WEBVTT

00:07.841 --> 00:09.551
(บนเกาะแมนแฮตทัน)

00:09.634 --> 00:12.887
(มีตำรวจสืบสวนสองหน่วย
ที่ทำคดีฆาตกรรมโดยเฉพาะ)

00:12.971 --> 00:15.098
(แมนแฮตทันเหนือและแมนแฮตทันใต้)

00:15.181 --> 00:18.393
(พวกเขาสืบสวนคดีฆาตกรรม
ที่โหดร้ายและยากต่อการสืบที่สุด)

00:18.476 --> 00:21.229
(นี่คือเรื่องราวของพวกเขา)

00:31.322 --> 00:32.699
(ปี 2009)

00:38.830 --> 00:42.751
(วันที่ 7 กรกฎาคม ปี 2009)

00:42.834 --> 00:45.670
(ถนนเรกเตอร์)

00:45.754 --> 00:49.799
แม่ฉันทำงานเป็นแม่บ้าน
ที่ตึกเลขที่ 2 ถนนเร็กเตอร์

00:51.009 --> 00:54.971
กะของแม่คือช่วงห้าโมงเย็นถึงห้าทุ่ม

00:57.474 --> 01:01.102
วันที่ 7 กรกฎาคม ประมาณสี่ทุ่มครึ่ง

01:01.186 --> 01:04.147
ฉันได้รับสายจากโรซ่า เพื่อนร่วมงานแม่

01:04.814 --> 01:07.484
ถามว่าแม่ฉันอยู่บ้านหรือเปล่า

01:07.567 --> 01:09.611
ฉันก็ถาม "หมายความว่าไง แม่ไม่อยู่บ้านหรอก

01:09.694 --> 01:11.780
แม่ไม่อยู่ที่ทำงานเหรอ แม่ควรจะอยู่ที่ทำงานนะ"

01:12.405 --> 01:13.448
เธอก็บอกว่า "ไม่"

01:14.324 --> 01:17.660
แม่บ้านมีพักกินข้าวประมาณหนึ่งทุ่ม

01:18.161 --> 01:21.831
เธอสงสัยที่แม่ปิดโทรศัพท์

01:21.915 --> 01:23.833
ตอนนั้นโทรไปก็เข้าฝากข้อความ

01:25.335 --> 01:28.088
ฉันโทรหาป้า หาลุง

01:28.171 --> 01:33.510
เราตกลงกันว่า
จะไปที่ทำงานแม่ ไปลองตามหาแม่ดู

01:36.096 --> 01:38.932
ตอนกลางวัน ผมเป็นยามที่ตึกนั้น

01:39.808 --> 01:42.560
ผมก็เลยขึ้นไปชั้นที่เธอทำงาน

01:43.978 --> 01:48.441
ผมเดินตะโกนเรียกเธอทั่วทั้งชั้น ตลอดทางเดิน

01:48.525 --> 01:50.235
ลงไปถึงหลังห้องชั้นใต้ดิน

01:51.236 --> 01:53.071
ผมพยายามฟังเสียงตอบรับ

01:53.154 --> 01:54.864
เธออาจจะบาดเจ็บ

01:54.948 --> 01:56.783
เธออาจจะอยู่ในที่ที่ไม่มีคนได้ยิน

01:58.701 --> 02:01.746
แน่นอนว่ามีคนเห็นเธอเข้าไปในตึก

02:01.830 --> 02:03.123
แต่ไม่ได้เห็นเธอออกมา

02:06.126 --> 02:09.754
เราคุยกับยามที่เข้ากะตอนนั้น

02:09.838 --> 02:13.883
เขาบอกว่าเขาไม่เห็นแม่ฉันออกมาจากตึก

02:14.551 --> 02:16.636
เราก็เลยแจ้งตำรวจ

02:17.971 --> 02:19.305
เราตามหาแม่ไม่เจอ

02:23.309 --> 02:26.104
ทุกคดีทำลายจิตวิญญาณของเราทีละน้อย

02:28.773 --> 02:32.694
คุณทำงานนี้ไม่ได้ ถ้าไม่ได้ใส่ใจจริงๆ

02:34.779 --> 02:36.656
เราอยากสืบหาความจริง

02:38.158 --> 02:39.701
นั่นคือหน้าที่ของตำรวจสืบสวน

02:40.285 --> 02:42.662
ผมชอบเสมอที่ได้แอบดูหลังฉาก

02:42.745 --> 02:44.455
จริงๆ เกิดอะไรขึ้นกันแน่

02:44.998 --> 02:48.668
สิ่งสำคัญมากๆ ของครอบครัว
คือได้รู้ว่าใครฆ่าญาติของพวกเขา

02:48.751 --> 02:49.794
นั่นคืองานของฉัน

02:50.420 --> 02:54.674
ในนิวยอร์กซิตี กรมตำรวจนิวยอร์ก

02:57.635 --> 02:58.845
หน่วยนี้เท่านั้น

02:59.596 --> 03:03.183
(Homicide: เจาะลึกคดีฆาตกรรม
นิวยอร์ก)

03:13.818 --> 03:17.947
เวลาผมขับรถไปทำงานทุกวัน ตอนขาเข้าเมือง

03:18.031 --> 03:19.616
ผมจะเห็นทั้งเส้นขอบฟ้า

03:19.699 --> 03:22.493
ผมจะบอกตัวเองเสมอว่า

03:23.036 --> 03:29.626
"ว้าว ผมเป็นตำรวจสืบสวนฆาตกรรม
ในกรมตำรวจนิวยอร์ก นิวยอร์กซิตี"

03:31.711 --> 03:35.798
ผมโตมาในย่านที่โหดร้าย
ย่านเซาท์จาเมกาในควีนส์

03:36.424 --> 03:37.759
มียาเสพติด

03:37.842 --> 03:40.637
มีการค้าประเวณี มีพวกแก๊ง

03:41.262 --> 03:44.224
มันเป็นเรื่องที่ผมต้องตัดสินใจในท้ายที่สุด

03:44.307 --> 03:48.102
แล้วผมก็เลือกการศึกษา ไม่เลือกชีวิตข้างถนน

03:48.186 --> 03:50.188
แล้วมาเป็นตำรวจ

03:54.108 --> 03:56.694
(วันที่ 8 กรกฎาคม ปี 2009
เอริดาเนียหายตัวไปสิบชั่วโมงแล้ว)

03:56.778 --> 04:02.408
วันที่ 8 กรกฎาคม ปี 2009
เรามาถึงที่ทำงานตอนแปดโมงเช้า

04:02.492 --> 04:06.287
โทรศัพท์ดังจนสายไหม้
เราได้รับสายจากโรงพักเขตหนึ่ง

04:06.371 --> 04:08.456
เราได้รับสายจากศูนย์บัญชาการนิวยอร์ก

04:08.539 --> 04:11.793
เราได้รับสายจากหัวหน้าหน่วยสืบสวน

04:11.876 --> 04:13.586
ทุกคนพูดเรื่อง

04:13.670 --> 04:18.633
แม่บ้านหายตัวไปในย่านการเงิน

04:19.259 --> 04:21.010
(เลขที่ 2 ถนนเร็กเตอร์)

04:21.094 --> 04:23.221
ผมคิดว่าสาธารณชนถูกครอบงำ

04:23.304 --> 04:27.976
ด้วยเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงเปิดตลาดหุ้นในย่านนั้น

04:28.059 --> 04:31.145
ว่าเกิดอะไรขึ้น มันมีความเร็ว

04:31.229 --> 04:34.482
ของการโอนย้ายทรัพย์สิน มีเรื่องต่างๆ

04:34.565 --> 04:39.070
นั่นคือจุดที่น่าหลงใหล
แต่เราก็มีคนที่ทำงานเบื้องหลัง

04:39.153 --> 04:43.908
หลังจากคนทำงานออฟฟิศกลับไป
ก็จะเหลือคนทำความสะอาด

04:43.992 --> 04:47.245
มีคนที่ถูพื้น มีช่างมาทำงานซ่อม

04:47.328 --> 04:53.042
คนที่มีครอบครัว
ที่ต้องทำงานหนักมากเพื่อหาเลี้ยงชีพ

04:54.002 --> 04:56.838
สายสืบรีบไปที่เลขที่ 2 ถนนเร็กเตอร์

04:56.921 --> 05:00.675
ตอนแรกเราไม่มีข้อมูลอะไรเลย

05:00.758 --> 05:05.221
เรารู้แค่ว่ามีคนไม่กลับบ้าน

05:08.641 --> 05:12.520
ภายนอกตึก ผู้บริหารคนหนึ่งเรียกรวมตัวทุกคน

05:12.603 --> 05:15.523
แล้วก็แจ้งเหตุเราคร่าวๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น

05:15.606 --> 05:21.738
เราได้ทราบว่าผู้หญิงที่หายไปชื่อเอริดาเนีย

05:22.822 --> 05:24.532
อายุ 46 ปี

05:25.450 --> 05:28.286
เธอทำงานตั้งแต่ห้าโมงเย็นถึงห้าทุ่ม

05:28.369 --> 05:32.248
ช่วงหนึ่งระหว่างกะ เธอหายตัวไป

05:32.332 --> 05:35.084
(ถนนเร็กเตอร์)

05:35.168 --> 05:39.797
เรื่องหนึ่งที่ผมเห็นชัดตอนเข้าไปในตึก

05:39.881 --> 05:43.092
คือครอบครัวของผู้หญิงคนนี้อยู่ที่นั่น

05:43.801 --> 05:48.973
ภายในไม่กี่ชั่วโมงที่ติดต่อเธอไม่ได้

05:50.516 --> 05:56.105
เราไม่ค่อยเห็นแบบนี้ในนิวยอร์กซิตี
เราดูออกเลยว่าครอบครัวนี้แน่นแฟ้น

05:57.315 --> 05:59.776
พี่สาวผมโตกว่าผม 17 ปี

06:00.360 --> 06:03.696
เธอพึ่งพาได้เสมอ เธอช่วยดูแลผม

06:04.572 --> 06:07.283
เธอเป็นพี่สาวที่ดี เป็นแม่ที่ดี

06:08.242 --> 06:10.828
เธอไม่มีทางทิ้งครอบครัว มันเป็นไปไม่ได้

06:13.456 --> 06:15.708
ครอบครัวเธอแย้งว่าหลังจากเลิกงาน

06:15.792 --> 06:17.293
เธอจะกลับบ้านทันที

06:17.377 --> 06:19.879
มันเลยผิดวิสัยเธอมากๆ

06:19.962 --> 06:22.924
ที่จะออกจากที่ทำงานโดยไม่บอกใคร

06:23.007 --> 06:24.300
โดยเฉพาะเพื่อนร่วมงาน

06:25.176 --> 06:27.470
เรื่องพวกนี้เป็นสัญญาณอันตรายสำหรับทุกคน

06:29.597 --> 06:33.309
มันผิดวิสัยเธอมากๆ ที่จะหายตัวไปเฉยๆ

06:35.436 --> 06:37.313
ไม่รับโทรศัพท์

06:38.314 --> 06:40.024
ผมก็กังวล

06:42.610 --> 06:47.490
ผมทำงานที่นั่นปีครึ่งแล้ว
พี่สาวผมทำได้ประมาณหกเดือน

06:48.408 --> 06:50.201
ผมรู้จักตึกนั้นเป็นอย่างดี

06:50.284 --> 06:54.789
คืนวันนั้นที่เธอหายไป เราค้นทั่วทั้งตึก

06:54.872 --> 06:56.374
ทีละชั้น

06:56.874 --> 06:58.543
ผมลงไปถึงชั้นใต้ดิน

06:59.669 --> 07:03.047
แล้วเงยหน้าขึ้น ตะโกนเรียกชื่อเธอ

07:05.216 --> 07:06.759
แต่มันเงียบมากๆ

07:10.096 --> 07:14.016
(เอริดาเนียหายตัวไป 12 ชั่วโมงแล้ว)

07:16.310 --> 07:19.355
ทำเลที่เธอหายตัวไป

07:19.439 --> 07:22.859
อยู่ใจกลางย่านการเงิน

07:22.942 --> 07:26.070
ตามปกติ กรมตำรวจจะจริงจังมากๆ

07:26.154 --> 07:28.948
ทุกคดีในแมนแฮตทันใต้

07:29.031 --> 07:31.534
ทุกอย่างที่อยู่ทางใต้ของถนน 59

07:31.617 --> 07:34.203
ดูจะเป็นข่าวใหญ่เสมอ

07:34.829 --> 07:38.124
ผมรู้เลยว่าคดีนี้
จะได้รับความสนใจจากสื่อมากมาย

07:38.207 --> 07:42.211
เพื่อนร่วมงานบอกว่า
เธอกินมื้อค่ำกับพวกเขาระหว่างเข้ากะทุกวัน

07:42.295 --> 07:44.922
แต่ได้เจอเธอครั้งสุดท้ายประมาณสองทุ่ม

07:45.006 --> 07:46.924
แล้วก็ไม่มีใครพบเห็นเธออีกเลย

07:47.675 --> 07:50.261
หลักๆ คือเราต้องค้นทุกชั้น

07:50.344 --> 07:52.722
แล้วก็ต้องอพยพคนออกจากตึก

07:52.805 --> 07:54.682
ทุกคน พนักงานทุกคน

07:54.765 --> 07:58.769
ผู้บริหาร ทีมทำความสะอาด ผู้ดูแลลิฟต์

07:58.853 --> 08:01.981
ทุกคนที่อยู่ในนั้นต้องออกไปจากตึก

08:02.064 --> 08:04.066
ณ ตอนที่ทำการค้นหา

08:04.150 --> 08:06.611
อาจจะมีศพอยู่ในตึกโดยที่เราไม่รู้ก็ได้

08:06.694 --> 08:08.154
มันก็น่ากลัวนิดๆ ครับ

08:08.237 --> 08:12.366
หนึ่งในสิ่งที่ทำให้ตึกเลขที่ 2 ถนนเร็กเตอร์

08:12.450 --> 08:17.455
ไม่เหมือนทำเลอื่นในคดีคนหาย

08:17.538 --> 08:22.502
คือมันเป็นสภาพแวดล้อมในตัวของมันเอง

08:22.585 --> 08:26.422
ทางออกมีอยู่ไม่กี่ทาง ทางเข้าก็มีไม่มาก

08:26.506 --> 08:28.257
ที่เหลือคือขึ้นชั้นบนอย่างเดียว

08:30.301 --> 08:34.013
แน่นอนว่าการค้นอาคารหลังนั้นเป็นงานยาก

08:34.096 --> 08:39.185
ไม่ว่าจะหาใครหรืออะไร
เพราะมันสูงตั้ง 26 ชั้น

08:41.979 --> 08:43.439
ทุกคนต้องช่วยกัน

08:44.482 --> 08:47.109
หน่วยสืบสวนจากโรงพักอื่นก็ถูกเรียกมาช่วย

08:47.193 --> 08:49.987
ไม่ใช่แค่หน่วยสืบสวนฆาตกรรม
กับหน่วยสืบสวนของโรงพักเขตหนึ่ง

08:50.071 --> 08:52.782
แต่ยังมีหน่วยสืบสวน
จากมิดทาวน์ใต้ มิดทาวน์เหนือ

08:53.574 --> 08:55.243
ทุกหน่วยเข้ามาหมด

08:55.326 --> 08:58.454
แต่นอกเหนือจากนั้น ก็ยังมีเฮลิคอปเตอร์บนฟ้า

09:00.873 --> 09:04.961
นี่คือการค้นอย่างละเอียด
ทั่วทั้งตึกตั้งแต่ชั้นบนลงล่าง

09:05.044 --> 09:06.379
ทุกซอกทุกมุม

09:06.462 --> 09:12.426
ตอนเปิดล็อกเกอร์ของเธอ
เราก็พบว่ากระเป๋าของเธอยังอยู่

09:14.387 --> 09:18.975
ผมมีแม่กับพี่น้องหญิงสี่คน
พวกเธอไม่ไปไหนโดยไม่มีกระเป๋า

09:19.892 --> 09:22.228
มันแทบจะเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย

09:22.311 --> 09:25.231
แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องที่น่าตกใจ

09:27.316 --> 09:32.446
แล้วเราก็เจอรถเข็นกับกิ๊บติดผมของเธอที่ชั้นแปด

09:34.198 --> 09:37.076
ทำไมมันถึงตกอยู่ที่พื้น

09:38.035 --> 09:39.829
มีการต่อสู้หรือเปล่า

09:39.912 --> 09:43.624
อาจจะมีการล่วงละเมิดทางเพศเกิดขึ้น

09:43.708 --> 09:45.626
แล้วคนร้ายก็จับเธอเป็นตัวประกัน

09:45.710 --> 09:47.712
(ตำรวจ ห้ามผ่าน)

09:47.795 --> 09:49.422
เราต้องสอบปากคำหลายๆ คน

09:49.505 --> 09:53.801
เราต้องไปคุยกับพนักงานของตึก
ที่ทำงานให้กับฝ่ายบริหารตึก

09:53.884 --> 09:56.887
ใครอยู่ที่นั่นบ้างในช่วงกะของเอริดาเนีย

09:58.389 --> 10:00.558
คนที่ทำงานอยู่ในตึกตอนนั้น

10:00.641 --> 10:05.104
ผมจะจัดว่าทุกคนเป็นพยาน

10:05.187 --> 10:07.773
หรือบุคคลเฝ้าระวังก็ได้

10:08.608 --> 10:10.943
มีหลายความคิดเกิดขึ้นในหัวเรา

10:11.027 --> 10:13.654
แต่เรารู้ว่าเวลาเป็นสิ่งสำคัญ

10:13.738 --> 10:17.700
ยิ่งเราหาเธอเจอช้า
แนวโน้มที่เธอจะยังมีชีวิตก็ยิ่งน้อยลง

10:17.783 --> 10:21.495
(เอริดาเนียหายตัวไป 14 ชั่วโมงแล้ว)

10:22.788 --> 10:25.916
เรารู้ว่าถ้าเธอออกจากตึก

10:26.000 --> 10:30.254
กล้องหนึ่งในหลายตัวจะจับภาพเธอได้ที่ทางเข้า

10:31.505 --> 10:35.635
ในตึกนี้มีกล้อง 32 ตัว

10:35.718 --> 10:39.221
ภาพที่เราต้องทวนก็มี
คลิปแปดชั่วโมงจากกล้อง 32 ตัว

10:39.305 --> 10:43.434
ต้องดูให้ครบ มันเป็นงานที่เหนื่อยมาก

10:44.894 --> 10:47.480
เราก็เลยส่งมือดีของเรามา

10:49.398 --> 10:52.360
ไบรอัน แมคคลาวด์ ฉายา "เทพวิดีโอ"

10:53.194 --> 10:55.154
เขาเป็นสายสืบชั้นยอด

10:55.237 --> 11:00.034
ไบรอันเป็นคนที่เร็วมากๆ

11:00.117 --> 11:01.577
นี่คืองานสำคัญ

11:02.078 --> 11:05.206
ไม่ใช่ทุกคนที่ทำได้
ไม่ใช่ทุกคนที่รับงานหนักได้เหมือนเรา

11:05.289 --> 11:08.668
ผมบอกเลยว่าถ้าเป็นแมลงวัน ผมก็จะตีให้โดน

11:12.004 --> 11:13.005
ไบรอันจริงจังกับงาน

11:13.089 --> 11:16.759
เวลาเขาตั้งสมาธิ เขาชอบใส่หูฟัง

11:16.842 --> 11:19.053
แล้วเขาก็จะฟังเพลงเฮฟวีเมทัล

11:21.013 --> 11:21.931
เฮดแบงเกอร์เหรอ

11:22.014 --> 11:24.850
ครับ ตอนหนุ่มๆ ผมก็ไว้ผมมัลเล็ต ก็…

11:27.061 --> 11:30.106
ผมเปิดเพลงเฮฟวีเมทัลในที่ทำงานทั้งวันประจำ

11:32.358 --> 11:35.569
เขามีความอดทนกับความจดจ่อ

11:35.653 --> 11:39.615
ที่จะอยู่ตรงนั้น จ้องจอได้เป็นชั่วโมงๆ

11:40.741 --> 11:42.993
เรารู้ว่าถ้าเธอออกจากตึก

11:43.077 --> 11:47.623
เขาจะหาเธอเจอ
หรือจะเจออะไรก็ตามที่ดูน่าสงสัย

11:48.457 --> 11:50.126
เราไม่อยากพลาดอะไรไป

11:50.209 --> 11:52.461
พลาดไปแค่เฟรมเดียว
ก็อาจมีบางอย่างหลุดรอดไปได้

11:55.464 --> 11:56.340
ตบได้แล้ว

11:56.841 --> 12:00.928
(เลขที่ 2 ถนนเร็กเตอร์)

12:01.679 --> 12:03.305
มันน่าเบื่อ

12:03.389 --> 12:04.932
มันเสียเวลา

12:06.475 --> 12:08.060
มันทำให้สายตาล้า

12:08.936 --> 12:10.896
แต่ผมมีความอดทนที่จะทำได้

12:14.150 --> 12:16.694
มีภาพเอริดาเนียขึ้นลิฟต์

12:16.777 --> 12:19.071
ขึ้นไปเริ่มทำงานที่ชั้นบนๆ

12:20.281 --> 12:24.410
น่าจะประมาณ 17.12 น.

12:25.035 --> 12:27.788
แต่ก็ไม่เห็นอีกเลย กล้องจับภาพเธอไม่ได้อีกเลย

12:27.872 --> 12:31.083
เธอไม่ได้ออกจากลิฟต์ ณ เวลาไหนเลย

12:31.167 --> 12:33.210
ไม่มีใครเห็นเธอออกจากอาคาร

12:35.921 --> 12:37.089
เธออยู่ที่ไหน

12:37.173 --> 12:40.801
(เอริดาเนียหายตัวไป 19 ชั่วโมงแล้ว)

12:40.885 --> 12:43.971
เพื่อให้เข้าใจเธอมากขึ้น

12:44.054 --> 12:47.558
เราต้องตรวจประวัติโดยละเอียด
สืบหาความสัมพันธ์ของเธอ

12:47.641 --> 12:50.102
สืบว่ามีปัญหาเรื่องเงินไหม

12:50.186 --> 12:53.272
ทุกอย่างที่สืบได้เกี่ยวกับผู้สูญหาย

12:53.355 --> 12:54.648
(เอริดาเนีย โรดริเกซ)

12:54.732 --> 13:00.029
เราทราบจากครอบครัว
ว่าเอริดาเนียมาจากสาธารณรัฐโดมินิกัน

13:00.112 --> 13:02.907
แม่ฉันเกิดที่ซานโต โดมิงโก

13:03.699 --> 13:07.119
ย้ายมาสหรัฐฯ เมื่อปี 1973

13:08.037 --> 13:11.916
แม่แต่งงานกับพ่อ เฮโรนิโม ฟิเกรัว

13:12.792 --> 13:15.169
แล้วก็มีลูกสามคน

13:15.920 --> 13:21.175
แม่ลาออกจากโรงเรียนเพื่อเลี้ยงเรา

13:23.177 --> 13:24.929
เธอคือหัวหน้าครอบครัว

13:25.012 --> 13:28.224
เธอทำอาหารอร่อยไม่มีใครเทียบ

13:29.016 --> 13:33.187
ผมตั้งตารอกินเสมอ
ทั้งวันขอบคุณพระเจ้า ปีใหม่ คริสต์มาส

13:33.979 --> 13:37.149
ไม่สนว่าเทศกาลอะไร
เธออยากให้ครอบครัวอยู่ด้วยกันเสมอ

13:38.984 --> 13:41.612
คดีนี้ทำให้ผมนึกถึงแม่

13:41.695 --> 13:45.783
แม่ผมก็เป็นผู้อพยพจากปานามา

13:45.866 --> 13:49.161
มาหางานเล็กๆ ทำจนตั้งตัวได้

13:49.245 --> 13:53.833
เพื่อหาเลี้ยงครอบครัว
จนแน่ใจว่าเรามีทุกอย่างที่จำเป็น

13:55.209 --> 13:58.587
ผมนึกภาพออก ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับแม่ผม

13:58.671 --> 14:01.257
ผมจะต้องรับมือกับมันยังไง

14:01.340 --> 14:03.634
มันทำให้คดีนี้สำคัญกับผมมากๆ

14:05.678 --> 14:07.137
ฉันคิดอะไรไม่ค่อยออก

14:08.931 --> 14:11.225
ตอนนั้นฉันหดหู่ แตกตื่น

14:11.308 --> 14:15.187
ฉันภาวนากับพระเจ้าให้แม่เดินเข้ามาสักที

14:20.109 --> 14:23.529
เรื่องเอริดาเนีย เราสืบทราบว่าเธอหย่าแล้ว

14:23.612 --> 14:26.532
แล้วกลับไปคบกับอดีตสามีอีกครั้ง

14:27.867 --> 14:29.702
เราได้สอบปากคำครอบครัว

14:30.953 --> 14:34.331
สามีเธอไม่อยู่ที่ตึกเลขที่ 2 ถนนเร็กเตอร์

14:34.415 --> 14:37.501
ในใจผมก็แอบคิดนะ "ทำไมเขาไม่มา

14:37.585 --> 14:40.921
ลูกสาวเขามากันหมด น้องชายเธอก็มา"

14:41.005 --> 14:43.215
เขาคือผู้ต้องสงสัยคนแรกของเรา

14:43.799 --> 14:47.261
เราต้องสอบปากคำเขา ถามว่าเขารู้อะไรบ้าง

14:49.555 --> 14:54.894
นอกจากสามีเธอแล้ว
คนในครอบครัวบอกว่าหลายวันก่อนหน้า

14:54.977 --> 14:57.062
เอริดาเนียถูก…

14:57.146 --> 15:02.610
เธอคิดว่าถูกคนที่ทำงานในตึกคอยแอบตาม

15:04.695 --> 15:07.239
พี่สาวผมบอกว่าเธอสังหรณ์ใจไม่ค่อยดี

15:07.323 --> 15:09.283
พี่บอกว่ามีผู้ชายคนหนึ่งมอง

15:09.992 --> 15:13.329
ตอนที่เธอขึ้นลิฟต์ไปชั้นที่จะทำความสะอาด

15:14.204 --> 15:18.542
นักข่าวมาสัมภาษณ์เราที่ตึก

15:19.043 --> 15:22.338
พวกลูกสาวบอกว่าแม่กังวลเรื่องผู้ชายคนหนึ่ง

15:22.421 --> 15:25.883
ที่ทำงานในอาคารสำนักงาน
เดียวกันบนถนนเร็กเตอร์

15:25.966 --> 15:28.218
ที่เธอเชื่อว่าคอยแอบตามเธอ

15:28.302 --> 15:31.013
เขาชอบมองเธอ
ด้วยสายตาแปลกๆ แล้วเธอก็กังวล

15:31.096 --> 15:31.931
(อายุ 15 ปี)

15:32.014 --> 15:34.350
ตอนแม่ทำความสะอาด เขาเคยมองแม่

15:34.433 --> 15:37.853
เธอบอกว่ามีคนทำให้แม่กลัว คอยตามแม่

15:39.146 --> 15:41.106
ชายคนนั้นทำแบบนั้นสองครั้ง

15:41.815 --> 15:44.693
แต่ลูกสาวของเอริดาเนียบอกว่า

15:44.777 --> 15:47.988
สองสามวันก่อนที่เธอจะหายตัวไป

15:48.072 --> 15:50.407
เขาพยายามมาคุยกับเธออีก

15:50.491 --> 15:53.911
แน่นอนว่าทางครอบครัว
ตกใจกลัวกับสถานการณ์นี้มากๆ

15:53.994 --> 15:58.123
เธอตกใจแล้วก็กังวลกับสถานการณ์นี้มากๆ

15:58.207 --> 15:59.750
จนเอาไปเล่าให้ครอบครัวฟัง

15:59.833 --> 16:02.836
ผมบอกเธอว่า "ขอเวลาผมหางานใหม่ให้พี่นะ"

16:02.920 --> 16:04.505
เธอก็บอกว่า "โอเค"

16:04.588 --> 16:07.675
ถ้าอีกหนึ่งอาทิตย์ไม่ได้งาน เธอก็จะลาออกเลย

16:10.803 --> 16:15.099
นี่เป็นเรื่องที่เธออยากลาออกจากงาน
เพราะเธอรู้สึกไม่ปลอดภัย

16:15.182 --> 16:18.060
การที่เรื่องนี้เกิดขึ้นหลายครั้ง

16:18.644 --> 16:21.021
เขาจะทำร้าย ฉุด หรือลักพาตัวเธอไหม

16:21.939 --> 16:24.066
ผู้ชายคนนี้พร้อมจะทำขนาดไหน

16:24.149 --> 16:28.278
เพราะรู้ว่าคนที่แอบตามเธอ
รู้จักแผนผังของอาคาร

16:28.362 --> 16:30.864
รู้ทางออกและทางเข้าอาคาร

16:30.948 --> 16:33.742
นี่คือคนที่ไปที่ตึกนั้นทุกวัน

16:33.826 --> 16:37.037
รู้ว่าใครไปไหนในเวลาไหน

16:37.121 --> 16:39.999
ตึกปิดเวลาไหน เปิดเวลาไหน

16:40.082 --> 16:42.251
ใครอยู่ที่ไหน เมื่อไหร่

16:43.585 --> 16:45.004
เรื่องสำคัญมากๆ

16:45.087 --> 16:47.881
คือการระบุตัวชายคนนี้โดยเร็วที่สุด

16:49.550 --> 16:52.469
ระหว่างที่เราตามหาชายคนนั้น
สายสืบก็ออกปฏิบัติการ

16:52.553 --> 16:57.599
สอบปากคำสามีของเอริดาเนีย
ยืนยันที่อยู่ของเขา

16:59.351 --> 17:03.897
เรื่องเล่าของเขาคือ
เขาทำงานคืนนั้นจนถึงสองทุ่ม

17:03.981 --> 17:06.775
แล้วเขาก็กลับไปที่อะพาร์ตเมนต์ของครอบครัว

17:06.859 --> 17:11.071
พ่อเป็นคนเดียวที่อยู่บ้านรอเผื่อแม่จะกลับมา

17:12.239 --> 17:16.410
สายสืบยืนยันที่อยู่ของเขาได้ แล้วเลิกสงสัยเขา

17:17.327 --> 17:19.163
ณ ตอนนี้ เรามั่นใจแล้ว

17:19.246 --> 17:23.876
ว่าเขาไม่มีส่วนกับการหายตัวไปของเอริดาเนีย

17:26.003 --> 17:29.548
ขณะเดียวกัน เราก็ติดต่อคนที่คอยตามเธอได้

17:30.132 --> 17:33.635
เราพาเขาขึ้นชั้นบนมาหาหน่วย
ส่งเขาเข้าห้องสอบปากคำ

17:33.719 --> 17:37.973
เขาอ้างว่าเขาเล่นปิงปองอยู่กับเพื่อน

17:38.057 --> 17:40.601
คืนนั้นตอนเอริดาเนียไปทำงาน

17:40.684 --> 17:45.230
คนที่เขาบอกว่าร่วมเล่นกับเขาด้วย

17:45.314 --> 17:49.693
คนที่อยู่กับเขาก็ถูกสอบปากคำโดยละเอียดเช่นกัน

17:49.777 --> 17:53.989
แล้วตำรวจก็ตัดเขาออก
จากการเป็นผู้ต้องสงสัยได้

17:56.617 --> 17:59.661
(วันที่ 9 กรกฎาคม 2009
เอริดาเนียหายตัวไปสองวันแล้ว)

17:59.745 --> 18:03.749
เราต้องเพิ่มกำลังการสืบสวน
พยายามตามหาเอริดาเนียให้เจอ

18:03.832 --> 18:06.251
สืบอย่างพิถีพิถันด้วยสุนัขตำรวจ

18:06.752 --> 18:09.755
ทุกคนรู้ว่าพอตำรวจพาสุนัขมา

18:09.838 --> 18:11.799
ถ้ามีอะไรอยู่ที่นั่น มันจะหาเจอ

18:12.382 --> 18:15.552
สุนัขตำรวจ ตอนขึ้นไปชั้น 14

18:15.636 --> 18:18.680
มันเจอกลิ่นสองจุดในห้องอุปกรณ์

18:18.764 --> 18:23.268
ซึ่งเป็นห้องระบบเครื่องปรับอากาศ
กับเครื่องทำความร้อนภายในตึก

18:24.686 --> 18:26.355
ตำรวจส่งหน่วยฉุกเฉินเข้ามา

18:26.438 --> 18:30.359
ทุกคนที่พอจะนึกออก ตอนนี้ไปสนใจที่ชั้นนั้น

18:31.276 --> 18:34.738
เรากำลังรอแจ้งเตือนว่าทางนั้นเจอบางสิ่ง

18:34.822 --> 18:36.198
สิ่งที่จะเป็นประโยชน์

18:36.281 --> 18:39.326
สิ่งที่จะบอกอะไรได้มากกว่าที่เรารู้อยู่แล้ว

18:40.869 --> 18:44.081
หน่วยสุนัขตำรวจตามกลิ่นไม่เจอ

18:46.917 --> 18:48.252
มันน่าหงุดหงิดมาก

18:48.335 --> 18:52.005
แล้วเราก็สงสารครอบครัว
เพราะเรารู้ว่าพวกเขา…

18:52.089 --> 18:55.342
ทุกวันที่ผ่านไป ทุกชั่วโมงที่ผ่านไป

18:55.425 --> 18:57.845
ความหวังของพวกเขายิ่งลดลง

19:00.889 --> 19:03.267
ทุกวินาทีที่ผ่านไป ทุกนาที

19:03.851 --> 19:07.479
ครอบครัวเริ่มจะรับไม่ไหว

19:07.563 --> 19:11.066
ทุกคนกลัว ไม่มีใครกินลง

19:12.693 --> 19:13.610
แบบ…

19:14.111 --> 19:15.654
ทุกคนกลัวจะเกิดเรื่องร้าย

19:15.737 --> 19:17.447
(สถานีตำรวจเขตหนึ่ง กรมตำรวจ)

19:23.745 --> 19:27.749
กล้องมีหลายตัวมาก
วิดีโอรวมความยาวหลายร้อยชั่วโมง

19:28.458 --> 19:30.002
ผมใช้เวลาชั่วโมงทำงาน

19:30.085 --> 19:33.630
ไปกับการดูภาพวงจรปิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

19:33.714 --> 19:37.259
เพื่อให้แน่ใจสุดๆ ว่าไม่ได้พลาดอะไรไป

19:37.342 --> 19:40.429
ผมมองหาหลักฐาน มองหาทุกอย่างที่น่าสงสัย

19:41.096 --> 19:44.766
และบุคคลเดียวที่…

19:44.850 --> 19:48.312
พฤติกรรมแปลกนิดหน่อยก็คือช่างซ่อมบำรุง

19:51.607 --> 19:55.861
เราเห็นเขาซ่อมลิฟต์ขนของ
แล้วก็เห็นเขาที่ชั้นใต้ดิน

19:56.445 --> 19:59.239
เห็นเขาเดินมาที่ห้องซ่อมบำรุง

19:59.323 --> 20:01.909
ซึ่งเป็นห้องล็อกเกอร์ของเขาด้วย

20:02.409 --> 20:06.163
ผมตามกล้องทุกตัวที่จับภาพเขาได้

20:06.246 --> 20:07.623
ระหว่างที่เขาอยู่ในตึก

20:08.123 --> 20:12.502
เขาหายตัวไปหลายนาที

20:13.837 --> 20:16.924
น่าจะประมาณ 45 นาทีได้

20:17.007 --> 20:19.801
แล้วอยู่ดีๆ ประมาณสองทุ่มเศษๆ

20:19.885 --> 20:21.845
เขาก็โผล่มาที่ชั้นใต้ดิน

20:22.638 --> 20:25.974
แต่เขาไม่อยู่ในกล้องที่ถ่ายมาจากทางลิฟต์

20:26.058 --> 20:29.019
ทั้งที่ชั้นใต้ดินหรือล็อบบี้เลย

20:29.102 --> 20:31.939
ทางเดียวที่เขาจะลงไปได้ก็คือบันได

20:35.776 --> 20:40.322
พฤติกรรมของเขาในกล้อง
เหมือนว่า "เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย"

20:40.906 --> 20:44.159
เราสงสัยว่าจะมีบางอย่าง

20:44.243 --> 20:46.787
เรารู้สึกว่าจำเป็นต้องสอบปากคำเขา

20:46.870 --> 20:52.000
ตอนนี้เขากลายเป็นผู้ต้องสงสัย
ที่อาจจะรู้ว่าเอริดาเนียอยู่ที่ไหน

20:52.084 --> 20:54.044
คนนั้นคือโจเซฟ พาบอน

20:54.127 --> 20:55.420
(โจเซฟ พาบอน)

20:55.504 --> 20:59.174
ผมโทรหาเขา
เขาบอกว่าตกลง เขาจะมาให้ปากคำ

20:59.258 --> 21:02.177
ที่ผมอยากทำคือกลับไปที่โรงพัก

21:02.261 --> 21:04.513
เราจะได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้มากขึ้น

21:09.393 --> 21:11.561
พอโจเซฟ พาบอนเข้ามา

21:11.645 --> 21:14.564
เขาบอกว่าเขาซ่อมลิฟต์ขนของ

21:14.648 --> 21:16.900
แล้วเขาก็รับกลุ่มแม่บ้านขึ้นลิฟต์

21:16.984 --> 21:20.737
ไปส่งแต่ละคนที่ชั้นที่ตัวเองมีเวรทำความสะอาด

21:20.821 --> 21:24.866
เขาอธิบายว่าเธอลงที่ชั้นแปด

21:27.411 --> 21:31.039
ซึ่งเป็นจุดที่เราพบรถเข็นกับกิ๊บติดผม

21:31.540 --> 21:33.500
นั่นคือครั้งสุดท้ายที่เขาเห็นเธอ

21:37.504 --> 21:38.338
ตอนนั้นเดือนกรกฎาคม

21:38.422 --> 21:42.384
อยู่บ้านเอสกิโมก็เหงื่อออกได้ มันร้อนมาก

21:42.467 --> 21:45.595
ผมต้องใส่สูท
เพราะผมเป็นตำรวจสืบสวนของนิวยอร์ก

21:45.679 --> 21:50.642
ถ้าผมใส่รองเท้าแตะกับชุดว่ายน้ำได้

21:51.893 --> 21:52.728
ผมจะชอบมาก

21:53.562 --> 21:59.151
แต่เขาใส่เสื้อแขนยาวกันหนาว แล้วใส่เสื้อยืดทับ

21:59.234 --> 22:03.447
ผมก็คิดว่า "เด็กนี่บ้าไปแล้ว

22:03.530 --> 22:06.950
เขาแต่งตัวไปปาหิมะ แต่นี่เดือนกรกฎาคม"

22:07.034 --> 22:10.871
ผมข้องใจอยู่ตลอดเวลาที่คุยกับเขา

22:10.954 --> 22:13.957
แล้วผมก็บอกว่า "ถอดเสื้อซิ"
เราสั่งให้เขาถอดเสื้อออก

22:17.210 --> 22:19.254
เขามีรอยข่วนที่ไหล่ด้านหลัง

22:19.338 --> 22:21.423
ที่คอ กับอีกหลายจุดทั่วลำตัว

22:21.506 --> 22:24.468
ผมถามเขาว่า "คุณจะอธิบายแผลยังไง"

22:24.551 --> 22:29.056
เขาบอกว่าคืนวันอังคาร
ที่ได้รับแจ้งความว่าเอริดาเนียหายตัวไป

22:29.139 --> 22:32.476
เขามีหน้าที่ดูแลลิฟต์ขนของ

22:32.559 --> 22:34.561
เพื่อพาทีมก่อสร้างขึ้นลง

22:35.312 --> 22:40.567
เขาอ้างว่าช่วยทีมนั้น
ขนรถเข็น ขนเหล็กเส้น ขนเหล็กโครง

22:40.650 --> 22:45.322
ผมเลยถามว่า "คุณอยู่กลุ่ม 32 บีเจ
คุณเป็นคนของสหภาพแรงงานใช่ไหม"

22:45.405 --> 22:46.490
เขาก็บอกว่า "ใช่ครับ"

22:46.573 --> 22:49.826
เท่าที่ผมรู้ ในฐานะที่มาจากครอบครัวที่…

22:49.910 --> 22:52.037
เป็นสมาชิกสหภาพ มีญาติอยู่หลายสหภาพ

22:52.120 --> 22:57.459
ผมรู้ว่าถ้าคุณมีงานตัวเอง
แล้วไปทำงานอื่น มันต้องมีปัญหาแล้ว

22:57.542 --> 23:02.422
เขาจะไม่แตะต้องอะไร
นอกจากคันโยกลิฟต์หรือกดปุ่มเลือกชั้น

23:03.006 --> 23:06.718
ผมถามว่า "คุณเนี่ยนะ
ไปช่วยเขาเข็นเหล็กเส้นขึ้นลงรถเข็น"

23:06.802 --> 23:11.306
สำหรับผม ผมไม่เข้าใจเลย
ผมไม่เชื่อเรื่องนั้นเลยสักนิด

23:13.558 --> 23:15.018
ผมพยายามกล่อมเขา

23:15.644 --> 23:18.647
"ถ้าคุณทำอะไรเธอ
หรือเธออยู่ที่ไหนสักแห่งในตึก

23:18.730 --> 23:21.066
บอกเรามาซะ เราจะได้ไปรับเธอ

23:21.149 --> 23:24.194
เราอาจจะได้พาเธอกลับไปคืนครอบครัว"

23:24.986 --> 23:29.533
แล้วเขาก็ยังยืนกรานว่าเขาไม่ได้ทำ

23:30.409 --> 23:33.954
ตอนนั้นเราสอบปากคำเขา 14 ชั่วโมงได้

23:34.454 --> 23:38.375
เราถามเขาว่า
"เราขอตัวอย่างดีเอ็นเอได้ไหม"

23:40.168 --> 23:42.796
เขาตกลงให้ดีเอ็นเอกับเรา

23:42.879 --> 23:44.214
เขาเก็บตัวอย่างตัวเอง

23:44.923 --> 23:49.386
เขาไม่ได้ยอมรับเลย
ว่าก่อความผิดอาญาหรือทำอะไร

23:49.469 --> 23:52.222
เราก็เลยต้องปล่อยเขาไป

23:57.561 --> 23:59.646
เราไม่มีศพให้ตั้งข้อหา

23:59.729 --> 24:04.276
แต่ผมก็แจ้งกับหัวหน้าไปว่าเราเชื่อว่า

24:04.359 --> 24:07.988
ผู้ชายคนนี้ ตอนนี้คือผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่ง

24:09.406 --> 24:13.201
ณ ตอนนั้น เราก็เริ่มติดตามโจเซฟ พาบอน

24:13.285 --> 24:15.537
คอยดูว่าเขาไปไหน

24:15.620 --> 24:18.665
เพราะเขาอาจจะซ่อนเธอไว้ที่ไหนสักแห่ง

24:18.748 --> 24:21.126
เขาอาจจะซ่อนไว้ที่บ้านก็ได้

24:21.209 --> 24:25.088
เขาอาจจะซ่อนเธอไว้ที่ตึกอื่น หรือไซต์งานอื่น

24:26.506 --> 24:29.801
เราส่งสายสืบสองคนไปตามดูเขา

24:29.885 --> 24:33.513
คอยดูว่าเขาไปไหนบ้าง

24:34.055 --> 24:38.852
เราอยากเฝ้าสังเกตการณ์พาบอน 24 ชั่วโมง

24:38.935 --> 24:40.645
เราก็เลยจัดกะไว้

24:40.729 --> 24:43.982
ถ้าเขาเลี้ยวขวา ผมก็เลี้ยวขวา
ถ้าเขาเลี้ยวซ้าย ผมก็เลี้ยวซ้าย

24:44.065 --> 24:47.444
เวลาเขาเข้าร้านอาหาร
ถ้าเขาอยู่ในนั้นนานเกิน

24:47.527 --> 24:50.489
เราก็ส่งคนเข้าไปดูว่าเขายังอยู่ไหม

24:50.572 --> 24:54.117
เราไม่ได้พยายามแอบซ่อนเลย

24:54.201 --> 24:57.829
เราไม่มีปัญหาถ้าเขาจะรู้ว่าเราคอยตาม

24:57.913 --> 25:01.458
มันเป็นเหมือนเกมแมวจับหนู เราไล่จับเขา

25:01.541 --> 25:02.959
เราไม่ยอมแพ้หรอก

25:06.713 --> 25:09.341
เราตามหาเธอมาสองสามวันแล้ว

25:09.424 --> 25:11.301
เราหาเธอไม่เจอในภาพวิดีโอ

25:11.384 --> 25:14.054
เราไม่เห็นว่าเธอออกจากอาคาร

25:15.514 --> 25:18.850
เราค้นทุกซอกทุกมุมของตึก ตั้งแต่ชั้นบนยันชั้นล่าง

25:18.934 --> 25:20.685
แล้วก็หาเธอไม่เจอ

25:21.394 --> 25:24.773
ณ จุดนี้มันไม่น่าเป็นไปได้แล้ว

25:25.815 --> 25:29.319
เราไม่ใช่แค่รู้สึกเสียศูนย์

25:29.402 --> 25:33.698
แต่มันทำให้งานของเรายากขึ้นมากด้วย

25:33.782 --> 25:38.078
นั่นแปลว่าจากแค่ตึกเลขที่ 2 ถนนเร็กเตอร์

25:38.161 --> 25:41.373
ขอบเขตการสืบสวนทั้งหมดที่จะเกิดขึ้น

25:41.456 --> 25:43.250
กลับกลายเป็นทั่วเมืองนิวยอร์กซิตี

25:44.543 --> 25:47.295
ขอบเขตมันใหญ่กว่าเดิม

25:47.379 --> 25:51.841
แปลว่าต้องใช้ทรัพยากรมากขึ้น
ทำการสืบสวนในวงกว้างขึ้น

25:51.925 --> 25:53.802
เพราะเธออาจอยู่ที่ไหนก็ได้

25:55.512 --> 25:59.349
เราตัดสินใจขยายขอบเขต
การตรวจภาพกล้องวงจรปิด

26:00.141 --> 26:03.562
เราเห็นเธอไปตามถนนทรินิตีไหม

26:04.062 --> 26:06.439
เราเห็นเธอเดินบนถนนกรีนิชไหม

26:06.523 --> 26:09.484
เราเห็นเธอเดินไปตามถนนเร็กเตอร์
ทางตะวันออกหรือตะวันตก

26:09.568 --> 26:12.279
แต่มันก็ไม่เจออะไร

26:12.362 --> 26:14.948
เราหาเธอไม่เจอ

26:17.742 --> 26:20.704
ทำไมผมถึงหาเธอไม่เจอ ผมพลาดอะไรไป

26:21.371 --> 26:23.123
เราพลาดอะไรไปในฐานะองค์รวม

26:23.206 --> 26:25.667
เพราะหลายหน่วยช่วยกันทำคดีนี้

26:25.750 --> 26:26.876
(สถานีวอลสตรีต)

26:26.960 --> 26:30.171
ระหว่างการค้นหา
เลยถนนเร็กเตอร์ไปทางเหนือมีร้านหนึ่ง

26:30.255 --> 26:36.261
เราพบภาพวิดีโอโจเซฟ พาบอน
เมื่อวันอังคารตอนที่เอริดาเนียหายตัวไป

26:36.344 --> 26:38.346
เราได้สำเนาใบเสร็จจากร้านนั้นมา

26:38.430 --> 26:43.685
พบว่าโจเซฟ พาบอนได้ซื้อเหล้าภายในร้านนั้น

26:44.644 --> 26:48.607
เอริดาเนียอาจจะบังเอิญเจอเขากำลังดื่ม

26:49.691 --> 26:54.946
แล้วก็เกิดมีปากเสียงกัน แล้วเขาก็ลงมือ

26:56.156 --> 26:58.033
ผมอยากเรียกว่าเป็นจังหวะ "ซวยแล้ว"

26:58.116 --> 27:01.786
แบบว่า "ทีนี้ผมต้องกลบเกลื่อน"
มันเป็นการตอบโต้

27:02.495 --> 27:05.290
แต่เราก็ยังไม่มีเหตุอันควรจะจับกุมเขา

27:05.373 --> 27:07.167
เรายังไม่เจอศพ

27:07.250 --> 27:10.003
เรายังไม่มีข้อหาทางอาญา

27:10.086 --> 27:13.340
เราก็แค่คอยตามเขาต่อไปเหมือนเดิม

27:19.429 --> 27:23.600
(วันที่ 10 กรกฎาคม ปี 2009
เอริดาเนียหายตัวไปสามวันแล้ว)

27:23.683 --> 27:28.396
ตอนนี้เรากำลังสำรวจพื้นที่ที่อาจจะเป็นจุดทิ้งศพ

27:28.480 --> 27:31.107
แทนที่จะเป็นจุดที่เหยื่อหนีไปหลบซ่อน

27:31.191 --> 27:36.738
เราคิดว่าเธออาจจะถูกหมกศพไว้ในถังขยะ

27:36.821 --> 27:40.075
ที่บริษัทสุขาภิบาลเอกชนจะมารับไป

27:42.577 --> 27:44.621
เราส่งสายสืบไปเพนซิลเวเนีย

27:44.704 --> 27:48.166
เพื่อไปขุดคุ้ยลานที่พวกเขาฝังกลบขยะ

27:54.130 --> 27:56.424
ครอบครัวผู้สูญหาย
ต้องพบเจอทุกอารมณ์ในสัปดาห์นี้

27:56.508 --> 28:00.345
ก่อนหน้านี้มีการค้นหาอย่างละเอียด
เมื่อตำรวจส่งกำลังไปค้นลานฝังกลบขยะ

28:00.428 --> 28:03.306
ในเพนซิลเวเนีย
ซึ่งเป็นลานฝังกลบขยะจากอาคารนี้

28:03.390 --> 28:04.391
ฉันไม่อยากเชื่อ

28:05.517 --> 28:07.060
แม่ฉันไม่ใช่ขยะนะ

28:09.187 --> 28:12.899
ฉันคิดว่า "พระเจ้า แม่จะอยู่ในนั้นได้เหรอ"

28:15.193 --> 28:16.194
มันเลวร้ายมาก

28:17.946 --> 28:19.781
ถ้ามีคนทำแบบนั้นกับแม่ได้

28:21.658 --> 28:24.619
สุดท้าย เราก็ไม่เจอเอริดาเนีย โรดริเกซ

28:24.703 --> 28:26.162
แล้วก็ไม่เจอหลักฐานเพิ่มเติม

28:27.080 --> 28:30.458
ที่เราจะใช้ตามหาเอริดาเนีย โรดริเกซได้

28:30.542 --> 28:35.255
พอตำรวจบอกว่าไม่เจอศพที่นั่น
ฉันก็มีความหวังเล็กๆ ขึ้นมาอีกครั้ง

28:36.214 --> 28:38.758
ยังไม่พบเอริดาเนีย โรดริเกซวัย 46 ปี

28:38.842 --> 28:41.219
ตำรวจเชื่อว่าเธอน่าจะเสียชีวิตแล้ว

28:41.302 --> 28:44.597
ตอนนี้ครอบครัวก็ทำใจรอ เรากำลังรอคำตอบ

28:45.098 --> 28:46.766
มันกลายเป็นข่าวใหญ่

28:46.850 --> 28:51.438
เวลามีข่าวใหญ่ เราก็จะเจอสื่อมาถาม

28:52.105 --> 28:54.941
ที่กรมตำรวจว่า "เกิดอะไรขึ้น"

28:55.024 --> 28:58.820
หลายฝ่ายหงุดหงิดมาก
แบบ "เธออยู่ไหนกันแน่วะ" ประมาณนั้น

29:00.405 --> 29:01.531
ความกดดันเริ่มเข้ามา

29:02.240 --> 29:04.951
ทรัพยากรถูกทุ่มให้คดีนี้เยอะมาก

29:05.034 --> 29:08.663
ซึ่งมันไม่สามารถรักษาระดับในระยะยาวได้

29:08.747 --> 29:11.374
ตำรวจสืบสวนหน่วยอื่น
ก็ต้องกลับไปสืบคดีของตัวเอง

29:11.458 --> 29:13.543
ตำรวจต้องลาดตระเวนตามถนน

29:13.626 --> 29:17.756
กรมตำรวจจะเริ่มถอนทรัพยากรจากคดีนี้

29:17.839 --> 29:19.507
เพื่อไปทำอย่างอื่น

29:20.300 --> 29:22.552
เราไม่ใช่แค่ไขคดีไม่ได้

29:22.635 --> 29:25.722
แต่มันเสียภาพลักษณ์กรมตำรวจนิวยอร์กด้วย

29:29.184 --> 29:32.520
แล้วเราก็เริ่มโดนหัวหน้าจี้

29:33.146 --> 29:34.522
เราก็แบบ "ให้ตายสิ"

29:35.774 --> 29:38.943
หัวหน้ามาตารัซโซ
ที่เป็นหัวหน้าหน่วยสืบสวนแมนแฮตทัน

29:39.027 --> 29:40.445
เรียกทุกคนไปประชุม

29:40.528 --> 29:43.406
จุดหนึ่ง หัวหน้ามาตารัซโซหันมาหาผม ถามว่า

29:43.490 --> 29:46.993
"นี่ จอห์น มันเกิดอะไรขึ้น"

29:47.702 --> 29:50.330
แบบ "นายคิดว่าไง เธออยู่ไหน"

29:51.122 --> 29:54.667
ผมก็หันไปหาเขาแล้วตอบว่า
"เธอต้องยังอยู่ในตึกนี่แหละ"

29:58.421 --> 30:01.591
เขาก็บอก "งั้นก็ไปค้นตึกอีกรอบ"

30:06.596 --> 30:08.264
เอาอีกแล้ว เราไปค้นตึกกันใหม่

30:08.348 --> 30:10.475
เธอไม่ได้ออกจากตึก

30:11.059 --> 30:14.479
"เข้าไปค้น หาให้เจอว่าเธอไปไหน"

30:14.562 --> 30:18.483
กรมตำรวจส่งจ่าสิบนาย
กับเจ้าหน้าที่อีกร้อยนายมา

30:19.067 --> 30:22.570
เพื่อค้นทุกซอกทุกมุมของตึกนั้น

30:23.238 --> 30:24.280
ทีละชั้น

30:25.406 --> 30:26.991
ทุกคนทุ่มเทมาก

30:27.075 --> 30:31.621
เราใช้เวลาอยู่กับครอบครัวผู้สูญหายตลอดคดีนี้

30:31.704 --> 30:34.374
เราทุกคนอยากได้ผลลัพธ์ที่ดี

30:36.751 --> 30:38.878
น่าเสียดาย นั่นไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้น

30:39.754 --> 30:42.966
ผมได้รับสายจากสายสืบที่โรงพักเขตเก้า

30:43.049 --> 30:47.095
เขาบอกว่า
"จอห์น ผมอยู่ชั้น 12 เพิ่งออกจากลิฟต์

30:49.055 --> 30:50.348
คุณอยากขึ้นมาบนนี้แน่"

30:51.474 --> 30:54.936
ชั้น 12 เป็นชั้นที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง

30:55.019 --> 30:59.732
ผนังเปลือย มีแค่คอนกรีต
ไม่มีแผ่นผนัง ไม่มีเฟอร์นิเจอร์

31:01.484 --> 31:02.819
ตอนผมออกจากลิฟต์

31:04.153 --> 31:06.447
กลิ่นบนชั้นนั้นคือกลิ่นศพเน่า

31:07.574 --> 31:10.910
แล้วสายสืบก็บอกว่า "ดูข้างในสิ"

31:12.203 --> 31:16.040
แล้วผมก็เห็นเลือด

31:16.958 --> 31:20.587
กับสิ่งตกค้างจากท่อแอร์

31:21.838 --> 31:24.173
เราเรียกหน่วยฉุกเฉินกับหน่วยพิสูจน์หลักฐานมา

31:24.716 --> 31:27.093
แล้วเราก็เปิดช่องแอร์

31:28.052 --> 31:29.220
เธออยู่ในนั้น

31:32.849 --> 31:34.684
เรารู้แน่ชัดแล้วว่าเป็นคดีฆาตกรรม

31:36.644 --> 31:37.896
ในการค้นครั้งแรก

31:37.979 --> 31:41.274
สุนัขตามกลิ่นไปแล้วไม่เจอ

31:41.941 --> 31:44.277
เพราะแอร์เป่าลมขึ้นไปชั้นบน

31:44.861 --> 31:47.405
ในการค้นรอบสอง ช่องแอร์ถูกปิด

31:47.488 --> 31:52.285
อากาศก็เลยอยู่กับที่
ตรงที่พบศพเอริดาเนียบนชั้น 12

31:52.368 --> 31:54.412
น่าเสียดายที่ศพเริ่มเน่าเปื่อย

31:55.204 --> 31:59.709
ทำให้ระบุตัวตนด้วยหลักฐานกายภาพไม่ได้

32:00.710 --> 32:04.547
แต่เราก็สันนิษฐานได้ตอนนั้นว่าเป็นเอริดาเนีย

32:06.174 --> 32:11.638
เธอถูกมัด มัดมือเท้า
มือไพล่หลัง ปากถูกปิดด้วยเทป

32:11.721 --> 32:14.140
เทปนั่น ผมจำได้ ไม่ใช่เทปทั่วไป

32:14.223 --> 32:16.851
มันเหมือนเทปกั้นเขตอันตราย เป็นสีเหลืองดำ

32:17.393 --> 32:22.523
ที่แปลกคือเอริดาเนีย
มีสร้อยไม้กางเขนคล้องคอไว้

32:22.607 --> 32:25.109
เธออมมันไว้ในปาก

32:25.193 --> 32:27.028
หลายคนตั้งทฤษฎีว่า

32:27.111 --> 32:31.032
อาจจะถูกยัดปากเพื่อเป็นการทำพิธีบางอย่าง

32:31.783 --> 32:34.619
ลองคิดดูว่ามีคนทำแบบนั้นกับคนอื่น แล้ว…

32:35.495 --> 32:38.581
ให้ตายสิ เขายัดศพเธอไว้ในช่องแอร์

32:38.665 --> 32:42.126
ใครจะคิดวิธีได้สุดโต่งขนาดนั้น

32:42.210 --> 32:43.753
แบบ "นี่แหละวิธีซ่อนศพ"

32:46.464 --> 32:49.467
เจ้าหน้าที่จากฝ่ายชันสูตรเพิ่งจะมารับศพไป

32:49.550 --> 32:51.594
ตำรวจอยู่ที่นี่ทั้งวัน

32:51.678 --> 32:53.763
เรากำลังรอฟังว่าพบศพใคร

32:53.846 --> 32:55.348
(วิกเตอร์ มาร์ติเนซ
น้องชายเอริดาเนีย)

32:55.431 --> 33:00.103
หลายคนยังหวังว่าจะไม่ใช่เธอ
แต่ผมสังหรณ์ใจไม่ดีเลย

33:00.186 --> 33:02.188
(เลขที่ 2 ถนนเร็กเตอร์)

33:17.286 --> 33:18.621
เจอแม่ฉันแล้ว

33:22.583 --> 33:25.294
แม่ถูกพบในช่องแอร์

33:25.920 --> 33:29.382
ถูกมัดเหมือนสัตว์

33:30.550 --> 33:34.470
ผมทุบโต๊ะในครัวเลย

33:35.096 --> 33:37.348
พี่น้องพยายามห้ามผมไว้

33:41.394 --> 33:45.857
ผมร้องไห้ไม่หยุดเลย

33:47.567 --> 33:50.111
ทำไมถึงมีคนทำแบบนี้

33:50.194 --> 33:55.575
กับคนที่มีแต่คอยช่วยคนอื่นเสมอได้ลงคอ

33:57.035 --> 33:59.370
แม่ใจดีมาก รักคนอื่นมากๆ

33:59.454 --> 34:01.748
สร้างความสุขให้ทุกคนเสมอ

34:02.623 --> 34:04.667
แม่ทำอะไรถึงสมควรโดนแบบนี้

34:07.086 --> 34:08.755
ฉันนึกภาพว่าแม่กรีดร้อง

34:10.423 --> 34:12.592
พยายามร้องให้คนช่วย

34:12.675 --> 34:15.845
แต่ในตึกนั้น อยากร้องก็ร้องไปเถอะ

34:15.928 --> 34:16.929
ไม่มีใครได้ยินหรอก

34:18.931 --> 34:24.395
ผมบอกว่า
"เราจะทวงความยุติธรรมให้แม่คุณให้ได้

34:25.646 --> 34:29.984
เพราะเอริดาเนียไม่สมควร
จะมาเจอเรื่องที่เกิดขึ้น"

34:34.530 --> 34:38.326
(สำนักงานแพทย์ชันสูตร)

34:41.496 --> 34:44.248
ผมได้รับมอบหมายให้ดูแลการชันสูตร

34:45.792 --> 34:50.254
ผมรู้ว่าทุกอย่างที่เจอจะช่วยไขคดีได้

34:50.338 --> 34:54.175
เริ่มจากสาเหตุการตาย แล้วก็ข้อมูลทางนิติเวช

34:55.176 --> 34:56.552
ไม่พบการล่วงละเมิดทางเพศ

34:58.054 --> 35:01.724
ไม่มีร่องรอยถูกตีด้วยของแข็ง
ไม่มีแผลถูกแทง ไม่มีแผลถูกยิง

35:01.808 --> 35:03.476
กะโหลกไม่มีรอยแตก

35:03.559 --> 35:07.438
กระดูกไฮออยด์ก็ไม่เสียหาย

35:07.522 --> 35:10.525
แปลว่าไม่ได้เสียชีวิต
จากการถูกรัดคอหรืออะไรแนวนั้น

35:10.608 --> 35:14.570
เพราะลักษณะการถูกพันธนาการของเอริดาเนีย

35:14.654 --> 35:15.863
โดนมัดตัว

35:15.947 --> 35:19.784
ศีรษะเธอชะโงกมาข้างหน้า แล้วคอก็ก้ม

35:19.867 --> 35:24.288
เธอถูกเทปปิดปาก ก็เลยไม่ค่อยมีอากาศหายใจ

35:24.372 --> 35:28.126
ก็เลยสรุปสาเหตุการตาย
ว่าถูกฆ่าโดยทำให้ขาดอากาศหายใจ

35:30.002 --> 35:33.005
เธออาจจะยังมีชีวิตอยู่ตอนโดนมัด

35:33.089 --> 35:34.382
แล้วอุ้มขึ้นจากพื้น

35:34.465 --> 35:36.884
แล้วจับยัดช่องแอร์ ปิดฝา

35:45.893 --> 35:46.769
ผม…

35:46.853 --> 35:47.979
ครับ มัน…

35:48.855 --> 35:53.192
ครับ ผมใจหายวาบเลย
เพราะตอนผมไปที่ห้องนั้น

35:53.276 --> 35:56.654
ผมมองขึ้นไปนะ ผมมองบนช่องแอร์

35:57.405 --> 36:00.408
แล้วผมก็ตะโกนเรียกเธอ ผมพยายามฟังเสียง

36:01.284 --> 36:04.495
แน่นอน ถ้าเธอยังไม่ตาย เธอก็ไม่…

36:05.705 --> 36:08.207
ตะโกนตอบไม่ได้ เรียกชื่อผมไม่ได้

36:08.291 --> 36:10.626
ขอความช่วยเหลือก็ไม่ได้ เพราะว่า…

36:11.252 --> 36:14.589
เทปกั้นเขตปิดปากเธออยู่

36:19.677 --> 36:23.681
หลายคนบอกว่า
"ไม่ใช่ความผิดคุณหรอก อย่าไปคิดอย่างนั้น"

36:26.934 --> 36:29.520
แต่ลองมาเป็นผมดูสิ

36:30.396 --> 36:32.773
ครั้งสุดท้ายที่คุยกับพี่สาว

36:33.649 --> 36:35.484
เธอรู้สึกสังหรณ์แปลกๆ

36:37.153 --> 36:42.200
ผมบอกเธอว่าขอเวลาไม่กี่วัน จะหางานที่อื่นให้

36:43.075 --> 36:44.327
แล้วมาเกิดเรื่องนี้ขึ้น

36:49.582 --> 36:52.501
ผมว่าเรื่องนี้ผมก็พลาดเหมือนกัน

36:53.336 --> 36:54.879
ผมไม่ให้เธอลาออก

36:56.380 --> 36:59.425
แล้วก็ไม่ได้ค้นส่วนที่ร้างตรงชั้น 12

37:00.593 --> 37:04.222
โชคดีสำหรับเรา เรายังมีผู้ต้องสงสัย

37:04.305 --> 37:06.641
โจเซฟ พาบอนไม่มีพยานที่อยู่

37:06.724 --> 37:09.435
เขาอยู่ในตึกเลขที่ 2 ถนนเร็กเตอร์ เขาทำงาน

37:09.518 --> 37:11.062
ช่วงที่เอริดาเนียก็ทำงาน

37:11.145 --> 37:13.439
โจเซฟ พาบอนเป็นคนเดียว

37:13.522 --> 37:16.901
ที่มีแผลถลอกที่อธิบายได้ฟังไม่ขึ้น

37:20.988 --> 37:23.783
ระหว่างชันสูตร ก็มีการเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ

37:24.492 --> 37:26.535
หมอจะตัดเล็บออกมา

37:26.619 --> 37:30.498
เพื่อดูว่ามีดีเอ็นเอที่ไม่ใช่ของผู้ตายหรือไม่

37:30.581 --> 37:32.875
ปัญหาเดียวของคดีนี้คือ

37:33.417 --> 37:36.212
มันไม่เหมือนผลตรวจโควิดที่จะรู้ได้ใน 15 นาที

37:36.796 --> 37:40.341
เราต้องรอผลตรวจ แล้วเราก็มีความหวัง

37:40.424 --> 37:44.428
ว่าเราจะโยงโจเซฟ พาบอน

37:44.512 --> 37:47.932
กับตัวอย่างดีเอ็นเอที่ได้จากเอริดาเนียได้

37:54.772 --> 37:57.817
พอสืบประวัติโจเซฟ พาบอนลึกลงไป

37:57.900 --> 38:03.489
เราก็เจอคดี
ความรุนแรงในครอบครัวต่อผู้หญิงหลายคดี

38:03.572 --> 38:06.867
มีคดีหนึ่ง หลังจากมีปากเสียงกับแฟนเก่า

38:06.951 --> 38:10.454
เขาเอาลูกโบว์ลิ่งไปทุบกระจกรถเธอ

38:11.038 --> 38:13.416
นั่นทำให้เรายิ่งรู้สึกมั่นใจ

38:13.499 --> 38:17.712
ว่าเป็นไปได้ที่ชายคนนี้
จะมีอาการคลุ้มคลั่งหรือปัญหาบางอย่าง

38:17.795 --> 38:20.798
ที่ทำให้เขาสติหลุดกับเอริดาเนีย

38:21.841 --> 38:25.636
เราเริ่มติดตามเขาตั้งแต่หลังสอบปากคำแล้ว

38:25.720 --> 38:28.931
เราจะได้รู้ตลอดเวลาว่าเขาอยู่ที่ไหน

38:29.015 --> 38:32.643
ตอนนี้เราต้องติดตามเขา
จนกว่าผลดีเอ็นเอจะออก

38:32.727 --> 38:36.480
ที่จะทำให้เราสิ้นสงสัยว่าใช่เขา

38:36.564 --> 38:40.776
คงเป็นหายนะครั้งใหญ่
ถ้าเราคลาดสายตากับเขาไป

38:40.860 --> 38:43.529
แล้วผลตรวจดีเอ็นเอออกมา
เรากลับจับเขาไม่ได้

38:43.612 --> 38:47.658
นี่คือผู้ชายที่อาจจะก่อคดีโหดร้าย

38:48.159 --> 38:51.662
มัดตัวผู้หญิงจนขาดอากาศหายใจตาย

38:52.163 --> 38:56.459
แต่เขาก็ยังใช้ชีวิตปกติ เหมือนไม่ได้ทำอะไรผิด

38:56.542 --> 39:01.213
แต่อีกอย่างที่น่ากังวลก็คือ

39:01.297 --> 39:08.054
ถ้าเขามีประวัติใช้ความรุนแรงในครอบครัว
เขาอาจจะทำร้ายแฟนใหม่ก็ได้

39:17.730 --> 39:22.485
(วันที่ 17 กรกฎาคม ปี 2009
สิบวันหลังเอริดาเนีย โรดริเกซถูกฆาตกรรม)

39:25.029 --> 39:30.868
วันที่ 17 กรกฎาคม
ผมได้รับโทรศัพท์ว่าผลดีเอ็นเอออกแล้ว

39:30.951 --> 39:36.582
มีโอกาสสองพันล้านต่อหนึ่ง
ว่าจะใช่โจเซฟ พาบอน

39:38.584 --> 39:42.880
พอได้รับหมายจับ เราก็โทรแจ้งอัล ไททัส

39:42.963 --> 39:46.842
บอกเขาว่า "ลงมือได้ ได้เวลาจับกุมแล้ว"

39:46.926 --> 39:47.968
(ย่านการเงิน)

39:48.052 --> 39:49.720
เขาอยู่ที่สตาเทนไอแลนด์

39:49.804 --> 39:53.849
เขาขับออกจากถนนใหญ่ เข้าไปในซอย

39:53.933 --> 39:55.142
เราก็ล้อมเขาไว้

39:56.894 --> 39:58.813
แล้วชักปืนเดินลงจากรถ

40:00.022 --> 40:02.316
บอกให้เขาจอดรถ

40:03.859 --> 40:07.488
ตอนเราลากตัวพาบอนออกมาแล้วจับกุมเขา

40:07.571 --> 40:09.824
แฟนเขาก็อยู่ในรถด้วย

40:10.658 --> 40:13.702
ตอนนั้นเธออาจจะยังไม่รู้

40:13.786 --> 40:17.206
แต่ถึงจุดหนึ่ง เธอคงรู้ตัวได้ว่า

40:17.289 --> 40:20.418
"ว้าว นี่ฉันอยู่กับฆาตกรเหรอเนี่ย"

40:20.501 --> 40:23.754
เราอาจจะช่วยเธอไว้ไม่ให้เป็นเหยื่อรายต่อไป

40:24.672 --> 40:29.093
นี่คือข้อสรุปที่ดีของคดีที่ยืดเยื้อยาวนาน

40:29.176 --> 40:32.346
ที่ทำให้เราจับคนร้ายได้ ซึ่งเป็นเรื่องดี

40:32.430 --> 40:33.973
กำจัดพาบอนออกไปจากสังคม

40:36.392 --> 40:38.060
ตอนที่เราได้ข่าว

40:38.144 --> 40:41.397
บอกว่าจับกุมโจเซฟ พาบอน
ในข้อหาฆาตกรรมได้แล้ว

40:41.480 --> 40:45.025
ทุกคนก็กรีดร้องดีใจ ร้องไห้ออกมา

40:46.193 --> 40:47.194
ผมแค่…

40:47.278 --> 40:48.487
ผมก็ดีใจ แต่…

40:51.532 --> 40:55.494
ตอนเราวางสายจากสายสืบ

40:55.578 --> 41:02.251
เราก็ถามว่า "เขาทำแบบนั้นทำไม"

41:04.795 --> 41:07.214
ผมทำงานกับผู้ชายคนนี้มาปีครึ่ง

41:07.298 --> 41:09.383
คุยกันประจำ เขาทักทายผมตอนเช้าทุกวัน

41:09.467 --> 41:13.846
เขาคุยกับผมที่โต๊ะแผนกต้อนรับ
เขาทำงานของตัวเองเสมอ

41:14.847 --> 41:16.807
ผมไม่เคยมีปัญหากับเขา

41:16.891 --> 41:18.434
ผมไม่เคยทำอะไรเขา

41:19.185 --> 41:23.481
ที่จะทำให้เขามาทำร้ายพี่สาวผม

41:26.317 --> 41:29.445
ผมไม่ได้คิดว่าเขาเป็นศัตรู
เขาเป็นเพื่อนร่วมงาน

41:33.532 --> 41:34.533
เขาถูกนำตัวมา

41:35.868 --> 41:38.746
ฝากขังไว้กับหน่วยสืบสวนโรงพักเขตหนึ่ง

41:39.538 --> 41:41.207
ทุกคนกระเหี้ยนกระหือรือมาก

41:41.290 --> 41:44.126
ผมก็เครื่องร้อนไปด้วย
ผมอยากสอบปากคำเขาอีกรอบ

41:44.210 --> 41:46.545
ผมอยากให้เขายอมรับสิ่งที่เขาทำ

41:48.255 --> 41:50.049
มันกลายเป็นแค้นส่วนตัวของผมแล้ว

41:50.132 --> 41:53.302
เสียดายที่เขาใช้สิทธิ์ขอทนาย

41:53.385 --> 41:54.553
เราเลยไม่ได้มีโอกาส

41:55.846 --> 41:59.517
แต่ในชั้นไต่สวน โจเซฟ พาบอน
ก็ถูกตัดสินว่ามีความผิด

42:01.477 --> 42:06.232
พร้อมรับโทษจำคุก 25 ปีถึงตลอดชีวิต และ…

42:07.107 --> 42:10.361
นั่นคือชะตาที่เขาคู่ควรแน่นอน

42:12.279 --> 42:14.740
ตอนที่อ่านคำตัดสินว่าเขามีความผิด

42:16.367 --> 42:17.910
ฉันเก็บอาการไม่อยู่

42:23.082 --> 42:24.166
ทุกคนเก็บอาการไม่อยู่

42:27.253 --> 42:28.587
เขาไม่ได้เสียใจเลย

42:29.213 --> 42:31.924
เขาหัวเราะตอนหันมาหาเรา

42:32.841 --> 42:34.093
ฉันใจสลายเลยจริงๆ

42:35.135 --> 42:37.930
ผมต้องแข็งใจสุดแรงเกิด

42:38.514 --> 42:43.769
สุดแรงทุกอณูในตัวจริงๆ
เพื่อไม่ให้พุ่งเข้าไปหาเขา

42:44.853 --> 42:49.149
ผมอยากต่อยเขาที่ท้ายทอย

42:49.233 --> 42:51.318
ผมอยากรัดคอเขา

42:56.323 --> 43:00.452
พาบอนไม่เคยตอบว่าเขาทำลงไปทำไม

43:01.954 --> 43:05.165
ถึงวันนี้ เราก็ยังรอคำตอบนั้นอยู่

43:05.916 --> 43:09.086
เขามีจุดประสงค์อะไร
แม่ฉันไปทำอะไรให้เขาเหรอ

43:10.296 --> 43:13.382
แม่พูดอะไรที่ทำให้เขาไม่พอใจเหรอ

43:17.803 --> 43:18.804
ทำไม

43:21.890 --> 43:24.018
ผมคิดว่าเขาสติขาดผึงไป

43:24.768 --> 43:28.272
ผมคิดว่าเขาบันดาลโทสะ

43:28.772 --> 43:34.403
เหมือนที่เขาเคยก่อเหตุอื่นๆ ก่อนหน้านั้นกับผู้หญิง

43:37.323 --> 43:40.159
เธอสู้เพื่อเอาชีวิตรอด ผมรู้ว่าเธอสู้

43:40.826 --> 43:45.789
ในช่วงวาระสุดท้าย ผมรู้ว่าเธอกลัวมาก

43:46.749 --> 43:48.500
แต่เธอจากไปแล้ว

43:49.877 --> 43:50.919
เธอไม่กลับมาแล้ว

43:53.130 --> 43:54.340
ชีวิตผมยังไม่ก้าวข้ามจุดนั้น

43:55.424 --> 43:58.344
ผมยังรู้สึกเศร้าอยู่ลึกๆ

43:58.427 --> 44:02.931
ถึงทุกวันนี้ ผมก็ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

44:03.641 --> 44:06.977
เขาเปลี่ยนชีวิตครอบครัวผมไปตลอดกาล

44:09.897 --> 44:16.695
การได้สืบคดีนี้ ได้เจอครอบครัวผู้ตาย
เห็นการไว้อาลัย และ…

44:17.946 --> 44:21.909
งานทุกอย่างที่เราทำจนหาตัวคนร้ายเจอในที่สุด

44:21.992 --> 44:23.869
มันจะ…

44:23.952 --> 44:25.829
ผมจะไม่มีวันลืมเลย

44:32.586 --> 44:37.091
ผมจำได้ว่าตอนเด็กๆ คิดว่ากรมตำรวจนิวยอร์ก

44:37.174 --> 44:40.552
เป็นแก๊งใหญ่ที่สุดในนิวยอร์กซิตี

44:41.095 --> 44:44.473
แต่หลังจากทำงานในกรมมาหลายปี

44:44.556 --> 44:47.601
ผมก็ได้รู้ว่ามันเหมือนครอบครัวมากกว่า

44:49.311 --> 44:54.650
คนยังเข้าใจสิ่งที่ตำรวจทำได้ไม่พอ

44:56.151 --> 44:59.321
ตำรวจไม่ใช่กองกำลังที่เข้ายึดครอง

44:59.405 --> 45:02.866
แล้วชุมชนก็ไม่ใช่กลุ่มคนป่าเถื่อน

45:02.950 --> 45:05.452
ที่ตำรวจเราต้องไปปราบ

45:05.536 --> 45:07.746
(การศึกษาเพื่อความยุติธรรม)

45:07.830 --> 45:10.040
สองสามปีหลังจบการไต่สวน

45:10.124 --> 45:16.588
ผมก็เกษียณด้วยเป้าหมาย
ว่าจะทำเต็มที่เพื่อช่วยผสานตำรวจกับชุมชน

45:19.383 --> 45:24.012
ผมเปลี่ยนจากสายสืบไททัสไปเป็นด็อกเตอร์ไททัส

45:24.680 --> 45:27.641
สอนอยู่ที่วิทยาลัย
กระบวนการยุติธรรมทางอาญาจอห์น เจย์

45:27.725 --> 45:30.394
การจับกุมคือการตัดอิสรภาพ

45:30.477 --> 45:32.688
ผมทำงานกับผู้บังคับใช้กฎหมายในอนาคต

45:32.771 --> 45:34.732
ต้องรับฟังข้อเท็จจริงและหลักฐานทุกอย่าง

45:34.815 --> 45:39.069
แล้วค่อยตัดสินว่าบุคคลใดมีความผิดหรือไม่

45:39.153 --> 45:43.407
ไม่ใช่ดูแค่หน้าตา หรืออคติเหมารวมว่า…

45:43.490 --> 45:47.327
เป้าหมายของผมคือทำให้คุณเข้าใจ

45:47.411 --> 45:50.289
ว่ายังมีมุมมองอื่นๆ อีกหลายแบบ

45:50.372 --> 45:53.375
บางแบบก็คล้ายกับคุณ บางแบบก็ต่างจากคุณมากๆ

45:53.459 --> 45:57.671
ถ้าคุณเข้าไปเป็นผู้รักษากฎหมาย
คุณต้องยอมรับในจุดนี้

45:57.755 --> 46:01.967
คุณจะปฏิบัติต่อใครต่างกัน
เพราะมาจากต่างที่กันไม่ได้

46:02.050 --> 46:05.679
นักศึกษาจะได้เข้าใจ
ว่านี่คือโลกที่พวกเขาจะออกไปเจอ

46:05.763 --> 46:08.140
นั่นคือสิ่งสำคัญสำหรับผม

46:08.223 --> 46:10.642
ทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของทุกคน

46:10.726 --> 46:13.562
เพื่อให้โลกน่าอยู่และปลอดภัยขึ้น

46:21.779 --> 46:24.656
(ปี 2013)

46:27.451 --> 46:28.494
(ตอนต่อไป)

46:28.577 --> 46:30.871
ผมคิดว่าความรู้สึกผิด
เพราะรอดจากเหตุการณ์ 11 กันยายน

46:30.954 --> 46:34.208
คือแรงกระตุ้นที่ทำให้ผมไปตะวันออกกลาง

46:34.917 --> 46:37.377
ผมเป็นทหารสัญญาจ้างของนาวิกโยธิน

46:37.461 --> 46:39.338
ตอนออกรบรอบสุดท้ายที่อัฟกานิสถาน

46:39.421 --> 46:43.842
ผมได้รับโทรศัพท์แจ้งว่า
จะเปิดคดีฮาเวิร์ด พิลมาร์ขึ้นมาสืบสวนใหม่

46:46.136 --> 46:47.304
(ฮาเวิร์ด พิลมาร์)

46:47.387 --> 46:49.807
เขาถูกฆ่าตายในห้องทำงาน

46:49.890 --> 46:53.018
ผมไม่รู้จักใครเลยที่จะอยากให้เขาตาย

46:53.101 --> 46:55.604
ที่จะอยากให้เขาถูกฆ่าแบบนั้น

46:56.146 --> 47:00.317
มีน้อยคดีมากๆ ที่ผมยังคิดถึงเพราะมันยังไขไม่ได้

47:00.400 --> 47:03.320
แต่คดีพิลมาร์ หลายปีแล้วผมยังคิดถึง

47:04.196 --> 47:05.405
เราเกือบจะทำสำเร็จแล้ว

47:06.824 --> 47:12.496
ผมคิดว่าสายสืบทุกคน
มีคดีที่หลุดมือไปเพราะเหตุผลบางอย่าง

47:12.579 --> 47:15.958
มันกลายเป็น "โมบี้ดิค" ในอาชีพของเขา

47:16.583 --> 47:19.920
ฮาเวิร์ดถูกฆ่าเหมือนหมูในเล้า

47:20.003 --> 47:21.463
เหมือนสัตว์เดรัจฉาน

48:04.882 --> 48:07.885
คำบรรยายโดย วรากรณ์ จันทา
นเล้า
