WEBVTT

00:06.089 --> 00:07.674
(บนเกาะแมนแฮตทัน)

00:07.757 --> 00:10.885
(มีตำรวจสืบสวนสองหน่วย
ที่ทำคดีฆาตกรรมโดยเฉพาะ)

00:10.969 --> 00:13.096
(แมนแฮตทันเหนือและแมนแฮตทันใต้)

00:13.179 --> 00:16.391
(พวกเขาสืบสวนคดีฆาตกรรม
ที่โหดร้ายและยากต่อการสืบที่สุด)

00:16.474 --> 00:19.894
(นี่คือเรื่องราวของพวกเขา)

00:29.279 --> 00:31.031
(วันที่ 12 พฤศจิกายน ปี 2016)

00:37.579 --> 00:39.372
โจอี้จะออกไปเที่ยวคืนวันเสาร์นั้น

00:39.456 --> 00:42.417
แต่ผมไม่ได้ถามรายละเอียดว่าเขาจะไปไหน

00:43.835 --> 00:47.088
เขาอายุ 26 แล้ว เป็นผู้ใหญ่แล้ว

00:49.257 --> 00:52.093
ผมได้รู้จักโจอี้ โคมูนาเล
ตอนเรียนปีหนึ่งที่ฮอฟสตรา

00:53.053 --> 00:55.889
เขาเป็นมากกว่าเพื่อนสำหรับผม
เราเป็นเหมือนพี่น้องกัน

00:55.972 --> 00:59.017
ตอนแรกโจอี้เงียบมากๆ แต่พอได้รู้จักเขาแล้ว

00:59.100 --> 01:02.562
เขาเข้ากับคนง่ายมาก ทุกคนรักเขา

01:03.396 --> 01:06.149
คืนวันเสาร์นั้น เรานัดจะไปปาร์ตี้กัน

01:06.232 --> 01:09.027
แต่ก่อนจะไป เขากลับชวนผมเข้าเมือง

01:09.611 --> 01:12.363
ไปร้านเดอะกิลดิดลิลลี่กับเพื่อนกลุ่มเล็กๆ

01:12.447 --> 01:14.157
เราเถียงกันเรื่องนี้นิดหน่อย

01:14.240 --> 01:16.367
คืนนั้นเราก็เลยแยกกันเที่ยว

01:19.287 --> 01:23.625
แล้วพอวันอาทิตย์
เช้าวันนั้นฉันทักข้อความไปหาโจอี้

01:23.708 --> 01:24.959
ฉันรู้ว่าเขาคงหลับอยู่

01:25.043 --> 01:29.005
ฉันเลยรู้ว่าคงอีกสักพักกว่าเขาจะตอบกลับ

01:29.714 --> 01:31.257
แล้วพอถึงเที่ยง

01:31.341 --> 01:33.593
ลิซ่าก็มาถามผมว่า "ติดต่อโจอี้ได้ไหม"

01:33.676 --> 01:37.305
ผมบอก "ไม่ ผมยังติดต่อเขาไม่ได้"
ผมลองโทรหาแล้ว แต่เขาไม่รับ

01:37.388 --> 01:40.517
ผมน่าจะโทรหาเขาหกสายได้
ช่วงเที่ยงถึงบ่ายโมง

01:41.101 --> 01:43.603
เพราะผมต้องส่งทีมแฟนตาซีฟุตบอลก่อนบ่ายโมง

01:43.686 --> 01:45.730
แล้วเขาก็ช่วยผมจัดทีมแฟนตาซีฟุตบอลเสมอ

01:46.564 --> 01:47.816
แล้วผมก็ยังติดต่อเขาไม่ได้

01:48.650 --> 01:52.529
ผมคิดว่า "บางทีเขาอาจจะ
ไปค้างบ้านเพื่อน แม็กซ์"

01:53.696 --> 01:58.034
ผมจำได้ว่าคุยโทรศัพท์กับแพต
เขากังวลอย่างชัดเจนเลย

01:58.118 --> 01:58.952
ใครบ้างจะไม่กังวล

01:59.911 --> 02:02.997
แต่ผมก็คิดว่า "ผู้ชายไปเที่ยว ไปเจอผู้หญิง"

02:03.081 --> 02:05.917
"ชายหญิงไม่รู้จักกัน แต่ก็กลับไปด้วยกัน"

02:06.000 --> 02:08.253
"คนไปปาร์ตี้กัน มันก็ไม่ได้มีอะไรแปลก"

02:08.336 --> 02:10.296
ผมไม่ได้คิดอะไรกับเรื่องนี้เลยจริงๆ

02:12.048 --> 02:14.384
วันนั้นพอเวลาผ่านไป เริ่มเข้าช่วงบ่ายอ่อนๆ

02:14.467 --> 02:16.761
แล้วยังไม่มีวี่แววโจอี้เลย

02:16.845 --> 02:20.974
ผมก็เริ่มกังวลและเป็นห่วงนิดๆ แล้ว

02:22.475 --> 02:26.229
ระหว่างวันนั้น เราหวังว่าเขาจะติดต่อมา

02:26.312 --> 02:31.192
เรารออยู่เฉยๆ แต่มันก็ไม่เกิดขึ้น

02:36.656 --> 02:39.617
หน้าที่ของเราคือทำให้คุณมั่นใจ
ว่าคุณกลับถึงบ้านได้ นอนหลับสนิทได้

02:41.494 --> 02:44.706
สิ่งสำคัญมากๆ ของครอบครัว
คือได้รู้ว่าใครฆ่าญาติของพวกเขา

02:45.623 --> 02:49.586
ความเห็นใจผู้เสียชีวิตคือสิ่งสำคัญที่สุด

02:50.461 --> 02:53.423
ผมชอบเสมอที่ได้แอบดูหลังฉาก

02:53.506 --> 02:54.757
จริงๆ เกิดอะไรขึ้นกันแน่

02:56.593 --> 02:58.511
เราอยากสืบหาความจริง

02:58.595 --> 02:59.929
นั่นคือหน้าที่ของตำรวจสืบสวน

03:00.722 --> 03:03.850
สัญชาตญาณของเราคือช่วยเหลือผู้คน

03:04.559 --> 03:07.937
ในนิวยอร์กซิตี กรมตำรวจนิวยอร์ก

03:10.231 --> 03:11.065
หน่วยนี้เท่านั้น

03:12.108 --> 03:15.778
(Homicide: เจาะลึกคดีฆาตกรรม
นิวยอร์ก)

03:21.242 --> 03:24.871
(วันที่ 14 พฤศจิกายน ปี 2016
9:00 น.)

03:27.707 --> 03:30.835
ผมเคยเป็นตำรวจสืบสวน
สังกัดหน่วยสืบสวนโรงพักเขต 17

03:31.628 --> 03:33.713
วันที่ 14 พฤศจิกายน ปี 2016

03:33.796 --> 03:36.925
โต๊ะร้อยเวรข้างล่างโทรขึ้นมาแจ้งเราว่า

03:38.176 --> 03:40.678
มีพ่อคนหนึ่งมาที่โรงพัก

03:40.762 --> 03:44.599
ลูกชายของเขาเข้าเมืองไปปาร์ตี้
แล้วยังติดต่อไม่ได้

03:45.725 --> 03:48.519
ผมกับสายสืบโยมัน คาสโตรอยู่ที่สำนักงาน

03:48.603 --> 03:51.648
แล้วเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบ
ก็พาสุภาพบุรุษสองท่านเข้ามา

03:51.731 --> 03:54.817
แพต โคมูนาเล กับน้องชาย โจ โคมูนาเล

03:55.401 --> 03:57.278
พวกเขาท่าทางรีบร้อน

03:57.362 --> 04:00.531
ดูออกได้เลยจากสีหน้าของทั้งคู่

04:00.615 --> 04:03.159
ว่าพวกเขากังวลและเป็นห่วงมากๆ

04:04.911 --> 04:09.582
แพตบอกว่า "โจอี้ ลูกชายผม
หายตัวไปประมาณ 16 ชั่วโมงแล้ว"

04:09.666 --> 04:14.045
แล้วเขาก็พยายามติดต่อลูกหลายครั้งแล้ว

04:14.128 --> 04:15.421
แต่ติดต่อไม่ได้

04:15.964 --> 04:21.010
ผมเลยถามว่า "การที่ลูกขาดการติดต่อไป
เป็นเรื่องผิดปกติไหมครับ"

04:21.094 --> 04:24.847
แพตก็ตอบผมว่า "ผมกับลูกคุยกันเป็นประจำ"

04:24.931 --> 04:27.642
(กรมตำรวจนิวยอร์ก)

04:28.226 --> 04:30.395
สำหรับผม ผมก็คิดว่า "ก็นะ ที่นี่แมนแฮตทัน"

04:30.478 --> 04:32.480
วัยรุ่นมาปาร์ตี้กันที่นี่

04:32.563 --> 04:35.483
พวกเขามักจะไปค้างบ้านคนอื่น หรือโรงแรม

04:35.566 --> 04:38.069
บางคนก็เมา บางคนก็สลบอยู่ข้างถนน

04:38.653 --> 04:39.654
"เราจะตามหาเขาให้"

04:40.405 --> 04:42.907
ตอนนั้น ผมกับโยมันก็แบ่งงานกัน

04:42.991 --> 04:48.121
โยมันพาแพตไปที่โต๊ะของเขา
แล้วผมก็ตรวจสอบทุกอย่างในคอมพิวเตอร์

04:48.204 --> 04:52.041
ผมตรวจสอบทุกระบบ หาชื่อโจอี้ หาวันเกิด

04:52.125 --> 04:54.419
เปลี่ยนตัวสะกดชื่อ หาศพนิรนาม

04:55.420 --> 04:58.298
เขาไม่อยู่โรงพยาบาลไหนเลย
ไม่อยู่ในห้องขังที่ไหนเลย

04:59.465 --> 05:00.883
เขาหายตัวไปเฉยๆ

05:01.884 --> 05:03.303
ผมบอกกับสายสืบคาสโตร

05:03.386 --> 05:08.141
ว่าคืนก่อนหน้า เพื่อนของโจอี้โทรมาหาผม

05:08.224 --> 05:10.393
เขาบอกว่า "ผมรู้ว่าคุณพยายามติดต่อโจอี้"

05:10.476 --> 05:14.230
"โทรศัพท์เขาอยู่กับผม" ผมก็ถาม
"นายเอาโทรศัพท์เขาไปทำอะไร"

05:14.897 --> 05:18.192
แล้วเขาก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นคืนก่อนหน้าให้ฟัง

05:18.943 --> 05:23.781
เล่าว่าพวกเขาเข้าเมือง
เพื่อไปร้านเดอะกิลดิดลิลลี่

05:23.865 --> 05:25.116
ซึ่งผมไม่เคยได้ยินมาก่อน

05:25.825 --> 05:26.826
มันเป็นไนต์คลับ

05:27.702 --> 05:30.496
ขณะกำลังออกจากร้านเดอะกิลดิดลิลลี่

05:31.080 --> 05:33.082
โจอี้ได้คุยกับผู้หญิงสามคน

05:34.667 --> 05:37.628
ขณะเดียวกัน เพื่อนก็เอาโทรศัพท์ของโจอี้ไป

05:38.338 --> 05:40.548
เพื่อโทรถามแฟนว่าเธออยู่ที่ไหน

05:41.674 --> 05:46.971
ผมเดาว่าระหว่างนั้น
มีผู้ชายสองคนเข้ามาบอกว่า

05:47.055 --> 05:48.765
"นี่ พวกนายอยากไปต่อกันหรือเปล่า"

05:49.724 --> 05:55.646
แท็กซี่มาจอดสองคัน
เพื่อนโจอี้ก็บอกว่า "โทรศัพท์นายอยู่กับฉัน"

05:55.730 --> 05:58.191
โจอี้เลยบอกว่า "เอามาคืนพรุ่งนี้แล้วกัน"

05:58.775 --> 06:01.778
แล้วทุกคนก็ขึ้นแท็กซี่ไปต่อกันที่อื่น

06:03.654 --> 06:05.406
นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่เพื่อนได้เจอเขา

06:06.824 --> 06:08.284
หลังจากที่ผมคุยกับแพต

06:09.202 --> 06:12.205
ผมก็เข้าอินสตาแกรม
ไปที่เพจของร้านเดอะกิลดิดลิลลี่

06:14.082 --> 06:17.668
แล้วผมก็เริ่มหารูปที่ติดแท็ก ซึ่งก็มีอยู่หลายร้อยรูป

06:17.752 --> 06:21.839
เผื่อรูปคนอื่นจะถ่ายติดโจอี้บ้าง

06:21.923 --> 06:24.509
หรือหาเบาะแส
เพราะเราไม่มีเบาะแสอะไรเลย

06:26.052 --> 06:29.555
ผมเจอรูปนี้ มีผู้หญิงสามคน
กับผู้ชายคนหนึ่งที่ผมรู้จัก

06:30.264 --> 06:31.349
ผมเลยโทรหาเขา

06:32.016 --> 06:34.644
เขาบอกว่า
"ผู้หญิงกลุ่มนี้แหละที่ไปกับโจอี้เมื่อคืน"

06:35.603 --> 06:37.230
เขาให้เบอร์คนหนึ่งมา เธอชื่อเจนน่า

06:38.815 --> 06:41.901
ผมทักข้อความไปถามเธอว่า
"เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นกับโจอี้"

06:42.527 --> 06:44.612
"พอรู้ไหมว่าเขาอยู่ไหน อยู่กับคุณหรือเปล่า"

06:44.695 --> 06:45.780
เธอตอบว่า "ไม่รู้"

06:45.863 --> 06:47.240
"เราไปปาร์ตี้กันที่หนึ่ง"

06:47.323 --> 06:51.536
แล้วหลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง
โจอี้กับผู้ชายอีกคนที่ชื่อแลร์รี่

06:51.619 --> 06:54.664
ก็เดินไปส่งสาวๆ ขึ้นรถอูเบอร์
แล้วก็โบกมือลากัน

06:57.458 --> 06:59.919
จริงๆ แพตก็ได้บอก

07:00.002 --> 07:04.924
ชื่อกับเบอร์โทรศัพท์
ของคนสุดท้ายที่เจนน่าเห็นว่าอยู่กับโจอี้

07:05.007 --> 07:06.634
เขาชื่อแลร์รี่ ดิลิออน

07:08.219 --> 07:13.057
ผมเลยโทรหาแลร์รี่
แล้วก็อธิบายว่าเราตามหาโจอี้ โคมูนาเลอยู่

07:13.141 --> 07:15.309
ซึ่งไปปาร์ตี้ต่อกับเขา

07:15.393 --> 07:18.521
เขาบอกว่า "ครับ ผมเจอเขา
นอกร้านเดอะกิลดิดลิลลี่

07:18.604 --> 07:20.690
แล้วก็ชวนเขาไปต่อ

07:20.773 --> 07:22.817
ที่บ้านเด็กรวยฝั่งอัปเปอร์อีสต์ไซด์

07:23.901 --> 07:26.279
ที่อะพาร์ตเมนต์เดอะแกรนด์ซัตตัน"

07:28.698 --> 07:31.576
แลร์รี่บอกว่าครั้งสุดท้ายที่เขาเห็นโจอี้

07:31.659 --> 07:36.622
คือตอนที่เขาออกจากตึก
ไปส่งเจนน่ากับเพื่อนขึ้นรถอูเบอร์

07:36.706 --> 07:38.291
เพื่อส่งพวกเธอกลับนิวเจอร์ซีย์

07:38.374 --> 07:40.334
ตอนนั้นเช้าแล้ว หกโมงครึ่ง

07:40.418 --> 07:43.713
แลร์รี่จำได้แค่ว่าเขาเดินกลับเข้าตึกคนเดียว

07:45.840 --> 07:47.800
ผมก็เลยโทรไปหาเจนน่า

07:48.426 --> 07:52.263
เจนน่าก็บรรยายปาร์ตี้รอบหลัง
ในอะพาร์ตเมนต์ห้องสี่ซีให้ฟัง

07:52.346 --> 07:54.474
เจ้าของห้องคือเจมส์ แร็กโคเวอร์

07:54.557 --> 07:56.350
(เจมส์ แร็กโคเวอร์)

07:56.434 --> 07:59.353
ตามที่เจนน่าเล่า ตอนที่กลุ่มเธอไปถึง

07:59.437 --> 08:03.316
เธอก็เข้าไปในห้องอะพาร์ตเมนต์
มีผู้ชายคนหนึ่งอยู่ในนั้น

08:03.399 --> 08:08.946
เขาชื่อเจมส์ แร็กโคเวอร์ เจมส์ไม่ใส่เสื้อ

08:10.114 --> 08:12.241
จากปากคำของเจนน่า

08:12.325 --> 08:15.077
เขาไม่ได้ใส่เสื้อเลยตลอดทั้งคืนนั้น

08:16.245 --> 08:20.833
มีครั้งหนึ่ง เธอบอกว่า
เจมส์อ้างว่าเขาเคยเป็นนักเต้นระบำเปลื้องผ้า

08:20.917 --> 08:25.046
แล้วเขาก็อยากจะเต้นยั่วให้เจนน่า

08:25.630 --> 08:29.467
โชคดีที่มีผู้หญิงคนหนึ่งถ่ายวิดีโอไว้

08:31.928 --> 08:36.140
เจมส์ไม่ใส่เสื้อ แล้วเขาก็เต้นยั่วเจนน่า

08:37.099 --> 08:40.520
เขาแข่งกับแลร์รี่ ดิลิออน "ใครเต้นยั่วเก่งที่สุด"

08:42.730 --> 08:47.860
เธอบอกว่าแลร์รี่ ดิลิออนพกอาวุธมีดพับ

08:47.944 --> 08:50.571
แล้วเขาก็สูดโคเคนจากใบมีดนั้น

08:53.032 --> 08:56.244
เธอสังเกตอยู่ตลอดว่าโจอี้ดูนิ่งๆ

08:56.327 --> 08:59.455
แต่เขาก็ดูเหมือนจะเมามาก

08:59.539 --> 09:03.501
เธอเห็นว่าเขาดื่มวิสกี้และเบียร์ไปเยอะ

09:04.168 --> 09:08.339
แต่เขาก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร
กับใครในอะพาร์ตเมนต์คืนนั้นเลย

09:10.591 --> 09:14.929
เจนน่าจำได้ว่าหลังจบปาร์ตี้
หลังจากที่เธอขึ้นรถอูเบอร์

09:15.012 --> 09:17.765
พวกเธอขึ้นรถ ผมว่าเธอคงหันกลับไปเพื่อบอกลา

09:17.848 --> 09:22.353
เธอเห็นว่าแลร์รี่กับโจอี้ชนหมัดกัน

09:22.436 --> 09:26.190
แล้วเธอก็คิดไปว่าเขาคงเดินออกมา
หรือไม่ก็กลับเข้าไปปาร์ตี้

09:27.942 --> 09:32.363
เจนน่าเล่าได้เห็นภาพดีมาก
ว่าเกิดอะไรขึ้นในปาร์ตี้รอบหลัง

09:32.446 --> 09:35.157
แต่เธอไม่ได้ตอบคำถามสำคัญ ซึ่งก็คือ

09:35.241 --> 09:36.701
"โจอี้อยู่ที่ไหน"

09:36.784 --> 09:38.953
(สองชั่วโมงหลังแจ้งความโจอี้สูญหาย)

09:39.036 --> 09:40.997
ผมดูออกว่าแพตเป็นกังวล

09:41.080 --> 09:43.874
ผมเองก็มีลูกชาย ผมเลยบอกว่า "รู้อะไรไหม

09:43.958 --> 09:45.626
เรานั่งรถไปที่ตึกนั้นกันดู"

09:47.295 --> 09:51.132
สายสืบคาสโตรทำงานจริงจังมากๆ

09:51.215 --> 09:55.970
เขาใส่ใจและไม่ทำเป็นเล่นเลย
เขาอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

09:57.471 --> 09:59.015
เขารู้ว่ามีปัญหาเกิดขึ้นแล้ว

09:59.098 --> 10:02.018
เราขึ้นรถสายตรวจของเขา
แล้วเราก็ขับไปที่เดอะแกรนด์ซัตตัน

10:04.061 --> 10:09.358
เดอะแกรนด์ซัตตันอะพาร์ตเมนต์
ตั้งอยู่ที่ถนนสาย 59 ตะวันออก

10:09.442 --> 10:12.236
สำหรับคนที่ไม่รู้จักบริเวณนั้น

10:12.320 --> 10:14.572
ที่ได้ชื่อว่าซัตตันเพลส

10:14.655 --> 10:16.991
มันไม่ใช่ย่านคนรวย

10:17.074 --> 10:19.160
แต่เป็นย่านคนโคตรรวย

10:19.243 --> 10:21.329
(เดอะแกรนด์ซัตตัน)

10:21.412 --> 10:24.415
เวลา 11:00 น.
เราไปถึงหน้าตึกเดอะแกรนด์ซัตตัน

10:25.124 --> 10:27.752
ตอนเดินเข้าไป
มันแทบจะเหมือนเดินเข้าโรงแรมเลย

10:28.419 --> 10:30.921
ที่นั่นมียามเฝ้าประตู มีโต๊ะพนักงานต้อนรับ

10:31.631 --> 10:35.343
เราตัดสินใจ "ไปห้องสี่ซีกันเลย
ห้องของเจมส์ แร็กโคเวอร์"

10:36.594 --> 10:38.804
เราเคาะประตู แล้วแม่บ้านก็เปิดให้

10:39.805 --> 10:41.390
เจมส์ไม่อยู่ที่ห้อง

10:41.474 --> 10:44.352
ผมเลยบอกว่า "ฟังนะ เมื่อคืนที่นี่มีปาร์ตี้

10:44.435 --> 10:45.978
มีเด็กหนุ่มหายตัวไปคนหนึ่ง"

10:46.062 --> 10:49.357
"ผมขอเข้าไปดูข้างในได้ไหม"
เธอก็บอก "ไม่มีปัญหาค่ะ" เปิดประตูให้

10:51.567 --> 10:53.194
มันเป็นอะพาร์ตเมนต์ห้องเล็ก ไม่ใหญ่มาก

10:54.278 --> 10:56.739
เราเข้าไป มันสะอาดมากๆ

10:56.822 --> 11:02.119
เราไม่เห็นอะไรที่จะเป็นสัญญาณได้เลย

11:02.203 --> 11:04.872
เราไม่เจอโจอี้ในนั้น
แล้วเราก็ออกมาจากอะพาร์ตเมนต์

11:07.249 --> 11:09.210
ผมเลยโทรหาเจมส์ แร็กโคเวอร์

11:10.169 --> 11:14.298
เขาบอกว่าไม่รู้จักโจอี้ โคมูนาเล
"เขาเป็นคนแปลกหน้า"

11:14.382 --> 11:17.134
"เขามาปาร์ตี้ต่อกับแลร์รี่

11:17.218 --> 11:22.431
กับแม็กซ์ เจมม่า เพื่อนอีกคน
ของแลร์รี่ ดิลิออนกับเจมส์ แร็กโคเวอร์

11:22.515 --> 11:26.060
กับผู้หญิงอีกสามคน
ที่เจอเขาที่ร้านเดอะกิลดิดลิลลี่"

11:26.644 --> 11:29.355
เรารู้แค่ว่าโจอี้เดินออกมาจากตึก

11:29.438 --> 11:32.108
กับแลร์รี่ แล้วไม่ได้กลับไป

11:33.317 --> 11:35.945
ตอนเราสอบปากคำแม็กซ์ เจมม่า เขาบอกว่า

11:36.028 --> 11:39.115
ใช่ เขาไปปาร์ตี้ต่อรอบหลัง แต่เขาก็ง่วง

11:39.699 --> 11:42.535
แล้วเขาก็หลับไปบนโซฟาเลย

11:42.618 --> 11:46.247
เขาตื่นมาก็ไม่เจอโจอี้ ไม่เจอใครอื่นแล้ว

11:46.330 --> 11:48.207
แล้วเขาก็กลับบ้านไปเลย

11:49.959 --> 11:54.296
ผมก็เลยตัดสินใจกลับไปที่ล็อบบี้
เพื่ีอดูภาพวิดีโอกล้องวงจรปิด

11:54.380 --> 11:55.923
จากเดอะแกรนด์ซัตตัน

11:56.006 --> 12:00.094
เพื่อลองหาหลักฐาน
หาเบาะแสที่จะบอกเราว่าโจอี้อาจอยู่ที่ไหน

12:03.639 --> 12:06.892
บางช่วง เขาก็จะเรียกผมไปถามว่า

12:06.976 --> 12:07.977
"นั่นใช่โจอี้หรือเปล่า"

12:08.561 --> 12:11.981
เราดูภาพวิดีโอกัน เขาบอกว่า "นั่นไงโจอี้"

12:12.064 --> 12:14.525
(4:19 น.
โจอี้ โคมูนาเล)

12:14.608 --> 12:18.946
เราเห็นกลุ่มของเขามาถึงประมาณตีสี่ครึ่ง

12:19.029 --> 12:22.616
แล้วเข้าไปในตึกเดอะแกรนด์ซัตตัน
แล้วขึ้นไปที่ชั้นสี่

12:22.700 --> 12:24.910
หลังจากนั้นตอน 6:30 น.

12:24.994 --> 12:30.040
เราก็จะเห็นโจอี้ โคมูนาเล
แลร์รี่ ดิลิออน กับสาวๆ อีกสามคน

12:31.250 --> 12:35.087
พวกเขาลงมาทางบันไดเลื่อน
เราก็เลยต้องเปลี่ยนมุมกล้อง

12:35.671 --> 12:37.006
เราออกไปที่ภายนอกตึก

12:37.089 --> 12:40.593
เราเห็นพวกเขาเดินออกมา
พวกเขาเดินไปที่ขอบถนน

12:40.676 --> 12:41.677
ชัดแจ๋วเลย

12:42.595 --> 12:44.764
ถ้าเขาเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา

12:44.847 --> 12:48.350
เราก็จะรู้ว่าต้องหาภาพวิดีโอเพิ่ม
จากตึกข้างๆ แล้วคอยตามดูเขา

12:49.351 --> 12:54.023
พอดูวิดีโอไป เราก็เห็น
แลร์รี่ ดิลิออนเดินกลับเข้ามา

12:54.106 --> 12:55.900
โจอี้ก็มากับเขาด้วย

12:57.735 --> 13:01.197
ผมก็แบบ "เดี๋ยวนะ
คุณบอกว่าเขาไม่ได้กลับเข้ามา"

13:04.408 --> 13:07.828
ตอนนั้นผมรู้แล้วว่ามีปัญหา

13:08.496 --> 13:12.082
ผมบอกน้องชายว่า "เขาไม่ได้กลับออกมาเป็นๆ"

13:20.591 --> 13:21.592
ผมไม่รู้ว่าทำไม

13:25.679 --> 13:26.680
ขอโทษครับ

13:28.140 --> 13:29.642
ผมแค่สังหรณ์ได้น่ะ

13:33.562 --> 13:38.192
โจเซฟเป็นลูกชายคนแรก เขาเป็นเด็กดีมาตลอด

13:40.736 --> 13:43.739
ผมกับโจอี้เข้ากันได้ดีเสมอเพราะเรารักกีฬา

13:43.823 --> 13:47.660
ผมเป็นแฟนฮอกกี้ตัวยง
ผมพาเขาไปดูฮอกกี้เกมแรก

13:47.743 --> 13:48.953
แล้วเขาก็ติดใจ

13:51.038 --> 13:53.541
แล้วเขาก็เริ่มเล่นสเกตตั้งแต่ห้าขวบ

13:54.124 --> 13:55.960
แล้วก็เริ่มลงแข่งฮอกกี้ตั้งแต่แปดขวบ

13:57.086 --> 13:58.546
เราออกทริปกันทุกปี

13:58.629 --> 14:00.714
ไม่ว่าจะไปดูฟุตบอลนิวยอร์ก ไจแอนต์ส

14:00.798 --> 14:03.342
หรือไปดูเรนเจอร์ส หรือแยงกี้ส์

14:04.260 --> 14:06.554
เราสานสัมพันธ์กันด้วยกีฬาเสมอ

14:07.721 --> 14:10.182
โจอี้รักอาหารอิตาเลียน

14:10.266 --> 14:11.809
แม้หลังจากย้ายออกไป

14:11.892 --> 14:14.186
เขาก็กลับมากินมื้อค่ำที่บ้านเกือบทุกคืน

14:14.270 --> 14:15.479
แล้วเขาก็ออกจะ…

14:15.563 --> 14:18.816
ถึงเขาจะชอบกีฬา
แต่เขาเปิดช่องฟู้ดเน็ตเวิร์กเสมอ

14:18.899 --> 14:22.361
เพื่อดูว่ามีเมนูอะไรน่าทำ และเมนูที่…

14:22.444 --> 14:23.696
เมนูที่ฉันทำให้เขาได้

14:25.865 --> 14:28.158
โจอี้จบปริญญาด้านธุรกิจจากฮอฟสตรา

14:28.784 --> 14:31.912
โชคดีสำหรับโจอี้และเพื่อนๆ

14:31.996 --> 14:34.081
คือผมมีธุรกิจรักษาความปลอดภัยที่ลองไอแลนด์

14:34.707 --> 14:38.586
ถ้าคุณไปคุยกับเพื่อนเขา
เพื่อนจะบอกว่าเขาเป็นผู้อำนวยการฝ่ายบุคคล

14:39.253 --> 14:41.755
เขาเอาเพื่อนทั้งกลุ่มมาอยู่บริษัทผม

14:41.839 --> 14:43.591
เพราะรู้ว่าทุกคนจะได้เริ่มงานที่นี่

14:47.177 --> 14:51.724
เขาเคยพาผู้หญิงมาหลายๆ คน
เพื่อดูว่าผมจะสนับสนุนไหม

14:51.807 --> 14:54.685
ทุกคนที่ผมสนับสนุน
ผมก็หวังว่าเขาจะแต่งงานด้วย

14:54.768 --> 14:57.313
แต่เขาบอกว่า "พ่อ รอผม 35 ก่อน"
เขาย้อนผมแบบนี้เสมอ

15:01.358 --> 15:04.361
คุณสมบัติของโจอี้อย่างหนึ่ง
คือเวลาผมคุยกับเพื่อนเขา

15:04.445 --> 15:06.697
เพื่อนจะบอกเสมอว่าโจอี้คือเพื่อนสนิทที่สุด

15:06.780 --> 15:11.744
ผมก็ถามว่า "เป็นไปได้ยังไง
ที่เด็กหนุ่มคนเดียวมีเพื่อนสนิทที่สุด 40 คน"

15:11.827 --> 15:13.162
ผมคิดว่าคนชอบพูดกันเสมอ

15:14.204 --> 15:17.583
"อย่าตัดสินคนที่เขามีเงินเท่าไหร่

15:22.421 --> 15:23.839
แต่ตัดสินที่เขามีเพื่อนกี่คน"

15:27.426 --> 15:28.469
เขามีเพื่อนเยอะ

15:30.179 --> 15:31.180
เขาเพื่อนเยอะจริงๆ

15:38.854 --> 15:40.147
แพตสะเทือนใจอย่างเห็นได้ชัด

15:41.565 --> 15:43.651
ตอนนั้นผมก็เลยหยุดภาพวิดีโอ

15:43.734 --> 15:49.073
แล้วผมก็ให้โจเซฟ น้องชายเขา
พาแพตกลับไปที่โรงพัก

15:49.156 --> 15:50.532
ไปรอผมที่นั่น

15:52.534 --> 15:55.913
พอสายสืบเริ่มสงสัยมากขึ้น

15:55.996 --> 15:57.873
พวกเขาก็เรียกหน่วยสืบฆาตกรรมเข้ามา

15:57.957 --> 16:00.334
สายสืบคาสโตรได้รับมอบหมายให้ทำคดีนี้

16:00.417 --> 16:01.961
จากหน่วยสืบสวนเขต 17

16:02.044 --> 16:04.630
ผมเป็นสายสืบจากหน่วยสืบฆาตกรรม
ที่เข้าไปทำคดีนี้

16:05.756 --> 16:07.216
แต่ไม่ได้มีแค่เรา

16:07.800 --> 16:09.301
สายสืบทุกนายในหน่วยนั้น

16:09.385 --> 16:11.887
กับสายสืบทุกนายในหน่วยสืบฆาตกรรม
ได้ทำงานร่วมกัน

16:11.971 --> 16:13.722
เพื่อสืบสวนคดีนี้

16:14.974 --> 16:16.141
(โรงพักเขต 17)

16:16.225 --> 16:17.685
โยมันโทรหาผม

16:17.768 --> 16:20.771
เขาบอกว่า "มาร์ตี้ มาที่นี่หน่อย มาช่วยผมที"

16:22.064 --> 16:23.399
ผมก็เลยไปที่ตึกอะพาร์ตเมนต์

16:24.274 --> 16:25.651
มันเป็นไปได้แค่สองทาง

16:26.235 --> 16:30.072
โจอี้อาจยังอยู่ในตึกหรืออาจออกไปแล้ว

16:30.781 --> 16:33.367
เราต้องค้นทั้งตึกให้ทั่วทุกชั้น

16:35.452 --> 16:37.162
ผมเรียกภารโรงของตึกมาบอกว่า

16:37.246 --> 16:39.707
"ไปที่ดาดฟ้ากัน เราจะเริ่มค้นจากดาดฟ้าลงมา"

16:41.000 --> 16:42.668
เราขึ้นไปข้างบน ออกจากลิฟต์

16:44.294 --> 16:46.755
แต่ผมกลัวความสูง

16:48.882 --> 16:53.262
ผมเห็นสะพานถนน 59
สะพานเอ็ด คอชจากหางตา

16:53.345 --> 16:55.305
ผมพยายามจะไม่มอง

16:56.473 --> 16:59.143
จะได้ไม่รู้ว่าผมขึ้นมาจากพื้นสูงแค่ไหน

17:02.062 --> 17:04.940
พอผมแน่ใจแล้วว่าโจอี้ไม่อยู่บนดาดฟ้า

17:06.525 --> 17:08.694
เราก็เริ่มค้นทีละชั้น

17:09.403 --> 17:10.821
ลงไปตามบันได 36 ชั้น

17:11.739 --> 17:15.034
ลงไปถึงชั้นใต้ดิน ห้องใต้ดิน ลานหน้าตึก

17:16.035 --> 17:20.247
ผมหวังว่าจะเจอโจอี้
แล้วบอกว่า "เฮ้ย ตื่นได้แล้ว กลับบ้าน"

17:21.248 --> 17:24.626
แต่มันก็ไม่เกิดขึ้น

17:27.546 --> 17:30.883
ผมไปที่ลานจอดรถ
แล้วก็ถามพนักงานเฝ้าลานจอดรถ

17:30.966 --> 17:36.555
ว่า "นี่ เจมส์ แร็กโคเวอร์ ห้องสี่ซี
เขาจอดรถที่นี่หรือเปล่าครับ"

17:36.638 --> 17:39.141
เขาบอกว่า "ใช่ครับ เขาขับเบนซ์สีดำคันใหญ่"

17:39.767 --> 17:43.145
ผมก็ถาม "คันที่จอดอยู่นั่นใช่ไหมครับ"
เขาก็ "ครับ คันนั้นแหละ"

17:44.772 --> 17:46.315
รถดูสวยเนี้ยบ สะอาด

17:46.398 --> 17:50.652
แต่ว่ามันมีฝุ่นผงสีน้ำตาลเลอะทั้งคัน คล้ายๆ ดิน

17:51.278 --> 17:55.532
ผมมองไปรอบๆ
แล้วก็สังเกตว่ามีรอยเปื้อนสีน้ำตาล

17:55.616 --> 17:57.951
เหมือนรอยนิ้วป้ายตรงฝาท้าย

17:59.369 --> 18:00.412
ผมก็คิดแล้ว

18:01.663 --> 18:03.540
บางอย่างมันแปลกๆ สำหรับผม

18:03.624 --> 18:06.585
ผมบอกว่า "เราจะยึดรถคันนี้ไว้
จนกว่าจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น"

18:07.503 --> 18:12.091
แต่พนักงานลานจอดรถบอกว่า
"เจมส์ แร็กโคเวอร์ไม่ใช่เจ้าของรถ"

18:12.174 --> 18:13.967
"มันเป็นของสุภาพบุรุษอีกท่าน

18:14.051 --> 18:17.304
ที่อยู่ห้อง 32 บี เจฟฟรีย์ แร็กโคเวอร์"

18:19.848 --> 18:22.559
ชื่อเจฟฟรีย์ แร็กโคเวอร์มันก็คุ้นๆ

18:22.643 --> 18:24.186
เพราะเขามีป้ายบิลบอร์ด

18:24.269 --> 18:27.189
ตอนขับออกมา
จากอุโมงค์มิดทาวน์เข้าสู่ย่านควีนส์

18:27.773 --> 18:30.526
เขาขายเครื่องเพชรให้โอปราห์

18:30.609 --> 18:33.946
เขาช่วยทรัมป์หาแหวนหมั้นให้เมลาเนีย

18:34.029 --> 18:36.615
เขามีชื่อเสียงเป็นพ่อค้าเครื่องเพชรของดารา

18:37.866 --> 18:39.159
ผมบอกตรงๆ เลยนะ

18:39.243 --> 18:43.455
ทุกคนบอกว่า "ใช่ เจฟฟรีย์ แร็กโคเวอร์
เป็นพ่อค้าเครื่องเพชรของดารา"

18:43.539 --> 18:44.581
ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร

18:45.582 --> 18:49.044
ใช่ ผมไม่ซื้อเครื่องเพชร
แบบคนรายได้ระดับนั้นหรอก

18:53.048 --> 18:55.134
พนักงานต้อนรับ เอดูอาร์โด ซูซา

18:55.217 --> 19:00.556
บอกว่าเจมส์ แร็กโคเวอร์เป็นลูกชายที่พลัดพราก
ของเจฟฟรีย์ แร็กโคเวอร์

19:00.639 --> 19:03.517
ซึ่งช่วงไม่กี่ปีมานี้

19:03.600 --> 19:05.269
เพิ่งกลับเข้ามาในชีวิตเขา

19:06.687 --> 19:11.567
ช่วงปี 2014 เจมส์เริ่มมาที่ตึกกับเจฟฟรีย์

19:12.276 --> 19:14.278
แล้วเขาก็เริ่มใช้เวลาอยู่ที่นั่นบ่อยขึ้น

19:15.279 --> 19:20.075
ผ่านไปประมาณสองปี
เจฟฟรีย์ก็เริ่มหาซื้อห้องให้เจมส์เป็นของตัวเอง

19:20.159 --> 19:23.996
เขาลงมาถามว่ามีห้องไหนว่างไหม

19:24.580 --> 19:26.707
แล้วเขาก็ย้ายมาอยู่เต็มตัว

19:26.790 --> 19:30.460
ตอนนั้นเราถึงได้รู้ว่าเขาเป็นลูกชายที่พลัดพราก

19:31.670 --> 19:36.884
เขาเคยมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนหนึ่ง
ในช่วงปลายยุค 80 หรือต้นยุค 90

19:36.967 --> 19:39.469
ที่ทำให้เกิดลูกชายที่เขาไม่รู้จัก

19:39.553 --> 19:42.181
ที่มาปรากฏตัวหน้าบ้านเขาอย่างลึกลับ

19:43.765 --> 19:45.142
ผมรู้สึกว่ามันแปลก

19:46.185 --> 19:47.186
แต่ในฐานะพนักงานต้อนรับ

19:47.269 --> 19:50.147
เราก็ไม่อยากยุ่งเรื่องชีวิตส่วนตัวคนอื่นมากนัก

19:51.106 --> 19:53.775
พอเจมส์ย้ายเข้ามาห้องตัวเอง ห้องสี่ซี

19:53.859 --> 19:56.904
ปาร์ตี้ก็จัดหนักขึ้นมาก

19:58.697 --> 20:00.908
เราดูภาพวิดีโอหลายต่อหลายชั่วโมง

20:00.991 --> 20:03.994
เพราะหวังว่าจะเจอโจอี้อยู่บนจอใดจอหนึ่ง

20:05.746 --> 20:08.582
ระหว่างที่ยังดูภาพวิดีโอกล้องวงจรปิด

20:08.665 --> 20:12.920
พนักงานต้อนรับ เอดูอาร์โด ซูซา
ก็แตะไหล่ผม แล้วบอกว่า

20:13.003 --> 20:14.588
"เจมส์ แร็กโคเวอร์มาโน่นแล้ว"

20:15.839 --> 20:17.925
ผมเลยมองไปดู แล้วก็เห็นเขา

20:18.008 --> 20:22.221
ตอนเขาเดินเข้ามา เขาก็บอกว่า
"โชคดีกับการตรวจกล้องวงจรปิดนะ"

20:22.930 --> 20:23.931
แล้วก็เดินออกไป

20:24.890 --> 20:28.227
ผมก็เลยแปลกใจ ผมแบบ "เดี๋ยว ว่าไงนะ"

20:29.478 --> 20:32.397
ผมมองไปทางสายสืบคาสโตร
แล้วก็ถามว่า "เมื่อกี้อะไรน่ะ"

20:32.481 --> 20:35.442
เขาก็มองผม ทำหน้างงเหมือนกัน
"ผมก็ไม่รู้เขาพูดอะไร"

20:36.318 --> 20:40.072
ผมช็อกมากที่เขากล้าขนาดนั้น
ผมแบบ "ทำไมเขาช่างกล้า"

20:40.155 --> 20:43.617
เดินยืดไหล่มาเลย
มั่นหน้ายิ่งกว่าที่ผมเคยเห็นครั้งไหนๆ

20:44.743 --> 20:49.081
แล้วตอนนั้น พนักงานต้อนรับก็บอกผมว่า
"เมื่อวานเจมส์โทรหาผม"

20:51.333 --> 20:53.168
คืนก่อนเกิดเหตุ เจมส์โทรหาผม

20:53.252 --> 20:58.090
แล้วก็ถามว่ากล้องวงจรปิด
เก็บภาพย้อนหลังนานแค่ไหน

20:58.173 --> 21:02.261
ผมก็ถามว่า "ถามอะไรแปลกๆ
คุณจะอยากรู้ไปทำไม"

21:03.053 --> 21:07.057
เขาเลยตอบว่าเขาทะเลาะกับแฟน

21:07.140 --> 21:10.727
แล้วก็สงสัยว่าเธอขโมยของ เขาอยากขอดูภาพ

21:10.811 --> 21:14.022
ผมก็บอกเขาไปว่ากล้องเก็บภาพ 24 ชั่วโมง

21:14.106 --> 21:15.774
แล้วเราก็เปลี่ยนเทป

21:16.733 --> 21:21.571
ผมคิดว่าเจมส์อาจเข้าใจว่า
หลังจาก 24 ชั่วโมง เราจะอัดทับเทปเดิม

21:22.155 --> 21:23.699
แต่เราไม่ได้ลบภาพเก่าทิ้ง

21:24.283 --> 21:27.744
เราแค่เปลี่ยนเทป นั่นคือภาพบันทึกของแต่ละวัน

21:28.787 --> 21:34.042
ผมคิดว่าเขาเข้าใจว่า
ภาพวิดีโอหลัง 24 ชั่วโมงหายไปแล้ว

21:34.626 --> 21:37.421
ทั้งที่จริงๆ เราเข้าดูภาพวิดีโอได้

21:37.504 --> 21:40.132
การทำแบบนั้นเลยมีแต่ทำให้เราสงสัย

21:41.049 --> 21:43.885
(21:00 น.
12 ชั่วโมงหลังแจ้งความโจอี้สูญหาย)

21:43.969 --> 21:46.555
โทรศัพท์ผมดังขึ้น สายสืบคาสโตรโทรมา

21:47.597 --> 21:52.436
เขาบอกว่า "ฟังนะ ผมต้องการให้
คุณเอาเสื้อผ้าของโจอี้มาส่ง"

21:52.519 --> 21:55.605
"เราจะให้สุนัขตำรวจลองตามกลิ่นโจอี้ดู

21:55.689 --> 21:56.857
ว่าเขาอาจจะไปไหน"

21:58.317 --> 21:59.860
ผมไปบ้านโจอี้

21:59.943 --> 22:02.362
ผมหยิบผ้าเช็ดตัวกับผ้าอื่นๆ ของเขามา

22:03.071 --> 22:06.867
ผมจำได้ว่าผมยังมีความหวังเล็กๆ

22:08.076 --> 22:11.038
บางทีมันอาจจะไม่ใช่อย่างที่ผมคิด

22:15.667 --> 22:19.379
ผมถูกมอบหมายให้ค้น
ในลานจอดรถที่เดอะแกรนด์ซัตตัน

22:19.463 --> 22:21.673
ผมใส่สายจูงให้สุนัข
แล้วก็ถามว่า "อยากทำงานไหม"

22:21.757 --> 22:23.675
สุนัขก็มองผม หูตั้ง ผมก็ปล่อยมันออกไป

22:26.345 --> 22:29.473
สุนัขตรงไปที่ด้านหลังลานจอดรถ
แล้วก็เริ่มทำงานเลย

22:29.556 --> 22:33.352
ผมรู้จักสุนัขของผมเวลาทำงาน
หางของมันจะกระดิกเรื่อยๆ

22:33.435 --> 22:36.229
แล้วอยู่ดีๆ ผมก็เห็นมันกระดิกหางรัวขึ้นๆ

22:36.313 --> 22:38.148
ผมคิดเลยนะ มันเจอกลิ่นแล้ว

22:40.484 --> 22:43.153
มันไปที่รถเบนซ์สี่ประตูสีดำ

22:43.236 --> 22:46.615
มันเอาจมูกเข้าไปดมบริเวณท้ายรถ แล้วมันก็…

22:46.698 --> 22:48.784
มันเห่า ดังเลย แบบ…

22:49.785 --> 22:51.370
เห็นชัดเลย

22:52.412 --> 22:55.374
มันบอกผมว่ามันเจอกลิ่นแล้ว

22:55.457 --> 22:57.959
ซึ่งเป็นกลิ่นเน่าของมนุษย์ กลิ่นเลือด

22:58.043 --> 23:00.796
หรืออะไรก็ตามที่บ่งบอกว่ามีการเน่าของมนุษย์

23:02.547 --> 23:06.051
แต่เราต้องมีหมายค้นถึงจะเปิดรถได้

23:06.134 --> 23:09.346
เพื่อเข้าไปดูว่าจริงๆ มันมี…

23:09.429 --> 23:11.598
หลักฐานหรือศพท้ายรถคันนั้นไหม

23:13.308 --> 23:16.311
หลังออกจากลานจอด สายสืบก็ถามผม

23:16.395 --> 23:18.939
"ไปดมห้องต่อได้ไหม
เผื่อมันจะบอกเรื่องห้องได้"

23:19.022 --> 23:21.566
ผมพาสุนัขไป เราขึ้นไปที่ชั้นสี่

23:21.650 --> 23:23.068
ผมบอกให้มัน "ค้นเลย"

23:24.820 --> 23:28.949
มันไปทางซ้าย ไปตามทางเดิน
แล้วสุนัขก็แสดงออกเลย

23:29.032 --> 23:31.535
มันข่วนขอบประตูห้องสี่ซีแรงมากๆ

23:33.078 --> 23:35.956
แล้วเจมส์ก็เปิดประตูออกมา เจมส์ แร็กโคเวอร์

23:37.332 --> 23:40.127
เขาบอกว่า "ไปตายซะ พวกชั่ว พวกตำรวจ"

23:40.210 --> 23:42.337
"จะเข้ามา… คุณต้องมีหมายค้น"

23:42.421 --> 23:44.297
"ไปตายซะ"

23:44.381 --> 23:47.968
ส่วนผมก็คิดว่า "หมอนี่นิสัยเสียเหรอ"

23:49.136 --> 23:51.596
พอผมรู้ว่าสุนัขให้สัญญาณ

23:51.680 --> 23:55.392
ผมก็รู้ว่ามันส่งสัญญาณบอกว่าเจอเลือด

23:55.475 --> 23:57.269
แล้วก็มีเหตุเกิดขึ้นในนั้น

24:00.355 --> 24:03.900
ขณะเดียวกัน สมาชิกคนอื่นๆ
ในหน่วยสืบสวนโรงพักเขต 17

24:03.984 --> 24:08.321
จากสำนักงานของผม
ก็เริ่มค้นขยะจากอะพาร์ตเมนต์ทุกห้อง

24:09.489 --> 24:13.952
เราให้สุนัขดมถุงขยะเพื่อช่วยระบุถุง

24:14.035 --> 24:17.122
ว่าตรวจพบที่ถุงไหน เราจะค้นถุงเหล่านั้นก่อน

24:21.334 --> 24:24.421
สุนัขเจอถุงขยะใบหนึ่งที่เรายังไม่ได้เปิดค้น

24:24.504 --> 24:27.883
ภายในถุงขยะมีผ้าห่มขนาดใหญ่

24:27.966 --> 24:31.678
แล้วก็มีชื่อ "เจมส์ แร็กโคเวอร์" เขียนอยู่

24:33.263 --> 24:37.684
หน่วยพิสูจน์หลักฐาน
เริ่มเจอกระดาษทิชชู่กับผ้าเช็ดตัว

24:37.767 --> 24:39.728
ที่ดูเหมือนจะชุ่มไปด้วยเลือด

24:40.312 --> 24:42.022
แล้วก็เปิดถุงที่สอง

24:42.105 --> 24:46.318
แล้วเราก็เจอเสื้อผ้าเปื้อนเลือดของโจอี้

24:46.401 --> 24:48.320
ที่ตรงกับชุดในภาพจากกล้องวงจรปิด

24:49.488 --> 24:53.158
โซ่ทองของเขาอยู่ในนั้น บัตรธนาคาร

24:53.241 --> 24:56.161
แล้วก็เจอบัตรประจำตัวของโจอี้
ในถุงขยะใบนั้นด้วย

24:58.455 --> 25:02.042
เมื่อเราเจอสิ่งเหล่านี้แล้ว
เราก็ต้องไปขอหมายค้น

25:02.125 --> 25:04.252
แล้วเราก็ต้องกลับมากับหน่วยพิสูจน์หลักฐาน

25:04.336 --> 25:06.296
เราต้องเข้าไปค้นในห้องอะพาร์ตเมนต์

25:06.379 --> 25:10.091
(2:00 น.
17 ชั่วโมงหลังแจ้งความโจอี้สูญหาย)

25:10.175 --> 25:12.552
ระหว่างที่โยมันไปขอหมายค้น

25:12.636 --> 25:16.681
ผมก็กลับมาที่ออฟฟิศ
ใช้คอมพิวเตอร์ค้นเรื่องเจมส์ แร็กโคเวอร์

25:16.765 --> 25:19.434
ลอว์เรนซ์ ดิลิออน และแม็กซ์ เจมม่า

25:20.977 --> 25:24.648
สิ่งที่เราได้รู้เกี่ยวกับแม็กซ์ เจมม่า
คือเขามาจากตระกูลอภิสิทธิ์ชน

25:24.731 --> 25:28.735
พ่อของเขาเคยเป็นนายกเทศมนตรี
เมืองโอเชียนพอร์ต นิวเจอร์ซีย์

25:29.945 --> 25:32.822
เขาอยู่อะพาร์ตเมนต์กับแลร์รี่ ดิลิออน

25:34.074 --> 25:37.661
แลร์รี่ ดิลิออน
เขาก็เหมือนกับแม็กซ์ เจมม่ามากๆ

25:37.744 --> 25:40.997
เขามาจากครอบครัวที่ดีในนิวเจอร์ซีย์

25:41.581 --> 25:43.333
พวกเขาเป็นเจ้าของม้าพันธุ์ดี

25:43.416 --> 25:44.834
(แลร์รี่ ดิลิออน - แม็กซ์ เจมม่า)

25:44.918 --> 25:48.380
มีเรื่องเล่าว่า
เขาเคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทในบางครั้ง

25:48.463 --> 25:50.632
แต่นอกจากนั้น เขาก็ไม่มี…

25:50.715 --> 25:53.051
เรื่องที่จะถือได้ว่าเป็นประวัติอาชญากรรมสำคัญ

25:56.972 --> 26:01.226
พอสืบเรื่องเจมส์ แร็กโคเวอร์
เราก็พบว่าเขาไม่ใช่เจมส์ แร็กโคเวอร์

26:01.309 --> 26:03.311
เขาชื่อเจมส์ โบเดน

26:03.395 --> 26:05.814
เขาไม่ได้มาจากนิวยอร์กด้วย

26:05.897 --> 26:07.232
เขามาจากฟลอริดา

26:07.315 --> 26:10.527
เขาเคยถูกจับกุมหลายครั้งและติดคุกที่นั่น

26:10.610 --> 26:13.071
เคยติดคุกประมาณปีครึ่ง ข้อหาลักทรัพย์ที่ฟลอริดา

26:14.948 --> 26:19.494
เราพบว่าเขาได้ประกันตัว หนีออกจากฟลอริดา

26:19.578 --> 26:21.496
แล้วก็มาอยู่ที่นิวยอร์ก

26:22.372 --> 26:26.418
หลังจากขุดประวัติเจมส์ แร็กโคเวอร์อีกหน่อย

26:26.501 --> 26:28.253
รวมถึงการเปลี่ยนชื่อ

26:28.336 --> 26:30.130
เราก็ได้พบว่า

26:30.213 --> 26:34.509
เจฟฟรีย์ แร็กโคเวอร์
ไม่ใช่พ่อโดยสายเลือดของเจมส์ แร็กโคเวอร์

26:35.594 --> 26:38.930
และเจฟฟรีย์ แร็กโคเวอร์ได้ยื่นคำร้อง

26:39.014 --> 26:42.517
ให้เจมส์ แร็กโคเวอร์ใช้นามสกุลเขา

26:46.521 --> 26:50.859
ผมเชื่อว่าเจฟฟรีย์ได้เจอเจมส์
ที่ฟิตเนสใกล้กับตึกของเรา

26:54.446 --> 26:59.034
พวกเขาเริ่มสนิทกัน แล้วเขาก็เริ่มแนะนำกัน

26:59.117 --> 27:05.415
ตอนแรกเป็น "เพื่อน"
ต่อมาเป็น "หลานชาย" แล้วก็เป็น "ลูกชาย"

27:08.168 --> 27:09.419
เราไม่รู้ว่าควรคิดยังไงดี

27:09.502 --> 27:13.089
กับความสัมพันธ์
ระหว่างเจฟฟรีย์กับเจมส์ บอกตรงๆ เลย

27:13.173 --> 27:17.052
เรื่องเล่าที่ว่า
เจมส์เป็นลูกชายที่พลัดพรากของเจฟฟรีย์

27:17.135 --> 27:20.972
แล้วพวกเขาก็กลับมาเจอกัน
หลังผ่านไปหลายปี และ…

27:21.056 --> 27:23.058
มันไม่เป็นความจริง

27:23.141 --> 27:25.769
แล้วพอเราลองตรวจสอบ เราก็แบบ

27:25.852 --> 27:28.813
"ความจริงเกี่ยวกับความสัมพันธ์
ระหว่างพวกเขาคืออะไรกันแน่"

27:31.816 --> 27:36.738
พวกเขาไม่เหมือนคนเป็นพ่อลูกกันเลย

27:36.821 --> 27:39.157
การวางตัวต่อกันของพวกเขา

27:39.240 --> 27:41.826
ผมรักพ่อผมนะ แต่มันก็มีวิธี…

27:41.910 --> 27:45.246
ที่พวกเขาแสดงความรักต่อกัน
แบบที่ผมไม่ทำกับพ่อตัวเอง

27:48.875 --> 27:51.336
พอดูทุกอย่างเกี่ยวกับเจมส์แล้ว

27:51.419 --> 27:55.548
มันบ่งบอกถึงสัญญาณอันตรายอย่างชัดเจน

27:57.592 --> 27:59.636
เจมส์มาจากครอบครัวที่แทบไม่มีอะไร

27:59.719 --> 28:02.389
ทำงานระดับธรรมดาในฟลอริดา

28:02.472 --> 28:08.186
แต่ในเวลาสั้นๆ
เขากลายเป็นเจมส์ แร็กโคเวอร์

28:09.771 --> 28:13.149
เขาได้อยู่อาศัยในตึกนี้ ได้ขับรถคันนี้

28:13.233 --> 28:14.776
เขาได้ไปคลับ ได้ไปภัตตาคาร

28:14.859 --> 28:18.655
ถ้าคุณเป็นเจมส์ คุณก็ไม่อยากเสียสิ่งนี้ไป

28:21.324 --> 28:23.493
ถ้าเป็นคนอื่นก็ยังมีครอบครัวตัวเอง

28:23.576 --> 28:25.662
พวกเขายังมีเงินของตระกูล

28:25.745 --> 28:28.123
แต่เจมส์อาจเสียทุกอย่างได้

28:28.206 --> 28:32.168
ผมคิดว่าเขาพร้อมจะทำทุกอย่าง
เพื่อรักษาชีวิตแบบนี้ไว้

28:32.252 --> 28:34.921
กับวิถีชีวิตที่เขามีอยู่

28:37.590 --> 28:39.884
(4:00 น.
19 ชั่วโมงหลังแจ้งความโจอี้สูญหาย)

28:39.968 --> 28:42.011
ระหว่างรอหมายค้น

28:42.095 --> 28:44.055
เราก็ดูวิดีโอจากลานจอดรถ

28:44.139 --> 28:47.767
เรารู้ว่าเจมส์ออกไป
ประมาณ 21:45 น. คืนวันอาทิตย์

28:47.851 --> 28:52.021
คืนหลังปาร์ตี้
ขับรถของเจฟฟรีย์ แร็กโคเวอร์ออกไป

28:55.483 --> 28:58.486
ตอนเราตรวจสอบประวัติเจมส์

28:58.570 --> 29:02.949
เราก็สรุปได้ว่าเขาถูกระงับใบขับขี่

29:03.032 --> 29:07.120
เรื่องนั้นทำให้เรามีข้อหาไปจับกุมเขาได้

29:07.203 --> 29:08.830
ข้อหาขับรถโดยไม่มีใบขับขี่

29:11.207 --> 29:13.001
เจมส์ คุณฆ่าเขาทำไม

29:13.084 --> 29:14.544
เกิดอะไรขึ้นในนั้น เจมส์

29:15.420 --> 29:17.714
แต่น่าเสียดาย หลังจากที่เราจับกุมเขา

29:17.797 --> 29:19.841
เขาก็ใช้สิทธิ์ขอทนายทันที

29:19.924 --> 29:21.760
เราก็เลยสอบปากคำเขาไม่ได้

29:21.843 --> 29:26.097
ความหวังเล็กๆ ที่เรามี
ว่าเขาอาจจะบอกเราว่าโจอี้อยู่ไหน

29:26.181 --> 29:28.600
เราก็ไม่ได้เบาะแส

29:34.814 --> 29:37.734
(วันที่ 14 พฤศจิกายน ปี 2016
24 ชั่วโมงหลังแจ้งความโจอี้สูญหาย)

29:37.817 --> 29:42.113
แล้ววันอังคารที่ 15
เราก็ได้หมายค้นอะพาร์ตเมนต์ห้องสี่ซี

29:43.823 --> 29:45.116
หน่วยพิสูจน์หลักฐานเข้ามา

29:45.700 --> 29:50.288
ระหว่างที่ทำการค้น
พวกเขาก็ใช้ลูมินอลฉีดพรมที่เกิดเหตุ

29:50.371 --> 29:54.292
เพื่อที่เวลาส่องไฟสำหรับตรวจ
เราจะเห็นรอยเลือดได้

29:55.251 --> 29:57.796
ตอนที่หน่วยพิสูจน์หลักฐานตรวจค้นห้องน้ำ

29:57.879 --> 29:59.839
ไฟส่องเจอรอยเลือดทั้งห้องน้ำเลย

30:01.257 --> 30:04.385
เจอทั่วทั้งผนัง อ่างอาบน้ำ บนพื้น

30:05.553 --> 30:09.599
มีหลักฐานบ่งชี้ว่าเลือดถูกเช็ดล้างไปเยอะมาก

30:10.433 --> 30:15.438
ห้องนั่งเล่นก็เช่นเดียวกัน
พวกเขาฉีดลูมินอลบนโซฟา บนพื้น

30:15.522 --> 30:18.107
แล้วก็เจอหยดเลือด

30:18.191 --> 30:19.984
นำหยดเลือดมาตรวจ

30:20.068 --> 30:22.987
ดูว่าจะสรุปได้ไหมว่าเป็นเลือดของใคร

30:23.905 --> 30:27.575
หน่วยพิสูจน์หลักฐานได้เก็บมีดสเต็กมา

30:27.659 --> 30:30.870
ซึ่งอยู่ในเครื่องล้างจาน
ที่ถูกเปิดทำงานและล้างไปแล้ว

30:31.454 --> 30:35.124
มีดทำครัวเหล่านั้นถูกส่งไปตรวจที่ห้องแล็บ

30:35.208 --> 30:37.085
เพื่อดูว่ามีเลือดติดอยู่หรือไม่

30:37.168 --> 30:40.380
ซึ่งมันจะซึมเข้าไปในด้ามมีด

30:42.841 --> 30:45.385
จากสิ่งที่เราเจอในถุงขยะ

30:46.135 --> 30:48.429
กับสิ่งที่เราเจอในห้องที่เกิดเหตุ

30:48.513 --> 30:52.725
เรารู้แล้วว่าเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นกับโจอี้

30:52.809 --> 30:55.061
เรารู้ว่าเขาน่าจะตายไปแล้ว

30:56.271 --> 30:58.064
ณ จุดนั้นคุณไม่มีทางรอดแล้ว

30:59.399 --> 31:01.860
จากทุกสิ่งที่เราพบมาจนตอนนี้

31:01.943 --> 31:04.112
เจมส์ไม่ยอมให้ปากคำอะไรเลย

31:04.195 --> 31:08.157
ส่วนแม็กซ์ เจมม่าก็ไม่ได้ให้ข้อมูลกับเรา
ว่าโจอี้อาจอยู่ที่ไหน

31:08.241 --> 31:10.493
เพราะเขาอ้างว่าเขานอนหลับอยู่บนโซฟา

31:11.077 --> 31:13.955
เราก็เลยหันไปสนใจสืบแลร์รี่ ดิลิออน

31:14.956 --> 31:17.250
ดูจากที่เราควบคุมตัวเจมส์ได้แล้ว

31:17.333 --> 31:20.712
ตอนนี้แลร์รี่ก็อาจจะอยากได้โอกาส

31:20.795 --> 31:23.506
ที่จะพูดก่อน เล่าให้เราฟังว่าเกิดอะไรขึ้น

31:23.590 --> 31:26.050
เพราะไม่รู้ว่าเจมส์อาจพูดอะไรบ้าง

31:27.093 --> 31:29.137
แล้วเขาก็เข้ามาโรงพัก

31:32.682 --> 31:36.978
พอแลร์รี่มาถึง เราก็ถามว่าเขาพอจะเล่าได้ไหม

31:37.061 --> 31:39.230
ว่าทำไมเราพบเลือดมากขนาดนี้

31:40.440 --> 31:43.651
เขาก็ยังยึดตามเรื่องเดิมที่เคยเล่า

31:43.735 --> 31:45.028
ไม่รู้ว่าโจอี้อยู่ที่ไหน

31:47.572 --> 31:50.742
คุณจะกล่าวหาใครยังไงก็ได้

31:50.825 --> 31:53.244
"คุณอาจจะมีความผิดข้อนี้ แต่เขาผิดมากกว่า"

31:53.328 --> 31:56.789
ใช้วิธีนั้นเพื่อดึงคำให้การจากเขา

31:56.873 --> 32:00.919
แต่แลร์รี่ก็ไม่อยากตอบคำถามเรื่องนี้

32:01.002 --> 32:03.713
เราก็เลยเล่นกับความเป็นมนุษย์ของเขา

32:03.796 --> 32:06.883
บอกว่าครอบครัวของโจอี้ โคมูนาเลเป็นห่วงอยู่

32:06.966 --> 32:08.551
พวกเขาอยากได้ลูกกลับบ้าน

32:08.635 --> 32:11.262
คุณจะรู้สึกยังไงถ้านี่เป็นคนในครอบครัวคุณ

32:13.514 --> 32:15.308
พอแลร์รี่ได้ยินแบบนั้น

32:15.391 --> 32:21.522
เขาก็ตัดสินใจเล่าว่า
เขาอาจพาเราไปเจอโจอี้ได้

32:22.732 --> 32:26.110
เขาไม่ยอมบอกเราว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นยังไง

32:27.195 --> 32:30.740
เขาให้ที่อยู่หลังร้านดอกไม้มา

32:30.823 --> 32:34.035
ในเมืองที่เขาเคยอยู่ โอเชียนพอร์ต นิวเจอร์ซีย์

32:34.118 --> 32:35.703
เขาแนะนำให้เราไปหาที่นั่น

32:36.871 --> 32:40.124
เราเอาขบวนรถเปิดหวอ เปิดไซเรนไป

32:40.208 --> 32:44.003
เราขับเร็วประมาณ
130-145 กิโลเมตรต่อชั่วโมงไปที่นั่น

32:46.714 --> 32:47.548
(ฟอจเจียฟลอริสต์)

32:47.632 --> 32:49.592
เรามาถึงร้านจัดดอกไม้แห่งหนึ่ง

32:50.969 --> 32:54.931
แล้วเราก็ไปที่ลานกว้างด้านหลังร้าน

32:55.014 --> 32:57.308
ตรงจุดที่แลร์รี่บรรยายไว้

32:57.392 --> 32:59.894
ว่าจะเป็นจุดที่เราจะพบโจอี้

33:00.937 --> 33:02.480
เราเข้าไปที่นั่น

33:02.563 --> 33:08.027
แล้วหน่วยพิสูจน์หลักฐานก็เริ่มขุดดินช้าๆ

33:13.032 --> 33:16.077
สิ่งแรกที่ผมเห็นก็คือ…

33:16.160 --> 33:20.707
มือข้างหนึ่ง เป็นมือที่กำไม่สนิท

33:21.624 --> 33:24.419
แบบที่เราเห็นในหนัง เป็นมือที่ขึ้นมาจากพื้นดิน

33:27.630 --> 33:33.094
พอเริ่มขุดดินต่อไป เราก็เริ่มเห็นหน้าโจอี้

33:33.177 --> 33:34.804
เราเริ่มเห็นส่วนอกของเขา

33:34.887 --> 33:37.724
ดูออกเลยว่าเขาถูกเผา

33:38.558 --> 33:41.477
เขาถูกจุดไฟเผา

33:43.771 --> 33:48.026
ณ จุดนี้ เราไม่ได้นอนกันมาหลายวัน

33:48.985 --> 33:52.989
เราเหนื่อยล้า แต่นี่ก็เป็นงานที่เราต้องทำ

33:53.865 --> 33:56.826
เราต้องไปบอกพ่อแม่ผู้ตายก่อนที่คนอื่นจะไปบอก

33:58.870 --> 34:02.457
ผมกับสายสืบเฉินขึ้นรถ

34:02.540 --> 34:06.794
ขับจากโอเชียนพอร์ต นิวเจอร์ซีย์
ไปสแตมฟอร์ด คอนเนตทิคัต

34:06.878 --> 34:10.339
เพื่อไปคุยกับแพต โคมูนาเล ไปแจ้งเขา

34:11.424 --> 34:14.218
ว่าเราพบโจอี้แล้ว

34:17.972 --> 34:20.516
ไม่มีใครพูดอะไรสักคำระหว่างทาง

34:24.771 --> 34:27.815
เรามีอารมณ์ความรู้สึก แต่เราก็มีงานที่ต้องทำ

34:27.899 --> 34:29.609
เราก็เลยลืมๆ มันไปก่อน

34:30.860 --> 34:32.695
แล้วเดินหน้าต่อไป

34:37.075 --> 34:38.242
เรานั่งอยู่ตรงนี้ ผม…

34:38.951 --> 34:40.161
ผมได้ยินเสียงประตูรถ

34:48.795 --> 34:50.046
ผมได้ยินเสียงประตูรถ

34:51.839 --> 34:52.965
ผมรู้เลยว่าตำรวจมาทำไม

34:58.096 --> 35:00.640
เราเดินเข้าไปในบ้าน ลิซ่าก็ลงมา

35:01.390 --> 35:03.684
พวกเขาตั้งใจฟังทุกคำ มองหน้าเรา

35:06.479 --> 35:09.273
สายสืบสองนายบอกเราว่าพวกเขา…

35:11.359 --> 35:12.485
เจอโจอี้แล้ว

35:16.280 --> 35:20.159
นั่นคือฝันร้ายที่สุดของเรา

35:22.286 --> 35:26.415
ผมไม่เคยเห็นความเจ็บปวดขนาดนั้น
ในแววตาใครมาก่อน ทั้งแม่กับพ่อ

35:27.333 --> 35:28.543
โบกมือให้พ่อหน่อย

35:31.295 --> 35:33.714
ความเจ็บปวดแบบนั้น
เราไม่มีวันอยากให้เกิดกับใครเลย

35:34.590 --> 35:35.800
โจ

35:36.759 --> 35:38.052
โจ

35:38.594 --> 35:41.180
- สนุกไหม
- เยี่ยมเลย

35:43.516 --> 35:44.517
มันเป็น…

35:46.144 --> 35:47.353
ผมรู้อยู่แล้วแหละ

35:47.895 --> 35:50.815
แต่นี่คือจุดเริ่มต้นของบทต่อไป

35:52.441 --> 35:55.111
นั่นคือการทวงความยุติธรรมให้โจอี้

36:02.243 --> 36:03.911
นั่นคือทุกอย่างที่ผมคิดได้ตอนนั้น

36:04.787 --> 36:08.374
ต้องทำให้แน่ใจว่าไอ้สารเลวสามคนนั่น
ได้ชดใช้อย่างสาสม

36:12.170 --> 36:14.964
(วันที่ 16 พฤศจิกายน ปี 2016
สามวันหลังเกิดเหตุฆาตกรรมโจอี้ โคมูนาเล)

36:15.047 --> 36:17.925
แพทย์ชันสูตรในนิวเจอร์ซีย์ทำการชันสูตร

36:18.009 --> 36:22.638
สิ่งที่แพทย์พบก็คือ
โจอี้ โคมูนาเลถูกแทง 14 แผล

36:22.722 --> 36:24.223
บางแผลก็หลังเสียชีวิต

36:24.307 --> 36:26.017
เขากระดูกหักหลายท่อน

36:26.100 --> 36:31.272
มีรอยช้ำที่มือ แผลขนาดใหญ่ที่ไหล่

36:31.355 --> 36:35.526
ซึ่งเราเชื่อว่าคนร้ายอาจพยายามหั่นศพเขา

36:36.527 --> 36:39.697
และร่างของเขาก็ถูกเผา

36:40.406 --> 36:42.783
ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเรื่องนี้ถึงเกิดขึ้น

36:43.910 --> 36:45.244
มันไร้มนุษยธรรม

36:45.328 --> 36:47.121
มันเลวทราม

36:47.205 --> 36:49.832
มันน่ารังเกียจที่ต้องคิดว่า

36:49.916 --> 36:55.546
คนร้ายจะทำกับมนุษย์คนหนึ่งเหมือนขยะ

36:59.759 --> 37:04.013
หลังจากตรวจมีดทำครัวที่พบในเครื่องล้างจาน

37:04.889 --> 37:09.268
ก็สรุปได้ว่ามีเลือดของโจอี้อยู่ในด้ามมีด

37:11.312 --> 37:16.234
แล้วก็สรุปได้ด้วยว่า
เลือดที่ห้องอะพาร์ตเมนต์เป็นเลือดของโจอี้

37:17.443 --> 37:18.819
การค้นพบอาวุธสังหาร

37:18.903 --> 37:23.199
รวมกับรายงานการชันสูตร
ที่ตรงกับหลักฐานในห้องอะพาร์ตเมนต์

37:23.282 --> 37:28.329
ได้มอบคำตอบว่าเขาถูกฆ่าได้อย่างไร

37:29.038 --> 37:33.125
แต่ตอนนี้คำถามสำคัญคือ
คนร้ายขนศพเขาออกจากตึกอย่างไร

37:36.504 --> 37:40.091
เราได้ภาพวิดีโอมากมาย
ที่เราต้องมานั่งตรวจสอบ

37:40.174 --> 37:41.175
แต่เราก็ยังมองไม่เห็น

37:44.428 --> 37:48.891
ภาพวิดีโอเดียวที่เราไม่ได้รับ
คือกล้องวิดีโอตัวหนึ่ง

37:48.975 --> 37:50.810
ที่เป็นของอาคารข้างๆ

37:51.477 --> 37:53.980
ที่บังเอิญไฟล์เสียหาย

37:55.982 --> 37:57.733
ในที่สุดเราก็กู้ภาพวิดีโอกลับมาได้

37:58.776 --> 38:02.738
แล้วมันก็ตอบจุดสำคัญในคำถามของเราได้

38:05.574 --> 38:08.286
ตอนเราเริ่มตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดตัวนั้น

38:08.369 --> 38:10.413
เราจะเห็นเจมส์ แร็กโคเวอร์

38:10.496 --> 38:15.084
จอดรถเบนซ์สีดำหน้าตึกเดอะแกรนด์ซัตตัน

38:15.167 --> 38:17.920
(เจมส์ แร็กโคเวอร์ - แลร์รี่ ดิลิออน)

38:18.963 --> 38:21.424
(เจมส์ แร็กโคเวอร์)

38:21.507 --> 38:23.551
แร็กโคเวอร์เอารถเข็นกระเป๋ามา

38:24.635 --> 38:26.846
แล้วเขาก็ออกจากเฟรมกล้องไป

38:26.929 --> 38:28.556
(ภาพวิดีโอกล้องวงจรปิดใหม่)

38:28.639 --> 38:33.352
พอเขากลับมา
ก็มีกระเป๋าใบใหญ่อยู่บนรถเข็นกระเป๋า

38:33.436 --> 38:37.356
ซึ่งเขาเอาไปวางท้ายรถเบนซ์สีดำ

38:38.107 --> 38:41.235
ถ้าเรามองออกมาจากหน้าต่างห้องสี่ซี

38:41.319 --> 38:46.073
เราจะเห็นถนนสาย 59
กับหน้าตึกเดอะแกรนด์ซัตตัน

38:46.157 --> 38:47.533
(ภาพวิดีโอกล้องวงจรปิดใหม่)

38:47.616 --> 38:51.037
ตอนเห็นภาพนั้น แล้วได้คุยกับโยมัน

38:51.120 --> 38:53.622
ผมก็บอก "ให้ตายเถอะ"

38:55.041 --> 38:56.042
"คนพวกนี้…

38:57.710 --> 38:58.961
ผลักเขาลงมาทางหน้าต่าง"

38:59.754 --> 39:03.466
เพื่อให้ดูไม่น่าสงสัยตอนออกมาจากล็อบบี้หน้าตึก

39:03.549 --> 39:05.593
ซึ่งเป็นทางออกเดียวของตึกนั้น

39:05.676 --> 39:06.552
(เจมส์ - แลร์รี่)

39:06.635 --> 39:09.597
พอเห็นภาพวิดีโอ พวกเขาร่วมมือกันแน่นอน

39:09.680 --> 39:12.224
ทั้งคู่ก่อเหตุร่วมกัน

39:12.308 --> 39:14.894
ในการนำศพไปอำพราง

39:24.695 --> 39:25.696
คุณทำหรือเปล่า

39:27.323 --> 39:31.035
- เกิดอะไรขึ้นในห้อง คืนนั้นเกิดอะไรขึ้น
- คืนนั้นเกิดอะไรขึ้น

39:31.118 --> 39:33.329
- คุณทำหรือเปล่า
- คุณทำหรือเปล่า คุณฆ่าเขาหรือเปล่า

39:33.412 --> 39:34.789
คุณแทงเขาหรือเปล่า

39:34.872 --> 39:38.667
วันที่ 10 พฤษภาคม ทั้งแลร์รี่และเจมส์ถูกจับกุม

39:38.751 --> 39:40.294
ด้วยข้อหาฆาตกรรมโดยเจตนา

39:40.378 --> 39:42.922
ขัดขวางกระบวนการยุติธรรม และอำพรางศพ

39:43.547 --> 39:46.675
เจมส์ถูกควบคุมตัวก่อนแล้ว
จากข้อหาขับรถขณะใบขับขี่ถูกระงับ

39:46.759 --> 39:49.845
เจฟฟรีย์ก็ไม่ออกเงินประกันตัวให้เขา

39:50.513 --> 39:53.933
ผมคิดว่าถึงจุดหนึ่ง เขาก็คิดได้ว่าเขาทำพลาดไป

39:54.016 --> 39:58.229
ที่รับ "ลูกชาย" ที่เป็นฆาตกร

39:59.146 --> 40:01.941
ตอนนั้นเราไม่มีสาเหตุให้เชื่อว่า

40:02.024 --> 40:04.360
แม็กซ์ เจมม่ามีส่วนกับคดีฆาตกรรมนี้

40:05.027 --> 40:08.030
จริงๆ เราได้คำให้การจากแลร์รี่

40:08.114 --> 40:10.533
ว่าแม็กซ์ไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วย

40:10.616 --> 40:14.078
เขาถูกจับกุมข้อหาขัดขวางกระบวนการยุติธรรม

40:16.330 --> 40:20.084
สุดท้าย เราก็เห็นชัดเจนว่าเขามีส่วนร่วม

40:20.167 --> 40:21.794
ในการพยายามขัดขวาง

40:21.877 --> 40:25.297
การเก็บรวบรวมหลักฐานของตำรวจ

40:25.381 --> 40:30.386
แต่ผมไม่คิดว่าอัยการอาวุโส
หรือตัวผมเองจะมั่นใจว่าเราจะพิสูจน์ได้

40:30.469 --> 40:33.264
จนสิ้นสงสัยว่าแม็กซ์มีส่วนกับการฆาตกรรม

40:33.347 --> 40:34.890
(แลร์รี่ ดิลิออน - เจมส์ แร็กโคเวอร์)

40:34.974 --> 40:38.352
พอมีข้อหาฆาตกรรม ก็เกิดการชี้นิ้วโทษกัน

40:38.436 --> 40:41.230
"เขาทำ" "เขานั่นแหละ" โทษกันไปมา

40:43.732 --> 40:46.485
เรายังต้องพยายามสรุปให้ได้ว่าใครเป็นคนแทง

40:47.486 --> 40:50.573
แล้วเราก็ไม่รู้ว่าเจมส์มีบทบาทยังไง

40:50.656 --> 40:52.324
หรือแลร์รี่มีบทบาทยังไง

40:53.284 --> 40:57.830
แค่มีลูกขุนคนเดียวที่ยังสงสัย
เราก็เอาผิดไม่ได้แล้ว

41:01.125 --> 41:03.544
ระหว่างที่เจมส์รอการไต่สวน

41:03.627 --> 41:08.466
เราได้ฟังสายโทรศัพท์ในเรือนจำ
ของเจมส์กับเพื่อนคนหนึ่ง

41:08.549 --> 41:12.678
ระหว่างการสนทนา เขามั่นใจมากว่าจะรอดคดี

41:13.262 --> 41:14.555
ฉันจะเริ่มไต่สวนเดือนกันยายน

41:14.638 --> 41:16.932
ฉันเลยคิดว่าน่าจะได้กลับบ้านช่วงเดือนตุลาคม

41:17.016 --> 41:18.809
ชื่อเสียงฉันคงดังสุดๆ เลย เพื่อน

41:18.893 --> 41:20.603
ตอนที่ฉันออกไปเดินถนน

41:20.686 --> 41:22.396
ทุกคนจะแบบว่า "เฮ้ย ไอ้หนุ่มนี่มัน…

41:22.480 --> 41:23.939
ชนะคดี เหมือนร็อกกี้เลย"

41:24.023 --> 41:25.649
"ได้กลับบ้านด้วย แม่เจ้า"

41:25.733 --> 41:26.734
ใช่ นั่นไงล่ะ

41:26.817 --> 41:29.403
เขาดูจะสบายใจดี "ใช่ ผมจะรอด"

41:29.487 --> 41:32.990
"อีกไม่นานผมก็ได้ออก ทุกอย่างจะไปได้สวย"

41:35.743 --> 41:41.165
ช่วงท้ายของการสืบสวนและการเตรียมไต่สวน

41:41.248 --> 41:42.124
(ศาลอาญา)

41:42.208 --> 41:46.670
เราได้เจอพยานคนหนึ่ง
เขาชื่อหลุยส์ รุจจิเอโร

41:47.922 --> 41:49.757
เขาเป็นเพื่อนของเจมส์ แร็กโคเวอร์

41:52.009 --> 41:53.677
หลุยส์ รุจจิเอโรให้การว่า

41:53.761 --> 41:56.138
วันที่เราเข้าค้นตึก

41:56.222 --> 41:57.431
เขาไปฟิตเนส

41:57.973 --> 42:01.769
เจมส์ แร็กโคเวอร์ได้ไปหาเขา
แล้วบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย

42:01.852 --> 42:03.395
เขาเล่าให้ลูอี้ฟังแน่ว่ามีเรื่องเกิดขึ้น

42:04.480 --> 42:07.149
ลูอี้เล่าเรื่องที่เจมส์เล่าให้เขาฟัง

42:07.233 --> 42:10.069
เรื่องมีอยู่ว่าวันเกิดเหตุฆาตกรรม

42:10.152 --> 42:12.321
ระหว่างที่พวกเขาอยู่ในอะพาร์ตเมนต์

42:13.072 --> 42:16.951
แลร์รี่มีปากเสียงกับผู้ชายคนหนึ่ง

42:17.826 --> 42:19.245
ปรากฏว่านั่นคือโจอี้

42:19.328 --> 42:24.166
แล้วแลร์รี่ก็โมโหมากจนชกโจอี้ลงไปกองกับพื้น

42:24.750 --> 42:26.085
น็อกไปเลย

42:26.168 --> 42:29.004
แล้วเจมส์ก็บอกว่า "ฉันจะไม่กลับไปติดคุก"

42:30.381 --> 42:32.550
แล้วก็หยิบมีดในครัวมา

42:33.384 --> 42:34.760
แทงโจอี้จนตาย

42:37.054 --> 42:39.682
ในสิ่งที่เขาบอกโจอี้

42:39.765 --> 42:42.851
เขาได้สารภาพว่าเขาคือคนที่ฆ่าโจอี้

42:44.311 --> 42:48.315
อีกคำให้การที่น่าตกใจจากเขาคือ
โจอี้ยังอยู่ในอะพาร์ตเมนต์

42:48.399 --> 42:52.403
หลังเกิดเหตุ เขาสั่งแพนเค้กมากินหน้าตาเฉย

42:52.486 --> 42:55.364
จากนั้นพวกเขาค่อยเอาศพไปทิ้งที่นิวเจอร์ซีย์

42:56.615 --> 42:59.660
หลักฐานแสดงให้เห็นว่า
การกระทำของคนร้ายเกิดขึ้นโดยเจตนา

42:59.743 --> 43:04.248
การทำร้ายร่างกายทำให้โจอี้เสียชีวิต
แม้ว่าบทบาทจะต่างกัน

43:04.331 --> 43:08.335
สองคนสามารถรับผิดจากการตายของคนเดียวได้

43:08.919 --> 43:11.338
สุดท้าย เจมส์ก็เป็นฝ่ายที่ได้ไต่สวนก่อน

43:18.345 --> 43:21.599
(วันที่ 18 ตุลาคม ปี 2018
สองปีหลังเกิดเหตุฆาตกรรมโจอี้ โคมูนาเล)

43:23.976 --> 43:27.104
การไต่สวนเจมส์ แร็กโคเวอร์
เริ่มขึ้นที่ศาลแมนแฮตทัน

43:29.481 --> 43:30.899
แพตไปศาลทุกวัน

43:30.983 --> 43:36.196
เขาพาญาติและเพื่อนๆ มาเต็มห้องพิจารณาคดี

43:37.906 --> 43:41.785
เราไปกันทุกคน เพื่อนสมาคมนักศึกษาชาย
เพื่อนที่บ้านเกิด วิทยาลัย

43:41.869 --> 43:44.496
เพื่อนที่ทำงานที่มาเพื่อโจอี้

43:47.124 --> 43:51.045
กำลังใจที่เราได้รับจากหลายๆ คนมันน่าทึ่ง

43:52.129 --> 43:57.593
ไม่มีใครอยู่ข้างเจมส์ แร็กโคเวอร์เลย
ซึ่งมันบ่งบอกได้เยอะมากๆ

44:01.972 --> 44:04.808
สุดท้ายแล้ว หลังการไต่สวนเจมส์อย่างยาวนาน

44:04.892 --> 44:07.144
คณะลูกขุนก็ตัดสินว่าเขามีความผิด
ฐานฆาตกรรมโดยเจตนา

44:07.227 --> 44:08.354
แต่ไม่ได้ไตร่ตรองไว้ก่อน

44:09.855 --> 44:13.150
ผมจำได้จนวันนี้ ผมต้องจับแพตไว้

44:13.233 --> 44:19.615
ผมกับผู้หมวดจับแขนเขาคนละข้าง
เพราะเขาลุกขึ้นมาด้วยความ…

44:21.325 --> 44:24.620
ดีใจที่มันจบได้สักที

44:24.703 --> 44:27.623
และคนร้ายจะได้ชดใช้ในสิ่งที่ทำกับลูกชายเขา

44:29.249 --> 44:33.128
ผมดีใจกับพวกเขามาก ดีใจแทนจริงๆ

44:34.171 --> 44:35.673
ตอนผมได้เจอเจมส์

44:35.756 --> 44:39.885
ความคิดผมมีอยู่แค่
"ขอให้ฝันร้ายของนายเพิ่งจะเริ่มต้น"

44:41.845 --> 44:42.971
เพราะผมต้องทนกับฝันร้าย…

44:44.723 --> 44:45.891
มานานกว่าเขามาก

44:50.813 --> 44:53.774
เจมส์ แร็กโคเวอร์ถูกตัดสินจำคุก 28 ปี

44:54.608 --> 44:55.776
ซึ่งเขาก็ยังรับโทษอยู่

44:56.318 --> 44:58.696
- ช่วยหลบหน่อยค่ะ เชิญคุณโคมูนาเล
- โอเค

45:00.197 --> 45:01.657
เราดีใจกับผลที่ออกมา

45:01.740 --> 45:04.243
เราแค่อยากให้เรื่องนี้มันจบลง

45:05.411 --> 45:08.747
ผมอยากขอบคุณสำนักงานอัยการเขตแมนแฮตทัน
ที่ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม

45:10.749 --> 45:13.711
กรมตำรวจนิวยอร์กที่ทำงานกัน 24 ชั่วโมง

45:13.794 --> 45:16.088
ผมขอบคุณกำลังใจของทุกคนจริงๆ

45:16.797 --> 45:19.591
ทั้งครอบครัว เพื่อนๆ

45:23.554 --> 45:28.434
ผมคิดว่าแลร์รี่มองออก
ว่าโอกาสที่เขาจะถูกเอาผิด

45:28.517 --> 45:29.727
จะมีสูงมากๆ

45:30.561 --> 45:34.481
แลร์รี่เลือกยอมรับผิด แทนที่จะสู้คดีในชั้นไต่สวน

45:35.774 --> 45:40.112
เขาเลือกทำข้อตกลงลดโทษ
ฐานฆาตกรรมโดยเจตนาเหลือ 23 ปี

45:41.238 --> 45:46.827
เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2019 แม็กซ์ เจมม่า
ยอมรับผิดฐานขัดขวางกระบวนการยุติธรรม

45:47.411 --> 45:49.955
แล้วเขาก็ได้รับโทษจำคุกหกเดือน

45:51.081 --> 45:54.251
ผมคิดว่าหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ
ลงข่าวว่าเขาได้รับโทษสถานเบา

45:56.420 --> 45:59.423
ผมก็เห็นด้วยกับข่าวนะ ผมไม่รู้ว่าทำไม

46:01.049 --> 46:02.092
ผมไม่รู้ว่าทำไม แต่…

46:03.761 --> 46:05.179
เขาก็ต้องทนอยู่กับตัวเอง

46:06.764 --> 46:08.390
ผมคิดว่าแม็กซ์ เจมม่า

46:08.474 --> 46:12.186
รู้ข้อมูลมากกว่านี้แน่นอน
เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องอะพาร์ตเมนต์

46:22.529 --> 46:25.282
สายสืบทุกคนจะมีคดีหนึ่งในชีวิต

46:27.451 --> 46:30.370
ตลอด 19 ปีที่ผมอยู่กรมตำรวจมา

46:30.454 --> 46:33.749
นี่คือคดีนั้นสำหรับผม

46:34.750 --> 46:36.752
การได้รู้เรื่องโจอี้

46:36.835 --> 46:40.005
ว่าเพื่อนๆ และครอบครัวรักเขาแค่ไหน

46:40.798 --> 46:42.841
แพตคิดถึงโจอี้ทุกวัน

46:42.925 --> 46:45.260
เหมือนเป็นวันแรกที่เกิดเรื่อง

46:46.345 --> 46:48.138
แล้วเขาก็มี…

46:49.014 --> 46:53.644
ความรักให้โจอี้ในแบบที่ผมเองก็เข้าใจ

46:53.727 --> 46:55.938
เพราะเวลาเขาพูดถึงโจอี้

46:57.105 --> 46:58.816
กับลูกสาวของเขา

46:59.858 --> 47:03.821
มันเหมือนลูกๆ คือทั้งโลกของเขา
เพราะลูกผมก็เป็นแบบนั้นสำหรับผม

47:05.697 --> 47:07.533
เราคิดถึงเขาทุกวัน

47:08.826 --> 47:12.746
แล้วเราก็พยายามจะ…

47:12.830 --> 47:15.541
รักษาความทรงจำของเขาเอาไว้

47:16.458 --> 47:20.587
บอกหลานฉันเป็นประจำว่า "นี่ลุงโจอี้"

47:22.673 --> 47:27.344
เพื่อนของเขาไปสักเลขเก้ากัน

47:29.555 --> 47:30.597
นั่นเป็นเบอร์เสื้อของเขา

47:31.557 --> 47:34.935
จุดที่ย้อนแย้งคือผมพูดกับเขาเสมอ

47:35.018 --> 47:38.522
"พ่อจะจ่ายค่าเทอมวิทยาลัยให้
โดยมีเงื่อนไขสองข้อ"

47:38.605 --> 47:42.734
"ข้อแรก ลูกต้องเรียนจบในสี่ปี
และลูกต้องไม่มีรอยสัก"

47:43.610 --> 47:45.946
แล้วเขาก็ไม่ได้สัก แต่ผมไปสักรูปเขาแทน

47:47.990 --> 47:51.994
ผมคิดว่ามันจะเป็นวิธีที่ดี
ที่ผมจะได้อยู่กับเขาทุกวัน

47:54.413 --> 47:55.414
ซึ่งผมก็ทำอยู่

48:04.214 --> 48:06.592
(ปี 1998)

48:07.175 --> 48:08.010
(ตอนต่อไป)

48:08.093 --> 48:11.013
โทรศัพท์ดังขึ้น
เจฟฟ์ถามว่า "ไอรีนอยู่กับคุณหรือเปล่า"

48:11.096 --> 48:13.891
เขาบอกว่า "เธอหายไปตั้งแต่เที่ยงแล้ว"

48:13.974 --> 48:17.102
อยู่ดีๆ ทุกคนก็ทำอะไรไม่ถูก

48:17.185 --> 48:20.355
เพราะคุณนายของบ้านหายตัวไป

48:21.023 --> 48:24.735
ไอรีน ซิลเวอร์แมน
เป็นหญิงวัย 82 ที่ฉลาดเป็นกรด

48:24.818 --> 48:28.488
เธอเป็นไฮโซ ถ้าเธอชอบคุณ
คุณก็คือครอบครัวของเธอ

48:29.406 --> 48:32.451
เราได้เบาะแสมาว่าแม่กับลูกชายคู่หนึ่ง

48:32.534 --> 48:34.953
มีบัตรประจำตัวของไอรีน ซิลเวอร์แมน

48:35.037 --> 48:36.496
เราก็เลยทำการตรวจสอบประวัติ

48:36.580 --> 48:39.374
เราเชื่อไม่ลงเลยว่า
พวกเขาจะทำเรื่องเลวร้ายขนาดนั้น

48:39.458 --> 48:41.376
เราไม่รู้ว่าเธออยู่ไหน เราเป็นผู้บริสุทธิ์

48:41.460 --> 48:44.504
แล้วถ้าเราได้ใช้สิทธิ์ของเรา เราจะพิสูจน์

48:44.588 --> 48:47.215
ความสัมพันธ์ดูไม่เหมือนแม่ลูกเลยสักนิด

48:47.299 --> 48:49.009
พวกเขากุมมือกัน

48:49.092 --> 48:51.511
พวกเขาจ้องตากัน

48:51.595 --> 48:52.721
นี่ล้อเล่นหรือเปล่า

48:53.722 --> 48:55.140
ฉันสัมภาษณ์ลูกชาย

48:55.807 --> 48:58.727
ยังไม่ทันรู้ตัว เขาก็มาล็อกคอฉัน

48:59.311 --> 49:01.980
ฉันรู้สึกได้ว่าหัวใจเขาเต้นแรง

49:02.064 --> 49:04.858
เขาบอกฉันว่า "นี่คือการจับตัวประกัน"

49:05.776 --> 49:07.778
คุณอาจจะคิดว่ารู้จักผม แต่คุณไม่รู้จักหรอก
