WEBVTT

00:07.966 --> 00:09.509
(บนเกาะแมนแฮตทัน)

00:09.592 --> 00:12.721
(มีตำรวจสืบสวนสองหน่วย
ที่ทำคดีฆาตกรรมโดยเฉพาะ)

00:12.804 --> 00:14.931
(แมนแฮตทันเหนือและแมนแฮตทันใต้)

00:15.015 --> 00:18.226
(พวกเขาสืบสวนคดีฆาตกรรม
ที่โหดร้ายและยากต่อการสืบที่สุด)

00:18.309 --> 00:21.521
(นี่คือเรื่องราวของพวกเขา)

00:39.664 --> 00:42.000
ในยุค 90 ฮาร์เลมตะวันออก

00:43.334 --> 00:46.713
มีคดีฆาตกรรมและข่มขืน
เกิดขึ้นในย่านนั้นอย่างต่อเนื่อง

00:48.465 --> 00:51.801
เหยื่อทุกคนเป็นเด็กสาวบริสุทธิ์

00:51.885 --> 00:53.803
ถูกรัดคอและถูกแทง

00:54.554 --> 00:58.975
"ฆาตกรต่อเนื่อง" คำนี้ถูกใช้บ่อยมาก

01:00.310 --> 01:01.436
เขาเป็นหนึ่งในนั้น

01:04.981 --> 01:06.775
เราตั้งหน่วยเฉพาะกิจขึ้นมา

01:06.858 --> 01:09.819
ด้วยนักสืบมือดีที่สุดที่ผมเคยร่วมงานด้วย

01:11.321 --> 01:15.075
เราเจอคนเลวมากๆ
ในฮาร์เลมตะวันออกที่ต้องกำจัดไปให้พ้น

01:15.158 --> 01:19.996
ทั้งชีวิตนี้ ผมน่าจะไม่เคยอยากได้อะไร

01:20.080 --> 01:22.707
มากไปกว่าทวงความยุติธรรมให้คนเหล่านั้น

01:26.669 --> 01:29.464
ทุกคดีทำลายจิตวิญญาณของเราทีละน้อย

01:32.133 --> 01:36.054
คุณทำงานนี้ไม่ได้ ถ้าไม่ได้ใส่ใจจริงๆ

01:38.139 --> 01:39.933
เราอยากสืบหาความจริง

01:41.518 --> 01:43.061
นั่นคือหน้าที่ของตำรวจสืบสวน

01:43.645 --> 01:46.022
ผมชอบเสมอที่ได้แอบดูหลังฉาก

01:46.106 --> 01:47.857
จริงๆ เกิดอะไรขึ้นกันแน่

01:48.358 --> 01:52.028
สิ่งสำคัญมากๆ ของครอบครัว
คือได้รู้ว่าใครฆ่าญาติของพวกเขา

01:52.112 --> 01:53.154
นั่นคืองานของฉัน

01:53.738 --> 01:58.034
ในนิวยอร์กซิตี กรมตำรวจนิวยอร์ก

02:00.995 --> 02:02.205
หน่วยนี้เท่านั้น

02:02.956 --> 02:06.543
(Homicide: เจาะลึกคดีฆาตกรรม นิวยอร์ก)

02:15.176 --> 02:17.095
ฉันทำงานในย่านสแปนิชฮาร์เลม

02:17.178 --> 02:21.766
ฉันได้บรรจุที่นั่นเมื่อปี 1983
ในฐานะตำรวจสายตรวจใหม่

02:23.059 --> 02:25.979
ฮาร์เลมตะวันออก
เป็นชุมชนใหญ่ของชาวฮิสแปนิก

02:26.062 --> 02:28.940
ฉันเป็นตำรวจหญิงฮิสแปนิก
คนเดียวในโรงพักตอนบรรจุที่นั่น

02:31.067 --> 02:33.570
ผมใช้เวลาส่วนใหญ่ของอาชีพ
อยู่ในฮาร์เลมตะวันออก

02:33.653 --> 02:35.488
บรรยากาศที่นั่นสุดยอด

02:35.572 --> 02:38.241
ที่นั่นมีเพลงเปิดประกอบฉากตลอด 24 ชั่วโมง

02:41.828 --> 02:46.332
ผมเป็นตำรวจในเครื่องแบบในย่านนั้น
แล้วทำงานนอกเครื่องแบบอีกหกปี

02:46.416 --> 02:49.085
ก่อนจะได้เข้ากรมการสืบสวน

02:49.169 --> 02:51.296
ผมชอบที่ได้ทำงานในย่านนั้น

02:51.379 --> 02:53.131
ตอนผมเป็นตำรวจในเครื่องแบบ

02:53.214 --> 02:55.717
ผมเป็นสายตรวจเดินเท้าในย่านสแปนิชฮาร์เลม

02:55.800 --> 03:00.013
ที่นั่นบรรยากาศสดใสมากๆ
มีคนทำอะไรบางอย่างเสมอ

03:00.096 --> 03:01.931
ส่วนใหญ่ก็เรื่องดีๆ

03:04.058 --> 03:06.811
(ปี 1998)

03:13.067 --> 03:16.487
วันที่ 2 มิถุนายน โทรศัพท์ผมดังตอน 6.30 น.

03:16.571 --> 03:19.115
เราพบเหตุฆาตกรรม

03:19.199 --> 03:21.326
อาคารโครงการเคหะในฮาร์เลมตะวันออก

03:29.792 --> 03:33.254
ตอนผมไปถึงที่เกิดเหตุ ผู้ตายอยู่ที่บันได

03:33.338 --> 03:37.800
อายุน่าจะประมาณ 19-20
เป็นผู้หญิงดำที่สีผิวไม่เข้ม

03:37.884 --> 03:39.385
ที่นั่นเป็นแหล่งรวมงานเลยล่ะ

03:40.720 --> 03:43.765
มีทั้งตำรวจในเครื่องแบบที่เข้าควบคุมที่เกิดเหตุ

03:43.848 --> 03:47.060
มีทั้งหน่วยพิสูจน์หลักฐาน
ที่เข้าไปเก็บหลักฐานกายภาพ

03:47.769 --> 03:52.232
ศพไม่มีร่องรอยถูกทุบตี
ไม่มีแผลถูกแทง ไม่มีแผลถูกยิง

03:53.066 --> 03:57.862
เราสันนิษฐานว่าเธอต้องตายเพราะขาดอากาศ

03:58.947 --> 04:01.157
เธอไม่มีเอกสารระบุตัว

04:01.241 --> 04:04.827
ไม่มีบัตรนักเรียน ใบขับขี่ หรืออะไรเลย

04:05.912 --> 04:08.665
สายสืบก็เลยสืบค้นที่ตึกนั้น

04:09.499 --> 04:12.335
เราใช้กล้องโพลารอยด์ถ่ายหน้าเธอ

04:12.418 --> 04:15.755
เพื่อให้ทุกคนในตึกที่เราไปเคาะประตูได้เห็น

04:15.838 --> 04:17.423
"คุณรู้จักหญิงสาวคนนี้ไหม"

04:18.049 --> 04:22.011
เราติดต่อกับคนในอะพาร์ตเมนต์ทุกห้อง

04:22.095 --> 04:25.223
นี่เป็นตึก 20 ชั้น อาจจะมีชั้นละสิบห้องได้

04:25.306 --> 04:26.766
เราไม่เจอเบาะแสอะไรเลย

04:27.475 --> 04:30.853
เห็นชัดเลยว่าเธอไม่ได้อยู่ที่นั่น
เธอไม่ได้คบกับใครที่อยู่ที่นั่น

04:32.730 --> 04:36.442
(กรมตำรวจ สถานีตำรวจเขต 23)

04:39.362 --> 04:42.907
ตอนเราตรวจสอบที่โรงพัก
ว่ามีใครแจ้งคนหายหรือไม่

04:42.991 --> 04:44.409
ในช่วง 36 ชั่วโมงก่อนหน้า

04:44.993 --> 04:49.872
เราเจอคำร้องหนึ่ง
ที่ตรงกับรูปพรรณสัณฐานของผู้ตาย

04:50.999 --> 04:54.669
หญิงสาวที่ครอบครัว
มาแจ้งความคนหายเมื่อคืนก่อน

04:54.752 --> 04:56.254
คือราชีดา วอชิงตัน

04:59.882 --> 05:02.093
ผมจำได้ว่าทีมสืบสวนไปหาครอบครัวเธอ

05:02.844 --> 05:04.095
พร้อมภาพโพลารอยด์

05:06.180 --> 05:07.223
มันไม่ง่ายเลย

05:07.932 --> 05:09.309
มันไม่เคยง่าย

05:10.018 --> 05:11.686
เรื่องนี้เกิดขึ้นได้ยังไง

05:15.648 --> 05:17.400
เธอถูกพรากไปจากเรา

05:21.237 --> 05:24.741
มันยากที่จะใช้ชีวิต เพราะเราจำไม่ได้เลย

05:24.824 --> 05:28.745
เพราะมันเหมือนเราเดินอยู่ในความฝัน

05:30.204 --> 05:33.249
ฉันกรีดร้องและร้องไห้ไม่หยุด

05:33.333 --> 05:36.252
"มันฆ่าลูกฉัน"

05:37.337 --> 05:39.464
ราชีดาเป็นพี่สาวฝาแฝดของผม

05:39.964 --> 05:43.134
เป็นฝาแฝดก็เหมือนมีสายสัมพันธ์พิเศษ

05:43.217 --> 05:45.386
ตั้งแต่นาทีที่เกิดมาในโลก

05:46.095 --> 05:49.182
เพราะเราเกิดมาพร้อมกัน
เราก็เลยคิดว่าจะได้ตายด้วยกัน

05:52.643 --> 05:56.814
ครอบครัวให้ประวัติลูกสาวกับเราได้ครบถ้วน

05:58.775 --> 06:03.071
ราชีดากับน้องชายเกิดและโตในนิวยอร์ก

06:05.073 --> 06:07.533
ตอนราชีดาจบมัธยมปลาย

06:07.617 --> 06:10.661
เธอสอบเข้าสถาบันเทคโนโลยีแฟชั่นได้

06:10.745 --> 06:13.498
วิทยาลัยแฟชั่นชั้นนำแห่งหนึ่ง

06:13.581 --> 06:16.959
เราเรียนจบวันที่ 15 มิถุนายน ปี 1997

06:17.043 --> 06:18.294
เธอตื่นเต้นสุดๆ

06:20.797 --> 06:26.135
เธอเป็นแค่เด็กอายุ 18 ธรรมดา
ที่กำลังเรียนวิทยาลัย มีงานทำ

06:27.512 --> 06:30.098
เธอมีแผนของตัวเอง วางแผนชีวิตไว้

06:30.181 --> 06:31.808
แล้วเธอก็กำลังทำตามนั้น

06:34.102 --> 06:36.562
ตอนอายุ 18 เราไม่…

06:36.646 --> 06:40.900
เราไม่คิดว่าจะเสีย
คนใกล้ตัวไปอย่างน่าเศร้าแบบนั้น

06:42.402 --> 06:45.863
เธอเป็นคนที่ร่าเริง แล้วก็น่าทึ่ง

06:47.365 --> 06:49.367
แล้วเธอก็จากไป

06:49.450 --> 06:52.370
สิ่งที่เราสืบทราบคือเธอเป็นนักศึกษาที่ดี

06:52.453 --> 06:55.581
เป็นลูกสาวที่ดี พี่สาวที่ดี ครอบครัวแน่นแฟ้น

07:02.588 --> 07:04.048
นี่คือการฆาตกรรม

07:04.549 --> 07:09.554
ผลชันสูตรเปิดเผยว่าเธอตายเพราะขาดอากาศ

07:09.637 --> 07:13.099
ถูกกดที่อกและที่คอ

07:15.309 --> 07:18.271
เราได้รู้จากการชันสูตร
ว่าเธอถูกล่วงละเมิดทางเพศ

07:18.354 --> 07:22.942
พบสารคัดหลั่งกับดีเอ็นเอที่ศพผู้ตาย

07:23.025 --> 07:26.988
เราทำโปรไฟล์ดีเอ็นเอมาเทียบกับฐานข้อมูล

07:27.613 --> 07:31.742
แต่ก็ไม่ตรงกับใครในฐานข้อมูลแห่งชาติ

07:31.826 --> 07:34.036
หรือผู้ต้องสงสัยคนไหนในตอนนั้นเลย

07:35.746 --> 07:37.623
ตอนฉันอยู่หน่วยสืบสวนคดีอุกฉกรรจ์พิเศษ

07:37.707 --> 07:41.752
ฉันเจอหลายคดีที่การข่มขืน
ไม่ได้ทำเพื่อสนองความต้องการทางเพศ

07:41.836 --> 07:44.964
หลายครั้งจะทำเพราะ
ความเกลียดชังและความโกรธต่อผู้หญิง

07:45.047 --> 07:46.883
หรือผู้ชาย หรือเด็ก หรือคนที่คนร้ายข่มขืน

07:47.467 --> 07:53.347
การล่วงละเมิดทางเพศและรัดคอ
เป็นการสื่อถึงอำนาจและการควบคุม

07:55.099 --> 07:56.976
มันบอกได้หลายเรื่องเกี่ยวกับฆาตกร

07:57.977 --> 08:02.106
เขาอ่อนแอ และนี่คือวิธีที่เขาจะรู้สึกแข็งแกร่ง

08:07.737 --> 08:10.948
ปี 1998 ผมเพิ่งจบคดีฆาตกรรมเซ็นทรัลพาร์ก

08:12.283 --> 08:15.828
ช่วงแรกๆ ก็มีความร่วมมืออย่างดี

08:15.912 --> 08:18.831
ระหว่างตำรวจกับผู้ช่วยอัยการเขต

08:18.915 --> 08:22.084
เพราะเรารู้ดีว่าเราต้องการกันและกัน

08:22.793 --> 08:24.504
อัยการเขตอยู่ในทุกขั้นตอน

08:24.587 --> 08:29.842
อัยการได้ฟังทุกแง่มุมของคดี
ในทุกรายละเอียดสยดสยอง

08:30.676 --> 08:33.387
ผมถูกมอบหมายให้ทำคดีราชีดา วอชิงตัน

08:33.471 --> 08:36.182
ทุกคนอยากไขคดีนี้ให้ได้โดยเร็วที่สุด

08:37.016 --> 08:38.184
(บ้านราชีดา)

08:38.267 --> 08:42.188
ราชีดา วอชิงตัน
อาศัยอยู่ที่เฟิร์สต์อเวนิวกับครอบครัว

08:42.271 --> 08:45.316
ในโครงการที่ชื่อว่า 1199 พลาซา

08:45.399 --> 08:48.819
เธอถูกพบห่างจากบ้านแปดช่วงตึก

08:49.445 --> 08:54.033
เราก็เลยพยายามทำไทม์ไลน์
เพื่อจำกัดวงให้แคบลง

08:54.116 --> 08:59.080
ครั้งสุดท้ายที่พบเห็นราชีดา
ตอนยังมีชีวิตคือประมาณ 21.30 น.

09:00.248 --> 09:03.251
- เธอทำงานที่ดิเอ็กซ์เพรส
- ตรงถนน 34

09:03.334 --> 09:04.627
- ตรงถนน 34
- ใช่

09:04.710 --> 09:08.422
- เธอเคยกลับบ้านประมาณสี่ทุ่ม
- ใช่ค่ะ ประมาณสี่ทุ่ม

09:09.882 --> 09:13.761
เธอเลิกงานวันนั้น บอกลาเพื่อนร่วมงาน

09:13.844 --> 09:17.723
ทุกคนเชื่อว่าเธอไปรถไฟใต้ดิน ซึ่งเธอขึ้นทุกคืน

09:18.307 --> 09:23.896
ปกติเธอลงจากรถไฟใต้ดิน
ที่แยกถนน 110 ตะวันออกตัดเล็กซิงตันอเวนิว

09:24.397 --> 09:28.985
แล้วก็เดินจากเล็กซิงตัน
ไปเฟิร์สต์อเวนิว ตรงอะพาร์ตเมนต์ของเธอ

09:29.068 --> 09:33.239
เรารู้ว่าเธออยู่ที่เฟิร์สต์อะเวนิว
แถวๆ ถนน 109

09:33.322 --> 09:36.450
เราพบยามที่ทำงานกะนั้น

09:36.534 --> 09:38.995
ยามจำได้ว่าเจอเธอทุกคืน แต่คืนนี้ไม่เจอ

09:39.579 --> 09:43.958
เรารู้ว่าศพเธอถูกพบ
ประมาณตีห้าถึงหกโมงวันรุ่งขึ้น

09:44.041 --> 09:46.002
ห่างจากบ้านไปแปดช่วงตึก

09:46.502 --> 09:52.425
เธอไปอยู่ตรงบันไดชั้น 15
ตึกเลขที่ 1345 ฟิฟท์อเวนิวได้ยังไง

09:52.508 --> 09:53.634
(พบราชีดา)

09:53.718 --> 09:55.136
ไม่มีใครรู้เลย

09:57.597 --> 09:59.515
เธอค่อนข้างเป็นคนติดบ้าน

09:59.599 --> 10:04.228
เธอไปเรียน ไปทำงาน
เธอไม่เคยเที่ยวกลางคืนไม่กลับบ้าน สักครั้ง

10:05.688 --> 10:07.398
เราไม่เข้าใจเลย

10:07.982 --> 10:11.360
ว่าเธอไปอยู่ตรงจุดที่พบศพได้ยังไง

10:11.861 --> 10:15.239
ฉันจำได้ว่าถูกถามเจาะจง

10:15.323 --> 10:17.158
"มีใครที่อาจจะ…

10:17.241 --> 10:21.495
น่าสงสัยบ้างไหม
ตอนที่เราไปเที่ยวเล่นกันแถวนั้น"

10:21.579 --> 10:23.289
ฉันนึกอะไรไม่ออกเลย

10:25.541 --> 10:27.501
ราชีดามีแฟน

10:28.836 --> 10:31.839
ตอนเธอไม่กลับบ้านคืนนั้น ฉันก็คิด

10:31.922 --> 10:36.385
"เธอตัดสินใจไปค้างที่อื่น
หรือทำอะไรผิดจากปกติหรือเปล่า"

10:36.969 --> 10:39.889
สายสืบถามฉันว่ารู้จักแฟนเธอไหม ฉันตอบว่า

10:39.972 --> 10:43.517
"รู้จักค่ะ ฉันเห็นสองคนนั้นอยู่ด้วยกัน
ฉันเคยใช้เวลากับเขา"

10:43.601 --> 10:47.355
ฉันไม่คิดเลยว่าเขาจะทำอะไรแบบนั้นได้

10:47.438 --> 10:48.814
หรือทำร้ายราชีดาได้สักนิด

10:49.857 --> 10:52.151
ผมถามว่า "เขาชื่ออะไร บ้านอยู่ที่ไหน"

10:52.818 --> 10:53.903
เราไปสอบปากคำเขา

10:54.904 --> 10:59.200
แต่ก็ไม่มีอะไรจากการสอบปากคำแฟน

10:59.283 --> 11:03.120
ที่ทำให้เราเชื่อว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องเลย

11:03.204 --> 11:04.789
เขาสะเทือนใจมาก

11:04.872 --> 11:07.041
(แฟชั่นอเวนิว
เซเวนท์อเวนิว - ถนนตะวันตก 27)

11:07.124 --> 11:09.502
เราสอบปากคำทุกคนที่เธอรู้จัก

11:10.044 --> 11:15.466
เธอมีคนรู้จัก เพื่อนที่โรงเรียน
หรือเพื่อนร่วมงานที่น่าสงสัยบ้างไหม

11:15.549 --> 11:19.762
ที่อาจจะพาเธอไปเกี่ยวข้อง
กับเรื่องที่ทำให้เธอต้องตาย

11:19.845 --> 11:23.724
แต่เด็กๆ ที่เธอคบด้วย
ก็เป็นพวกที่มีเป้าหมายในชีวิต

11:23.808 --> 11:25.893
แล้วก็กำลังทำตามฝันเหมือนเธอ

11:25.976 --> 11:29.105
มันก็ดีใจที่ได้ยิน แต่ก็น่าหงุดหงิด

11:29.188 --> 11:31.816
เพราะความจริงที่เราไม่ได้เบาะแสเลย

11:32.441 --> 11:34.944
ทุกธุรกิจในย่านนั้น

11:35.027 --> 11:39.240
มีใบปลิวติดหน้าต่าง
เพื่อลองหาคนโทรเข้ามาแจ้งเบาะแส

11:41.450 --> 11:46.580
เราไม่รู้ว่าเธอถูกลักพาตัวไปตอนไหนหรือไม่

11:47.081 --> 11:49.375
หรือเธอสมัครใจตามใครไป

11:49.458 --> 11:51.836
เราต้องมองหาสิ่งที่ผิดแปลก

11:51.919 --> 11:56.507
เราต้องมองหาสิ่งที่เด่นชัดสะดุดตา

11:56.590 --> 11:57.591
เพื่อช่วยสืบสวน

11:58.801 --> 11:59.844
เราไม่เจออะไรเลย

12:00.428 --> 12:03.848
หลักๆ คือเราติดหล่ม เราไม่มีเบาะแส

12:13.607 --> 12:16.110
หลายเดือนหลังเกิดเหตุ
ฆาตกรรมราชีดา วอชิงตัน

12:16.193 --> 12:19.405
ก็มีเด็กสาวอายุ 15
ที่กำลังกลับบ้านไปหาครอบครัว

12:20.531 --> 12:22.032
ที่พาลาดิโนเฮาส์

12:23.325 --> 12:26.579
เธอไปที่ลิฟต์ แล้วก็กดปุ่มเรียกลิฟต์

12:26.662 --> 12:27.955
มีผู้ชายเข้ามาข้างหลังเธอ

12:28.456 --> 12:30.332
เขาใช้มีดข่มขู่เธอ

12:30.416 --> 12:33.878
เขาบังคับให้เธอไปที่บันได แล้วข่มขืนเธอ

12:33.961 --> 12:36.922
เขาขโมยเครื่องเพชรเธอไป แล้วทิ้งเธอไว้

12:39.091 --> 12:40.176
ตำรวจได้รับแจ้งเหตุ

12:40.968 --> 12:44.263
ที่บันไดนั้น ตำรวจพบสองสิ่ง

12:44.346 --> 12:47.266
เสื้อกันหนาวฟูบูกับหมวกเบสบอล

12:48.058 --> 12:50.895
และเด็กสาวอายุ 15 ที่ให้ปากคำได้ทันที

12:51.437 --> 12:54.899
"ผู้ชายคนนั้นใส่เสื้อผ้าพวกนี้"

12:55.483 --> 12:58.152
"เขาใส่เสื้อกันหนาวตัวนั้น
ใส่หมวกเบสบอลใบนั้น"

12:58.235 --> 13:02.072
เจ้าหน้าที่เลยส่งเสื้อกันหนาวฟูบู
หมวกเบสบอล กับชุดตรวจข่มขืน

13:02.156 --> 13:05.367
ไปยังสำนักงานแพทย์ชันสูตร
เพื่อตรวจวิเคราะห์ทางนิติเวช

13:08.078 --> 13:13.459
(วันที่ 6 มกราคม ปี 1999
สี่เดือนหลังเกิดเหตุข่มขืนที่พาลาดิโน)

13:13.542 --> 13:15.878
วันที่ 6 มกราคม ปี 1999

13:15.961 --> 13:20.299
เราได้รับแจ้งจากสำนักงานแพทย์ชันสูตร

13:20.382 --> 13:21.675
ผลตรวจเปลี่ยนทุกอย่างไป

13:22.259 --> 13:25.387
ไม่มีหลักฐานทางกายภาพ
ที่เสื้อกันหนาวหรือหมวกเบสบอลเลย

13:25.471 --> 13:30.226
แต่ดีเอ็นเอจากอสุจิที่พบในศพราชีดา วอชิงตัน

13:30.309 --> 13:34.230
ตรงกับอสุจิที่ได้จากผู้เสียหาย
ในคดีข่มขืนที่พาลาดิโน

13:34.313 --> 13:37.191
คนเดียวกันเป็นผู้ก่อเหตุทั้งสองคดี

13:37.274 --> 13:42.196
(ฆาตกรรมราชีดา วอชิงตัน
เหยื่อข่มขืนพาลาดิโนเฮาส์ 1)

13:42.279 --> 13:44.073
นี่เป็นช่วงเวลาที่น่ายินดี

13:44.615 --> 13:47.868
เพราะเราโยงสองคดีเข้าด้วยกันได้แล้ว

13:47.952 --> 13:50.663
แต่มันก็ยังน่าหงุดหงิดตรงที่ว่า

13:50.746 --> 13:52.915
เรายังไม่รู้ว่าบุคคลนี้เป็นใคร

13:52.998 --> 13:56.585
สองสัปดาห์ต่อมา
เราได้รับสายจากสำนักงานแพทย์ชันสูตร บอกว่า

13:56.669 --> 14:00.631
หญิงสาวในพื้นที่เดียวกันถูกข่มขืนอีกคน

14:01.382 --> 14:03.008
เธออายุ 13 ปี

14:04.343 --> 14:06.679
หวาดกลัว ถูกข่มขู่ด้วยมีด

14:06.762 --> 14:09.431
ถูกเสื้อผ้าของตัวเองปิดตา

14:09.515 --> 14:13.477
ถูกล่วงละเมิดทางเพศ
แล้วปล้นทรัพย์ในบันไดที่มืดมากๆ

14:13.561 --> 14:17.398
เธอถูกตรวจการข่มขืน
แล้วหลักฐานในชุดตรวจข่มขืน

14:17.481 --> 14:20.651
ก็ตรงกับคดีข่มขืนพาลาดิโน
กับคดีฆาตกรรมราชีดา วอชิงตัน

14:20.734 --> 14:24.989
เหยื่อทุกคนใกล้เคียงกันเรื่องรูปร่าง อายุ

14:25.990 --> 14:30.703
เป็นเด็กสาวตัวเล็ก อายุน้อย
เชื้อสายฮิสแปนิกหรือคนดำที่สีผิวไม่เข้ม

14:31.203 --> 14:34.832
แล้วทุกคดีก็เกิดในบริเวณใกล้เคียง

14:35.624 --> 14:36.959
เราเจอแบบแผนแล้ว

14:37.585 --> 14:41.422
นี่คือโจรข่มขืนต่อเนื่องและฆาตกรที่ยังลอยนวล

14:41.505 --> 14:44.675
การสืบสวนมีผลคืบหน้าอย่างมาก

14:44.758 --> 14:46.176
เราเร่งสืบมากขึ้น

14:47.428 --> 14:50.848
เด็กอายุ 15 ที่โดนข่มขืนในพาลาดิโนเฮาส์

14:50.931 --> 14:52.725
คดีนั้นกลายเป็นชื่อหน่วยเฉพาะกิจ

14:53.309 --> 14:58.564
หน่วยเฉพาะกิจพาลาดิโน
ออกจะเป็นหน่วยรวมคนแปลก

14:58.647 --> 15:01.984
เรามีคนจากสำนักงานอัยการเขต

15:02.067 --> 15:03.485
มีจอห์น เออร์วิน มีผม

15:03.569 --> 15:08.407
มีคนหลากหลายรูปแบบ
ที่บังเอิญเป็นนักสืบชั้นยอด

15:08.490 --> 15:10.409
มีสกอตต์ วากเนอร์

15:10.492 --> 15:14.288
สายสืบที่ทุ่มเทที่สุดคนหนึ่งที่ผมเคยร่วมงานด้วย

15:14.371 --> 15:17.499
เรามีร็อบ มูนีย์ เขามีความเข้าใจดีมากๆ

15:17.583 --> 15:19.460
เขาคุยกับผู้เสียหายเก่งมากๆ

15:19.543 --> 15:21.420
ฉันเจอบ็อบ มูนีย์ที่บาร์

15:21.503 --> 15:24.173
ฉันเคยไปเที่ยวบาร์ชื่อฟีบี้ ถนนบาวเวอรี

15:24.882 --> 15:27.593
เธอคุยกับอีกคน อยู่อีกฝั่งของเธอ

15:27.676 --> 15:29.803
คุยกันด้วยภาษาสเปน

15:29.887 --> 15:32.848
ผ่านไปสักพัก เธอก็รู้ตัว
เพราะเออร์มาช่างสังเกตสุดๆ

15:32.932 --> 15:34.642
เธอเห็นว่าผมทำท่าเหมือนกำลังฟัง

15:35.517 --> 15:37.603
ผมมองเห็นเลย ผมมองเธอ แล้วบอกว่า…

15:38.187 --> 15:39.480
"ใจเย็นๆ นะ สาวน้อย

15:39.563 --> 15:42.650
มันอันตรายมาก ถ้าไม่รู้จักคนที่คุยด้วย"

15:42.733 --> 15:45.277
เธอก็แบบ "อะไรวะเนี่ย"

15:45.361 --> 15:47.655
ฉันแบบ "คุณพูดภาษาสเปนได้เหรอ"

15:47.738 --> 15:50.449
ถ้ามองหน้าบ็อบ มูนีย์
คุณคงไม่คิดหรอกว่าเขาพูดสเปนได้

15:50.532 --> 15:52.993
เพราะเขาสูง 191
เป็นผู้ชายผิวขาว เชื้อสายไอริช

15:53.077 --> 15:55.871
เขาทำงานในย่านที่คนส่วนใหญ่
เป็นฮิสแปนิก เป็นชาวโดมินิกัน

15:55.955 --> 15:58.082
เขาเคยเจอคนร้ายสองคนนั่งเบาะหลัง

15:58.165 --> 15:59.959
แล้วคนร้ายก็คุยกันเอง

16:00.042 --> 16:03.295
ว่าซ่อนปืนไว้ที่ไหน ซ่อนยาไว้ที่ไหน

16:03.379 --> 16:05.965
บ็อบ มูนีย์ฟังรู้เรื่องทุกอย่างที่คนร้ายพูด

16:09.218 --> 16:13.597
ผมเคยเป็นตำรวจสืบสวนในโรงพัก
แต่พอก่อตั้งหน่วยเฉพาะกิจ

16:13.681 --> 16:18.227
ทุกคนก็ถูกดึงตัวมาจากงานปกติในระดับโรงพัก

16:18.310 --> 16:22.481
แล้วเราก็ทำแต่คดีชุดนี้

16:23.899 --> 16:28.862
เหยื่อข่มขืนที่รอดมาบอกรูปพรรณสัณฐาน
กับช่างสเกตช์ภาพกรมตำรวจนิวยอร์ก

16:28.946 --> 16:31.740
แล้วภาพสเกตช์จากคำบรรยาย

16:32.449 --> 16:35.244
ก็ถูกวาดขึ้นมา เอาไปทำใบปลิว

16:35.327 --> 16:37.955
(ประกาศจับ ข้อหาฆ่า-ข่มขืน)

16:38.038 --> 16:41.291
ภาพนี้ติดหน้าต่างทุกร้าน เสาโทรศัพท์ทุกต้น

16:41.375 --> 16:44.044
เราถ่ายสำเนาไปแปะทั่วฮาร์เลมตะวันออก

16:44.128 --> 16:45.671
มีเบอร์แจ้งแบะแสติดไว้ด้วย

16:51.969 --> 16:55.347
น่าเสียดายที่สื่อไม่ได้เข้ามาช่วยจุดนี้

16:55.431 --> 16:57.641
สื่อเพิ่งเข้ามาช่วยตอนที่เราโทรหา

16:58.434 --> 17:00.978
เพื่อให้ช่วยลงรูปประกาศจับ

17:01.061 --> 17:05.774
บางทีอาจมีใครที่ไหนสักแห่ง
ได้อ่านหนังสือพิมพ์ที่มีรูปของเรา

17:05.858 --> 17:08.610
ผมรู้สึกว่าถ้าเหยื่อ

17:09.194 --> 17:15.159
ไม่ใช่เด็กสาวผิวดำและฮิสแปนิก
สื่ออาจจะสนใจมากกว่านี้

17:15.909 --> 17:16.952
มันน่าหงุดหงิดนะ

17:17.703 --> 17:20.748
เราไม่สนว่าเหยื่อผิวสีดำหรือน้ำตาล

17:20.831 --> 17:23.959
หรือคนร้ายผิวสีดำหรือน้ำตาล หรือแม้กระทั่งขาว

17:24.043 --> 17:28.047
เราเจอคนเลวมากๆ
ในฮาร์เลมตะวันออกที่ต้องกำจัดไปให้พ้น

17:28.130 --> 17:32.259
ผมจะทำเต็มที่เพื่อให้แน่ใจว่าบุคคลนี้ได้รับโทษ

17:34.261 --> 17:36.680
แปดเดือนหลังฆาตกรรมราชีดา วอชิงตัน

17:36.764 --> 17:38.515
ก็มีสายแจ้งเบาะแสเข้ามา

17:40.059 --> 17:41.435
มาจากผู้หญิง

17:41.518 --> 17:45.355
สายนิรนามบอกว่ามีข่าวลือแพร่ออกไป

17:45.439 --> 17:50.277
ว่าเอซคือคนร้ายในคดีฆ่าและข่มขืน

17:50.360 --> 17:52.279
ที่เกิดขึ้นในละแวกนั้น

17:52.362 --> 17:55.074
ฉายา "เอซ" ฟังดูคุ้นๆ สำหรับผมมาก

17:55.157 --> 17:57.659
สกอตต์จำคดีเก่าจากโรงพักเขต 23 ได้

17:57.743 --> 17:59.995
เขารีบกลับไปโรงพัก ไปหยิบแฟ้มมา

18:00.079 --> 18:03.207
กลับมาหน่วยสืบสวนฆาตกรรม
แล้วบอกว่า "ผมว่านี่แหละคนร้าย"

18:04.666 --> 18:07.002
(ปี 1999)

18:09.421 --> 18:12.591
(ปี 1997)

18:16.762 --> 18:19.890
วันที่ 10 กันยายน ปี 97
ผมได้รับแจ้งคดีฆาตกรรม

18:19.973 --> 18:21.058
เด็กสาวฮิสแปนิก

18:21.141 --> 18:26.271
อายุประมาณ 19 พบศพบนดาดฟ้า
ตึกเลขที่ 218 ถนนตะวันออก 104

18:26.355 --> 18:27.898
(เหยื่อฆาตกรรม ปี 1997)

18:27.981 --> 18:29.650
เธอมีแผลไหม้ 90 เปอร์เซ็นต์ทั่วร่าง

18:31.235 --> 18:33.237
ผมสอบปากคำแอรอห์น มาลิก คี

18:33.320 --> 18:36.698
หลายคนรู้จักเขาในชื่อ "เอซ"
นั่นคือฉายาของเขา

18:37.282 --> 18:40.244
เบอร์โทรศัพท์ของเขา
อยู่ในประวัติการโทรของผู้ตาย

18:40.327 --> 18:41.495
ผมอยากสอบปากคำเขา

18:43.789 --> 18:47.751
เขาบอกว่าเขากับแฟนเป็นเพื่อนผู้ตาย

18:47.835 --> 18:49.253
พวกเขาจะไปกินข้าวด้วยกัน

18:50.129 --> 18:52.506
เขาบอกว่าเธอไม่มาตามนัด

18:53.841 --> 18:56.343
เขาโทรหาเธอแล้ว
เขานัดกับเธอไว้ แต่เธอไม่มา

18:56.426 --> 18:58.554
เขาตอบคำถามทุกอย่างที่ผมถามได้

18:58.637 --> 19:03.642
เขาไม่แสดงออกถึงวี่แววภายนอก
ตามที่เราเรียนเรื่องภาษากายมา

19:03.725 --> 19:10.065
ตามที่เราเคยสังเกต
จากการสอบปากคำทุกวันตลอดหลายปี

19:10.149 --> 19:12.818
สัญญาณที่บอกได้ว่าเขาโกหก

19:13.443 --> 19:15.571
ไม่มีอะไรที่ผมชี้ชัดได้เลย

19:15.654 --> 19:20.242
แต่พอจบการสอบปากคำ ผมก็ถามเขา

19:20.325 --> 19:22.870
"เราขอถ่ายรูปคุณด้วยกล้องโพลารอยด์ได้ไหม"

19:23.787 --> 19:25.205
เขาบอกว่า "ได้ครับ ไม่มีปัญหา"

19:29.960 --> 19:32.462
(ปี 1997)

19:35.340 --> 19:37.885
(ปี 1999)

19:39.428 --> 19:43.348
ผมกลับไปดูเอกสาร และในรูปถ่ายนั้น

19:44.057 --> 19:48.687
เขาก็ใส่เสื้อกันหนาวสีเทา มีตรายี่ห้อฟูบู

19:48.770 --> 19:51.899
เสื้อกันหนาวตัวเดียวกัน
ที่เขาทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุข่มขืน

19:52.399 --> 19:55.485
ภาพสเกตช์ก็เหมือนวาด
จากภาพโพลารอยด์ที่ผมถ่ายไว้

19:56.278 --> 19:57.863
ภาพสเกตช์ที่เราเตรียมมา

19:57.946 --> 20:01.617
มันเหมือนแอรอห์น คีสุดๆ เหมือนถอดแบบกันมา

20:02.159 --> 20:06.872
ถึงจะใช้ระบุตัวหรือเป็นเหตุอันควรไม่ได้

20:06.955 --> 20:09.750
แต่แน่นอน มันก็เป็นแนวทางให้เราสืบต่อ

20:09.833 --> 20:12.586
แอรอห์น คีคือผู้ต้องสงสัยคนเดียว ณ ตอนนั้น

20:14.630 --> 20:17.507
ตำรวจตรวจประวัติชื่อแอรอห์น คี

20:17.591 --> 20:21.053
แล้วก็เจอว่าเขามีประวัติปล้นชิงทรัพย์

20:21.136 --> 20:23.138
สายสืบคนหนึ่งจากโรงพักเขต 23

20:23.222 --> 20:25.390
เห็นการสะกดชื่อจริงของเขา

20:25.474 --> 20:29.228
เอ-อาร์-โอ-เอช-เอ็น เป็นการสะกดที่แปลก

20:29.311 --> 20:32.189
เขาถามว่า "แล้วคดีนี้ล่ะ"

20:32.272 --> 20:34.691
แล้วเขาก็ไปหยิบแฟ้มคดีของเปาลา อิลเลรา

20:36.860 --> 20:38.904
เขาบอกว่า "ผมว่านี่เป็นแบบแผนส่วนหนึ่ง"

20:39.488 --> 20:41.031
แล้วเขาก็อธิบายให้เราฟัง

20:41.907 --> 20:44.451
(ปี 1999)

20:47.204 --> 20:49.373
(ปี 1997)

20:50.916 --> 20:55.379
(วันที่ 24 มกราคม ปี 1991
แปดปีก่อนราชีดา วอชิงตันถูกฆาตกรรม)

20:56.088 --> 20:58.257
เดือนมกราคม ปี 1991

21:01.134 --> 21:05.013
เด็กอายุ 13 ตัวเล็กๆ ชื่อเปาลา อิลเลรา

21:05.097 --> 21:08.058
กำลังเดินกลับบ้าน
จากโรงเรียนในช่วงบ่ายๆ เย็นๆ

21:09.268 --> 21:13.021
ครอบครัวเธออยู่ตึกเลขที่ 420
ถนน 111 ตะวันออก ชั้น 30

21:14.022 --> 21:17.401
เธอกดออดจะเข้าล็อบบี้

21:18.860 --> 21:21.280
ผ่านไปไม่กี่นาที
ทุกคนก็สังเกต "เปาลาหายไปไหน"

21:22.614 --> 21:26.201
เธอหายไประหว่างทางจากล็อบบี้ไปชั้น 30

21:27.327 --> 21:32.541
ประมาณ 16.30 น.
แม่ฉันโทรมาบอกว่า "เปาลายังไม่กลับบ้าน"

21:33.292 --> 21:36.586
พี่เขยฉันก็คิดว่ามันแปลก เขาเลยแจ้งตำรวจ

21:36.670 --> 21:38.130
(โอลกา ออสปินา อิลเลรา
แม่เปาลา)

21:38.213 --> 21:42.384
พอฉันไปถึง ที่นั่นวุ่นวายไปหมด
ฉันตามหาเธอจนทั่ว

21:42.467 --> 21:45.721
ขณะที่แม่ของเปาลา
ตามหาเธออย่างกระวนกระวาย

21:45.804 --> 21:47.973
สงสัยว่าลูกหายไปไหน

21:48.557 --> 21:53.353
ก็มีผู้ชายเดินจูงสุนัข
ตามแนวแม่น้ำอีสต์ริเวอร์ ใกล้ๆ สะพานลอย

21:53.437 --> 21:56.898
เขาพบศพเด็กสาวตัวเล็กๆ ถูกแทง

21:57.524 --> 22:01.987
ถูกรัดคอ ถูกทำร้าย ถูกข่มขืน

22:02.070 --> 22:05.115
เด็กสาวคนนั้นคือเปาลา อิลเลรา

22:05.198 --> 22:07.743
พบศพห่างจากบ้านไปสิบช่วงตึก

22:08.702 --> 22:10.871
(พบศพเปาลา)

22:10.954 --> 22:14.750
ฉันหวังไว้ว่าเธอจะยังไม่ตาย

22:15.751 --> 22:20.213
แล้วพี่เขยก็บอกว่า "โอลกา เปาลาตายแล้ว"

22:22.007 --> 22:25.260
ฉันกรีดร้องบอกว่า "โกหก

22:25.344 --> 22:29.014
โกหกฉันทำไม ทำแบบนี้กับฉันทำไม"

22:30.015 --> 22:33.101
แล้วพี่ชายก็เข้ามาบอกว่า "เรื่องจริง

22:34.227 --> 22:35.854
เธอเสียไปแล้ว"

22:43.904 --> 22:46.156
หลังจากพบศพเปาลา

22:46.239 --> 22:50.327
สายสืบก็สอบปากคำพยาน
ทั้งตึกเลขที่ 420 ถนนตะวันออก 111

22:50.410 --> 22:54.956
ซึ่งเป็นที่อยู่ของเปาลา เคาะทุกห้องเลยจริงๆ

22:55.040 --> 22:57.334
หนึ่งในห้องที่เคาะเรียก
คืออะพาร์ตเมนต์ห้อง 1910

22:58.502 --> 23:01.838
คนหนึ่งที่ตำรวจได้คุยด้วย
เป็นผู้ชายชื่อแอรอห์น วอร์ฟอร์ด

23:01.922 --> 23:04.424
ตอนตำรวจให้เขาดูรูปเปาลา

23:04.508 --> 23:08.261
เขาบอกว่า
"ครับ ผมเจอเธอ ผมขึ้นลิฟต์มากับเธอ"

23:08.345 --> 23:09.971
เขาออกจากลิฟต์ที่ชั้นของตัวเอง

23:10.806 --> 23:14.434
แล้วเธอก็ขึ้นลิฟต์ต่อไป เขาให้การว่าอย่างนั้น

23:15.227 --> 23:18.188
ตอนนั้น เขามีประวัติปล้นชิงทรัพย์

23:18.271 --> 23:19.940
แต่ไม่ใช่อาชญากรรมรุนแรง

23:20.023 --> 23:24.486
ตำรวจพบว่าเขาเปิดเผย เชื่อว่าเขาพูดจริง

23:24.569 --> 23:27.072
พร้อมให้ข้อมูล คุยดีด้วย

23:27.155 --> 23:31.827
เลยไม่คิดว่าคนแบบนั้น
จะก่อเหตุฆาตกรรมครั้งนั้นได้

23:32.994 --> 23:35.664
เธออยู่ตึกเดียวกับแอรอห์น

23:35.747 --> 23:38.375
แต่ก็ไม่มีหลักฐานที่จะโยงไปมากกว่านั้น

23:42.963 --> 23:45.715
สายสืบพยายามเก็บหลักฐานทางนิติเวช

23:46.383 --> 23:51.930
แล้วก็เจอเส้นขนจำนวนหนึ่ง
ที่กางเกงใน ใต้กางเกงยีนส์

23:52.514 --> 23:57.561
ขนปริศนาที่พบถูกส่งไปที่แล็บนิติเวช

23:57.644 --> 23:58.687
ณ ตอนนั้น

23:59.271 --> 24:04.484
ผลตรวจได้แค่ประเภทของเส้นขน

24:04.568 --> 24:08.905
ว่ามาจากชายผิวดำ

24:09.614 --> 24:11.324
ผลตรวจบอกได้แค่นั้น

24:12.033 --> 24:14.286
สายสืบ อย่างน้อยก็ ณ ตอนนั้น

24:14.369 --> 24:18.123
ไม่ได้มีข้อมูลอะไรมาก ไม่มีเบาะแสเลย

24:18.623 --> 24:19.875
คดีก็เลยไขไม่ได้

24:20.792 --> 24:23.420
(ปี 1991)

24:25.839 --> 24:28.717
(ปี 1999)

24:28.800 --> 24:29.759
(เราต้องการความยุติธรรม)

24:30.385 --> 24:32.304
หลังจากที่เราย้อนดูคดีเปาลา

24:32.387 --> 24:37.392
เราก็ได้รู้ว่าคนสุดท้าย
ที่ได้พบเห็นเปาลาตอนมีชีวิต

24:38.477 --> 24:40.437
ย้อนไปปี 1991 ตอนสอบพยาน

24:40.520 --> 24:42.898
เป็นผู้ชายชื่อแอรอห์น วอร์ฟอร์ด

24:43.982 --> 24:47.110
สายสืบอีกคนในหน่วยเฉพาะกิจบอกว่า

24:47.194 --> 24:52.407
"สกอตตี้ แอรอห์น คี
อยู่อะพาร์ตเมนต์ไหน" ผมก็ตอบไป

24:53.158 --> 24:57.245
เขาก็สังเกต
"นั่นมันตึกเดียวกันกับแอรอห์น วอร์ฟอร์ด"

24:57.871 --> 25:01.833
เราค้นชื่อแอรอห์น วอร์ฟอร์ด
ในฐานข้อมูลกรมตำรวจนิวยอร์ก

25:01.917 --> 25:05.337
เราหาความเชื่อมโยงกับคีได้

25:05.879 --> 25:08.256
ซินเธีย คีเป็นแม่ของแอรอห์น คี

25:08.340 --> 25:12.010
กลายเป็นว่าวอร์ฟอร์ด
คือนามสกุลพ่อของแอรอห์น คี

25:13.637 --> 25:14.721
การค้นพบนี้…

25:14.804 --> 25:17.182
"พระเจ้า แอรอห์น วอร์ฟอร์ด

25:17.766 --> 25:23.396
คนเดียวกับแอรอห์น คี
เป็นคนสุดท้ายที่ได้เจอเปาลาเป็นๆ"

25:23.480 --> 25:27.317
"พระเจ้า แอรอห์น คีคือคนสุดท้าย

25:27.400 --> 25:33.114
ที่ได้คุยกับผู้ตายในคดีปี 1997
ก่อนที่เธอจะหายตัวไป"

25:33.198 --> 25:34.574
เราสับสนไปหมดเลย

25:38.370 --> 25:42.249
เรารู้ว่าคดีนี้ร้ายแรง
แต่หลังจากที่มีฆาตกรรมสองศพเข้ามาในแบบแผน

25:42.332 --> 25:44.668
มันก็อาจจะร้ายแรงยิ่งกว่าที่เราคิด

25:44.751 --> 25:49.130
ผมบอกได้อย่างมั่นใจ
ในฐานะผู้ส่งฟ้องคดีอาญาในแมนแฮตทัน

25:49.214 --> 25:51.383
ว่ามีคดีทางเพศมากมาย

25:51.466 --> 25:53.927
ไม่ใช่แค่ในฮาร์เลมตะวันออก แต่ทั่วเมือง

25:54.553 --> 25:57.931
แต่ฆาตกรต่อเนื่อง โชคยังดีที่หายากมากๆ

25:58.014 --> 26:02.519
แต่ ณ วินาทีนั้น มันก็ชัดเจนว่าเขาคือหนึ่งในนั้น

26:05.063 --> 26:08.733
ทุกคนความดันขึ้นกันหมด ทุกคนอยากไปลุย

26:08.817 --> 26:10.235
"ไปจับหมอนี่กัน"

26:11.152 --> 26:15.699
แต่เราก็ต้องหักห้ามใจ เพราะยังมีช่องโหว่

26:15.782 --> 26:18.827
เราต้องอุดมันให้หมด ก่อนที่จะไปใส่กุญแจมือเขา

26:20.203 --> 26:24.958
เราต้องการตัวอย่างดีเอ็นเอจากเขา
สิ่งที่เรารู้ว่าเป็นของเขา

26:25.041 --> 26:28.587
ที่เราจะเทียบกับตัวอย่างในที่เกิดเหตุได้

26:28.670 --> 26:31.506
คำถามก็คือ "เราจะเอามายังไง"

26:36.177 --> 26:40.807
วิธีเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอที่ถูกกฎหมาย
วิธีหนึ่งคือเก็บจากสิ่งของที่ถูกทิ้ง เราเลยคิดว่า

26:40.890 --> 26:44.728
"ถ้าเราคอยเฝ้าระวังคี แล้วสะกดรอยตามเขา

26:44.811 --> 26:47.856
รอให้เขาถ่มน้ำลายลงพื้นทางเท้าล่ะ

26:48.440 --> 26:52.611
หรือรอให้เขาซื้อกาแฟ แล้วโยนทิ้งถังขยะ"

26:53.737 --> 26:58.491
เราอาจจะโยงวัตถุบางชิ้นที่เคยสัมผัสตัวเขา

26:58.575 --> 27:01.870
กับตัวอย่างดีเอ็นเอจากวัตถุนั้นได้

27:01.953 --> 27:04.247
แล้วนำไปเทียบกับตัวอย่างในที่เกิดเหตุ

27:04.956 --> 27:09.044
เราให้หน่วยชำนาญการพิเศษ
จากกรมตำรวจนิวยอร์ก

27:09.628 --> 27:13.673
ติดกล้องนอกประตูห้องเขา
เราจะได้เห็นเขาเข้าออก

27:15.675 --> 27:17.927
เราไม่มีวันรู้แน่ชัด แต่…

27:18.428 --> 27:22.223
ข้อสงสัยของเราคือ
เขารู้ว่าตัวเองถูกสะกดรอยตาม

27:23.016 --> 27:25.560
ช่วงเวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์

27:25.644 --> 27:28.480
แอรอห์น คีไม่ได้ทิ้งอะไรบนทางเท้าเลย

27:28.563 --> 27:32.859
แต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ เขาก็ไปก่อคดีอีกครั้ง

27:32.942 --> 27:34.653
ที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง

27:34.736 --> 27:37.280
จากคดีที่เราสืบสวนเขาอยู่

27:38.281 --> 27:41.159
แอรอห์นเป็นโจรลักขโมยต่อเนื่องด้วย

27:41.242 --> 27:44.162
เขาสนใจอิเล็กทรอนิกส์ เขาสนใจคอมพิวเตอร์

27:45.163 --> 27:49.334
เขาไปร้านขายส่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

27:49.417 --> 27:50.919
เขาซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่

27:52.045 --> 27:56.049
เขาเอาคอมพิวเตอร์เครื่องเก่า
ใส่กล่องบรรจุเครื่องใหม่

27:56.549 --> 28:00.053
แล้วเนียนเอาไปคืนว่าเป็นเครื่องใหม่

28:00.595 --> 28:03.598
เขาจะบอกว่า
"คุณขายของพังให้ผม ผมขอเงินคืน"

28:03.682 --> 28:05.975
แล้วมันก็หลอกใครไม่ได้เลย

28:07.977 --> 28:10.271
ร้านแจ้งตำรวจจากโรงพักมิดทาวน์เหนือ

28:10.355 --> 28:12.816
ตำรวจก็มารับตัว จับกุมเขา

28:13.858 --> 28:16.778
พอเราตั้งหลักได้
จากความเซอร์ไพรส์ที่เรื่องนี้เกิดขึ้น

28:17.320 --> 28:22.117
เราก็คิดได้ว่านี่คือโอกาสดีมากๆ
ที่จะได้ตัวอย่างดีเอ็นเอจากคี

28:22.200 --> 28:23.618
(ฮาร์เลมตะวันออก)

28:23.702 --> 28:28.415
ผมกับโจล พอตเตอร์
ขับรถไปมิดทาวน์เหนือ เขาอยู่ที่นั่น

28:28.498 --> 28:30.959
น่าเสียดายที่เขาถูกปล่อยตัวไปแล้ว

28:31.042 --> 28:33.962
เขาถูกแจ้งข้อหา
แล้วส่งกลับบ้าน ตำรวจคุมตัวไว้ไม่ได้

28:35.422 --> 28:39.092
พอตเตอร์คุยกับตำรวจ
ที่เฝ้าเวรห้องขังคืนนั้น เขาถามว่า

28:39.175 --> 28:42.429
"คุณได้ให้อาหารผู้ต้องขังคืนนี้ไหม"
เขาก็ตอบว่า "ใช่ครับ"

28:42.512 --> 28:44.639
"มีแก้วกาแฟหรืออะไรพวกนี้ไหม" "มีครับ"

28:44.723 --> 28:47.517
เขาก็เลยเก็บแก้วกาแฟทุกใบ

28:47.600 --> 28:49.728
ที่อยู่ในห้องขัง แล้วเอามาด้วย

28:50.687 --> 28:55.108
เรารีบไปทำหลักฐานที่สำนักงานแพทย์ชันสูตร

28:55.608 --> 28:58.236
ทางนั้นทิ้งทุกงาน แล้วเริ่มตรวจให้เลย

28:59.237 --> 29:01.781
สมัยนี้มันใช้เวลาไม่กี่นาที

29:01.865 --> 29:03.658
แต่เมื่อก่อนต้อง 72 ชั่วโมง

29:03.742 --> 29:05.660
แต่เราก็สบายใจเพราะคิดว่า

29:05.744 --> 29:08.621
"เรามีกล้องนอกประตู
เราเฝ้าสังเกตการณ์เขาอยู่"

29:12.959 --> 29:15.462
(วันที่ 12 กุมภาพันธ์ ปี 1999
สี่วันหลังคีถูกจับกุมข้อหาลักทรัพย์)

29:16.713 --> 29:19.382
วันที่ 12 กุมภาพันธ์ ผลตรวจออกแล้ว

29:20.467 --> 29:22.594
ข่าวดีคือเจอดีเอ็นเอตรงกัน

29:23.595 --> 29:26.556
แก้วหนึ่งในนั้นมีโปรไฟล์ดีเอ็นเอ

29:26.639 --> 29:28.391
ที่ตรงกับตัวอย่างจากที่เกิดเหตุ

29:28.475 --> 29:32.896
ข่าวร้ายคือห้องขังที่แอรอห์น คีอยู่คนเดียว

29:32.979 --> 29:36.649
แก้วนั้นไม่ตรงกับตัวอย่างในที่เกิดเหตุ

29:36.733 --> 29:38.735
เราสับสนสุดๆ เลย

29:38.818 --> 29:40.528
เราคิดไม่ออกว่าทำไม

29:41.654 --> 29:45.366
เราเจอคนที่อยู่ห้องขังข้างคี

29:45.450 --> 29:46.618
เราสอบปากคำเขา

29:46.701 --> 29:49.871
เราถามเขาเรื่องคนห้องข้างๆ

29:49.954 --> 29:53.583
เขาบอกว่า "หมอนั่นน่ารำคาญสิ้นดี

29:53.666 --> 29:57.670
เขาทุบห้องขังผมตลอด ผมก็เลยถามว่า

29:57.754 --> 30:01.216
'นายจะเอาอะไร'
เขาก็ตอบว่า 'แลกแก้วกับฉัน'"

30:02.509 --> 30:03.510
แล้วเขาก็แลก

30:04.010 --> 30:08.097
สุภาพบุรุษท่านนั้นยินยอมให้เรา
เก็บตัวอย่างดีเอ็นเอโดยการสวอบช่องปาก

30:08.181 --> 30:12.143
แล้วดีเอ็นเอก็ตรงกับแก้วในห้องขังแอรอห์น คี

30:12.227 --> 30:14.604
เขาพูดความจริง 100 เปอร์เซ็นต์

30:16.314 --> 30:18.566
ทุกคนดีใจกันมาก เพราะว่า

30:18.650 --> 30:21.486
"โอเค ปริศนาชิ้นสุดท้าย

30:21.569 --> 30:24.072
มันไม่ใช่ปริศนาอีกต่อไปแล้ว"

30:24.155 --> 30:28.368
เราตัดสินใจ โดยดูรวมกับหลักฐานชิ้นอื่นๆ

30:28.451 --> 30:32.914
ที่เราใช้โยงคีกับคดีเหล่านั้นได้
ว่า "ถึงเวลาไปจับกุมเขาแล้ว"

30:34.624 --> 30:35.625
แต่เราก็ช้าเกินไป

30:38.628 --> 30:39.879
เขาฉลาดมากๆ

30:39.963 --> 30:43.341
เขารู้เรื่องกล้องนอกบ้าน เขาแกะทิ้ง ทำลายทิ้ง

30:43.424 --> 30:45.343
หลบกล้องวงจรปิด หนีหายตัวไป

30:47.345 --> 30:49.138
เรารู้ว่ารับมือกับคนอันตราย

30:49.222 --> 30:52.684
เขาอาจจะมีปืน มีอาวุธ เราไม่รู้

30:52.767 --> 30:57.397
เราทุกคนทำงานตลอดคืน
จนถึงวันรุ่งขึ้นเพื่อตามหาตัวเขา

30:59.941 --> 31:02.819
เราสืบทราบว่าเขามีแฟนอยู่ในบรุกลิน

31:03.570 --> 31:05.321
เธอชื่อแอนเจลิค

31:05.530 --> 31:06.531
(บรุกลิน)

31:06.614 --> 31:07.824
เธออายุ 16

31:09.242 --> 31:12.412
เราก็เลยติดต่อไปหาแม่ของแอนเจลิค

31:13.288 --> 31:17.500
แอรอห์น คีมารับลูกสาวเธอไป
แล้วเธอก็ตามไปโดยสมัครใจ

31:18.501 --> 31:20.587
แม่ไม่รู้ว่าพวกเขาจะไปไหนกัน

31:22.213 --> 31:28.303
แอรอห์น คีตอนนั้นอายุ 28-29
แต่เขาหน้าเด็กกว่านั้นมาก

31:28.803 --> 31:32.891
เราเห็นได้เลยว่าทำไมพ่อแม่ถึงสบายใจกับเขา

31:32.974 --> 31:38.146
เขายิ้มสวย เขาสุภาพ
เขามาพาลูกสาวคุณไปเดต

31:38.229 --> 31:40.899
พ่อแม่ไม่มีเหตุผลอะไรเลย

31:41.524 --> 31:44.694
ที่ควรสงสัยว่าจะเกิดอะไรขึ้น

31:46.070 --> 31:49.115
แต่เขาเป็นฆาตกรและโจรข่มขืนต่อเนื่อง

31:52.035 --> 31:55.914
เด็กสาวอายุ 16 สำหรับแอรอห์น คี
นั่นคือสเปกเหยื่อของเขาเป๊ะเลย

31:56.831 --> 32:01.544
เรากังวลมากๆ ว่าเธอจะเป็นเหยื่อรายต่อไป

32:01.628 --> 32:06.424
(คนหาย แอนเจลิค สตอลลิงส์)

32:08.301 --> 32:13.181
ตำรวจทุ่มเทอย่างมากในการตามจับแอรอห์น คี

32:14.307 --> 32:18.061
ตอนนี้เรื่องกลายเป็นข่าวไปทั่ว

32:18.645 --> 32:20.521
ตำรวจนิวยอร์กกล่าวว่าผลตรวจดีเอ็นเอโยงเขา

32:20.605 --> 32:24.651
กับคดีฆาตกรรมราชีดา วอชิงตัน
วัย 17 ปี และคดีข่มขืนอีกสองคดี

32:24.734 --> 32:26.778
เขายังเป็นผู้ต้องสงสัยในฆาตกรรมอีกสองคดี

32:26.861 --> 32:31.074
และกลัวว่าเขาจะได้ลักพาตัว
แอนเจลิค สตอลลิงส์ วัย 16 ปี จากบรุกลิน

32:32.700 --> 32:36.496
เราสืบเจอว่าคีมีแฟนหลายคน

32:38.122 --> 32:43.086
วันต่อมา แม่ของแฟนเขาคนหนึ่ง

32:43.169 --> 32:45.588
ที่พักอาศัยอยู่ตึกเดียวกันกับคี

32:47.548 --> 32:50.802
เธอเห็นข่าวแล้วแสดงตัว

32:50.885 --> 32:52.887
เธอติดต่อมาช่วยเรา

32:54.055 --> 32:58.226
เธอบอกเราว่าเขามองเธอเป็นเหมือนแม่

32:58.309 --> 33:00.520
จริงๆ เขาเรียกเธอว่า "แม่" ด้วย

33:01.270 --> 33:03.439
เธอติดต่อกับคีได้

33:03.523 --> 33:04.565
เขาโทรหาเธอ

33:07.276 --> 33:08.569
ผมไปที่บ้านเธอ

33:08.653 --> 33:11.781
เธอให้เบอร์โทรศัพท์ที่บันทึกเอาไว้

33:11.864 --> 33:16.327
ผมก็เลยให้ฝ่ายเทคนิคตามหาสัญญาณการโทรทันที

33:16.411 --> 33:19.247
แล้วก็ไปเจอตู้โทรศัพท์

33:19.330 --> 33:23.960
อยู่หน้าตึกที่ชื่อว่า
โรงแรมไมแอมีซัน กลางเมืองไมแอมี

33:25.003 --> 33:28.297
เที่ยวบินแรกเช้าวันต่อมา
เราก็ขึ้นเครื่องบินไปไมแอมี

33:30.883 --> 33:35.346
เราแจ้งกรมตำรวจไมแอมีให้ล่วงหน้าไปก่อนแล้ว

33:36.222 --> 33:38.599
เราไปที่โรงแรมไมแอมีซัน

33:38.683 --> 33:41.102
แล้วเราก็ตั้งหน่วยสังเกตการณ์หน้าตึก

33:41.185 --> 33:42.812
ด้วยหวังว่าเขาจะออกมา

33:47.233 --> 33:50.778
ไม่ถึงห้านาทีต่อมา เขาก็เดินลงมาตามถนน

33:50.862 --> 33:52.780
โชคดีที่แอนเจลิคอยู่กับเขาด้วย

33:52.864 --> 33:55.450
เราก็เลยบุกเข้าไปที่ล็อบบี้ของโรงแรม

33:55.533 --> 33:57.368
แต่เขาหนีขึ้นข้างบนไปแล้ว

33:57.452 --> 33:58.745
ผมก็เริ่มขึ้นบันได

33:58.828 --> 34:02.457
จ่าของหน่วยสืบสวนฆาตกรรมไมแอมี
มองผมแล้วถามว่า "คุณจะไปไหน"

34:02.540 --> 34:05.293
ผมบอกว่า "เราจะไปจับเขา"
เขาบอก "ไม่ต้องๆ

34:05.376 --> 34:07.378
เราจะเรียกหน่วยสวาทเข้ามา"

34:09.130 --> 34:10.715
ผ่านไปไม่กี่นาที

34:10.798 --> 34:14.218
ก็มีมือซุ่มยิงอยู่บนดาดฟ้าอีกสองตึกข้างๆ

34:14.302 --> 34:16.679
กับเฮลิคอปเตอร์บินวนอยู่เหนือตึก

34:16.763 --> 34:20.641
แล้วหน่วยสวาทไมแอมีก็ถือไรเฟิลยาวเข้ามา

34:21.434 --> 34:23.061
ในวิทยุ ผมได้ยินเขาคุยกัน

34:23.644 --> 34:27.940
"เอาล่ะ ชั้นสองไม่เจอ เอาล่ะ ชั้นสามไม่เจอ"

34:28.900 --> 34:32.195
ไม่กี่นาทีต่อมา ผู้หมวดก็ลงบันไดมา

34:32.278 --> 34:34.072
เขาได้ตัวแอรอห์น ใส่กุญแจมือ

34:34.906 --> 34:35.740
สวัสดีค่ะ

34:35.823 --> 34:40.912
โรงแรมรังหนูในไมแอมี
คือสุดทางของผู้ต้องสงสัยหนีคดีฆ่าข่มขืน

34:40.995 --> 34:44.457
ตำรวจแจ้งว่าโยงเขากับคดีฆาตกรรม
ได้อย่างน้อยหนึ่งคดี ข่มขืนอีกสอง…

34:44.540 --> 34:46.000
ผมมองแอรอห์น คี

34:46.084 --> 34:47.835
เขาร้องไห้ออกมาจริงๆ

34:47.919 --> 34:50.379
เขาบอกว่า "ผมขอโทษ"

34:50.463 --> 34:52.131
(จับผู้ต้องสงสัยหนีคดี
นิวยอร์ก - ไมแอมี)

34:52.215 --> 34:57.345
ผมอยากเป็นคนที่จับตัวเขาเข้ามาเอง

34:57.428 --> 35:02.475
โดยเฉพาะหลังจากที่เขาเคยรอดจากผมไปได้

35:03.142 --> 35:07.980
เมื่อเดือนกันยายน ปี 97
ในคดีฆ่าเผาศพเด็กสาวบนดาดฟ้า

35:08.064 --> 35:11.317
ไม่ใช่ทุกคนหรอกที่จะได้เป็นเจ้าหน้าที่ผู้จับกุม

35:11.400 --> 35:13.528
แต่ก็ไม่ได้แปลว่าคุณไม่อยู่ในทีม

35:13.611 --> 35:18.074
เราอยู่ในทีม แล้วผมก็โล่งอกมากๆ

35:19.992 --> 35:23.412
เราดีใจที่เขาถูกควบคุมตัวได้

35:24.288 --> 35:26.999
ที่ดีใจยิ่งกว่าคือแฟนเขายังไม่ตาย

35:32.213 --> 35:37.135
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงผมกับจอห์นก็รีบจองตั๋ว

35:37.218 --> 35:40.596
ตามไปหาร็อบ มูนีย์ในไมแอมี

35:42.431 --> 35:45.101
ตอนนี้เราต้องพยายามสอบปากคำแอรอห์น

35:51.482 --> 35:53.359
ผมกับสายสืบอีกคนเข้าไปในห้อง

35:53.442 --> 35:58.781
เราเริ่มคุยกับเขา เขาไม่ตอบสนองอะไรเลย

35:58.865 --> 36:02.285
ไม่ส่งเสียงใดๆ ไม่ว่าผมจะพูดอะไรกับเขา

36:02.368 --> 36:03.661
เขาเงียบไปเฉยๆ

36:05.496 --> 36:09.375
ผมกดดันเขาเรื่องราชีดา กับอีกคดีที่สกอตต์ทำ

36:09.458 --> 36:11.711
แล้วผมก็กดดันเขาเรื่องคดีข่มขืน

36:11.794 --> 36:14.839
เขาก็ตอบแค่
"ผมไม่รู้ว่าคุณพูดเรื่องอะไร ผมไม่ได้ทำ"

36:14.922 --> 36:18.176
ผมบอกว่า "ฟังนะ เราได้ดีเอ็นเอของนาย

36:18.259 --> 36:20.761
เราได้มาวิธีนี้ มันอยู่ตรงนี้

36:21.262 --> 36:24.432
นี่ไม่ใช่การเดา นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ"

36:27.018 --> 36:30.313
เขาขอทนาย แล้วก็หมอบลงฟุบกับโต๊ะ

36:30.396 --> 36:31.439
จบแค่นั้นเลย

36:31.522 --> 36:33.733
เขาไม่พูดอีกเลยสักคำตลอดคืนนั้น

36:33.816 --> 36:36.777
(กรมตำรวจไมแอมี)

36:38.279 --> 36:40.406
ดึกแล้ว น่าจะประมาณห้าทุ่มเที่ยงคืน

36:41.616 --> 36:46.495
แอนเจลิค สตอลลิงส์ แฟนที่เขาพามาไมแอมี

36:46.579 --> 36:48.372
ก็อยู่ที่โรงพักกับเรา

36:48.456 --> 36:51.000
คู่หูมาหาผมแล้วบอกว่า "ฟังนะ

36:51.083 --> 36:54.837
แอนเจลิคอยากเข้าไปลาเขา"

36:54.921 --> 36:58.007
ผมก็บอกว่า
"เธอเป็นเด็กอายุ 16 เขาเป็นนักฆ่าข่มขืน"

36:58.633 --> 37:01.552
ผมคิดว่าไม่ใช่ความคิดที่ดี

37:01.636 --> 37:03.763
"ผมขอไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้"

37:03.846 --> 37:06.641
แต่จอห์นกับริชก็คุยอยู่ด้วยกัน

37:06.724 --> 37:09.810
พวกเขาบอกว่า "ไม่หรอก ให้เธอเข้าไปเถอะ"

37:11.520 --> 37:14.357
แอนเจลิคก็เลยเข้าไปในห้องกับเขา

37:15.942 --> 37:18.527
พอเขาเห็นเธอ เธอก็ถามเขาว่า

37:19.862 --> 37:21.989
"ที่รัก คุณทำอะไร"

37:22.782 --> 37:25.117
แล้วเขาก็พูดทุกอย่างเลย

37:25.701 --> 37:28.663
เขาสารภาพทุกคดีกับเธอ

37:28.746 --> 37:31.791
เขาบอกแฟนว่าเขาเสียใจ

37:33.417 --> 37:36.212
บอกว่าเขามีแรงกระตุ้น

37:36.295 --> 37:39.507
เขาคุมแรงกระตุ้นนั้นไม่ได้
มันทำให้เขาทำอะไรต่างๆ

37:40.466 --> 37:43.469
เธอก็สับสนอย่างที่เข้าใจได้

37:43.552 --> 37:46.472
แล้วก็สะเทือนใจมากๆ ด้วย

37:47.807 --> 37:49.684
จากเรื่องที่เกิดขึ้นกับคี

37:50.726 --> 37:52.478
แต่เธอเป็นเด็กฉลาดมากๆ

37:53.688 --> 37:57.024
ใจนิ่งมากสำหรับเด็กอายุเท่านี้

37:57.108 --> 38:00.611
ที่มาเจอสถานการณ์แบบนี้

38:00.695 --> 38:03.990
ซึ่งโชคดีที่มีมนุษย์น้อยมากที่เคยเจอ

38:05.700 --> 38:08.911
โชคดีที่เขาคายทุกอย่าง บอกเธอหมดเปลือก

38:09.704 --> 38:12.039
ทุกคนดีใจกันมากๆ

38:12.123 --> 38:15.042
ความสำคัญของสิ่งที่เขาพูด ก็เห็นกันชัดเจน

38:15.126 --> 38:18.587
ผมคิดว่านี่คือหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่เขาพูดความจริง

38:19.797 --> 38:24.051
เรารู้ว่าแอนเจลิค สตอลลิงส์
จะมีความสำคัญอย่างมากในชั้นไต่สวน

38:28.431 --> 38:33.686
คดีนี้เหมือนเริ่มต้นใหม่หลังเขาถูกจับ

38:34.186 --> 38:37.606
เพราะตอนนี้มีเรื่องส่งตัวกลับนิวยอร์ก

38:39.108 --> 38:41.444
เราต้องเตรียมรูปคดีส่งศาล

38:41.527 --> 38:43.821
นี่คือคดีใหญ่มากๆ

38:44.572 --> 38:48.117
ขณะที่เราทำรูปคดี เตรียมการไต่สวน

38:48.617 --> 38:52.371
ผู้หญิงคนที่แม่เธอช่วยเรา

38:52.455 --> 38:55.082
ตามตัวคีระหว่างทางไปไมแอมี

38:55.166 --> 39:00.004
ก็บอกเราว่า
เขาเคยเล่าเรื่องข่มขืนผู้หญิงเมื่อปี 1998

39:00.087 --> 39:02.965
กับหญิงสาวอีกคนเมื่อปี 1994

39:03.049 --> 39:06.886
ในโครงการเคหะละแวกเดียวกับคดีอื่นๆ

39:07.428 --> 39:10.431
ผลตรวจดีเอ็นเอที่เจอ
ในคดีเหล่านั้นก็ตรงกับแอรอห์น

39:13.059 --> 39:16.729
ขณะที่ดีเอ็นเอของแอรอห์น คี
ตรงกับคดีฆาตกรรมราชีดา วอชิงตัน

39:16.812 --> 39:18.272
กับคดีข่มขืนอีกสี่คดี

39:19.023 --> 39:24.070
แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานกายภาพ
ที่โยงเขากับคดีเปาลาได้

39:26.072 --> 39:28.324
เราไปขอคำสั่งศาล

39:28.949 --> 39:33.829
ขอเก็บตัวอย่างเส้นขนกับคี

39:34.872 --> 39:38.042
นายคีถูกพาตัวมาหาฉันที่สำนักงานแพทย์ชันสูตร

39:38.125 --> 39:40.628
ฉันก็อธิบายว่าฉันจะทำอะไร

39:42.505 --> 39:45.299
เขาก็มองฉัน

39:46.801 --> 39:48.928
แบบนั้นเลย เหมือนเจ้าหญิงไดอานา

39:50.554 --> 39:54.225
เขาบอกว่า
"ไม่เป็นไร คุณ ทำตามที่ต้องทำเลย"

39:55.726 --> 39:59.647
แอรอห์น คีก็ค่อนข้างหล่อนะ

40:00.898 --> 40:02.441
แอรอห์น คีมีเสน่ห์

40:02.525 --> 40:04.527
แอรอห์นคีฉลาดด้วย

40:06.529 --> 40:10.699
นี่คืออาวุธของเขาในการล่อลวงเด็กสาว

40:12.118 --> 40:13.494
และฆ่าเด็กสาว

40:14.954 --> 40:16.997
เขาเป็นผู้ชายที่อันตรายมากๆ

40:19.667 --> 40:23.170
(พฤษภาคม ปี 1999
สามเดือนหลังคีถูกจับกุม)

40:23.254 --> 40:25.756
เราวิเคราะห์ดีเอ็นเอจากเส้นขนของคี

40:25.840 --> 40:30.594
เทียบกับเส้นขนที่เราได้จากศพเปาลา

40:32.680 --> 40:34.765
แล้วมันก็ตรงกันเป๊ะ

40:35.933 --> 40:41.772
ตอนนี้เราตั้งข้อหา
ฆาตกรรมสามศพ กับข่มขืนได้อีกสี่

40:43.858 --> 40:47.111
ผมกับมูนีย์จะพาเขากลับไปเกาะไรเกอร์ส

40:48.320 --> 40:53.868
ผมไม่ได้เจอเขา
ตั้งแต่สอบปากคำต่อหน้าเมื่อปี 97

40:54.452 --> 40:57.455
เขาจำผมได้ทันที เขาจริงใจกับผมมาก

40:57.538 --> 41:01.208
ผมได้โอกาสใส่กุญแจมือเขา

41:02.918 --> 41:05.004
เราจับเขาขึ้นรถ ผมนั่งเบาะหลังกับเขา

41:05.754 --> 41:07.173
ร็อบ มูนีย์ก็ขับไป

41:07.256 --> 41:08.674
ผมบอกว่า "รู้ไหม เอซ

41:09.925 --> 41:13.304
อีก 20 ปีข้างหน้า ฉันคงเกษียณไปนานแล้ว

41:14.138 --> 41:15.973
แต่นายจะติดคุกตลอดชีวิตที่แอตติกา

41:17.266 --> 41:19.560
สักวันฉันจะมาเยี่ยมนาย

41:20.394 --> 41:22.229
แล้วนายจะบอกว่าจริงๆ มันเกิดอะไรขึ้น"

41:23.481 --> 41:25.274
แล้วเขาก็หัวเราะออกมา

41:25.357 --> 41:28.152
เขาบอกว่า "วากเนอร์ ผมไม่โดนเอาผิดหรอก

41:28.944 --> 41:31.655
เดี๋ยวเราก็ได้เจอกัน ผมจะเลี้ยงมื้อค่ำเอง"

41:31.739 --> 41:35.117
(ดีเอ็นเอโยงอดีตนักโทษข้อหาฆ่าข่มขืน)

41:35.201 --> 41:37.745
ตอนที่คีถูกจับกุมในไมแอมี

41:37.828 --> 41:39.038
มันก็ผ่านไปสิบปีแล้ว

41:39.121 --> 41:42.958
ที่โอลกาได้แต่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกสาว

41:45.544 --> 41:49.089
ทุกปี ฉันจะติดประกาศบอกว่า

41:49.673 --> 41:53.344
"ถ้าใครมีเบาะแส ช่วยแจ้งด้วย"

41:54.178 --> 41:58.098
ตอนได้ข่าว ฉันก็ขอบคุณพระเจ้า

41:58.182 --> 42:01.435
ที่ทรงยอมให้ฉันได้รู้ว่าใครทำ

42:03.687 --> 42:05.147
แอรอห์น คีเป็นปีศาจ

42:07.358 --> 42:09.235
นี่คือคำภาวนาที่ได้รับการตอบรับ

42:10.236 --> 42:13.155
ถ้าตำรวจหยุดเขาไม่ได้ ก็คงมีเหยื่ออีกราย

42:13.864 --> 42:17.493
ไม่มีชีวิตลูกสาวใครถูกพรากไปอีก

42:19.578 --> 42:21.413
ระหว่างเตรียมการไต่สวน

42:21.497 --> 42:25.292
นี่คือช่วงที่ลำบากมากๆ สำหรับอัยการ

42:26.544 --> 42:29.838
ในคดีนี้ เรามีเอกสารเป็นล้านฉบับ

42:29.922 --> 42:33.133
มีพยานประมาณ 140 กว่าคน

42:33.217 --> 42:34.927
เป็นงานที่น่ากลัวมาก

42:35.010 --> 42:39.682
บางวันริชไม่ได้กินอะไรเลยตลอดทั้งวัน

42:39.765 --> 42:41.100
ผมน้ำหนักลดไปเก้ากิโล

42:42.059 --> 42:46.397
ยังไงเราก็ต้องทำเต็มที่เท่าที่ทำได้

42:46.480 --> 42:50.276
เพื่อให้ครอบครัวได้สิ่งที่สมควรได้รับ

42:52.194 --> 42:56.490
(เมษายน ปี 1998 อายุ 13 เหยื่อข่มขืน 3
มีนาคม ปี 1994 อายุ 15 เหยื่อข่มขืน 4)

42:56.574 --> 42:59.076
(กันยายน ปี 1997 อายุ 19
เหยื่อฆาตกรรมบนดาดฟ้า)

42:59.159 --> 43:01.537
(มกราคม ปี 1991 อายุ 13
ฆาตกรรมเปาลา อิลเลรา)

43:01.620 --> 43:04.582
(กันยายน ปี 1998 อายุ 15
พาลาดิโนเฮาส์ เหยื่อข่มขืน 1)

43:04.665 --> 43:07.293
(มิถุนายน ปี 1998 อายุ 18
ฆาตกรรมราชีดา วอชิงตัน)

43:09.628 --> 43:12.214
เราเรียกพยานเกือบ 140 คน

43:12.298 --> 43:14.842
ผู้เสียหายสี่คนที่รอดตาย

43:16.010 --> 43:19.221
คือตัวแทนของความกล้าหาญที่ชัดเจนสุดๆ

43:21.473 --> 43:24.310
พวกเธอยังเป็นวัยรุ่น

43:26.103 --> 43:29.231
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่
ประสบการณ์ที่ง่ายสำหรับคนไหนเลย

43:30.399 --> 43:32.526
ทุกคนทำได้ยอดเยี่ยม

43:33.152 --> 43:36.196
สิ่งสำคัญมากๆ คือคณะลูกขุนได้เห็น

43:36.905 --> 43:41.368
ผลกระทบต่อมนุษย์จากสิ่งที่ชายคนนี้ทำ

43:41.952 --> 43:44.496
ครั้งแรกที่ฉันเจอแอรอห์น คีในศาลไต่สวน

43:44.580 --> 43:49.168
ฉันอยากกระโดดใส่เขา ฉันอยากฆ่าเขา

43:50.252 --> 43:54.423
ฉันนั่งอยู่ที่เดิมเสมอ แล้วเขาก็อยู่ตรงนั้น

43:55.591 --> 43:59.720
ฉันอยู่ในจุดที่มองเห็นเขาได้ชัดเสมอ

43:59.803 --> 44:02.514
เวลาพักศาล แล้วเจ้าหน้าที่พาตัวเขาไป

44:02.598 --> 44:04.808
เขาก็จะหยุดที่ประตู

44:04.892 --> 44:07.227
แล้วก็หันหลังกลับมามองฉัน

44:08.103 --> 44:10.397
เหมือนเขาจะบอกฉันว่า

44:10.481 --> 44:13.901
"คุณไม่มีทางพิสูจน์ได้หรอกว่าผมฆ่าลูกคุณ"

44:16.695 --> 44:20.074
แม้ทนายจะไม่แนะนำ แต่คีตัดสินใจขึ้นให้การเอง

44:21.575 --> 44:23.661
เขาขึ้นให้การอยู่สามวัน

44:24.662 --> 44:30.417
แก่นสำคัญของคำให้การของคี
เป็นนิยายวิทยาศาสตร์ที่น่าทึ่ง

44:30.501 --> 44:36.382
ว่าเขาบังเอิญเจอธุรกิจเก็บอวัยวะเถื่อน

44:36.465 --> 44:39.051
ที่ดำเนินโดย
สำนักงานแพทย์ชันสูตรของนิวยอร์กซิตี

44:40.344 --> 44:43.972
ซึ่งนี่คือเหตุผลที่เรา
ใส่ความเขาในคดีข่มขืนและฆาตกรรม

44:44.056 --> 44:45.474
เพื่อกำจัดเขาให้พ้นทาง

44:48.519 --> 44:50.729
ผมบอกตรงๆ เลยว่า
ไม่เคยเห็นอะไรแบบนั้นมาก่อน

44:52.272 --> 44:53.857
เขามองไปที่คณะลูกขุน

44:55.401 --> 44:58.946
เขานั่งอยู่ตรงนั้น แล้วเขาก็พูดด้วยท่าทีนิ่งๆ

45:00.239 --> 45:02.241
"ผมไม่ได้ฆ่าเปาลา"

45:03.075 --> 45:06.453
"ผมไม่ได้ฆ่าผู้ตายปี 97"

45:06.995 --> 45:08.706
"ผมไม่ได้ฆ่าราชีดา"

45:08.789 --> 45:10.624
"ผมไม่ได้ข่มขืนผู้หญิงพวกนั้น"

45:12.000 --> 45:13.544
เราได้เห็นทุกเครื่องมือ

45:13.627 --> 45:17.673
ที่เขาใช้ล่อลวงคนอื่นได้ผลมาตลอดหลายปี

45:17.756 --> 45:20.050
เขากำลังแสดงมันออกมา

45:20.134 --> 45:22.845
เขาสร้างความประทับใจแรกที่ยอดเยี่ยม

45:22.928 --> 45:26.807
(จำเลยฆ่าข่มขืนปฏิเสธความผิดในชั้นศาล)

45:28.058 --> 45:31.061
คณะลูกขุนพิจารณาอยู่สามวัน

45:31.145 --> 45:35.065
เมื่อการพิจารณาใช้เวลาสามวัน
เราจะเริ่มกังวล

45:36.608 --> 45:41.572
เราจะได้ยินเสียงที่ดังขึ้น

45:41.655 --> 45:45.451
แล้วเราก็จะเห็นสีหน้าของเจ้าหน้าที่ศาล

45:46.535 --> 45:50.372
ว่าการพิจารณามีความขัดแย้งในบางช่วง

45:51.290 --> 45:56.044
ใจเราจะเริ่มคิดทันที
ถึง 25 เรื่องที่เราอยากจะย้อนไปทำ

45:56.795 --> 45:59.465
นี่คือความรู้สึกที่ทำอะไรไม่ได้

46:00.883 --> 46:03.677
เราไม่โกหกครอบครัวผู้ถูกฆาตกรรม

46:04.595 --> 46:07.306
เราอยากบอกพวกเขาได้ตรงๆ

46:07.389 --> 46:09.224
อย่างที่เราพยายามเสมอ

46:09.308 --> 46:12.561
แต่เราก็ไม่อยากสร้างความแตกตื่นโดยไม่จำเป็น

46:13.061 --> 46:15.689
ถึงแม้ผมจะคิดว่าเราค่อนข้างแตกตื่นแล้วก็เถอะ

46:17.399 --> 46:20.402
(วันที่ 16 ธันวาคม ปี 2000
สามวันหลังคณะลูกขุนเริ่มพิจารณา)

46:20.486 --> 46:23.447
เจ้าหน้าที่ศาลออกมาส่งสัญญาณ

46:24.156 --> 46:27.159
ซึ่งในวงการนั้นแปลว่า "บรรลุคำตัดสินแล้ว"

46:28.118 --> 46:30.120
แล้วผมก็จำได้เลยว่า

46:30.871 --> 46:35.709
แบบ "พระเจ้า ได้เวลาแล้ว
มันกำลังจะจบแล้ว"

46:38.295 --> 46:41.548
แล้วเสมียนศาลก็เริ่มไล่ทีละข้อหา

46:42.132 --> 46:46.553
"ข้อหาแรก ฆาตกรรมราชีดา วอชิงตัน

46:46.637 --> 46:48.347
ฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

46:48.889 --> 46:49.890
คำตัดสินว่าอย่างไร"

46:54.061 --> 46:55.646
ข้อหาแรกมีความผิด

46:58.565 --> 47:00.025
ฉันยินดีสุดๆ

47:00.108 --> 47:04.780
ฉันดีใจจริงๆ ที่เขาถูกกำจัดไปจากท้องถนน

47:06.782 --> 47:08.951
ราชีดามีอิทธิพลจริงๆ

47:09.034 --> 47:13.205
กับเพื่อนๆ และคนที่ผ่านมาในชีวิตเธอ

47:13.789 --> 47:18.126
ฉันได้แต่จินตนาการว่าวันนี้เธอจะเป็นยังไง

47:21.255 --> 47:24.591
ผมได้ยินครอบครัวของราชีดา

47:24.675 --> 47:26.093
แล้วผมก็ได้ยิน…

47:27.886 --> 47:28.804
"ขอบคุณพระเจ้า"

47:29.304 --> 47:30.681
ในที่สุด เรื่องนี้ก็…

47:31.807 --> 47:33.600
- ในที่สุดมันก็จบ
- ใช่

47:33.684 --> 47:36.603
ตำรวจจับเขาได้ เขาถูกจับและตัดสินว่าผิดจริง

47:36.687 --> 47:38.480
เราก็รู้สึกโล่งใจ

47:38.564 --> 47:40.357
- แบบ "ขอบคุณพระเจ้า"
- ใช่

47:45.237 --> 47:47.781
ประกาศคำตัดสินไล่เหยื่อไปทีละคน

47:47.865 --> 47:50.075
เด็กสาวจากปี 1997

47:51.368 --> 47:55.455
ที่ศพถูกแอรอห์น คีทำลายด้วยการเผาไฟ

47:56.206 --> 47:57.374
นั่นก็มีความผิด

47:57.457 --> 48:04.006
แล้วพอถึงข้อหาเกี่ยวกับเปาลา ผม…

48:04.882 --> 48:06.091
ผมกังวลขึ้นมาเลย

48:06.800 --> 48:10.762
ตอนประกาศว่า
"มีความผิดข้อหาฆาตกรรม" ผมได้ยิน…

48:10.846 --> 48:17.477
ผมได้ยินโอลกากับครอบครัว ผมซาบซึ้งมากๆ

48:17.561 --> 48:22.774
ซาบซึ้งที่เธอได้มีช่วงเวลานั้น

48:23.984 --> 48:26.111
(หนุ่มฆ่าข่มขืนต่อเนื่องผิดจริง)

48:26.194 --> 48:28.071
(วิบากกรรมเจ็ดครอบครัวเหยื่อจบแล้ว)

48:28.155 --> 48:32.868
ตอนที่ประกาศคำตัดสิน
วันนั้นฉันเอารูปถ่ายเปาลามาด้วย

48:33.368 --> 48:35.996
ฉันพูดกับเขาว่า

48:36.079 --> 48:38.790
"แอรอห์น คี มองฉัน ฉันเป็นแม่เปาลา"

48:39.708 --> 48:43.795
ฉันถามว่า "ทำไมคุณต้อง
ก่อความเจ็บปวดนี้ ทำลงไปทำไม"

48:45.881 --> 48:49.134
เขาดูจะไม่แสดงออกถึง…

48:50.761 --> 48:54.222
ความเจ็บปวดหรือสำนึกผิดเลย
เราไม่เห็นสิ่งนั้นในตัวเขาเลย

48:55.474 --> 48:58.477
(ปีศาจเซ็กซ์ฮาร์เลมติดคุกตลอดชีวิต)

48:58.560 --> 49:02.064
แอรอห์น คีต้องโทษจำคุก
ในเรือนจำรัฐ 409 ปีถึงตลอดชีวิต

49:02.814 --> 49:05.317
เด็กสาวเจ็ดคนในเก้าปี

49:06.818 --> 49:08.070
ตายสามศพ

49:09.029 --> 49:10.322
ฉันคิดว่ายังมีอีก

49:18.080 --> 49:20.958
ผมมีความรู้สึกที่เลวร้าย

49:21.708 --> 49:25.212
ว่าถ้าผมไม่ได้พลาดอะไรไป

49:26.922 --> 49:28.715
เด็กสาวคนอื่นๆ คงไม่ถูกข่มขืน

49:28.799 --> 49:31.385
ราชีดาก็คงไม่ถูกฆ่า

49:34.179 --> 49:35.180
ผมพลาดอะไรไป

49:36.056 --> 49:38.558
มีบางอย่างที่ผมตั้งใจสังเกตกว่านี้ได้ไหม

49:38.642 --> 49:40.394
ผมไม่รู้ ผม…

49:40.477 --> 49:43.522
คำถามนั้นยังกวนใจผมอยู่จนวันนี้
แม้จะผ่านมาหลายปีแล้ว

49:46.483 --> 49:48.026
(ฆาตกรต่อเนื่องติดคุกตลอดชีวิตไม่มีปล่อยตัว)

49:48.110 --> 49:52.280
ความร้ายแรงของคดีนี้
กับความกว้างขวางยาวนาน

49:53.281 --> 49:56.159
ทำให้ทุกคนต้องตะลึง

49:58.745 --> 50:01.248
ทุกคดีทำลายจิตวิญญาณของเราทีละน้อย

50:01.748 --> 50:05.210
และในกรณีนี้ นี่คือเจ็ดคดีรวมกัน

50:05.794 --> 50:07.170
มันยิ่งทำลายไปมากขึ้น

50:19.766 --> 50:23.520
ประมาณสี่เดือนหลังจากตัดสินโทษคดีนายคี

50:25.355 --> 50:28.650
ผมก็ได้รับสายจากสายสืบในหน่วยเฉพาะกิจ

50:29.609 --> 50:35.157
เขาบอกว่าเขาอยู่ในที่เกิดเหตุ

50:35.824 --> 50:37.284
เป็นคดีฆาตกรรมสามศพ

50:38.201 --> 50:40.495
มีสามคนถูกยิงตาย

50:40.579 --> 50:43.206
อีกสองคนน่าจะไม่รอด

50:43.290 --> 50:45.667
มันอาจจะกลายเป็นฆาตกรรมห้าศพก็ได้

50:46.251 --> 50:48.420
เกิดการสังหารหมู่เหนือร้านคาร์เนกี เดลี

50:48.503 --> 50:50.130
อะพาร์ตเมนต์เหนือร้านคาร์เนกี เดลี

50:50.213 --> 50:51.965
เขาถามผมว่า

50:53.216 --> 50:54.301
"คุณอยากทำคดีนี้ไหม"

50:58.346 --> 51:03.477
ในคดีนายคี ผมทำงานจนดึกมากๆ

51:04.061 --> 51:05.395
เครียดมาก

51:07.230 --> 51:12.194
แล้วผมก็คิดเรื่องที่ผมเพิ่งจะหมั้น

51:13.445 --> 51:18.575
ผมมีภาพในหัวว่าจะได้เป็นสามี

51:18.658 --> 51:20.702
หวังว่าสักวันจะได้เป็นพ่อ

51:21.203 --> 51:23.371
อาจจะได้เป็นโค้ชทีมลิตเติลลีก

51:24.122 --> 51:29.086
ผมคิดว่าชีวิตผมจะเป็นยังไงถ้าตอบตกลง

51:32.047 --> 51:33.799
แล้วผมก็ปฏิเสธ

51:39.221 --> 51:41.098
ริช แพลนสกี้เป็นคนใจดีมาก

51:42.140 --> 51:47.312
เขาใส่ใจกับงานที่เขาทำสุดๆ

51:47.395 --> 51:52.025
สำหรับบางคน
เราทำงานนี้มาหลายครั้ง กับคดีที่เล็กกว่านี้มาก

51:52.818 --> 51:55.028
จนเกิดความด้านชาก็ว่าได้

51:55.946 --> 51:57.531
ริชชี่ไม่เคยมีโอกาสแบบนั้น

51:58.198 --> 52:01.034
เขาถูกส่งไปลุยงาน
ทั้งที่ยังอีกนานกว่าเขาจะพร้อม

52:02.160 --> 52:04.162
ในทางสติปัญญา เขารับมือได้ทุกอย่าง

52:04.246 --> 52:05.831
แต่ในทางอารมณ์ มันบั่นทอน

52:06.665 --> 52:09.668
จุดนั้น ผมว่ามันส่งผลมากๆ

52:12.254 --> 52:17.926
ผมรู้ว่าผมไม่มีไฟอีกต่อไปแล้ว

52:18.844 --> 52:23.014
ที่จะทำงานนี้ได้ในระดับที่ผมอยากทำ

52:25.142 --> 52:26.143
ตอนนั้นเดือนพฤษภาคม

52:27.352 --> 52:29.396
พอสิ้นเดือนมิถุนายน ผมก็ลาออก

52:36.945 --> 52:39.698
มีคนถามผม
ผมอยู่ที่นี่ ที่ชายหาดในนอร์ทแคโรไลนา

52:39.781 --> 52:42.242
เขาถามว่า "ไม่คิดถึงนิวยอร์กซิตีเหรอ"

52:43.743 --> 52:46.204
เวลาผมออกไปชายหาด หรือออกมาที่ระเบียงนี้

52:46.288 --> 52:48.123
แล้วได้มองดูท้องทะเล ผมก็คิด

52:48.790 --> 52:52.878
"ไม่ ผมไม่คิดถึงที่นั่นเลย
ผมไม่คิดถึงอะไรเลยสักอย่าง"

52:54.921 --> 52:57.716
ผมน่าจะทำคดีฆาตกรรมมาสัก 1,500 คดี

52:57.799 --> 53:00.760
ไปดูการชันสูตรก็น่าจะ 700 ศพ

53:00.844 --> 53:02.512
ทุกคดีพวกนั้น…

53:04.681 --> 53:07.142
เราจะได้รับบาดเจ็บจากมัน

53:08.685 --> 53:09.686
แล้วมันก็ไม่หาย

53:12.022 --> 53:13.982
เราไม่เคยจบคดีได้โดยไร้ความเจ็บปวด

53:23.116 --> 53:25.160
(บาร์)

53:26.161 --> 53:29.956
คุณต้องปิดกั้นมันนะ
มันหนักไป ใช่ไหม ไบรอันก็รู้

53:30.040 --> 53:33.376
เราอ่อนไหวมากๆ กับหลายเรื่อง
กับหลายๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรอบตัว

53:33.460 --> 53:37.088
ฉันว่าบางคนก็อ่อนไหวกว่าคนอื่นมากๆ

53:37.172 --> 53:39.257
มันส่งผลกับเรามากกว่า

53:39.341 --> 53:41.551
มันฝังอยู่ในหัวใจ แล้วคุณก็ปล่อยมันไป

53:41.635 --> 53:44.596
- คุณปกปิดมันไว้ แต่มันฝังอยู่เหมือนเสี้ยนตำ
- มันน่าหดหู่

53:44.679 --> 53:48.183
- มันทำให้เราเป็นมืออาชีพ
- จริงๆ นั่นคือสิ่งที่ทำให้เราเป็นมืออาชีพ

53:48.266 --> 53:52.562
การที่เราทำงานได้ ได้กลับบ้าน
โดยไม่เอางานกลับไปด้วย

53:52.646 --> 53:55.232
แต่เราก็เอางานกลับบ้านนะ แค่อาจไม่รู้ตัว

53:55.315 --> 53:57.234
- กลไกการรับมือ ที่บาร์บาราบอก
- ใช่

53:57.317 --> 53:59.653
มุกตลกร้ายที่เราเล่นกัน

53:59.736 --> 54:02.447
เราแยกแยะสองอย่างนั้นได้

54:02.530 --> 54:05.617
เรามีความผูกพันทางอารมณ์
กับผู้ตายและครอบครัว

54:05.700 --> 54:07.619
เพราะเรารู้ว่ามันทิ้งช่องว่างไว้

54:07.702 --> 54:10.163
แต่เวลาอยู่กันเอง เราก็มาทำแบบนี้

54:10.247 --> 54:13.083
- เราต้องระบายมันออกมา
- มันช่วยในการรับมือ

54:13.166 --> 54:15.752
- คุยกับคนอื่น รับฟังคนอื่น
- ใช่

54:16.253 --> 54:17.128
เป็นมิตรเข้าไว้

54:18.213 --> 54:19.965
คนที่ฉันเคยร่วมงานด้วย

54:20.048 --> 54:25.345
มีแต่คนดี ใส่ใจ
รู้จักความเป็นธรรมและความยุติธรรม

54:25.428 --> 54:30.308
ที่ทุ่มเทชีวิตและหัวใจให้กับงานแบบนี้

54:30.892 --> 54:32.602
นี่เป็นเกียรติอย่างยิ่งใหญ่

54:32.686 --> 54:35.730
ไม่ว่าคุณจะเข้มแข็งหรือมั่นใจแค่ไหน

54:35.814 --> 54:39.276
มันก็ต้องมีความกลัวนิดๆ "นี่คือระดับสูงสุด"

54:39.359 --> 54:40.193
ใช่

54:40.277 --> 54:44.781
งานของตำรวจ
โดยเฉพาะตำรวจสืบสวน มันไม่ใช่แค่งาน

54:44.864 --> 54:49.035
ฉันใจร้ายกับคุณมากเลย
ฉันรักเขานะ เขาเป็นน้องชายฉัน

54:49.119 --> 54:53.331
นี่คืองานมอบหมายที่เราเลือกรับ

54:53.415 --> 54:55.333
เหมือนเราถูกเรียกร้องให้ไปทำ

54:56.293 --> 54:58.044
เรามีสายใยอย่างหนึ่งร่วมกัน

54:58.128 --> 55:01.006
ทุกคนในกลุ่มนั้น พวกเขาใส่ใจ

55:02.048 --> 55:05.719
ผมชอบคิดว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่ง
ของสโมสรนั้น หรือชมรมก็ว่าได้

55:06.511 --> 55:07.595
ผมภูมิใจที่ได้เป็น

55:56.394 --> 56:01.399
คำบรรยายโดย วรากรณ์ จันทา
นหนึ่ง
ของสโมสรนั้น หรือชมรมก็ว่าได้
