WEBVTT

00:00:07.841 --> 00:00:09.551 align:center
(บนเกาะแมนแฮตทัน)

00:00:09.634 --> 00:00:12.887 align:center
(มีตำรวจสืบสวนสองหน่วย
ที่ทำคดีฆาตกรรมโดยเฉพาะ)

00:00:12.971 --> 00:00:15.098 align:center
(แมนแฮตทันเหนือและแมนแฮตทันใต้)

00:00:15.181 --> 00:00:18.393 align:center
(พวกเขาสืบสวนคดีฆาตกรรม
ที่โหดร้ายและยากต่อการสืบที่สุด)

00:00:18.476 --> 00:00:21.229 align:center
(นี่คือเรื่องราวของพวกเขา)

00:00:31.322 --> 00:00:32.699 align:center
(ปี 2009)

00:00:38.830 --> 00:00:42.751 align:center
(วันที่ 7 กรกฎาคม ปี 2009)

00:00:42.834 --> 00:00:45.670 align:center
(ถนนเรกเตอร์)

00:00:45.754 --> 00:00:49.799 align:center
แม่ฉันทำงานเป็นแม่บ้าน
ที่ตึกเลขที่ 2 ถนนเร็กเตอร์

00:00:51.009 --> 00:00:54.971 align:center
กะของแม่คือช่วงห้าโมงเย็นถึงห้าทุ่ม

00:00:57.474 --> 00:01:01.102 align:center
วันที่ 7 กรกฎาคม ประมาณสี่ทุ่มครึ่ง

00:01:01.186 --> 00:01:04.147 align:center
ฉันได้รับสายจากโรซ่า เพื่อนร่วมงานแม่

00:01:04.814 --> 00:01:07.484 align:center
ถามว่าแม่ฉันอยู่บ้านหรือเปล่า

00:01:07.567 --> 00:01:09.611 align:center
ฉันก็ถาม "หมายความว่าไง แม่ไม่อยู่บ้านหรอก

00:01:09.694 --> 00:01:11.780 align:center
แม่ไม่อยู่ที่ทำงานเหรอ แม่ควรจะอยู่ที่ทำงานนะ"

00:01:12.405 --> 00:01:13.448 align:center
เธอก็บอกว่า "ไม่"

00:01:14.324 --> 00:01:17.660 align:center
แม่บ้านมีพักกินข้าวประมาณหนึ่งทุ่ม

00:01:18.161 --> 00:01:21.831 align:center
เธอสงสัยที่แม่ปิดโทรศัพท์

00:01:21.915 --> 00:01:23.833 align:center
ตอนนั้นโทรไปก็เข้าฝากข้อความ

00:01:25.335 --> 00:01:28.088 align:center
ฉันโทรหาป้า หาลุง

00:01:28.171 --> 00:01:33.510 align:center
เราตกลงกันว่า
จะไปที่ทำงานแม่ ไปลองตามหาแม่ดู

00:01:36.096 --> 00:01:38.932 align:center
ตอนกลางวัน ผมเป็นยามที่ตึกนั้น

00:01:39.808 --> 00:01:42.560 align:center
ผมก็เลยขึ้นไปชั้นที่เธอทำงาน

00:01:43.978 --> 00:01:48.441 align:center
ผมเดินตะโกนเรียกเธอทั่วทั้งชั้น ตลอดทางเดิน

00:01:48.525 --> 00:01:50.235 align:center
ลงไปถึงหลังห้องชั้นใต้ดิน

00:01:51.236 --> 00:01:53.071 align:center
ผมพยายามฟังเสียงตอบรับ

00:01:53.154 --> 00:01:54.864 align:center
เธออาจจะบาดเจ็บ

00:01:54.948 --> 00:01:56.783 align:center
เธออาจจะอยู่ในที่ที่ไม่มีคนได้ยิน

00:01:58.701 --> 00:02:01.746 align:center
แน่นอนว่ามีคนเห็นเธอเข้าไปในตึก

00:02:01.830 --> 00:02:03.123 align:center
แต่ไม่ได้เห็นเธอออกมา

00:02:06.126 --> 00:02:09.754 align:center
เราคุยกับยามที่เข้ากะตอนนั้น

00:02:09.838 --> 00:02:13.883 align:center
เขาบอกว่าเขาไม่เห็นแม่ฉันออกมาจากตึก

00:02:14.551 --> 00:02:16.636 align:center
เราก็เลยแจ้งตำรวจ

00:02:17.971 --> 00:02:19.305 align:center
เราตามหาแม่ไม่เจอ

00:02:23.309 --> 00:02:26.104 align:center
ทุกคดีทำลายจิตวิญญาณของเราทีละน้อย

00:02:28.773 --> 00:02:32.694 align:center
คุณทำงานนี้ไม่ได้ ถ้าไม่ได้ใส่ใจจริงๆ

00:02:34.779 --> 00:02:36.656 align:center
เราอยากสืบหาความจริง

00:02:38.158 --> 00:02:39.701 align:center
นั่นคือหน้าที่ของตำรวจสืบสวน

00:02:40.285 --> 00:02:42.662 align:center
ผมชอบเสมอที่ได้แอบดูหลังฉาก

00:02:42.745 --> 00:02:44.455 align:center
จริงๆ เกิดอะไรขึ้นกันแน่

00:02:44.998 --> 00:02:48.668 align:center
สิ่งสำคัญมากๆ ของครอบครัว
คือได้รู้ว่าใครฆ่าญาติของพวกเขา

00:02:48.751 --> 00:02:49.794 align:center
นั่นคืองานของฉัน

00:02:50.420 --> 00:02:54.674 align:center
ในนิวยอร์กซิตี กรมตำรวจนิวยอร์ก

00:02:57.635 --> 00:02:58.845 align:center
หน่วยนี้เท่านั้น

00:02:59.596 --> 00:03:03.183 align:center
(Homicide: เจาะลึกคดีฆาตกรรม
นิวยอร์ก)

00:03:13.818 --> 00:03:17.947 align:center
เวลาผมขับรถไปทำงานทุกวัน ตอนขาเข้าเมือง

00:03:18.031 --> 00:03:19.616 align:center
ผมจะเห็นทั้งเส้นขอบฟ้า

00:03:19.699 --> 00:03:22.493 align:center
ผมจะบอกตัวเองเสมอว่า

00:03:23.036 --> 00:03:29.626 align:center
"ว้าว ผมเป็นตำรวจสืบสวนฆาตกรรม
ในกรมตำรวจนิวยอร์ก นิวยอร์กซิตี"

00:03:31.711 --> 00:03:35.798 align:center
ผมโตมาในย่านที่โหดร้าย
ย่านเซาท์จาเมกาในควีนส์

00:03:36.424 --> 00:03:37.759 align:center
มียาเสพติด

00:03:37.842 --> 00:03:40.637 align:center
มีการค้าประเวณี มีพวกแก๊ง

00:03:41.262 --> 00:03:44.224 align:center
มันเป็นเรื่องที่ผมต้องตัดสินใจในท้ายที่สุด

00:03:44.307 --> 00:03:48.102 align:center
แล้วผมก็เลือกการศึกษา ไม่เลือกชีวิตข้างถนน

00:03:48.186 --> 00:03:50.188 align:center
แล้วมาเป็นตำรวจ

00:03:54.108 --> 00:03:56.694 align:center
(วันที่ 8 กรกฎาคม ปี 2009
เอริดาเนียหายตัวไปสิบชั่วโมงแล้ว)

00:03:56.778 --> 00:04:02.408 align:center
วันที่ 8 กรกฎาคม ปี 2009
เรามาถึงที่ทำงานตอนแปดโมงเช้า

00:04:02.492 --> 00:04:06.287 align:center
โทรศัพท์ดังจนสายไหม้
เราได้รับสายจากโรงพักเขตหนึ่ง

00:04:06.371 --> 00:04:08.456 align:center
เราได้รับสายจากศูนย์บัญชาการนิวยอร์ก

00:04:08.539 --> 00:04:11.793 align:center
เราได้รับสายจากหัวหน้าหน่วยสืบสวน

00:04:11.876 --> 00:04:13.586 align:center
ทุกคนพูดเรื่อง

00:04:13.670 --> 00:04:18.633 align:center
แม่บ้านหายตัวไปในย่านการเงิน

00:04:19.259 --> 00:04:21.010 align:center
(เลขที่ 2 ถนนเร็กเตอร์)

00:04:21.094 --> 00:04:23.221 align:center
ผมคิดว่าสาธารณชนถูกครอบงำ

00:04:23.304 --> 00:04:27.976 align:center
ด้วยเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงเปิดตลาดหุ้นในย่านนั้น

00:04:28.059 --> 00:04:31.145 align:center
ว่าเกิดอะไรขึ้น มันมีความเร็ว

00:04:31.229 --> 00:04:34.482 align:center
ของการโอนย้ายทรัพย์สิน มีเรื่องต่างๆ

00:04:34.565 --> 00:04:39.070 align:center
นั่นคือจุดที่น่าหลงใหล
แต่เราก็มีคนที่ทำงานเบื้องหลัง

00:04:39.153 --> 00:04:43.908 align:center
หลังจากคนทำงานออฟฟิศกลับไป
ก็จะเหลือคนทำความสะอาด

00:04:43.992 --> 00:04:47.245 align:center
มีคนที่ถูพื้น มีช่างมาทำงานซ่อม

00:04:47.328 --> 00:04:53.042 align:center
คนที่มีครอบครัว
ที่ต้องทำงานหนักมากเพื่อหาเลี้ยงชีพ

00:04:54.002 --> 00:04:56.838 align:center
สายสืบรีบไปที่เลขที่ 2 ถนนเร็กเตอร์

00:04:56.921 --> 00:05:00.675 align:center
ตอนแรกเราไม่มีข้อมูลอะไรเลย

00:05:00.758 --> 00:05:05.221 align:center
เรารู้แค่ว่ามีคนไม่กลับบ้าน

00:05:08.641 --> 00:05:12.520 align:center
ภายนอกตึก ผู้บริหารคนหนึ่งเรียกรวมตัวทุกคน

00:05:12.603 --> 00:05:15.523 align:center
แล้วก็แจ้งเหตุเราคร่าวๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น

00:05:15.606 --> 00:05:21.738 align:center
เราได้ทราบว่าผู้หญิงที่หายไปชื่อเอริดาเนีย

00:05:22.822 --> 00:05:24.532 align:center
อายุ 46 ปี

00:05:25.450 --> 00:05:28.286 align:center
เธอทำงานตั้งแต่ห้าโมงเย็นถึงห้าทุ่ม

00:05:28.369 --> 00:05:32.248 align:center
ช่วงหนึ่งระหว่างกะ เธอหายตัวไป

00:05:32.332 --> 00:05:35.084 align:center
(ถนนเร็กเตอร์)

00:05:35.168 --> 00:05:39.797 align:center
เรื่องหนึ่งที่ผมเห็นชัดตอนเข้าไปในตึก

00:05:39.881 --> 00:05:43.092 align:center
คือครอบครัวของผู้หญิงคนนี้อยู่ที่นั่น

00:05:43.801 --> 00:05:48.973 align:center
ภายในไม่กี่ชั่วโมงที่ติดต่อเธอไม่ได้

00:05:50.516 --> 00:05:56.105 align:center
เราไม่ค่อยเห็นแบบนี้ในนิวยอร์กซิตี
เราดูออกเลยว่าครอบครัวนี้แน่นแฟ้น

00:05:57.315 --> 00:05:59.776 align:center
พี่สาวผมโตกว่าผม 17 ปี

00:06:00.360 --> 00:06:03.696 align:center
เธอพึ่งพาได้เสมอ เธอช่วยดูแลผม

00:06:04.572 --> 00:06:07.283 align:center
เธอเป็นพี่สาวที่ดี เป็นแม่ที่ดี

00:06:08.242 --> 00:06:10.828 align:center
เธอไม่มีทางทิ้งครอบครัว มันเป็นไปไม่ได้

00:06:13.456 --> 00:06:15.708 align:center
ครอบครัวเธอแย้งว่าหลังจากเลิกงาน

00:06:15.792 --> 00:06:17.293 align:center
เธอจะกลับบ้านทันที

00:06:17.377 --> 00:06:19.879 align:center
มันเลยผิดวิสัยเธอมากๆ

00:06:19.962 --> 00:06:22.924 align:center
ที่จะออกจากที่ทำงานโดยไม่บอกใคร

00:06:23.007 --> 00:06:24.300 align:center
โดยเฉพาะเพื่อนร่วมงาน

00:06:25.176 --> 00:06:27.470 align:center
เรื่องพวกนี้เป็นสัญญาณอันตรายสำหรับทุกคน

00:06:29.597 --> 00:06:33.309 align:center
มันผิดวิสัยเธอมากๆ ที่จะหายตัวไปเฉยๆ

00:06:35.436 --> 00:06:37.313 align:center
ไม่รับโทรศัพท์

00:06:38.314 --> 00:06:40.024 align:center
ผมก็กังวล

00:06:42.610 --> 00:06:47.490 align:center
ผมทำงานที่นั่นปีครึ่งแล้ว
พี่สาวผมทำได้ประมาณหกเดือน

00:06:48.408 --> 00:06:50.201 align:center
ผมรู้จักตึกนั้นเป็นอย่างดี

00:06:50.284 --> 00:06:54.789 align:center
คืนวันนั้นที่เธอหายไป เราค้นทั่วทั้งตึก

00:06:54.872 --> 00:06:56.374 align:center
ทีละชั้น

00:06:56.874 --> 00:06:58.543 align:center
ผมลงไปถึงชั้นใต้ดิน

00:06:59.669 --> 00:07:03.047 align:center
แล้วเงยหน้าขึ้น ตะโกนเรียกชื่อเธอ

00:07:05.216 --> 00:07:06.759 align:center
แต่มันเงียบมากๆ

00:07:10.096 --> 00:07:14.016 align:center
(เอริดาเนียหายตัวไป 12 ชั่วโมงแล้ว)

00:07:16.310 --> 00:07:19.355 align:center
ทำเลที่เธอหายตัวไป

00:07:19.439 --> 00:07:22.859 align:center
อยู่ใจกลางย่านการเงิน

00:07:22.942 --> 00:07:26.070 align:center
ตามปกติ กรมตำรวจจะจริงจังมากๆ

00:07:26.154 --> 00:07:28.948 align:center
ทุกคดีในแมนแฮตทันใต้

00:07:29.031 --> 00:07:31.534 align:center
ทุกอย่างที่อยู่ทางใต้ของถนน 59

00:07:31.617 --> 00:07:34.203 align:center
ดูจะเป็นข่าวใหญ่เสมอ

00:07:34.829 --> 00:07:38.124 align:center
ผมรู้เลยว่าคดีนี้
จะได้รับความสนใจจากสื่อมากมาย

00:07:38.207 --> 00:07:42.211 align:center
เพื่อนร่วมงานบอกว่า
เธอกินมื้อค่ำกับพวกเขาระหว่างเข้ากะทุกวัน

00:07:42.295 --> 00:07:44.922 align:center
แต่ได้เจอเธอครั้งสุดท้ายประมาณสองทุ่ม

00:07:45.006 --> 00:07:46.924 align:center
แล้วก็ไม่มีใครพบเห็นเธออีกเลย

00:07:47.675 --> 00:07:50.261 align:center
หลักๆ คือเราต้องค้นทุกชั้น

00:07:50.344 --> 00:07:52.722 align:center
แล้วก็ต้องอพยพคนออกจากตึก

00:07:52.805 --> 00:07:54.682 align:center
ทุกคน พนักงานทุกคน

00:07:54.765 --> 00:07:58.769 align:center
ผู้บริหาร ทีมทำความสะอาด ผู้ดูแลลิฟต์

00:07:58.853 --> 00:08:01.981 align:center
ทุกคนที่อยู่ในนั้นต้องออกไปจากตึก

00:08:02.064 --> 00:08:04.066 align:center
ณ ตอนที่ทำการค้นหา

00:08:04.150 --> 00:08:06.611 align:center
อาจจะมีศพอยู่ในตึกโดยที่เราไม่รู้ก็ได้

00:08:06.694 --> 00:08:08.154 align:center
มันก็น่ากลัวนิดๆ ครับ

00:08:08.237 --> 00:08:12.366 align:center
หนึ่งในสิ่งที่ทำให้ตึกเลขที่ 2 ถนนเร็กเตอร์

00:08:12.450 --> 00:08:17.455 align:center
ไม่เหมือนทำเลอื่นในคดีคนหาย

00:08:17.538 --> 00:08:22.502 align:center
คือมันเป็นสภาพแวดล้อมในตัวของมันเอง

00:08:22.585 --> 00:08:26.422 align:center
ทางออกมีอยู่ไม่กี่ทาง ทางเข้าก็มีไม่มาก

00:08:26.506 --> 00:08:28.257 align:center
ที่เหลือคือขึ้นชั้นบนอย่างเดียว

00:08:30.301 --> 00:08:34.013 align:center
แน่นอนว่าการค้นอาคารหลังนั้นเป็นงานยาก

00:08:34.096 --> 00:08:39.185 align:center
ไม่ว่าจะหาใครหรืออะไร
เพราะมันสูงตั้ง 26 ชั้น

00:08:41.979 --> 00:08:43.439 align:center
ทุกคนต้องช่วยกัน

00:08:44.482 --> 00:08:47.109 align:center
หน่วยสืบสวนจากโรงพักอื่นก็ถูกเรียกมาช่วย

00:08:47.193 --> 00:08:49.987 align:center
ไม่ใช่แค่หน่วยสืบสวนฆาตกรรม
กับหน่วยสืบสวนของโรงพักเขตหนึ่ง

00:08:50.071 --> 00:08:52.782 align:center
แต่ยังมีหน่วยสืบสวน
จากมิดทาวน์ใต้ มิดทาวน์เหนือ

00:08:53.574 --> 00:08:55.243 align:center
ทุกหน่วยเข้ามาหมด

00:08:55.326 --> 00:08:58.454 align:center
แต่นอกเหนือจากนั้น ก็ยังมีเฮลิคอปเตอร์บนฟ้า

00:09:00.873 --> 00:09:04.961 align:center
นี่คือการค้นอย่างละเอียด
ทั่วทั้งตึกตั้งแต่ชั้นบนลงล่าง

00:09:05.044 --> 00:09:06.379 align:center
ทุกซอกทุกมุม

00:09:06.462 --> 00:09:12.426 align:center
ตอนเปิดล็อกเกอร์ของเธอ
เราก็พบว่ากระเป๋าของเธอยังอยู่

00:09:14.387 --> 00:09:18.975 align:center
ผมมีแม่กับพี่น้องหญิงสี่คน
พวกเธอไม่ไปไหนโดยไม่มีกระเป๋า

00:09:19.892 --> 00:09:22.228 align:center
มันแทบจะเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย

00:09:22.311 --> 00:09:25.231 align:center
แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องที่น่าตกใจ

00:09:27.316 --> 00:09:32.446 align:center
แล้วเราก็เจอรถเข็นกับกิ๊บติดผมของเธอที่ชั้นแปด

00:09:34.198 --> 00:09:37.076 align:center
ทำไมมันถึงตกอยู่ที่พื้น

00:09:38.035 --> 00:09:39.829 align:center
มีการต่อสู้หรือเปล่า

00:09:39.912 --> 00:09:43.624 align:center
อาจจะมีการล่วงละเมิดทางเพศเกิดขึ้น

00:09:43.708 --> 00:09:45.626 align:center
แล้วคนร้ายก็จับเธอเป็นตัวประกัน

00:09:45.710 --> 00:09:47.712 align:center
(ตำรวจ ห้ามผ่าน)

00:09:47.795 --> 00:09:49.422 align:center
เราต้องสอบปากคำหลายๆ คน

00:09:49.505 --> 00:09:53.801 align:center
เราต้องไปคุยกับพนักงานของตึก
ที่ทำงานให้กับฝ่ายบริหารตึก

00:09:53.884 --> 00:09:56.887 align:center
ใครอยู่ที่นั่นบ้างในช่วงกะของเอริดาเนีย

00:09:58.389 --> 00:10:00.558 align:center
คนที่ทำงานอยู่ในตึกตอนนั้น

00:10:00.641 --> 00:10:05.104 align:center
ผมจะจัดว่าทุกคนเป็นพยาน

00:10:05.187 --> 00:10:07.773 align:center
หรือบุคคลเฝ้าระวังก็ได้

00:10:08.608 --> 00:10:10.943 align:center
มีหลายความคิดเกิดขึ้นในหัวเรา

00:10:11.027 --> 00:10:13.654 align:center
แต่เรารู้ว่าเวลาเป็นสิ่งสำคัญ

00:10:13.738 --> 00:10:17.700 align:center
ยิ่งเราหาเธอเจอช้า
แนวโน้มที่เธอจะยังมีชีวิตก็ยิ่งน้อยลง

00:10:17.783 --> 00:10:21.495 align:center
(เอริดาเนียหายตัวไป 14 ชั่วโมงแล้ว)

00:10:22.788 --> 00:10:25.916 align:center
เรารู้ว่าถ้าเธอออกจากตึก

00:10:26.000 --> 00:10:30.254 align:center
กล้องหนึ่งในหลายตัวจะจับภาพเธอได้ที่ทางเข้า

00:10:31.505 --> 00:10:35.635 align:center
ในตึกนี้มีกล้อง 32 ตัว

00:10:35.718 --> 00:10:39.221 align:center
ภาพที่เราต้องทวนก็มี
คลิปแปดชั่วโมงจากกล้อง 32 ตัว

00:10:39.305 --> 00:10:43.434 align:center
ต้องดูให้ครบ มันเป็นงานที่เหนื่อยมาก

00:10:44.894 --> 00:10:47.480 align:center
เราก็เลยส่งมือดีของเรามา

00:10:49.398 --> 00:10:52.360 align:center
ไบรอัน แมคคลาวด์ ฉายา "เทพวิดีโอ"

00:10:53.194 --> 00:10:55.154 align:center
เขาเป็นสายสืบชั้นยอด

00:10:55.237 --> 00:11:00.034 align:center
ไบรอันเป็นคนที่เร็วมากๆ

00:11:00.117 --> 00:11:01.577 align:center
นี่คืองานสำคัญ

00:11:02.078 --> 00:11:05.206 align:center
ไม่ใช่ทุกคนที่ทำได้
ไม่ใช่ทุกคนที่รับงานหนักได้เหมือนเรา

00:11:05.289 --> 00:11:08.668 align:center
ผมบอกเลยว่าถ้าเป็นแมลงวัน ผมก็จะตีให้โดน

00:11:12.004 --> 00:11:13.005 align:center
ไบรอันจริงจังกับงาน

00:11:13.089 --> 00:11:16.759 align:center
เวลาเขาตั้งสมาธิ เขาชอบใส่หูฟัง

00:11:16.842 --> 00:11:19.053 align:center
แล้วเขาก็จะฟังเพลงเฮฟวีเมทัล

00:11:21.013 --> 00:11:21.931 align:center
เฮดแบงเกอร์เหรอ

00:11:22.014 --> 00:11:24.850 align:center
ครับ ตอนหนุ่มๆ ผมก็ไว้ผมมัลเล็ต ก็…

00:11:27.061 --> 00:11:30.106 align:center
ผมเปิดเพลงเฮฟวีเมทัลในที่ทำงานทั้งวันประจำ

00:11:32.358 --> 00:11:35.569 align:center
เขามีความอดทนกับความจดจ่อ

00:11:35.653 --> 00:11:39.615 align:center
ที่จะอยู่ตรงนั้น จ้องจอได้เป็นชั่วโมงๆ

00:11:40.741 --> 00:11:42.993 align:center
เรารู้ว่าถ้าเธอออกจากตึก

00:11:43.077 --> 00:11:47.623 align:center
เขาจะหาเธอเจอ
หรือจะเจออะไรก็ตามที่ดูน่าสงสัย

00:11:48.457 --> 00:11:50.126 align:center
เราไม่อยากพลาดอะไรไป

00:11:50.209 --> 00:11:52.461 align:center
พลาดไปแค่เฟรมเดียว
ก็อาจมีบางอย่างหลุดรอดไปได้

00:11:55.464 --> 00:11:56.340 align:center
ตบได้แล้ว

00:11:56.841 --> 00:12:00.928 align:center
(เลขที่ 2 ถนนเร็กเตอร์)

00:12:01.679 --> 00:12:03.305 align:center
มันน่าเบื่อ

00:12:03.389 --> 00:12:04.932 align:center
มันเสียเวลา

00:12:06.475 --> 00:12:08.060 align:center
มันทำให้สายตาล้า

00:12:08.936 --> 00:12:10.896 align:center
แต่ผมมีความอดทนที่จะทำได้

00:12:14.150 --> 00:12:16.694 align:center
มีภาพเอริดาเนียขึ้นลิฟต์

00:12:16.777 --> 00:12:19.071 align:center
ขึ้นไปเริ่มทำงานที่ชั้นบนๆ

00:12:20.281 --> 00:12:24.410 align:center
น่าจะประมาณ 17.12 น.

00:12:25.035 --> 00:12:27.788 align:center
แต่ก็ไม่เห็นอีกเลย กล้องจับภาพเธอไม่ได้อีกเลย

00:12:27.872 --> 00:12:31.083 align:center
เธอไม่ได้ออกจากลิฟต์ ณ เวลาไหนเลย

00:12:31.167 --> 00:12:33.210 align:center
ไม่มีใครเห็นเธอออกจากอาคาร

00:12:35.921 --> 00:12:37.089 align:center
เธออยู่ที่ไหน

00:12:37.173 --> 00:12:40.801 align:center
(เอริดาเนียหายตัวไป 19 ชั่วโมงแล้ว)

00:12:40.885 --> 00:12:43.971 align:center
เพื่อให้เข้าใจเธอมากขึ้น

00:12:44.054 --> 00:12:47.558 align:center
เราต้องตรวจประวัติโดยละเอียด
สืบหาความสัมพันธ์ของเธอ

00:12:47.641 --> 00:12:50.102 align:center
สืบว่ามีปัญหาเรื่องเงินไหม

00:12:50.186 --> 00:12:53.272 align:center
ทุกอย่างที่สืบได้เกี่ยวกับผู้สูญหาย

00:12:53.355 --> 00:12:54.648 align:center
(เอริดาเนีย โรดริเกซ)

00:12:54.732 --> 00:13:00.029 align:center
เราทราบจากครอบครัว
ว่าเอริดาเนียมาจากสาธารณรัฐโดมินิกัน

00:13:00.112 --> 00:13:02.907 align:center
แม่ฉันเกิดที่ซานโต โดมิงโก

00:13:03.699 --> 00:13:07.119 align:center
ย้ายมาสหรัฐฯ เมื่อปี 1973

00:13:08.037 --> 00:13:11.916 align:center
แม่แต่งงานกับพ่อ เฮโรนิโม ฟิเกรัว

00:13:12.792 --> 00:13:15.169 align:center
แล้วก็มีลูกสามคน

00:13:15.920 --> 00:13:21.175 align:center
แม่ลาออกจากโรงเรียนเพื่อเลี้ยงเรา

00:13:23.177 --> 00:13:24.929 align:center
เธอคือหัวหน้าครอบครัว

00:13:25.012 --> 00:13:28.224 align:center
เธอทำอาหารอร่อยไม่มีใครเทียบ

00:13:29.016 --> 00:13:33.187 align:center
ผมตั้งตารอกินเสมอ
ทั้งวันขอบคุณพระเจ้า ปีใหม่ คริสต์มาส

00:13:33.979 --> 00:13:37.149 align:center
ไม่สนว่าเทศกาลอะไร
เธออยากให้ครอบครัวอยู่ด้วยกันเสมอ

00:13:38.984 --> 00:13:41.612 align:center
คดีนี้ทำให้ผมนึกถึงแม่

00:13:41.695 --> 00:13:45.783 align:center
แม่ผมก็เป็นผู้อพยพจากปานามา

00:13:45.866 --> 00:13:49.161 align:center
มาหางานเล็กๆ ทำจนตั้งตัวได้

00:13:49.245 --> 00:13:53.833 align:center
เพื่อหาเลี้ยงครอบครัว
จนแน่ใจว่าเรามีทุกอย่างที่จำเป็น

00:13:55.209 --> 00:13:58.587 align:center
ผมนึกภาพออก ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับแม่ผม

00:13:58.671 --> 00:14:01.257 align:center
ผมจะต้องรับมือกับมันยังไง

00:14:01.340 --> 00:14:03.634 align:center
มันทำให้คดีนี้สำคัญกับผมมากๆ

00:14:05.678 --> 00:14:07.137 align:center
ฉันคิดอะไรไม่ค่อยออก

00:14:08.931 --> 00:14:11.225 align:center
ตอนนั้นฉันหดหู่ แตกตื่น

00:14:11.308 --> 00:14:15.187 align:center
ฉันภาวนากับพระเจ้าให้แม่เดินเข้ามาสักที

00:14:20.109 --> 00:14:23.529 align:center
เรื่องเอริดาเนีย เราสืบทราบว่าเธอหย่าแล้ว

00:14:23.612 --> 00:14:26.532 align:center
แล้วกลับไปคบกับอดีตสามีอีกครั้ง

00:14:27.867 --> 00:14:29.702 align:center
เราได้สอบปากคำครอบครัว

00:14:30.953 --> 00:14:34.331 align:center
สามีเธอไม่อยู่ที่ตึกเลขที่ 2 ถนนเร็กเตอร์

00:14:34.415 --> 00:14:37.501 align:center
ในใจผมก็แอบคิดนะ "ทำไมเขาไม่มา

00:14:37.585 --> 00:14:40.921 align:center
ลูกสาวเขามากันหมด น้องชายเธอก็มา"

00:14:41.005 --> 00:14:43.215 align:center
เขาคือผู้ต้องสงสัยคนแรกของเรา

00:14:43.799 --> 00:14:47.261 align:center
เราต้องสอบปากคำเขา ถามว่าเขารู้อะไรบ้าง

00:14:49.555 --> 00:14:54.894 align:center
นอกจากสามีเธอแล้ว
คนในครอบครัวบอกว่าหลายวันก่อนหน้า

00:14:54.977 --> 00:14:57.062 align:center
เอริดาเนียถูก…

00:14:57.146 --> 00:15:02.610 align:center
เธอคิดว่าถูกคนที่ทำงานในตึกคอยแอบตาม

00:15:04.695 --> 00:15:07.239 align:center
พี่สาวผมบอกว่าเธอสังหรณ์ใจไม่ค่อยดี

00:15:07.323 --> 00:15:09.283 align:center
พี่บอกว่ามีผู้ชายคนหนึ่งมอง

00:15:09.992 --> 00:15:13.329 align:center
ตอนที่เธอขึ้นลิฟต์ไปชั้นที่จะทำความสะอาด

00:15:14.204 --> 00:15:18.542 align:center
นักข่าวมาสัมภาษณ์เราที่ตึก

00:15:19.043 --> 00:15:22.338 align:center
พวกลูกสาวบอกว่าแม่กังวลเรื่องผู้ชายคนหนึ่ง

00:15:22.421 --> 00:15:25.883 align:center
ที่ทำงานในอาคารสำนักงาน
เดียวกันบนถนนเร็กเตอร์

00:15:25.966 --> 00:15:28.218 align:center
ที่เธอเชื่อว่าคอยแอบตามเธอ

00:15:28.302 --> 00:15:31.013 align:center
เขาชอบมองเธอ
ด้วยสายตาแปลกๆ แล้วเธอก็กังวล

00:15:31.096 --> 00:15:31.931 align:center
(อายุ 15 ปี)

00:15:32.014 --> 00:15:34.350 align:center
ตอนแม่ทำความสะอาด เขาเคยมองแม่

00:15:34.433 --> 00:15:37.853 align:center
เธอบอกว่ามีคนทำให้แม่กลัว คอยตามแม่

00:15:39.146 --> 00:15:41.106 align:center
ชายคนนั้นทำแบบนั้นสองครั้ง

00:15:41.815 --> 00:15:44.693 align:center
แต่ลูกสาวของเอริดาเนียบอกว่า

00:15:44.777 --> 00:15:47.988 align:center
สองสามวันก่อนที่เธอจะหายตัวไป

00:15:48.072 --> 00:15:50.407 align:center
เขาพยายามมาคุยกับเธออีก

00:15:50.491 --> 00:15:53.911 align:center
แน่นอนว่าทางครอบครัว
ตกใจกลัวกับสถานการณ์นี้มากๆ

00:15:53.994 --> 00:15:58.123 align:center
เธอตกใจแล้วก็กังวลกับสถานการณ์นี้มากๆ

00:15:58.207 --> 00:15:59.750 align:center
จนเอาไปเล่าให้ครอบครัวฟัง

00:15:59.833 --> 00:16:02.836 align:center
ผมบอกเธอว่า "ขอเวลาผมหางานใหม่ให้พี่นะ"

00:16:02.920 --> 00:16:04.505 align:center
เธอก็บอกว่า "โอเค"

00:16:04.588 --> 00:16:07.675 align:center
ถ้าอีกหนึ่งอาทิตย์ไม่ได้งาน เธอก็จะลาออกเลย

00:16:10.803 --> 00:16:15.099 align:center
นี่เป็นเรื่องที่เธออยากลาออกจากงาน
เพราะเธอรู้สึกไม่ปลอดภัย

00:16:15.182 --> 00:16:18.060 align:center
การที่เรื่องนี้เกิดขึ้นหลายครั้ง

00:16:18.644 --> 00:16:21.021 align:center
เขาจะทำร้าย ฉุด หรือลักพาตัวเธอไหม

00:16:21.939 --> 00:16:24.066 align:center
ผู้ชายคนนี้พร้อมจะทำขนาดไหน

00:16:24.149 --> 00:16:28.278 align:center
เพราะรู้ว่าคนที่แอบตามเธอ
รู้จักแผนผังของอาคาร

00:16:28.362 --> 00:16:30.864 align:center
รู้ทางออกและทางเข้าอาคาร

00:16:30.948 --> 00:16:33.742 align:center
นี่คือคนที่ไปที่ตึกนั้นทุกวัน

00:16:33.826 --> 00:16:37.037 align:center
รู้ว่าใครไปไหนในเวลาไหน

00:16:37.121 --> 00:16:39.999 align:center
ตึกปิดเวลาไหน เปิดเวลาไหน

00:16:40.082 --> 00:16:42.251 align:center
ใครอยู่ที่ไหน เมื่อไหร่

00:16:43.585 --> 00:16:45.004 align:center
เรื่องสำคัญมากๆ

00:16:45.087 --> 00:16:47.881 align:center
คือการระบุตัวชายคนนี้โดยเร็วที่สุด

00:16:49.550 --> 00:16:52.469 align:center
ระหว่างที่เราตามหาชายคนนั้น
สายสืบก็ออกปฏิบัติการ

00:16:52.553 --> 00:16:57.599 align:center
สอบปากคำสามีของเอริดาเนีย
ยืนยันที่อยู่ของเขา

00:16:59.351 --> 00:17:03.897 align:center
เรื่องเล่าของเขาคือ
เขาทำงานคืนนั้นจนถึงสองทุ่ม

00:17:03.981 --> 00:17:06.775 align:center
แล้วเขาก็กลับไปที่อะพาร์ตเมนต์ของครอบครัว

00:17:06.859 --> 00:17:11.071 align:center
พ่อเป็นคนเดียวที่อยู่บ้านรอเผื่อแม่จะกลับมา

00:17:12.239 --> 00:17:16.410 align:center
สายสืบยืนยันที่อยู่ของเขาได้ แล้วเลิกสงสัยเขา

00:17:17.327 --> 00:17:19.163 align:center
ณ ตอนนี้ เรามั่นใจแล้ว

00:17:19.246 --> 00:17:23.876 align:center
ว่าเขาไม่มีส่วนกับการหายตัวไปของเอริดาเนีย

00:17:26.003 --> 00:17:29.548 align:center
ขณะเดียวกัน เราก็ติดต่อคนที่คอยตามเธอได้

00:17:30.132 --> 00:17:33.635 align:center
เราพาเขาขึ้นชั้นบนมาหาหน่วย
ส่งเขาเข้าห้องสอบปากคำ

00:17:33.719 --> 00:17:37.973 align:center
เขาอ้างว่าเขาเล่นปิงปองอยู่กับเพื่อน

00:17:38.057 --> 00:17:40.601 align:center
คืนนั้นตอนเอริดาเนียไปทำงาน

00:17:40.684 --> 00:17:45.230 align:center
คนที่เขาบอกว่าร่วมเล่นกับเขาด้วย

00:17:45.314 --> 00:17:49.693 align:center
คนที่อยู่กับเขาก็ถูกสอบปากคำโดยละเอียดเช่นกัน

00:17:49.777 --> 00:17:53.989 align:center
แล้วตำรวจก็ตัดเขาออก
จากการเป็นผู้ต้องสงสัยได้

00:17:56.617 --> 00:17:59.661 align:center
(วันที่ 9 กรกฎาคม 2009
เอริดาเนียหายตัวไปสองวันแล้ว)

00:17:59.745 --> 00:18:03.749 align:center
เราต้องเพิ่มกำลังการสืบสวน
พยายามตามหาเอริดาเนียให้เจอ

00:18:03.832 --> 00:18:06.251 align:center
สืบอย่างพิถีพิถันด้วยสุนัขตำรวจ

00:18:06.752 --> 00:18:09.755 align:center
ทุกคนรู้ว่าพอตำรวจพาสุนัขมา

00:18:09.838 --> 00:18:11.799 align:center
ถ้ามีอะไรอยู่ที่นั่น มันจะหาเจอ

00:18:12.382 --> 00:18:15.552 align:center
สุนัขตำรวจ ตอนขึ้นไปชั้น 14

00:18:15.636 --> 00:18:18.680 align:center
มันเจอกลิ่นสองจุดในห้องอุปกรณ์

00:18:18.764 --> 00:18:23.268 align:center
ซึ่งเป็นห้องระบบเครื่องปรับอากาศ
กับเครื่องทำความร้อนภายในตึก

00:18:24.686 --> 00:18:26.355 align:center
ตำรวจส่งหน่วยฉุกเฉินเข้ามา

00:18:26.438 --> 00:18:30.359 align:center
ทุกคนที่พอจะนึกออก ตอนนี้ไปสนใจที่ชั้นนั้น

00:18:31.276 --> 00:18:34.738 align:center
เรากำลังรอแจ้งเตือนว่าทางนั้นเจอบางสิ่ง

00:18:34.822 --> 00:18:36.198 align:center
สิ่งที่จะเป็นประโยชน์

00:18:36.281 --> 00:18:39.326 align:center
สิ่งที่จะบอกอะไรได้มากกว่าที่เรารู้อยู่แล้ว

00:18:40.869 --> 00:18:44.081 align:center
หน่วยสุนัขตำรวจตามกลิ่นไม่เจอ

00:18:46.917 --> 00:18:48.252 align:center
มันน่าหงุดหงิดมาก

00:18:48.335 --> 00:18:52.005 align:center
แล้วเราก็สงสารครอบครัว
เพราะเรารู้ว่าพวกเขา…

00:18:52.089 --> 00:18:55.342 align:center
ทุกวันที่ผ่านไป ทุกชั่วโมงที่ผ่านไป

00:18:55.425 --> 00:18:57.845 align:center
ความหวังของพวกเขายิ่งลดลง

00:19:00.889 --> 00:19:03.267 align:center
ทุกวินาทีที่ผ่านไป ทุกนาที

00:19:03.851 --> 00:19:07.479 align:center
ครอบครัวเริ่มจะรับไม่ไหว

00:19:07.563 --> 00:19:11.066 align:center
ทุกคนกลัว ไม่มีใครกินลง

00:19:12.693 --> 00:19:13.610 align:center
แบบ…

00:19:14.111 --> 00:19:15.654 align:center
ทุกคนกลัวจะเกิดเรื่องร้าย

00:19:15.737 --> 00:19:17.447 align:center
(สถานีตำรวจเขตหนึ่ง กรมตำรวจ)

00:19:23.745 --> 00:19:27.749 align:center
กล้องมีหลายตัวมาก
วิดีโอรวมความยาวหลายร้อยชั่วโมง

00:19:28.458 --> 00:19:30.002 align:center
ผมใช้เวลาชั่วโมงทำงาน

00:19:30.085 --> 00:19:33.630 align:center
ไปกับการดูภาพวงจรปิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

00:19:33.714 --> 00:19:37.259 align:center
เพื่อให้แน่ใจสุดๆ ว่าไม่ได้พลาดอะไรไป

00:19:37.342 --> 00:19:40.429 align:center
ผมมองหาหลักฐาน มองหาทุกอย่างที่น่าสงสัย

00:19:41.096 --> 00:19:44.766 align:center
และบุคคลเดียวที่…

00:19:44.850 --> 00:19:48.312 align:center
พฤติกรรมแปลกนิดหน่อยก็คือช่างซ่อมบำรุง

00:19:51.607 --> 00:19:55.861 align:center
เราเห็นเขาซ่อมลิฟต์ขนของ
แล้วก็เห็นเขาที่ชั้นใต้ดิน

00:19:56.445 --> 00:19:59.239 align:center
เห็นเขาเดินมาที่ห้องซ่อมบำรุง

00:19:59.323 --> 00:20:01.909 align:center
ซึ่งเป็นห้องล็อกเกอร์ของเขาด้วย

00:20:02.409 --> 00:20:06.163 align:center
ผมตามกล้องทุกตัวที่จับภาพเขาได้

00:20:06.246 --> 00:20:07.623 align:center
ระหว่างที่เขาอยู่ในตึก

00:20:08.123 --> 00:20:12.502 align:center
เขาหายตัวไปหลายนาที

00:20:13.837 --> 00:20:16.924 align:center
น่าจะประมาณ 45 นาทีได้

00:20:17.007 --> 00:20:19.801 align:center
แล้วอยู่ดีๆ ประมาณสองทุ่มเศษๆ

00:20:19.885 --> 00:20:21.845 align:center
เขาก็โผล่มาที่ชั้นใต้ดิน

00:20:22.638 --> 00:20:25.974 align:center
แต่เขาไม่อยู่ในกล้องที่ถ่ายมาจากทางลิฟต์

00:20:26.058 --> 00:20:29.019 align:center
ทั้งที่ชั้นใต้ดินหรือล็อบบี้เลย

00:20:29.102 --> 00:20:31.939 align:center
ทางเดียวที่เขาจะลงไปได้ก็คือบันได

00:20:35.776 --> 00:20:40.322 align:center
พฤติกรรมของเขาในกล้อง
เหมือนว่า "เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย"

00:20:40.906 --> 00:20:44.159 align:center
เราสงสัยว่าจะมีบางอย่าง

00:20:44.243 --> 00:20:46.787 align:center
เรารู้สึกว่าจำเป็นต้องสอบปากคำเขา

00:20:46.870 --> 00:20:52.000 align:center
ตอนนี้เขากลายเป็นผู้ต้องสงสัย
ที่อาจจะรู้ว่าเอริดาเนียอยู่ที่ไหน

00:20:52.084 --> 00:20:54.044 align:center
คนนั้นคือโจเซฟ พาบอน

00:20:54.127 --> 00:20:55.420 align:center
(โจเซฟ พาบอน)

00:20:55.504 --> 00:20:59.174 align:center
ผมโทรหาเขา
เขาบอกว่าตกลง เขาจะมาให้ปากคำ

00:20:59.258 --> 00:21:02.177 align:center
ที่ผมอยากทำคือกลับไปที่โรงพัก

00:21:02.261 --> 00:21:04.513 align:center
เราจะได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้มากขึ้น

00:21:09.393 --> 00:21:11.561 align:center
พอโจเซฟ พาบอนเข้ามา

00:21:11.645 --> 00:21:14.564 align:center
เขาบอกว่าเขาซ่อมลิฟต์ขนของ

00:21:14.648 --> 00:21:16.900 align:center
แล้วเขาก็รับกลุ่มแม่บ้านขึ้นลิฟต์

00:21:16.984 --> 00:21:20.737 align:center
ไปส่งแต่ละคนที่ชั้นที่ตัวเองมีเวรทำความสะอาด

00:21:20.821 --> 00:21:24.866 align:center
เขาอธิบายว่าเธอลงที่ชั้นแปด

00:21:27.411 --> 00:21:31.039 align:center
ซึ่งเป็นจุดที่เราพบรถเข็นกับกิ๊บติดผม

00:21:31.540 --> 00:21:33.500 align:center
นั่นคือครั้งสุดท้ายที่เขาเห็นเธอ

00:21:37.504 --> 00:21:38.338 align:center
ตอนนั้นเดือนกรกฎาคม

00:21:38.422 --> 00:21:42.384 align:center
อยู่บ้านเอสกิโมก็เหงื่อออกได้ มันร้อนมาก

00:21:42.467 --> 00:21:45.595 align:center
ผมต้องใส่สูท
เพราะผมเป็นตำรวจสืบสวนของนิวยอร์ก

00:21:45.679 --> 00:21:50.642 align:center
ถ้าผมใส่รองเท้าแตะกับชุดว่ายน้ำได้

00:21:51.893 --> 00:21:52.728 align:center
ผมจะชอบมาก

00:21:53.562 --> 00:21:59.151 align:center
แต่เขาใส่เสื้อแขนยาวกันหนาว แล้วใส่เสื้อยืดทับ

00:21:59.234 --> 00:22:03.447 align:center
ผมก็คิดว่า "เด็กนี่บ้าไปแล้ว

00:22:03.530 --> 00:22:06.950 align:center
เขาแต่งตัวไปปาหิมะ แต่นี่เดือนกรกฎาคม"

00:22:07.034 --> 00:22:10.871 align:center
ผมข้องใจอยู่ตลอดเวลาที่คุยกับเขา

00:22:10.954 --> 00:22:13.957 align:center
แล้วผมก็บอกว่า "ถอดเสื้อซิ"
เราสั่งให้เขาถอดเสื้อออก

00:22:17.210 --> 00:22:19.254 align:center
เขามีรอยข่วนที่ไหล่ด้านหลัง

00:22:19.338 --> 00:22:21.423 align:center
ที่คอ กับอีกหลายจุดทั่วลำตัว

00:22:21.506 --> 00:22:24.468 align:center
ผมถามเขาว่า "คุณจะอธิบายแผลยังไง"

00:22:24.551 --> 00:22:29.056 align:center
เขาบอกว่าคืนวันอังคาร
ที่ได้รับแจ้งความว่าเอริดาเนียหายตัวไป

00:22:29.139 --> 00:22:32.476 align:center
เขามีหน้าที่ดูแลลิฟต์ขนของ

00:22:32.559 --> 00:22:34.561 align:center
เพื่อพาทีมก่อสร้างขึ้นลง

00:22:35.312 --> 00:22:40.567 align:center
เขาอ้างว่าช่วยทีมนั้น
ขนรถเข็น ขนเหล็กเส้น ขนเหล็กโครง

00:22:40.650 --> 00:22:45.322 align:center
ผมเลยถามว่า "คุณอยู่กลุ่ม 32 บีเจ
คุณเป็นคนของสหภาพแรงงานใช่ไหม"

00:22:45.405 --> 00:22:46.490 align:center
เขาก็บอกว่า "ใช่ครับ"

00:22:46.573 --> 00:22:49.826 align:center
เท่าที่ผมรู้ ในฐานะที่มาจากครอบครัวที่…

00:22:49.910 --> 00:22:52.037 align:center
เป็นสมาชิกสหภาพ มีญาติอยู่หลายสหภาพ

00:22:52.120 --> 00:22:57.459 align:center
ผมรู้ว่าถ้าคุณมีงานตัวเอง
แล้วไปทำงานอื่น มันต้องมีปัญหาแล้ว

00:22:57.542 --> 00:23:02.422 align:center
เขาจะไม่แตะต้องอะไร
นอกจากคันโยกลิฟต์หรือกดปุ่มเลือกชั้น

00:23:03.006 --> 00:23:06.718 align:center
ผมถามว่า "คุณเนี่ยนะ
ไปช่วยเขาเข็นเหล็กเส้นขึ้นลงรถเข็น"

00:23:06.802 --> 00:23:11.306 align:center
สำหรับผม ผมไม่เข้าใจเลย
ผมไม่เชื่อเรื่องนั้นเลยสักนิด

00:23:13.558 --> 00:23:15.018 align:center
ผมพยายามกล่อมเขา

00:23:15.644 --> 00:23:18.647 align:center
"ถ้าคุณทำอะไรเธอ
หรือเธออยู่ที่ไหนสักแห่งในตึก

00:23:18.730 --> 00:23:21.066 align:center
บอกเรามาซะ เราจะได้ไปรับเธอ

00:23:21.149 --> 00:23:24.194 align:center
เราอาจจะได้พาเธอกลับไปคืนครอบครัว"

00:23:24.986 --> 00:23:29.533 align:center
แล้วเขาก็ยังยืนกรานว่าเขาไม่ได้ทำ

00:23:30.409 --> 00:23:33.954 align:center
ตอนนั้นเราสอบปากคำเขา 14 ชั่วโมงได้

00:23:34.454 --> 00:23:38.375 align:center
เราถามเขาว่า
"เราขอตัวอย่างดีเอ็นเอได้ไหม"

00:23:40.168 --> 00:23:42.796 align:center
เขาตกลงให้ดีเอ็นเอกับเรา

00:23:42.879 --> 00:23:44.214 align:center
เขาเก็บตัวอย่างตัวเอง

00:23:44.923 --> 00:23:49.386 align:center
เขาไม่ได้ยอมรับเลย
ว่าก่อความผิดอาญาหรือทำอะไร

00:23:49.469 --> 00:23:52.222 align:center
เราก็เลยต้องปล่อยเขาไป

00:23:57.561 --> 00:23:59.646 align:center
เราไม่มีศพให้ตั้งข้อหา

00:23:59.729 --> 00:24:04.276 align:center
แต่ผมก็แจ้งกับหัวหน้าไปว่าเราเชื่อว่า

00:24:04.359 --> 00:24:07.988 align:center
ผู้ชายคนนี้ ตอนนี้คือผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่ง

00:24:09.406 --> 00:24:13.201 align:center
ณ ตอนนั้น เราก็เริ่มติดตามโจเซฟ พาบอน

00:24:13.285 --> 00:24:15.537 align:center
คอยดูว่าเขาไปไหน

00:24:15.620 --> 00:24:18.665 align:center
เพราะเขาอาจจะซ่อนเธอไว้ที่ไหนสักแห่ง

00:24:18.748 --> 00:24:21.126 align:center
เขาอาจจะซ่อนไว้ที่บ้านก็ได้

00:24:21.209 --> 00:24:25.088 align:center
เขาอาจจะซ่อนเธอไว้ที่ตึกอื่น หรือไซต์งานอื่น

00:24:26.506 --> 00:24:29.801 align:center
เราส่งสายสืบสองคนไปตามดูเขา

00:24:29.885 --> 00:24:33.513 align:center
คอยดูว่าเขาไปไหนบ้าง

00:24:34.055 --> 00:24:38.852 align:center
เราอยากเฝ้าสังเกตการณ์พาบอน 24 ชั่วโมง

00:24:38.935 --> 00:24:40.645 align:center
เราก็เลยจัดกะไว้

00:24:40.729 --> 00:24:43.982 align:center
ถ้าเขาเลี้ยวขวา ผมก็เลี้ยวขวา
ถ้าเขาเลี้ยวซ้าย ผมก็เลี้ยวซ้าย

00:24:44.065 --> 00:24:47.444 align:center
เวลาเขาเข้าร้านอาหาร
ถ้าเขาอยู่ในนั้นนานเกิน

00:24:47.527 --> 00:24:50.489 align:center
เราก็ส่งคนเข้าไปดูว่าเขายังอยู่ไหม

00:24:50.572 --> 00:24:54.117 align:center
เราไม่ได้พยายามแอบซ่อนเลย

00:24:54.201 --> 00:24:57.829 align:center
เราไม่มีปัญหาถ้าเขาจะรู้ว่าเราคอยตาม

00:24:57.913 --> 00:25:01.458 align:center
มันเป็นเหมือนเกมแมวจับหนู เราไล่จับเขา

00:25:01.541 --> 00:25:02.959 align:center
เราไม่ยอมแพ้หรอก

00:25:06.713 --> 00:25:09.341 align:center
เราตามหาเธอมาสองสามวันแล้ว

00:25:09.424 --> 00:25:11.301 align:center
เราหาเธอไม่เจอในภาพวิดีโอ

00:25:11.384 --> 00:25:14.054 align:center
เราไม่เห็นว่าเธอออกจากอาคาร

00:25:15.514 --> 00:25:18.850 align:center
เราค้นทุกซอกทุกมุมของตึก ตั้งแต่ชั้นบนยันชั้นล่าง

00:25:18.934 --> 00:25:20.685 align:center
แล้วก็หาเธอไม่เจอ

00:25:21.394 --> 00:25:24.773 align:center
ณ จุดนี้มันไม่น่าเป็นไปได้แล้ว

00:25:25.815 --> 00:25:29.319 align:center
เราไม่ใช่แค่รู้สึกเสียศูนย์

00:25:29.402 --> 00:25:33.698 align:center
แต่มันทำให้งานของเรายากขึ้นมากด้วย

00:25:33.782 --> 00:25:38.078 align:center
นั่นแปลว่าจากแค่ตึกเลขที่ 2 ถนนเร็กเตอร์

00:25:38.161 --> 00:25:41.373 align:center
ขอบเขตการสืบสวนทั้งหมดที่จะเกิดขึ้น

00:25:41.456 --> 00:25:43.250 align:center
กลับกลายเป็นทั่วเมืองนิวยอร์กซิตี

00:25:44.543 --> 00:25:47.295 align:center
ขอบเขตมันใหญ่กว่าเดิม

00:25:47.379 --> 00:25:51.841 align:center
แปลว่าต้องใช้ทรัพยากรมากขึ้น
ทำการสืบสวนในวงกว้างขึ้น

00:25:51.925 --> 00:25:53.802 align:center
เพราะเธออาจอยู่ที่ไหนก็ได้

00:25:55.512 --> 00:25:59.349 align:center
เราตัดสินใจขยายขอบเขต
การตรวจภาพกล้องวงจรปิด

00:26:00.141 --> 00:26:03.562 align:center
เราเห็นเธอไปตามถนนทรินิตีไหม

00:26:04.062 --> 00:26:06.439 align:center
เราเห็นเธอเดินบนถนนกรีนิชไหม

00:26:06.523 --> 00:26:09.484 align:center
เราเห็นเธอเดินไปตามถนนเร็กเตอร์
ทางตะวันออกหรือตะวันตก

00:26:09.568 --> 00:26:12.279 align:center
แต่มันก็ไม่เจออะไร

00:26:12.362 --> 00:26:14.948 align:center
เราหาเธอไม่เจอ

00:26:17.742 --> 00:26:20.704 align:center
ทำไมผมถึงหาเธอไม่เจอ ผมพลาดอะไรไป

00:26:21.371 --> 00:26:23.123 align:center
เราพลาดอะไรไปในฐานะองค์รวม

00:26:23.206 --> 00:26:25.667 align:center
เพราะหลายหน่วยช่วยกันทำคดีนี้

00:26:25.750 --> 00:26:26.876 align:center
(สถานีวอลสตรีต)

00:26:26.960 --> 00:26:30.171 align:center
ระหว่างการค้นหา
เลยถนนเร็กเตอร์ไปทางเหนือมีร้านหนึ่ง

00:26:30.255 --> 00:26:36.261 align:center
เราพบภาพวิดีโอโจเซฟ พาบอน
เมื่อวันอังคารตอนที่เอริดาเนียหายตัวไป

00:26:36.344 --> 00:26:38.346 align:center
เราได้สำเนาใบเสร็จจากร้านนั้นมา

00:26:38.430 --> 00:26:43.685 align:center
พบว่าโจเซฟ พาบอนได้ซื้อเหล้าภายในร้านนั้น

00:26:44.644 --> 00:26:48.607 align:center
เอริดาเนียอาจจะบังเอิญเจอเขากำลังดื่ม

00:26:49.691 --> 00:26:54.946 align:center
แล้วก็เกิดมีปากเสียงกัน แล้วเขาก็ลงมือ

00:26:56.156 --> 00:26:58.033 align:center
ผมอยากเรียกว่าเป็นจังหวะ "ซวยแล้ว"

00:26:58.116 --> 00:27:01.786 align:center
แบบว่า "ทีนี้ผมต้องกลบเกลื่อน"
มันเป็นการตอบโต้

00:27:02.495 --> 00:27:05.290 align:center
แต่เราก็ยังไม่มีเหตุอันควรจะจับกุมเขา

00:27:05.373 --> 00:27:07.167 align:center
เรายังไม่เจอศพ

00:27:07.250 --> 00:27:10.003 align:center
เรายังไม่มีข้อหาทางอาญา

00:27:10.086 --> 00:27:13.340 align:center
เราก็แค่คอยตามเขาต่อไปเหมือนเดิม

00:27:19.429 --> 00:27:23.600 align:center
(วันที่ 10 กรกฎาคม ปี 2009
เอริดาเนียหายตัวไปสามวันแล้ว)

00:27:23.683 --> 00:27:28.396 align:center
ตอนนี้เรากำลังสำรวจพื้นที่ที่อาจจะเป็นจุดทิ้งศพ

00:27:28.480 --> 00:27:31.107 align:center
แทนที่จะเป็นจุดที่เหยื่อหนีไปหลบซ่อน

00:27:31.191 --> 00:27:36.738 align:center
เราคิดว่าเธออาจจะถูกหมกศพไว้ในถังขยะ

00:27:36.821 --> 00:27:40.075 align:center
ที่บริษัทสุขาภิบาลเอกชนจะมารับไป

00:27:42.577 --> 00:27:44.621 align:center
เราส่งสายสืบไปเพนซิลเวเนีย

00:27:44.704 --> 00:27:48.166 align:center
เพื่อไปขุดคุ้ยลานที่พวกเขาฝังกลบขยะ

00:27:54.130 --> 00:27:56.424 align:center
ครอบครัวผู้สูญหาย
ต้องพบเจอทุกอารมณ์ในสัปดาห์นี้

00:27:56.508 --> 00:28:00.345 align:center
ก่อนหน้านี้มีการค้นหาอย่างละเอียด
เมื่อตำรวจส่งกำลังไปค้นลานฝังกลบขยะ

00:28:00.428 --> 00:28:03.306 align:center
ในเพนซิลเวเนีย
ซึ่งเป็นลานฝังกลบขยะจากอาคารนี้

00:28:03.390 --> 00:28:04.391 align:center
ฉันไม่อยากเชื่อ

00:28:05.517 --> 00:28:07.060 align:center
แม่ฉันไม่ใช่ขยะนะ

00:28:09.187 --> 00:28:12.899 align:center
ฉันคิดว่า "พระเจ้า แม่จะอยู่ในนั้นได้เหรอ"

00:28:15.193 --> 00:28:16.194 align:center
มันเลวร้ายมาก

00:28:17.946 --> 00:28:19.781 align:center
ถ้ามีคนทำแบบนั้นกับแม่ได้

00:28:21.658 --> 00:28:24.619 align:center
สุดท้าย เราก็ไม่เจอเอริดาเนีย โรดริเกซ

00:28:24.703 --> 00:28:26.162 align:center
แล้วก็ไม่เจอหลักฐานเพิ่มเติม

00:28:27.080 --> 00:28:30.458 align:center
ที่เราจะใช้ตามหาเอริดาเนีย โรดริเกซได้

00:28:30.542 --> 00:28:35.255 align:center
พอตำรวจบอกว่าไม่เจอศพที่นั่น
ฉันก็มีความหวังเล็กๆ ขึ้นมาอีกครั้ง

00:28:36.214 --> 00:28:38.758 align:center
ยังไม่พบเอริดาเนีย โรดริเกซวัย 46 ปี

00:28:38.842 --> 00:28:41.219 align:center
ตำรวจเชื่อว่าเธอน่าจะเสียชีวิตแล้ว

00:28:41.302 --> 00:28:44.597 align:center
ตอนนี้ครอบครัวก็ทำใจรอ เรากำลังรอคำตอบ

00:28:45.098 --> 00:28:46.766 align:center
มันกลายเป็นข่าวใหญ่

00:28:46.850 --> 00:28:51.438 align:center
เวลามีข่าวใหญ่ เราก็จะเจอสื่อมาถาม

00:28:52.105 --> 00:28:54.941 align:center
ที่กรมตำรวจว่า "เกิดอะไรขึ้น"

00:28:55.024 --> 00:28:58.820 align:center
หลายฝ่ายหงุดหงิดมาก
แบบ "เธออยู่ไหนกันแน่วะ" ประมาณนั้น

00:29:00.405 --> 00:29:01.531 align:center
ความกดดันเริ่มเข้ามา

00:29:02.240 --> 00:29:04.951 align:center
ทรัพยากรถูกทุ่มให้คดีนี้เยอะมาก

00:29:05.034 --> 00:29:08.663 align:center
ซึ่งมันไม่สามารถรักษาระดับในระยะยาวได้

00:29:08.747 --> 00:29:11.374 align:center
ตำรวจสืบสวนหน่วยอื่น
ก็ต้องกลับไปสืบคดีของตัวเอง

00:29:11.458 --> 00:29:13.543 align:center
ตำรวจต้องลาดตระเวนตามถนน

00:29:13.626 --> 00:29:17.756 align:center
กรมตำรวจจะเริ่มถอนทรัพยากรจากคดีนี้

00:29:17.839 --> 00:29:19.507 align:center
เพื่อไปทำอย่างอื่น

00:29:20.300 --> 00:29:22.552 align:center
เราไม่ใช่แค่ไขคดีไม่ได้

00:29:22.635 --> 00:29:25.722 align:center
แต่มันเสียภาพลักษณ์กรมตำรวจนิวยอร์กด้วย

00:29:29.184 --> 00:29:32.520 align:center
แล้วเราก็เริ่มโดนหัวหน้าจี้

00:29:33.146 --> 00:29:34.522 align:center
เราก็แบบ "ให้ตายสิ"

00:29:35.774 --> 00:29:38.943 align:center
หัวหน้ามาตารัซโซ
ที่เป็นหัวหน้าหน่วยสืบสวนแมนแฮตทัน

00:29:39.027 --> 00:29:40.445 align:center
เรียกทุกคนไปประชุม

00:29:40.528 --> 00:29:43.406 align:center
จุดหนึ่ง หัวหน้ามาตารัซโซหันมาหาผม ถามว่า

00:29:43.490 --> 00:29:46.993 align:center
"นี่ จอห์น มันเกิดอะไรขึ้น"

00:29:47.702 --> 00:29:50.330 align:center
แบบ "นายคิดว่าไง เธออยู่ไหน"

00:29:51.122 --> 00:29:54.667 align:center
ผมก็หันไปหาเขาแล้วตอบว่า
"เธอต้องยังอยู่ในตึกนี่แหละ"

00:29:58.421 --> 00:30:01.591 align:center
เขาก็บอก "งั้นก็ไปค้นตึกอีกรอบ"

00:30:06.596 --> 00:30:08.264 align:center
เอาอีกแล้ว เราไปค้นตึกกันใหม่

00:30:08.348 --> 00:30:10.475 align:center
เธอไม่ได้ออกจากตึก

00:30:11.059 --> 00:30:14.479 align:center
"เข้าไปค้น หาให้เจอว่าเธอไปไหน"

00:30:14.562 --> 00:30:18.483 align:center
กรมตำรวจส่งจ่าสิบนาย
กับเจ้าหน้าที่อีกร้อยนายมา

00:30:19.067 --> 00:30:22.570 align:center
เพื่อค้นทุกซอกทุกมุมของตึกนั้น

00:30:23.238 --> 00:30:24.280 align:center
ทีละชั้น

00:30:25.406 --> 00:30:26.991 align:center
ทุกคนทุ่มเทมาก

00:30:27.075 --> 00:30:31.621 align:center
เราใช้เวลาอยู่กับครอบครัวผู้สูญหายตลอดคดีนี้

00:30:31.704 --> 00:30:34.374 align:center
เราทุกคนอยากได้ผลลัพธ์ที่ดี

00:30:36.751 --> 00:30:38.878 align:center
น่าเสียดาย นั่นไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้น

00:30:39.754 --> 00:30:42.966 align:center
ผมได้รับสายจากสายสืบที่โรงพักเขตเก้า

00:30:43.049 --> 00:30:47.095 align:center
เขาบอกว่า
"จอห์น ผมอยู่ชั้น 12 เพิ่งออกจากลิฟต์

00:30:49.055 --> 00:30:50.348 align:center
คุณอยากขึ้นมาบนนี้แน่"

00:30:51.474 --> 00:30:54.936 align:center
ชั้น 12 เป็นชั้นที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง

00:30:55.019 --> 00:30:59.732 align:center
ผนังเปลือย มีแค่คอนกรีต
ไม่มีแผ่นผนัง ไม่มีเฟอร์นิเจอร์

00:31:01.484 --> 00:31:02.819 align:center
ตอนผมออกจากลิฟต์

00:31:04.153 --> 00:31:06.447 align:center
กลิ่นบนชั้นนั้นคือกลิ่นศพเน่า

00:31:07.574 --> 00:31:10.910 align:center
แล้วสายสืบก็บอกว่า "ดูข้างในสิ"

00:31:12.203 --> 00:31:16.040 align:center
แล้วผมก็เห็นเลือด

00:31:16.958 --> 00:31:20.587 align:center
กับสิ่งตกค้างจากท่อแอร์

00:31:21.838 --> 00:31:24.173 align:center
เราเรียกหน่วยฉุกเฉินกับหน่วยพิสูจน์หลักฐานมา

00:31:24.716 --> 00:31:27.093 align:center
แล้วเราก็เปิดช่องแอร์

00:31:28.052 --> 00:31:29.220 align:center
เธออยู่ในนั้น

00:31:32.849 --> 00:31:34.684 align:center
เรารู้แน่ชัดแล้วว่าเป็นคดีฆาตกรรม

00:31:36.644 --> 00:31:37.896 align:center
ในการค้นครั้งแรก

00:31:37.979 --> 00:31:41.274 align:center
สุนัขตามกลิ่นไปแล้วไม่เจอ

00:31:41.941 --> 00:31:44.277 align:center
เพราะแอร์เป่าลมขึ้นไปชั้นบน

00:31:44.861 --> 00:31:47.405 align:center
ในการค้นรอบสอง ช่องแอร์ถูกปิด

00:31:47.488 --> 00:31:52.285 align:center
อากาศก็เลยอยู่กับที่
ตรงที่พบศพเอริดาเนียบนชั้น 12

00:31:52.368 --> 00:31:54.412 align:center
น่าเสียดายที่ศพเริ่มเน่าเปื่อย

00:31:55.204 --> 00:31:59.709 align:center
ทำให้ระบุตัวตนด้วยหลักฐานกายภาพไม่ได้

00:32:00.710 --> 00:32:04.547 align:center
แต่เราก็สันนิษฐานได้ตอนนั้นว่าเป็นเอริดาเนีย

00:32:06.174 --> 00:32:11.638 align:center
เธอถูกมัด มัดมือเท้า
มือไพล่หลัง ปากถูกปิดด้วยเทป

00:32:11.721 --> 00:32:14.140 align:center
เทปนั่น ผมจำได้ ไม่ใช่เทปทั่วไป

00:32:14.223 --> 00:32:16.851 align:center
มันเหมือนเทปกั้นเขตอันตราย เป็นสีเหลืองดำ

00:32:17.393 --> 00:32:22.523 align:center
ที่แปลกคือเอริดาเนีย
มีสร้อยไม้กางเขนคล้องคอไว้

00:32:22.607 --> 00:32:25.109 align:center
เธออมมันไว้ในปาก

00:32:25.193 --> 00:32:27.028 align:center
หลายคนตั้งทฤษฎีว่า

00:32:27.111 --> 00:32:31.032 align:center
อาจจะถูกยัดปากเพื่อเป็นการทำพิธีบางอย่าง

00:32:31.783 --> 00:32:34.619 align:center
ลองคิดดูว่ามีคนทำแบบนั้นกับคนอื่น แล้ว…

00:32:35.495 --> 00:32:38.581 align:center
ให้ตายสิ เขายัดศพเธอไว้ในช่องแอร์

00:32:38.665 --> 00:32:42.126 align:center
ใครจะคิดวิธีได้สุดโต่งขนาดนั้น

00:32:42.210 --> 00:32:43.753 align:center
แบบ "นี่แหละวิธีซ่อนศพ"

00:32:46.464 --> 00:32:49.467 align:center
เจ้าหน้าที่จากฝ่ายชันสูตรเพิ่งจะมารับศพไป

00:32:49.550 --> 00:32:51.594 align:center
ตำรวจอยู่ที่นี่ทั้งวัน

00:32:51.678 --> 00:32:53.763 align:center
เรากำลังรอฟังว่าพบศพใคร

00:32:53.846 --> 00:32:55.348 align:center
(วิกเตอร์ มาร์ติเนซ
น้องชายเอริดาเนีย)

00:32:55.431 --> 00:33:00.103 align:center
หลายคนยังหวังว่าจะไม่ใช่เธอ
แต่ผมสังหรณ์ใจไม่ดีเลย

00:33:00.186 --> 00:33:02.188 align:center
(เลขที่ 2 ถนนเร็กเตอร์)

00:33:17.286 --> 00:33:18.621 align:center
เจอแม่ฉันแล้ว

00:33:22.583 --> 00:33:25.294 align:center
แม่ถูกพบในช่องแอร์

00:33:25.920 --> 00:33:29.382 align:center
ถูกมัดเหมือนสัตว์

00:33:30.550 --> 00:33:34.470 align:center
ผมทุบโต๊ะในครัวเลย

00:33:35.096 --> 00:33:37.348 align:center
พี่น้องพยายามห้ามผมไว้

00:33:41.394 --> 00:33:45.857 align:center
ผมร้องไห้ไม่หยุดเลย

00:33:47.567 --> 00:33:50.111 align:center
ทำไมถึงมีคนทำแบบนี้

00:33:50.194 --> 00:33:55.575 align:center
กับคนที่มีแต่คอยช่วยคนอื่นเสมอได้ลงคอ

00:33:57.035 --> 00:33:59.370 align:center
แม่ใจดีมาก รักคนอื่นมากๆ

00:33:59.454 --> 00:34:01.748 align:center
สร้างความสุขให้ทุกคนเสมอ

00:34:02.623 --> 00:34:04.667 align:center
แม่ทำอะไรถึงสมควรโดนแบบนี้

00:34:07.086 --> 00:34:08.755 align:center
ฉันนึกภาพว่าแม่กรีดร้อง

00:34:10.423 --> 00:34:12.592 align:center
พยายามร้องให้คนช่วย

00:34:12.675 --> 00:34:15.845 align:center
แต่ในตึกนั้น อยากร้องก็ร้องไปเถอะ

00:34:15.928 --> 00:34:16.929 align:center
ไม่มีใครได้ยินหรอก

00:34:18.931 --> 00:34:24.395 align:center
ผมบอกว่า
"เราจะทวงความยุติธรรมให้แม่คุณให้ได้

00:34:25.646 --> 00:34:29.984 align:center
เพราะเอริดาเนียไม่สมควร
จะมาเจอเรื่องที่เกิดขึ้น"

00:34:34.530 --> 00:34:38.326 align:center
(สำนักงานแพทย์ชันสูตร)

00:34:41.496 --> 00:34:44.248 align:center
ผมได้รับมอบหมายให้ดูแลการชันสูตร

00:34:45.792 --> 00:34:50.254 align:center
ผมรู้ว่าทุกอย่างที่เจอจะช่วยไขคดีได้

00:34:50.338 --> 00:34:54.175 align:center
เริ่มจากสาเหตุการตาย แล้วก็ข้อมูลทางนิติเวช

00:34:55.176 --> 00:34:56.552 align:center
ไม่พบการล่วงละเมิดทางเพศ

00:34:58.054 --> 00:35:01.724 align:center
ไม่มีร่องรอยถูกตีด้วยของแข็ง
ไม่มีแผลถูกแทง ไม่มีแผลถูกยิง

00:35:01.808 --> 00:35:03.476 align:center
กะโหลกไม่มีรอยแตก

00:35:03.559 --> 00:35:07.438 align:center
กระดูกไฮออยด์ก็ไม่เสียหาย

00:35:07.522 --> 00:35:10.525 align:center
แปลว่าไม่ได้เสียชีวิต
จากการถูกรัดคอหรืออะไรแนวนั้น

00:35:10.608 --> 00:35:14.570 align:center
เพราะลักษณะการถูกพันธนาการของเอริดาเนีย

00:35:14.654 --> 00:35:15.863 align:center
โดนมัดตัว

00:35:15.947 --> 00:35:19.784 align:center
ศีรษะเธอชะโงกมาข้างหน้า แล้วคอก็ก้ม

00:35:19.867 --> 00:35:24.288 align:center
เธอถูกเทปปิดปาก ก็เลยไม่ค่อยมีอากาศหายใจ

00:35:24.372 --> 00:35:28.126 align:center
ก็เลยสรุปสาเหตุการตาย
ว่าถูกฆ่าโดยทำให้ขาดอากาศหายใจ

00:35:30.002 --> 00:35:33.005 align:center
เธออาจจะยังมีชีวิตอยู่ตอนโดนมัด

00:35:33.089 --> 00:35:34.382 align:center
แล้วอุ้มขึ้นจากพื้น

00:35:34.465 --> 00:35:36.884 align:center
แล้วจับยัดช่องแอร์ ปิดฝา

00:35:45.893 --> 00:35:46.769 align:center
ผม…

00:35:46.853 --> 00:35:47.979 align:center
ครับ มัน…

00:35:48.855 --> 00:35:53.192 align:center
ครับ ผมใจหายวาบเลย
เพราะตอนผมไปที่ห้องนั้น

00:35:53.276 --> 00:35:56.654 align:center
ผมมองขึ้นไปนะ ผมมองบนช่องแอร์

00:35:57.405 --> 00:36:00.408 align:center
แล้วผมก็ตะโกนเรียกเธอ ผมพยายามฟังเสียง

00:36:01.284 --> 00:36:04.495 align:center
แน่นอน ถ้าเธอยังไม่ตาย เธอก็ไม่…

00:36:05.705 --> 00:36:08.207 align:center
ตะโกนตอบไม่ได้ เรียกชื่อผมไม่ได้

00:36:08.291 --> 00:36:10.626 align:center
ขอความช่วยเหลือก็ไม่ได้ เพราะว่า…

00:36:11.252 --> 00:36:14.589 align:center
เทปกั้นเขตปิดปากเธออยู่

00:36:19.677 --> 00:36:23.681 align:center
หลายคนบอกว่า
"ไม่ใช่ความผิดคุณหรอก อย่าไปคิดอย่างนั้น"

00:36:26.934 --> 00:36:29.520 align:center
แต่ลองมาเป็นผมดูสิ

00:36:30.396 --> 00:36:32.773 align:center
ครั้งสุดท้ายที่คุยกับพี่สาว

00:36:33.649 --> 00:36:35.484 align:center
เธอรู้สึกสังหรณ์แปลกๆ

00:36:37.153 --> 00:36:42.200 align:center
ผมบอกเธอว่าขอเวลาไม่กี่วัน จะหางานที่อื่นให้

00:36:43.075 --> 00:36:44.327 align:center
แล้วมาเกิดเรื่องนี้ขึ้น

00:36:49.582 --> 00:36:52.501 align:center
ผมว่าเรื่องนี้ผมก็พลาดเหมือนกัน

00:36:53.336 --> 00:36:54.879 align:center
ผมไม่ให้เธอลาออก

00:36:56.380 --> 00:36:59.425 align:center
แล้วก็ไม่ได้ค้นส่วนที่ร้างตรงชั้น 12

00:37:00.593 --> 00:37:04.222 align:center
โชคดีสำหรับเรา เรายังมีผู้ต้องสงสัย

00:37:04.305 --> 00:37:06.641 align:center
โจเซฟ พาบอนไม่มีพยานที่อยู่

00:37:06.724 --> 00:37:09.435 align:center
เขาอยู่ในตึกเลขที่ 2 ถนนเร็กเตอร์ เขาทำงาน

00:37:09.518 --> 00:37:11.062 align:center
ช่วงที่เอริดาเนียก็ทำงาน

00:37:11.145 --> 00:37:13.439 align:center
โจเซฟ พาบอนเป็นคนเดียว

00:37:13.522 --> 00:37:16.901 align:center
ที่มีแผลถลอกที่อธิบายได้ฟังไม่ขึ้น

00:37:20.988 --> 00:37:23.783 align:center
ระหว่างชันสูตร ก็มีการเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ

00:37:24.492 --> 00:37:26.535 align:center
หมอจะตัดเล็บออกมา

00:37:26.619 --> 00:37:30.498 align:center
เพื่อดูว่ามีดีเอ็นเอที่ไม่ใช่ของผู้ตายหรือไม่

00:37:30.581 --> 00:37:32.875 align:center
ปัญหาเดียวของคดีนี้คือ

00:37:33.417 --> 00:37:36.212 align:center
มันไม่เหมือนผลตรวจโควิดที่จะรู้ได้ใน 15 นาที

00:37:36.796 --> 00:37:40.341 align:center
เราต้องรอผลตรวจ แล้วเราก็มีความหวัง

00:37:40.424 --> 00:37:44.428 align:center
ว่าเราจะโยงโจเซฟ พาบอน

00:37:44.512 --> 00:37:47.932 align:center
กับตัวอย่างดีเอ็นเอที่ได้จากเอริดาเนียได้

00:37:54.772 --> 00:37:57.817 align:center
พอสืบประวัติโจเซฟ พาบอนลึกลงไป

00:37:57.900 --> 00:38:03.489 align:center
เราก็เจอคดี
ความรุนแรงในครอบครัวต่อผู้หญิงหลายคดี

00:38:03.572 --> 00:38:06.867 align:center
มีคดีหนึ่ง หลังจากมีปากเสียงกับแฟนเก่า

00:38:06.951 --> 00:38:10.454 align:center
เขาเอาลูกโบว์ลิ่งไปทุบกระจกรถเธอ

00:38:11.038 --> 00:38:13.416 align:center
นั่นทำให้เรายิ่งรู้สึกมั่นใจ

00:38:13.499 --> 00:38:17.712 align:center
ว่าเป็นไปได้ที่ชายคนนี้
จะมีอาการคลุ้มคลั่งหรือปัญหาบางอย่าง

00:38:17.795 --> 00:38:20.798 align:center
ที่ทำให้เขาสติหลุดกับเอริดาเนีย

00:38:21.841 --> 00:38:25.636 align:center
เราเริ่มติดตามเขาตั้งแต่หลังสอบปากคำแล้ว

00:38:25.720 --> 00:38:28.931 align:center
เราจะได้รู้ตลอดเวลาว่าเขาอยู่ที่ไหน

00:38:29.015 --> 00:38:32.643 align:center
ตอนนี้เราต้องติดตามเขา
จนกว่าผลดีเอ็นเอจะออก

00:38:32.727 --> 00:38:36.480 align:center
ที่จะทำให้เราสิ้นสงสัยว่าใช่เขา

00:38:36.564 --> 00:38:40.776 align:center
คงเป็นหายนะครั้งใหญ่
ถ้าเราคลาดสายตากับเขาไป

00:38:40.860 --> 00:38:43.529 align:center
แล้วผลตรวจดีเอ็นเอออกมา
เรากลับจับเขาไม่ได้

00:38:43.612 --> 00:38:47.658 align:center
นี่คือผู้ชายที่อาจจะก่อคดีโหดร้าย

00:38:48.159 --> 00:38:51.662 align:center
มัดตัวผู้หญิงจนขาดอากาศหายใจตาย

00:38:52.163 --> 00:38:56.459 align:center
แต่เขาก็ยังใช้ชีวิตปกติ เหมือนไม่ได้ทำอะไรผิด

00:38:56.542 --> 00:39:01.213 align:center
แต่อีกอย่างที่น่ากังวลก็คือ

00:39:01.297 --> 00:39:08.054 align:center
ถ้าเขามีประวัติใช้ความรุนแรงในครอบครัว
เขาอาจจะทำร้ายแฟนใหม่ก็ได้

00:39:17.730 --> 00:39:22.485 align:center
(วันที่ 17 กรกฎาคม ปี 2009
สิบวันหลังเอริดาเนีย โรดริเกซถูกฆาตกรรม)

00:39:25.029 --> 00:39:30.868 align:center
วันที่ 17 กรกฎาคม
ผมได้รับโทรศัพท์ว่าผลดีเอ็นเอออกแล้ว

00:39:30.951 --> 00:39:36.582 align:center
มีโอกาสสองพันล้านต่อหนึ่ง
ว่าจะใช่โจเซฟ พาบอน

00:39:38.584 --> 00:39:42.880 align:center
พอได้รับหมายจับ เราก็โทรแจ้งอัล ไททัส

00:39:42.963 --> 00:39:46.842 align:center
บอกเขาว่า "ลงมือได้ ได้เวลาจับกุมแล้ว"

00:39:46.926 --> 00:39:47.968 align:center
(ย่านการเงิน)

00:39:48.052 --> 00:39:49.720 align:center
เขาอยู่ที่สตาเทนไอแลนด์

00:39:49.804 --> 00:39:53.849 align:center
เขาขับออกจากถนนใหญ่ เข้าไปในซอย

00:39:53.933 --> 00:39:55.142 align:center
เราก็ล้อมเขาไว้

00:39:56.894 --> 00:39:58.813 align:center
แล้วชักปืนเดินลงจากรถ

00:40:00.022 --> 00:40:02.316 align:center
บอกให้เขาจอดรถ

00:40:03.859 --> 00:40:07.488 align:center
ตอนเราลากตัวพาบอนออกมาแล้วจับกุมเขา

00:40:07.571 --> 00:40:09.824 align:center
แฟนเขาก็อยู่ในรถด้วย

00:40:10.658 --> 00:40:13.702 align:center
ตอนนั้นเธออาจจะยังไม่รู้

00:40:13.786 --> 00:40:17.206 align:center
แต่ถึงจุดหนึ่ง เธอคงรู้ตัวได้ว่า

00:40:17.289 --> 00:40:20.418 align:center
"ว้าว นี่ฉันอยู่กับฆาตกรเหรอเนี่ย"

00:40:20.501 --> 00:40:23.754 align:center
เราอาจจะช่วยเธอไว้ไม่ให้เป็นเหยื่อรายต่อไป

00:40:24.672 --> 00:40:29.093 align:center
นี่คือข้อสรุปที่ดีของคดีที่ยืดเยื้อยาวนาน

00:40:29.176 --> 00:40:32.346 align:center
ที่ทำให้เราจับคนร้ายได้ ซึ่งเป็นเรื่องดี

00:40:32.430 --> 00:40:33.973 align:center
กำจัดพาบอนออกไปจากสังคม

00:40:36.392 --> 00:40:38.060 align:center
ตอนที่เราได้ข่าว

00:40:38.144 --> 00:40:41.397 align:center
บอกว่าจับกุมโจเซฟ พาบอน
ในข้อหาฆาตกรรมได้แล้ว

00:40:41.480 --> 00:40:45.025 align:center
ทุกคนก็กรีดร้องดีใจ ร้องไห้ออกมา

00:40:46.193 --> 00:40:47.194 align:center
ผมแค่…

00:40:47.278 --> 00:40:48.487 align:center
ผมก็ดีใจ แต่…

00:40:51.532 --> 00:40:55.494 align:center
ตอนเราวางสายจากสายสืบ

00:40:55.578 --> 00:41:02.251 align:center
เราก็ถามว่า "เขาทำแบบนั้นทำไม"

00:41:04.795 --> 00:41:07.214 align:center
ผมทำงานกับผู้ชายคนนี้มาปีครึ่ง

00:41:07.298 --> 00:41:09.383 align:center
คุยกันประจำ เขาทักทายผมตอนเช้าทุกวัน

00:41:09.467 --> 00:41:13.846 align:center
เขาคุยกับผมที่โต๊ะแผนกต้อนรับ
เขาทำงานของตัวเองเสมอ

00:41:14.847 --> 00:41:16.807 align:center
ผมไม่เคยมีปัญหากับเขา

00:41:16.891 --> 00:41:18.434 align:center
ผมไม่เคยทำอะไรเขา

00:41:19.185 --> 00:41:23.481 align:center
ที่จะทำให้เขามาทำร้ายพี่สาวผม

00:41:26.317 --> 00:41:29.445 align:center
ผมไม่ได้คิดว่าเขาเป็นศัตรู
เขาเป็นเพื่อนร่วมงาน

00:41:33.532 --> 00:41:34.533 align:center
เขาถูกนำตัวมา

00:41:35.868 --> 00:41:38.746 align:center
ฝากขังไว้กับหน่วยสืบสวนโรงพักเขตหนึ่ง

00:41:39.538 --> 00:41:41.207 align:center
ทุกคนกระเหี้ยนกระหือรือมาก

00:41:41.290 --> 00:41:44.126 align:center
ผมก็เครื่องร้อนไปด้วย
ผมอยากสอบปากคำเขาอีกรอบ

00:41:44.210 --> 00:41:46.545 align:center
ผมอยากให้เขายอมรับสิ่งที่เขาทำ

00:41:48.255 --> 00:41:50.049 align:center
มันกลายเป็นแค้นส่วนตัวของผมแล้ว

00:41:50.132 --> 00:41:53.302 align:center
เสียดายที่เขาใช้สิทธิ์ขอทนาย

00:41:53.385 --> 00:41:54.553 align:center
เราเลยไม่ได้มีโอกาส

00:41:55.846 --> 00:41:59.517 align:center
แต่ในชั้นไต่สวน โจเซฟ พาบอน
ก็ถูกตัดสินว่ามีความผิด

00:42:01.477 --> 00:42:06.232 align:center
พร้อมรับโทษจำคุก 25 ปีถึงตลอดชีวิต และ…

00:42:07.107 --> 00:42:10.361 align:center
นั่นคือชะตาที่เขาคู่ควรแน่นอน

00:42:12.279 --> 00:42:14.740 align:center
ตอนที่อ่านคำตัดสินว่าเขามีความผิด

00:42:16.367 --> 00:42:17.910 align:center
ฉันเก็บอาการไม่อยู่

00:42:23.082 --> 00:42:24.166 align:center
ทุกคนเก็บอาการไม่อยู่

00:42:27.253 --> 00:42:28.587 align:center
เขาไม่ได้เสียใจเลย

00:42:29.213 --> 00:42:31.924 align:center
เขาหัวเราะตอนหันมาหาเรา

00:42:32.841 --> 00:42:34.093 align:center
ฉันใจสลายเลยจริงๆ

00:42:35.135 --> 00:42:37.930 align:center
ผมต้องแข็งใจสุดแรงเกิด

00:42:38.514 --> 00:42:43.769 align:center
สุดแรงทุกอณูในตัวจริงๆ
เพื่อไม่ให้พุ่งเข้าไปหาเขา

00:42:44.853 --> 00:42:49.149 align:center
ผมอยากต่อยเขาที่ท้ายทอย

00:42:49.233 --> 00:42:51.318 align:center
ผมอยากรัดคอเขา

00:42:56.323 --> 00:43:00.452 align:center
พาบอนไม่เคยตอบว่าเขาทำลงไปทำไม

00:43:01.954 --> 00:43:05.165 align:center
ถึงวันนี้ เราก็ยังรอคำตอบนั้นอยู่

00:43:05.916 --> 00:43:09.086 align:center
เขามีจุดประสงค์อะไร
แม่ฉันไปทำอะไรให้เขาเหรอ

00:43:10.296 --> 00:43:13.382 align:center
แม่พูดอะไรที่ทำให้เขาไม่พอใจเหรอ

00:43:17.803 --> 00:43:18.804 align:center
ทำไม

00:43:21.890 --> 00:43:24.018 align:center
ผมคิดว่าเขาสติขาดผึงไป

00:43:24.768 --> 00:43:28.272 align:center
ผมคิดว่าเขาบันดาลโทสะ

00:43:28.772 --> 00:43:34.403 align:center
เหมือนที่เขาเคยก่อเหตุอื่นๆ ก่อนหน้านั้นกับผู้หญิง

00:43:37.323 --> 00:43:40.159 align:center
เธอสู้เพื่อเอาชีวิตรอด ผมรู้ว่าเธอสู้

00:43:40.826 --> 00:43:45.789 align:center
ในช่วงวาระสุดท้าย ผมรู้ว่าเธอกลัวมาก

00:43:46.749 --> 00:43:48.500 align:center
แต่เธอจากไปแล้ว

00:43:49.877 --> 00:43:50.919 align:center
เธอไม่กลับมาแล้ว

00:43:53.130 --> 00:43:54.340 align:center
ชีวิตผมยังไม่ก้าวข้ามจุดนั้น

00:43:55.424 --> 00:43:58.344 align:center
ผมยังรู้สึกเศร้าอยู่ลึกๆ

00:43:58.427 --> 00:44:02.931 align:center
ถึงทุกวันนี้ ผมก็ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

00:44:03.641 --> 00:44:06.977 align:center
เขาเปลี่ยนชีวิตครอบครัวผมไปตลอดกาล

00:44:09.897 --> 00:44:16.695 align:center
การได้สืบคดีนี้ ได้เจอครอบครัวผู้ตาย
เห็นการไว้อาลัย และ…

00:44:17.946 --> 00:44:21.909 align:center
งานทุกอย่างที่เราทำจนหาตัวคนร้ายเจอในที่สุด

00:44:21.992 --> 00:44:23.869 align:center
มันจะ…

00:44:23.952 --> 00:44:25.829 align:center
ผมจะไม่มีวันลืมเลย

00:44:32.586 --> 00:44:37.091 align:center
ผมจำได้ว่าตอนเด็กๆ คิดว่ากรมตำรวจนิวยอร์ก

00:44:37.174 --> 00:44:40.552 align:center
เป็นแก๊งใหญ่ที่สุดในนิวยอร์กซิตี

00:44:41.095 --> 00:44:44.473 align:center
แต่หลังจากทำงานในกรมมาหลายปี

00:44:44.556 --> 00:44:47.601 align:center
ผมก็ได้รู้ว่ามันเหมือนครอบครัวมากกว่า

00:44:49.311 --> 00:44:54.650 align:center
คนยังเข้าใจสิ่งที่ตำรวจทำได้ไม่พอ

00:44:56.151 --> 00:44:59.321 align:center
ตำรวจไม่ใช่กองกำลังที่เข้ายึดครอง

00:44:59.405 --> 00:45:02.866 align:center
แล้วชุมชนก็ไม่ใช่กลุ่มคนป่าเถื่อน

00:45:02.950 --> 00:45:05.452 align:center
ที่ตำรวจเราต้องไปปราบ

00:45:05.536 --> 00:45:07.746 align:center
(การศึกษาเพื่อความยุติธรรม)

00:45:07.830 --> 00:45:10.040 align:center
สองสามปีหลังจบการไต่สวน

00:45:10.124 --> 00:45:16.588 align:center
ผมก็เกษียณด้วยเป้าหมาย
ว่าจะทำเต็มที่เพื่อช่วยผสานตำรวจกับชุมชน

00:45:19.383 --> 00:45:24.012 align:center
ผมเปลี่ยนจากสายสืบไททัสไปเป็นด็อกเตอร์ไททัส

00:45:24.680 --> 00:45:27.641 align:center
สอนอยู่ที่วิทยาลัย
กระบวนการยุติธรรมทางอาญาจอห์น เจย์

00:45:27.725 --> 00:45:30.394 align:center
การจับกุมคือการตัดอิสรภาพ

00:45:30.477 --> 00:45:32.688 align:center
ผมทำงานกับผู้บังคับใช้กฎหมายในอนาคต

00:45:32.771 --> 00:45:34.732 align:center
ต้องรับฟังข้อเท็จจริงและหลักฐานทุกอย่าง

00:45:34.815 --> 00:45:39.069 align:center
แล้วค่อยตัดสินว่าบุคคลใดมีความผิดหรือไม่

00:45:39.153 --> 00:45:43.407 align:center
ไม่ใช่ดูแค่หน้าตา หรืออคติเหมารวมว่า…

00:45:43.490 --> 00:45:47.327 align:center
เป้าหมายของผมคือทำให้คุณเข้าใจ

00:45:47.411 --> 00:45:50.289 align:center
ว่ายังมีมุมมองอื่นๆ อีกหลายแบบ

00:45:50.372 --> 00:45:53.375 align:center
บางแบบก็คล้ายกับคุณ บางแบบก็ต่างจากคุณมากๆ

00:45:53.459 --> 00:45:57.671 align:center
ถ้าคุณเข้าไปเป็นผู้รักษากฎหมาย
คุณต้องยอมรับในจุดนี้

00:45:57.755 --> 00:46:01.967 align:center
คุณจะปฏิบัติต่อใครต่างกัน
เพราะมาจากต่างที่กันไม่ได้

00:46:02.050 --> 00:46:05.679 align:center
นักศึกษาจะได้เข้าใจ
ว่านี่คือโลกที่พวกเขาจะออกไปเจอ

00:46:05.763 --> 00:46:08.140 align:center
นั่นคือสิ่งสำคัญสำหรับผม

00:46:08.223 --> 00:46:10.642 align:center
ทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของทุกคน

00:46:10.726 --> 00:46:13.562 align:center
เพื่อให้โลกน่าอยู่และปลอดภัยขึ้น

00:46:21.779 --> 00:46:24.656 align:center
(ปี 2013)

00:46:27.451 --> 00:46:28.494 align:center
(ตอนต่อไป)

00:46:28.577 --> 00:46:30.871 align:center
ผมคิดว่าความรู้สึกผิด
เพราะรอดจากเหตุการณ์ 11 กันยายน

00:46:30.954 --> 00:46:34.208 align:center
คือแรงกระตุ้นที่ทำให้ผมไปตะวันออกกลาง

00:46:34.917 --> 00:46:37.377 align:center
ผมเป็นทหารสัญญาจ้างของนาวิกโยธิน

00:46:37.461 --> 00:46:39.338 align:center
ตอนออกรบรอบสุดท้ายที่อัฟกานิสถาน

00:46:39.421 --> 00:46:43.842 align:center
ผมได้รับโทรศัพท์แจ้งว่า
จะเปิดคดีฮาเวิร์ด พิลมาร์ขึ้นมาสืบสวนใหม่

00:46:46.136 --> 00:46:47.304 align:center
(ฮาเวิร์ด พิลมาร์)

00:46:47.387 --> 00:46:49.807 align:center
เขาถูกฆ่าตายในห้องทำงาน

00:46:49.890 --> 00:46:53.018 align:center
ผมไม่รู้จักใครเลยที่จะอยากให้เขาตาย

00:46:53.101 --> 00:46:55.604 align:center
ที่จะอยากให้เขาถูกฆ่าแบบนั้น

00:46:56.146 --> 00:47:00.317 align:center
มีน้อยคดีมากๆ ที่ผมยังคิดถึงเพราะมันยังไขไม่ได้

00:47:00.400 --> 00:47:03.320 align:center
แต่คดีพิลมาร์ หลายปีแล้วผมยังคิดถึง

00:47:04.196 --> 00:47:05.405 align:center
เราเกือบจะทำสำเร็จแล้ว

00:47:06.824 --> 00:47:12.496 align:center
ผมคิดว่าสายสืบทุกคน
มีคดีที่หลุดมือไปเพราะเหตุผลบางอย่าง

00:47:12.579 --> 00:47:15.958 align:center
มันกลายเป็น "โมบี้ดิค" ในอาชีพของเขา

00:47:16.583 --> 00:47:19.920 align:center
ฮาเวิร์ดถูกฆ่าเหมือนหมูในเล้า

00:47:20.003 --> 00:47:21.463 align:center
เหมือนสัตว์เดรัจฉาน

00:48:04.882 --> 00:48:07.885 align:center
คำบรรยายโดย วรากรณ์ จันทา
นเล้า

