106 --> 00:51:09.816 align:center
ไม่มีใครเห็นเธอออกจากอาคาร

00:51:12.319 --> 00:51:13.320 align:center
เธออยู่ที่ไหน

00:51:13.904 --> 00:51:17.282 align:center
เราค้นทุกซอกทุกมุมของตึก ตั้งแต่ชั้นบนยันชั้นล่าง

00:51:17.365 --> 00:51:19.159 align:center
แล้วก็หาเธอไม่เจอ

00:51:19.951 --> 00:51:24.206 align:center
นั่นแปลว่าจากแค่ตึกเลขที่ 2 ถนนเร็กเตอร์

00:51:24.289 --> 00:51:27.501 align:center
ขอบเขตการสืบสวนทั้งหมดที่จะเกิดขึ้น

00:51:27.584 --> 00:51:29.377 align:center
กลับกลายเป็นทั่วเมืองนิวยอร์กซิตี

00:52:10.585 --> 00:52:15.590 align:center
คำบรรยายโดย วรากรณ์ จันทา
ยอร์กซิตี

