WEBVTT

00:07.632 --> 00:09.759
(กรมตำรวจเขตลอสแอนเจลิส)

00:09.843 --> 00:12.470
(คือกรมตำรวจระดับเขตที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ)

00:12.554 --> 00:15.015
(ซึ่งดูแลเขตที่ประชากรหนาแน่นที่สุดในประเทศ)

00:15.098 --> 00:18.184
(พวกเขาสืบสวนคดีฆาตกรรม
ที่โหดร้ายและซับซ้อนที่สุด)

00:18.268 --> 00:21.604
(นี่คือเรื่องราวของพวกเขา)

00:32.615 --> 00:35.243
(ปี 2012)

00:38.580 --> 00:42.625
(วันที่ 2 พฤษภาคม ปี 2012)

00:42.709 --> 00:43.543
(ฮิดเดนฮิลส์)

00:43.626 --> 00:48.840
ครั้งแรกที่ฉันได้ยินว่า
กาวินอาจจะหายตัวไปคือเมื่อวันพุธ

00:49.758 --> 00:52.302
ลิซ่า ภรรยาเขาโทรหาฉัน

00:52.927 --> 00:56.556
ถามว่ากาวิน พี่ชายฉันติดต่อมาบ้างไหม

00:56.639 --> 00:57.932
ฉันบอกว่า "ไม่เลย"

00:58.016 --> 00:59.434
แล้วก็ถามว่า "ทำไมเหรอ"

00:59.517 --> 01:04.147
เธออธิบายว่าเขาไม่ได้ไปรับลูกที่โรงเรียน

01:04.856 --> 01:07.400
สมิธเป็นที่รู้จักไปทั่วชุมชนคาลาบาซาส

01:07.484 --> 01:10.862
เขาชอบกอล์ฟและชายหาด
บุคลิกของเขาเป็นคนโดดเด่น

01:10.945 --> 01:13.156
มีคนพบเห็นเขาออกจากบ้านเพื่อน
เมื่อคืนวันอังคาร

01:13.239 --> 01:15.950
ในย่านโอ๊กพาร์กใกล้อาโกราฮิลส์

01:16.034 --> 01:17.410
(ฟ็อกซ์สตูดิโอส์)

01:17.494 --> 01:22.290
กาวิน สมิธเป็นผู้บริหารฟ็อกซ์
เขาเป็นจุดสนใจอย่างมาก

01:23.333 --> 01:27.629
สิ่งที่เราต้องทำคือหาคำตอบว่า
"มีสาเหตุอะไรที่เขาหายตัวไปหรือไม่"

01:27.712 --> 01:29.923
มันเป็นปริศนา

01:31.299 --> 01:34.177
ฉันพยายามติดต่อเขา

01:34.260 --> 01:37.097
ฉันฝากข้อความขอเขา

01:37.180 --> 01:40.183
ให้โทรกลับ ส่งข้อความมาบอกว่าปลอดภัยดี

01:40.266 --> 01:44.938
ผู้บริหารทเวนตีท์เซนจูรีฟ็อกซ์
หายตัวไปหลังจากขับรถเบนซ์สีดำออกไป

01:46.981 --> 01:48.483
ไม่มีใครได้ข่าวเขาเลย

01:49.943 --> 01:51.945
เขาไม่ได้โทรหาใคร หรือส่งข้อความอะไรเลย

01:52.529 --> 01:56.032
สถานการณ์มันน่าสงสัย ผู้ใหญ่หายตัวไป

01:56.116 --> 01:58.409
เราต้องมองความเป็นไปได้ทุกอย่าง

01:59.244 --> 02:02.413
ฉันไม่มีทางคิดฝันเลยว่า

02:02.497 --> 02:05.375
เรื่องอะไรแบบนี้จะเกิดขึ้นได้

02:09.921 --> 02:14.509
กรมตำรวจเขตลอสแอนเจลิสคือที่สุดของยอดฝีมือ

02:18.555 --> 02:21.724
คดีใหญ่ที่สุดบางส่วนไต่สวนในลอสแอนเจลิส

02:24.602 --> 02:27.772
เราต้องทุ่มเท 110 เปอร์เซ็นต์

02:30.608 --> 02:33.528
นี่คือฆาตกรรม
ไม่มีอาชญากรรมไหนร้ายแรงไปกว่านี้

02:35.613 --> 02:40.535
มันอยู่ที่ความมุ่งมั่นกับความสำนึกในหน้าที่

02:42.871 --> 02:45.165
ความยุติธรรมเกิดขึ้นจากการตามหาความจริง

02:45.957 --> 02:49.878
(Homicide: เจาะลึกคดีฆาตกรรม
ลอสแอนเจลิส)

02:57.844 --> 03:02.015
เดือนพฤษภาคม ปี 2012
ผมเพิ่งจบงานมอบหมายพิเศษ

03:02.098 --> 03:04.184
จากหน่วยเฉพาะกิจที่ผมอยู่

03:04.267 --> 03:07.520
แล้วผมก็ถูกย้ายกลับมาที่แผนก

03:08.104 --> 03:09.230
(แผนก - ห้องโล่งกว้าง)

03:09.314 --> 03:12.609
ในคดีของกาวิน สมิธ

03:12.692 --> 03:14.861
เขาหายตัวไปประมาณสัปดาห์แล้ว

03:14.944 --> 03:18.823
คดีนี้เริ่มมาจากหน่วยคนหาย

03:20.033 --> 03:22.327
พอสืบเจาะลึกลงไปอีกนิด

03:22.410 --> 03:25.997
ตำรวจสืบสวนก็ส่งมาให้หัวหน้าเรา

03:26.080 --> 03:27.665
แล้วผมก็ถูกเรียก

03:27.749 --> 03:31.336
ให้ไปสืบคดีในฐานะ
คดีคนหาย "ด้วยเหตุน่าสงสัย"

03:36.216 --> 03:39.510
คดีคนหายทุกคดีต้องผ่านหน่วยสืบคดีคนหาย

03:40.929 --> 03:42.764
เวลาเจอคดีแบบนี้

03:42.847 --> 03:45.808
เราต้องหวังผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ว่าเราจะเจอคนหายเป็นๆ

03:46.601 --> 03:49.312
คุณเป็นผู้ใหญ่ จะไปที่ไหนก็ได้

03:49.395 --> 03:52.232
คุณไม่จำเป็นต้องรายงานให้ใครรู้

03:52.315 --> 03:54.651
เว้นแต่ว่าคุณจะโดนคุมประพฤติ ใช่ไหมล่ะ

03:54.734 --> 03:59.322
ถ้าคุณหายตัวไป คำถามสำคัญก็คือ
"ทำไมคนคนนี้ถึงหายตัวไป"

03:59.948 --> 04:03.910
และสิ่งที่ผลักคดีมาหาทีมสืบสวนฆาตกรรม

04:03.993 --> 04:05.787
คือมีการสงสัยว่าเกิดคดีร้ายแรง

04:07.288 --> 04:09.040
(วันที่ 2 พฤษภาคม ปี 2012)

04:09.123 --> 04:10.833
(วันที่ 9 พฤษภาคม ปี 2012)

04:10.917 --> 04:13.962
เราต้องการความช่วยเหลือจากสาธารณชน

04:14.045 --> 04:17.715
ให้ส่งข้อมูลที่ยืนยันได้ที่จะช่วยให้พบที่อยู่

04:17.799 --> 04:20.426
ของพ่อของเด็กๆ และสามีฉัน กาวิน สมิธ

04:21.511 --> 04:25.014
พบกับคู่หู จอห์น โอไบรอันได้รับมอบหมายคดี

04:25.098 --> 04:28.810
เราคุยรายละเอียดกับสายสืบคดีคนหายที่ทำคดีนี้

04:28.893 --> 04:32.105
แล้วเราก็ขับรถออกไปหาภรรยากาวิน สมิธ

04:33.398 --> 04:39.153
เราได้เจอเธอในชุมชนส่วนตัว มีรั้วกั้น
ที่หุบเขาซานเฟอร์นานโด

04:39.821 --> 04:42.657
หุบเขาซานเฟอร์นานโด
กว้างอย่างน้อย 518 ตารางกิโลเมตร

04:42.740 --> 04:45.994
ซึ่งอยู่ทางเหนือของเมืองลอสแอนเจลิส

04:46.077 --> 04:49.664
ทางตะวันตกของซานเฟอร์นานโด
ส่วนใหญ่จะเป็นที่อยู่อาศัย

04:49.747 --> 04:54.502
เป็นชุมชนบ้านพักเล็กๆ
ของชนชั้นกลางระดับบนที่อเมริกาได้รู้จัก

04:54.585 --> 04:57.463
แค่เพราะยัยพวกคาร์ดาเชียนอยู่ที่คาลาบาซาส

04:59.424 --> 05:03.136
ตอนเราคุยกับลิซ่าครั้งแรก
เห็นชัดเลยว่าเธอแตกตื่น

05:03.219 --> 05:04.804
เหมือนที่ทุกคนคงแตกตื่น

05:04.887 --> 05:06.597
เราพยายามทำให้เธอใจเย็น

05:06.681 --> 05:10.560
บอกเธอว่าเราไปเพื่อช่วยเธอ
เพื่อตามหาสามีเธอ

05:10.643 --> 05:13.146
นี่คือครอบครัวที่กำลังเจอวิกฤต
ลูกชายเธอก็อยู่ด้วย

05:13.229 --> 05:16.357
ทาร่า น้องสาวของกาวินก็อยู่ด้วย

05:16.441 --> 05:19.902
แต่ทุกคนก็ให้ความร่วมมือดีมาก
ให้ข้อมูลเรามาเยอะมาก

05:21.654 --> 05:24.449
เราได้รู้ว่าเขาเป็นนักกีฬาชั้นยอด

05:25.033 --> 05:27.035
บาสเกตบอลคือชีวิตของเขา

05:27.118 --> 05:30.455
เขาเคยเป็นออลอเมริกัน
เคยเล่นให้ทีมยูซีแอลเอ

05:30.538 --> 05:31.622
(ชิงแชมป์เอ็นซีเอเอ 1975)

05:31.706 --> 05:34.625
เขาเป็นคนที่โดดเด่นมากๆ

05:35.251 --> 05:37.337
แต่ไม่ใช่แค่เพราะส่วนสูง

05:37.420 --> 05:40.882
เขาเป็นผู้ชายที่หล่อมากๆ

05:41.507 --> 05:45.261
เขามีรอยยิ้มที่น่าหลงใหลมากๆ

05:46.512 --> 05:48.389
เราอยู่ที่ซานเปโดร

05:48.473 --> 05:51.976
บ้านอยู่ห่างจากร้านพอร์ตส์อะคอล
ประมาณห้าถึงสิบนาที

05:52.060 --> 05:56.356
ตอนนั้นกาวินทำงานที่ร้านนั้น แล้วลิซ่าก็เข้ามา

05:56.439 --> 05:58.066
เธอมานั่งที่บาร์

05:58.149 --> 06:03.780
กาวินเป็นบาร์เทนเดอร์
พวกเขาคุยกันถูกคอ แล้วมันก็ไปได้สวยมากๆ

06:03.863 --> 06:07.408
ทั้งคู่มีลูกคนแรกด้วยกันภายในสองสามปีแรก

06:07.492 --> 06:08.910
พวกเขารักกันมากๆ

06:10.078 --> 06:12.163
เขาได้แสดงหนังสองสามเรื่อง

06:12.246 --> 06:14.457
เขาได้แสดงเรื่อง "กลิตซ์"

06:16.209 --> 06:17.710
บอกเหตุผลมาสักข้อ

06:17.794 --> 06:22.382
แล้วเขาก็เป็นตัวแสดงแทนด้วย แล้วเขาก็หลังหัก

06:23.508 --> 06:25.218
มันน่าสะเทือนใจจริงๆ

06:25.301 --> 06:29.597
แต่นั่นคือจุดเปลี่ยนของเขา
เพราะเขาทำงานไม่ได้อยู่นานมาก

06:31.599 --> 06:35.103
ฉันว่าเขาคงคิดได้ว่างานนี้คงไม่เหมาะกับเขา

06:35.186 --> 06:39.649
แล้วสุดท้ายเขาก็ได้งาน
ที่ทเวนตีท์เซนจูรีฟ็อกซ์

06:40.650 --> 06:45.947
เขารับผิดชอบการจัดฉายหนังในแถบเวสต์โคสต์

06:46.030 --> 06:49.367
เขาชอบที่ได้อยู่ในวงการหนัง

06:52.078 --> 06:55.289
ลิซ่าบอกเราว่ากาวินไม่ได้ไปทำงาน

06:55.373 --> 06:57.250
แล้วก็ไม่ได้คุยกับใครเลย

06:57.333 --> 06:59.794
มันก็เลยผิดปกติมากๆ

06:59.877 --> 07:04.215
แล้วเขาก็ไม่ได้ไปรับลูกชายที่โรงเรียน

07:04.298 --> 07:05.633
นั่นคือสัญญาณอันตรายร้ายแรง

07:05.716 --> 07:09.053
เพราะตลอดหลายปีที่เธอรู้จักเขา
เขาไม่เคยหายตัวไปเลย

07:10.471 --> 07:11.973
มันผิดปกติมากๆ

07:12.056 --> 07:15.726
ที่คนอย่างเขาจะไม่ไปทำงาน

07:15.810 --> 07:20.148
หรือไม่ไปรับลูก หรือหายตัวไปเฉยๆ

07:21.732 --> 07:25.820
ลิซ่าเล่าเรื่องความสัมพันธ์นอกสมรสให้เราฟัง

07:26.529 --> 07:28.531
แล้วเขาก็ห่างเหินไป

07:28.614 --> 07:31.284
ตอนนี้เขาย้ายไปอยู่นอกบ้าน

07:31.367 --> 07:33.411
เขาเคยนอกใจเธอแล้ว เธอจับได้

07:33.494 --> 07:35.455
เขาสัญญาว่าจะหยุด

07:36.247 --> 07:40.751
ลิซ่าจับได้ว่าเขานอกใจอีก
หนึ่งปีต่อมา กับผู้หญิงชื่อเมลานี่

07:41.419 --> 07:44.630
พอเธอรู้เข้า เธอก็ไล่เขาออกจากบ้าน

07:44.714 --> 07:45.798
(ปี 2012)

07:45.882 --> 07:49.802
เขาไปอาศัยเพื่อนร่วมงาน
ไปนอนห้องนอนแขกบ้านเธอ

07:49.886 --> 07:53.389
เธอบอกว่าเธอได้เจอเขาตอนมีชีวิต

07:53.473 --> 07:55.725
ประมาณสี่ทุ่มวันที่ 1 พฤษภาคม

07:55.808 --> 07:57.226
(วันที่ 1 พฤษภาคม)

07:57.310 --> 08:00.563
เขากำลังตากผ้า แล้วเขาก็…

08:00.646 --> 08:02.106
เขาออกจากบ้านไป

08:03.858 --> 08:08.404
คืนก่อนที่กาวินจะหายตัวไป ฉันได้คุยกับเขา

08:08.988 --> 08:13.826
ฉันสัมผัสได้ว่าตอนนั้นเขาใจเสียมากๆ

08:13.910 --> 08:18.706
ชีวิตเขากำลังวุ่นวายเพราะการตัดสินใจของเขา

08:18.789 --> 08:21.876
เขาคุยกับฉันเรื่องความสัมพันธ์กับเมลานี่

08:22.543 --> 08:25.463
จากที่ฉันเข้าใจ เขาเลิกกับเธอก่อนหน้านั้น

08:25.546 --> 08:32.220
เขารู้ว่ายังไงเขาก็ต้องกลับไปหาครอบครัว

08:32.303 --> 08:37.016
กลับไปหาความสัมพันธ์เดิม กลับไปเป็นพ่อ

08:37.099 --> 08:38.976
ที่เขาอยากทำจริงๆ ก็มีแค่นั้น

08:41.979 --> 08:42.980
ขอโทษค่ะ

08:47.944 --> 08:49.737
ฉันจำได้ว่าเขา…

08:50.863 --> 08:53.282
เขารักลูกๆ เขามาก

08:54.909 --> 08:57.203
แล้วก็รักลูกสาวเรามากๆ ด้วย

08:57.286 --> 08:59.038
เหมือนเป็นลูกตัวเอง

09:00.623 --> 09:04.043
นี่คือหนึ่งในเรื่องที่ฉันรู้

09:04.835 --> 09:07.255
ในฐานะพ่อ เขาทำหน้าที่ได้ดีที่สุดแล้ว

09:11.676 --> 09:13.678
มีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นในคดีนี้

09:13.761 --> 09:17.598
เขาหนีตามผู้หญิงหรือใครสักคนไปหรือเปล่า

09:17.682 --> 09:19.934
เขาหนีไปสงบสติอารมณ์หรือเปล่า

09:20.017 --> 09:22.562
เขาฆ่าตัวตายหรือเปล่า

09:22.645 --> 09:25.940
ลิซ่าโกรธ เขานอกใจเธอสองครั้ง

09:26.566 --> 09:28.109
เธอจัดฉากหรือเปล่า

09:28.192 --> 09:32.029
"ช่างหัวไอ้หมอนี่ ฉันจะจ้างคนลักพาตัวเขา"

09:32.113 --> 09:35.199
หรือแบบว่า "ฉันวางยาเขาเอง"
ไม่รู้สิ มันเป็นไปได้ทุกอย่าง

09:35.283 --> 09:39.036
มันมีหลายอย่างมาก
มีเบาะแสที่ต้องตามที่เราต้องขยายความ

09:39.120 --> 09:40.871
เพื่อตัดคนที่ไม่ใช่ออกไป

09:40.955 --> 09:43.040
(ตำรวจ
ที่จอดรถสาธารณะ)

09:43.124 --> 09:45.376
เราสืบตามเบาะแส

09:45.960 --> 09:48.754
กับข้อมูลทุกอย่างที่รวบรวมมาได้

09:48.838 --> 09:52.800
เกี่ยวกับคนที่เขาได้เจอ ที่เขาเคยรู้จักในอดีต

09:55.261 --> 09:58.222
ตอนเราคุยกับลิซ่าครั้งแรก เธอบอกว่า

09:58.306 --> 10:01.309
"สามีฉันกิ๊กกับผู้หญิงชื่อเมลานี่

10:01.392 --> 10:03.769
คุณอาจจะควรไปคุยกับเธอนะ"

10:05.104 --> 10:06.105
เราก็เลยไปคุย

10:09.233 --> 10:13.988
เธอลงมาหาในชุดนอนสีขาวประดับเลื่อม

10:14.071 --> 10:16.449
ที่บางจนแทบจะเห็นหมด

10:16.532 --> 10:23.122
เรานั่งตรงข้ามผู้หญิงคนนี้
ที่เซ็กซี่และเย้ายวนมากๆ

10:23.205 --> 10:26.709
เราพยายามเป็นมืออาชีพ ถามเรื่องคดี

10:26.792 --> 10:31.088
เราต้องคิดไว้ว่า
"นี่ก็แค่ช่วงเวลาหนึ่งในชีวิตตำรวจ"

10:31.172 --> 10:35.384
เรามองคู่หูแล้วบอกว่า
"ให้ตายสิ อย่ามาโดนตัวฉันตอนนี้

10:35.468 --> 10:39.513
ฉันต้องกลับบ้านไปหาเมีย นี่มันบ้าชัดๆ เลย"

10:45.519 --> 10:47.855
เมลานี่เปิดเผยกับตำรวจมากๆ

10:47.938 --> 10:50.900
เธอบอกว่า "ใช่ เราคบหากัน"

10:50.983 --> 10:54.654
กาวินอยู่ในสภาพที่อ่อนไหว

10:55.655 --> 11:01.160
แต่เธอก็ไม่อยากสร้างปัญหา
ให้ชีวิตแต่งงานของเขามากไปกว่านั้น

11:01.827 --> 11:04.914
เธอบอกเขาว่า "ฉันพอแล้ว
ฉันไม่อยากเจอดราม่าเรื่องนี้"

11:06.457 --> 11:11.337
หลังจากคุยกับเมลานี่ครั้งแรก
ผมไม่รู้สึกว่าเธอปิดบังอะไรเลย

11:11.837 --> 11:14.757
แต่เราก็ตัดเธอออกไม่ได้
ในแง่อาจจะมีส่วนรู้เห็น

11:14.840 --> 11:17.093
ยังมีเรื่องอื่นอีกหลายเรื่องที่ต้องทำ

11:19.303 --> 11:22.056
ภาพของกาวิน สมิธและรถของเขา
ถูกนำไปติดประกาศ

11:23.766 --> 11:27.561
ลิซ่า ภรรยา และออสติน ลูกชาย
เป็นผู้นำอาสาติดประกาศในพื้นที่ซิลมาร์

11:27.645 --> 11:29.563
เขามีครอบครัวรออยู่

11:29.647 --> 11:32.733
เรารักเขาทั้งหัวใจ มันก็ลำบาก แต่…

11:33.734 --> 11:36.320
ผมอยากคิดถึงช่วงเวลาดีๆ ที่เรามีกัน

11:36.404 --> 11:39.448
ถ้าเราเจอเขา
ผมอาจจะได้มีช่วงเวลาแบบนั้นอีกเยอะๆ

11:40.741 --> 11:44.412
ลิซ่าพยายามเต็มที่เพื่อหาข้อมูล

11:45.371 --> 11:48.999
ฉันรู้ว่าพวกเขาต้องการคนช่วย

11:49.083 --> 11:52.837
ฉันก็ไปที่นั่น แล้วฉันก็ไปตลอด

11:52.920 --> 11:56.674
ไปค้นหา ไปสอบถามคน

11:56.757 --> 12:00.302
ฉันทำทุกอย่างที่ทำได้
เพื่อพยายามสืบว่าเขาอยู่ที่ไหน

12:00.386 --> 12:01.637
เขาหายตัวไป

12:01.721 --> 12:04.724
ลองบอร์ดอันนี้ไม่ใช่ของเขานะคะ

12:04.807 --> 12:07.768
ลิซ่า สมิธมั่นใจว่า
ใครบางคนต้องรู้อะไรบางอย่าง

12:08.561 --> 12:13.899
(วันที่ 10 พฤษภาคม ปี 2012
กาวินหายตัวไปแปดวันแล้ว)

12:13.983 --> 12:16.902
โทรศัพท์ของกาวิน สมิธเป็นตัวต่อชิ้นสำคัญ

12:16.986 --> 12:19.613
เพราะเราจะได้เริ่มเห็นภาพ

12:19.697 --> 12:21.490
โทรศัพท์ของเขาดับไปเมื่อไหร่

12:21.574 --> 12:24.785
ช่วงเวลาไหนที่เขาถูกพบเห็นครั้งสุดท้าย

12:24.869 --> 12:27.163
ก่อนที่เขาจะหายตัวไป

12:28.873 --> 12:32.960
งานโทรศัพท์บางส่วน
หน่วยสืบคดีคนหายทำมาให้แล้ว

12:33.043 --> 12:37.548
เราแค่ย้อนกลับไปดู
แล้วก็ขอหมายค้นที่ละเอียดกว่าเดิม

12:37.631 --> 12:40.885
เราดูข้อมูลโทรศัพท์ของกาวินแล้วก็พบว่า

12:40.968 --> 12:45.139
"โอเค คืนที่โทรศัพท์เขาดับไป

12:45.222 --> 12:48.809
เขาโทรหาลิซ่า ลูกชายสามคน ทาร่า

12:48.893 --> 12:51.687
กับผู้หญิงชื่อแชนดริกา ครีช"

12:53.147 --> 12:58.360
จากประวัติโทรศัพท์
เรารู้ว่าเธอเป็นคนสุดท้ายที่ได้คุยกับเขา

12:58.444 --> 13:01.989
ที่เราต้องหาคำตอบตอนนี้ก็คือ
"ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร"

13:08.162 --> 13:13.793
ลิซ่า สมิธบอกเราว่ากาวินได้พบแชนดริกา

13:13.876 --> 13:18.422
ที่สถานบำบัดยาชื่อเดอะเมทริกซ์

13:18.964 --> 13:22.051
(วันที่ 2 พฤษภาคม ปี 2012
แจ้งความกาวิน สมิธหายตัวไป)

13:22.134 --> 13:24.845
(ปี 2008 กาวินได้พบแชนดริกา)

13:24.929 --> 13:29.433
เพราะอาการปวดรุนแรงของกาวินจากหลังหัก

13:29.517 --> 13:34.563
มันน่าเศร้าที่ยาตัวเดียว
ที่ทำให้เขาสบายขึ้นได้คือยาจากฝิ่น

13:35.231 --> 13:39.276
นั่นคือยาที่ทำให้เขาเกิดการเสพติด

13:40.069 --> 13:44.824
จนกระทั่งเขาบอกฉันว่าเขาไปบำบัด

13:47.243 --> 13:48.327
ตอนเขาไปบำบัด

13:48.410 --> 13:53.290
แชนดริกาก็เข้าไปจัดระเบียบชีวิตและเลิกยา

13:54.834 --> 14:00.381
ตอนแรก แชนดริกาอยู่ในกลุ่มบำบัดเดียวกับกาวิน

14:00.464 --> 14:03.843
แต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่พัฒนาไปไกลกว่านั้น

14:03.926 --> 14:08.722
กาวินมีความสัมพันธ์ที่ร้อนแรงกับแชนดริกา

14:09.849 --> 14:13.727
ลิซ่าไปเผชิญหน้ากับกาวิน แล้วเขาก็สารภาพ

14:14.687 --> 14:18.774
เขาคบหากับแชนดริกาอยู่ประมาณหนึ่งปี

14:18.858 --> 14:21.443
สามีเธอ จอห์น ครีชก็รู้เรื่อง

14:21.527 --> 14:25.322
เพราะการที่ลิซ่าเข้าไปยุ่งเกี่ยว

14:25.406 --> 14:29.410
ลิซ่าเลยรู้สึกว่าความสัมพันธ์ครั้งนั้นจบไปแล้ว

14:29.493 --> 14:34.373
(ปี 2008 กาวินได้พบแชนดริกา
ปี 2010 กาวินจบความสัมพันธ์กับแชนดริกา)

14:34.456 --> 14:36.375
(วันที่ 2 พฤษภาคม ปี 2012)

14:36.458 --> 14:40.254
เราเจอคนหาย เขาเป็นชู้กับแชนดริกา

14:40.337 --> 14:42.381
มันเลยทำให้เธอเข้าข่ายผู้ต้องสงสัย

14:44.008 --> 14:48.387
เราไปสอบปากคำเธอ เราเจอเธอที่บ้าน

14:51.307 --> 14:56.896
ตอนสอบปากคำแชนดริกา เธอกำลังสติแตก

14:56.979 --> 15:02.568
เธอกลัว วิตกกังวล เลี่ยงคำถาม

15:03.444 --> 15:04.945
เธอไม่มีสติเลย

15:05.821 --> 15:07.239
เธอบอกว่าเธอได้คุยกับเขา

15:08.032 --> 15:12.286
เธอไม่รู้ว่าเขาไปไหน
แต่ดูออกเลยว่าเธอเป็นห่วงกาวิน

15:13.537 --> 15:16.415
เธอยืนกรานว่าเธอไม่รู้
ว่าเกิดอะไรขึ้นกับกาวิน สมิธ

15:16.498 --> 15:20.002
หลังจากติดต่อกันเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ปี 2012

15:22.463 --> 15:26.300
ระหว่างสอบปากคำ
ก็มีรถสปอร์ตสีดำมาจอดริมถนน

15:27.051 --> 15:29.595
จอดอยู่แป๊บเดียว แล้วก็ถอยออกไป

15:30.220 --> 15:32.932
ตอนคุยกับแชนดริกาครั้งนั้น

15:33.015 --> 15:36.143
เธอยอมรับว่านั่นคือจอห์น สามีเธอเอง

15:37.603 --> 15:41.273
แน่นอนว่าเขาเป็นคนที่สายสืบอยากสอบปากคำ

15:41.357 --> 15:45.361
แต่ทำไม่ได้ เพราะเขาขับออกไป
มันทำให้คู่นี้น่าสงสัยขึ้นมาทันที

15:46.654 --> 15:49.281
ต่อมา เราได้รู้ว่าเขาเป็นอดีตนักโทษ

15:49.365 --> 15:54.244
ตอนนี้เขาออกมานอกคุก
เขาอยู่ในระบบปล่อยตัวกับกรมตำรวจเกลนเดล

15:54.328 --> 15:57.748
เขาไปยุ่งเกี่ยวกับการซื้อขายยาเสพติด

15:58.582 --> 16:02.169
ครับ เรารู้ได้ทันทีว่าเราควรสืบว่าเขาอยู่ไหน

16:02.252 --> 16:04.463
ในฐานะตำรวจ ผมมองอดีตนักโทษ

16:04.546 --> 16:07.716
ผมมองคนที่มีประวัติยาเสพติด

16:07.800 --> 16:11.261
เขาไม่พอใจที่ภรรยาเป็นชู้กับชายคนนี้

16:11.345 --> 16:14.515
คุณจะพูดยังไงก็แล้วแต่ เป็ดก็คือเป็ด

16:14.598 --> 16:17.518
ผมเห็นเป็ด มันดูเหมือนเป็ด
ท่าทาง การพูดก็เหมือนเป็ด

16:17.601 --> 16:19.478
มันก็อาจจะเป็นเป็ดจริงๆ

16:19.561 --> 16:22.022
ครับ เราสืบเขาโดยละเอียดทันทีเลย

16:22.606 --> 16:25.192
(จอห์น ครีช)

16:30.489 --> 16:33.742
เราดูรายละเอียดประวัติโทรศัพท์ของจอห์น ครีช

16:34.576 --> 16:36.370
สิ่งที่เราต้องสืบก็คือ

16:36.453 --> 16:41.625
โทรศัพท์ของจอห์น ครีช
คาบเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของกาวิน สมิธยังไง

16:41.709 --> 16:44.586
และความถี่ในการโทรในคืนที่เขาหายตัวไป

16:45.838 --> 16:50.968
ผมมีประสบการณ์สูง
ด้านการวิเคราะห์โทรศัพท์และทำแผนที่

16:51.927 --> 16:54.555
แล้วเราก็เห็นแบบแผนแปลกๆ

16:58.058 --> 17:02.521
ตำรวจสรุปได้ว่าคืนวันที่ 1 พฤษภาคม ปี 2012

17:03.105 --> 17:06.692
กาวินกับแชนดริกาได้พบกันใกล้ชิด

17:06.775 --> 17:11.864
จริงๆ แล้ว โทรศัพท์
ของกาวิน สมิธกับแชนดริกาพบสัญญาณ

17:11.947 --> 17:17.536
อยู่ในพื้นที่ฮิดเดนฮิลส์ ไม่ไกลจากบ้านครีช

17:17.619 --> 17:21.248
ในจุดที่ถูกมองว่าเป็น "ถนนคู่รัก"

17:22.124 --> 17:25.377
แล้วโทรศัพท์ของจอห์น ครีชไปไหน มันไปที่…

17:25.461 --> 17:29.673
"แม่เจ้า สัญญาณสะท้อน
มาจากพื้นที่เดียวกับแชนดริกา"

17:30.174 --> 17:35.137
จากแผนที่เสาสัญญาณโทรศัพท์
เราพบทั้งสามเครื่องอยู่ที่นั่น

17:35.220 --> 17:39.683
ณ เวลานั้น เรารู้ได้เลยว่าเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น

17:40.267 --> 17:44.313
แม้คดีนี้จะเริ่มจากคดีคนหาย

17:44.396 --> 17:46.273
เราก็รู้แล้วว่าตอนนั้นเราเจออะไร

17:47.316 --> 17:48.692
นี่คือฆาตกรรม

17:48.776 --> 17:51.653
(วันที่ 8 มิถุนายน ปี 2012
กาวินหายตัวไปห้าสัปดาห์แล้ว)

17:56.658 --> 18:00.079
เราไม่รู้เลยว่าตอนนั้นจอห์น ครีชอยู่ที่ไหน

18:00.162 --> 18:02.915
แต่คู่หูกับผมมีหลักฐานเพียงพอในตอนนั้น

18:02.998 --> 18:07.753
ที่จะขอหมายศาลเข้าค้น
บ้านของจอห์นกับแชนดริกา

18:08.420 --> 18:12.674
แชนดริกาอยู่บ้าน ยายเธอที่แก่แล้วก็อยู่

18:12.758 --> 18:17.846
ผู้ดูแลยายของแชนดี้ก็อยู่ เรน่า ลิม

18:17.930 --> 18:20.265
เพื่อนบ้านบอกว่า
ครอบครัวที่น่ารักอาศัยอยู่ในบ้านนี้

18:20.349 --> 18:23.811
แต่พุ่มไม้สูง กล้องวงจรปิดหลายตัว

18:23.894 --> 18:26.230
และป้ายเตือนห้ามเข้าพื้นที่

18:26.313 --> 18:29.149
ก็เป็นหนึ่งในสัญญาณหลายอย่างที่ชวนให้สงสัย

18:29.233 --> 18:30.234
"พฤติกรรมผิดปกติ" เหรอคะ

18:30.317 --> 18:34.655
ฉันว่ามีรถบางคัน
ที่เข้ามาจอดนอกบ้านอยู่นานพอสมควร

18:35.239 --> 18:39.368
เราไม่ค่อยเจอหลักฐานกายภาพ
ที่จะช่วยเราได้ในคดีนี้

18:39.868 --> 18:42.746
แต่เราก็จดบันทึกได้หลายอย่าง

18:42.830 --> 18:46.125
ที่สำหรับชุดความคิดของนักสืบแล้ว
มันมีความหมาย

18:46.208 --> 18:49.753
ตัวอย่างเช่น ตรงนั้นเป็นถนนทางตัน
มีบ้านอยู่ห้าหลังในละแวกนั้น

18:49.837 --> 18:53.048
และไม่ว่าจะมองในแง่ไหน
บ้านหลังนี้ก็อลังการที่สุด

18:53.549 --> 18:55.801
ที่นั่นมีระบบกล้องวงจรปิดซับซ้อน

18:55.884 --> 19:00.681
มีพระพุทธรูปสำริด 8,000 ดอลลาร์
อยู่ในบ่อปลาคาร์ปหน้าบ้าน

19:00.764 --> 19:01.765
มีคูด้วย

19:01.849 --> 19:05.227
แล้วก็สระว่ายน้ำทำเอง
ที่สมัยนั้นน่าจะราคาสัก 200,000 ดอลลาร์

19:05.310 --> 19:06.436
(กรมตำรวจเขตลอสแอนเจลิส)

19:06.520 --> 19:07.604
บ้านหลังอื่นๆ ล่ะ

19:07.688 --> 19:11.400
ครับ ที่นั่นเวสต์ฮิลส์
เป็นย่านหรู แต่ไม่หรูเท่าหลังนั้น

19:11.984 --> 19:13.152
สิ่งที่เราได้รู้

19:13.235 --> 19:16.321
คือแชนดริกาไม่รู้เลย
ว่าสามีเอาเงินที่ไหนมาจ่ายค่าของพวกนั้น

19:16.405 --> 19:19.408
เธอตอบไม่ได้ว่าเขาทำอาชีพอะไร

19:19.491 --> 19:22.452
เขาหารายได้ยังไง จ่ายภาษีหรือเปล่า

19:22.536 --> 19:26.081
ไม่เอาน่า คิดว่าเราโง่เหรอ
เราโง่ขนาดไม่น่าให้อภัยเลยหรือไง

19:28.167 --> 19:30.210
เห็นชัดเลยว่าเธอไม่ได้พูดความจริง

19:31.086 --> 19:34.214
ระหว่างการค้น เธอกลัวจนนิ่งไปเลย

19:34.298 --> 19:36.300
เธอไม่รู้ว่าต้องทำยังไง

19:36.383 --> 19:38.385
ผมไม่รู้ว่าเธอมีส่วนรู้เห็นหรือไม่

19:38.468 --> 19:41.180
ผมรู้ว่าเธอรู้ แล้วเธอก็ไม่ยอมบอก

19:41.263 --> 19:44.308
อีกอย่าง เธอบอกเราว่าจอห์นอยู่ชิคาโก

19:44.391 --> 19:48.020
เธออธิบายไม่ได้ว่า
ทำไมเขาย้ายบ้านไปอยู่ชิคาโก

19:48.520 --> 19:50.272
มันยังไงกัน

19:50.355 --> 19:52.441
เราไม่ได้หลักฐานคาหนังคาเขา

19:52.524 --> 19:55.694
เราไม่เห็นว่ามือเขามีแผลถลอกหรือรอยช้ำ

19:55.777 --> 19:59.364
แต่เราก็ได้ข้อมูลหลายอย่าง
เรารู้ว่าเรามาถูกทางแล้ว

20:01.909 --> 20:05.370
เรายังต้องการความช่วยเหลือจากสาธารณชน

20:06.121 --> 20:10.584
ทุกข้อมูลที่หาได้จากสาธารณชน เรายินดีรับไว้

20:13.378 --> 20:19.718
เราได้เบาะแสว่ากาวิน สมิธถูกพบเห็น
ที่ร้านบิสโตรหรือร้านกาแฟในมอร์โรเบย์

20:20.844 --> 20:21.845
(ลอสแอนเจลิส)

20:24.389 --> 20:26.725
มีคนเห็นเขาที่มอร์โรเบย์

20:26.808 --> 20:31.271
เขาเคยเรียนที่ยูซีแอลเอ เขารู้จักกาวิน

20:31.355 --> 20:34.900
บริกรหญิงก็ยืนยันว่านั่นคือกาวิน

20:34.983 --> 20:39.404
ฉันก็แบบ "พระเจ้าช่วย เขาแค่หนีหายไป"

20:40.072 --> 20:41.698
แล้วฉันก็ขับรถไปที่นั่น

20:42.866 --> 20:45.410
ฉันว่ามันทำให้เราเครื่องติด

20:45.494 --> 20:47.621
แล้วฉันก็ซิ่งแบบลุยแหลกเลย

20:47.704 --> 20:50.832
เราต้องสั่งการและควบคุม
การสืบสวนของเราให้ได้

20:50.916 --> 20:54.670
ขณะเดียวกันก็ต้องรู้ว่า
มันเลยเถิดจนคุมไม่อยู่ได้ทุกเมื่อ

20:54.753 --> 20:58.799
อาจจะเป็นเรื่องเล็ก หรือเรื่องใหญ่
แต่มันจะเลยเถิดจนคุมไม่อยู่

20:58.882 --> 21:00.342
สำคัญที่เราจะจัดการยังไง

21:00.425 --> 21:02.552
เราเป็นหัวหน้าทีมสืบสวน

21:02.636 --> 21:06.807
เราเจอทาร่ากับใครไม่รู้ ออกไปแบบฉุกเฉิน

21:06.890 --> 21:09.393
ไปที่มอร์โรเบย์ ไปเคาะประตูตามหา

21:10.644 --> 21:13.730
มีคนพบเห็นเขา 60-100 คนได้

21:14.481 --> 21:18.902
เรารู้ว่านี่คือคดีฆาตกรรม แต่ผมยังพิสูจน์ไม่ได้

21:18.986 --> 21:20.696
ผมเลยต้องตามเบาะแสนั้นไป

21:21.196 --> 21:22.781
แล้วผมต้องทำยังไง

21:22.864 --> 21:26.576
ผมต้องส่งสายสืบสองคน
ไปมอร์โรเบย์เพื่อตามเบาะแสนี้

21:26.660 --> 21:31.248
ว่าเขาอยู่ที่นั่นในโรงแรม
ไม่รู้สิ กำลังกินซุปหัวหอมฝรั่งเศสมั้ง

21:32.249 --> 21:36.795
ถึงไทจะปากร้ายและขวานผ่าซาก

21:36.878 --> 21:39.214
บางคนอาจจะบอกว่าหยาบกระด้าง

21:39.298 --> 21:41.425
แต่เขาแสดงออกได้ว่า

21:41.508 --> 21:46.346
"นี่ ผมอาจจะพูดแบบนี้
แต่ผมอยู่ตรงนี้ และผมใส่ใจ"

21:46.430 --> 21:49.933
ฉันเรียกเขาว่า "เคจุนพิโรธ"
เพราะเขามีบุคลิกแบบนั้น

21:50.017 --> 21:51.685
เขาเสียงดังมาก โวยวายเก่งมาก

21:52.436 --> 21:55.605
แต่ในฐานะนักสืบ ฉันรู้ว่าเขามีความทุ่มเท

21:55.689 --> 21:59.526
แล้วเขาก็ใส่ใจคดี เขาเป็นห่วงเราทุกคนด้วย

22:00.068 --> 22:02.904
ผมถูกเลี้ยงมาแบบว่า
"ถ้าไม่ชอบอะไร ก็พูดไปซะ"

22:02.988 --> 22:04.948
ผมไม่สนว่าใครจะไม่พอใจ

22:05.032 --> 22:07.951
(กรมตำรวจเขตลอสแอนเจลิส
แผนกสืบสวนฆาตกรรม)

22:13.332 --> 22:17.169
เบาะแสจากมอร์โรเบย์ดูเหลือเชื่อมากๆ

22:18.045 --> 22:21.631
บริกรหญิงออกมาบอกว่า
"อาจจะไม่ใช่เขาก็ได้ค่ะ

22:22.424 --> 22:27.679
ดูในข่าวอาจจะดูคล้ายเขามากกว่าตัวจริง"

22:28.555 --> 22:31.058
ฉันไม่รู้เลยว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง

22:31.141 --> 22:34.061
แต่มันก็น่าผิดหวังมากๆ

22:34.144 --> 22:39.316
เธอเชื่อแล้วว่าเกิดเรื่องร้ายแรงมากๆ กับกาวิน

22:39.399 --> 22:43.612
แต่เรายังไม่มีหลักฐานแน่ชัด
เราก็เลยหวังว่าเขาจะยังมีชีวิต

22:43.695 --> 22:48.367
แต่เราก็รู้ว่าไม่ช้าก็เร็ว
เราน่าจะได้คำตอบเป็นข่าวร้ายที่สุด

22:48.450 --> 22:54.748
(วันที่ 22 มิถุนายน ปี 2012
กาวินหายตัวไปเจ็ดสัปดาห์แล้ว)

22:56.792 --> 23:01.046
สายสืบคอยติดตาม
ความเคลื่อนไหวของจอห์น ครีช

23:01.129 --> 23:07.010
แล้วก็พบว่าจอห์น ครีชมีประวัติกับตำรวจ

23:07.094 --> 23:11.932
ที่จริง เขาเคยต้องข้อหาขนส่งยาผิดกฎหมาย

23:12.766 --> 23:16.269
เขาเคยยอมรับผิด
ข้อหาจำหน่ายแจกจ่ายยาเสพติด

23:16.353 --> 23:19.981
แทนที่จะติดคุก เขาตกลงไปเป็นสาย

23:20.065 --> 23:22.442
ทำงานให้กรมตำรวจเกลนเดล

23:22.526 --> 23:24.694
แต่เขาก็ไร้ประโยชน์สิ้นดี

23:24.778 --> 23:27.280
เขาไม่ได้ให้ข้อมูลอะไร
แค่ผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อย

23:27.364 --> 23:30.117
จอห์น ครีชยังอยู่ในพื้นที่ชิคาโก

23:30.200 --> 23:34.079
เราต้องพาตัวเขาเข้ามาสอบปากคำ

23:34.162 --> 23:38.375
เราติดต่อสายสืบเกลนเดล เดฟ เคลล็อก

23:38.458 --> 23:40.794
เขาตกลงมาช่วยทุกอย่างที่ช่วยได้

23:43.713 --> 23:46.925
เดฟเรียกตัวเขามา สิ่งหนึ่งที่เราให้เดฟช่วย

23:47.008 --> 23:48.718
คือให้เขาไปนั่งในห้อง

23:48.802 --> 23:50.762
เราติดเครื่องบันทึกเสียงไว้

23:52.013 --> 23:53.014
แล้วเราก็เข้าไป

23:55.892 --> 23:57.352
เราแนะนำตัวเอง

23:58.228 --> 24:00.856
เราถามคำถามเกี่ยวกับกาวิน สมิธ

24:01.440 --> 24:04.484
จอห์น ครีชใจเย็น พยายามพูดดี

24:04.568 --> 24:06.153
พยายามใช้ไหวพริบ

24:06.236 --> 24:07.320
ตามสูตรนักต้มตุ๋น

24:08.447 --> 24:11.867
"ครับ ผมรู้จักผู้ชายคนนี้"
"คุณได้ข่มขู่อะไรเขาหรือเปล่า"

24:11.950 --> 24:12.784
"เปล่า ไม่เคย"

24:12.868 --> 24:17.956
เขาปฏิเสธทุกอย่าง ผมเลยตัดสินใจลองอีกวิธี

24:18.915 --> 24:21.543
ผมพยายามทำให้กาวินดูเป็นคนเลว

24:21.626 --> 24:23.086
ผมบอกว่า…

24:23.170 --> 24:26.756
"กาวิน ผู้ชายคนนี้เป็นโรคจิตแอบตาม

24:26.840 --> 24:28.800
เขาเลี้ยงต้อยผู้หญิง"

24:29.634 --> 24:32.721
ผมทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อใส่ไฟกับเขา

24:32.804 --> 24:35.390
ผมบอกว่า
"ผมไม่โทษคุณหรอก ถ้าคุณทำอะไรเขา

24:35.474 --> 24:37.476
อย่าอ้อมค้อมเลย จบเรื่องบ้าๆ นี่เถอะ"

24:38.059 --> 24:39.436
แต่เขาก็ไม่ยอมพูด

24:49.529 --> 24:54.493
เราอธิบายกับผู้พิพากษา
ถึงข้อสงสัยว่าครีชจะมีส่วน

24:54.576 --> 24:56.745
ในการหายตัวไปของกาวิน สมิธ

24:56.828 --> 25:03.793
รวมถึงเรื่องที่เขาไม่ทำตามข้อผูกมัด
เรื่องให้ข้อมูลกับตำรวจด้วย

25:05.170 --> 25:10.425
ผู้พิพากษาก็เลยสั่ง
คุมตัวนายครีชคืนในข้อหายาเสพติด

25:11.551 --> 25:12.802
(ศูนย์รับนักโทษ)

25:12.886 --> 25:16.973
ทุกครั้งที่เราขังคนที่เราเชื่อว่าเคยฆ่าคนได้

25:17.057 --> 25:18.141
นั่นเป็นเรื่องดี

25:18.975 --> 25:23.021
มันทำให้เรามีเวลาขยายความและสืบสวน

25:24.314 --> 25:25.815
(กรมตำรวจเขตลอสแอนเจลิส)

25:25.899 --> 25:29.611
เราดูข้อมูลโทรศัพท์ของจอห์น ครีช

25:30.529 --> 25:32.155
เขาโทรหาใคร ใครโทรหาเขา

25:32.656 --> 25:37.994
แล้วเราก็เห็นว่า
หลังจากกาวิน สมิธคุยกับแชนดริกา

25:38.078 --> 25:42.165
ในคืนที่กาวินหายตัวไป ก็มีอีกหลายสาย

25:42.249 --> 25:45.335
ที่จอห์น ครีชโทรหาซ้ำๆ

25:45.418 --> 25:49.297
เขาโทรหาเบอร์เดิม เบอร์นั้นคือฮอร์เก บาเญส์

25:51.258 --> 25:55.262
พอเราสืบเขา เราก็ได้รู้
ว่าเขาเป็นพรรคพวกกับครีช

25:56.054 --> 26:01.893
นายบาเญส์ทำงานรับเหมาให้บ้านครีชหลายอย่าง

26:02.477 --> 26:07.899
ผลก็คือฮอร์เก บาเญส์กับจอห์น ครีก
ได้สานมิตรภาพต่อกัน

26:09.985 --> 26:12.070
คืนที่กาวินหายตัวไป

26:12.153 --> 26:16.241
โทรศัพท์ของผู้สูญหาย
โทรศัพท์ของจอห์น ครีชและฮอร์เก บาเญส์

26:16.324 --> 26:21.079
ส่งสัญญาณจากเสาสัญญาณ
ในลานหลังบ้านของฮอร์เก

26:21.162 --> 26:25.375
(0.30 น. โทรศัพท์ของกาวิน
แชนดริกา และจอห์น ครีชพบสัญญาณที่เดียวกัน)

26:26.001 --> 26:28.962
เราก็เลยติดต่อฮอร์เก บาเญส์

26:30.213 --> 26:33.216
ครั้งแรกที่เราคุยกับฮอร์เก บาเญส์
เราบอกได้เลยว่าเขา…

26:33.842 --> 26:35.427
รู้สึกแตกตื่นสุดๆ

26:36.553 --> 26:41.683
บาเญส์บอกว่าจอห์น ครีชโทรมาด้วยความตื่นเต้น

26:41.766 --> 26:45.604
ในช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 2 พฤษภาคม ปี 2012

26:45.687 --> 26:50.400
บอกว่าต้องการให้ช่วยและจะไปหาเขาที่บ้าน

26:51.443 --> 26:53.820
บาเญส์ก็ตกใจเล็กน้อย

26:53.903 --> 26:58.033
แต่ครีชก็มาหา แล้วบอกให้ช่วยย้ายรถคันหนึ่ง

26:58.116 --> 27:00.035
มันเป็นรถเบนซ์

27:01.911 --> 27:04.873
ฮอร์เก บาเญส์เห็นศพที่เหมือนมัมมี่

27:04.956 --> 27:07.626
ห่อด้วยผ้าปูที่นอนอยู่ในเบาะข้างคนขับ

27:07.709 --> 27:11.296
จอห์น ครีชบอกฮอร์เก บาเญส์
ว่า "ผมฆ่าเขาตาย

27:11.379 --> 27:13.006
ผมอยากให้คุณช่วยซ่อนศพ"

27:13.590 --> 27:17.177
ฮอร์เกก็แบบ "คุณบ้าไปแล้ว มาซ่อนที่นี่ไม่ได้นะ"

27:20.555 --> 27:23.183
ฮอร์เก บาเญส์ลังเลมากๆ

27:23.266 --> 27:26.227
กับการเล่าให้สายสืบฟัง
ว่าเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้น

27:26.311 --> 27:29.981
แต่เขาตามจอห์น ครีชไปในรถเบนซ์สีดำ

27:30.065 --> 27:33.985
ไปที่บ้านในย่านพอร์เตอร์แรนช์
ซึ่งเป็นชุมชนที่มีรั้วรอบ

27:34.069 --> 27:36.321
พวกเขาขับไปที่บ้านหลังหนึ่ง

27:37.739 --> 27:39.949
พอครีชไปถึงบ้าน

27:40.033 --> 27:43.453
เขาก็ขับรถเบนซ์สีดำเข้าไปในโรงรถ

27:44.120 --> 27:46.081
ทิ้งรถเบนซ์สีดำไว้ที่นั่น

27:46.164 --> 27:48.124
แล้วก็ออกจากที่นั่นมา

27:50.210 --> 27:54.005
แล้วจอห์น ครีชก็บอกว่า
"ผมอยากให้คุณกำจัดโทรศัพท์ซะ"

27:54.089 --> 27:56.716
ฮอร์เกผู้น่าสงสารก็โง่เอาโทรศัพท์ไป

27:56.800 --> 27:58.259
จากปากคำของฮอร์เก

27:58.343 --> 28:01.888
เขาบอกว่าวันต่อมา
เขาเอาไปทิ้งถังขยะหลังแมคโดนัลด์

28:04.599 --> 28:06.935
ฮอร์เกเห็นแผลที่มือครีช

28:07.018 --> 28:09.145
เขาเห็นสิ่งที่คิดว่าเป็นศพ

28:09.229 --> 28:11.231
แต่เขาบอกป้ายทะเบียนไม่ได้

28:11.314 --> 28:13.191
เขาระบุตัวศพไม่ได้

28:13.274 --> 28:17.070
เราเลยยังไม่มีหลักฐานพอที่จะส่งอัยการเขต

28:19.364 --> 28:21.866
สายสืบสรุปได้ว่า

28:21.950 --> 28:27.163
บ้านที่จอห์น ครีชกับนายบาเญส์ไป

28:27.247 --> 28:30.542
เป็นบ้านของคนชื่อสแตน แมคเควย์

28:32.168 --> 28:35.213
สแตน แมคเควย์
เป็นเพื่อนออกกำลังกายของจอห์น

28:35.296 --> 28:39.884
เป็นกูรูด้านสุขภาพและฟิตเนสให้ดารา

28:41.261 --> 28:44.264
สแตน แมคเควย์ถูกพาตัว
มาที่สถานีตำรวจลอสต์ฮิลส์

28:45.056 --> 28:48.309
เราไปสอบปากคำเขา แต่เขาขอทนาย

28:49.269 --> 28:55.024
แล้วทนายชื่อดัง
ที่ว่าความให้สแตน แมคเควย์ก็โผล่มา

28:56.484 --> 28:59.821
เขาเปิดเผยกับผมมาก
เขาบอกว่า "ไท เขาไม่ให้ปากคำคุณหรอก

28:59.904 --> 29:02.240
ผมจะแนะนำเขาว่าอย่าพูด"
ผมก็บอก "ไปคุยกับเขาสิ"

29:03.074 --> 29:04.075
แล้วเขาก็ไป

29:04.993 --> 29:10.957
ผ่านไปห้านาที 20 นาที 40 50…

29:11.708 --> 29:14.085
ผมมองจอห์น แล้วก็บอกว่า
"นี่มันดีต่อเรามากๆ เลยนะ

29:14.669 --> 29:16.755
ยิ่งเขาอยู่ในนั้นนานก็ยิ่งดี

29:16.838 --> 29:19.591
เพราะยิ่งเขาอยู่ในนั้นนาน
พวกเขาก็คุยกันอิสระ"

29:19.674 --> 29:25.180
ทนายคนนั้นคงจะแบบว่า "บ้าเอ๊ย โอ๊ย

29:25.263 --> 29:27.015
คราวนี้คุณทำอะไรอีก"

29:27.807 --> 29:32.896
แล้วเขาก็ออกมา ผมชอบเลย
เพราะสภาพเขาเหมือนหมาถูกฟาด

29:32.979 --> 29:36.399
ทุกครั้งที่เราเห็นทนายเอกชน
ในสภาพเหมือนหมาถูกฟาด

29:36.483 --> 29:38.276
เป็นเรื่องดีเสมอ

29:38.359 --> 29:41.696
แบบว่า "เอาเว้ย เราเล่นงานคนได้แล้ว"

29:41.780 --> 29:44.866
นี่คือเรื่องเล็กๆ ที่ทำให้สายสืบอย่างเราตื่นเต้น

29:44.949 --> 29:46.493
"เราได้เปรียบแล้ว"

29:46.576 --> 29:50.246
แล้วก็แน่นอน เขาบอกว่า "นี่ มานี่ซิ"
เขาอยากคุยกับเราแล้ว

29:50.330 --> 29:52.749
"คุยพรุ่งนี้ที่ออฟฟิศคุณได้ไหม"

29:53.333 --> 29:56.127
"ได้แน่นอน ไม่มีปัญหา"

29:57.212 --> 30:00.632
แล้วเขาก็บอกว่า "นี่ สายสืบ
คุณไปส่งเขาที่บ้านได้ไหม"

30:02.884 --> 30:06.554
ผมก็บอก "ได้สิ ไม่มีปัญหาครับ เราจัดการให้"

30:08.264 --> 30:10.141
นี่แหละเหตุผลที่ในฐานะหน่วยสืบฆาตกรรม

30:10.225 --> 30:13.937
เราต้องเดินทางได้โดยไม่ใช้ทางหลวง

30:14.020 --> 30:17.774
เราไปถนนในเมือง แล้วก็จอดมันทุกไฟแดงเลย

30:17.857 --> 30:20.318
จอดนานด้วย เราคุยกันได้เรื่องมากๆ

30:21.569 --> 30:25.073
สแตน แมคเควย์บอกว่าจอห์นมาหา

30:25.156 --> 30:27.534
ขอเอารถมาจอดในโรงรถ

30:27.617 --> 30:30.954
เขาสาบานว่าเขาไม่รู้
ว่าในนั้นมีศพจนกลิ่นเริ่มออก

30:32.121 --> 30:35.416
ไม่มีอะไรดับกลิ่นศพเน่าได้

30:35.500 --> 30:39.170
แล้วเขาก็บอกว่าเขาไปกดดันครีช

30:39.254 --> 30:41.881
ให้ไปที่นั่น ไปเอาศพออก

30:41.965 --> 30:46.261
เขาบอกว่าจอห์น ครีชโผล่ไปพร้อมกับรถยูฮอล

30:46.344 --> 30:50.306
เขาเอาศพออกมาจากรถ
แล้วก็ยกขึ้นรถยูฮอลเองเลย

30:54.978 --> 30:59.858
สุดท้าย จอห์น ครีช
ก็มาเอารถเบนซ์ของกาวิน สมิธ

30:59.941 --> 31:01.568
ออกไปจากโรงรถบ้านเขา

31:07.407 --> 31:10.660
เราเขียนหมายค้นส่งไปที่บริษัทยูฮอล

31:10.743 --> 31:14.122
แต่ทุกคนที่เรารู้ชื่อมาในคดีนี้

31:14.706 --> 31:18.459
ไม่มีเป้าหมายที่เรารู้จักคนไหนเลย

31:18.543 --> 31:21.546
ที่ได้เช่ารถไปในช่วงเวลานั้น

31:22.171 --> 31:23.256
มันก็เลยน่าหงุดหงิด

31:27.802 --> 31:30.722
กาวินหายตัวไป คาดว่าเสียชีวิตแล้ว

31:30.805 --> 31:33.308
แล้วเราก็ยังไม่เจอศพ

31:33.391 --> 31:34.601
เราไม่เจอรถ

31:35.184 --> 31:37.312
เราไม่รู้ว่ามีการใช้อาวุธหรือไม่

31:37.395 --> 31:40.023
มันมีช่วงไม่คืบหน้า แล้วรูปคดีก็เริ่มจะเสีย

31:40.106 --> 31:43.192
เรารู้ว่า "เราต้องทำอะไรต่อไป"

31:44.444 --> 31:48.448
ผมกับจอห์น คู่หูก็เข้าใจ

31:48.531 --> 31:50.533
ว่าคดีนี้มันเหมือนหมากรุก

31:51.200 --> 31:56.998
ในเกมหมากรุกที่เราเล่น
ในฐานะตำรวจสืบสวนฆาตกรรมกับคนร้าย

31:57.081 --> 32:00.668
มันไม่มีกำหนดเวลาเดินหมากสองนาที

32:03.546 --> 32:08.134
สายสืบทั้งสองนาย แล็บบี้กับโอไบรอัน
ให้ความช่วยเหลือเราดีมากๆ

32:08.217 --> 32:11.971
มันไม่เหมือนคดีในหนัง 48 ชั่วโมง ไขคดีได้

32:12.055 --> 32:13.139
มันยังไขไม่ได้

32:13.222 --> 32:16.100
แต่ทั้งคู่ก็ทุ่มเทให้กับคดีนี้มากๆ

32:16.184 --> 32:17.852
พวกเขาจะสืบจนสุดทาง

32:21.648 --> 32:25.777
(เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2013
กาวินหายตัวไปเก้าเดือนแล้ว)

32:25.860 --> 32:28.571
ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2013

32:28.655 --> 32:32.492
สายสืบคนหนึ่งในแผนกสืบสวนฆาตกรรม

32:32.575 --> 32:36.955
เขาเกษียณไปแล้ว
เขามาเล่นเทนนิสกับผู้ชายกลุ่มหนึ่ง

32:37.872 --> 32:39.916
ในกลุ่มนั้น

32:41.292 --> 32:42.669
มีพ่อของแชนดริกา

32:44.629 --> 32:48.299
ระหว่างที่พวกเขาตีเทนนิส
พ่อของแชนดี้ก็มีท่าทางแปลกๆ

32:48.383 --> 32:51.386
เขาบอกว่าลูกสาวย้ายกลับไปอยู่ด้วย

32:51.469 --> 32:54.806
แล้วเธอก็เล่าว่าสามีไปฆ่าคนตาย

32:54.889 --> 33:00.895
พ่อเธอสะเทือนใจมาก
เขารู้สึกว่าต้องเล่าให้เพื่อนฟัง

33:01.771 --> 33:04.399
สายสืบคนนี้ก็รู้จักผม

33:05.316 --> 33:07.610
เขาบอกข้อมูลกับผมทันที

33:09.278 --> 33:11.614
ผมไปแนะนำตัวกับพ่อแชนดี้

33:11.698 --> 33:14.701
เขาบอกว่า "ผมจะบอกทุกอย่างที่ผมรู้"

33:16.703 --> 33:20.206
เขาบอกว่า "ผมว่ารถยังอยู่

33:20.289 --> 33:21.874
มันอาจจะถูกชำแหละ

33:22.583 --> 33:26.087
มันอาจจะถูกแยกชิ้นส่วนขาย
แต่อะไหล่บางส่วนยังอยู่"

33:26.170 --> 33:27.422
เขาบอกว่า

33:27.505 --> 33:33.136
"คุณต้องไปสืบเรน่า ลิม ผู้ดูแลยายของแชนดี้"

33:33.636 --> 33:36.097
มันน่าแปลกใจสำหรับเราสองคน

33:36.180 --> 33:38.433
มันแบบว่า "ไม่ ไม่มีทาง"

33:38.516 --> 33:42.186
เธอเป็นยายวัย 70 ตัวเล็กๆ

33:42.270 --> 33:46.524
เป็นผู้ดูแลชาวคริสต์ฟิลิปปินส์ที่ไม่น่าสงสัย

33:46.607 --> 33:50.278
ที่ดูแลญาติแก่ๆ ใกล้ตายของแชนดริกา

33:50.361 --> 33:53.948
แล้วจากจุดนั้น เราก็ปะติดปะต่อได้เลย

33:54.032 --> 33:56.534
"ให้ตายสิ เธออยู่ตรงนั้นมาตั้งแต่แรก"

33:59.579 --> 34:02.123
นี่คือตัวอย่างของ "ดวงดีดีกว่าฝีมือดี"

34:02.206 --> 34:05.460
เพราะมันคือเรื่องของจังหวะเวลา

34:05.543 --> 34:08.755
อยู่ดีๆ เราก็คืบหน้า แล้วมันก็…

34:08.838 --> 34:10.048
มันบังเอิญล้วนๆ เลย

34:10.882 --> 34:13.176
แต่เราได้เบาะแสมาแล้ว เราก็ต้องสืบ

34:14.469 --> 34:15.970
ผมบอกว่า "ไปหาเธอกัน"

34:16.554 --> 34:20.433
แล้วเราก็เริ่มสั่งเฝ้าระวังเรน่า

34:21.267 --> 34:23.311
สุดท้าย พอเธอเลิกงาน

34:23.394 --> 34:25.688
เราก็เข้าไปหาเธอที่ลานจอดรถ

34:26.647 --> 34:28.900
ดูออกเลยว่าเธอตกใจนิดหน่อย

34:28.983 --> 34:31.903
แต่เธอรู้ว่าเราเป็นใคร
เธอรู้ว่าเรากำลังสืบเรื่องอะไร

34:31.986 --> 34:35.406
เราไปคุยกับเธอ แล้วก็อธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น

34:35.490 --> 34:39.786
ชื่อเธอโผล่มาได้ยังไง
แล้วเธอก็อยากจะช่วยให้เต็มที่

34:40.703 --> 34:42.330
ผมรู้สึกว่าเธอพูดความจริง

34:42.830 --> 34:45.708
เธอเอาเอกสารให้เราดู

34:45.792 --> 34:50.922
ซึ่งพิสูจน์ว่าเธอจ่ายบิล
ค่าเช่าที่เก็บของให้จอห์น ครีช

34:51.422 --> 34:55.802
เธออาจจะรู้หรือไม่รู้ว่าตัวเองจ่ายบิล

34:55.885 --> 34:59.347
ค่าเช่าที่เก็บของซึ่งเป็นที่เก็บหลักฐานฆาตกรรม

34:59.847 --> 35:02.809
ผมไม่รู้ว่าคุณคิดยังไงนะ แต่ผมเห็นจุดร่วม

35:02.892 --> 35:05.770
"ฮอร์เก ซ่อนโทรศัพท์ให้ที"

35:05.853 --> 35:09.357
"สแตน ผมฝากรถคนอื่นกับศพ

35:09.440 --> 35:11.526
ที่บ้านคุณสักห้าวันได้ไหม"

35:11.609 --> 35:13.986
"เรน่า ฝากจ่ายบิลทีได้ไหม"

35:14.487 --> 35:16.114
คุณเห็นแบบแผนไหม

35:16.197 --> 35:18.032
นี่คือนักต้มตุ๋นตามหลักสูตรเลย

35:18.116 --> 35:23.371
เขาใช้ทุกคนที่ใช้ได้
เพื่อให้ตัวเองมีความผิดน้อยลง

35:23.454 --> 35:24.539
(เวสต์ซีมีล็อกอัป)

35:24.622 --> 35:26.916
เราออกไปขอหมายค้น

35:26.999 --> 35:31.337
และแน่นอน พอเปิดล็อก
เราก็เจอรถของกาวิน สมิธข้างใน

35:32.713 --> 35:36.342
มันน่าตื่นเต้นมากๆ
เพราะเราได้รถของผู้ตายแล้ว

35:36.425 --> 35:38.928
ยืนยันว่าสมบูรณ์ดี ไม่ถูกแยกชิ้นส่วน

35:39.011 --> 35:40.555
เพราะดวงดีด้วย

35:40.638 --> 35:43.891
เทพเจ้าแห่งการสืบสวนเข้าข้างเราวันนั้น

35:50.773 --> 35:52.483
หลังจากพบรถ

35:52.567 --> 35:56.946
พวกเขาก็ตัดสินใจว่าจะเร่งสืบสวนเต็มกำลัง

35:57.029 --> 36:00.449
ซึ่งน่าจะนำไปสู่การส่งฟ้อง

36:00.533 --> 36:02.743
แล้วผมก็ร่วมงานกับไทอย่างเป็นทางการ

36:03.703 --> 36:06.372
ผมรู้ว่าบ็อบบี้มีกิตติศัพท์โดดเด่นมากๆ

36:06.455 --> 36:10.918
ในหมู่สายสืบที่ผมเคารพในหน่วยของผม

36:11.002 --> 36:12.837
เขามาจากหน่วยไต่สวนคดีอุกฉกรรจ์

36:12.920 --> 36:16.465
ซึ่งประวัติแบบเขาก็สร้างได้ยาก
ในสำนักงานอัยการเขต

36:16.966 --> 36:18.467
เขาเป็นตัวตึงเลย

36:24.307 --> 36:27.560
หลักฐานสำคัญที่ตำรวจต้องการสรุป

36:27.643 --> 36:32.064
ก็คือรถเป็นจุดจบชีวิตของกาวิน สมิธหรือไม่

36:33.065 --> 36:34.859
มีงานวิเคราะห์หลายอย่าง

36:34.942 --> 36:37.987
ที่นักวิเคราะห์ทางนิติเวชต้องทำกับรถ

36:38.070 --> 36:40.364
พวกเขาต้องการหลักฐานเลือด

36:40.448 --> 36:45.203
ต้องการหลักฐานทางเซรุ่ม
เช่นดีเอ็นเอ น้ำลาย เส้นผม

36:45.286 --> 36:48.956
ทุกอย่างที่โยงได้ว่ากาวิน สมิธอยู่ในรถคันนั้น

36:50.875 --> 36:53.502
เราเห็นว่าป้ายทะเบียนถูกถอดออก

36:53.586 --> 36:55.796
หมายเลขประจำตัวรถยังอยู่

36:55.880 --> 36:57.131
ไม่ได้ถูกถอดออกไป

36:57.215 --> 37:00.343
นั่นคือวิธีระบุของเรา นี่คือที่เกิดเหตุของเรา

37:02.678 --> 37:04.972
เราเห็นรอยเลือด

37:05.056 --> 37:08.768
มีเลือดแห้งเยอะมากบนเบาะผู้โดยสาร

37:08.851 --> 37:12.313
ที่พื้น หน้าปัด หลังคา เบาะหลัง

37:14.065 --> 37:18.194
มีรอยเลือดกระเซ็น แปลว่ามีการต่อยตีซ้ำๆ

37:18.736 --> 37:22.615
มีเลือดกระเซ็นไปถึงเพดาน

37:23.658 --> 37:26.702
เราเห็นเลือดแห้งในกรอบประตู

37:27.286 --> 37:28.788
ตรงที่ประตูปิด

37:29.497 --> 37:31.374
จนตอนนี้ผมก็ยังไม่เชื่อ

37:31.457 --> 37:34.001
ที่เขาบอกว่าไม่ได้เอาหัวกาวินแนบไว้กับประตู

37:34.085 --> 37:35.628
แล้วปิดประตูอัดใส่ซ้ำๆ

37:37.171 --> 37:40.258
เขาซ้อมผู้ชายคนนี้อย่างโหดเหี้ยม

37:40.341 --> 37:43.552
ไม่ต้องสงสัยเลย นี่คือคนชั่วร้าย

37:45.471 --> 37:49.183
สมิธวัย 57 ปี หายตัวไปเมื่อ
วันที่ 1 พฤษภาคม ปี 2012

37:49.267 --> 37:53.729
หนึ่งปีต่อมา รถเบนซ์ของเขาถูกพบ
ที่ห้องเก็บของในหุบเขาซีมี

37:57.483 --> 38:01.737
เราต้องโยงจอห์น ครีช
กับรถของกาวิน สมิธให้ได้

38:01.821 --> 38:03.823
เราอยากเก็บรอยนิ้วมือที่รถ

38:03.906 --> 38:09.537
แต่ตอนนี้เราได้จุดโฟกัสแล้ว
ว่าจะให้ฝ่ายนิติเวชตรวจตรงจุดไหน

38:09.620 --> 38:12.999
มีหลักฐานในรถที่บ่งชี้ว่าเขาถูกฆ่าในนั้น

38:13.082 --> 38:15.459
นายครีชยังเป็นบุคคลเฝ้าระวัง

38:15.543 --> 38:17.295
(เขตลอสแอนเจลิส)

38:17.378 --> 38:19.714
ผลตัวอย่างดีเอ็นเอกับหลักฐานเลือดออกแล้ว

38:20.548 --> 38:23.134
หลักฐานเลือดเป็นของกาวิน สมิธ

38:25.636 --> 38:28.639
ผมจำสิ่งหนึ่งที่เห็นได้

38:28.723 --> 38:30.599
ป้ายทะเบียนหายไป แต่…

38:30.683 --> 38:34.520
นอตขันป้ายทะเบียนข้างซ้ายถูกขันกลับเข้าไป

38:35.021 --> 38:37.898
ผมบอกแล็บอาชญากรรม
ว่าผมอยากให้เอาไปตรวจดีเอ็นเอ

38:37.982 --> 38:41.068
แล้วสุดท้ายมันก็ตรงกับจอห์น ครีช

38:49.952 --> 38:51.078
มันก็ทั้งดีทั้งร้าย

38:55.875 --> 38:59.045
เพราะฉันรู้ว่า…

39:01.922 --> 39:03.132
มัน…

39:03.215 --> 39:05.384
คำบรรยายของตำรวจ…

39:06.886 --> 39:11.932
ฉันรู้ว่ามีหลักฐานชีวภาพ
กับดีเอ็นเอในรถหลายอย่าง

39:13.017 --> 39:14.852
ตอนนั้นฉันก็รู้แล้ว

39:18.481 --> 39:20.149
ประมาณวินาทีนั้นแหละที่…

39:21.484 --> 39:24.653
มันย้อนกลับไม่ได้แล้ว

39:24.737 --> 39:27.156
แล้วเราก็ถามตัวเอง

39:27.239 --> 39:29.825
"มันเกิดขึ้นได้ยังไง
วาระสุดท้ายของเขาเป็นยังไง"

39:32.078 --> 39:33.079
มันทำใจลำบาก

39:36.290 --> 39:37.291
มันยากจริงๆ

39:43.714 --> 39:45.883
(ศาลสหรัฐอเมริกา)

39:45.966 --> 39:49.178
มุมมองของอัยการต่อหลักฐานในตอนนั้น

39:49.261 --> 39:54.183
เราพิสูจน์ได้ตามกฎหมายแล้ว
ว่าเรามีหลักฐานแวดล้อมที่แน่นหนา

39:54.266 --> 39:57.228
ว่าจอห์น ครีชเป็นต้นเหตุที่เขาตาย

39:58.104 --> 40:02.024
แน่นอนว่ายังมีจุดสำคัญในเรื่องราว

40:02.108 --> 40:03.651
ที่เรายังไม่รู้อีก

40:04.610 --> 40:08.197
ณ ตอนนั้นในคดีนี้
เรามีพยานที่ให้ความร่วมมือสองคน

40:08.280 --> 40:11.575
เรามีฮอร์เก บาเญส์ กับสแตน แมคเควย์

40:12.493 --> 40:17.373
สิ่งเดียวที่เรายังไม่มีคือศพผู้ตาย

40:17.456 --> 40:23.170
แล้วเราก็ยังไม่มีพยานที่เห็นเหตุการณ์จริงด้วย

40:23.254 --> 40:26.465
เรื่องที่ไม่รู้เยอะกว่าเรื่องที่รู้ เยอะเกินไปมากๆ

40:27.258 --> 40:32.179
คดีที่ไม่เจอศพคือคดีที่พิสูจน์ยากที่สุด

40:32.763 --> 40:36.350
เรามีแค่หลักฐานเลือดภายในรถ

40:36.434 --> 40:41.230
แต่เราก็ยังไม่รู้ว่าผู้ตายเสียชีวิตอย่างไร

40:41.313 --> 40:44.275
แพทย์ชันสูตรก็บอกไม่ได้

40:44.358 --> 40:46.819
อย่างแน่ชัดว่าผู้ตายเสียชีวิตแล้ว

40:47.570 --> 40:49.029
การสืบสวนยังดำเนินต่อไป

40:50.614 --> 40:54.201
ณ จุดนี้ เรายังไม่ได้ตั้งข้อหาอะไรกับใคร

40:55.077 --> 40:59.999
จุดที่น่าเศร้าก็คือการไม่รู้อยู่นานมากๆ

41:00.082 --> 41:01.208
มันน่าใจสลาย

41:02.543 --> 41:05.421
ซึ่งก็สมควรแล้ว ลิซ่าใจเสียมากๆ

41:05.504 --> 41:10.009
กับการใช้ชีวิตทุกวันโดยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

41:12.720 --> 41:15.681
(เดือนตุลาคม ปี 2014
สองปีครึ่งหลังกาวิน สมิธถูกฆาตกรรม)

41:15.764 --> 41:18.559
ถึงจะผ่านไปเกินสองปีแล้ว

41:18.642 --> 41:21.187
เราก็ยังไม่ทำรูปคดีไปเสนออัยการ

41:21.270 --> 41:24.899
จนกว่าเราจะได้ทำทุกอย่างที่รู้สึกว่าทำได้

41:27.776 --> 41:30.154
เดือนตุลาคม ปี 2014

41:30.237 --> 41:35.034
ในเขตเนินเขาที่พาล์มเดล แคลิฟอร์เนีย

41:36.076 --> 41:38.329
คู่สามีภรรยาพาสุนัขมาเดินเล่น

41:39.121 --> 41:41.999
สุนัขไม่ได้อยู่กับสายจูง มันกลับไปหาเจ้าของ

41:42.708 --> 41:47.338
แล้วมันก็คาบสิ่งที่ดูเหมือนกระดูกคนไว้

41:49.173 --> 41:52.134
ถ้าได้กลิ่นของที่ชอบ มันจะวิ่งไปเลย

41:52.218 --> 41:54.887
บัดดี้ ลาบราดอร์สีน้ำตาลเจอสิ่งที่มันชอบ

41:54.970 --> 41:57.389
ระหว่างเดินเล่นบนเขาในพาล์มเดลกับเจ้าของ

41:57.473 --> 42:01.685
แล้วพวกเขาก็เรียกตำรวจไปตรวจสอบ

42:01.769 --> 42:06.732
เจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุไปตรวจสอบ
แล้วแจ้งแผนกสืบสวนฆาตกรรม

42:06.815 --> 42:09.652
ว่าพวกเขาพบหลุมศพตื้นๆ ที่มีซากศพมนุษย์

42:11.278 --> 42:14.698
พอสายสืบไปถึงที่เกิดเหตุ

42:14.782 --> 42:17.409
พวกเขาก็ไม่รู้ว่าผู้ตายเป็นใคร

42:17.910 --> 42:20.454
บางครั้งการพิสูจน์อัตลักษณ์ก็ทำด้วยฟัน

42:21.247 --> 42:26.001
บางครั้ง ถ้าศพยังสดพอ เราก็ตรวจลายนิ้วมือได้

42:26.085 --> 42:30.714
ส่วนในคดีนี้ ซากศพมนุษย์มีร่องรอย

42:30.798 --> 42:33.884
การผ่าตัดหลายครั้งตลอดหลายปีของกาวิน

42:33.968 --> 42:39.306
พวกเขาก็เลยระบุได้ว่านี่คือศพกาวินจริงๆ

42:46.063 --> 42:49.400
เราส่งหลักฐานในที่เกิดเหตุ
ไปสำนักงานแพทย์ชันสูตร

42:50.651 --> 42:52.903
แพทย์ชันสูตรก็เริ่มการตรวจสอบ

42:52.987 --> 42:53.988
(จอห์น โด 298)

42:54.071 --> 42:59.159
โดยดูจากเอ็กซ์เรย์ แล้วออกความเห็น
กับข้อสรุปว่าเห็นอะไรบ้าง

42:59.243 --> 43:00.244
(ถูกตีด้วยของแข็ง…)

43:00.327 --> 43:06.125
ซึ่งก็เจอแผลป้องกันตัวที่แขนกับกระดูกแตก

43:06.208 --> 43:10.963
เหมือนยกแขนกันไว้ ซึ่งก็สอดคล้องกับสิ่งที่เรารู้

43:11.046 --> 43:12.506
เขาถูกทำร้ายในรถ

43:12.590 --> 43:16.552
มีร่องรอยและความเห็นแพทย์
ว่าเขากะโหลกแตก

43:16.635 --> 43:20.639
ซึ่งเกิดจากการถูกตีด้วยของแข็งที่ศีรษะ

43:21.307 --> 43:25.311
เราเห็นกระดูกเบ้าตาแตกโดยสิ้นเชิง

43:25.394 --> 43:27.605
กระดูกโหนกแก้มแทบจะแหลกเป็นจุณ

43:30.983 --> 43:35.279
การพบศพกาวิน สมิธ
ในทางการสืบสวน มันสำคัญมาก เป็นจุดเปลี่ยน

43:35.904 --> 43:40.034
แต่ที่ผมเป็นห่วงคือครอบครัว
ผมอยากอยู่ข้างพวกเขา

43:42.369 --> 43:47.207
ผมกับคู่หูควรไปคุยกับคุณนายสมิธและลูกๆ เรื่องนี้

43:48.959 --> 43:51.295
ฉันจำได้ว่าลิซ่าโทรหาฉัน

43:51.795 --> 43:55.924
แล้วบอกว่าพบศพเขาแล้ว

43:56.717 --> 44:00.179
ฉันรู้สึกว่า…

44:01.889 --> 44:05.476
นั่นคือวินาทีที่หายสงสัย เพราะว่า…

44:09.605 --> 44:10.606
ขอโทษค่ะ

44:18.656 --> 44:20.324
เรารู้ว่ามันเลวร้ายแค่ไหน

44:22.951 --> 44:24.453
แล้วเราก็ได้รู้ว่ามันจบแล้ว

44:24.953 --> 44:27.706
เพราะมันเป็นความจริง

44:27.790 --> 44:29.958
ครอบครัวผู้ตายอยากจะหายสงสัย

44:31.877 --> 44:33.504
ศพทำให้เราหายสงสัยได้

44:34.672 --> 44:36.632
เราไม่ได้อยากให้เป็นแบบนั้น แต่…

44:41.095 --> 44:43.180
เรารู้ว่าเขาไม่กลับมาแล้ว

44:51.855 --> 44:54.733
แม้จะพบศพกาวินแล้ว

44:54.817 --> 44:58.487
ก็ยังมีข้อมูลที่เราไม่รู้

44:58.570 --> 45:04.743
เจาะจงคือเรายังไม่รู้ว่าครีชฆ่ากาวิน สมิธยังไง

45:04.827 --> 45:08.414
เรารู้ว่าคนเดียวที่รู้ข้อมูลนั้น

45:08.497 --> 45:09.748
คือแชนดริกา ครีช

45:11.792 --> 45:14.002
สิ่งที่เราไม่รู้ ณ ตอนนั้น

45:14.086 --> 45:19.425
คือเธอมีส่วนรู้เห็นแค่ไหนกับการตายของกาวิน

45:20.384 --> 45:24.346
ผลก็คือเราตัดสินใจแจ้งเธอ

45:24.430 --> 45:26.849
ว่าเราจะพิจารณาลดโทษให้เธอ

45:26.932 --> 45:30.060
แลกกับคำให้การตามความจริง

45:30.144 --> 45:31.395
เป็นการยื่นข้อเสนอ

45:31.478 --> 45:35.691
แชนดริกาตกลงให้ความร่วมมือผ่านทนาย

45:39.611 --> 45:40.863
แล้วบอกเราว่า

45:40.946 --> 45:46.910
เธอกลับไปสานสัมพันธ์กับกาวิน สมิธต่อ

45:46.994 --> 45:52.332
แต่พวกเขาไม่ได้มีเพศสัมพันธ์กัน

45:52.958 --> 45:55.169
พวกเขามีความผูกพันต่อกัน

45:55.252 --> 45:59.173
แล้วก็คุยกันในรถในฐานะเพื่อน

46:00.174 --> 46:03.343
เธอบอกว่าเธอปลอบใจเขาที่แยกทางกับภรรยา

46:03.427 --> 46:07.806
เขาจะทำยังไง เรื่องลูกๆ
หลักๆ ก็ทำหน้าที่เพื่อน

46:07.890 --> 46:13.437
แล้วตอนนั้น ประตูรถก็ถูกเปิด

46:14.104 --> 46:17.608
แล้วจอห์นนี่ก็กระโดดเข้าใส่เธอกับเขา

46:18.317 --> 46:19.610
แล้วก็เริ่มซ้อมเขา

46:19.693 --> 46:24.031
คุณเห็นจอห์นนี่ชกต่อยกาวินกี่ครั้ง

46:24.114 --> 46:25.824
- ห้าค่ะ
- ห้าเหรอ

46:26.617 --> 46:28.076
เธอกรีดร้องตะโกน

46:28.160 --> 46:32.790
เธอบอกว่าจอห์นนี่อัดเขาที่หน้าไม่ยั้ง

46:33.457 --> 46:37.044
เธอหนีออกไปทางประตูรถได้

46:37.127 --> 46:39.880
แล้วร้องบอกให้เขาหยุด เดี๋ยวเขาก็ตายพอดี

46:40.380 --> 46:44.927
ถึงจุดหนึ่ง จอห์นนี่ก็หยุด กาวินหมดสติไปแล้ว

46:46.011 --> 46:48.597
เลือดกระจายไปทั่ว แล้วเขาก็หันมาหาเธอ

46:48.680 --> 46:51.809
บอกว่า "หุบปากซะ ไม่งั้นเธอจะเป็นรายต่อไป"

46:51.892 --> 46:56.563
เธอบอกว่าสุดท้ายเธอก็หันหลังหนีไป

46:57.064 --> 47:01.193
แล้วจอห์นนี่ก็ยังซ้อมเขาต่อ
ทั้งที่เขาหมดสติไปแล้ว

47:02.027 --> 47:07.449
ผมคิดว่าแชนดี้ช่วยกลบเกลื่อน
เพราะแชนดี้กลัวเขาแทบตาย

47:12.788 --> 47:17.376
(วันที่ 15 มิถุนายน ปี 2017
ห้าปีหลังกาวิน สมิธถูกฆาตกรรม)

47:17.459 --> 47:19.461
(เริ่มไต่สวนคดีฆ่าผู้บริหารฟ็อกซ์)

47:19.545 --> 47:23.757
การดำเนินคดีกับจอห์น ครีช
เริ่มเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2017

47:23.841 --> 47:25.092
แผนได้ผล

47:26.176 --> 47:27.719
กาวิน สมิธตายแล้ว

47:27.803 --> 47:31.139
เขาเก็บความลับได้สองปีกว่า

47:31.223 --> 47:32.975
ผมต้องโต้แย้งให้คณะลูกขุนเข้าใจว่า

47:33.058 --> 47:36.895
"ไม่ นี่ไม่ใช่การฆ่าโดยบันดาลโทสะทั่วไป

47:36.979 --> 47:40.482
แต่ที่จริง จำเลยรู้เรื่องการคบชู้มานานแล้ว

47:40.566 --> 47:43.694
แล้วเขาก็วางแผนเป็นขั้นตอน
ติดตามว่าภรรยาไปที่ไหน

47:43.777 --> 47:48.240
เขาไม่ได้อยู่ในสภาวะอารมณ์ปั่นป่วน

47:48.323 --> 47:51.910
จนถึงขั้นที่ไม่รู้ตัวว่าเขาวางแผนทำอะไร"

47:55.372 --> 47:58.083
พยานปากเอกบางส่วนก็มีแชนดริกา

47:58.166 --> 48:01.712
ที่เล่าเรื่องได้ว่ากาวินถูกฆ่ายังไง

48:02.337 --> 48:04.172
เขาไม่ได้สู้กลับหรือตอบโต้อะไรเลย

48:04.256 --> 48:06.967
เขาไม่ได้ผลักจอห์นออก เขาไม่ได้ขยับเลยสักนิด

48:09.303 --> 48:11.388
- ผลก็คือ…
- แล้วเขาก็ร้องครวญคราง

48:12.514 --> 48:14.349
จอห์น ครีชขึ้นแท่นให้การ

48:14.433 --> 48:18.896
เขาบอกว่าเขาวิวาทโดยสมัครใจกับกาวิน

48:19.396 --> 48:21.356
เขาต่อยผม เขาดึงผมเข้าหาโดยการดึงเสื้อ

48:21.440 --> 48:23.901
เขาใช้มือจับคอผม แล้วก็บีบคอผมไว้

48:23.984 --> 48:25.652
หัวผมติดอยู่กับเพดานรถ

48:25.736 --> 48:27.529
แล้วเขาก็ใช้นิ้วโป้งทิ่มตาผม

48:27.613 --> 48:29.615
ตัวผมอยู่นอกรถ โน้มเข้าไปแค่หัว

48:29.698 --> 48:31.366
แล้วเขาก็บีบคอ จิกตาผม

48:32.200 --> 48:35.746
จอห์น ครีชอ้างว่ากาวิน สมิธมีอาวุธค้อน

48:36.330 --> 48:40.584
จอห์น ครีชให้การว่าเขายื้อแย่งค้อนมาได้

48:41.543 --> 48:46.798
สุดท้ายเขาก็พลิกเป็นฝ่ายได้เปรียบ
แล้วพลั้งมือฆ่ากาวิน

48:47.633 --> 48:49.801
แต่ทุกอย่างเป็นการป้องกันตัว

48:50.302 --> 48:53.096
แล้วสุดท้ายเขาก็เอา…

48:53.597 --> 48:55.974
เครื่องมือหรือสิ่งของนั้น

48:56.058 --> 48:59.436
กลับบ้านไปด้วย แล้วไปทิ้งในลานบ้านข้างๆ

48:59.519 --> 49:02.856
คุณตัดสินใจไม่แจ้ง 911 ถูกต้องไหม

49:02.940 --> 49:04.191
ผมตัดสินใจเองครับ

49:04.858 --> 49:06.068
ผมต้องทนอยู่กับมันทุกวัน

49:10.072 --> 49:12.824
ในความคิดผม เขาโกหกทุกเรื่องที่พูด

49:16.244 --> 49:20.874
คณะลูกขุนเราในการไต่สวนนี้
พบว่าจำเลยจอห์น ครีช

49:20.958 --> 49:24.002
ไม่มีความผิดฐานฆาตกรรมกาวิน สมิธ
โดยไตร่ตรองไว้ก่อน

49:25.837 --> 49:27.130
ผลตัดสินที่ออกมา

49:27.214 --> 49:31.385
คือไม่มีความผิดฐานฆาตกรรม
โดยไตร่ตรองไว้ก่อน

49:31.468 --> 49:36.181
คณะลูกขุนเราในการไต่สวนนี้
พบว่าจำเลยจอห์น ครีช

49:36.264 --> 49:39.434
มีความผิดฐานฆ่าคนตายโดยบันดาลโทสะ

49:42.479 --> 49:46.733
แต่มีความผิดฐานฆ่าคนตายโดยบันดาลโทสะ
ตามกฎหมายรัฐแคลิฟอร์เนีย

49:47.609 --> 49:48.819
ผมคิดเลย "ไปตายซะ"

49:48.902 --> 49:53.240
นี่มันทั้งไตร่ตรอง วางแผน
คำนวณไว้ แล้วเขาค่อยฆ่ากาวิน

49:53.740 --> 49:58.453
ทุกครั้งที่ได้ยินคำตัดสินที่ไม่ใช่ที่เราต้องการ

49:58.537 --> 50:01.081
เราจะรู้สึกหดหู่ เศร้า

50:03.333 --> 50:05.419
ผู้พิพากษาพูดถึงขั้นที่ว่า

50:05.502 --> 50:09.172
ท่านไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินของคณะลูกขุน

50:09.256 --> 50:12.926
ท่านรู้สึกว่าอัยการได้พิสูจน์แล้วว่านี่คือฆาตกรรม

50:13.010 --> 50:15.637
คนอื่นทุกคนในห้องพิจารณาคดีนี้

50:15.721 --> 50:18.932
คงจะโทรแจ้ง 911 คงจะโทรเรียกรถพยาบาล

50:19.433 --> 50:20.642
คุณไม่ได้ทำ

50:20.726 --> 50:24.730
บอกตรงๆ ผมคิดว่า
เป็นเพราะคุณเป็นคนเลือดเย็นและโหดเหี้ยม

50:25.313 --> 50:28.316
ท่านจะตัดสินโทษสูงสุดให้จำเลย

50:28.400 --> 50:29.985
ซึ่งก็คือคุก 11 ปี

50:30.068 --> 50:32.738
(ขังมือฆ่าผู้บริหารสูงสุด 11 ปี)

50:32.821 --> 50:37.492
ในใจฉัน ฉันคิดว่า
"เขาจะติดคุก 30-40 ปี ใช่ไหม"

50:37.576 --> 50:40.412
นี่มันไตร่ตรองไว้ก่อน

50:40.495 --> 50:44.207
แต่โดนแค่ 11 ปี มันดูไม่ใช่ความยุติธรรมเลย

50:44.291 --> 50:46.543
ฉันโมโหแล้วโมโหอีก

50:47.335 --> 50:49.087
ฉันโกรธมากๆ

50:49.171 --> 50:54.384
โกรธสุดๆ ที่กาวินไม่ได้รับความยุติธรรม

50:59.598 --> 51:02.392
ข่าวดีคือเขากำลังถูกสืบสวน

51:02.476 --> 51:04.978
ในข้อหาใหม่เกี่ยวกับยาเสพติด

51:05.062 --> 51:09.816
และต่อมาก็ถูกดำเนินคดี
ข้อหาขนส่งและจำหน่ายยาเสพติด

51:10.484 --> 51:14.654
แล้วเขาก็โดนโทษประมาณ 26 ปี
ตามกฎหมายรัฐบาลกลาง

51:14.738 --> 51:18.825
หลักๆ เป็นเพราะว่า
เขามีประวัติเคยต้องโทษคดีร้ายแรงมาก่อน

51:19.659 --> 51:23.705
สุดท้ายเขาติดคุกรวมกันเกิน 40 ปี

51:23.789 --> 51:27.209
มันก็ทำให้ลิซ่ากับลูกๆ สบายใจได้บ้าง

51:27.793 --> 51:32.005
การที่เขาต้องโทษจำคุกเป็นระยะเวลานาน

51:32.089 --> 51:34.925
ก็สมควรมากๆ แล้ว

51:48.021 --> 51:50.315
มีหลายๆ เรื่องเกี่ยวกับเขา

51:51.566 --> 51:53.401
ที่น่าเหลือเชื่อทีเดียว

51:54.152 --> 51:55.028
รู้ไหม

51:55.112 --> 51:58.490
ไม่ใช่ทุกคนที่จะสมบูรณ์แบบ เขาก็ไม่สมบูรณ์

51:59.032 --> 52:00.450
เขาเป็นอะไรหลายอย่าง

52:01.368 --> 52:03.120
แต่เขาเป็นคนที่ยอดเยี่ยม

52:06.748 --> 52:11.378
เขาคว้าโอกาสที่ชีวิตมอบให้
แล้วก็ทำอะไรหลายๆ อย่าง

52:23.390 --> 52:28.103
มันน่าเศร้า มันน่าหดหู่
แต่ผมไม่เสียใจกับคดีนี้เลย

52:29.938 --> 52:33.650
ผมคิดจริงๆ ว่าสายสืบในโรงพักคงมีไม่กี่คน

52:33.733 --> 52:36.111
ที่จะทำได้เท่าครึ่งหนึ่งของเรา

52:37.362 --> 52:41.449
มันอยู่ที่ความมุ่งมั่นกับความสำนึกในหน้าที่

52:41.533 --> 52:43.785
หน้าที่ของเราคือ
การตามหาความจริงและข้อเท็จจริง

52:43.869 --> 52:45.745
และจับตัวคนร้ายมารับโทษ

52:47.080 --> 52:49.332
นั่นคือสิ่งที่เราทำ สิ่งที่เราตั้งใจจะมาทำ

52:52.669 --> 52:54.504
(ปี 2001)

52:55.380 --> 52:58.425
(ตอนต่อไป)

52:59.467 --> 53:03.221
วันที่ 20 สิงหาคม ฉันได้รับโทรศัพท์จากบรูซ

53:03.305 --> 53:08.977
เขาบอกว่าภรรยาเขา แจนน่า
หายตัวไปตั้งแต่ตอนเช้า

53:10.145 --> 53:12.272
เหมือนกับคดีกาวิน สมิธ

53:12.355 --> 53:15.317
สิ่งสำคัญคือต้องสืบทุกคนที่เกี่ยวโยงใกล้ชิด

53:16.026 --> 53:17.986
เราต้องสืบทุกคน

53:18.069 --> 53:20.822
ใครจะอยากทำร้ายเธอ เธอมีศัตรูหรือไม่

53:21.907 --> 53:24.576
บรูซบอกว่าเป็นเพราะพ่อของแจนน่า

53:24.659 --> 53:27.329
อาจจะมีคนลักพาตัวแจนน่าไป

53:27.412 --> 53:32.000
พ่อของเธอเป็นนักการเมือง
ที่โดดเด่นมากๆ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย

53:32.959 --> 53:34.085
เธออาจจะหนีออกจากบ้าน

53:34.794 --> 53:37.631
อาจจะมีความสัมพันธ์นอกสมรสเกิดขึ้น

53:38.340 --> 53:42.385
เธอเริ่มจะเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอก

53:42.469 --> 53:44.721
เธอไปทำฟัน

53:44.804 --> 53:47.641
มีบางอย่างมันดูแปลกๆ ดูน่าสงสัย

53:48.308 --> 53:51.144
เธอเป็นผู้หญิงที่น่ารัก อัธยาศัยดีมาก

53:51.895 --> 53:54.856
ไม่มีเหตุผลที่ใครจะทำแบบนี้เลย

54:37.065 --> 54:42.070
คำบรรยายโดย วรากรณ์ จันทา
นี้เลย
