WEBVTT

00:00:07.465 --> 00:00:09.009 align:center
(บนเกาะแมนแฮตทัน)

00:00:09.092 --> 00:00:12.220 align:center
(มีตำรวจสืบสวนสองหน่วย
ที่ทำคดีฆาตกรรมโดยเฉพาะ)

00:00:12.303 --> 00:00:14.431 align:center
(แมนแฮตทันเหนือและแมนแฮตทันใต้)

00:00:14.514 --> 00:00:18.143 align:center
(พวกเขาสืบสวนคดีฆาตกรรม
ที่โหดร้ายและยากต่อการสืบที่สุด)

00:00:18.226 --> 00:00:21.438 align:center
(นี่คือเรื่องราวของพวกเขา)

00:00:33.992 --> 00:00:38.329 align:center
ฉันได้งานกับครอบครัวพิลมาร์
เมื่อเดือนมกราคม ปี 1995

00:00:39.205 --> 00:00:44.335 align:center
ฮาเวิร์ดกับรอส พิลมาร์
ต้องการคนช่วยดูแลลูกชาย ฟิลิป

00:00:46.212 --> 00:00:48.631 align:center
หลังจากที่ทำงานให้พวกเขาได้ปีกว่า

00:00:49.424 --> 00:00:52.802 align:center
ฉันไปทำงาน แล้วก็เดินเข้าไปในห้องของฟิลิป

00:00:52.886 --> 00:00:55.764 align:center
เขาใส่ชุดนักเรียน

00:00:55.847 --> 00:00:58.099 align:center
อยู่บนที่นอนที่เก็บแล้ว มองบนเพดาน

00:00:59.100 --> 00:01:02.312 align:center
แล้วเขาก็บอกว่า "เมื่อคืนพ่อไม่ได้กลับบ้าน"

00:01:03.146 --> 00:01:05.440 align:center
ฉันดูออกว่าเขาตกใจ

00:01:06.816 --> 00:01:10.320 align:center
หลังจากนั้น ฉันยืนอยู่ตรงห้องโถง

00:01:10.403 --> 00:01:16.618 align:center
แล้วรอสก็เดินเข้ามาพร้อมสีหน้าช็อก

00:01:17.285 --> 00:01:18.912 align:center
ฉันดูออกเลยว่าเธอร้องไห้มา

00:01:18.995 --> 00:01:21.414 align:center
เธอยืนอยู่เฉยๆ แบมือออก แล้วบอกว่า

00:01:22.373 --> 00:01:23.374 align:center
"ฮาเวิร์ดเสียแล้ว"

00:01:23.875 --> 00:01:27.170 align:center
ฉันจำความคิดตอนนั้นได้

00:01:28.713 --> 00:01:29.923 align:center
"ไม่จริงหรอก"

00:01:33.051 --> 00:01:36.554 align:center
ในยุค 1990
อัตราการฆาตกรรมพุ่งสูงในนิวยอร์กซิตี

00:01:39.057 --> 00:01:43.394 align:center
แต่การที่นักธุรกิจถูกฆ่า
ในที่ทำงานของตัวเองที่มิดทาวน์ แมนแฮตทัน

00:01:43.478 --> 00:01:45.271 align:center
นั่นเป็นเหตุการณ์ที่หายาก

00:01:45.355 --> 00:01:47.357 align:center
(สิบสี่)

00:01:49.859 --> 00:01:53.363 align:center
ฮาเวิร์ด พิลมาร์ถูกแทง 20 30 40 แผล

00:01:54.114 --> 00:01:56.324 align:center
ทุกคนตั้งทฤษฎี แต่ไม่มีใครมีคำตอบ

00:01:56.407 --> 00:02:01.663 align:center
เราไขคดีไม่ได้
แต่เราจะไม่ปิดคดีฆาตกรรมโดยที่ไขไม่ได้

00:02:06.835 --> 00:02:09.629 align:center
ทุกคดีทำลายจิตวิญญาณของเราทีละน้อย

00:02:12.298 --> 00:02:16.219 align:center
คุณทำงานนี้ไม่ได้ ถ้าไม่ได้ใส่ใจจริงๆ

00:02:18.304 --> 00:02:20.098 align:center
เราอยากสืบหาความจริง

00:02:21.683 --> 00:02:23.226 align:center
นั่นคือหน้าที่ของตำรวจสืบสวน

00:02:23.810 --> 00:02:26.187 align:center
ผมชอบเสมอที่ได้แอบดูหลังฉาก

00:02:26.271 --> 00:02:28.022 align:center
จริงๆ เกิดอะไรขึ้นกันแน่

00:02:28.523 --> 00:02:32.193 align:center
สิ่งสำคัญมากๆ ของครอบครัว
คือได้รู้ว่าใครฆ่าญาติของพวกเขา

00:02:32.277 --> 00:02:33.319 align:center
นั่นคืองานของฉัน

00:02:33.945 --> 00:02:38.199 align:center
ในนิวยอร์กซิตี กรมตำรวจนิวยอร์ก

00:02:41.161 --> 00:02:42.370 align:center
หน่วยนี้เท่านั้น

00:02:43.121 --> 00:02:46.708 align:center
(Homicide: เจาะลึกคดีฆาตกรรม นิวยอร์ก)

00:02:49.419 --> 00:02:50.837 align:center
(ปี 1996)

00:02:56.217 --> 00:02:59.095 align:center
(22 มีนาคม ปี 1996
7.00 น.)

00:02:59.179 --> 00:03:03.474 align:center
ปี 1996 ผมเป็นผู้บังคับบัญชา
หน่วยสืบสวนมิดทาวน์ใต้

00:03:03.558 --> 00:03:07.061 align:center
ซึ่งเป็นหน่วยสืบสวนที่งานยุ่งที่สุดในเมืองนิวยอร์ก

00:03:07.145 --> 00:03:08.897 align:center
ปีละ 2,000 กว่าคดี

00:03:09.731 --> 00:03:12.775 align:center
ผมได้รับสายเช้าวันนั้นก่อนเข้างาน

00:03:12.859 --> 00:03:16.404 align:center
แจ้งว่ามีฆาตกรรมในอาคารสำนักงานที่มิดทาวน์

00:03:18.781 --> 00:03:21.075 align:center
วันนั้นวันศุกร์ ผมเดินไปทำงาน วันเงินเดือนออก

00:03:21.159 --> 00:03:22.744 align:center
ผมอารมณ์ดีมากๆ

00:03:22.827 --> 00:03:24.913 align:center
ทำยอดขายได้สวยๆ เลย

00:03:24.996 --> 00:03:29.125 align:center
ที่บริษัทคิงออฟฟิศซัพพลายอินคอร์เปอเรต

00:03:30.043 --> 00:03:33.213 align:center
ผมไปถึงประมาณ 8.20 น.
ผมเข้างานเร็วเสมอ

00:03:33.296 --> 00:03:37.967 align:center
ข้างนอกตึก ตรงทางเข้าฝั่งถนน 33

00:03:38.051 --> 00:03:41.137 align:center
ก็มีพนักงานคนหนึ่งที่ไม่เคยออกมาข้างนอกเลย

00:03:41.221 --> 00:03:42.889 align:center
เขาอยู่แต่ในออฟฟิศเสมอ

00:03:43.640 --> 00:03:44.933 align:center
วันนั้นเขาออกมา

00:03:50.230 --> 00:03:52.690 align:center
ผมเลยถามเขา "เอ็ด ออกมายืนข้างนอกทำไม"

00:03:52.774 --> 00:03:56.486 align:center
เขาก็หันมาบอกว่า "ฮาเวิร์ดเสียแล้ว"

00:04:01.991 --> 00:04:05.370 align:center
ฝ่ายควบคุมการเงินของคิงมาถึงตอนตีห้าครึ่ง

00:04:05.453 --> 00:04:07.247 align:center
แล้วก็พบศพฮาเวิร์ด

00:04:07.330 --> 00:04:09.791 align:center
เขารีบลงมาข้างล่างแล้วแจ้ง 911

00:04:14.879 --> 00:04:18.091 align:center
ผมได้รู้ตอนที่ไปถึงที่เกิดเหตุ

00:04:18.174 --> 00:04:21.386 align:center
ว่าคิงเป็นบริษัทเครื่องใช้สำนักงานรายใหญ่

00:04:21.469 --> 00:04:24.347 align:center
มีหน้าร้านอยู่ชั้นล่าง

00:04:24.430 --> 00:04:27.058 align:center
แล้วก็มีออฟฟิศพนักงานอยู่ชั้นสี่

00:04:33.106 --> 00:04:35.817 align:center
ศพเขาถูกพบอยู่นอกลิฟต์

00:04:36.651 --> 00:04:39.279 align:center
บริเวณแผนกต้อนรับที่ชั้นสี่

00:04:39.362 --> 00:04:41.531 align:center
(ศพฮาเวิร์ด
คิงออฟฟิศซัพพลาย ชั้นสี่)

00:04:41.614 --> 00:04:43.157 align:center
เราพบผู้ตายถูกแทง

00:04:45.243 --> 00:04:46.869 align:center
เลือดออกเยอะมาก

00:04:51.833 --> 00:04:54.502 align:center
ไปตามทางเดินก็เจออ่างล้างมือที่เปื้อนเลือด

00:04:54.585 --> 00:04:57.088 align:center
ทำให้เราคิดว่ามีคนล้างมือ

00:04:57.171 --> 00:04:58.881 align:center
หรือล้างอาวุธฆาตกรรม

00:05:03.928 --> 00:05:05.138 align:center
ผมจำได้…

00:05:08.391 --> 00:05:09.934 align:center
ถึงความช็อกตอนนั้น

00:05:10.852 --> 00:05:12.687 align:center
ผมจำได้ว่าแหกปากว่า "ไม่นะ"

00:05:14.022 --> 00:05:16.733 align:center
แล้วตอนนั้น ศพก็ถูกขนออกมาพอดี

00:05:18.234 --> 00:05:19.235 align:center
ศพฮาเวิร์ด

00:05:24.032 --> 00:05:28.786 align:center
พอผมรู้ว่าศพฮาเวิร์ดถูกพบในออฟฟิศ

00:05:28.870 --> 00:05:30.788 align:center
ผมก็แทบล้มทั้งยืนเลย

00:05:31.581 --> 00:05:35.501 align:center
ผมคงรู้สึกเหมือนพ่อแม่ทุกคน

00:05:35.585 --> 00:05:40.298 align:center
ที่ได้ยินว่าลูกเสีย โดยเฉพาะจากการฆาตกรรม

00:05:40.381 --> 00:05:45.887 align:center
วันนี้ผมยังอธิบายความรู้สึกไม่ได้เลย

00:05:47.472 --> 00:05:50.558 align:center
ฮาเวิร์ดกับพ่อทำงานด้วยกันทุกวัน

00:05:50.641 --> 00:05:52.352 align:center
ทั้งคู่สนิทกันมาก

00:05:52.435 --> 00:05:54.187 align:center
ฮาเวิร์ดเพิ่งจะอายุครบ 40

00:05:55.605 --> 00:05:56.939 align:center
พวกเขาหน้าเหมือนกัน

00:05:57.023 --> 00:05:59.984 align:center
มีนิสัยรักสนุกเหมือนกัน

00:06:01.235 --> 00:06:04.614 align:center
ชอบเข้าสังคม น่าคบหามากๆ

00:06:04.697 --> 00:06:06.074 align:center
ใครๆ ก็ชอบพวกเขา

00:06:07.825 --> 00:06:10.912 align:center
ฮาเวิร์ดน่าจะอายุสี่ห้าขวบ

00:06:10.995 --> 00:06:13.414 align:center
ตอนที่เขามาร้านครั้งแรก

00:06:13.498 --> 00:06:15.875 align:center
เขาอยากทำงานบริษัทผมมาตลอด

00:06:17.835 --> 00:06:23.007 align:center
ผมกับหุ้นส่วนก่อตั้งธุรกิจเครื่องเขียน
เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ปี 1958

00:06:23.091 --> 00:06:24.550 align:center
เครื่องใช้สำนักงาน

00:06:24.634 --> 00:06:27.678 align:center
พวกงานพิมพ์พาณิชย์ทั้งหลาย

00:06:27.762 --> 00:06:29.013 align:center
ของอะไรพวกนั้น

00:06:29.639 --> 00:06:32.600 align:center
ผมยกธุรกิจให้เขา

00:06:33.935 --> 00:06:36.604 align:center
ห้าหกเดือนก่อนเขาถูกฆ่า

00:06:38.523 --> 00:06:42.485 align:center
แฟรงก์สะเทือนใจกับฆาตกรรมครั้งนี้

00:06:42.568 --> 00:06:44.737 align:center
มันผิดธรรมชาติ ถ้าพ่อแม่ต้องฝังศพลูก

00:06:44.821 --> 00:06:47.949 align:center
ผมนึกภาพการใช้ชีวิตที่ไม่ได้เป็นพ่อคนไม่ออก

00:06:48.032 --> 00:06:52.537 align:center
ไม่ได้เห็นลูกประสบความสำเร็จ
ได้มีพัฒนาการ ได้ทำสิ่งที่ทำ

00:06:52.620 --> 00:06:56.666 align:center
ผมไม่ยอมแลกกับอะไรทั้งนั้น
ผมคิดว่าการเป็นพ่อน่าจะเป็น…

00:06:59.460 --> 00:07:01.504 align:center
ตำแหน่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตผมแล้ว

00:07:06.717 --> 00:07:08.845 align:center
พระอาทิตย์มีขึ้นก็มีตก

00:07:08.928 --> 00:07:10.763 align:center
ในสายตาผม ฮาเวิร์ด

00:07:14.142 --> 00:07:15.435 align:center
คือทั้งชีวิตของผม

00:07:23.651 --> 00:07:25.862 align:center
เราพยายามหาคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้น

00:07:25.945 --> 00:07:28.364 align:center
เราต้องไปคุยกับใคร ดูกล้องที่ไหน

00:07:30.450 --> 00:07:34.328 align:center
เราสอบถามพยานหลายคน
เราสอบพยานเบื้องต้นวันนั้น

00:07:34.412 --> 00:07:38.082 align:center
เราตามหาอาวุธ ถังขยะ ปล่องลิฟต์

00:07:38.833 --> 00:07:41.711 align:center
เขายังมีเงินติดตัว ของส่วนตัวครบ

00:07:41.794 --> 00:07:44.046 align:center
มันบ่งชี้ว่านี่ไม่ใช่การปล้นไม่เลือกหน้า

00:07:46.174 --> 00:07:48.176 align:center
ฮาเวิร์ดถูกฆ่าตายในออฟฟิศ

00:07:48.801 --> 00:07:50.011 align:center
ตำรวจอยู่ที่นั่น

00:07:50.094 --> 00:07:52.638 align:center
แค่อยู่ตรงนั้นมันก็สะเทือนขวัญมากแล้ว

00:07:54.015 --> 00:07:59.353 align:center
สายสืบขอให้ผมหาประวัติพนักงาน

00:07:59.437 --> 00:08:01.856 align:center
ที่อาจประสงค์ร้ายกับเขา

00:08:02.773 --> 00:08:05.860 align:center
อาจจะเกลียดเขา หรือมีข้อขัดแย้งกับเขา

00:08:05.943 --> 00:08:10.490 align:center
แล้วผมก็เจอแค่คนเดียว
ที่ลาออกไปหลายเดือนก่อน

00:08:10.573 --> 00:08:13.493 align:center
เขาทำงานในห้องถ่ายสำเนาของร้าน

00:08:14.076 --> 00:08:15.620 align:center
เป็นงานระดับล่าง

00:08:16.412 --> 00:08:17.788 align:center
มันเป็นเบาะแส

00:08:17.872 --> 00:08:18.998 align:center
ตำรวจก็ตามสืบ

00:08:19.081 --> 00:08:22.627 align:center
ตำรวจสอบปากคำพนักงานคนอื่น
เรื่องคนคนนี้ แล้วไปสอบปากคำเจ้าตัว

00:08:22.710 --> 00:08:25.880 align:center
แต่ก็ไม่เห็นว่าจะมีความสำคัญอะไร

00:08:26.380 --> 00:08:28.508 align:center
(ฮาเวิร์ด พิลมาร์)

00:08:28.591 --> 00:08:30.343 align:center
สำหรับผม ฮาเวิร์ดเป็นเจ้านายที่ดีมาก

00:08:31.302 --> 00:08:34.180 align:center
เวลาเขาเข้าห้องมา เราจะสังเกต

00:08:34.263 --> 00:08:39.018 align:center
เขาผูกพันกับเราทุกคน
ฮาเวิร์ดทำให้เรารู้สึกเหมือนเป็นครอบครัว

00:08:40.686 --> 00:08:42.480 align:center
เขาอยู่ในยุครุ่งเรือง

00:08:42.980 --> 00:08:45.525 align:center
ในจุดสูงสุดของชีวิตเขาเลย

00:08:46.025 --> 00:08:51.781 align:center
สุขภาพดี ประสบความสำเร็จ ชอบเข้าสังคม

00:08:51.864 --> 00:08:53.449 align:center
เป็นผู้ชายที่ดีมาก

00:08:53.533 --> 00:08:55.618 align:center
แต่มาถูกฆ่า พระเจ้าช่วย

00:09:03.334 --> 00:09:06.295 align:center
ผมเข้าไปตอนชั่วโมงสุดท้าย
ของการชันสูตรฮาเวิร์ด

00:09:07.713 --> 00:09:09.632 align:center
เขาถูกแทง 40 กว่าแผล

00:09:10.132 --> 00:09:11.926 align:center
ไม่ใช่ทุกแผลที่แทงทะลุ

00:09:12.009 --> 00:09:15.096 align:center
มีห้าแผลที่น่าจะทำให้ถึงตายได้

00:09:15.179 --> 00:09:16.931 align:center
โดยไม่ต้องนับแผลอื่น

00:09:17.014 --> 00:09:20.142 align:center
แล้วก็มีแผลถูกแทงหลังตาย

00:09:20.226 --> 00:09:23.312 align:center
ซึ่งก็คือหลังจากหัวใจหยุดเต้นแล้ว

00:09:23.396 --> 00:09:27.191 align:center
หลังจากเขาตายจริงไปแล้ว
เขาก็ยังถูกแทงต่ออีก

00:09:29.151 --> 00:09:33.239 align:center
นี่คือการทำร้ายฮาเวิร์ด
อย่างรุนแรงด้วยความแค้นส่วนตัว

00:09:38.202 --> 00:09:40.037 align:center
เราไปงานศพเขา

00:09:40.621 --> 00:09:45.001 align:center
เรามีสายสืบที่ไปแบบไม่ต้องปลอมตัว

00:09:45.084 --> 00:09:48.504 align:center
เราแสดงความสนับสนุน
ต่อครอบครัวโดยการไปร่วมงาน

00:09:48.588 --> 00:09:52.717 align:center
แต่ที่เราทำไปพร้อมกัน
คือมองหาปฏิสัมพันธ์แปลกๆ

00:09:52.800 --> 00:09:55.094 align:center
ระหว่างใครก็ได้

00:09:55.177 --> 00:10:00.016 align:center
อาจจะเป็นเรื่องง่ายๆ
แค่ผู้หญิงที่ไม่ใช่ภรรยาเขาอาละวาด

00:10:00.099 --> 00:10:01.892 align:center
หรือใครสองคนทะเลาะกัน

00:10:01.976 --> 00:10:04.228 align:center
นอกจากนั้น เราก็มีคนอยู่นอกงาน

00:10:04.312 --> 00:10:06.397 align:center
คอยถ่ายวิดีโอว่าใครเข้าออกงานบ้าง

00:10:06.480 --> 00:10:09.609 align:center
เผื่อถ้ามีอะไรขึ้นมา เราจะได้กลับไปดูฟิล์มได้

00:10:11.694 --> 00:10:14.196 align:center
คนมาร่วมงานศพมากกว่า 1,000 คน

00:10:15.406 --> 00:10:18.075 align:center
มันก็น่ากลัวนิดๆ

00:10:20.036 --> 00:10:22.830 align:center
ตามศาสนายิว หลังจากจบงานศพ

00:10:22.913 --> 00:10:26.959 align:center
แขกจะมาเยี่ยมบ้านคนตาย

00:10:27.043 --> 00:10:29.420 align:center
เพื่อมาเคารพศพ

00:10:29.962 --> 00:10:31.297 align:center
เรียกว่า "ชิวา"

00:10:32.214 --> 00:10:38.846 align:center
รอส ภรรยาฮาเวิร์ดขอจัดพิธีชิวาที่บ้านเรา

00:10:40.222 --> 00:10:46.395 align:center
เพราะถ้าจัดที่อะพาร์ตเมนต์
มันจะสะเทือนใจฟิลิป

00:10:46.479 --> 00:10:48.564 align:center
แน่นอน เราก็ยอม

00:10:52.526 --> 00:10:55.738 align:center
ฟิลิปรักพ่อ พ่อก็รักเขา

00:10:57.573 --> 00:10:58.866 align:center
ฟิลิปเพิ่งแปดขวบ

00:10:59.742 --> 00:11:02.411 align:center
เขาฉลาดมากสำหรับเด็กแปดขวบ

00:11:02.495 --> 00:11:07.917 align:center
เขาเป็นเด็กช่างพูดมากๆ
มีความสุข แล้วก็มีพลังเหลือล้น

00:11:08.584 --> 00:11:12.880 align:center
การได้เห็นฟิลิปเปลี่ยนไปหลังจากเสียพ่อ…

00:11:12.963 --> 00:11:15.424 align:center
ความสดใสของเขาหายไป

00:11:15.508 --> 00:11:18.219 align:center
ความช่างพูดของเขาหายไป

00:11:18.302 --> 00:11:20.888 align:center
ความมั่นใจของเขาก็เปลี่ยนไป

00:11:20.971 --> 00:11:25.226 align:center
ทุกอย่างที่ฉันเคยเห็นในตัวเขา
ในฐานะเด็กน้อยที่กล้าหาญ

00:11:25.309 --> 00:11:28.437 align:center
มันถูกพรากไปหมด ทุกอย่างถูกช่วงชิงไปจากเขา

00:11:29.313 --> 00:11:31.315 align:center
พอไม่มีพ่อ เขาก็เหงา

00:11:39.657 --> 00:11:44.161 align:center
หลังจบชิวา รอสก็มาที่ออฟฟิศ

00:11:45.162 --> 00:11:50.543 align:center
เธอพาผู้ชายสองคนมาด้วย
มาจากตัวแทนขายสินค้าสำนักงานรายใหญ่

00:11:51.669 --> 00:11:55.923 align:center
เธอทำข้อตกลงขายธุรกิจให้พวกเขา

00:11:57.591 --> 00:11:58.968 align:center
เธอบริหารธุรกิจไม่ได้

00:11:59.051 --> 00:12:01.679 align:center
เธอไม่รู้จักธุรกิจเครื่องเขียนเลย

00:12:02.304 --> 00:12:03.764 align:center
ทุกคนสับสนกันหมด

00:12:04.265 --> 00:12:07.977 align:center
"เธอจะขายธุรกิจเหรอ ไม่นะ มันจะมีผลยังไง"

00:12:08.602 --> 00:12:12.189 align:center
ตอนนั้นเราทำยอดได้เดือนละเกือบล้านดอลลาร์

00:12:13.232 --> 00:12:14.859 align:center
เรามีพนักงานขายประมาณ 15 คน

00:12:16.277 --> 00:12:19.572 align:center
ถ้าไม่มีพวกเรา ก็ไม่มีธุรกิจ ไม่มีลูกค้า

00:12:19.655 --> 00:12:22.867 align:center
เราบอกเขาไปเลย
"ถ้าคุณซื้อกิจการ พวกเราลาออกหมดนะ"

00:12:24.118 --> 00:12:26.912 align:center
นี่คือวิธีที่เราซื้อธุรกิจจากเธอ

00:12:29.915 --> 00:12:33.627 align:center
แฟรงก์อธิบายลักษณะของธุรกิจ
กับตัวหลักๆ ในบริษัท

00:12:33.711 --> 00:12:37.214 align:center
เพราะนั่นคือส่วนหนึ่งที่เราต้องทำ
เราต้องเข้าใจว่าเขาทำธุรกิจยังไง

00:12:37.798 --> 00:12:40.301 align:center
ใครรับผิดชอบอะไรบ้าง

00:12:40.801 --> 00:12:43.095 align:center
เราสอบปากคำทุกคนที่เคยทำงานให้ฮาเวิร์ด

00:12:44.138 --> 00:12:46.348 align:center
เราสอบปากคำพนักงานไป 50-60 คนได้

00:12:46.432 --> 00:12:48.851 align:center
ผมพนันเลยว่าทุกคน
โดนสอบปากคำสองสามครั้งทั้งนั้น

00:12:48.934 --> 00:12:50.561 align:center
รวมสอบปากคำ 180 ครั้งได้

00:12:51.937 --> 00:12:55.983 align:center
สายสืบ ด้วยความขยันขันแข็ง

00:12:56.525 --> 00:12:58.778 align:center
มาสอบปากคำเราทุกคนสองรอบ

00:12:59.695 --> 00:13:02.448 align:center
ครั้งแรกเป็นแค่คร่าวๆ

00:13:03.574 --> 00:13:06.327 align:center
ครั้งที่สอง รู้สึกเขาจะถามว่า

00:13:07.119 --> 00:13:08.996 align:center
"คุณได้ยินเขาทะเลาะกับใครไหม"

00:13:10.831 --> 00:13:16.045 align:center
ผมบังเอิญได้ยินเมื่อตอนห้าโมงครึ่ง
วันก่อนที่เราจะพบศพฮาเวิร์ด

00:13:16.712 --> 00:13:23.135 align:center
ฮาเวิร์ดแสดงด้านที่รุนแรง โหดร้ายออกมา

00:13:23.219 --> 00:13:24.637 align:center
ตอนทะเลาะกับรอส

00:13:24.720 --> 00:13:26.847 align:center
เขาขึ้นเสียง แหกปาก

00:13:27.348 --> 00:13:30.935 align:center
ฮาเวิร์ดขึ้นเสียงใส่โทรศัพท์

00:13:31.018 --> 00:13:34.855 align:center
"นังแพศยา"

00:13:35.856 --> 00:13:37.441 align:center
ผมก็พูดคนเดียวออกมา

00:13:38.484 --> 00:13:42.321 align:center
"ด่าเมียแบบนั้นดีกันยากนะ"

00:13:47.660 --> 00:13:52.289 align:center
รอสเป็นผู้หญิงคนแรกที่ฮาเวิร์ดเคยคบ

00:13:52.373 --> 00:13:53.791 align:center
ถ้าคุณเข้าใจนะ

00:13:53.874 --> 00:13:58.045 align:center
เขาเรียนมัธยมปลายด้วยกัน
แล้วก็ย้ายมาอยู่ด้วยกัน

00:13:58.128 --> 00:14:00.548 align:center
ยังไม่ทันไรก็แต่งงานกันแล้ว

00:14:01.507 --> 00:14:04.426 align:center
ตอนนั้นจัดงานแต่งใหญ่แบบยิว

00:14:04.510 --> 00:14:07.137 align:center
เราจัดงานเลี้ยงหรูๆ

00:14:07.972 --> 00:14:10.015 align:center
ฮาเวิร์ดมีความสุขมากๆ

00:14:10.099 --> 00:14:16.689 align:center
ผมไม่เคยสงสัยเลยว่าเขาจะมีปัญหาชีวิตคู่

00:14:18.399 --> 00:14:21.944 align:center
ไม่ว่าสถานการณ์ไหน เราก็ต้องการพยานเพิ่ม

00:14:22.027 --> 00:14:26.907 align:center
ไปคุยกับเพื่อน ครอบครัว แล้วสิ่งที่เห็นได้ชัด

00:14:26.991 --> 00:14:28.701 align:center
ก็คือชีวิตคู่ไม่ค่อยราบรื่น

00:14:29.577 --> 00:14:31.954 align:center
เราคิดว่าอาจจะมีการคบชู้

00:14:32.037 --> 00:14:33.330 align:center
มันก็จะเป็นแรงจูงใจได้

00:14:34.623 --> 00:14:36.792 align:center
ไม่แน่ ฮาเวิร์ด พิลมาร์อาจจะมีเมียน้อย

00:14:36.876 --> 00:14:39.920 align:center
แล้วเขาก็บอกว่า "ฟังนะ ผมพอแล้ว มันจบแล้ว

00:14:40.004 --> 00:14:42.548 align:center
ผมแต่งงานแล้ว คุณจะไม่ได้เงินผมไป"

00:14:42.631 --> 00:14:43.632 align:center
หรืออะไรก็แล้วแต่

00:14:43.716 --> 00:14:46.635 align:center
แล้วผู้หญิงก็อาจจะ
บันดาลโทสะแทงเขา เราไม่มีทางรู้

00:14:46.719 --> 00:14:49.054 align:center
เราถึงต้องวาดวงกลมรอบตัวผู้ตาย

00:14:49.138 --> 00:14:52.725 align:center
สืบหาว่าชีวิตเขาตอนนั้นมีเรื่องอะไรบ้าง

00:14:52.808 --> 00:14:56.478 align:center
เพื่อที่จะตัดความเป็นไปได้ว่านั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น

00:14:57.563 --> 00:15:00.232 align:center
มีผู้หญิงจำนวนหนึ่ง

00:15:00.316 --> 00:15:05.029 align:center
ที่เราเจอระหว่างสืบสวน
ว่ามีความสัมพันธ์สนิทสนมกับฮาเวิร์ด

00:15:06.113 --> 00:15:07.698 align:center
ผมไม่รู้ว่ามีเรื่องชู้สาวหรือไม่

00:15:07.781 --> 00:15:10.993 align:center
แต่พวกเธอสนิทกับเขามากกว่าแค่ทักทายกัน

00:15:12.161 --> 00:15:15.664 align:center
ผมได้ยินข่าวลือแบบเดียวกันมาบ้าง

00:15:15.748 --> 00:15:19.126 align:center
ผมไม่เคยเห็นฮาเวิร์ดอยู่กับผู้หญิงอื่น

00:15:19.209 --> 00:15:22.212 align:center
ฮาเวิร์ดไม่เคยพูดว่าคบผู้หญิงอื่น

00:15:22.296 --> 00:15:28.594 align:center
ตลอดแปดปีที่ผมอยู่ที่นั่น
ไม่มีใครเคยเล่าว่า "ผมเห็นฮาเวิร์ดกับ…"

00:15:28.677 --> 00:15:30.220 align:center
มันเป็นข่าวลือ

00:15:30.971 --> 00:15:35.434 align:center
เราสอบปากคำผู้หญิง
แล้วก็ได้พบว่าเขาเป็นผู้ชายขี้อ่อย

00:15:35.517 --> 00:15:37.603 align:center
แต่ก็ไม่เจออะไร

00:15:39.605 --> 00:15:41.523 align:center
บางคนก็ท้อแท้กับการตามเบาะแส

00:15:41.607 --> 00:15:44.401 align:center
ที่ไม่ได้ผลลัพธ์อะไร ที่ถูกตัดออกจากการสืบ

00:15:44.485 --> 00:15:46.278 align:center
แต่จริงๆ มันเป็นเรื่องที่ดีมากๆ

00:15:46.362 --> 00:15:50.157 align:center
เพราะเราไม่ต้องย้อนไปสืบเรื่องนั้น
มันจะไม่กลับมาหลอกหลอนทีหลัง

00:15:53.035 --> 00:15:55.329 align:center
ตอนสืบสวนการตายของฮาเวิร์ด

00:15:55.412 --> 00:15:58.540 align:center
เราได้พบว่าฮาเวิร์ดเป็นคนที่มีแรงขับสูงมาก

00:15:58.624 --> 00:16:01.085 align:center
แฟรงก์ยกย่องฮาเวิร์ดมากๆ

00:16:01.168 --> 00:16:03.045 align:center
ที่ยกระดับธุรกิจได้

00:16:03.587 --> 00:16:05.381 align:center
ฮาเวิร์ดเป็นคนมีวิสัยทัศน์

00:16:05.464 --> 00:16:10.052 align:center
เขาเปิดร้านกาแฟในร้านขายเครื่องใช้สำนักงาน

00:16:10.135 --> 00:16:15.224 align:center
ก่อนมีสตาร์บัคส์ เรามีฟิลิปส์
ก่อนร้านกาแฟทุกร้าน เรามีฟิลิปส์

00:16:15.808 --> 00:16:18.102 align:center
มีคนต่อแถวรอถึงนอกประตู

00:16:18.185 --> 00:16:21.313 align:center
รอซื้อลาเต้ คาปูชิโน เอสเปรสโซ

00:16:21.397 --> 00:16:26.902 align:center
การเปิดร้านกาแฟข้างใน
เป็นการเปิดตลาดผู้ซื้อกลุ่มใหม่

00:16:27.569 --> 00:16:30.656 align:center
มันประสบความสำเร็จมากๆ
จนเขาเปิดอีกสาขาที่คาร์เนกีฮอลล์

00:16:32.074 --> 00:16:35.411 align:center
ผมบอกว่า "คุณไม่มีทางได้เห็นคนในนิวยอร์ก

00:16:35.494 --> 00:16:37.913 align:center
เดินดื่มกาแฟตามถนนหรอก"

00:16:37.997 --> 00:16:39.957 align:center
ผมนึกภาพไม่ออกเลยนะ

00:16:40.040 --> 00:16:43.544 align:center
แต่เรื่องนี้แสดงให้เห็น
ความรู้ของผมกับความรู้ของฮาเวิร์ด

00:16:44.461 --> 00:16:47.756 align:center
ฮาเวิร์ดตั้งชื่อร้านกาแฟตามชื่อลูกชาย ฟิลิป

00:16:47.840 --> 00:16:49.758 align:center
มันกลายเป็น "ฟิลิปส์คอฟฟีบาร์"

00:16:50.426 --> 00:16:52.261 align:center
มันเป็นธุรกิจครอบครัว

00:16:53.303 --> 00:16:55.848 align:center
ฉันเคยทำงานกับรอสลิน ภรรยาเขา

00:16:55.931 --> 00:16:59.101 align:center
ที่แยกถนน 56 ตะวันตกตัดคาร์เนกีฮอลล์

00:16:59.935 --> 00:17:04.481 align:center
เอแวน น้องชายของรอสก็ทำงาน
ที่ฟิลิปส์คอฟฟีสาขาถนน 33

00:17:06.984 --> 00:17:11.321 align:center
เราได้รู้ว่าฮาเวิร์ด
ไม่ค่อยชอบเอแวน น้องชายของรอลสิน

00:17:11.405 --> 00:17:14.283 align:center
เอแวนทำงานที่ฟิลิปส์คอฟฟี

00:17:14.366 --> 00:17:17.494 align:center
ที่อยู่ในร้านคิงออฟฟิศซัพพลาย

00:17:18.287 --> 00:17:22.374 align:center
ฮาเวิร์ดจ้างเอแวนที่ตกงาน
เพื่อเป็นการช่วยเหลือรอส

00:17:22.458 --> 00:17:25.711 align:center
รอสกับเอแวนบริหารร้านกาแฟ

00:17:25.794 --> 00:17:29.256 align:center
ฉันเริ่มงานที่ฟิลิปส์คอฟฟีเมื่อปี 94

00:17:29.339 --> 00:17:32.134 align:center
เขามาเริ่มงานทีหลังฉันไม่นาน

00:17:33.427 --> 00:17:38.766 align:center
ฉันคิดว่าฮาเวิร์ดคงไม่อยาก
ให้เอแวนบริหารร้านกาแฟ

00:17:38.849 --> 00:17:40.225 align:center
เพราะว่า…

00:17:41.018 --> 00:17:42.686 align:center
มันเป็นร้านของฮาเวิร์ด

00:17:42.770 --> 00:17:46.231 align:center
ฉันคิดว่าเอแวนยึดการควบคุมไป

00:17:46.315 --> 00:17:49.818 align:center
แบบ "นี่ร้านผม" แต่มันไม่ใช่

00:17:50.402 --> 00:17:53.280 align:center
ช่วงที่ฉันเริ่มทำงานให้บ้านพิลมาร์

00:17:53.363 --> 00:17:55.491 align:center
ฟิลิปชวนฉันว่า "ไปร้านกาแฟกัน"

00:17:55.574 --> 00:17:58.285 align:center
พอเราไปถึง รอสก็อธิบายกับเอแวน

00:17:58.368 --> 00:18:01.288 align:center
ว่าฮาเวิร์ดอยากให้เรียงขนมในตู้ยังไง

00:18:02.372 --> 00:18:06.710 align:center
เอแวนโมโห แล้วก็กระชากเปิดตู้

00:18:06.794 --> 00:18:09.713 align:center
ดึงถาดออกมาโยนทิ้ง แล้วบอกว่า

00:18:09.797 --> 00:18:12.341 align:center
"ผมไม่สนว่าฮาเวิร์ดอยากได้แบบไหน"

00:18:12.424 --> 00:18:14.510 align:center
มันน่าตกใจมากเลยนะ

00:18:15.010 --> 00:18:18.639 align:center
โดยเฉพาะที่เขาทำแบบนั้นต่อหน้าหลาน

00:18:19.139 --> 00:18:20.641 align:center
ต่อหน้าลูกค้า

00:18:20.724 --> 00:18:24.061 align:center
มันเป็นความประทับใจแรกที่ลืมยากเลย

00:18:25.229 --> 00:18:27.397 align:center
(ตำรวจ
กรมตำรวจนิวยอร์ก)

00:18:27.481 --> 00:18:29.149 align:center
(สถานีตำรวจมิดทาวน์ใต้)

00:18:29.233 --> 00:18:35.614 align:center
หลังจบพิธีชิวา เราก็เรียกตัว
รอสลินกับเอแวนมาให้ปากคำ

00:18:36.115 --> 00:18:38.659 align:center
เราอยากรู้ไทม์ไลน์ของรอส

00:18:38.742 --> 00:18:41.620 align:center
กับไทม์ไลน์ของเอแวนในคืนเกิดเหตุ

00:18:42.371 --> 00:18:47.126 align:center
พวกเขาบอกว่าวันนั้น
ฮาเวิร์ดกับเอแวนไปฟิตเนสด้วยกัน

00:18:47.209 --> 00:18:51.338 align:center
เพื่อคุยเรื่องเลื่อนตำแหน่งให้เอแวนในบริษัท

00:18:52.548 --> 00:18:55.884 align:center
เอแวนอยากเลื่อนขั้นจากร้านกาแฟ

00:18:55.968 --> 00:18:59.054 align:center
ไปเป็นพนักงานขายให้บริษัทกระดาษ

00:18:59.138 --> 00:19:01.932 align:center
เพราะพนักงานขายช่วงนั้นทำเงินได้เยอะ

00:19:03.100 --> 00:19:07.396 align:center
สำหรับผมนะ เอแวนเป็นคนคุยด้วยยากมาก

00:19:08.397 --> 00:19:10.816 align:center
ถ้าคุณไปคุยกับเขา เขาจะทำเสียงไม่พอใจ

00:19:10.899 --> 00:19:13.485 align:center
เขาจะพูด "สวัสดี"
หรือ "ไปก่อนนะ" แบบไม่พอใจ

00:19:13.569 --> 00:19:16.446 align:center
เขาดูจะไม่มีอนาคตในธุรกิจนี้

00:19:17.281 --> 00:19:20.284 align:center
แล้วหลังจากนัดคุยกันที่ฟิตเนส

00:19:20.367 --> 00:19:25.080 align:center
ฮาเวิร์ดกับเอแวนก็มาเจอรอสลินที่ออฟฟิศ

00:19:26.081 --> 00:19:30.043 align:center
เพราะระบบรักษาความปลอดภัยที่นั่นซับซ้อนมาก

00:19:30.127 --> 00:19:32.337 align:center
รอสก็เลยไม่รู้วิธีล็อกบริษัท

00:19:32.921 --> 00:19:35.090 align:center
ฮาเวิร์ดเลยกลับมาล็อกให้

00:19:35.716 --> 00:19:38.385 align:center
เอแวนกับรอสกลับก่อน ทิ้งให้ฮาเวิร์ดทำงานต่อ

00:19:39.136 --> 00:19:40.971 align:center
พวกเขาเป็นสองคนสุดท้ายที่ได้เจอผู้ตาย

00:19:41.555 --> 00:19:46.310 align:center
ถ้าภรรยากับน้องเขย
แยกกับเขาตอนสองทุ่ม แล้วเขาปลอดภัยดี

00:19:46.393 --> 00:19:48.687 align:center
แต่มาพบศพเขาตอนตีห้า

00:19:48.770 --> 00:19:53.025 align:center
ใครเข้าตึกระหว่างช่วงสองทุ่มถึงตีห้าไปฆ่าเขา

00:19:53.901 --> 00:19:58.113 align:center
อย่าลืมว่านี่คือยุคที่
เราไม่ได้มีกล้องวิดีโอทั่วทุกแห่ง

00:19:58.197 --> 00:20:01.283 align:center
เราไม่ได้มีกล้องวงจรปิดในออฟฟิศ

00:20:03.160 --> 00:20:05.204 align:center
เราเก็บอาวุธฆาตกรรมไม่ได้

00:20:06.246 --> 00:20:10.042 align:center
แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจในที่เกิดเหตุ
เจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบ

00:20:10.125 --> 00:20:14.046 align:center
ก็เขียนบันทึกไว้ว่าเอแวนมีแผลที่มือซ้าย

00:20:14.129 --> 00:20:15.505 align:center
แล้วเขาก็ถนัดซ้าย

00:20:17.341 --> 00:20:21.386 align:center
เวลาคนถูกแทงหลายๆ แผลแบบฮาเวิร์ด พิลมาร์

00:20:22.095 --> 00:20:26.308 align:center
เลือดจะเหมือนน้ำมัน มันจะติดด้ามมีด

00:20:26.391 --> 00:20:31.313 align:center
แทบจะทุกคดี ผู้ก่อเหตุจะบาดเจ็บ

00:20:31.396 --> 00:20:33.982 align:center
เพราะจับด้ามมีดไม่อยู่

00:20:34.066 --> 00:20:35.192 align:center
เพราะมันลื่นเกินไป

00:20:36.401 --> 00:20:40.364 align:center
เอแวนบอกว่าเขาเก็บจานแตกเมื่อคืนสองคืนก่อน

00:20:41.031 --> 00:20:43.784 align:center
รอยแผลไม่สอดคล้องกับเรื่องเล่าของเขา

00:20:43.867 --> 00:20:45.869 align:center
แต่เราต้องการหลักฐานมากกว่านั้น

00:20:47.037 --> 00:20:50.082 align:center
สิ่งที่เราหวังจะพบคือเลือดสักหยด

00:20:50.165 --> 00:20:51.833 align:center
ที่ไม่ใช่เลือดฮาเวิร์ด

00:20:52.793 --> 00:20:55.712 align:center
ผมจำได้ว่าคุยกับแพทย์ชันสูตรที่ดูแลห้องแล็บ

00:20:55.796 --> 00:20:57.130 align:center
เขาจะบอกว่า

00:20:57.214 --> 00:21:01.009 align:center
"จะตรวจดีเอ็นเอก็ได้
แต่หลังตรวจเสร็จ ตัวอย่างก็ใช้ต่อไม่ได้

00:21:01.093 --> 00:21:03.720 align:center
คุณควรเก็บตัวอย่างนี้ไว้ก่อน

00:21:03.804 --> 00:21:06.473 align:center
เพราะผมคิดว่าเทคโนโลยีจะพัฒนาขึ้น

00:21:06.556 --> 00:21:08.725 align:center
แล้วเราจะเก็บตัวอย่างได้ดีกว่านี้ในอนาคต"

00:21:09.309 --> 00:21:13.230 align:center
(พฤษภาคม ปี 1996
สองเดือนหลังฮาเวิร์ด พิลมาร์ถูกฆาตกรรม)

00:21:18.443 --> 00:21:20.279 align:center
เริ่มการสืบสวนไปได้ประมาณสองเดือน

00:21:20.362 --> 00:21:25.325 align:center
เราก็ได้พบว่าฟิลิปส์คอฟฟี
ค้างชำระภาษี 14,500 ดอลลาร์

00:21:26.159 --> 00:21:28.245 align:center
เงิน 14,000 ดอลลาร์มันก็ไม่พอ

00:21:28.328 --> 00:21:31.081 align:center
ที่จะเป็นแรงจูงใจสำหรับคนส่วนใหญ่ได้

00:21:31.164 --> 00:21:34.376 align:center
แต่มันก็เป็นเรื่องที่ต้องรู้ไว้

00:21:34.459 --> 00:21:36.586 align:center
ว่ามีปัญหาการเงินเข้ามาเกี่ยวด้วย

00:21:38.088 --> 00:21:43.093 align:center
แล้วเราก็ได้รู้เรื่องเจ้านายเก่าของรอส

00:21:43.176 --> 00:21:45.679 align:center
จากปี 1991-95

00:21:46.221 --> 00:21:51.893 align:center
เธอยักยอกเช็คจากเขารวม 160,000 ดอลลาร์

00:21:52.978 --> 00:21:54.688 align:center
รอสเป็นนักทันตานามัย

00:21:54.771 --> 00:21:57.941 align:center
แล้วเธอก็ดูแลบัญชีให้เขาด้วย

00:22:00.193 --> 00:22:02.738 align:center
พอได้รู้ว่าชีวิตคู่ไม่ราบรื่น

00:22:02.821 --> 00:22:08.368 align:center
ได้รู้ว่าเธอค้างภาษี 14,500

00:22:08.452 --> 00:22:12.873 align:center
กับร้านหมอฟันอีก 160,000

00:22:13.999 --> 00:22:17.544 align:center
ผมก็เริ่มมองอะไรๆ เปลี่ยนไปแล้ว

00:22:17.627 --> 00:22:19.921 align:center
และผลกระทบอย่างที่สอง

00:22:20.422 --> 00:22:23.091 align:center
พอเราไปถามเรื่องเงินก้อนนี้

00:22:23.175 --> 00:22:25.177 align:center
เรื่องสำคัญที่สุดที่เธอพูดก็คือ

00:22:25.260 --> 00:22:30.849 align:center
"อย่าบอกฮาเวิร์ดนะ เขาทิ้งฉันแน่
เขาจะพรากฟิลิปไปจากฉันด้วย"

00:22:30.932 --> 00:22:34.644 align:center
เธอได้เงินประกันชีวิต 1.2 ล้านดอลลาร์

00:22:34.728 --> 00:22:38.565 align:center
เธอได้รับมรดกบริษัทคิง ร้านกาแฟฟิลิปส์

00:22:39.066 --> 00:22:42.736 align:center
กับอะพาร์ตเมนต์ของพวกเขา
ที่ถนนสาย 72 ตะวันออก

00:22:42.819 --> 00:22:46.073 align:center
บ้านพักตากอากาศในมิลเลอร์ตัน นิวยอร์ก

00:22:46.573 --> 00:22:50.660 align:center
หุ้นกิจการบ้านพักสกีในเวอร์มอนต์ และได้ตัวฟิลิป

00:22:53.622 --> 00:22:57.376 align:center
เรื่องนี้ทำให้เราเปลี่ยนโฟกัสเล็กน้อย

00:22:59.002 --> 00:23:02.381 align:center
แล้วเราก็ได้รู้อีกว่าฮาเวิร์ดอาจกำลังเตรียมหย่า

00:23:02.464 --> 00:23:04.007 align:center
การที่มีหลายแหล่งข่าว

00:23:04.091 --> 00:23:06.385 align:center
บอกเราว่าเขาอาจจะต้องการหย่า

00:23:06.468 --> 00:23:08.512 align:center
ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจมากๆ

00:23:10.472 --> 00:23:12.182 align:center
ถ้าเกิดการหย่าขึ้น

00:23:12.265 --> 00:23:15.018 align:center
รอสคงไม่อยากยกฟิลิปให้เขา

00:23:15.102 --> 00:23:19.898 align:center
ฮาเวิร์ดก็ไม่ยอมยกฟิลิปให้แน่ๆ
เพราะฟิลิปคือทุกอย่างสำหรับฮาเวิร์ด

00:23:20.607 --> 00:23:25.779 align:center
พอเวลาผ่านไป
ผมก็มั่นใจว่าฟิลิปคือเหตุผลที่เขาถูกฆาตกรรม

00:23:28.073 --> 00:23:29.199 align:center
ต้องใช่รอสแน่

00:23:29.282 --> 00:23:33.453 align:center
ผมคิดถึงคนอื่นที่มีแรงจูงใจไม่ออก

00:23:34.704 --> 00:23:38.291 align:center
รอสบอกฉันว่าเธอกับเอแวนยังถูกสอบปากคำอยู่

00:23:38.375 --> 00:23:41.461 align:center
แล้วแฟรงก์ก็โวยวายยกใหญ่

00:23:41.545 --> 00:23:44.172 align:center
เธอบอกว่า "แฟรงก์ไม่อยากคุยกับฉันเลย

00:23:44.256 --> 00:23:47.050 align:center
เขาโกรธ เขาคิดว่าฉันทำ"

00:23:47.134 --> 00:23:49.886 align:center
ฉันจำความคิดตอนนั้นได้

00:23:49.970 --> 00:23:55.559 align:center
ว่ามันแปลกที่ปู่โกรธเธอ

00:23:58.145 --> 00:24:02.357 align:center
ฉันเชื่อว่าเอแวนมีส่วนกับการตายของฮาเวิร์ด

00:24:02.441 --> 00:24:06.528 align:center
ฉันไม่ได้คิดเลยสักนิดว่าเธอจะมีส่วนด้วย

00:24:07.821 --> 00:24:10.323 align:center
ฉันจำได้ว่าได้คุยกับเธอ

00:24:10.407 --> 00:24:15.328 align:center
รอสบอกว่าฉันต้องเลือก
ระหว่างเธอกับฟิลิป กับพ่อแม่ฉัน

00:24:15.954 --> 00:24:19.541 align:center
ตอนนั้นฉันอายุ 24 ฉันเลือกพ่อแม่อยู่แล้ว

00:24:22.127 --> 00:24:25.547 align:center
ตอนนั้นฉันก็ไม่เข้าใจ "ทำไมฉันต้องเลือกด้วย"

00:24:26.047 --> 00:24:30.427 align:center
แต่หลังจากคุยกันครั้งนั้น
เราก็ไม่เคยเจอเธอกับฟิลิปอีกเลย

00:24:31.595 --> 00:24:35.390 align:center
พ่อฉันเสียลูกไป แล้วก็เสียหลานไปอีกคน

00:24:35.474 --> 00:24:40.061 align:center
การที่เราไม่ได้เจอ
คนที่เรารู้ว่ายังมีชีวิตอยู่ มันก็ทำใจยาก

00:24:40.896 --> 00:24:42.856 align:center
ฟิลิปไม่ได้เลือกเองด้วย

00:24:42.939 --> 00:24:45.275 align:center
แม่เลือกแทนเขา

00:24:45.358 --> 00:24:49.279 align:center
ไม่กี่เดือนหลังฮาเวิร์ดถูกฆ่า

00:24:50.363 --> 00:24:54.576 align:center
รอสก็ตัดการสื่อสาร
ระหว่างผมกับฟิลิป กับทางบ้านเรา

00:24:56.620 --> 00:24:58.663 align:center
เรื่องมันยิ่งกว่าเศร้าซะอีก

00:24:58.747 --> 00:25:00.957 align:center
ทั้งครอบครัวแตกแยกไปหมด

00:25:03.210 --> 00:25:06.296 align:center
ผมคิดว่าความปวดใจที่ต้องขาดการติดต่อกับหลาน

00:25:06.379 --> 00:25:08.798 align:center
ที่หน้าเหมือนและท่าทางคล้ายฮาเวิร์ดมากๆ

00:25:08.882 --> 00:25:11.510 align:center
มันต้องเจ็บลึกมากแน่ๆ

00:25:13.261 --> 00:25:15.931 align:center
ผมนึกภาพไม่ออกเลย
ว่าครอบครัวเขาเครียดแค่ไหน

00:25:16.932 --> 00:25:17.766 align:center
ผม…

00:25:17.849 --> 00:25:21.353 align:center
ผมกับฮาเวิร์ดและฟิลิปเคยไปกินมื้อเช้าด้วยกัน

00:25:22.145 --> 00:25:23.563 align:center
ก่อนเข้าโรงเรียนอาทิตย์ละครั้ง

00:25:24.314 --> 00:25:28.610 align:center
เราเคยไปดูเรนเจอร์กับแยงกี้ทุกนัด

00:25:28.693 --> 00:25:30.737 align:center
ผมคิดถึงเรื่องนั้นบ่อยๆ

00:25:31.738 --> 00:25:36.993 align:center
ไม่มีใครรู้ว่าผมรู้สึกยังไงที่ไม่ได้เจอหลาน

00:25:37.077 --> 00:25:41.748 align:center
เพราะเขาคือลูกของลูกคนแรก

00:25:43.250 --> 00:25:45.585 align:center
ลูกของลูกชายคนเดียว

00:25:52.759 --> 00:25:56.012 align:center
จากหลักฐานแวดล้อม
ผมเชื่อว่าเอแวนกับรอสลินมีส่วน

00:25:56.096 --> 00:25:57.889 align:center
แต่ผมรู้ว่าต้องใช้มากกว่านั้น

00:25:57.973 --> 00:26:00.183 align:center
เราเลยสืบต่อจนหนึ่งปีต่อมา

00:26:00.267 --> 00:26:05.146 align:center
วันครบรอบเกิดเหตุ เราไปติดโปสเตอร์

00:26:05.230 --> 00:26:09.985 align:center
ณ จุดเกิดเหตุ และร้านกาแฟที่ถนน 56

00:26:10.777 --> 00:26:12.362 align:center
(คาร์เนกีฮอลล์ ทาวเวอร์)

00:26:12.445 --> 00:26:16.491 align:center
บ่อยครั้งมากๆ
ฆาตกรจะกลับมาทบทวนจินตนาการใหม่

00:26:16.575 --> 00:26:18.910 align:center
หรือมาเคารพบูชา

00:26:18.994 --> 00:26:21.788 align:center
หรือรำลึกผลงานตัวเองในปีต่อมา

00:26:23.248 --> 00:26:26.626 align:center
โปสเตอร์ของเราถูกฉีกออกไป

00:26:28.128 --> 00:26:31.506 align:center
เราเห็นชัดเลยว่านี่เป็นโอกาส

00:26:31.590 --> 00:26:33.300 align:center
เราเอาโปสเตอร์กลับไปติด

00:26:33.383 --> 00:26:35.969 align:center
แล้วเราก็คอยสังเกตแถวนั้น

00:26:36.720 --> 00:26:38.430 align:center
ใครเป็นคนฉีก

00:26:38.513 --> 00:26:43.727 align:center
ตำรวจเอารถติดกล้องไปถ่าย แล้วก็พบว่า…

00:26:45.186 --> 00:26:49.232 align:center
พี่สาวของรอส
กับน้องชาย เอแวนเป็นคนฉีกโปสเตอร์

00:26:50.775 --> 00:26:54.654 align:center
ผมว่าคงไม่มีใครอยากเห็นโปสเตอร์ติดไว้

00:26:54.738 --> 00:26:57.699 align:center
โดยที่ตัวเองเป็นคนที่ตำรวจตามหา คุณคือฆาตกร

00:26:57.782 --> 00:27:01.161 align:center
เหตุผลที่พวกเขาแจ้งคือมันกระทบต่อธุรกิจ

00:27:01.745 --> 00:27:03.496 align:center
ซึ่งเราก็ตกใจมาก

00:27:06.750 --> 00:27:08.835 align:center
ผมเคยโทรหาตำรวจทุกวัน

00:27:08.918 --> 00:27:11.129 align:center
บางวันก็สองครั้งหรือมากกว่านั้น

00:27:12.088 --> 00:27:15.842 align:center
มีครั้งหนึ่ง
โรเจอร์ พาร์ริโนบอกว่า "แฟรงก์ ฟังนี่นะ

00:27:15.925 --> 00:27:18.678 align:center
ไว้เจอทางตันแล้วเราจะบอกเอง"

00:27:18.762 --> 00:27:21.014 align:center
อัยการเขตไม่อยากส่งฟ้อง

00:27:21.097 --> 00:27:23.600 align:center
เขามีหลักฐานไม่พอ มันเป็นหลักฐานแวดล้อม

00:27:27.812 --> 00:27:30.523 align:center
สามปีหลังฮาเวิร์ด พิลมาร์ถูกฆ่า

00:27:30.607 --> 00:27:35.570 align:center
การสืบสวนก็ยังดำเนินต่อ

00:27:35.654 --> 00:27:39.908 align:center
ฉันคิดว่าตำรวจคงรู้สึกว่ามันไม่คืบหน้า

00:27:39.991 --> 00:27:42.243 align:center
แต่ถึงแม้เราจะสงสัยรอสในคดีฆาตกรรม

00:27:42.327 --> 00:27:44.037 align:center
แต่เธอก็ยักยอกทรัพย์

00:27:44.120 --> 00:27:46.373 align:center
ตำรวจเลยจับเธอด้วยข้อหานั้น

00:27:47.707 --> 00:27:50.627 align:center
ตำรวจอาจหวังจะกดดันเธอ

00:27:50.710 --> 00:27:55.173 align:center
เพื่อให้เธอซัดทอดเอแวน
หรือยอมรับอะไรบางอย่าง แต่เธอก็ไม่ยอม

00:27:56.174 --> 00:27:59.552 align:center
ทนายของเธอกะเวลาได้ดีมาก
เธอได้เลื่อนการตัดสินโทษหนึ่งครั้ง

00:27:59.636 --> 00:28:02.597 align:center
ก่อนถึงเวลาตัดสินโทษ
เธอเอาเงินไปจ่ายคืนหมดแล้ว

00:28:02.681 --> 00:28:05.058 align:center
เธอก็เลยโดนแค่คุมประพฤติ

00:28:07.477 --> 00:28:11.106 align:center
เธอจ่ายเงิน เธอมีเงินอยู่แล้ว
เพราะได้เงินประกันมา

00:28:11.189 --> 00:28:14.192 align:center
กับทุกอย่างที่เธอได้สืบทอดไป
เพราะสามีถูกฆาตกรรม

00:28:14.859 --> 00:28:17.237 align:center
สามปีหลังฮาเวิร์ดถูกฆาตกรรม

00:28:17.320 --> 00:28:21.950 align:center
ก็มีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีกับดีเอ็นเอ

00:28:22.033 --> 00:28:27.414 align:center
มีเลือดหยดหนึ่งอยู่ระหว่าง
อ่างล้างมือกับจุดที่พบศพ

00:28:28.289 --> 00:28:30.834 align:center
เลือดหยดนั้น ผลตรวจว่าเป็นเลือดเอแวน

00:28:31.960 --> 00:28:34.003 align:center
นั่นเป็นข้อมูลน่าสนใจมากที่เราสืบเจอ

00:28:34.087 --> 00:28:35.755 align:center
น่าเสียดายที่มันก็มีปัญหา

00:28:35.839 --> 00:28:38.842 align:center
เพราะเลือดหยดนั้น
อาจจะอยู่มาตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ

00:28:38.925 --> 00:28:40.510 align:center
เขาเข้าถึงพื้นที่นั้นได้

00:28:40.593 --> 00:28:44.305 align:center
นี่คือเหตุผลที่คดี
ความรุนแรงในครอบครัวมันสืบยากมากๆ

00:28:44.389 --> 00:28:45.682 align:center
เพราะหลายๆ ครั้ง

00:28:45.765 --> 00:28:50.353 align:center
ฆาตกรก็เข้าถึงตัวผู้ตายกับที่เกิดเหตุได้
ก่อนเกิดเหตุตั้งนานแล้ว

00:28:54.274 --> 00:28:59.112 align:center
หลักฐานทุกอย่างชี้ไปที่
รอสลิน พิลมาร์กับเอแวน น้องชาย

00:28:59.195 --> 00:29:02.907 align:center
เราไม่เจอเบาะแสอื่นที่จะบ่งชี้ไปทางอื่นเลย

00:29:02.991 --> 00:29:03.825 align:center
ไม่มีสักอย่าง

00:29:03.908 --> 00:29:07.662 align:center
ท่านผู้ชมอาจจะเชื่อว่านี่คือคดีง่ายๆ

00:29:07.746 --> 00:29:09.539 align:center
ถ้าฟังจากหลักฐานที่ได้ยิน

00:29:09.622 --> 00:29:11.833 align:center
แต่มันไม่ง่ายเลย ในแง่ของกฎหมาย

00:29:11.916 --> 00:29:12.792 align:center
ซึ่งก็สมควรแล้ว

00:29:12.876 --> 00:29:15.920 align:center
เราต้องพิสูจน์เรื่องนี้ให้ได้จนสิ้นสงสัย

00:29:16.504 --> 00:29:19.924 align:center
เราไม่อยากจับกุมใครโดยไม่พร้อมขึ้นศาล

00:29:20.008 --> 00:29:21.926 align:center
ชั้นไต่สวน ต่อคณะลูกขุนใหญ่

00:29:22.010 --> 00:29:23.928 align:center
เราเห็นชัดเจนว่าต้องมีมากกว่านั้น

00:29:25.847 --> 00:29:27.724 align:center
วันหนึ่ง พาร์ริโนมาหาผม

00:29:27.807 --> 00:29:31.186 align:center
เขาบอกว่า "แฟรงก์ ผมว่าผมเจอทางตันแล้ว"

00:29:33.480 --> 00:29:36.858 align:center
ผมลงประกาศมรณกรรมในนิวยอร์กไทม์ส

00:29:36.941 --> 00:29:41.070 align:center
ทุกปีในวันครบรอบฆาตกรรมฮาเวิร์ด

00:29:41.154 --> 00:29:46.951 align:center
เผื่อจะมีใครสักคนมาบอก
ว่ารู้อะไรเกี่ยวกับคดีนี้บ้าง

00:29:47.619 --> 00:29:53.374 align:center
ถึงแม้ว่าพาร์ริโนจะไม่ใช่ผู้หมวด
ที่ดูแลคดีนี้อีกต่อไปแล้ว

00:29:53.875 --> 00:29:58.630 align:center
ผมยังโทรไปโรงพักมิดทาวน์ใต้แทบทุกวัน

00:29:59.714 --> 00:30:01.090 align:center
ผมไม่ยอมปล่อยวาง

00:30:03.593 --> 00:30:07.347 align:center
พ่อฉันรู้สึกว่าสักวันจะไขคดีได้

00:30:07.430 --> 00:30:10.308 align:center
นั่นคือสิ่งที่ทำให้เขาลุกจากเตียงทุกวัน

00:30:10.391 --> 00:30:12.977 align:center
"สักวันต้องไขคดีนี้ได้"

00:30:13.061 --> 00:30:15.522 align:center
"เราจะภาวนาให้ไขคดีนี้ได้"

00:30:16.898 --> 00:30:19.567 align:center
แค่ต้องยอมรับว่าฮาเวิร์ดตาย

00:30:20.568 --> 00:30:24.364 align:center
แล้วฆาตกรก็ลอยนวล

00:30:25.490 --> 00:30:26.950 align:center
มันเจ็บปวดตลอดเวลา

00:30:29.327 --> 00:30:33.414 align:center
ตลอดหลายปีมานี้ เวลาเราไปดินเนอร์กับเพื่อน

00:30:33.498 --> 00:30:36.709 align:center
เพื่อนก็อยากฟังข้อมูลใหม่ๆ

00:30:36.793 --> 00:30:40.380 align:center
พวกเขาต้องการข้อมูลใหม่ๆ เกี่ยวกับคดีนี้

00:30:40.463 --> 00:30:41.881 align:center
ผมเคยถามเลยนะว่า

00:30:41.965 --> 00:30:44.592 align:center
"เป็นไปได้ไหมที่พวกมันจะรอดตัว"

00:30:48.888 --> 00:30:51.516 align:center
(ปี 2004)

00:30:53.852 --> 00:30:56.813 align:center
(ปี 2013)

00:30:58.565 --> 00:31:00.817 align:center
(อัฟกานิสถาน
17 ปีหลังฮาเวิร์ด พิลมาร์ถูกฆาตกรรม)

00:31:00.900 --> 00:31:05.905 align:center
ปี 2013 ผมเป็นที่ปรึกษาพลเรือน
ไปรบกับนาวิกโยธิน

00:31:09.409 --> 00:31:13.329 align:center
หลังเกิดเหตุ 11 กันยายน
ผมคิดว่าความรู้สึกผิดที่รอดตายจากวันนั้น

00:31:13.413 --> 00:31:16.165 align:center
คือแรงกระตุ้นที่ทำให้ผมไปตะวันออกกลาง

00:31:16.249 --> 00:31:18.626 align:center
ตลอดเจ็ดปี ไปออกรบห้ารอบ

00:31:18.710 --> 00:31:21.963 align:center
ตอนออกรบรอบสุดท้าย ผมได้รับโทรศัพท์แจ้งว่า

00:31:22.046 --> 00:31:24.799 align:center
จะเปิดคดีฮาเวิร์ด พิลมาร์ขึ้นมาสืบสวนใหม่

00:31:25.341 --> 00:31:27.844 align:center
มีน้อยคดีมากๆ ที่ผมยังคิดถึง

00:31:27.927 --> 00:31:31.055 align:center
เพราะมันยังไขไม่ได้
แต่ผมคิดว่านี่คือคดีหมายเลขหนึ่ง

00:31:32.932 --> 00:31:36.769 align:center
ผมคิดว่าสายสืบทุกคนบนโลกมีคดี

00:31:36.853 --> 00:31:40.023 align:center
ที่หลุดมือไปเพราะเหตุผลบางอย่าง

00:31:40.857 --> 00:31:44.277 align:center
มันกลายเป็น "โมบี้ดิค" ในอาชีพของเขา

00:31:44.944 --> 00:31:48.114 align:center
เราก็จะคิดถึงมันเสมอ

00:31:48.197 --> 00:31:50.658 align:center
หลายๆ ครั้ง
คนไม่ชอบให้เอาสำนวนคดีเก่ามาใช้

00:31:50.742 --> 00:31:52.619 align:center
เพราะกลัวว่ารูปคดีที่ตัวเองทำจะถูกตำหนิ

00:31:52.702 --> 00:31:53.912 align:center
ผมไม่ได้กังวลเรื่องนั้นเลย

00:31:54.996 --> 00:31:59.125 align:center
ปี 2013 ผมเกษียณ
จากกรมตำรวจมาสักสามปีแล้ว

00:31:59.208 --> 00:32:03.379 align:center
แล้วผมก็ทำงานอยู่ที่
สำนักงานอัยการเขตนิวยอร์ก

00:32:03.463 --> 00:32:07.216 align:center
เป็นรองหัวหน้าแผนกสืบสวนของฝ่ายไต่สวน

00:32:07.300 --> 00:32:11.220 align:center
ร็อบ มูนีย์เป็นตำรวจสืบสวน
ที่ฉลาดที่สุดตลอดกาลคนหนึ่ง

00:32:11.304 --> 00:32:14.724 align:center
เขาถูกเรียกตัวมาให้คำแนะนำหรือแนวทาง

00:32:17.644 --> 00:32:19.437 align:center
ตอนผมได้รับสายที่อัฟกานิสถาน

00:32:19.520 --> 00:32:21.940 align:center
ผมคิดว่ามันยอดเลยที่คดีพิลมาร์ยังไม่จบ

00:32:22.023 --> 00:32:23.566 align:center
มีคนจะเอามาสืบใหม่

00:32:24.150 --> 00:32:29.739 align:center
ผมจำได้ว่าอธิบายว่าหลักฐานทุกอย่างบ่งชี้

00:32:29.822 --> 00:32:32.867 align:center
ไปที่รอสลิน พิลมาร์ กับเอแวน น้องชาย

00:32:34.243 --> 00:32:37.538 align:center
ในการสืบคดีเก่า เราไม่สามารถไปโฟกัส

00:32:37.622 --> 00:32:41.626 align:center
กับจุดโฟกัสเดิมที่เคยสืบได้
เพราะมันไม่ได้จบอย่างที่ควรจบ

00:32:42.460 --> 00:32:45.213 align:center
เราต้องดูทุกอย่างใหม่หมดตั้งแต่แรก

00:32:45.880 --> 00:32:48.841 align:center
ถ้าเราปิดรับความคิดในแง่ไหนไป
แล้วพลาดอะไรบางอย่างไป

00:32:48.925 --> 00:32:50.843 align:center
งั้นก็มาหาความจริงกัน

00:32:50.927 --> 00:32:53.471 align:center
ผมคิดว่าเป็นเรื่องดีที่คนใหม่ๆ ได้สืบบ้าง

00:32:54.097 --> 00:32:55.515 align:center
คดีนี้อยู่ในมือคนเก่งแล้ว

00:32:55.598 --> 00:32:58.351 align:center
(สำนักงานอัยการเขตนิวยอร์ก)

00:33:01.729 --> 00:33:03.815 align:center
วันหนึ่ง ลิซโทรมา

00:33:03.898 --> 00:33:07.443 align:center
บอกผมว่าเธอกำลังทำคดี

00:33:07.944 --> 00:33:10.989 align:center
ครั้งแรกที่ผมได้เจอลิซ เลเดอเรอร์

00:33:11.072 --> 00:33:13.908 align:center
เราไปออฟฟิศเธอ มีกล่องเต็มไปหมด

00:33:13.992 --> 00:33:15.910 align:center
กล่องทุกใบเขียนว่า "พิลมาร์"

00:33:15.994 --> 00:33:18.621 align:center
ผมรู้ว่าเธอทุ่มเทกับคดีนี้มากๆ

00:33:20.206 --> 00:33:23.292 align:center
มีหลายอย่างมากที่เราต้องทำ
ก่อนที่จะได้เริ่มไขคดีด้วยซ้ำ

00:33:24.711 --> 00:33:28.172 align:center
เราต้องอ่านกระดาษทุกแผ่น ดูวิดีโอทุกคลิป

00:33:28.256 --> 00:33:30.550 align:center
ต้องสอบปากคำทุกคนที่ตามตัวได้

00:33:30.633 --> 00:33:32.093 align:center
เราเปิดกล่องแล้วกล่องเล่า

00:33:32.802 --> 00:33:37.432 align:center
มีเศษกระดาษแผ่นหนึ่ง
เขียนชื่อ "อาร์โนลด์ บรูเวอร์" ไว้

00:33:37.515 --> 00:33:38.891 align:center
เราตามหาตัวเขา

00:33:39.559 --> 00:33:42.145 align:center
เขาเป็นเพื่อนสนิทมากๆ ของฮาเวิร์ด

00:33:42.895 --> 00:33:45.690 align:center
ฮาเวิร์ด พิลมาร์
นัดเจอเพื่อน อาร์โนลด์ บรูเวอร์

00:33:45.773 --> 00:33:48.860 align:center
แล้วไปดูฟุตบอลเอ็นซีเอเอ แต่เขาไม่มา

00:33:49.444 --> 00:33:52.822 align:center
เขาบอกว่า "ฮาเวิร์ดบอกผมว่า
เขาจะไปฟิตเนสกับน้องเขย

00:33:52.905 --> 00:33:54.574 align:center
แต่เสร็จแล้วจะรีบตามไป"

00:33:55.283 --> 00:33:58.703 align:center
เอแวน วอลด์กับรอส พิลมาร์บอกตำรวจ

00:33:58.786 --> 00:34:02.498 align:center
ว่าเอแวนกับฮาเวิร์ด
กลับมาจากฟิตเนสประมาณสองทุ่ม

00:34:02.582 --> 00:34:05.209 align:center
ฮาเวิร์ดอยู่ทำงานต่อในออฟฟิศ

00:34:05.293 --> 00:34:10.840 align:center
กลายเป็นว่าอาร์โนลด์ บรูเวอร์
มีนัดกับฮาเวิร์ดคืนนั้นพอดี

00:34:10.923 --> 00:34:12.258 align:center
ณ เวลานั้นด้วย

00:34:12.341 --> 00:34:15.428 align:center
ฮาเวิร์ดไม่มีทางอยู่ทำงานต่อ

00:34:15.511 --> 00:34:19.474 align:center
อาร์โนลด์ บรูเวอร์จำกัดช่วงเวลาฆาตกรรมให้

00:34:19.557 --> 00:34:22.727 align:center
เหลือกรอบเวลาสั้นที่สุด

00:34:23.436 --> 00:34:26.981 align:center
เราได้รู้ระหว่างการสืบสวน
ว่าคืนเกิดเหตุฆาตกรรม

00:34:27.065 --> 00:34:32.153 align:center
รอสโทรหาฮาเวิร์ดที่ออฟฟิศ
แล้วฝากข้อความเสียงไว้

00:34:33.362 --> 00:34:36.491 align:center
ไง ฮาว นี่มันจะสี่ทุ่มแล้วนะ

00:34:36.574 --> 00:34:39.577 align:center
ฉันกับฟิลิปอยากรู้ว่า
คุณยังทำงานอยู่ที่บริษัทหรือเปล่า

00:34:39.660 --> 00:34:42.789 align:center
หรือไปดูกีฬาที่บาร์ไหน เห็นบอกว่าจะไป

00:34:42.872 --> 00:34:44.791 align:center
ไปดูเอ็นซีเอเอ

00:34:44.874 --> 00:34:49.212 align:center
นั่นแหละ ฉันถึงบ้านแล้ว
ประมาณสองทุ่ม 10-15 นาที

00:34:49.295 --> 00:34:51.881 align:center
โทรกลับด้วยนะ จะกลับเมื่อไหร่บอกด้วย

00:34:52.548 --> 00:34:57.011 align:center
เธอบอกรายละเอียดเยอะมาก
เกินกว่าที่จะฝากข้อความไว้

00:34:57.095 --> 00:35:00.973 align:center
ให้คนที่เพิ่งคุยกัน
แล้วคาดว่าจะได้เจอกันในอีกครึ่งชั่วโมง

00:35:01.057 --> 00:35:04.685 align:center
ผมจำได้ว่าฟังข้อความเสียง
พอเราเริ่มดูทุกอย่างแล้ว

00:35:04.769 --> 00:35:07.855 align:center
หลักฐานชิ้นไหนก็ไม่ดีพอ ถ้ามีแค่ชิ้นเดียว

00:35:07.939 --> 00:35:11.484 align:center
เราต้องเริ่มโยงหลักฐานแวดล้อมเข้าด้วยกัน

00:35:11.567 --> 00:35:13.528 align:center
แล้วมันจะปูเส้นทางเดียว

00:35:14.028 --> 00:35:16.989 align:center
บอกว่าเอแวนกับรอสลินฆ่าฮาเวิร์ดคืนนั้น

00:35:18.199 --> 00:35:20.576 align:center
หลังจากดูหลักฐานทุกชิ้นแล้ว

00:35:20.660 --> 00:35:23.663 align:center
และได้คุยกับเพื่อนฮาเวิร์ดอีกหลายคน

00:35:23.746 --> 00:35:27.083 align:center
เราก็มั่นใจว่ารอส พิลมาร์
กับเอแวน วอลด์เป็นคนทำ

00:35:28.543 --> 00:35:34.298 align:center
รอน ทักเกอร์ได้ยินฮาเวิร์ด
ด่าภรรยา โมโหใส่เธอ

00:35:34.382 --> 00:35:36.300 align:center
ตอนนั้นประมาณ 17.30 น.

00:35:36.384 --> 00:35:39.470 align:center
ใช้คำด่ากับเธอสารพัด

00:35:39.554 --> 00:35:41.848 align:center
คืนเดียวกัน เธอเองก็ฝากข้อความ

00:35:41.931 --> 00:35:46.018 align:center
แล้วลงท้ายด้วย "รักนะ ฮาววี่"

00:35:49.397 --> 00:35:54.527 align:center
ข้อความเสียงนั้นมีการคำนวณมาอย่างดี

00:35:54.610 --> 00:35:57.446 align:center
เธอรู้ว่าสิ่งที่เธอทำคือการทิ้งหลักฐาน

00:35:57.530 --> 00:35:58.531 align:center
มันจะแสดงว่า

00:35:58.614 --> 00:36:02.160 align:center
"ฉันคิดถึงเขา ฉันคิดว่าเขายังอยู่
ฉันโทรหาเขา และฉันบอกรักเขา"

00:36:02.785 --> 00:36:07.915 align:center
ดูจากเวลา ฮาเวิร์ดน่าจะนอนตายอยู่บนพื้นแล้ว

00:36:13.462 --> 00:36:15.715 align:center
รอสสร้างเรื่องขึ้นมา

00:36:15.798 --> 00:36:19.927 align:center
เธอสร้างสถานการณ์นี้ขึ้นมา
เพื่อให้ฮาเวิร์ดถูกฆ่า

00:36:20.011 --> 00:36:21.929 align:center
ถ้าไม่มีเธอ มันก็ไม่มีทางเกิดขึ้นได้

00:36:22.013 --> 00:36:25.474 align:center
รอสวางแผนไว้เพื่อให้ตัวเองได้เงินประกันชีวิต

00:36:25.558 --> 00:36:29.979 align:center
ได้ธุรกิจ ได้บ้านพักตากอากาศ และหุ้นบ้านพักสกี

00:36:30.062 --> 00:36:32.982 align:center
เธอจะได้สิทธิ์เลี้ยงดูลูกแต่เพียงผู้เดียว

00:36:33.065 --> 00:36:35.776 align:center
แต่หลังจากที่เราเห็นชัดเจนแล้ว

00:36:35.860 --> 00:36:39.447 align:center
อีกอย่างที่ชัดเจนคือ
เราก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ในศาลด้วย

00:36:41.240 --> 00:36:44.410 align:center
เอแวนมีแผล มีเลือดเขาในที่เกิดเหตุ

00:36:44.493 --> 00:36:47.955 align:center
แล้วก็มีคนเป็นร้อย
ที่รู้ว่าเอแวนเกลียดฮาเวิร์ดแค่ไหน

00:36:48.039 --> 00:36:51.292 align:center
สิ่งที่เราต้องหาคือหลักฐานที่โยงรอส

00:36:51.375 --> 00:36:53.544 align:center
เราจะได้ตั้งข้อหาทั้งคู่

00:36:55.004 --> 00:36:56.589 align:center
คุณเลเดอเรอร์บอกว่า

00:36:56.672 --> 00:37:01.302 align:center
"ฉันรู้ว่าเราจะเอาผิดเอแวนได้
แต่ฉันสัญญาเรื่องรอสไม่ได้นะ"

00:37:01.385 --> 00:37:04.347 align:center
แต่ผมก็รู้สึกมั่นใจกับเธอมากๆ

00:37:07.266 --> 00:37:10.645 align:center
เรารู้ว่าคนเดียวที่เหลือคือพี่เลี้ยงเด็ก

00:37:11.896 --> 00:37:14.857 align:center
ฉันบอกว่า "เราต้องหาพี่เลี้ยงเด็กให้เจอ"

00:37:14.941 --> 00:37:18.027 align:center
แอลลิสัน ลูอิสเคยใช้ชีวิตอยู่ภายในครอบครัว

00:37:18.110 --> 00:37:20.529 align:center
เธอรู้ว่าปกติทุกอย่างเป็นยังไง

00:37:20.613 --> 00:37:24.825 align:center
เธออาจจะตอบเราได้ในเรื่องที่เราไม่รู้

00:37:26.410 --> 00:37:29.789 align:center
พวกเราสายสืบ
สอบปากคำพี่เลี้ยงเด็กแล้วตั้งแต่สืบช่วงแรกๆ

00:37:29.872 --> 00:37:33.334 align:center
แล้วก็รู้สึกว่าไม่ค่อยได้รับความร่วมมือ

00:37:33.417 --> 00:37:38.381 align:center
ผมคิดว่า ณ ตอนนั้นเธอยังอายุน้อยมาก และ…

00:37:39.465 --> 00:37:45.596 align:center
บางทีอาจจะคิดไม่ถี่ถ้วนถึงผลที่จะตามมา

00:37:49.100 --> 00:37:53.813 align:center
สำหรับสาวอายุ 21 ปี
การถูกตำรวจสอบปากคำมันก็น่ากลัว

00:37:53.896 --> 00:37:57.233 align:center
ฉันแค่ตอบคำถามของตำรวจเท่าที่จะตอบได้

00:37:57.316 --> 00:38:00.027 align:center
คำถามส่วนใหญ่ก็เกี่ยวกับฮาเวิร์ด

00:38:00.111 --> 00:38:03.114 align:center
ฉันไม่ค่อยได้มีปฏิสัมพันธ์กับฮาเวิร์ด

00:38:04.282 --> 00:38:10.538 align:center
แล้วฉันก็ได้งานที่ญี่ปุ่น ฉันออกนอกประเทศไป

00:38:10.621 --> 00:38:13.124 align:center
ฉันขาดการติดต่อกับรอสไป

00:38:13.958 --> 00:38:15.668 align:center
ยี่สิบปีต่อมา ฉันได้รับโทรศัพท์

00:38:15.751 --> 00:38:19.839 align:center
ฉันก็แบบว่า "คุณพระ"

00:38:19.922 --> 00:38:24.969 align:center
เธอบอกว่า "ฉันอยากคุยด้วย
เรื่องคดีฆาตกรรมฮาเวิร์ด พิลมาร์"

00:38:25.636 --> 00:38:29.265 align:center
แอลลิสัน ลูอิสบอกว่า
เธออยากนัดเราที่ออฟฟิศทนายของเธอ

00:38:29.348 --> 00:38:32.143 align:center
ฉันสงสัยนะว่าเธอคิดว่าตัวเองทำอะไรผิด

00:38:32.226 --> 00:38:36.897 align:center
จนทำให้อยากมีทนายอยู่ด้วย

00:38:36.981 --> 00:38:39.692 align:center
แต่ตอนเธอมา เธอก็น่ารัก

00:38:39.775 --> 00:38:41.736 align:center
เธอพูดออกมาหมดเปลือกเลย

00:38:42.361 --> 00:38:44.447 align:center
มันก็น่าสนใจ

00:38:44.530 --> 00:38:47.658 align:center
มันทำให้เราได้เห็นภาพโลกที่เราไม่มีทางรู้จัก

00:38:48.409 --> 00:38:53.247 align:center
ตอนไปเจอกัน ลิซถามว่า
"ปกติเป็นยังไงบ้าง

00:38:53.331 --> 00:38:56.125 align:center
เล่าเรื่องในชีวิตตลอดสัปดาห์หน่อยซิ

00:38:56.208 --> 00:38:57.877 align:center
อธิบายบ้านพวกเขาหน่อย"

00:39:00.880 --> 00:39:05.009 align:center
สำหรับบ้านพิลมาร์ และสำหรับฟิลิป
ทุกอย่างมีตารางเป็นระบบ

00:39:05.092 --> 00:39:06.093 align:center
เคร่งมาก

00:39:06.177 --> 00:39:10.556 align:center
ตลอดช่วงที่ฉันทำงานให้รอส
เธอเจาะจงเรื่องเวลามากๆ

00:39:11.390 --> 00:39:15.936 align:center
เธอบรรยายทุกอย่าง
เกี่ยวกับอะพาร์ตเมนต์ ไลฟ์สไตล์

00:39:16.020 --> 00:39:18.773 align:center
ว่ารอสบริหารครอบครัวยังไง

00:39:19.523 --> 00:39:20.733 align:center
แล้วพอเราถามว่า

00:39:20.816 --> 00:39:25.196 align:center
"มีอะไรแปลกๆ ไหม
ในช่วงสัปดาห์ที่เขาถูกฆ่า"

00:39:25.279 --> 00:39:28.491 align:center
เธอบอกว่า "เรื่องที่เกิดขึ้น
ก็ไม่ได้มีอะไรแปลกมากนัก

00:39:28.574 --> 00:39:30.910 align:center
แค่มันมีหลายอย่างมากๆ ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก"

00:39:34.330 --> 00:39:38.626 align:center
ช่วงหลายสัปดาห์
ก่อนฮาเวิร์ดถูกฆ่า รอสบอกฉันว่า

00:39:38.709 --> 00:39:41.379 align:center
"ฉันต้องขอให้คุณทำงานล่วงเวลา
สักสองสามอาทิตย์นะ"

00:39:42.880 --> 00:39:45.841 align:center
แล้วคืนที่เกิดฆาตกรรม

00:39:46.675 --> 00:39:49.470 align:center
รอสบอกว่าเธอจะไปหาเอแวนกับฮาเวิร์ด

00:39:49.553 --> 00:39:52.264 align:center
ที่ตึกคิงคืนนั้น เพื่อประชุมการเงิน

00:39:53.557 --> 00:39:57.728 align:center
ฉันพาฟิลิปไปซ้อมฮ็อกกี้

00:39:57.812 --> 00:40:02.108 align:center
ฟิลิปมีซ้อมสองชั่วโมงอาทิตย์ละสี่ครั้ง

00:40:02.191 --> 00:40:06.737 align:center
แล้วเสียงลำโพง
ก็ประกาศเรียกชื่อฉัน รอสตามตัวฉัน

00:40:06.821 --> 00:40:09.323 align:center
มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นั่นเป็นครั้งแรก

00:40:10.032 --> 00:40:12.618 align:center
เธอถามว่า "ทางนั้นเป็นไงบ้าง"

00:40:12.701 --> 00:40:17.081 align:center
ฉันก็ตอบ "ยังตะลุมบอนรอบแรกอยู่เลย
นี่เพิ่งวางแผนตะลุมบอนรอบสอง"

00:40:17.164 --> 00:40:19.166 align:center
เธอก็บอกว่า "ไม่เป็นไร ดีแล้ว"

00:40:19.250 --> 00:40:22.586 align:center
เธอบอกว่าแค่โทรตามก็แปลกแล้ว
เพราะเธอไม่ได้มีอะไรจะบอกเลย

00:40:22.670 --> 00:40:26.340 align:center
แล้วพอ 20-30 นาทีต่อมา

00:40:27.591 --> 00:40:31.053 align:center
เสียงลำโพงก็เรียกชื่อฉันไปที่โต๊ะต้อนรับอีก

00:40:31.887 --> 00:40:32.972 align:center
ฉันโทรหาเธออีกรอบ

00:40:33.472 --> 00:40:39.687 align:center
รอสไม่ได้บอกข้อมูลอะไรเลย

00:40:39.770 --> 00:40:44.483 align:center
นอกจาก "ถ้าฉันไปไม่ทันตอนฟิลิปเลิกตะลุมบอน

00:40:44.567 --> 00:40:46.485 align:center
คุณขับรถกลับบ้านไปเลยนะ

00:40:46.569 --> 00:40:50.197 align:center
ฉันไม่รู้ว่าจะได้ตามไปไหม
เพราะทางนี้ยังไม่เสร็จธุระ"

00:40:50.781 --> 00:40:52.700 align:center
เธอบอกว่า "ทางนี้ยังไม่เสร็จธุระ"

00:40:52.783 --> 00:40:55.703 align:center
ซึ่งถ้าดูบริบทว่าธุระของเธอคืออะไร

00:40:55.786 --> 00:40:57.121 align:center
ฉันเสียวสันหลังวาบเลยนะ

00:40:57.913 --> 00:41:00.499 align:center
นั่นคือสิ่งที่แปลกมากๆ สำหรับรอส

00:41:00.583 --> 00:41:02.960 align:center
เธอรู้เสมอว่าตัวเองจะกลับบ้านตอนไหน

00:41:03.043 --> 00:41:06.255 align:center
เธอมีรายละเอียดเจาะจงเสมอ
ทั้งงานที่เธอสั่งให้ฉันทำ

00:41:06.338 --> 00:41:07.840 align:center
และเรื่องที่ตัวเองจะทำ

00:41:12.470 --> 00:41:15.639 align:center
เกือบทุกคืน นี่เป็นบ้านที่บรรยากาศสดใสมากๆ

00:41:16.265 --> 00:41:18.350 align:center
โทรศัพท์ดัง เธอก็คุยโทรศัพท์

00:41:18.934 --> 00:41:21.520 align:center
เพื่อนบ้านมาหา ไฟเปิดทุกดวง

00:41:21.604 --> 00:41:23.439 align:center
ทีวีก็เปิด

00:41:23.522 --> 00:41:28.402 align:center
นี่คือบ้านที่เสียงดัง ตื่นเต้นมากๆ แต่ไม่ใช่คืนนั้น

00:41:30.988 --> 00:41:34.074 align:center
ไฟเหนือเตาเปิดทิ้งไว้

00:41:34.700 --> 00:41:36.827 align:center
นั่นคือไฟดวงเดียวในบ้านที่เปิด

00:41:36.911 --> 00:41:41.707 align:center
ฉันเปิดประตู แล้วเธอก็ชะโงกมาทางช่องประตู

00:41:41.790 --> 00:41:43.792 align:center
เธอนุ่งผ้าเช็ดตัว ผมเปียก

00:41:43.876 --> 00:41:45.419 align:center
ฉันไม่เคยเห็นเธอสภาพนั้นมาก่อน

00:41:46.212 --> 00:41:50.257 align:center
เธอบอกว่า "เป็นไงบ้าง

00:41:50.341 --> 00:41:54.220 align:center
คุณคงเหนื่อยมากเลยสินะ
ไปนอนเถอะ ขอบคุณนะ แอลลิสัน"

00:41:54.929 --> 00:41:58.807 align:center
ส่วนภาษากายของเธอบอกว่า "เลิกงานแล้ว

00:41:58.891 --> 00:42:00.434 align:center
คุณไม่ต้องเข้ามา"

00:42:00.518 --> 00:42:02.478 align:center
เธอบอกว่า "วางกระเป๋าไว้ตรงนั้นแหละ"

00:42:02.561 --> 00:42:07.233 align:center
ฉันยังส่งกระเป๋าให้ไม่ทันข้ามประตู
แล้วเธอก็บอก "ราตรีสวัสดิ์"

00:42:08.234 --> 00:42:11.028 align:center
เวลาฉันเลิกงาน เธอไม่เคยทำแบบนั้น

00:42:11.111 --> 00:42:12.988 align:center
เธออยากคุยก่อนทุกครั้ง

00:42:13.072 --> 00:42:17.451 align:center
เรื่องทุกรายละเอียดที่ฟิลิปเจอมาในวันนั้น

00:42:17.535 --> 00:42:19.078 align:center
เธอจะอยากรู้ทุกอย่าง

00:42:19.161 --> 00:42:21.914 align:center
มันก็เลยผิดวิสัยมากๆ

00:42:23.791 --> 00:42:26.585 align:center
ฉันกับชิวอน แบร์รี่… ชิวอนคือเจ้าหน้าที่สืบสวน

00:42:26.669 --> 00:42:29.838 align:center
เราสองคนมองแอลลิสันแล้วก็คิดว่า

00:42:31.674 --> 00:42:35.261 align:center
"เรื่องนี้แหละจะสร้างความแตกต่าง"
ฉันรู้ว่าเธอก็คิดเหมือนกัน

00:42:35.344 --> 00:42:36.595 align:center
พวกเธอจดโน้ต

00:42:36.679 --> 00:42:39.974 align:center
แล้วก็มองข้ามฝั่งโต๊ะไปหากัน

00:42:40.057 --> 00:42:44.186 align:center
เหมือนนี่เป็นข้อมูลที่สำคัญมากๆ

00:42:44.270 --> 00:42:49.858 align:center
แอลลิสันเติมช่องว่าง
กับส่วนที่ไม่ชัดเจนได้หลายจุดมากๆ

00:42:49.942 --> 00:42:52.152 align:center
เราสองคนออกมาแล้วคุยกันว่า

00:42:52.236 --> 00:42:54.947 align:center
"ว้าว นั่นแหละสุดยอด"

00:42:55.739 --> 00:43:02.246 align:center
ข้อมูลใหม่จากแอลลิสัน ลูอิส
ที่อธิบายพฤติกรรมแปลกๆ ของรอส

00:43:02.746 --> 00:43:05.416 align:center
ทั้งในช่วงหลายวันก่อนเกิดเหตุ และหลังจากนั้น

00:43:05.499 --> 00:43:09.461 align:center
เรื่องที่ผิดวิสัยเหล่านี้คือข้อบ่งชี้สำคัญมากๆ

00:43:10.546 --> 00:43:14.174 align:center
คนเรามักจะแฉตัวเอง
เวลาทำเรื่องที่ไม่เคยทำมาก่อน

00:43:14.258 --> 00:43:16.427 align:center
มันต้องมีคำอธิบาย

00:43:16.510 --> 00:43:18.220 align:center
(19.55 น. แอลลิสันถูกตามตัวครั้งแรก)

00:43:18.304 --> 00:43:21.223 align:center
แอลลิสัน ลูอิสให้ข้อมูล

00:43:21.724 --> 00:43:24.852 align:center
ที่ทำให้รอสมีส่วนมากขึ้นเยอะ

00:43:24.935 --> 00:43:29.523 align:center
มันบ่งบอกว่า
เธอต้องทำอะไรเยอะแค่ไหนเพื่อจัดฉาก

00:43:30.065 --> 00:43:35.237 align:center
แล้วเราก็เจอหลักฐานที่ยืนยันเรื่องที่เธอบอกเรา

00:43:35.738 --> 00:43:37.698 align:center
มันทำให้เราข้ามรั้วไปได้

00:43:38.991 --> 00:43:42.786 align:center
เราทำรูปคดี
จากหลักฐานแวดล้อมด้วยหินก้อนเล็กๆ

00:43:44.079 --> 00:43:46.874 align:center
แล้วเราก็ออกไปหาหินก้อนเล็กๆ เรื่อยๆ

00:43:46.957 --> 00:43:49.460 align:center
จนได้หินกองที่ใหญ่พอ

00:43:49.543 --> 00:43:52.379 align:center
จนกลายเป็นหลักฐานที่แน่นหนา

00:43:52.463 --> 00:43:56.091 align:center
ถึงจะเป็นหลักฐานแวดล้อม
แต่ก็เป็นหลักฐานที่มัดตัวแน่น

00:43:56.842 --> 00:44:00.387 align:center
ด้วยข้อมูลใหม่จาก
อาร์โนลด์ บรูเวอร์ เพื่อนฮาเวิร์ด พิลมาร์

00:44:00.471 --> 00:44:02.389 align:center
กับเรื่องที่พี่เลี้ยงบอกสายสืบ

00:44:03.140 --> 00:44:04.850 align:center
มันก็มากพอที่จะจับกุม

00:44:06.518 --> 00:44:08.937 align:center
การจับกุมเกิดขึ้นเมื่อปี 2017

00:44:09.021 --> 00:44:12.399 align:center
รอสถูกจับที่อะพาร์ตเมนต์ ตอนหกโมงเช้า

00:44:12.483 --> 00:44:14.401 align:center
ตอนนั้นเธออยู่กับแฟน

00:44:14.485 --> 00:44:16.695 align:center
เอแวน วอลด์ถูกจับพร้อมกัน

00:44:17.738 --> 00:44:20.074 align:center
ผมรู้สึกดีใจมาก

00:44:20.157 --> 00:44:22.493 align:center
ผมไม่อยากเชื่อเลยที่ทั้งสองคนถูกจับ

00:44:24.078 --> 00:44:27.247 align:center
ต้องบอกเลยว่าสมควรโดนมานานแล้ว

00:44:28.332 --> 00:44:29.333 align:center
แต่ก็โดนจนได้

00:44:31.168 --> 00:44:32.169 align:center
โดนจนได้

00:44:32.252 --> 00:44:34.797 align:center
(27 มกราคม ปี 2019
23 ปีหลังฮาเวิร์ด พิลมาร์ถูกฆาตกรรม)

00:44:34.880 --> 00:44:38.342 align:center
นี่คือสิ่งที่ผมรอมา 20 กว่าปี

00:44:38.425 --> 00:44:42.346 align:center
เราไปดูการไต่สวนทุกวัน

00:44:43.013 --> 00:44:47.434 align:center
ไต่สวนวันแรก ผมเข้าห้องน้ำ

00:44:47.935 --> 00:44:50.813 align:center
ฟิลิปก็ออกมาจากห้องน้ำพอดี

00:44:51.855 --> 00:44:56.151 align:center
ครั้งสุดท้ายที่ผมเจอเขา
คือมื้อเช้าหลังจากฮาเวิร์ดถูกฆ่า

00:44:57.027 --> 00:45:01.615 align:center
ตอนผมเห็นเขา เขาหน้าเหมือนฮาเวิร์ดมากๆ

00:45:02.533 --> 00:45:04.827 align:center
ผมเรียกเขาว่า "ฮาเวิร์ด"

00:45:04.910 --> 00:45:06.954 align:center
พวกเขาหน้าเหมือนกันขนาดนั้นเลย

00:45:07.454 --> 00:45:10.833 align:center
เขาไม่ได้ตอบผมสักคำเลยนะ ไม่ตอบเลย

00:45:13.252 --> 00:45:16.880 align:center
รูปคดีเป็นหลักฐานแวดล้อม
แต่หลักฐานทุกชิ้นก็มีความหมาย

00:45:18.048 --> 00:45:20.509 align:center
ฉันรู้เรื่องคดีนี้ทุกอย่าง

00:45:20.592 --> 00:45:24.221 align:center
ไม่ว่าจำเลยแก้ต่างยังไง เราก็พร้อมรับมือ

00:45:24.847 --> 00:45:29.935 align:center
ตอนได้ให้การเอาผิดสองคนนั้น มันวิเศษไปเลย

00:45:30.018 --> 00:45:33.981 align:center
เป็นความรู้สึกที่เหลือเชื่อ สะใจมากๆ

00:45:34.064 --> 00:45:35.649 align:center
ผมเห็นแฟรงก์ดูอยู่

00:45:36.150 --> 00:45:39.278 align:center
ผมเห็นแฟรงก์พยักหน้าตอนผมให้การ

00:45:39.987 --> 00:45:41.196 align:center
มันมหัศจรรย์เลยล่ะ

00:45:42.406 --> 00:45:45.743 align:center
แต่มันก็ไม่มีความหมาย
ถ้าไม่บรรลุคำตัดสินว่าผิดจริง

00:45:45.826 --> 00:45:46.910 align:center
ไม่มีความหมายอะไรเลย

00:45:47.494 --> 00:45:50.038 align:center
คดีนี้ผ่านความทุ่มเทมาอย่างมหาศาล

00:45:50.748 --> 00:45:52.624 align:center
การไต่สวนดำเนินอยู่สองเดือน

00:45:55.377 --> 00:45:57.463 align:center
ผมเก็บกวาด แล้วโดนบาดมือ

00:45:58.714 --> 00:46:00.382 align:center
ผมไม่รู้…

00:46:00.966 --> 00:46:04.636 align:center
ว่าฮาเวิร์ดถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมขนาดนั้น

00:46:05.846 --> 00:46:09.516 align:center
ผมรู้แค่ว่าเขาถูกแทง แต่ไม่รู้ความร้ายแรง

00:46:10.350 --> 00:46:14.396 align:center
ของการฆาตกรรม จนกระทั่งมาได้ฟังในศาล

00:46:15.439 --> 00:46:19.359 align:center
ฉันคิดว่าเอแวนเข้าหาฮาเวิร์ด
จากด้านหลังแล้วปาดคอเขา

00:46:20.027 --> 00:46:22.863 align:center
เพราะเขาจะร้องไม่ได้

00:46:22.946 --> 00:46:27.075 align:center
สำหรับฉัน นั่นคงเป็นความคิดแรก

00:46:27.159 --> 00:46:28.494 align:center
เวลาลอบทำร้ายใครแบบนั้น

00:46:28.577 --> 00:46:33.081 align:center
ฉันคิดว่านั่นคือแผลแรก
แล้วจากนั้นก็แทงไม่ยั้งเลย

00:46:33.165 --> 00:46:35.918 align:center
พวกมันเชือดเขา ไม่ได้ฆ่าเฉยๆ

00:46:36.001 --> 00:46:39.046 align:center
พวกมันเชือดเขาเหมือนหมูในเล้า

00:46:39.797 --> 00:46:43.967 align:center
รอสอยู่ในที่เกิดเหตุ ฝ่ายสืบสวนพิสูจน์ได้

00:46:45.886 --> 00:46:48.305 align:center
จริงๆ ฉันเคยชื่นชมรอส

00:46:48.931 --> 00:46:54.311 align:center
ฉันมีรูปเธอด้วย ฉันคิดว่านั่นคือคนที่ฉันรู้จัก

00:46:55.103 --> 00:46:57.815 align:center
ตอนที่ฉันมารู้

00:46:57.898 --> 00:47:02.569 align:center
ว่ามีอีกหลายอย่างที่ฉันไม่ได้เห็น ฉันช็อกไปเลย

00:47:05.739 --> 00:47:08.742 align:center
คณะลูกขุนพิจารณาอยู่อย่างน้อยสี่วัน

00:47:08.826 --> 00:47:11.328 align:center
ท่าไม่ดีแล้ว ผมไม่เข้าใจเลย

00:47:11.411 --> 00:47:12.621 align:center
(อาคารศาลอาญา)

00:47:15.624 --> 00:47:16.959 align:center
ทั้งหมดยืน

00:47:17.042 --> 00:47:22.756 align:center
รอสกับเอแวนถูกตัดสินว่ามีความผิดตรงนั้นเลย

00:47:25.467 --> 00:47:27.928 align:center
มีความผิดฐานฆาตกรรมโดยเจตนา

00:47:28.762 --> 00:47:32.015 align:center
ห้องพิจารณาเสียงดังกึกก้อง
กับคำว่า "มีความผิด"

00:47:34.852 --> 00:47:36.228 align:center
มันทรงพลังมากๆ

00:47:37.437 --> 00:47:41.316 align:center
แม่ฉันตะโกนไม่หยุดว่า "มีความผิดๆ"

00:47:41.984 --> 00:47:43.819 align:center
มันเหมือนเคลิ้มไปเลย

00:47:43.902 --> 00:47:48.699 align:center
อารมณ์นั้นมันมากกว่าดีใจ

00:47:48.782 --> 00:47:53.287 align:center
ที่เราทวงความยุติธรรมให้ฮาเวิร์ดได้
หลังจากผ่านมานานหลายปี

00:47:53.829 --> 00:47:58.917 align:center
ผมรู้ว่าเราคงไม่ได้ไต่สวนด้วยซ้ำ
เรื่องเอาผิดยิ่งไม่ต้องพูดถึง

00:47:59.001 --> 00:48:01.169 align:center
ถ้าไม่มีอลิซาเบธ เลเดอเรอร์

00:48:02.921 --> 00:48:04.631 align:center
ฉันกลับไปหาแฟรงก์

00:48:04.715 --> 00:48:07.593 align:center
ที่อดทนมาตลอดหลายปี

00:48:07.676 --> 00:48:08.927 align:center
แล้วเขาก็…

00:48:09.511 --> 00:48:12.514 align:center
แบบ "มีความผิดๆ ผิดทั้งคู่นั่นแหละ"

00:48:12.598 --> 00:48:16.768 align:center
เขาหยิบโทรศัพท์ออกมา
แล้วก็โทรหาทุกคนที่เขารู้จัก

00:48:16.852 --> 00:48:19.104 align:center
"มีความผิดๆ" แล้วก็เบอร์ต่อไป

00:48:19.187 --> 00:48:23.483 align:center
เขารอให้สิ่งนี้เกิดขึ้นมานานมาก

00:48:30.741 --> 00:48:33.619 align:center
(กรกฎาคม ปี 2019
สี่เดือนหลังบรรลุคำตัดสิน)

00:48:37.623 --> 00:48:40.250 align:center
แฟรงก์ขึ้นกล่าวในวันตัดสินโทษ

00:48:41.168 --> 00:48:45.255 align:center
ผมนอนไม่หลับ เพราะผมคอยแต่คิด

00:48:45.339 --> 00:48:51.428 align:center
ถึงความสยองและความกลัว
ที่เกิดขึ้นในใจของฮาเวิร์ด

00:48:51.511 --> 00:48:53.764 align:center
ในช่วงไม่กี่วินาทีสุดท้าย

00:48:53.847 --> 00:48:57.351 align:center
ที่เขาถูกสองคนนั้นเชือด ถูกเฉือน

00:48:58.685 --> 00:49:03.482 align:center
วันนั้นในเดือนมีนาคม ผมสูญเสียสามสิ่งไป

00:49:04.232 --> 00:49:09.112 align:center
มีสองสิ่งที่ผมไม่มีวันได้คืน
คือลูกชายผม กับธุรกิจของผม

00:49:09.196 --> 00:49:11.281 align:center
แต่ผมก็เสียฟิลิปไปด้วย

00:49:11.782 --> 00:49:13.867 align:center
ผมรู้ว่าฟิลิปไม่อยากมองหน้าผม

00:49:13.951 --> 00:49:15.744 align:center
ผมเสียใจเรื่องนั้น

00:49:15.827 --> 00:49:17.871 align:center
แต่ผมก็อยากให้เขารู้

00:49:17.955 --> 00:49:20.999 align:center
เรารักแก และอยากให้แกกลับมา

00:49:21.500 --> 00:49:22.501 align:center
ได้โปรด

00:49:23.961 --> 00:49:28.131 align:center
ถึงแฟรงก์จะอยากให้คนที่มีส่วนต้องรับผิดชอบ

00:49:28.632 --> 00:49:31.176 align:center
เขาก็อยากมีความสัมพันธ์กับฟิลิปมากๆ ด้วย

00:49:33.553 --> 00:49:38.558 align:center
ผมรู้มาว่าฟิลิปจบเศรษฐศาสตร์จากลอนดอน

00:49:39.476 --> 00:49:41.061 align:center
ซึ่งผมไม่ได้ข่าวเลย

00:49:41.687 --> 00:49:45.399 align:center
ผมไม่ได้ข่าวดีอะไรสักอย่างเลย

00:49:45.482 --> 00:49:48.443 align:center
เกี่ยวกับเด็กคนนี้ที่เติบโตขึ้น

00:49:49.987 --> 00:49:51.446 align:center
หลานผมแท้ๆ

00:49:51.530 --> 00:49:54.199 align:center
ลูกชายคนเดียวของลูกผม

00:49:56.660 --> 00:49:57.786 align:center
ผมอยากได้เขากลับมา

00:49:57.869 --> 00:50:00.455 align:center
เรารักเขา ก็แค่นั้น

00:50:00.956 --> 00:50:02.249 align:center
ทุกวันนี้ก็ยังรัก

00:50:11.049 --> 00:50:15.178 align:center
ฟิลิปร้องขอต่อผู้พิพากษา

00:50:15.679 --> 00:50:18.515 align:center
ให้ลดหย่อนโทษให้แม่ของเขา

00:50:18.598 --> 00:50:19.850 align:center
ที่ฆ่าพ่อของเขาเอง

00:50:21.685 --> 00:50:23.770 align:center
ทำไม…

00:50:23.854 --> 00:50:25.856 align:center
ถึงยังกล้าขอลดหย่อนโทษ

00:50:27.899 --> 00:50:29.526 align:center
ฉันไม่รู้เลย

00:50:30.861 --> 00:50:34.573 align:center
ผมไม่ได้ฟังฟิลิปพูด

00:50:35.240 --> 00:50:38.160 align:center
จนกระทั่งวันตัดสินโทษ

00:50:38.243 --> 00:50:40.620 align:center
เขาพูดถึงแม่ของเขา

00:50:40.704 --> 00:50:43.582 align:center
ว่าเธอเก่งแค่ไหนที่เลี้ยงเขามา

00:50:44.166 --> 00:50:46.084 align:center
ผมว่าสิ่งเดียวที่เธอทำ

00:50:46.168 --> 00:50:49.755 align:center
คือปลูกฝังให้เขาเกลียดตระกูลเรา

00:50:49.838 --> 00:50:51.631 align:center
ผมมั่นใจว่าเขาโทษผม

00:50:51.715 --> 00:50:54.176 align:center
ครอบครัวเธอทั้งตระกูลก็คงโทษผม

00:50:54.259 --> 00:50:58.180 align:center
เพราะพวกเขารู้ว่าผมคือเหยี่ยวที่กัดจนได้ขึ้นศาล

00:50:58.263 --> 00:50:59.431 align:center
ผมไม่ยอมปล่อยไป

00:51:01.224 --> 00:51:05.228 align:center
เขาอยากปกป้องแม่เรื่องที่ฆ่าพ่อตัวเอง

00:51:06.730 --> 00:51:07.814 align:center
ก็ปล่อยเขา

00:51:11.485 --> 00:51:13.779 align:center
เขาคงจะลำบากมากๆ

00:51:13.862 --> 00:51:17.908 align:center
จริงๆ เขาคือเหยื่อคนที่สองของเรื่องนี้

00:51:17.991 --> 00:51:19.242 align:center
รองจากฮาเวิร์ด

00:51:19.326 --> 00:51:21.578 align:center
คุณมั่นใจว่าแม่ช่วยคุณไว้

00:51:21.661 --> 00:51:24.831 align:center
แล้วปู่ก็พยายามหาเรื่องซวยให้แม่

00:51:24.915 --> 00:51:26.666 align:center
ทั้งที่แม่ไม่ได้ทำอะไรผิด

00:51:26.750 --> 00:51:29.711 align:center
ทุกอย่างดำเนินไปตามกฎหมายในศาลยุติธรรม

00:51:30.921 --> 00:51:34.466 align:center
มันไม่ได้เป็นไปตามที่คุณถูกปลูกฝังมาตลอดหลายปี

00:51:34.549 --> 00:51:37.010 align:center
มันคงทำใจยากมากๆ

00:51:37.094 --> 00:51:39.971 align:center
สำหรับความผิดนี้ ฆาตกรรมครั้งนี้

00:51:40.472 --> 00:51:45.018 align:center
ศาลขอสั่งจำคุกทั้งสองคน 25 ปีถึงตลอดชีวิต

00:51:45.727 --> 00:51:48.313 align:center
รอสกับเอแวนถูกจำคุก 25 ปีถึงตลอดชีวิต

00:51:48.396 --> 00:51:50.816 align:center
อายุขนาดพวกเขา ก็ไม่ต่างกับจำคุกตลอดชีวิต

00:51:51.399 --> 00:51:54.611 align:center
เอแวนกับรอสรับโทษตามสมควร

00:51:54.694 --> 00:51:57.823 align:center
พวกเขาใช้ชีวิตอิสระมาตั้ง 23 ปี

00:51:58.657 --> 00:52:02.410 align:center
พวกเขาควรจะถูกขังอย่างน้อย 23 ปี

00:52:04.788 --> 00:52:08.166 align:center
ผู้พิพากษาประกาศโทษ ฟิลิปก็ลุกขึ้นทันที

00:52:10.043 --> 00:52:13.171 align:center
ไม่พอใจ แล้วก็เดินออกไปเลย

00:52:14.548 --> 00:52:17.259 align:center
ผมได้รับเชิญไปฟังการตัดสินโทษ

00:52:17.968 --> 00:52:22.973 align:center
ผมไปสาย ประตูเปิดออกพอดี

00:52:24.307 --> 00:52:28.436 align:center
ภาพข้างหน้าผมคือฮาเวิร์ด พิลมาร์

00:52:28.937 --> 00:52:31.565 align:center
ซึ่งทำให้ผมตกใจมาก

00:52:31.648 --> 00:52:35.569 align:center
ถึงผมจะไม่เคยเจอฮาเวิร์ด เคยเห็นแต่ในรูป

00:52:36.194 --> 00:52:38.947 align:center
ระหว่างการสืบสวน ผมก็รู้ว่าเขาหน้าตายังไง

00:52:39.030 --> 00:52:41.741 align:center
แต่คนนั้นคือฟิลิป

00:52:46.037 --> 00:52:51.293 align:center
การปิดคดีเก่าเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนที่ทำได้

00:52:51.793 --> 00:52:53.044 align:center
มันสะใจมากๆ

00:52:54.546 --> 00:52:59.467 align:center
แต่สำหรับครอบครัว
คำตัดสินว่าผิดจริงไม่ได้เยียวยาความเจ็บปวด

00:53:03.513 --> 00:53:05.056 align:center
ผมได้แต่นึกภาพฮาเวิร์ด

00:53:05.682 --> 00:53:10.061 align:center
ความกลัวที่เกิดขึ้นในใจของฮาเวิร์ด

00:53:10.562 --> 00:53:16.401 align:center
ในไม่กี่วินาทีสุดท้ายที่เขาถูกแทง ถูกเชือด

00:53:17.527 --> 00:53:21.156 align:center
นั่นคือส่วนที่เราไม่มีวันทำใจได้

00:53:21.823 --> 00:53:26.036 align:center
ตอนเข้านอนทุกคืน ผมคุยกับเขา

00:53:26.119 --> 00:53:29.122 align:center
ผมบอกว่า "เรื่องนี้เกิดขึ้นกับลูกได้ยังไง

00:53:29.206 --> 00:53:30.916 align:center
ทำไมลูกไม่บอกพ่อ

00:53:30.999 --> 00:53:33.335 align:center
ว่าลูกกำลังมีปัญหากับผู้หญิงคนนี้"

00:53:35.670 --> 00:53:37.547 align:center
แต่ผมก็ไม่ได้คำตอบอะไร

00:53:46.640 --> 00:53:48.642 align:center
(ปี 2019)

00:53:50.185 --> 00:53:52.938 align:center
(ปี 1998)

00:53:56.691 --> 00:53:59.236 align:center
ไม่กี่ปีหลังฮาเวิร์ดถูกฆาตกรรม

00:53:59.319 --> 00:54:02.656 align:center
เราก็มีคดีที่โยงกับเจ็ดครอบครัว

00:54:02.739 --> 00:54:05.825 align:center
ระดับความร้ายแรงมันสูงมาก

00:54:08.078 --> 00:54:11.373 align:center
คดีนี้สะเทือนใจอย่างสุดขั้ว

00:54:12.332 --> 00:54:15.460 align:center
เหยื่อทุกคนเป็นเด็กสาวบริสุทธิ์

00:54:16.670 --> 00:54:22.092 align:center
ความร้ายแรงของคดีนี้ทำให้ทุกคนต้องตะลึง

00:54:22.842 --> 00:54:24.970 align:center
คนร้ายหลบหนีตั้งแต่วันวาเลนไทน์

00:54:25.053 --> 00:54:28.598 align:center
จากฆาตกรรมอย่างน้อยหนึ่งศพ
และข่มขืนอีกสองราย และอาจไม่ได้มีแค่นั้น

00:54:29.432 --> 00:54:33.311 align:center
"ฆาตกรต่อเนื่อง" คำนี้ถูกใช้บ่อยมาก

00:54:33.395 --> 00:54:34.562 align:center
เขาเป็นหนึ่งในนั้น

00:55:17.272 --> 00:55:21.276 align:center
คำบรรยายโดย วรากรณ์ จันทา
ช้บ่อยมาก

