WEBVTT

00:00:07.632 --> 00:00:09.843 align:center
(กรมตำรวจเขตลอสแอนเจลิส)

00:00:09.926 --> 00:00:12.554 align:center
(คือกรมตำรวจระดับเขตที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ)

00:00:12.637 --> 00:00:14.973 align:center
(ซึ่งดูแลเขตที่ประชากรหนาแน่นที่สุดในประเทศ)

00:00:15.056 --> 00:00:18.018 align:center
(พวกเขาสืบสวนคดีฆาตกรรม
ที่โหดร้ายและซับซ้อนที่สุด)

00:00:18.101 --> 00:00:22.063 align:center
(นี่คือเรื่องราวของพวกเขา)

00:00:32.282 --> 00:00:36.286 align:center
(ปี 2003)

00:00:38.538 --> 00:00:41.624 align:center
(วันที่ 3 กุมภาพันธ์ ปี 2003)

00:00:43.084 --> 00:00:45.962 align:center
แกขังฉันเหมือนก้อนขี้

00:00:46.755 --> 00:00:49.716 align:center
แกปล่อยให้ฉันดิ้นพล่าน ทั้งที่มีคนเข้ามาบ้านฉัน

00:00:49.799 --> 00:00:51.843 align:center
แล้วก็เป่าสมองตัวเองตายเฉยเลย

00:00:52.427 --> 00:00:54.095 align:center
แล้วพวกแกก็เข้ามา

00:00:54.179 --> 00:00:57.182 align:center
จับกุมฉัน กระทืบฉันจนเละ

00:00:57.265 --> 00:00:59.392 align:center
ซ้อมฉันจนน่วม

00:00:59.476 --> 00:01:02.979 align:center
ฉันจะให้พวกแกชดใช้ นี่มันเหลวไหล

00:01:04.731 --> 00:01:09.319 align:center
ฟิล สเปกเตอร์ถูกควบคุมตัว
รออยู่ที่กรมตำรวจอัลแฮมบรา

00:01:11.196 --> 00:01:13.448 align:center
ผมรู้จากที่ผู้หมวดโทรแจ้ง

00:01:13.531 --> 00:01:15.992 align:center
ว่าเขาเป็นโปรดิวเซอร์เพลงที่รวยมากๆ

00:01:16.534 --> 00:01:18.828 align:center
ส่วนตัวแล้ว ผมไม่เคยได้ยินชื่อเขา

00:01:19.662 --> 00:01:24.250 align:center
สไตล์ของสเปกเตอร์มักถูกยกย่อง
ว่าได้เปลี่ยนแปลงเพลงป๊อปที่เราฟัง

00:01:24.959 --> 00:01:25.835 align:center
(แพทย์ชันสูตร)

00:01:25.919 --> 00:01:29.339 align:center
คดีนี้จะเป็นคดีที่ผมเรียกว่า "คดีกระแสแรง"

00:01:29.422 --> 00:01:32.258 align:center
เป็นคดีที่จะได้รับความสนใจมากๆ

00:01:32.342 --> 00:01:34.469 align:center
คุณต้องรู้ไว้ตั้งแต่เริ่มงาน

00:01:34.552 --> 00:01:35.970 align:center
ผมว่าเราทุกคนก็รู้ดี

00:01:39.724 --> 00:01:44.312 align:center
กรมตำรวจเขตลอสแอนเจลิสคือที่สุดของยอดฝีมือ

00:01:48.358 --> 00:01:51.528 align:center
คดีใหญ่ที่สุดบางส่วนไต่สวนในลอสแอนเจลิส

00:01:54.405 --> 00:01:57.784 align:center
เราต้องทุ่มเท 110 เปอร์เซ็นต์

00:02:00.411 --> 00:02:03.331 align:center
นี่คือฆาตกรรม
ไม่มีอาชญากรรมไหนร้ายแรงไปกว่านี้

00:02:05.416 --> 00:02:10.338 align:center
มันอยู่ที่ความมุ่งมั่นกับความสำนึกในหน้าที่

00:02:12.674 --> 00:02:14.968 align:center
ความยุติธรรมเกิดขึ้นจากการตามหาความจริง

00:02:15.760 --> 00:02:19.764 align:center
(Homicide: เจาะลึกคดีฆาตกรรม
ลอสแอนเจลิส)

00:02:27.355 --> 00:02:30.608 align:center
คดีคนดังจะมีสิ่งที่แตกต่างและพิเศษ

00:02:31.985 --> 00:02:33.987 align:center
แล้วก็เป็นลอสแอนเจลิสเสมอ

00:02:34.070 --> 00:02:36.573 align:center
ที่ดูจะเป็นศูนย์กลางของคดีประเภทนี้

00:02:36.656 --> 00:02:39.617 align:center
คนคิดถึงลอสแอนเจลิส ก็คิดถึงฮอลลีวูด

00:02:39.701 --> 00:02:42.370 align:center
ดารา ผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ฮอลลีวูด

00:02:42.453 --> 00:02:44.789 align:center
แต่มันมีอะไรมากกว่านั้นอีกเยอะ

00:02:44.873 --> 00:02:49.294 align:center
แต่นั่นก็คือใจกลางของเมืองนี้

00:02:50.753 --> 00:02:52.046 align:center
แอลเอเป็นเมืองที่แปลก

00:02:52.130 --> 00:02:55.925 align:center
และกรมตำรวจเขตแอลเอก็ดูแลทั้งเขต

00:02:56.009 --> 00:02:59.804 align:center
ตั้งแต่ย่านยากจนแร้นแค้นที่สุด
ที่นึกภาพออกได้ในอเมริกา

00:02:59.888 --> 00:03:01.806 align:center
ไปจนถึงย่านคนรวยที่สุดในอเมริกา

00:03:01.890 --> 00:03:04.517 align:center
มียันบ้านริมทะเลราคาร้อยล้าน

00:03:05.143 --> 00:03:06.644 align:center
เราดูแลทั้งหมดนั่น

00:03:07.353 --> 00:03:08.813 align:center
มันก็หลากหลายมากๆ

00:03:18.990 --> 00:03:20.992 align:center
เป้าหมายสูงสุดของผมคือหน่วยสืบสวนฆาตกรรม

00:03:21.951 --> 00:03:25.288 align:center
แล้วผมก็โชคดีที่ได้เข้าหน่วยเมื่อปี 1999

00:03:26.873 --> 00:03:31.002 align:center
ณ ตอนนั้น ลูกผมอายุเจ็ดกับเก้าขวบ

00:03:32.170 --> 00:03:36.883 align:center
หลายคนบอกว่าลูกผมยังเด็กเกินไป
เพราะงานเลิกดึกบ่อยๆ

00:03:36.966 --> 00:03:42.472 align:center
มีงานให้ทำตลอด
แต่เราก็หาทางทำงานไปพร้อมใช้ชีวิตครอบครัว

00:03:43.097 --> 00:03:46.935 align:center
นั่นแปลว่าหลังแยกกับครอบครัว
ถ้าเราต้องกลับออฟฟิศตอนสี่ทุ่ม

00:03:47.018 --> 00:03:49.646 align:center
เพื่อไปทำงาน เราก็จะทำตามนั้น

00:03:49.729 --> 00:03:51.356 align:center
(วันที่ 3 กุมภาพันธ์ ปี 2003
7.00 น.)

00:03:51.439 --> 00:03:54.442 align:center
ผมกับคู่หู พอล ฟอร์เนียร์กำลังจะออกเวร

00:03:54.525 --> 00:03:56.611 align:center
แล้วเราก็ได้รับข้อความจากแผนก

00:03:56.694 --> 00:04:00.406 align:center
ว่าเราได้รับมอบหมายคดีที่คฤหาสน์ในอัลแฮมบรา

00:04:03.910 --> 00:04:07.413 align:center
ข้อมูลอย่างเดียวที่ทราบคือพบศพผู้หญิงคนหนึ่ง

00:04:07.497 --> 00:04:09.207 align:center
โปรดิวเซอร์เพลงมีส่วนเกี่ยวข้อง

00:04:13.461 --> 00:04:17.674 align:center
ผมแปลกใจนิดหน่อยที่ตรงนั้นมีบ้านใหญ่อย่างกับวัง

00:04:17.757 --> 00:04:19.300 align:center
ในเมืองที่ค่อนข้างเล็ก

00:04:19.384 --> 00:04:21.970 align:center
ที่เป็นแค่ชานเมืองลอสแอนเจลิส

00:04:22.053 --> 00:04:23.429 align:center
(อัลแฮมบรา
บ้านฟิล สเปกเตอร์)

00:04:23.513 --> 00:04:25.390 align:center
อัลแฮมบราเป็นเขตที่เงียบสงบ

00:04:25.890 --> 00:04:28.768 align:center
เป็นย่านชนชั้นกลาง
ปลูกบ้านสำหรับครอบครัวเดียว

00:04:28.851 --> 00:04:32.563 align:center
แต่มีบ้านประหลาดพิสดารอยู่กลางป่าเขา

00:04:35.275 --> 00:04:40.280 align:center
พอเข้าไปใกล้ เราก็เห็นคนกลุ่มใหญ่
มุงอยู่หลังเทปเหลืองกั้นที่เกิดเหตุ

00:04:40.989 --> 00:04:43.992 align:center
ผมจำได้ พอลมองผมแล้วบอกว่า
"โอเค ทำตัวให้สมเป็นผู้ใหญ่นะ"

00:04:46.160 --> 00:04:49.664 align:center
มีผู้หญิงถูกยิงอยู่ภายในบ้าน

00:04:49.747 --> 00:04:52.208 align:center
ผู้ถูกยิงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

00:04:57.046 --> 00:04:59.882 align:center
ตอนผมไปถึง มันวุ่นวายสุดๆ เลย

00:04:59.966 --> 00:05:04.429 align:center
เฮลิคอปเตอร์สำนักข่าวอยู่บนฟ้า
รถตู้สำนักข่าวอยู่บนถนน

00:05:06.014 --> 00:05:07.015 align:center
(วันที่ 3 กุมภาพันธ์ ปี 2003)

00:05:07.098 --> 00:05:10.143 align:center
(5.00 น. เกิดเหตุยิงกันตาย
7.00 น. ตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุ)

00:05:11.894 --> 00:05:13.396 align:center
เรามาถึงที่เกิดเหตุ

00:05:13.479 --> 00:05:15.732 align:center
ตอนแรก เราคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอัลแฮมบรา

00:05:15.815 --> 00:05:17.400 align:center
ผมขออธิบายวิธีทำงานก่อน

00:05:18.443 --> 00:05:22.447 align:center
กรมตำรวจเขตเรา
รับผิดชอบพื้นที่กว้างใหญ่ในเขตแอลเอ

00:05:22.530 --> 00:05:25.742 align:center
และในเขตนั้น เราก็มีเทศบาลเล็กๆ

00:05:25.825 --> 00:05:27.577 align:center
ที่มีกรมตำรวจของตัวเอง

00:05:27.660 --> 00:05:30.830 align:center
แต่พวกเขาไม่มีทรัพยากรมากเท่ากรมตำรวจเขต

00:05:31.414 --> 00:05:35.668 align:center
มีสายสืบคดีฆาตกรรม 100 นาย
ในกรมตำรวจเขตลอสแอนเจลิส

00:05:35.752 --> 00:05:37.962 align:center
พวกเขาจะติดต่อมาหาเรา

00:05:38.046 --> 00:05:41.507 align:center
แล้วเราก็จะเข้ารับผิดชอบคดีนี้แทน

00:05:43.051 --> 00:05:45.595 align:center
เจ้าหน้าที่ตำรวจอัลแฮมบราบอกผมว่า

00:05:45.678 --> 00:05:49.724 align:center
พวกเขาได้รับสาย 911
จากคนขับรถของฟิล สเปกเตอร์

00:05:50.350 --> 00:05:53.686 align:center
พอไปถึง พวกเขาก็เห็นฟิล สเปกเตอร์

00:05:53.770 --> 00:05:56.272 align:center
เดินไปเดินมาอยู่ที่หน้าต่างชั้นบน

00:05:57.023 --> 00:05:59.942 align:center
ตำรวจพยายามเรียกให้เขาลงมาข้างล่าง

00:06:00.026 --> 00:06:02.070 align:center
แต่เขาไม่ทำตามที่สั่ง เขาไม่ยอมออกมา

00:06:02.987 --> 00:06:05.740 align:center
ตำรวจเข้าไปในบ้าน
ไปเผชิญหน้ากับฟิล สเปกเตอร์

00:06:06.574 --> 00:06:07.909 align:center
เขาไม่ให้ความร่วมมือเลย

00:06:08.785 --> 00:06:12.872 align:center
พวกเขาเห็นผู้หญิง
นั่งก้มหน้าลงมาจากเก้าอี้ ชัดเจนว่าเป็นศพ

00:06:14.040 --> 00:06:17.877 align:center
ฟิลก็บ่น "นี่มันสยองที่สุดที่ผมเคยเห็นเลย"

00:06:18.711 --> 00:06:21.089 align:center
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งอัดเสียงทุกอย่างไว้

00:06:21.798 --> 00:06:24.509 align:center
นี่มันเหลวไหลสิ้นดี

00:06:24.592 --> 00:06:27.345 align:center
ผมไม่รู้ว่ายัยผู้หญิงคนนี้มีปัญหาอะไร

00:06:27.428 --> 00:06:30.139 align:center
แต่เธออยู่กับยามที่เฮาส์ออฟบลูส์

00:06:30.223 --> 00:06:32.642 align:center
ผมไม่รู้ว่าเธอมีปัญหาอะไร

00:06:32.725 --> 00:06:35.812 align:center
แต่เธอไม่มีสิทธิ์เข้ามาในปราสาทของผม

00:06:35.895 --> 00:06:37.522 align:center
แล้วเป่าสมองตัวเองตาย

00:06:37.605 --> 00:06:39.941 align:center
พวกคุณเป็นบ้าอะไรกัน

00:06:42.068 --> 00:06:43.236 align:center
ตำรวจต้องช็อตเขา

00:06:43.319 --> 00:06:46.531 align:center
ผมเชื่อว่าต้องใช้โล่กันกระสุนอัดเขาให้ล้มด้วย

00:06:47.115 --> 00:06:50.535 align:center
เจ้าหน้าที่ตำรวจอัลแฮมบรา
ทำการสืบสวนเบื้องต้นแล้ว

00:06:51.119 --> 00:06:54.580 align:center
จากผลการสืบสวน
พวกเขาได้เข้าควบคุมตัวนายฟิล สเปกเตอร์

00:06:57.583 --> 00:07:03.131 align:center
ผมอยู่มานานพอที่จะรู้ว่า
คนเรามีวิธีรับมือความตายหลากหลายแบบ

00:07:04.090 --> 00:07:07.802 align:center
เราต้องพิจารณาทุกอย่าง เราต้องเปิดใจ

00:07:07.885 --> 00:07:11.472 align:center
จากคำพูดของสเปกเตอร์
มันก็เป็นไปได้ว่าเธอฆ่าตัวตาย

00:07:13.224 --> 00:07:14.225 align:center
ประตูหลังเปิดอยู่

00:07:14.892 --> 00:07:17.979 align:center
ตอนเราเข้าไป เราก็เห็นหญิงสาว

00:07:18.062 --> 00:07:20.648 align:center
เธอนั่งกองอยู่ที่เก้าอี้ในห้องโถง

00:07:20.731 --> 00:07:24.235 align:center
มีปืนพก .38 อยู่ที่เท้าเธอ

00:07:25.027 --> 00:07:29.532 align:center
เราจะเห็นว่าเธอมีแผลถูกยิงในปาก

00:07:31.242 --> 00:07:34.454 align:center
เราไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร
เราไม่รู้ว่าพวกเขามีความสัมพันธ์กันหรือไม่

00:07:34.537 --> 00:07:35.913 align:center
อาจจะทะเลาะกันแล้วเลยเถิด

00:07:36.873 --> 00:07:40.877 align:center
นี่คืออาชญากรรม หรือฆ่าตัวตาย
หรืออาจจะเป็นอุบัติเหตุร้ายแรง

00:07:41.461 --> 00:07:43.045 align:center
การสืบสวนไปได้สามทาง

00:07:45.840 --> 00:07:49.594 align:center
เราสืบสวนการตายทุกคดี
โดยผิวเผิน มองแวบแรก

00:07:49.677 --> 00:07:51.095 align:center
ในฐานะคดีฆาตกรรม

00:07:51.179 --> 00:07:53.264 align:center
เราส่งสายสืบฆาตกรรมไปดูทุกศพฆ่าตัวตาย

00:07:53.347 --> 00:07:56.309 align:center
ที่เกิดขึ้นในเขตของกรมตำรวจเขตลอสแอนเจลิส

00:07:57.768 --> 00:08:01.063 align:center
ทุกการตายโดยอุบัติเหตุ ยกเว้นรถชน

00:08:01.147 --> 00:08:02.356 align:center
เราส่งสายสืบฆาตกรรมไปดู

00:08:06.944 --> 00:08:10.323 align:center
ผมเริ่มมองดูของต่างๆ ในบ้านนายสเปกเตอร์

00:08:10.406 --> 00:08:15.786 align:center
แล้วผมก็เริ่มเห็นความสำคัญ
ของชายคนนี้ในวงการ

00:08:15.870 --> 00:08:18.289 align:center
ชื่อเสียงในฐานะโปรดิวเซอร์ของฟิล สเปกเตอร์

00:08:18.372 --> 00:08:20.958 align:center
บางครั้งเด่นกว่าศิลปินที่เขาร่วมงานด้วยเสียอีก

00:08:21.042 --> 00:08:24.545 align:center
เราเห็นทีน่า เทอร์เนอร์
เราเห็นภาพไรเชียสบราเธอร์ส

00:08:24.629 --> 00:08:28.174 align:center
เราเห็นเดอะบีตเทิลส์
เห็นการเข้าชิงรางวัลแกรมมี่

00:08:28.257 --> 00:08:31.344 align:center
กับทุกรางวัลที่เขาเคยได้ในช่วงหลายปี

00:08:38.643 --> 00:08:39.977 align:center
ในฐานะหัวหน้าทีมสืบสวน

00:08:40.061 --> 00:08:43.648 align:center
ถ้าคดีนี้ไปได้สวย เราก็ได้ความดีความชอบ

00:08:43.731 --> 00:08:46.943 align:center
แต่ถ้าเกิดผิดพลาด เราก็ต้องรับผิดชอบ

00:08:47.568 --> 00:08:48.611 align:center
(ตำรวจ)

00:08:49.695 --> 00:08:51.405 align:center
เรามอบหมายมาร์ก ลิเลียนเฟลด์

00:08:51.989 --> 00:08:54.575 align:center
หนึ่งในสายสืบประสบการณ์สูงสุด
ในแผนกสืบสวนฆาตกรรม

00:08:54.659 --> 00:08:55.868 align:center
ให้ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

00:08:56.744 --> 00:09:01.040 align:center
เพราะเรารู้ว่านั่นจะเป็นส่วนสำคัญ

00:09:01.123 --> 00:09:02.583 align:center
ในการสืบสวนทั้งหมด

00:09:04.043 --> 00:09:06.796 align:center
คดีใหญ่กับมาร์ก ลิเลียนเฟลด์
แทบจะเป็นของคู่กัน

00:09:08.005 --> 00:09:12.301 align:center
คดีระดับสูงทำให้ตำรวจเครียดได้
แต่ผมไม่แคร์เลย

00:09:12.385 --> 00:09:14.262 align:center
เราให้ความทุ่มเทเท่ากัน

00:09:14.345 --> 00:09:17.348 align:center
รวมถึงทรัพยากร
และความขยันในทุกที่เกิดเหตุฆาตกรรม

00:09:21.686 --> 00:09:23.145 align:center
ตัวบ้านอยู่ในสภาพย่ำแย่

00:09:24.063 --> 00:09:25.481 align:center
ไฟก็ไม่ค่อยติด

00:09:26.440 --> 00:09:27.650 align:center
มันสกปรกมาก

00:09:27.733 --> 00:09:30.278 align:center
มีทั้งหนูและแมลงสาบ

00:09:30.361 --> 00:09:34.323 align:center
สำหรับคนที่รวยสุดๆ ขนาดนั้น มันค่อนข้างผิดวิสัย

00:09:34.407 --> 00:09:37.326 align:center
เราคงคิดว่าเขามีไลฟ์สไตล์หรูหรา

00:09:37.994 --> 00:09:40.663 align:center
ในบ้านหลังนั้นมีทุกอย่างเลยจริงๆ

00:09:40.746 --> 00:09:43.958 align:center
เหมือนเขาเป็นนักตุนของรวยหลายล้าน

00:09:44.584 --> 00:09:48.629 align:center
เราคิดแบบว่า
"เราต้องแน่ใจว่าตรวจทุกอย่างไม่มีพลาด"

00:09:49.213 --> 00:09:50.464 align:center
แต่ก็คิดอีกแง่ว่า

00:09:51.507 --> 00:09:54.802 align:center
"สเปกเตอร์อาจไม่ได้เข้าห้องนี้มาหกปีแล้ว"

00:09:55.553 --> 00:09:58.598 align:center
นี่เป็นการตรวจสอบที่เกิดเหตุที่แปลกที่สุด

00:09:58.681 --> 00:10:00.016 align:center
ที่ผมเคยมีส่วนร่วม

00:10:00.099 --> 00:10:02.518 align:center
บอกตามตรง ผมไม่อยากต้องเจอแบบนั้นอีก

00:10:02.602 --> 00:10:04.312 align:center
มันห่วยแตก มันแย่มาก

00:10:04.895 --> 00:10:06.814 align:center
เพราะทุกอย่างมันซับซ้อนมาก

00:10:10.234 --> 00:10:13.613 align:center
เรารู้ว่ามีศพผู้เสียชีวิต

00:10:13.696 --> 00:10:17.283 align:center
เรามีหลักฐานกายภาพเป็นเลือด
แผลถูกยิงก็เห็นได้ชัด

00:10:17.366 --> 00:10:18.701 align:center
เธอถูกยิงกรอกปาก

00:10:18.784 --> 00:10:23.122 align:center
มีฟันกับเศษฟันกระจายอยู่ในซากศพ

00:10:23.205 --> 00:10:26.542 align:center
ตกอยู่ที่พรม กระเด็นไปที่บันไดอีกฟากของห้อง

00:10:27.543 --> 00:10:32.173 align:center
เราเก็บมันมา ถ่ายภาพไว้
ลงแผนภาพ แล้วก็เก็บไว้ตรวจดีเอ็นเอ

00:10:32.256 --> 00:10:36.469 align:center
เราต้องเอาชนะความขยะแขยง
กับความสะเทือนใจให้ได้

00:10:36.552 --> 00:10:39.305 align:center
เราต้องเอาชนะมันให้ได้
สิ่งเหล่านี้บอกอะไรผมบ้าง

00:10:40.097 --> 00:10:41.641 align:center
เรามีหน้าที่พูดแทนคนตาย

00:10:42.183 --> 00:10:46.145 align:center
คนตายทิ้งเบาะแสไว้ผ่านหลักฐานกายภาพ

00:10:49.732 --> 00:10:53.736 align:center
เราทุกคนรู้ว่าทุกครั้งที่ยืนอยู่เหนือศพคนตาย

00:10:53.819 --> 00:10:57.865 align:center
นั่นคือความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่
แล้วเราก็ต้องจริงจังกับมัน

00:11:00.951 --> 00:11:04.872 align:center
เราต้องใช้อุดมการณ์ทางวิญญาณ

00:11:04.955 --> 00:11:07.124 align:center
ผมมองศพได้โดยไม่รู้สึกอะไร

00:11:07.208 --> 00:11:10.711 align:center
มันเป็นแค่เปลือก วิญญาณของคนจากไปแล้ว

00:11:12.838 --> 00:11:17.134 align:center
ผมคิดว่ามันเป็นประสบการณ์สะสมนะ
เวลาอยู่กับคนตาย

00:11:17.218 --> 00:11:18.594 align:center
งานมันก็ส่งผลกับเราได้

00:11:20.179 --> 00:11:23.182 align:center
ตอนนี้เราโฟกัสที่การไขคดี

00:11:25.309 --> 00:11:31.440 align:center
เราก็ใช้เวลาจัดการอย่างรอบคอบ
ก่อนจะหยุดปิดล้อมที่เกิดเหตุ

00:11:32.024 --> 00:11:36.237 align:center
ถ้ามีหลักฐานเยอะ ปกติเราจะปิดล้อมที่เกิดเหตุ

00:11:36.320 --> 00:11:37.697 align:center
ประมาณเจ็ดแปดชั่วโมง

00:11:38.280 --> 00:11:40.825 align:center
แต่คดีนี้ เราปิดไว้ข้ามวัน

00:11:45.746 --> 00:11:49.375 align:center
บนพื้นที่ปืนลูกโม่ .38 มีกระสุน

00:11:49.458 --> 00:11:51.961 align:center
ผลิตโดยบริษัทอาวุธปืนโคลต์

00:11:52.044 --> 00:11:56.090 align:center
แล้วก็มีกระสุนถูกยิงออกไปหนึ่งนัด
ที่กระบอกสูบของอาวุธปืน

00:11:56.173 --> 00:12:00.177 align:center
ในหลักฐานมีกลอนประตูแบบหมุนเปิด

00:12:00.261 --> 00:12:02.346 align:center
ของประตูหลังของบ้าน

00:12:02.430 --> 00:12:05.975 align:center
คนส่วนใหญ่จะใช้กุญแจลิ้นตาย
มันจะล็อกจากประตูเข้าไปในวงกบ

00:12:06.058 --> 00:12:08.144 align:center
เพิ่มความปลอดภัยขึ้นอีกชั้น

00:12:08.227 --> 00:12:11.689 align:center
การจะเปิดกุญแจลิ้นตาย
เราต้องบิดที่กลอนแบบหมุนเปิด

00:12:11.772 --> 00:12:16.819 align:center
แต่ตัวกลอนมันไม่อยู่ในล็อก มันมากองอยู่ที่พื้น

00:12:16.902 --> 00:12:19.405 align:center
มันแปลกมาก แบบ "มันเกิดขึ้นได้ยังไง"

00:12:21.240 --> 00:12:24.368 align:center
บางคนอาจจะบอกว่า
"ดูเหมือนปืนจะถูกวางไว้ข้างเท้าเธอ"

00:12:24.452 --> 00:12:28.164 align:center
ปัญหาคือเราไม่สามารถจำลองได้
ว่าปืนจะไปตกตรงไหน

00:12:28.247 --> 00:12:29.790 align:center
เวลาปืนตก

00:12:30.499 --> 00:12:32.835 align:center
มันก็กลิ้งไปเรื่อย

00:12:34.128 --> 00:12:38.591 align:center
ซองหนังใส่ปืนอยู่ในลิ้นชักโต๊ะทำงาน

00:12:39.300 --> 00:12:41.802 align:center
เห็นชัดเลยว่าซองหนังใบนั้น

00:12:41.886 --> 00:12:45.681 align:center
ใส่ลูกโม่เหล็กเคลือบโคลต์ .38 ได้พอดี

00:12:45.765 --> 00:12:49.351 align:center
อาวุธปืนมาจากซองนั้น

00:12:54.315 --> 00:12:57.818 align:center
ประมาณห้าโมงเย็น เกือบ 12 ชั่วโมงต่อมา..

00:12:58.402 --> 00:13:01.906 align:center
สำนักงานแพทย์ชันสูตรก็ยืนยัน

00:13:01.989 --> 00:13:04.033 align:center
ตัวตนของผู้ตายได้สำเร็จ

00:13:06.410 --> 00:13:08.037 align:center
เธอคือลานา คลาร์กสัน

00:13:08.120 --> 00:13:09.663 align:center
(ลานา คลาร์กสัน)

00:13:09.747 --> 00:13:13.292 align:center
ณ ตอนนั้น เราได้ข้อมูลของแม่เธอมา

00:13:13.375 --> 00:13:14.627 align:center
เรามุ่งหน้าไปหาดอนนา

00:13:17.296 --> 00:13:20.132 align:center
ฉันได้รับสายจากฟอว์น น้องสาวของลานา

00:13:20.216 --> 00:13:22.468 align:center
เธอบอกว่า "อาจจะเกิดเรื่องขึ้นกับลานา

00:13:22.551 --> 00:13:25.846 align:center
หนูไม่รู้ มีบางอย่างผิดปกติ"
ฉันก็ถาม "หมายความว่าไง มีอะไร"

00:13:26.680 --> 00:13:31.352 align:center
ฟอว์นได้รับโทรศัพท์ แต่เธอก็ไม่รู้อะไรมาก

00:13:31.435 --> 00:13:34.605 align:center
เธอบอกว่าอาจจะเกี่ยวกับข่าวในทีวี

00:13:34.688 --> 00:13:37.107 align:center
เรื่องคดีที่อาจเป็นฆาตกรรมในอัลแฮมบรา

00:13:38.818 --> 00:13:41.403 align:center
ลานาบอกว่าจะโทรหาฉัน แต่ก็ไม่ได้ติดต่อมา

00:13:43.239 --> 00:13:45.199 align:center
ฉันนึกว่าอาจจะมีปาร์ตี้

00:13:45.282 --> 00:13:49.453 align:center
แล้วเธอก็ถูกคุมตัวไว้กับคนอื่นเพื่อการสืบสวน

00:13:50.663 --> 00:13:53.123 align:center
สุดท้ายฉันก็โทรไปที่กรมตำรวจ

00:13:54.250 --> 00:13:56.085 align:center
ระหว่างที่เราจะไปหาดอนนา

00:13:56.168 --> 00:13:59.672 align:center
เธอก็ติดต่อมาหาพอล คู่หูผมทางโทรศัพท์

00:14:01.090 --> 00:14:05.010 align:center
ฉันนึกว่าเขาจะขอโทรกลับ
แต่เขาถามว่า "เราจะไปพบคุณได้ที่ไหน"

00:14:05.094 --> 00:14:07.179 align:center
ฉันก็ตกใจไปเลย "มาพบฉันเหรอคะ"

00:14:07.680 --> 00:14:08.681 align:center
แล้ว…

00:14:10.558 --> 00:14:11.559 align:center
ขอโทษนะคะ

00:14:12.268 --> 00:14:14.311 align:center
เขาบอกที่อยู่บ้านลานาตรงริมคลอง

00:14:14.395 --> 00:14:15.813 align:center
(ลอสแอนเจลิส)

00:14:15.896 --> 00:14:17.523 align:center
เขาถามว่า "เจอกันที่นั่นได้ไหมครับ"

00:14:18.357 --> 00:14:19.650 align:center
แล้วฉันก็กังวลมากๆ

00:14:19.733 --> 00:14:22.319 align:center
ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น นั่นไม่ใช่สัญญาณที่ดี

00:14:24.822 --> 00:14:29.368 align:center
ฉันขับเข้าไปจอดในโรงรถ แล้วก็พยายามตั้งสติ

00:14:29.451 --> 00:14:32.913 align:center
ไม่ให้แตกตื่นเกินไปโดยที่ยังไม่รู้อะไร

00:14:32.997 --> 00:14:34.874 align:center
ฉันเช็ดรถให้สะอาด

00:14:35.541 --> 00:14:37.835 align:center
แล้วฉันก็หยิบรองเท้า

00:14:38.419 --> 00:14:40.629 align:center
ฉันจำตอนจับรองเท้าได้ ฉันบอกว่า

00:14:43.299 --> 00:14:45.759 align:center
"ไม่ใช่ลานาหรอก รองเท้าเธออยู่นี่"

00:14:45.843 --> 00:14:46.802 align:center
ขอโทษค่ะ

00:14:50.639 --> 00:14:53.517 align:center
แล้วทันใดนั้น ตำรวจสายสืบก็ขับเข้ามา

00:14:53.601 --> 00:14:55.603 align:center
น้องสาวกับน้องชายก็ขับเข้ามา

00:14:55.686 --> 00:14:58.314 align:center
เราทุกคนเดินเงียบๆ ไปที่หน้าบ้าน

00:14:58.397 --> 00:14:59.523 align:center
แล้วก็เข้าไปในบ้าน

00:14:59.607 --> 00:15:03.193 align:center
สายสืบฟอร์เนียร์ก้มมองพื้น
แล้วก็บอกว่าผู้ตายคือลานา

00:15:04.945 --> 00:15:05.946 align:center
ขอโทษค่ะ

00:15:11.994 --> 00:15:14.914 align:center
ไม่สำคัญว่าลูกจะเป็นผู้ใหญ่หรือเด็กเล็ก

00:15:14.997 --> 00:15:18.083 align:center
มันไม่มีอะไรเลวร้ายและผิดธรรมชาติ

00:15:18.167 --> 00:15:20.711 align:center
มากไปกว่าการที่ลูกตายก่อนเรา

00:15:20.794 --> 00:15:22.546 align:center
มันทำใจลำบาก

00:15:23.923 --> 00:15:26.634 align:center
การแจ้งคนตายกับญาติสนิท

00:15:26.717 --> 00:15:31.472 align:center
คืองานที่เลวร้ายที่สุด
ของการเป็นตำรวจอย่างแน่นอน ไม่ต้องสงสัย

00:15:31.555 --> 00:15:33.766 align:center
แล้วงานที่เลวร้ายของตำรวจก็มีเยอะมาก

00:15:35.351 --> 00:15:39.313 align:center
เราต้องสืบให้รู้ทุกอย่างที่มีความสำคัญสูง

00:15:39.396 --> 00:15:40.481 align:center
โดยเร็วที่สุด

00:15:40.564 --> 00:15:42.983 align:center
เพราะมันอาจส่งผลกับการเก็บหลักฐานกายภาพ

00:15:43.067 --> 00:15:45.653 align:center
ผมกับคู่หู และสายสืบอีกแปดนาย

00:15:45.736 --> 00:15:47.321 align:center
ยังตรวจที่เกิดเหตุอยู่

00:15:49.239 --> 00:15:50.741 align:center
ยิ่งเรารู้จักผู้ตาย

00:15:50.824 --> 00:15:54.328 align:center
เราก็ยิ่งมีแนวโน้มที่จะเข้าใจสาเหตุการตาย

00:15:54.411 --> 00:15:57.331 align:center
ญาติๆ ต้องทำใจกับสิ่งที่เราบอก

00:15:57.414 --> 00:15:59.708 align:center
แถมเราต้องถามซ้ำด้วยว่า "อีกอย่างนะ

00:15:59.792 --> 00:16:03.504 align:center
เธอไปบ้านฟิล สเปกเตอร์
คุณรู้จักฟิล สเปกเตอร์ไหม

00:16:03.587 --> 00:16:07.091 align:center
เธอรู้จักฟิล สเปกเตอร์ไหม
รู้ไหมว่าทำไมเธอถึงไปที่นั่น"

00:16:07.174 --> 00:16:10.094 align:center
แล้วดอนนาก็บอกว่า "ไม่ค่ะ ฉันไม่รู้จักชายคนนี้"

00:16:12.096 --> 00:16:15.808 align:center
ในวงการบันเทิง ทุกคนไปเข้าสังคมหลังเลิกงาน

00:16:15.891 --> 00:16:16.725 align:center
ฉันไม่แปลกใจ

00:16:16.809 --> 00:16:19.019 align:center
ลานาก็ไปทำความรู้จักกับคนอื่นเสมอ

00:16:19.103 --> 00:16:21.939 align:center
เธอมีงานหลายอย่าง ลานาทำงานเป็นนักแสดง

00:16:22.022 --> 00:16:23.732 align:center
ฉันต้องไปขึ้นรถบัส

00:16:23.816 --> 00:16:24.858 align:center
รู้เหรอจะไปไหน

00:16:24.942 --> 00:16:26.819 align:center
ค่ะ ไปทุกที่ที่มันพาไป

00:16:29.655 --> 00:16:34.743 align:center
ลานาเล่นละครทีวีหลายเรื่องในยุค 80
เธอแสดงหนัง "บาร์บาเรียนควีน"

00:16:39.206 --> 00:16:44.086 align:center
ลานาข้อมือแตกทั้งสองข้าง
มันเป็นอุปสรรคครั้งใหญ่สำหรับเธอมากๆ

00:16:44.169 --> 00:16:46.005 align:center
เธอประสบอุบัติเหตุตกจากที่สูง

00:16:46.547 --> 00:16:49.883 align:center
เพื่อหยุดยั้งแรงกระแทก
เธอก็เลยทำข้อมือแตกทั้งสองข้าง

00:16:49.967 --> 00:16:52.011 align:center
เธอต้องปักหมุดไว้ในข้อมือ

00:16:53.220 --> 00:16:57.057 align:center
นั่นคือจุดเริ่มต้นการพักฟื้นตลอดทั้งปีของเธอ

00:16:58.726 --> 00:17:00.019 align:center
เราอยู่ที่นั่นไม่นาน

00:17:00.102 --> 00:17:02.646 align:center
ปล่อยให้พวกเขาไว้อาลัยกันอย่างเป็นส่วนตัว

00:17:08.068 --> 00:17:11.071 align:center
ทันทีที่เกิดเหตุ ฟิล สเปกเตอร์ก็ถูกจับกุม

00:17:11.655 --> 00:17:15.200 align:center
เขาบอกตำรวจอัลแฮมบราว่าเขาขอทนาย

00:17:15.284 --> 00:17:17.369 align:center
ทันทีที่เขาพูดคำนั้น

00:17:17.453 --> 00:17:21.290 align:center
เราก็แตะไม่ได้
แล้วเขาก็วางเงินประกันตัวล้านดอลลาร์ทันที

00:17:21.373 --> 00:17:25.127 align:center
ท่าทีสำนักงานอัยการเขตคือ
"เราจะไม่ส่งฟ้องคดีนี้

00:17:25.210 --> 00:17:28.756 align:center
เราจะรอจนกว่าจะสืบรู้ทุกอย่าง"

00:17:30.841 --> 00:17:34.511 align:center
ระหว่างการประชุมงานเบื้องต้น
กับเจ้าหน้าที่ตำรวจอัลแฮมบรา

00:17:34.595 --> 00:17:37.389 align:center
พวกเขาบอกว่ามีพยานหนึ่งคน คนขับรถ

00:17:37.473 --> 00:17:41.852 align:center
คนที่แจ้ง 911 แต่แรก เอเดรียโน เดอ ซูซา

00:17:43.062 --> 00:17:45.397 align:center
เราต้องไปหาคนขับรถคนนั้น

00:17:47.066 --> 00:17:49.693 align:center
- สายสืบพอล ฟอร์เนียร์
- สายสืบริชาร์ด ทอมลิน

00:17:49.777 --> 00:17:51.153 align:center
เรามากับ…

00:17:51.236 --> 00:17:52.362 align:center
เอเดรียโน เดอ ซูซา

00:17:53.405 --> 00:17:55.407 align:center
ตอนเราไปสอบปากคำเอเดรียโน เดอ ซูซา

00:17:55.991 --> 00:17:59.369 align:center
เขาบอกว่าเขาทำงาน
ให้ฟิล สเปกเตอร์ได้ 10-15 ครั้งแล้ว

00:18:04.500 --> 00:18:07.503 align:center
เอเดรียโนบอกว่าฟิล สเปกเตอร์
ออกจากบ้านตอนหนึ่งทุ่มตรง

00:18:07.586 --> 00:18:08.712 align:center
ตามปกติของเขา

00:18:13.050 --> 00:18:16.678 align:center
แล้วก็ไปดินเนอร์กับดื่มเหล้าในเวสต์ฮอลลีวูด

00:18:16.762 --> 00:18:17.971 align:center
(โรงแรมชาโต มาร์มอนต์)

00:18:18.055 --> 00:18:20.182 align:center
ประมาณ 1.15-1.20 น.

00:18:20.265 --> 00:18:22.893 align:center
เขาก็ถูกสั่งให้ไปที่เฮาส์ออฟบลูส์

00:18:22.976 --> 00:18:24.770 align:center
(เฮาส์ออฟบลูส์)

00:18:24.853 --> 00:18:26.980 align:center
หลังจากนั้น เฮาส์ออฟบลูส์ก็ปิดร้าน

00:18:27.064 --> 00:18:31.860 align:center
ตอนประมาณตีสองเศษๆ
ลานาช่วยฟิล สเปกเตอร์ที่กำลังเมา

00:18:31.944 --> 00:18:33.529 align:center
เขาบอกว่า "ผมเชื่อว่าเขาเมา"

00:18:33.612 --> 00:18:37.116 align:center
เธอพาเขามา แล้วจับเขานั่งเบาะหลัง

00:18:37.199 --> 00:18:40.369 align:center
แล้วเธอก็ขึ้นตามมา
พวกเขาขับไปที่บ้านฟิล สเปกเตอร์

00:18:45.749 --> 00:18:48.919 align:center
เอเดรียโนบอกว่าเขาจอดรถที่หลังบ้าน

00:18:49.002 --> 00:18:51.880 align:center
เขาเปิดเพลงนิดหน่อย เขากำลังง่วง

00:18:51.964 --> 00:18:56.426 align:center
ประมาณตีห้า เอเดรียโนบอกว่า
เขาได้ยินเสียงปังดังลั่น

00:18:57.678 --> 00:19:00.597 align:center
มันดังพอให้เขาตกใจจนลงมาจากรถ

00:19:01.431 --> 00:19:03.892 align:center
ทันใดนั้น ประตูก็เปิด

00:19:04.685 --> 00:19:07.146 align:center
เขาเห็นฟิล สเปกเตอร์ใส่แจ็กเก็ตสีขาว

00:19:07.229 --> 00:19:08.480 align:center
ผมเห็นหน้าเขา

00:19:09.064 --> 00:19:12.526 align:center
ตอนผมเห็นเขา เขามีปืนอยู่ด้านหน้า

00:19:13.235 --> 00:19:15.404 align:center
เอเดรียโนเห็นว่ามือเขาเปื้อนเลือด

00:19:15.487 --> 00:19:18.949 align:center
ผมขยับไปแบบนี้ แล้วก็เห็นขา

00:19:21.285 --> 00:19:23.370 align:center
- ผมเห็นผู้หญิงอยู่บนเก้าอี้
- โอเค

00:19:23.453 --> 00:19:25.205 align:center
เลือดเต็มหน้าเลย

00:19:25.831 --> 00:19:27.666 align:center
สเปกเตอร์มองเอเดรียโนแล้วบอกว่า

00:19:28.250 --> 00:19:31.837 align:center
เขาบอกผมว่า "ผมคิดว่าผมฆ่าคนตาย"

00:19:33.088 --> 00:19:37.509 align:center
เอเดรียโนรู้สึกเป็นอันตรายถึงชีวิต
แล้วก็วิ่งหนีไปเลย

00:19:39.761 --> 00:19:42.848 align:center
เขาโทรหาผู้จัดการของฟิล
แล้วก็ถูกตัดเข้าฝากข้อความทันที

00:19:43.807 --> 00:19:44.933 align:center
มิเชล

00:19:45.017 --> 00:19:49.479 align:center
มิเชล คุณต้องมาบ้านคุณฟิลิป

00:19:50.063 --> 00:19:52.357 align:center
ผมคิดว่าเขาฆ่าผู้หญิงตาย

00:19:52.858 --> 00:19:54.318 align:center
ผมจะแจ้งตำรวจตอนนี้เลย

00:19:55.777 --> 00:19:58.530 align:center
เอเดรียโนบอกว่า "ผมคิดว่าคุณฟิลฆ่าคนตาย"

00:19:58.614 --> 00:20:01.033 align:center
เขาวางสาย แล้วก็โทรแจ้ง 911

00:20:01.116 --> 00:20:04.203 align:center
เขาพูดเหมือนกันกับพนักงานรับแจ้งเหตุ

00:20:11.501 --> 00:20:12.836 align:center
ในเขตลอสแอนเจลิส

00:20:12.920 --> 00:20:16.048 align:center
กว่าจะได้ชันสูตร อาจต้องรอถึงสัปดาห์ครึ่ง

00:20:16.798 --> 00:20:18.675 align:center
เราต้องปฏิบัติกับทุกคดีเหมือนกัน

00:20:18.759 --> 00:20:21.345 align:center
แต่ความจริงก็ไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป

00:20:22.679 --> 00:20:26.767 align:center
คดีนี้ไปถึงกรมตำรวจเขตแล้ว
ทางกรมอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

00:20:27.434 --> 00:20:30.896 align:center
หมอเลยชันสูตรให้แทบจะวันถัดไปเลย
ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน

00:20:32.731 --> 00:20:35.317 align:center
ข้อค้นพบหลักๆ ของการชันสูตรก็คือ

00:20:35.400 --> 00:20:38.487 align:center
มีแผลถูกยิงหนึ่งแผลภายในปาก

00:20:39.112 --> 00:20:41.365 align:center
จากจุดที่ถูกยิงและการฝังกระสุน

00:20:41.448 --> 00:20:42.866 align:center
ลานาเสียชีวิตทันที

00:20:43.659 --> 00:20:46.578 align:center
กระสุนอยู่ในมุมทิ่มลง

00:20:46.662 --> 00:20:51.500 align:center
ถ้าคุณฆ่าตัวตาย คุณจะจ่อปืนลงเหรอ

00:20:51.583 --> 00:20:55.337 align:center
มันน่าจะอยู่ในแนวตรงมากกว่า
หรืออาจจะชี้ขึ้นด้วยซ้ำ

00:20:57.422 --> 00:21:01.718 align:center
วิธีการตายเป็นข้อสรุปตามกฎหมาย
ที่เป็นหน้าที่ของแพทย์

00:21:01.802 --> 00:21:03.178 align:center
ตัวเลือกมีแค่ห้าข้อ

00:21:03.262 --> 00:21:06.265 align:center
ฆาตกรรม ฆ่าตัวตาย อุบัติเหตุ
สาเหตุธรรมชาติ และไม่ทราบสาเหตุ

00:21:06.348 --> 00:21:10.102 align:center
แพทย์ชันสูตรคือผู้สรุปเรื่องนี้
ไม่ใช่ผู้พิพากษาหรือคณะลูกขุน

00:21:10.185 --> 00:21:14.064 align:center
แพทย์ชันสูตรคือผู้ที่สรุปเรื่องนั้นตามกฎหมาย

00:21:15.983 --> 00:21:19.987 align:center
หมอเปนญาทำข้อสรุปได้ละเอียดมากๆ

00:21:20.070 --> 00:21:23.031 align:center
ส่วนหนึ่งเพราะประสบการณ์
ส่วนหนึ่งก็เพราะสามัญสำนึก

00:21:23.115 --> 00:21:24.700 align:center
ส่วนหนึ่งก็เพราะวิทยาศาสตร์

00:21:25.325 --> 00:21:29.413 align:center
ในคดีนี้ หมอเปนญาขอเลื่อนแจ้งผล

00:21:29.496 --> 00:21:32.791 align:center
เขาอยากรอรายงานผลตรวจทุกอย่าง

00:21:32.874 --> 00:21:34.793 align:center
ก่อนที่จะลงข้อสรุปสุดท้าย

00:21:36.378 --> 00:21:41.049 align:center
ผมเชื่อว่าเป็นฆาตกรรมหรืออุบัติเหตุมากกว่า

00:21:41.133 --> 00:21:44.261 align:center
แต่เราก็ยังต้องพิสูจน์ว่า
เป็นการฆ่าตัวตายได้หรือไม่

00:21:47.472 --> 00:21:51.268 align:center
เธอมีอาการซึมเศร้าไหม มีปัญหาการเงินไหม

00:21:54.479 --> 00:21:57.691 align:center
เราคุยกับเจ้าของบ้าน
เขาบอกว่าเธอเป็นผู้เช่าตัวอย่าง

00:21:58.817 --> 00:22:03.947 align:center
มันตัดความเป็นไปได้ว่า "เธอเดือดร้อน
แล้วเธอก็ไม่มีเงินหมุนเดือนชนเดือน"

00:22:05.324 --> 00:22:08.785 align:center
ใครก็ตามทุกคนที่เราคิดว่า
มีความสัมพันธ์บางอย่างกับเธอ

00:22:08.869 --> 00:22:11.830 align:center
ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว
ที่เราไปสอบปากคำ

00:22:12.998 --> 00:22:15.542 align:center
ทุกคนมีช่วงขาลงกันทั้งนั้น

00:22:15.625 --> 00:22:19.379 align:center
แต่เธอก็ฉุดตัวเองขึ้นมา รอดพ้นมาได้เสมอ

00:22:19.463 --> 00:22:21.923 align:center
ถ้าเธอขาดเหลืออะไรจริงๆ ก็โทรหาฉันได้เสมอ

00:22:23.717 --> 00:22:25.594 align:center
ไม่มีใครพูดว่าเธอเคยทำร้ายตัวเอง

00:22:25.677 --> 00:22:28.638 align:center
ไม่มีใครพูดว่าเธอพูดเรื่องฆ่าตัวตาย

00:22:28.722 --> 00:22:33.310 align:center
เธอเป็นคนมองโลกในแง่ดี
ที่ไม่มีทางคิดทำร้ายตัวเอง

00:22:35.354 --> 00:22:38.482 align:center
ตามอุดมคติแล้ว ลานาจะกลับไปรับงานแสดง

00:22:38.565 --> 00:22:41.568 align:center
แต่เพราะเธอร้างวงการไปหนึ่งปี

00:22:41.651 --> 00:22:45.197 align:center
เธอไม่ได้อยู่ในความคิดแรกๆ
ของฝ่ายคัดตัวนักแสดง

00:22:45.280 --> 00:22:47.616 align:center
เธอต้องหาวิธีเอาตัวรอด

00:22:47.699 --> 00:22:50.577 align:center
แล้วโอกาสก็มาถึงที่เฮาส์ออฟบลูส์

00:22:50.660 --> 00:22:51.578 align:center
(เรนโบว์)

00:22:51.661 --> 00:22:52.621 align:center
(วิสกี้ อะโกโก้)

00:22:52.704 --> 00:22:53.789 align:center
(ซันเซ็ตบูเลอวาร์ด)

00:22:53.872 --> 00:22:54.956 align:center
(เดอะคอเมดี้สโตร์)

00:22:55.040 --> 00:22:55.957 align:center
(เฮาส์ออฟบลูส์)

00:22:56.041 --> 00:22:58.543 align:center
คลาร์กสันทำงานเป็นโฮสเตสที่เฮาส์ออฟบลูส์

00:22:59.378 --> 00:23:01.254 align:center
เธอตื่นเต้นที่ได้ทำงาน

00:23:01.338 --> 00:23:04.341 align:center
เธอตื่นเต้นที่หายดี กลับมาแข็งแรง

00:23:04.424 --> 00:23:09.513 align:center
ถือเป็นอภิสิทธิ์ที่ได้รับเชิญ
เป็นโฮสเตสของเฟาน์เดชันรูม

00:23:09.596 --> 00:23:13.683 align:center
เฟาน์เดชันรูมที่เฮาส์ออฟบลูส์
เป็นสถานที่ที่ทรงเกียรติมากๆ

00:23:14.226 --> 00:23:15.977 align:center
นั่นคือแหล่งคนใหญ่คนโตในฮอลลีวูด

00:23:16.770 --> 00:23:20.565 align:center
ในฐานะแขกของลานา
ฉันได้เจอจอร์จ คลูนีย์ที่นั่นครั้งหนึ่ง

00:23:20.649 --> 00:23:24.903 align:center
ถ้าคุณเป็นคนดังอยู่ในฮอลลีวูด
คุณต้องได้ไปเฟาน์เดชันรูม

00:23:34.121 --> 00:23:35.872 align:center
ผมกับพอลไปที่เฮาส์ออฟบลูส์

00:23:35.956 --> 00:23:38.417 align:center
เราคุยกับผู้จัดการ หัวหน้ารปภ.

00:23:38.500 --> 00:23:42.504 align:center
แล้วก็บริกรหญิงที่เสิร์ฟเหล้าให้สเปกเตอร์

00:23:44.673 --> 00:23:45.757 align:center
สเปกเตอร์เข้ามาที่ร้าน

00:23:46.800 --> 00:23:49.177 align:center
ลานาทำงานเป็นโฮสเตสในคืนนั้น

00:23:50.637 --> 00:23:53.181 align:center
เขาบอกว่า "ไม่รู้เหรอว่าผมเป็นใคร
ผมฟิล สเปกเตอร์นะ"

00:23:53.682 --> 00:23:58.228 align:center
เธอไม่รู้ เลยบอกว่า
"คุณสเปกเตอร์ คุณเข้ามาไม่ได้"

00:23:58.812 --> 00:24:01.106 align:center
เธอคิดว่าเขาเป็นผู้หญิง

00:24:01.606 --> 00:24:03.400 align:center
เขาก็ไม่พอใจเท่าไหร่

00:24:03.483 --> 00:24:06.403 align:center
หัวหน้ารปภ.รีบมาหาเธอ บอกว่า "นี่ ไม่ได้นะ"

00:24:06.486 --> 00:24:09.406 align:center
เขาเรียกเธอไปคุย แล้วบอกว่า
"รับแขกคนนี้ให้เหมือนทองเลย"

00:24:09.990 --> 00:24:14.995 align:center
ณ ตอนนั้น ลานาก็พาเขาไปที่โต๊ะพิเศษ

00:24:15.078 --> 00:24:16.580 align:center
แล้วก็ขอโทษขอโพย

00:24:19.166 --> 00:24:22.085 align:center
ช่วงเช้ามืด ร้านก็ปิดแล้ว

00:24:22.169 --> 00:24:26.381 align:center
คนเห็นพวกเขาออกจากร้านด้วยกัน
เราถามว่า "ภาพวิดีโออยู่ไหน"

00:24:27.674 --> 00:24:29.050 align:center
เราดูภาพวิดีโอ

00:24:29.134 --> 00:24:30.260 align:center
(ฟิล - ลานา)

00:24:30.343 --> 00:24:35.098 align:center
ดูเหมือนลานาจะช่วยประคองสเปกเตอร์ขึ้นรถ

00:24:36.308 --> 00:24:38.768 align:center
เอเดรียโนบอกว่าสเปกเตอร์เมา

00:24:40.270 --> 00:24:41.730 align:center
เขาชวนเธอไปด้วยซ้ำๆ

00:24:41.813 --> 00:24:44.065 align:center
"มาปราสาทของผมสิ
คุณต้องไปดูปราสาทของผม"

00:24:44.149 --> 00:24:45.400 align:center
แล้วเธอก็ตอบว่า "โอเค"

00:24:45.484 --> 00:24:49.488 align:center
แล้วการเดินทางก็เริ่มต้นขึ้น

00:24:53.241 --> 00:24:55.702 align:center
มันน่าขนลุกที่ได้ดูภาพ

00:24:55.785 --> 00:25:00.248 align:center
โดยที่รู้ว่าหญิงสาวคนนี้
จะเสียชีวิตในอีกไม่ถึงสองชั่วโมง

00:25:05.086 --> 00:25:07.881 align:center
คำถามหลายๆ ข้อไปตามแนวทางว่า

00:25:07.964 --> 00:25:10.133 align:center
"ผู้หญิงสวยๆ" ผู้ชายมันโสโครก

00:25:10.926 --> 00:25:14.179 align:center
เธออยู่ในฮอลลีวูด
แหล่งกำเนิดคำว่า "โซฟาคัดตัว"

00:25:14.262 --> 00:25:17.474 align:center
เธอตอบโต้ยังไงเวลามีคนพูดจาไม่เหมาะสม

00:25:17.557 --> 00:25:19.601 align:center
หรือมีใครทำมิดีมิร้ายกับเธอ

00:25:20.477 --> 00:25:24.731 align:center
ลานารู้วิธีปฏิเสธความสนใจ เธอทำได้เนียนมาก

00:25:26.650 --> 00:25:32.572 align:center
มันง่ายที่คนจะคิดไปไกล สันนิษฐานไปเอง

00:25:32.656 --> 00:25:36.535 align:center
จากการที่ผู้หญิงไปบ้านผู้ชายกลางดึก

00:25:36.618 --> 00:25:38.036 align:center
แต่ฉันรู้จักลานา

00:25:38.620 --> 00:25:41.790 align:center
ฉันรู้ดีว่าเธอไปบ้านเขาทำไม

00:25:41.873 --> 00:25:45.335 align:center
เธอไม่ได้ไปเพราะสนใจเขาในทางชู้สาว

00:25:46.127 --> 00:25:48.505 align:center
มันไม่มีอะไรน่ากลัว

00:25:48.588 --> 00:25:51.550 align:center
จากการไปดื่มเหล้ากับฟิล สเปกเตอร์

00:25:51.633 --> 00:25:55.971 align:center
เขาสูง 168 เธอสูง 183 เซนติเมตร
เธอดูแลตัวเองได้

00:25:57.138 --> 00:25:58.848 align:center
ฉันมองเห็นได้ชัดเลย

00:25:58.932 --> 00:26:03.353 align:center
ว่าลานาจะสนใจคนอย่างฟิล สเปกเตอร์ตรงไหน

00:26:03.436 --> 00:26:04.563 align:center
ที่นี่ฮอลลีวูด

00:26:04.646 --> 00:26:07.566 align:center
ฉันขอบอกเลยว่าการสร้างเครือข่ายมีคุณค่ามากๆ

00:26:12.153 --> 00:26:15.907 align:center
ผมเป็นคนเดียวที่รู้จัก
ทั้งฟิล สเปกเตอร์และลานา คลาร์กสัน

00:26:15.991 --> 00:26:18.410 align:center
ทั้งคู่แตกต่างกันอย่างน่าแปลกและน่าสงสัย

00:26:20.537 --> 00:26:23.873 align:center
ประมาณปี 1966
ผมได้เจอฟิล สเปกเตอร์ครั้งแรก

00:26:23.957 --> 00:26:25.500 align:center
แล้วก็ได้เห็นเขาทำงาน

00:26:26.418 --> 00:26:30.130 align:center
ตอนผมอายุ 15 โกลด์สตาร์สตูดิโอส์คือรายใหญ่

00:26:31.089 --> 00:26:33.174 align:center
ผมจะแอบไปนั่งที่โซฟา

00:26:33.800 --> 00:26:37.596 align:center
ซาวด์เอ็นจิเนียร์คนหนึ่งชวนผมเข้าไปในสตูดิโอ

00:26:37.679 --> 00:26:40.056 align:center
สุดท้าย ผมก็ได้ไปดูฟิล สเปกเตอร์อัดเสียง

00:26:41.558 --> 00:26:43.560 align:center
ฟิล สเปกเตอร์มีวอลล์ออฟซาวด์

00:26:43.643 --> 00:26:47.272 align:center
วอลล์ออฟซาวด์คือการเล่นกีตาร์สี่ตัวพร้อมกัน

00:26:47.355 --> 00:26:50.275 align:center
กับเปียโนอีกสามตัว แต่ไม่มีใครทำอะไรแบบนั้น

00:26:50.358 --> 00:26:52.527 align:center
มือกลองอีกสองคนด้วย มันเหลือเชื่อสุดๆ

00:26:54.404 --> 00:26:56.865 align:center
ผมไม่เคยเจอคนแบบเขา

00:26:56.948 --> 00:26:59.534 align:center
ท่าทีของเขาในการอัดเสียง พฤติกรรมของเขา

00:27:00.118 --> 00:27:02.454 align:center
เขาเป็นเหมือนจอมเผด็จการเลยก็ว่าได้

00:27:02.537 --> 00:27:07.417 align:center
แต่เขารู้ดีว่า
ตัวเองต้องการอะไร แล้วเขาก็ทำได้

00:27:07.500 --> 00:27:09.002 align:center
(ลานากับร็อบ)

00:27:09.085 --> 00:27:11.004 align:center
ลานาเป็นเพื่อนสนิทที่สุดคนหนึ่งของผม

00:27:11.755 --> 00:27:14.591 align:center
แต่เราไม่เคยมีโอกาสคุยกันเรื่องฟิล สเปกเตอร์

00:27:16.259 --> 00:27:20.180 align:center
ผมเจอเขาครั้งสุดท้ายน่าจะปี 1978

00:27:20.263 --> 00:27:23.767 align:center
แล้วผมก็ได้เจอลานาเมื่อปี 1984
ก่อนย้ายไปนิวยอร์ก

00:27:24.392 --> 00:27:26.645 align:center
ลานาไม่รู้จักกิตติศัพท์ของฟิล

00:27:28.063 --> 00:27:30.565 align:center
ฟิล สเปกเตอร์เป็นคนอันตรายมากๆ

00:27:31.232 --> 00:27:33.693 align:center
คุ้มดีคุ้มร้าย คาดเดายากมาก

00:27:34.736 --> 00:27:37.489 align:center
ถ้าผมอยู่ที่นั่น ตอนปิดร้านเฮาส์ออฟบลูส์คืนนั้น

00:27:37.572 --> 00:27:39.407 align:center
เรื่องนี้ก็คงไม่มีทางเกิดขึ้น

00:27:39.491 --> 00:27:42.118 align:center
ผมไม่มีทางยอมให้เธอไปกับฟิล แต่…

00:27:55.882 --> 00:27:58.426 align:center
ทุกคนรู้สึกได้ชัดเจนมากว่า

00:27:58.927 --> 00:28:05.684 align:center
"นี่จะเป็นคดีที่ต้องวิเคราะห์อย่างหนัก

00:28:05.767 --> 00:28:09.437 align:center
แล้วเราก็ต้องการข้อมูลให้มากที่สุด"

00:28:13.149 --> 00:28:16.611 align:center
แล็บของเราได้ผลตรวจสวอบดีเอ็นเอ

00:28:16.695 --> 00:28:19.698 align:center
ที่เราได้มาจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ

00:28:20.532 --> 00:28:21.908 align:center
ในห้องนอนใหญ่

00:28:21.991 --> 00:28:25.829 align:center
เราเจอแจ็กเก็ตมื้อค่ำสีขาว
ที่นายสเปกเตอร์สวมใส่

00:28:25.912 --> 00:28:27.622 align:center
ในคืนนั้นที่เฮาส์ออฟบลูส์

00:28:28.790 --> 00:28:31.751 align:center
มันมีรอยเลือดอยู่ที่แขนเสื้อ

00:28:32.919 --> 00:28:36.673 align:center
แล้วในห้องน้ำแขกก็มีผ้าอ้อมสำลี

00:28:37.757 --> 00:28:38.967 align:center
สิ่งหนึ่งที่ผมได้รู้

00:28:39.050 --> 00:28:42.721 align:center
คนเราเวลามีปืน มักจะห่อด้วยผ้าอ้อม

00:28:43.722 --> 00:28:46.641 align:center
ผ้าอ้อมนั้นมีเลือดอยู่ แล้วมันก็ยังไม่แห้ง

00:28:47.600 --> 00:28:52.647 align:center
เราได้รู้ว่าเลือดของลานา คลาร์กสัน
อยู่ที่ผ้าอ้อมกับในห้องน้ำ

00:28:52.731 --> 00:28:56.443 align:center
เลือดของเธออยู่ที่เสื้อของฟิล สเปกเตอร์

00:28:59.195 --> 00:29:03.158 align:center
ตอนที่กระสุน
โดนนางสาวคลาร์กสัน แล้วเลือดออก

00:29:03.658 --> 00:29:08.246 align:center
มันไปเปื้อนอาวุธของนายสเปกเตอร์
เปื้อนแขนเสื้อ เปื้อนมือเขา

00:29:08.788 --> 00:29:12.083 align:center
ระหว่างตรวจสอบผ้าอ้อมและอาวุธ

00:29:12.667 --> 00:29:15.170 align:center
ดร.ลินน์ เฮรอลด์สรุปได้ว่า

00:29:15.253 --> 00:29:18.590 align:center
ผ้าอ้อมถูกใช้เช็ดปืน

00:29:18.673 --> 00:29:20.175 align:center
นั่นคือสาเหตุที่ความชื้น

00:29:20.258 --> 00:29:24.304 align:center
และหลักฐานเลือดย้ายจากอาวุธปืนมาที่ผ้าอ้อม

00:29:26.389 --> 00:29:30.351 align:center
หลักฐานรอยเลือด
เป็นหลักฐานแวดล้อมของอาชญากรรม

00:29:32.687 --> 00:29:36.149 align:center
ปืนลั่นได้ยังไง ปืนอยู่ตรงไหนตอนที่ลั่น

00:29:36.232 --> 00:29:38.985 align:center
การที่ปืนลั่นส่งผลอะไรบ้าง

00:29:39.068 --> 00:29:41.404 align:center
มันตอบยากมาก เพราะเราตรวจจาก

00:29:41.488 --> 00:29:45.492 align:center
หลักฐานรอยเลือดบนพรมสีแดงเข้ม

00:29:49.913 --> 00:29:52.999 align:center
เมื่อผลตรวจทุกอย่างออกมา
การฆ่าตัวตายก็ถูกตัดทิ้ง

00:29:54.667 --> 00:29:56.044 align:center
เราเชื่อว่าเป็นฆาตกรรมหรือไม่

00:29:56.711 --> 00:29:59.881 align:center
คิดสักนิดไหมว่าเป็นอุบัติเหตุ ก็คิด

00:29:59.964 --> 00:30:02.926 align:center
แต่ปัญหาคือเขาไม่ได้ให้การอย่างนั้น

00:30:04.636 --> 00:30:07.430 align:center
ผมไม่รู้ว่ายัยผู้หญิงคนนี้มีปัญหาอะไร

00:30:07.514 --> 00:30:10.391 align:center
แล้วก็เป่าสมองตัวเองตายในบ้านผม

00:30:12.519 --> 00:30:14.270 align:center
(วันที่ 22 กันยายน ปี 2003)

00:30:14.354 --> 00:30:20.151 align:center
ในที่สุด สำนักงานแพทย์ชันสูตร
ก็ติดต่อกลับมาบอกว่า "ไม่ นี่คือฆาตกรรม"

00:30:21.653 --> 00:30:24.948 align:center
แพทย์ชันสูตรสรุปได้ว่า
ลานา คลาร์กสันถูกฆาตกรรม

00:30:25.031 --> 00:30:29.661 align:center
แต่สำนักงานอัยการเขตลอสแอนเจลิส
ปฏิเสธการส่งฟ้องข้อหาฆาตกรรม

00:30:29.744 --> 00:30:32.664 align:center
สำนักงานแพทย์ชันสูตรแอลเอได้ประกาศ

00:30:32.747 --> 00:30:35.959 align:center
ไม่ใช่แค่ระบุว่าเป็นฆาตกรรม
แต่ยังชี้ตัวฟิล สเปกเตอร์

00:30:36.042 --> 00:30:38.294 align:center
เมื่อไหร่เราจะได้ข่าว
จากสำนักงานอัยการเขตแอลเอ

00:30:38.378 --> 00:30:39.712 align:center
สเปกเตอร์เป็นคนดัง

00:30:39.796 --> 00:30:44.008 align:center
นี่เป็นคดีใหญ่สำหรับสำนักงานอัยการ
ที่แพ้คดีใหญ่มามากมาย

00:30:44.968 --> 00:30:47.846 align:center
ผมจำได้ ตอนที่คดีสเปกเตอร์เข้ามา

00:30:47.929 --> 00:30:49.722 align:center
ผมรู้ว่าฟิล สเปกเตอร์เป็นใคร

00:30:49.806 --> 00:30:52.225 align:center
"ฮูส์ลอสต์แดตเลิฟวิงฟีลลิง"

00:30:52.308 --> 00:30:55.520 align:center
หลานสาวผมชอบเพลงนั้น
จากเรื่อง "ท็อปกัน" มากๆ

00:30:57.522 --> 00:31:00.608 align:center
มีความ… ผมไม่อยากพูดว่าหวาดระแวง

00:31:00.692 --> 00:31:04.696 align:center
แต่สำนักงานอัยการ
เสียหายหนักมากจากคดีโอเจ ซิมป์สัน

00:31:07.949 --> 00:31:11.828 align:center
เราต้องการเวลามากกว่านั้น
ก่อนส่งฟ้องอาญากับซิมป์สัน

00:31:12.787 --> 00:31:16.583 align:center
แต่แรงกดดันจากสื่อมันหนักมาก
เราเลยต้องส่งฟ้อง

00:31:17.208 --> 00:31:21.671 align:center
เกิดอะไรขึ้นในคดีโอเจ ซิมป์สัน เราไม่พร้อม

00:31:23.131 --> 00:31:26.634 align:center
เราอยากแน่ใจว่าความยุติธรรมบังเกิด
แล้วจำเลยก็จะต้องติดคุก

00:31:27.760 --> 00:31:29.262 align:center
ตอนนี้เราโฟกัสที่

00:31:29.345 --> 00:31:32.682 align:center
"เราจะทำยังไงให้หลักฐานหนาแน่นขึ้น
ว่านี่เป็นการฆาตกรรม

00:31:32.765 --> 00:31:34.434 align:center
โดยพิสูจน์จนสิ้นสงสัย"

00:31:34.517 --> 00:31:39.898 align:center
และ "จะมีอะไรมาสะดุด
ขัดขวางเราจากการเอาผิดได้บ้าง"

00:31:42.859 --> 00:31:46.946 align:center
ทุกคนอยากได้ความสนใจจากสื่อ

00:31:48.948 --> 00:31:51.951 align:center
มันน่าเศร้า แต่ก็เป็นธรรมชาติของสื่อ

00:31:52.035 --> 00:31:57.332 align:center
พวกเขาจะติดตามคดีที่มีกระแสและความสนใจสูง

00:31:58.791 --> 00:32:02.420 align:center
ฟิล สเปกเตอร์ชอบพูด เขาให้สัมภาษณ์ไปทั่ว

00:32:02.503 --> 00:32:06.299 align:center
ในบทสัมภาษณ์กับนิตยสาร
เขาอ้างว่าคลาร์กสัน "จูบกับปืน"

00:32:06.841 --> 00:32:12.931 align:center
เขาปั้นน้ำเป็นตัว แล้วเขาก็ค่อนข้างร้ายกับลานา

00:32:13.014 --> 00:32:14.974 align:center
เขาใส่ร้ายเธอตลอดเวลา

00:32:15.850 --> 00:32:20.980 align:center
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของฟิล สเปกเตอร์
ต้องการให้ลานาดูเหมือนผู้หญิงไร้สมอง

00:32:21.564 --> 00:32:24.317 align:center
คนด้อยค่าเธอเพราะเป็นดาราหนังเกรดบี

00:32:24.400 --> 00:32:25.652 align:center
แต่เธอภูมิใจกับเรื่องนั้น

00:32:26.527 --> 00:32:31.491 align:center
เธอรู้ว่าเธอดังในบทราชินีคนเถื่อน
แล้วเธอก็ภูมิใจกับมัน

00:32:31.574 --> 00:32:34.702 align:center
ทางครอบครัวขอร้องว่าพวกเรา

00:32:34.786 --> 00:32:38.081 align:center
คนวงใน อย่าไปคุยกับใครทั้งนั้น

00:32:38.623 --> 00:32:40.750 align:center
ใครพูดอะไรบางอย่าง สื่อก็เอาไปบิดเบือน

00:32:40.833 --> 00:32:43.586 align:center
แล้วก็เผยแพร่ลงนิตยสารหรือหนังสือพิมพ์

00:32:43.670 --> 00:32:46.172 align:center
ฉันเลยบอกว่าทางที่ดีที่สุดคืออย่าพูด

00:32:46.255 --> 00:32:47.423 align:center
(ฝันเกรดเอ หนังเกรดบี)

00:32:47.507 --> 00:32:50.802 align:center
เราก็เลยอยู่เฉยๆ ในฉากหลัง

00:32:50.885 --> 00:32:56.057 align:center
นั่งโมโหอยู่เงียบๆ กับข้อมูลที่ออกมา

00:32:56.140 --> 00:32:58.893 align:center
จากฟิล สเปกเตอร์กับทีมงาน

00:32:58.977 --> 00:33:00.436 align:center
มันเลวร้ายมาก

00:33:01.062 --> 00:33:03.690 align:center
มันแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นคนยังไง

00:33:04.190 --> 00:33:05.566 align:center
เราอดพูดไม่ได้ว่า

00:33:05.650 --> 00:33:09.404 align:center
"ไม่ คุณปกปิดบางอย่างอยู่ คุณก่อคดีฆาตกรรม"

00:33:15.910 --> 00:33:19.455 align:center
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า
นี่คือคดีที่สื่อมีส่วนขับเคลื่อนมากที่สุด

00:33:20.289 --> 00:33:22.500 align:center
เพื่อนกับญาติผมคุยกันแต่เรื่องนี้

00:33:22.583 --> 00:33:25.461 align:center
"ได้ทำคดีนี้หรือเปล่า" ทุกคนมีทฤษฎีของตัวเอง

00:33:26.879 --> 00:33:28.131 align:center
แต่เราก็ต้องหาสมดุล

00:33:29.007 --> 00:33:31.926 align:center
สิ่งหนึ่งที่ผมทำ

00:33:32.010 --> 00:33:35.096 align:center
คือผมแทบไม่คุยเรื่องงานเลย

00:33:37.181 --> 00:33:38.182 align:center
ผมไม่ได้รู้สึกพิเศษ

00:33:38.266 --> 00:33:41.227 align:center
นี่เป็นแค่สิ่งที่ผมเลือกทำ แล้วผมก็สนุกที่ได้ทำ

00:33:42.186 --> 00:33:44.522 align:center
ส่วนคดีนี้ ผมเก็บตัวเงียบ

00:33:44.605 --> 00:33:48.109 align:center
พูดแค่ "อ้อ ใช่ ทำคดีนี้อยู่
ใช่ เดี๋ยวมันก็ออกทีวี"

00:33:49.235 --> 00:33:52.196 align:center
ตอนนั้นลูกผมอายุ 13 กับ 11 ขวบ

00:33:53.072 --> 00:33:56.868 align:center
ลูกผมรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

00:33:56.951 --> 00:34:00.246 align:center
แต่ผมคิดว่าลูกสัมผัสจากผมได้ แล้วก็ไม่เคย…

00:34:00.329 --> 00:34:02.915 align:center
ลูกไม่เคยประทับใจผมเลย ผมขำเรื่องนี้เสมอ

00:34:08.629 --> 00:34:11.090 align:center
ผมได้ยินสเปกเตอร์บรรยาย
อ่านคำบรรยายของเขามา

00:34:11.174 --> 00:34:14.927 align:center
ในหนังสือพิมพ์เมื่อเช้าว่า
เขานิสัยดี 90 เปอร์เซ็นต์ อีกสิบคือตัวปัญหา

00:34:15.011 --> 00:34:15.845 align:center
ครับ

00:34:15.928 --> 00:34:18.222 align:center
คุณเคยพบเจอด้านสิบเปอร์เซ็นต์ของเขาไหม

00:34:18.306 --> 00:34:21.309 align:center
ผมไม่เคยเจอนะ แน่นอน
แต่ก็มีเรื่องเล่าหลายเรื่อง

00:34:22.310 --> 00:34:24.937 align:center
เราโฟกัสที่ "ทำไมถึงเชื่อว่าเป็นฆาตกรรม"

00:34:25.521 --> 00:34:27.398 align:center
เราต้องศึกษาชีวิตของฟิล สเปกเตอร์

00:34:28.566 --> 00:34:32.111 align:center
เราเห็นว่ามีอย่างน้อยหนึ่งครั้ง
ที่เขาถูกจับกุมเรื่องปืน

00:34:33.905 --> 00:34:36.074 align:center
เขาครอบครองปืน เป็นเจ้าของปืน

00:34:36.157 --> 00:34:39.869 align:center
ผมได้ยินมาจากคนอื่นๆ
ว่าเขามีประวัติเลวทรามยาวเหยียด

00:34:39.952 --> 00:34:41.454 align:center
เรื่องชอบชักปืนไปทั่ว

00:34:41.537 --> 00:34:45.416 align:center
มีเรื่องเล่าซ้ำๆ ว่าเขาชักปืนใส่

00:34:45.500 --> 00:34:48.169 align:center
ระหว่างการอัดเพลงของวงราโมนส์

00:34:48.669 --> 00:34:52.215 align:center
เขาโมโหจอห์น เลนนอน
แล้วเขาก็ยิงปืนขึ้นเพดาน

00:34:52.298 --> 00:34:53.466 align:center
เราต้องไปตามสืบเรื่องนั้น

00:34:54.133 --> 00:34:58.513 align:center
การชักปืนใส่คนอื่นของฟิล สเปกเตอร์
คือการแสดงออกว่าใครเป็นฝ่ายควบคุมมากกว่า

00:34:58.596 --> 00:35:01.265 align:center
ถ้าคุณมีอำนาจจริงๆ
คุณไม่ต้องใช้ปืนโน้มน้าวคนอื่นหรอก

00:35:02.016 --> 00:35:03.267 align:center
เขามันกระจอก

00:35:05.269 --> 00:35:08.314 align:center
เขาพกปืนใส่กระสุนเพราะมีเหตุผล
เพราะเขาใช้รังแกคนอื่นได้

00:35:09.524 --> 00:35:12.151 align:center
ตั้งแต่จอห์น เลนนอนถึงเลนเนิร์ด โคเฮน

00:35:12.235 --> 00:35:14.028 align:center
(เลินเนิร์ด โคเฮน "เดธออฟอะเลดี้ส์แมน")

00:35:14.112 --> 00:35:17.490 align:center
ที่สตูดิโอกำลังจะจบการอัดเสียง

00:35:17.573 --> 00:35:21.452 align:center
ฟิล สเปกเตอร์บอกเลนเนิร์ด โคเฮนว่า
"ไปอัดเสียงร้องใส่เพลงนี้ที"

00:35:21.536 --> 00:35:25.998 align:center
แล้วเลนเนิร์ดก็ตอบฟิลว่า "นี่ ผมเหนื่อยแล้วนะ"

00:35:26.082 --> 00:35:29.460 align:center
เขาบอกว่า "ไว้อัดพรุ่งนี้ก็ได้"
แล้วฟิลก็ชักปืนออกมา

00:35:29.544 --> 00:35:30.878 align:center
(วันที่ฟิล สเปกเตอร์)

00:35:30.962 --> 00:35:34.757 align:center
จ่อมาที่เลนเนิร์ด แล้วบอกว่า
"คุณต้องร้องเพลงนี้เดี๋ยวนี้"

00:35:36.968 --> 00:35:40.888 align:center
เลนเนิร์ด โคเฮนไม่สะทกสะท้านเลย
นี่วันแรกเลยนะ

00:35:42.056 --> 00:35:44.142 align:center
เลนเนิร์ดเล่าเรื่องนี้ให้ผมฟัง

00:35:44.642 --> 00:35:46.519 align:center
เขายังสนใจมากๆ

00:35:46.602 --> 00:35:50.106 align:center
กับความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น
จากการร่วมงานกับฟิล

00:35:50.189 --> 00:35:53.317 align:center
แต่เลนเนิร์ดก็รู้ว่าเขาพกปืนตลอดเวลา

00:35:55.528 --> 00:35:56.654 align:center
เขามีอำนาจมากๆ

00:35:57.238 --> 00:35:58.948 align:center
หลายคนก็เลยลังเลมากๆ

00:35:59.448 --> 00:36:01.242 align:center
โดยเฉพาะคนในวงการดนตรี

00:36:01.325 --> 00:36:04.495 align:center
พวกเขารู้สึกว่าฟิลมีอำนาจมากพอ
ที่จะหยุดอาชีพของพวกเขาได้

00:36:06.789 --> 00:36:09.709 align:center
ระหว่างคดีนี้ มีหลายคนที่เราไปสอบปากคำ

00:36:09.792 --> 00:36:11.586 align:center
ที่ไม่ให้การอย่างเป็นทางการ

00:36:13.212 --> 00:36:18.467 align:center
แต่ก็บอกว่าเขาชอบขังคนไว้ในบ้าน

00:36:20.887 --> 00:36:22.180 align:center
มีทั้งผู้ชายและผู้หญิง

00:36:23.347 --> 00:36:25.850 align:center
คุณไปสนุกกับฟิล แล้วอยากกลับบ้าน

00:36:25.933 --> 00:36:27.935 align:center
เขาจะบอกว่า "รอตรงนี้ก่อน"

00:36:28.019 --> 00:36:31.689 align:center
แล้วก็จะเป็นที่ห้องโถงนั้นเสมอ

00:36:32.190 --> 00:36:35.818 align:center
เขาจะหายตัวไป บางทีก็หลายชั่วโมง

00:36:36.319 --> 00:36:38.946 align:center
จนเขาพร้อมจะปล่อยคุณไป

00:36:40.114 --> 00:36:41.866 align:center
วิธีที่เขาขังคนไว้ในบ้าน

00:36:41.949 --> 00:36:44.994 align:center
จำกุญแจลิ้นตายที่เจอบนพื้นได้ไหม

00:36:45.661 --> 00:36:48.539 align:center
เขาจะเอาตัวล็อกออก คนก็ติดอยู่ในนั้น

00:36:49.332 --> 00:36:52.460 align:center
นี่เป็นโอกาสอีกอย่างที่เขาจะควบคุมคนอื่น

00:36:52.543 --> 00:36:55.421 align:center
นั่นคือสิ่งที่ทำให้เขาแตกต่าง

00:36:56.589 --> 00:36:59.550 align:center
จะบอกว่าเขาคลั่งไคล้การควบคุมก็ไม่ผิด

00:37:00.259 --> 00:37:02.553 align:center
นางสาวคลาร์กสันเหมือนถูกขังไว้

00:37:02.637 --> 00:37:06.474 align:center
เธอไม่มีอิสระจะกลับได้ด้วยตัวเอง
เพราะเธอเปิดประตูไม่ได้

00:37:06.557 --> 00:37:09.727 align:center
เพราะนายสเปกเตอร์ถอดที่หมุน

00:37:09.810 --> 00:37:12.772 align:center
ตัวหมุนกลอนออกจากกุญแจลิ้นตายที่ประตู

00:37:16.943 --> 00:37:21.155 align:center
เราได้ยินข่าวลือ แต่ข่าวลือใช้ไม่ได้ในศาล

00:37:22.031 --> 00:37:23.407 align:center
เราต้องหาหลักฐานแน่นหนา

00:37:24.909 --> 00:37:28.537 align:center
ริช ทอมลินกับทีมงานตามทุกเบาะแส

00:37:28.621 --> 00:37:30.873 align:center
พวกเขาเปลี่ยนข่าวลือเป็นความจริง

00:37:30.957 --> 00:37:33.709 align:center
เราเจอพยานตัวจริง หลายคนด้วย

00:37:33.793 --> 00:37:35.253 align:center
(คำให้การของพยาน)

00:37:35.336 --> 00:37:37.838 align:center
บางคนก็เป็นความสัมพันธ์แบบเดตครั้งเดียว

00:37:37.922 --> 00:37:40.049 align:center
บางคนก็เป็นผู้หญิงที่รู้จักกันมาหลายปี

00:37:40.549 --> 00:37:44.470 align:center
แต่ผู้หญิงเหล่านี้มีลักษณะร่วมกันทุกคน

00:37:44.553 --> 00:37:46.305 align:center
ที่เคยถูกจับเป็นตัวประกัน

00:37:46.389 --> 00:37:49.767 align:center
เคยถูกนายสเปกเตอร์ลิดรอนอิสรภาพ

00:37:50.851 --> 00:37:54.188 align:center
มีผู้หญิงเหล่านี้บอกว่าเขานิสัยดีมากๆ

00:37:54.814 --> 00:37:57.108 align:center
ใส่ใจความต้องการของพวกเธอ น่าคบหามากๆ

00:37:57.650 --> 00:38:00.903 align:center
ชวนคุยเก่ง แต่ก็สับสวิตช์เปลี่ยนไป

00:38:02.905 --> 00:38:07.201 align:center
ฟิล สเปกเตอร์มีนิสัยพาผู้หญิงมาบ้าน

00:38:07.285 --> 00:38:08.869 align:center
โดยต้องการกิจกรรมทางเพศ

00:38:08.953 --> 00:38:14.083 align:center
พอผู้หญิงไม่ทำให้
หรือเขาไม่พอใจ เขาก็จะชักปืน

00:38:15.960 --> 00:38:16.961 align:center
นั่นคือวิธีก่อเหตุ

00:38:17.044 --> 00:38:21.632 align:center
มันแปลว่านี่คือสิ่งที่เขาทำประจำ เคยทำมาแล้ว

00:38:21.716 --> 00:38:24.260 align:center
เหตุผลที่มันสำคัญก็เพราะว่า

00:38:24.343 --> 00:38:28.180 align:center
ถ้าเราไม่เจอใครที่บอกว่า
เรื่องนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อน

00:38:28.264 --> 00:38:31.267 align:center
นั่นก็อาจจะเป็นข้อแก้ต่างที่ดีมากๆ

00:38:31.350 --> 00:38:33.728 align:center
"เหลวไหลชัดๆ
ที่คิดว่าลูกความของผมจะทำแบบนั้น"

00:38:34.312 --> 00:38:38.065 align:center
ผู้หญิงเหล่านี้ยินดีขึ้นให้การ
ว่าตัวเองกลัวอันตรายถึงชีวิต

00:38:38.149 --> 00:38:40.151 align:center
ว่าพวกเธอคิดว่าเขาจะฆ่า

00:38:41.235 --> 00:38:43.487 align:center
นี่คือหลักฐานชิ้นสำคัญ

00:38:43.571 --> 00:38:46.782 align:center
เป็นส่วนสำคัญในการแสดงเจตนา

00:38:47.783 --> 00:38:51.579 align:center
แน่นอนว่าไม่ใช่ฆ่าตัวตาย
แต่มันก็ไม่ใช่อุบัติเหตุด้วย

00:38:51.662 --> 00:38:53.581 align:center
เขามีแนวโน้มแสดงความก้าวร้าว

00:38:53.664 --> 00:38:56.000 align:center
ไม่ช้าก็เร็ว ผลลัพธ์นี้จะต้องเกิดขึ้น

00:39:02.048 --> 00:39:08.012 align:center
ถ้าอิงจากการสอบปากคำ
คนที่เคยมีประวัติเจอเรื่องนี้

00:39:08.095 --> 00:39:11.182 align:center
ผมว่าเขาไม่อยากให้เธอกลับบ้าน

00:39:13.434 --> 00:39:16.687 align:center
เขาทิ้งเธอไว้ที่ห้องโถงนั่น
อีกชั่วโมงหรือนานกว่านั้น

00:39:16.771 --> 00:39:20.066 align:center
เธอง่วงจนใกล้หลับ
และเพราะเหตุผลที่เราไม่มีทางรู้

00:39:20.149 --> 00:39:24.695 align:center
เขาหยิบปืนกระบอกนั้น
แล้วตัดสินใจยัดใส่ปากเธอ

00:39:24.779 --> 00:39:27.365 align:center
เธอโวยวาย แล้วเขาก็ฆ่าเธอ

00:39:27.448 --> 00:39:28.991 align:center
(คอบรา
.38 สเปเชียล)

00:39:29.075 --> 00:39:33.871 align:center
หลังจากรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป
ฟิล สเปกเตอร์ก็มีเวลาเกินพอ

00:39:33.954 --> 00:39:36.707 align:center
ที่จะพยายามจัดฉากที่เกิดเหตุ

00:39:42.296 --> 00:39:45.216 align:center
เราติดต่อกับสำนักงานอัยการเขตอย่างต่อเนื่อง

00:39:45.299 --> 00:39:46.926 align:center
นี่เป็นความพยายามร่วมกัน

00:39:47.009 --> 00:39:49.220 align:center
เดือนพฤศจิกายน ปี 2003

00:39:49.303 --> 00:39:53.808 align:center
เราก็ตัดสินใจได้
แล้วส่งฟ้องคดีฆาตกรรมกับฟิล สเปกเตอร์

00:39:53.891 --> 00:39:58.604 align:center
(วันที่ 20 พฤศจิกายน ปี 2003
เก้าเดือนหลังการตายของลานา คลาร์กสัน)

00:39:58.687 --> 00:40:02.691 align:center
ในช่วงแรกๆ ของการขึ้นศาล
เขาอยู่กับทนายดังจากคดีโอเจ โรเบิร์ต ชาพิโร

00:40:02.775 --> 00:40:06.320 align:center
แต่ตอนนี้ เขาเปลี่ยน
ทีมทนายระดับสูงเป็นทีมที่สามแล้ว

00:40:06.404 --> 00:40:12.660 align:center
ฟิล สเปกเตอร์ตั้งแง่ไว้อย่างหนึ่ง
คือเขาจะไม่ยอมติดคุกแม้แต่วันเดียว

00:40:14.453 --> 00:40:18.165 align:center
ทุกครั้งที่มีทนายคนใหม่
ก็ต้องมีการเลื่อนพิจารณาคดี

00:40:18.249 --> 00:40:21.210 align:center
แล้วผู้พิพากษาก็จะให้เวลาทนาย
ในการติดตามงาน

00:40:23.003 --> 00:40:27.091 align:center
ฟิล สเปกเตอร์ประกันตัวอยู่
แปลว่าเขาอยู่นอกคุก

00:40:28.592 --> 00:40:30.428 align:center
เขาไปแต่งงาน

00:40:31.887 --> 00:40:36.267 align:center
ตราบใดที่เขาเลื่อนคดีออกไปได้ เขาก็เป็นอิสระ

00:40:37.101 --> 00:40:38.310 align:center
คุณสเปกเตอร์

00:40:46.402 --> 00:40:51.115 align:center
(วันที่ 25 เมษายน ปี 2007
สี่ปีหลังการตายของลานา คลาร์กสัน)

00:40:52.032 --> 00:40:55.619 align:center
บรรยากาศมันเหมือนละครสัตว์เลย

00:40:55.703 --> 00:40:59.081 align:center
ฟิล สเปกเตอร์สวมวิกไปขึ้นศาลไม่ซ้ำทรง

00:40:59.165 --> 00:41:00.916 align:center
เขามีบอดี้การ์ดร่างยักษ์

00:41:03.544 --> 00:41:05.045 align:center
ฝ่ายจำเลยในคดีนี้

00:41:05.129 --> 00:41:07.798 align:center
พฤติกรรมบางอย่างของพวกเขาร้ายแรงมากๆ

00:41:07.882 --> 00:41:09.216 align:center
มีทนายจำเลยคนหนึ่ง

00:41:09.300 --> 00:41:11.760 align:center
ที่เป็นสวะไร้จรรยาบรรณโดยสิ้นเชิง

00:41:11.844 --> 00:41:13.429 align:center
ทนายมาเฟียนิวยอร์ก

00:41:14.263 --> 00:41:18.350 align:center
เขามาคุยกับผมในทางเดิน
แล้วก็ในห้องน้ำ ตามผมเข้าไปในนั้น

00:41:18.851 --> 00:41:20.936 align:center
แบบ "ผมรอคุณขึ้นคอกพยานไม่ไหวแล้ว

00:41:21.020 --> 00:41:22.438 align:center
ผมจะขยี้คุณให้แหลก"

00:41:22.521 --> 00:41:24.356 align:center
ถามจริง ผมเป็นผู้ชายตัวเล็กๆ

00:41:24.440 --> 00:41:27.151 align:center
คิดว่าผมไม่เคยเจ็บหนักเหรอ ตาบอดหรือไง

00:41:27.234 --> 00:41:31.113 align:center
ดูหน้าผมสิ ดูผมนี่
ผมสร้างอาชีพจากการถูกกระทืบ

00:41:31.197 --> 00:41:32.823 align:center
ผมไม่ได้ขึ้นให้การเก่งอะไรเลยด้วย

00:41:32.907 --> 00:41:35.868 align:center
แต่ผมพูดความจริงได้ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ง่ายมากๆ

00:41:36.744 --> 00:41:41.040 align:center
ผมอาจดูเหมือนโดนข่มขู่แล้วจะกลัว
ถ้าจะว่าอย่างนั้นได้นะ

00:41:41.123 --> 00:41:42.625 align:center
ผมชอบคิดว่าผมไม่กลัว

00:41:48.464 --> 00:41:53.093 align:center
เดิมพันในคดีนี้คือความยุติธรรม
สำหรับลานา คลาร์กสันและครอบครัว

00:41:53.177 --> 00:41:55.971 align:center
แต่มันก็มีนัยแฝงในการไต่สวนคดีนี้

00:41:57.014 --> 00:42:02.394 align:center
สำนักงานอัยการเขตแอลเอ
ไม่ได้ชนะคดีใหญ่มานาน 40 ปีแล้ว

00:42:03.521 --> 00:42:05.689 align:center
ถึงแม้จะมีหลักฐานชิ้นสำคัญ

00:42:05.773 --> 00:42:07.983 align:center
ว่าคนดังมีเอี่ยวกับการก่ออาชญากรรม

00:42:09.652 --> 00:42:11.946 align:center
ปีแรกของผมในสำนักงานอัยการเขต

00:42:12.029 --> 00:42:14.198 align:center
ก็มีการไต่สวนโอเจ ซิมป์สัน

00:42:15.032 --> 00:42:17.743 align:center
ผมเป็นอัยการเขตคนใหม่ถอดด้าม

00:42:18.661 --> 00:42:24.250 align:center
ผมได้บทเรียนครั้งใหญ่
มาจากการไต่สวนครั้งนั้น

00:42:26.919 --> 00:42:30.172 align:center
คณะลูกขุนมองคนดังต่างไป

00:42:30.256 --> 00:42:32.800 align:center
พวกเขาจะมองอัตลักษณ์ในตัวคนดัง

00:42:33.384 --> 00:42:36.011 align:center
มันจะมีความเห็นใจอยู่ระดับหนึ่ง

00:42:36.095 --> 00:42:38.097 align:center
แล้วคณะลูกขุนก็เจอแรงกดดันหนักมาก

00:42:38.180 --> 00:42:40.808 align:center
พวกเขารู้ว่าหลังจบคดี
ตัวเองจะถูกเพื่อนจำเลยวิจารณ์

00:42:40.891 --> 00:42:43.519 align:center
ถ้าไปตัดสินว่าคนดังมีความผิด

00:42:46.814 --> 00:42:49.942 align:center
เราไม่อยากไต่สวนฟิล สเปกเตอร์
ในฐานะโปรดิวเซอร์ดนตรี

00:42:50.025 --> 00:42:52.278 align:center
เราอยากไต่สวนฟิล สเปกเตอร์
ในฐานะผู้ชายที่เขาเป็น

00:42:52.361 --> 00:42:55.281 align:center
การที่เขาเป็นโปรดิวเซอร์ดนตรีชื่อดัง

00:42:55.364 --> 00:42:58.867 align:center
ที่เคยผลิตผลงานดนตรียอดเยี่ยม
ในมาตรฐานของใครก็ได้

00:42:58.951 --> 00:42:59.868 align:center
ดนตรีชั้นเลิศเลย

00:42:59.952 --> 00:43:03.455 align:center
ถึงขั้นเปลี่ยนแนวทางวงการดนตรี
กับร็อกแอนด์โรลที่เรารู้จัก

00:43:04.206 --> 00:43:05.541 align:center
มันไม่สำคัญเลย

00:43:05.624 --> 00:43:08.460 align:center
สิ่งที่สำคัญคือเรื่องที่เกิดขึ้นภายในคฤหาสน์

00:43:08.544 --> 00:43:09.920 align:center
เจาะจงในวันนั้น

00:43:10.838 --> 00:43:14.633 align:center
กลยุทธ์ของผมคือ
การเปิดเผยตัวจริงของฟิล สเปกเตอร์

00:43:15.634 --> 00:43:17.303 align:center
สั้นๆ แค่นั้น

00:43:17.928 --> 00:43:22.266 align:center
เรามีเหตุการณ์เกือบ 20 ครั้ง
ที่อยากใช้เอาผิดเขา

00:43:22.766 --> 00:43:25.894 align:center
ผู้พิพากษาสั่งให้คัดมาห้า ซึ่งก็ไม่เป็นไร

00:43:25.978 --> 00:43:28.647 align:center
เขาใช้ปืนจ่อที่ขมับฉัน

00:43:28.731 --> 00:43:32.526 align:center
เขาใช้ปืนลูกโม่ทุบเข้าที่ข้างหัวฉัน

00:43:32.610 --> 00:43:36.113 align:center
- เขาบอกว่า "ถ้าจะหนี ผมจะฆ่าคุณ"
- เขาว่า "ถ้าหนี ผมจะเป่าหัวให้กระจุย"

00:43:36.196 --> 00:43:37.573 align:center
เขาหยิบปืนมาจากไหนไม่รู้

00:43:37.656 --> 00:43:39.575 align:center
ฉันคิดว่าเขาใส่เสื้อลายสก็อตนะ

00:43:39.658 --> 00:43:41.910 align:center
ฉันจำได้ว่าเขาดูเหมือนเอลเมอร์ ฟัดด์เลย

00:43:41.994 --> 00:43:43.662 align:center
ปืนมันใหญ่กว่าเขาอีก

00:43:43.746 --> 00:43:47.541 align:center
เราขึ้นบันไดไปห้องนอนเขา
เขาไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นเลย

00:43:47.625 --> 00:43:51.045 align:center
เขาจะโรแมนติกก็ได้ แต่เขาใช้ปืนจี้

00:43:51.128 --> 00:43:52.212 align:center
เขาอยากข่มขืนฉัน

00:43:53.130 --> 00:43:55.716 align:center
พูดอะไรกับผม ระวังให้ดีนะ

00:43:55.799 --> 00:43:59.928 align:center
เพราะสิ่งที่คุณพูดกับผมน่ะ
มันไม่คุ้มค่ากับชีวิตคุณหรอก

00:44:00.012 --> 00:44:01.722 align:center
(ข้อความเสียงจากฟิล สเปกเตอร์ถึงผู้เสียหาย)

00:44:01.805 --> 00:44:03.098 align:center
ลาก่อน โดโรธี

00:44:06.894 --> 00:44:08.604 align:center
มันลำบากใจที่ได้ฟัง

00:44:08.687 --> 00:44:10.397 align:center
มีผู้หญิงออกมาเปิดเผยตัวเอง

00:44:10.481 --> 00:44:13.150 align:center
ฉันขอบคุณพวกเธอที่ทำแบบนั้นได้

00:44:13.233 --> 00:44:17.279 align:center
เพราะมันไม่ง่ายเลย
ที่พวกเธอจะมาขึ้นศาลหน้ากล้อง ออกทีวี

00:44:17.363 --> 00:44:20.908 align:center
ต่อหน้าทุกคน แล้วมาเล่าเรื่องที่สะเทือนใจ

00:44:20.991 --> 00:44:24.787 align:center
สื่อบอกว่า "เราอยากทำข่าวตลอดการไต่สวน"

00:44:25.287 --> 00:44:28.957 align:center
เรารู้ว่าคดีโอเจ ซิมป์สันมันหายนะ

00:44:30.167 --> 00:44:32.002 align:center
หลายคนเริ่มทำตัวเปลี่ยนไป

00:44:32.586 --> 00:44:34.088 align:center
คดีนี้กลายเป็นการไต่สวนโชว์

00:44:34.588 --> 00:44:36.924 align:center
แทนที่จะนำเสนอหลักฐาน
เรามานำเสนอการแสดง

00:44:37.966 --> 00:44:40.094 align:center
สิ่งหนึ่งที่เราพยายามทำ

00:44:40.177 --> 00:44:44.181 align:center
คือทำให้พยานเข้าใจ อย่างน้อยก็ฝ่ายเรา

00:44:44.264 --> 00:44:46.934 align:center
ว่าคุณไปที่นั่น แค่เพื่อไปพูดความจริง

00:44:47.017 --> 00:44:50.354 align:center
เรื่องอื่นๆ เป็นแค่สิ่งล่อใจ อย่าไปสนใจ

00:44:51.939 --> 00:44:54.108 align:center
ผมประหม่าเวลาพูดต่อหน้าคนเยอะๆ

00:44:54.191 --> 00:44:57.027 align:center
ผมไม่ชอบขึ้นให้การ
แค่มาคุยกับคุณก็ลำบากใจแล้ว

00:44:57.861 --> 00:45:00.239 align:center
ผมรู้ว่านายสเปกเตอร์มีทรัพยากรไร้ขีดจำกัด

00:45:00.322 --> 00:45:05.577 align:center
เขามีทนายที่ค่าตัวแพงมาก
ฝีมือดีมาก และดุดันมากๆ

00:45:05.661 --> 00:45:07.413 align:center
ผมก็เป็นฝ่ายเสียเปรียบ

00:45:08.372 --> 00:45:12.126 align:center
ผมยึดถือกฎง่ายๆ ไม่กี่ข้อในการขึ้นให้การ

00:45:12.209 --> 00:45:15.921 align:center
ฟังคำถาม ตอบให้ตรงคำถาม แล้วหุบปากซะ

00:45:16.004 --> 00:45:18.424 align:center
ผมขึ้นให้การ ผมก็ประหม่าอยู่ดี

00:45:19.425 --> 00:45:23.053 align:center
มาร์ก ลิเลียนเฟลด์ ไปขึ้นคอกพยาน
ขอพระเจ้าคุ้มครองเขาเลย

00:45:23.137 --> 00:45:25.013 align:center
ระหว่างการซักพยาน

00:45:25.097 --> 00:45:28.809 align:center
เขาถูกสั่งให้บรรยายเรื่องเกี่ยวกับลานา

00:45:29.518 --> 00:45:33.731 align:center
แล้วเขาก็หลุดปากพูดว่า "ขาหน้า"
แทนที่จะเป็น "มือ"

00:45:35.983 --> 00:45:39.862 align:center
พอพูดออกไป ผมก็รู้ตัวว่า
ผมเรียกมือผู้หญิงว่าขาหน้า เหมือนน้องหมา

00:45:39.945 --> 00:45:42.406 align:center
ส่วนหนึ่งเพราะผมประหม่า
อีกส่วนก็เพราะผมโง่

00:45:43.157 --> 00:45:46.368 align:center
ผมมองไปหาคนดู ผมเห็นแม่ของเธอจ้องผม

00:45:46.452 --> 00:45:49.705 align:center
หน้าแม่เธอแบบช็อก ไม่อยากเชื่อ

00:45:49.788 --> 00:45:52.666 align:center
"คุณเรียกมือของลูกฉันที่ตายไปว่าขาหน้าเหรอ"

00:45:52.750 --> 00:45:55.169 align:center
ผมนั่งเซ็งอยู่ตรงนั้นเลย

00:45:56.628 --> 00:45:58.964 align:center
ครับ นั่นไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีของเขาเลย

00:45:59.757 --> 00:46:01.842 align:center
เขารีบพูดแก้

00:46:02.676 --> 00:46:04.845 align:center
มาร์กรู้สึกแย่มาก

00:46:04.928 --> 00:46:09.683 align:center
นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมบอกได้เลยว่า
ผมต้องกล่อมให้เขาอย่าคิดสั้น

00:46:09.767 --> 00:46:11.143 align:center
เขารู้สึกผิดมาก

00:46:11.852 --> 00:46:15.981 align:center
เขาแค่เป็นคนรักหมา เขาเลี้ยงหมามาทั้งชีวิต

00:46:16.482 --> 00:46:19.443 align:center
ผมได้ฉายาตามหมา ผมฝันถึงหมา

00:46:20.194 --> 00:46:21.361 align:center
ผมมีปัญหาเรื่องหมา

00:46:22.780 --> 00:46:26.074 align:center
แม่ของลานา คลาร์กสัน
คือคนเดียวที่สำคัญสำหรับผม

00:46:26.158 --> 00:46:27.159 align:center
ผมไปขอโทษเธอ

00:46:27.242 --> 00:46:30.454 align:center
ฉันจำได้ว่าเขามาหา จำได้ว่าเขาพูดจาดีแค่ไหน

00:46:30.537 --> 00:46:31.914 align:center
ฉันซาบซึ้งมากๆ

00:46:32.790 --> 00:46:34.291 align:center
ผมไปคุยกับเธอว่า

00:46:34.374 --> 00:46:38.420 align:center
ผมรู้สึกเป็นเกียรติ
ที่ได้มีส่วนกับการสืบสวนฆาตกรรม

00:46:38.504 --> 00:46:42.049 align:center
ที่ผู้ตายเป็นคนดีขนาดนี้

00:46:42.132 --> 00:46:45.969 align:center
ผมรู้สึกดีใจจริงๆ ที่ได้รู้เรื่องชีวิตเธอ

00:46:46.053 --> 00:46:48.680 align:center
กับการที่เธอมีอิทธิพลกับชีวิตคนอื่นๆ

00:46:55.020 --> 00:46:58.148 align:center
มันใช้เวลานาน การไต่สวนกินเวลาหลายเดือน

00:46:58.232 --> 00:46:59.399 align:center
พยานมีเยอะมาก

00:46:59.483 --> 00:47:04.738 align:center
จำเลยพาผู้เชี่ยวชาญมาจากทั่วสหรัฐฯ

00:47:04.822 --> 00:47:07.032 align:center
ผลาญเงินไปหลายแสนดอลลาร์

00:47:07.783 --> 00:47:11.078 align:center
มีคนดังระดับโลกในสาขาที่ตัวเองเชี่ยวชาญ

00:47:11.161 --> 00:47:13.831 align:center
พวกเขาคือหลักฐานที่มีชีวิตว่า
"ถ้าคุณจ่ายผมมากพอ

00:47:13.914 --> 00:47:17.960 align:center
ผมจะยอมพูดว่าผมคือโดนัลด์ดั๊ก

00:47:18.043 --> 00:47:24.633 align:center
ถ้าเรายึดติดกับหลักฐาน
ทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นกลาง

00:47:25.926 --> 00:47:27.052 align:center
นี่คือการฆ่าตัวตาย

00:47:27.928 --> 00:47:30.013 align:center
เราไม่ได้แค่ส่งฟ้องคดี

00:47:30.097 --> 00:47:31.807 align:center
เราปกป้องความจริงด้วย

00:47:33.684 --> 00:47:37.771 align:center
ข้อแก้ต่างเดียวที่จำเลยนำเสนอได้

00:47:38.480 --> 00:47:44.236 align:center
ว่าปืนลั่นใส่ปากเธอได้ยังไง
คือบอกว่าเธอยิงเอง

00:47:45.904 --> 00:47:49.116 align:center
เรารู้ว่าจำเลยจะเล่นงานลานา พวกเขาต้องทำ

00:47:49.199 --> 00:47:52.661 align:center
พวกเขาต้องสร้างตัวตน
ของคนที่มีภาวะซึมเศร้าร้ายแรง

00:47:52.744 --> 00:47:55.956 align:center
ก้าวเท้าลงหลุมไปข้างหนึ่งแล้ว
แล้วอีกข้างก็ลื่นเปลือกกล้วย

00:47:56.039 --> 00:47:57.833 align:center
เธอไม่มีเหตุให้อยู่ต่อ

00:47:58.709 --> 00:48:01.920 align:center
พวกเขานำเสนอภาพวิดีโอ

00:48:02.004 --> 00:48:04.631 align:center
ฉันจะไม่ยอมเป็นทาสใคร
ไม่ยอมเป็นโสเภณีให้ใคร

00:48:05.757 --> 00:48:09.970 align:center
ภรรยาของฟิล สเปกเตอร์ตอนนั้น
นั่งอยู่หลังทีมทนายจำเลย

00:48:10.637 --> 00:48:13.891 align:center
แล้วเธอก็ขำลั่นออกมา หัวเราะเยาะลานา

00:48:13.974 --> 00:48:15.976 align:center
พวกคุณเจ้าหน้าที่น่ะ บางทีก็ไหวพริบดีนะ

00:48:16.685 --> 00:48:18.478 align:center
ไม่ได้ขำไปกับลานา แต่เยาะเย้ยเธอ

00:48:19.271 --> 00:48:23.483 align:center
ฝ่ายจำเลยจงใจทำเพื่อล้อเลียนเธอ

00:48:23.567 --> 00:48:26.153 align:center
และเพื่อบ่งชี้ว่าเธอเป็นคนที่ด้อยกว่า

00:48:26.236 --> 00:48:28.864 align:center
เป็นนักแสดงชั้นต่ำที่ไม่มีเหตุผลให้อยู่ต่อ

00:48:28.947 --> 00:48:31.033 align:center
ไม่มีเป้าหมายทางอาชีพ ไม่มีโอกาส

00:48:32.993 --> 00:48:35.746 align:center
ผมรู้ว่ามันทำให้ดอนนากับครอบครัวเจ็บปวด

00:48:36.747 --> 00:48:39.291 align:center
เวลาเพื่อนที่ดีถูกฆ่า

00:48:39.374 --> 00:48:42.336 align:center
แถมยังถูกป้ายสีอีก

00:48:42.419 --> 00:48:45.631 align:center
แล้วเราต้องไปฟังเรื่องพวกนั้นในศาล

00:48:45.714 --> 00:48:48.216 align:center
ที่จำเลยนำเสนอเรื่องเกี่ยวกับเธอ

00:48:48.300 --> 00:48:51.428 align:center
มันเจ็บปวด เพราะเรารู้ว่ามันไม่จริง

00:48:52.262 --> 00:48:57.142 align:center
ผมหงุดหงิดมาก
เพราะผมรู้สึกว่าผมปกป้องเธอไม่ได้

00:48:57.225 --> 00:49:00.729 align:center
ไม่ได้ปกป้องชื่อเสียงของเธอ
ในแบบที่เธอควรได้รับการปกป้อง

00:49:02.356 --> 00:49:04.441 align:center
(เดือนกันยายน ปี 2007
ห้าเดือนหลังเริ่มการไต่สวน)

00:49:04.524 --> 00:49:08.445 align:center
ในแคลิฟอร์เนีย ทนายจำเลย
ของฟิล สเปกเตอร์จบการว่าความแล้ว

00:49:08.528 --> 00:49:09.905 align:center
(ศาลสหรัฐฯ
312 ถนนนอร์ทสปริง)

00:49:09.988 --> 00:49:14.284 align:center
เราเจอ 12 คนที่ไม่เคยรู้จัก
พวกเขาก็ไม่เคยรู้จักกัน

00:49:14.368 --> 00:49:17.496 align:center
มันยากที่จะทำให้ทุกคน
เห็นตรงกันว่าท้องฟ้าเป็นสีอะไร

00:49:17.579 --> 00:49:20.832 align:center
ผมก็เลยไม่เคยชะล่าใจ
ว่างานไหนจะชนะได้ง่ายๆ

00:49:20.916 --> 00:49:23.043 align:center
แต่ผมรู้ว่าเราได้รวบรวมหลักฐานที่ถูกต้อง

00:49:23.126 --> 00:49:26.004 align:center
ผมรู้ว่าเรามีแบบแผนที่ถูกต้องสำหรับการไต่สวน

00:49:26.088 --> 00:49:29.383 align:center
ผมรู้ว่าพยาน ทั้งผู้หญิงทุกคนที่ขึ้นให้การ

00:49:29.466 --> 00:49:30.759 align:center
ทั้งเอเดรียโน เดอ ซูซา

00:49:31.343 --> 00:49:35.180 align:center
ทุกคนทำสิ่งที่ตัวเองควรทำ

00:49:35.263 --> 00:49:38.976 align:center
ผมคิดว่า "มันไม่น่ายากขนาดนั้น"

00:49:39.059 --> 00:49:42.020 align:center
คณะลูกขุนมีเครื่องมือทุกอย่างที่จำเป็น

00:49:42.104 --> 00:49:43.772 align:center
(คณะลูกขุน)

00:49:43.855 --> 00:49:44.982 align:center
นั่นคือความรู้สึกในวันแรก

00:49:47.442 --> 00:49:51.029 align:center
ความมั่นใจของผมเริ่มสั่นคลอนในวันที่สอง

00:49:51.863 --> 00:49:53.407 align:center
ลามไปถึงวันที่สาม

00:49:55.200 --> 00:49:56.910 align:center
ตอนแรก มันก็ต้องใช้เวลาหลายวัน

00:49:56.994 --> 00:49:59.830 align:center
เพราะคณะลูกขุนต้องตรวจหลักฐานทุกชิ้น

00:50:01.581 --> 00:50:03.291 align:center
แต่หลังจากนั้น

00:50:04.751 --> 00:50:07.713 align:center
ผ่านไปห้าวัน เจ็ดวัน แปดวัน เก้าวัน

00:50:07.796 --> 00:50:09.423 align:center
ถึงตอนนั้น ผมก็สติแตกแล้ว

00:50:09.506 --> 00:50:13.093 align:center
คิดว่า "ผมทำอะไรผิดตรงไหน
พิจารณานานขนาดนี้ได้ยังไง"

00:50:14.344 --> 00:50:17.097 align:center
ตอนที่หัวหน้าคณะลูกขุนลงมติเบื้องต้น

00:50:17.597 --> 00:50:18.890 align:center
มันก็น่าหวั่นใจ

00:50:19.474 --> 00:50:20.559 align:center
มติยังห่างอีกเยอะ

00:50:21.601 --> 00:50:25.022 align:center
มีความผิดสี่ ไม่มีความผิดห้า
ยังตัดสินใจไม่ได้อีกสี่

00:50:25.981 --> 00:50:30.652 align:center
มันแทบจะเหมือน
มีการไต่สวนรอบสองระหว่างการพิจารณา

00:50:30.736 --> 00:50:34.197 align:center
บางคนในห้องคณะลูกขุนต้องอธิบายแย้งขึ้นมาใหม่

00:50:34.865 --> 00:50:37.492 align:center
เพื่อลูกขุนบางคนที่ไม่เข้าใจ

00:50:37.576 --> 00:50:39.870 align:center
หรือไม่ก็หลงเชื่อข้อมูลหลอก

00:50:39.953 --> 00:50:43.540 align:center
ที่ผู้เชี่ยวชาญฝั่งจำเลยเสนอให้

00:50:44.332 --> 00:50:47.711 align:center
ผมว่าถ้าโกหกเรื่องเดิมหลายๆ วิธี บ่อยมากพอ

00:50:47.794 --> 00:50:49.212 align:center
มันก็แทบจะกลายเป็นความจริง

00:50:50.422 --> 00:50:56.845 align:center
นี่คือประสบการณ์ที่ยาวนาน
และเจ็บปวดที่สุดที่ผมเคยเจอ

00:50:58.138 --> 00:51:02.517 align:center
เราทุกคนต้องทำหน้าที่
กับหลักฐานที่นำเสนอมาให้เรา

00:51:04.061 --> 00:51:06.354 align:center
นี่คือวินาทีตรัสรู้ของเราทุกคน

00:51:07.022 --> 00:51:08.356 align:center
ผมรู้ว่ามันร้ายแรงแค่ไหน

00:51:08.440 --> 00:51:11.735 align:center
ผมพูดตามความจริงว่าทำไมต้องเอาผิด

00:51:12.569 --> 00:51:16.073 align:center
ตอนท้ายเราเถียงกันหนักมาก
ถึงขั้นที่เราต้องออกไปได้แล้ว

00:51:16.156 --> 00:51:19.659 align:center
เราพิจารณาอยู่ 14 วัน นี่มันนานเกินไปแล้ว

00:51:20.577 --> 00:51:23.413 align:center
ผมเข้าไปกดปุ่ม จบกันที

00:51:24.039 --> 00:51:27.292 align:center
ครั้งนี้ ศาลขอประกาศว่า
คณะลูกขุนไม่สามารถบรรลุคำตัดสินได้

00:51:27.375 --> 00:51:29.211 align:center
ศาลตัดสินให้เป็นการไต่สวนผิดพลาด

00:51:33.381 --> 00:51:36.968 align:center
ผมนึกว่ามันจะจบเร็ว ปิดดีล เข้าไปแล้วออกมา

00:51:37.052 --> 00:51:38.178 align:center
แต่มันไม่ใช่

00:51:39.304 --> 00:51:43.016 align:center
ผมรู้สึกถูกฝ่ายจำเลยดูถูก
ด้วยสิ่งที่พวกเขานำเสนอ

00:51:44.601 --> 00:51:47.479 align:center
ผมคิดว่าผมพูดพอแล้ว

00:51:50.565 --> 00:51:53.235 align:center
ตอนผู้พิพากษาตีค้อน

00:51:53.318 --> 00:51:55.445 align:center
ผมใจหล่นวูบเลย

00:51:55.529 --> 00:51:57.697 align:center
ผมคิดว่า "ผมล้มเหลว"

00:51:59.658 --> 00:52:01.785 align:center
ทุกคนทำตามที่ควรทำ

00:52:01.868 --> 00:52:05.080 align:center
ผมรู้สึกว่าผมคือคนเดียวที่ไม่ได้ทำ

00:52:05.163 --> 00:52:07.791 align:center
ผมไม่สามารถจบคดีนี้ได้

00:52:07.874 --> 00:52:10.585 align:center
มันเป็นวินาทีพ่ายแพ้อย่างหนักในอาชีพของผม

00:52:12.671 --> 00:52:16.007 align:center
ผมขึ้นไปข้างบน เก็บกระเป๋าเลิกงานคืนนั้น

00:52:16.758 --> 00:52:18.969 align:center
ผมอยากให้สื่อหลีกทางสักหน่อย

00:52:20.137 --> 00:52:24.558 align:center
ตอนนั้นมีนักข่าวคนเดียว
ที่รออยู่พร้อมไมโครโฟนกับกล้อง

00:52:25.350 --> 00:52:29.354 align:center
ตอนผมเดินไปที่รถ เธอถามว่า

00:52:29.437 --> 00:52:32.691 align:center
"คุณแจ็คสัน คุณคิดจะส่งฟ้องใหม่ไหมคะ"

00:52:32.774 --> 00:52:35.735 align:center
ผมหยุดตรงนั้นเลย ผมมองไปหาเธอ แล้วบอกว่า

00:52:35.819 --> 00:52:39.364 align:center
"ผมจะส่งฟ้องคดีนี้ใหม่
จนกว่าจะได้รับความยุติธรรม"

00:52:39.447 --> 00:52:40.282 align:center
แล้วผมก็เดินต่อ

00:52:46.413 --> 00:52:49.082 align:center
เราจะไม่หยุด แค่เพราะลูกขุนไม่บรรลุคำตัดสิน

00:52:49.166 --> 00:52:50.375 align:center
มันไม่มีทางเกิดขึ้น

00:52:51.459 --> 00:52:56.006 align:center
เรากลับไปตั้งสติ ทำรูปคดีขึ้นมาใหม่

00:52:56.089 --> 00:52:58.550 align:center
ผ่านไปปีครึ่ง เราก็ส่งฟ้องอีกครั้ง

00:52:58.633 --> 00:53:01.136 align:center
(พร้อมไต่สวนอีกครั้ง)

00:53:04.097 --> 00:53:08.643 align:center
ในการไต่สวนรอบแรก
จากลูกขุน 12 คน มีสิบคนที่ลงมติว่าผิดจริง

00:53:08.727 --> 00:53:13.899 align:center
สุดท้ายแล้ว ผมก็ได้ข้อสรุป
ว่าฝ่ายเราไม่ได้ทำอะไรผิด

00:53:14.482 --> 00:53:17.485 align:center
เรามาเลือกคณะลูกขุนใหม่ แล้วส่งฟ้องคดีนี้เลย

00:53:17.569 --> 00:53:21.239 align:center
ใช้แบบแผนเดิมในครั้งที่สอง เราทำแบบนั้น

00:53:22.824 --> 00:53:24.826 align:center
ฉันไม่รู้จะคาดหวังอะไรในการไต่สวนรอบสอง

00:53:25.827 --> 00:53:27.746 align:center
มันไม่ได้เป็นงานใหญ่เหมือนครั้งแรก

00:53:28.371 --> 00:53:30.916 align:center
แต่การไต่สวนทั้งสองครั้งก็สะเทือนใจฉันไม่แพ้กัน

00:53:32.250 --> 00:53:33.501 align:center
(วันที่ 13 เมษายน ปี 2009)

00:53:33.585 --> 00:53:35.337 align:center
คณะลูกขุนไปพิจารณา

00:53:36.296 --> 00:53:39.716 align:center
ผมจำได้ว่าผมไปดูลูก
แข่งเบสบอลที่โรงเรียนมัธยมปลาย

00:53:40.717 --> 00:53:43.178 align:center
ตอนเริ่มคดีนี้ ลูกผมอายุ 11

00:53:44.346 --> 00:53:46.097 align:center
ตอนนี้เขาอายุ 16 แล้ว

00:53:47.641 --> 00:53:48.975 align:center
โทรศัพท์ผมดังรัวๆ

00:53:50.143 --> 00:53:52.229 align:center
"นี่ ลูกขุนบรรลุคำตัดสินแล้ว"

00:53:53.313 --> 00:53:54.356 align:center
ผมแค่นั่งอยู่เฉยๆ

00:53:55.732 --> 00:53:56.983 align:center
ผมลองคิดดูแล้ว

00:53:57.984 --> 00:54:00.362 align:center
ผมมีการไต่สวนคดีอื่น คำตัดสินคดีอื่นได้อีกเสมอ

00:54:01.238 --> 00:54:05.075 align:center
ในแง่เห็นแก่ตัว
ผมจะไม่ได้มีโอกาสมาดูลูกแข่งเบสบอลเสมอไป

00:54:05.992 --> 00:54:09.454 align:center
ผมเลยบอกว่า "ผมไม่ไป ผมจะดูทางทีวี"

00:54:14.125 --> 00:54:16.628 align:center
ลูกชายฉันอยู่ข้างหนึ่ง ลูกสาวอยู่อีกข้าง

00:54:17.254 --> 00:54:18.922 align:center
เรารออย่างจดจ่อ

00:54:22.092 --> 00:54:26.304 align:center
เราคณะลูกขุนในคดีนี้
พบว่าจำเลยฟิลิป สเปกเตอร์

00:54:27.138 --> 00:54:30.183 align:center
มีความผิดฐานฆาตกรรม
ลานา คลาร์กสันโดยเจตนา

00:54:34.062 --> 00:54:37.816 align:center
ตอนประกาศว่ามีความผิด
ฉันรู้สึกว่าหายใจโล่งเลย

00:54:37.899 --> 00:54:42.654 align:center
ฉันไม่อยากเชื่อ
ในที่สุดเราก็ได้คำตัดสินที่เป็นความจริง

00:54:43.738 --> 00:54:47.951 align:center
ทางครอบครัวพอใจ
ที่คณะลูกขุนปฏิเสธการบิดเบือน

00:54:48.034 --> 00:54:50.412 align:center
และการเยาะเย้ยชีวิตของลานา คลาร์กสัน

00:54:50.495 --> 00:54:52.080 align:center
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการไต่สวนครั้งนี้

00:54:52.163 --> 00:54:54.541 align:center
และครั้งก่อน ซึ่งดำเนินมานานถึงหกปีแล้ว

00:54:55.500 --> 00:54:59.546 align:center
ไม่ว่าจะดังแค่ไหน รวยแค่ไหน
หรือจะเป็นดาราดัง

00:55:00.630 --> 00:55:02.716 align:center
คุณต้องขึ้นศาล

00:55:03.258 --> 00:55:05.135 align:center
และคุณต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ

00:55:06.594 --> 00:55:10.473 align:center
นี่คือการเอาผิดคนดังครั้งแรกในรอบ 40 ปี

00:55:10.557 --> 00:55:14.728 align:center
ชัดเจนว่านั่นเป็นเรื่องใหญ่มากๆ
สำหรับทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

00:55:14.811 --> 00:55:16.896 align:center
มันก็ดีที่ได้รู้

00:55:16.980 --> 00:55:20.191 align:center
ว่าเราทำคดีในลอสแอนเจลิส

00:55:20.275 --> 00:55:24.112 align:center
สู้กับคนดังที่มีทุนทรัพย์และอำนาจสูงมากๆ ได้

00:55:24.696 --> 00:55:28.867 align:center
และได้รับความพึงพอใจ
ว่าความจริงจะต้องปรากฏ

00:55:30.535 --> 00:55:32.912 align:center
นายสเปกเตอร์ถูกจำคุก 19 ปีถึงตลอดชีวิต

00:55:36.166 --> 00:55:37.167 align:center
มันมี…

00:55:37.250 --> 00:55:41.755 align:center
ไม่ใช่การกลับตัวกลับใจด้วยกฎหมาย
แต่เป็นการลงโทษตามกฎหมาย

00:55:41.838 --> 00:55:44.924 align:center
ไปนั่งในห้องขัง คิดถึงเรื่องที่ตัวเองทำ

00:55:45.008 --> 00:55:48.053 align:center
ไปตลอดชีวิตที่เหลือของคุณจนวันตาย

00:55:48.136 --> 00:55:49.929 align:center
จนได้ออกจากคุกในโลงศพนั่นแหละ

00:55:50.013 --> 00:55:52.599 align:center
เขาได้รับโทษตามที่สมควรแล้ว

00:56:07.405 --> 00:56:09.908 align:center
ผมออกมาตั้งแต่ก่อนที่คดีนี้จะไต่สวนครั้งแรก

00:56:10.492 --> 00:56:11.701 align:center
ผมลาออกเพราะพีทีเอสดี

00:56:13.703 --> 00:56:16.456 align:center
ผมเครียดเกินไปกับงานนี้ บอกตรงๆ

00:56:17.165 --> 00:56:19.125 align:center
แดนนี่เกษียณไปตอนอายุค่อนข้างน้อย

00:56:20.627 --> 00:56:23.630 align:center
ผมคิดว่ามาร์กคือคนที่เคยบอกว่า

00:56:23.713 --> 00:56:26.257 align:center
"ทุกคนมีขีดจำกัดเรื่องจำนวนศพที่ได้เจอ"

00:56:26.758 --> 00:56:29.636 align:center
จำนวนสำหรับแต่ละคนต่างกันไป แต่ถึงจุดหนึ่ง

00:56:29.719 --> 00:56:31.554 align:center
คุณจะถึงขีดจำกัด แล้วคุณก็จะเลิก

00:56:32.931 --> 00:56:35.892 align:center
งานนี้เป็นงานที่ยิ่งใหญ่และมหัศจรรย์

00:56:35.975 --> 00:56:39.104 align:center
มันดีต่อผมและครอบครัว

00:56:39.187 --> 00:56:42.524 align:center
แต่มันก็เป็นงานที่ทำให้เราอ่อนแอได้มาก

00:56:42.607 --> 00:56:44.609 align:center
มันอันตรายต่อความรู้สึก

00:56:47.529 --> 00:56:49.697 align:center
ผมมีเพื่อนที่ฆ่าตัวตาย

00:56:49.781 --> 00:56:52.283 align:center
มีเพื่อนที่กินเหล้าจนตาย

00:56:52.367 --> 00:56:54.994 align:center
ไม่ใช่การฆ่าตัวตาย แต่มันก็ไม่ต่างกัน

00:56:56.371 --> 00:56:58.957 align:center
ในทุกปี มีตำรวจตายเพราะฆ่าตัวตาย

00:56:59.040 --> 00:57:01.126 align:center
มากกว่าตำรวจที่ตายในหน้าที่

00:57:01.209 --> 00:57:02.710 align:center
นี่เป็นเรื่องสำคัญ

00:57:03.378 --> 00:57:06.297 align:center
ถ้าจะทำงานให้นานเท่ามาร์ก
คุณก็ต้องเป็นเหมือนมาร์ก

00:57:06.381 --> 00:57:09.300 align:center
ที่ปล่อยให้ทุกอย่างเลยผ่านตัวเองไปได้

00:57:09.384 --> 00:57:10.385 align:center
(ปี 2003)

00:57:14.681 --> 00:57:19.894 align:center
เมื่อปี 1994 ผมยังหนุ่ม
เป็นสายสืบฆาตกรรมระดับล่าง

00:57:19.978 --> 00:57:21.771 align:center
ผมเพิ่งเป็นตำรวจสืบฆาตกรรมได้สองปี

00:57:22.355 --> 00:57:25.108 align:center
ผมกับคู่หูได้เข้าไปคุมการสืบ

00:57:25.191 --> 00:57:28.319 align:center
คดีฆาตกรรมิกกี้และทรูดี้ ทอมป์สัน

00:57:28.403 --> 00:57:29.821 align:center
นี่เป็นคดีใหญ่

00:57:30.947 --> 00:57:35.326 align:center
ด้วยความชอบรถสมัยนั้น
ผมรู้ว่ามิกกี้ ทอมป์สันเป็นตำนาน

00:57:35.410 --> 00:57:38.621 align:center
ทรูดี้ ภรรยาเขาก็มีส่วนในการโปรโมตงาน

00:57:38.705 --> 00:57:41.374 align:center
คดีบุกฆาตกรรมทอมป์สันกับภรรยา ทรูดี้

00:57:41.458 --> 00:57:43.918 align:center
เกิดขึ้นบนถนนหน้าบ้านในแบรดเบอรีของพวกเขา

00:57:44.002 --> 00:57:46.212 align:center
คนร้ายไปหาเธอก่อน

00:57:46.296 --> 00:57:49.299 align:center
คนร้ายวางแผนทรมานพ่อผม แล้วแผนก็สำเร็จ

