WEBVTT

00:07.382 --> 00:10.010
สวัสดีทุกคน พร้อมกันมั้ย

00:10.927 --> 00:11.761
โอเค

00:12.595 --> 00:18.852
สุภาพสตรี สุภาพบุรุษ และทุกคน
ขอเสียงต้อนรับเชง แวงค่ะ

00:22.605 --> 00:26.609
(เชง แวง: สีม่วง)

00:39.664 --> 00:42.417
ว่าไง ดีซี

00:46.296 --> 00:47.797
โอ้ แหม

00:49.382 --> 00:51.634
ขอบคุณมากที่มาดูกัน

00:51.718 --> 00:55.388
ขอบคุณมากที่ให้ผมมาแสดง
หวังว่าทุกคนจะสบายดีนะ

00:55.472 --> 00:57.057
ผมรู้สึกดีมาก

00:57.140 --> 00:59.851
ผมพยายามกินเบอร์รีให้มากขึ้น

01:00.602 --> 01:03.980
ผมชอบกินอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระมาก

01:04.522 --> 01:05.398
แปลกดีนะ

01:05.482 --> 01:07.525
ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอนุมูลอิสระคืออะไร

01:07.609 --> 01:10.236
รู้แค่ว่าผมต่อต้านมัน

01:12.614 --> 01:15.325
ดูเหมือนว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่เรากินของอร่อย

01:15.408 --> 01:18.369
จะมีสารอนุมูลอิสระที่พยายามจะทำร้ายเรา

01:19.454 --> 01:23.249
เนอะ เพราะงั้นหลังผมกินสเต๊กกับมาร์ตินี่แล้ว

01:23.333 --> 01:25.085
ผมก็จะเรียกเบอร์รีมา

01:26.127 --> 01:27.670
ผมส่งสารต้านอนุมูลอิสระเข้าไป

01:27.754 --> 01:31.341
ผมบอกว่า "นี่ เพื่อน ไปจัดการให้หน่อย"

01:32.967 --> 01:35.053
"ทำให้ดูเหมือนอุบัติเหตุด้วยล่ะ"

01:36.346 --> 01:39.390
บางทีผมก็กินเบอร์รีก่อนกินข้าวเย็นด้วยซ้ำ

01:39.474 --> 01:41.643
วางกับดักไว้ก่อนเลย

01:43.311 --> 01:47.649
พวกมันไม่รู้หรอกว่ากำลังจะเจออะไร
มันนึกว่ากำลังจะได้ออกซิไดซ์

01:50.318 --> 01:54.781
ผมชอบเบอร์รีนะ ชอบมากด้วย
แต่รู้ไหมว่าใครที่รักการกินเบอร์รีที่สุด

01:54.864 --> 01:57.325
ลูกเพื่อนคุณไง

01:59.410 --> 02:01.329
เวลาเพื่อนพาลูกมาบ้าน

02:01.412 --> 02:04.374
รีบเอาเบอร์รีไปซ่อนใต้บรอกโคลีโดยด่วนเลย

02:05.500 --> 02:07.252
นี่เป็นบทเรียนราคาแพงจริงนะ

02:07.335 --> 02:10.421
เพื่อนพาลูกมาบ้านผม ผมก็เป็นเจ้าบ้านที่ดี

02:10.505 --> 02:13.842
ผมเอาขนม เครื่องดื่ม เอาเบอร์รีออกมา

02:13.925 --> 02:15.552
พวกเขาแฮปปี้ ผมก็ดีใจ

02:15.635 --> 02:19.973
แล้วผมถึงได้รู้ว่า
"ยัยเด็กนี่ไม่รู้เลยสักนิดว่ามันราคาเท่าไหร่"

02:21.057 --> 02:23.351
นางกินมูมมามมาก

02:24.352 --> 02:26.271
กินเป็นกำๆ

02:27.063 --> 02:29.941
ผมไม่เคยเห็นใครถือเบอร์รีแบบนั้น

02:31.276 --> 02:32.735
ใครเขากินเบอร์รีแบบนั้นกัน

02:32.819 --> 02:36.364
นั่นมันท่าถือหัวใจมนุษย์ในพิธีบูชายัญ

02:40.952 --> 02:43.204
ผมไม่พูดอะไรเพราะมันดีต่อพวกเขา

02:43.288 --> 02:46.541
แต่ในใจผมนี่แบบ "แบบนี้ไม่ใช่แล้วมั้ง"

02:48.626 --> 02:51.588
ผมพยายามทำเฉยๆ แต่ที่จริงคือเซ็งมาก

02:51.671 --> 02:55.967
ผมเซ็งมากจนฟังที่พวกผู้ใหญ่คุยกันไม่รู้เรื่องเลย

02:57.177 --> 03:02.015
ผมไม่รู้ว่าเราคุยอะไรกันอยู่
เพราะมัวแต่ประเมินความเสียหายอยู่

03:03.850 --> 03:07.353
"นี่ไม่เห็นกันเหรอว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น
เรากำลังโดนปล้น"

03:10.398 --> 03:14.360
ผมไม่รู้จะทำยังไง
ผมพยายามสาธิตให้ดูว่ากินเบอร์รีกินยังไง

03:14.444 --> 03:16.362
ผมพยายามทำตัวเป็นแบบอย่าง

03:16.446 --> 03:20.617
ผมแบบ "นี่ หยิบทีละลูก

03:21.784 --> 03:24.037
ดูมันก่อน ชื่นชมสีสัน เนื้อสัมผัส

03:24.120 --> 03:26.331
อยู่กับปัจจุบันกับเบอร์รี

03:27.373 --> 03:29.042
เคี้ยวช้าๆ ค่อยๆ ละเลียด

03:29.125 --> 03:33.338
พอกินหมดถ้วยนึงก็พอแล้วสำหรับวันนี้ พอแล้ว"

03:38.384 --> 03:40.553
แต่น้องเขาไม่เก็ตเลย

03:40.637 --> 03:44.432
ผมหงุดหงิดมาก
เลยเริ่มกินเบอร์รีให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

03:47.143 --> 03:49.520
ซ่อนมันไว้ในหลอดอาหารผม

03:52.565 --> 03:54.609
มันเป็นอะไรที่ต้องยอมรับใช่ไหม

03:54.692 --> 04:00.406
พอมีเด็กอยู่ในซีน
บรรยากาศมันจะคาดเดาไม่ได้ทันที

04:00.990 --> 04:01.824
อะไรก็เกิดขึ้นได้

04:01.908 --> 04:04.202
วันก่อนผมไปบ้านเพื่อน

04:04.285 --> 04:07.413
แก๊งเพื่อนผู้ชายนั่งล้อมกองไฟดื่มเบียร์หลังบ้าน

04:07.497 --> 04:09.082
มานั่งเฮฮาไร้สาระกัน

04:09.165 --> 04:11.668
จู่ๆ ลูกเพื่อนผมก็เดินออกมา

04:11.751 --> 04:13.378
ถามคำถามใส่พ่อ

04:14.087 --> 04:18.007
คืออยู่ดีๆ ไม่มีปี่มีขลุ่ย
ไม่มีบริบทใดๆ ลูกคุณวิ่งมาหาคุณ

04:18.091 --> 04:22.345
แล้วซัดคำถามวิทยาศาสตร์ใส่คุณต่อหน้าทุกคน

04:24.013 --> 04:25.974
ทีนี้ก็เงียบกริ๊บกันหมด

04:27.308 --> 04:32.397
ตอนนี้เพื่อนผมก็พยายามอธิบาย
ว่าดวงจันทร์ทำงานยังไง

04:34.190 --> 04:36.859
ผมนี่ลุ้นแทนเขาจนเยี่ยวเหนียวเลย

04:36.943 --> 04:39.570
เพราะผมรู้ว่าเขาก็รู้ว่า
พวกเรากำลังฟังอยู่เหมือนกัน

04:41.197 --> 04:43.616
เอาจริงๆ พวกเราก็อยากรู้

04:44.951 --> 04:48.705
"เป็นคำถามที่ดีนะ ทำไมมันเป็นแบบนั้นเนอะ"

04:50.748 --> 04:55.378
เราไม่รู้คำตอบหรอก
แต่เรากำลังตัดสินคำอธิบายเขาอย่างตั้งใจมาก

04:57.547 --> 04:59.966
เพราะเวลาเพื่อนอธิบายอะไรให้เด็กฟัง

05:00.049 --> 05:02.010
บางครั้งก็ต้องพูดให้มันง่ายลงจะได้เข้าใจ

05:02.093 --> 05:06.639
แต่มีบางครั้งที่คุณเริ่มคิดได้ว่า
"เฮ่ย ไม่ดิ นี่เพื่อนฉันโง่จริงนี่หว่า"

05:11.102 --> 05:14.564
เด็กๆ นี่ทำให้เราเห็นสภาพตัวเองชัดขึ้นนะ

05:14.647 --> 05:17.108
อย่างวันก่อน ผมพาหลานไปสนามเด็กเล่น

05:17.191 --> 05:20.611
ทุกอย่างก็สนุกดีจนเธอเล่นบาร์โหนไม่ได้

05:20.695 --> 05:23.740
ผมก็แบบ "โอเค
เดี๋ยวลุงสาธิตให้ดูว่าเขาเล่นกันยังไง"

05:23.823 --> 05:27.744
แล้วผมก็พบความจริง
ผมสูญเสียพลังบาร์โหนไปแล้ว

05:29.120 --> 05:33.082
ผมไม่รู้เลยว่านี่เป็นทักษะ
ที่แค่วัยเท่านี้ก็เสียไปได้แล้ว

05:34.083 --> 05:38.087
มันจบแล้ว มันทำให้ผมใจหายนะ
ที่รู้ว่า ณ จุดหนึ่งในชีวิตนี้

05:38.171 --> 05:41.758
ผมโหนบาร์เป็นครั้งสุดท้าย

05:43.009 --> 05:45.928
แต่ไม่มีใครถ่ายรูปหรืออะไรไว้เลย

05:47.847 --> 05:49.849
ตอนแรกผมนึกว่าผมยังไหว ผมชัวร์ป้าบมาก

05:49.932 --> 05:51.809
เพราะผมดึงข้อได้ตั้งหลายที

05:51.893 --> 05:58.191
แต่บาร์โหนมันคือเอาน้ำหนักตัวทั้งหมด
ไปลงที่มือข้างเดียว แล้วแกว่งตัว

05:59.108 --> 06:01.652
เจอแรงจีเข้าเต็มๆ

06:03.279 --> 06:05.823
ผมลืมเรื่องแรงโน้มถ่วงไปเลย

06:05.907 --> 06:09.035
ผมจับบาร์อันแรก เริ่มเหวี่ยงตัวไปข้างหน้า

06:09.118 --> 06:11.662
แล้วพอแรงจีเริ่มเพิ่มขึ้น

06:11.746 --> 06:14.165
ผมก็รู้สึกเจ็บจึ้กตรงนี้

06:15.792 --> 06:17.627
กล้ามเนื้อหัวไหล่ผม

06:18.753 --> 06:21.464
มันแบบ "ปล่อยมือดีกว่าเหอะ ไอ้หนุ่ม"

06:22.423 --> 06:26.052
"ฉันจะฉีกหลุดจากลำตัวแกแล้วนะ"

06:29.347 --> 06:31.516
ผมเจ็บที่ใจด้วยนะ

06:32.183 --> 06:34.685
เพราะผมตั้งใจจะโชว์ทักษะสนุกๆ ให้หลานดู

06:34.769 --> 06:37.939
ที่เธอสามารถพัฒนาต่อ
ด้วยการฝึกฝนและประสบการณ์

06:38.022 --> 06:42.443
แต่สิ่งที่ผมให้หลานเห็นกลายเป็น
ร่างกายเราไม่นานก็ทรยศและพังซะแล้ว

06:44.779 --> 06:47.407
มันยิ่งสะเทือนใจไปอีกเพราะผมเคยเห็นคลิป

06:47.490 --> 06:50.827
ที่พวกผู้ก่อการร้ายฝึกโหนบาร์

06:50.910 --> 06:52.912
ผมเคยคิดว่ามันงี่เง่าสุดๆ

06:52.995 --> 06:55.915
แต่ตอนนี้ผมคิดว่า "โห พวกนี้ฟิตใช้ได้เลย"

06:57.083 --> 06:59.085
"พวกนี้อาจเป็นปัญหาทีหลังก็ได้นะ"

07:04.757 --> 07:08.886
ผมรู้สึกขอบคุณมาก
ที่ได้มาแสดงในโรงละครสวยๆ แบบนี้

07:09.637 --> 07:12.223
มันดีมากจริงๆ ดีมากๆ

07:14.725 --> 07:16.644
แต่มันก็ไม่ได้เป็นแบบนี้เสมอไป

07:17.645 --> 07:23.025
โชว์ล่าสุดที่ผมเล่นที่แอลเอ
ผมไปเล่นในร้านขายของผู้ใหญ่

07:23.609 --> 07:27.113
ผมชอบแสดงที่นั่นเพราะที่จอดรถฟรี

07:28.030 --> 07:29.949
ใช่ นั่นละรสนิยมเฉพาะตัวผม

07:31.826 --> 07:34.537
ผมแสดงเสร็จก็เดินดูของนิดหน่อย

07:34.620 --> 07:38.499
แล้วไปเจอยกทรงกินได้
ทำจากลูกกวาดน้ำตาลแข็ง

07:38.583 --> 07:40.042
ผมสนใจนะ แต่ก็คิดว่า

07:40.126 --> 07:44.088
"นั่นมันของวัยรุ่นเขา
อันตัวเราไม่กินลูกอมแบบนั้นแล้ว"

07:45.047 --> 07:46.966
ผมก็พร้อมจะสนุกนะ เราเล่นกันได้

07:47.049 --> 07:50.678
เดี๋ยวจะแทะนิดนึง แต่ที่เหลือเอาไปเก็บไว้ก่อน

07:51.345 --> 07:55.475
ไม่เอาสิ จะมาคาดหวังให้ผมกินทั้งตัวได้ไง

07:56.726 --> 08:00.771
ผมไม่กินน้ำตาลขนาดนั้นหรอก
เดี๋ยวปวดหัวตายพอดี

08:02.231 --> 08:05.485
มีชุดชั้นในที่ทำจากไทลินอลไหมล่ะ

08:07.987 --> 08:11.532
มีอะไรที่เหมาะกับตุ่มรับรสของผู้ใหญ่หน่อยไหม

08:12.450 --> 08:14.869
แบบว่าแทนที่จะเป็นยกทรงทั้งตัวทำจากลูกกวาด

08:14.952 --> 08:18.539
เอาเป็นแผ่นปิดหัวนม
ทำจากดาร์กช็อกโกแลตดีกว่าปะ

08:19.624 --> 08:23.669
เอาแบบดาร์ก โกโก้ไม่น้อยกว่า 75 เปอร์เซ็นต์

08:25.588 --> 08:29.467
จะ 85 เปอร์เซ็นต์เลยก็ได้ ผมไม่กลัวหรอก

08:32.053 --> 08:34.430
ผมหยิบกล่องยกทรงนั่นขึ้นมาดู

08:34.514 --> 08:37.600
พลิกอ่านข้อมูลคุณค่าทางโภชนาการ

08:39.393 --> 08:41.395
ยกทรงมีโปรตีนเท่าไหร่

08:45.483 --> 08:49.612
ผมก็แปลกใจนะ มันเขียนว่าน้ำตาลแปดกรัม

08:49.695 --> 08:52.031
ไม่เลวเลยนะนั่น

08:52.114 --> 08:56.786
ถ้าอยากตามใจปากตัวเองนิดนึง
แปดกรัมนี่ถือว่ากำลังดี

08:56.869 --> 09:00.623
แล้วพอดูต่อไป มันเขียนว่า 26 หน่วยบริโภค

09:02.542 --> 09:05.836
โหย! ยกทรงตัวเดียว 26 คนเลยเหรอ

09:06.337 --> 09:09.590
ปกติในห้องมีแค่เราสองคนนี่

09:11.717 --> 09:15.471
สูตรนี้คิดขึ้นมาไว้สำหรับงานเลี้ยงเป็นหมู่คณะนี่นา

09:16.222 --> 09:19.392
นี่มันยกทรงที่เหมาะจะใส่ไปงานปาร์ตี้
แบบเอาอาหารไปแชร์กัน

09:21.018 --> 09:24.814
"พร้อมกินของหวานก็บอกนะ
เธออุ่นของไว้ให้แล้ว"

09:27.358 --> 09:29.986
แต่ผมกิน 26 หน่วยบริโภคคนเดียวไม่ไหวหรอก

09:30.069 --> 09:32.363
ไม่มีทาง

09:32.446 --> 09:34.657
ค่าน้ำตาลสะสมผมก็สูงอยู่แล้ว

09:35.449 --> 09:37.326
ใช่ ผมมีภาวะก่อนเบาหวานแล้ว

09:37.410 --> 09:40.329
ผมไม่ยอมโดนตัดเท้าเพื่อจะได้เห็นนมหรอก

09:42.957 --> 09:45.293
แม่ผมคงโกรธแน่ๆ

09:46.294 --> 09:48.296
แม่เป็นคนทำเท้านี่ขึ้นมานะ

09:53.301 --> 09:56.971
ช่วงนี้ผมเพิ่งได้กลับไปเจอครอบครัวที่ฮิวสตัน

09:57.054 --> 10:01.142
ได้กลับไปบ้านที่ผมโตมา

10:01.767 --> 10:04.061
มันน่าสนใจที่ได้กลับไปตอนอายุเท่านี้

10:04.145 --> 10:08.232
เพราะเราจะสังเกตเห็น
สิ่งที่เรามองไม่ออกตอนยังเด็ก

10:08.316 --> 10:11.277
เหมือนอย่างผมเพิ่งรู้ว่าบ้านที่ผมโตมานี่

10:11.360 --> 10:13.988
แสงไฟมันหดหู่มาก

10:15.323 --> 10:17.658
ตอนนี้เห็นชัดมาก

10:18.326 --> 10:21.621
แต่ตอนเด็กๆ
ผมไม่มีทางดูออกว่ามันผิดปกติตรงไหน

10:22.496 --> 10:26.709
ตอนเด็กๆ ผมแค่รู้สึกว่า
"ทำไมมันเศร้าจังอะ"

10:29.795 --> 10:32.673
ผมเกือบจะมีวัยเด็กที่ดีแล้วนะ

10:32.757 --> 10:35.384
เราขาดแค่โคมไฟไม่กี่ดวงเอง

10:37.178 --> 10:38.721
แก้ไม่ยากเลย

10:38.804 --> 10:44.352
แต่ผู้อพยพรุ่นแรกๆ
ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับบรรยากาศหรอก

10:46.187 --> 10:50.483
พวกเขาคิดว่าบรรยากาศ
"แอมเบียนซ์" คือชื่อเมียของเจย์ซี

10:54.111 --> 10:58.949
เกือบทุกห้องมีไฟดวงเดียว
แค่ดวงเดียวตรงกลางเพดานห้อง

10:59.867 --> 11:02.536
เหมาะกับการสอบสวนมาก

11:03.621 --> 11:05.748
แสงเงาให้ความดราม่าสุดๆ

11:05.831 --> 11:09.418
เดินเข้าไปปุ๊บ ถุงใต้ตาก็ปูดขึ้นมาทันทีเลย

11:10.920 --> 11:12.713
พ่อแม่ผมไม่ได้ไม่มีความสุขนะ

11:12.797 --> 11:16.926
แค่หน้าตาเขาเหมือน
กำลังจะเล่าเรื่องผีให้ฟังตลอดเวลา

11:21.597 --> 11:23.307
แต่ลูกพี่ลูกน้องผมนี่หนักกว่า

11:23.391 --> 11:28.270
เพราะลุงผม
เล่นติดไฟฟลูออเรสเซนต์ซะเต็มบ้านเลย

11:28.771 --> 11:30.856
มันอาจจะประหยัดพลังงานกว่า

11:30.940 --> 11:33.859
แต่ทำแล้วไม่น่ารักเลย

11:35.361 --> 11:37.613
มันไม่ชวนอบอุ่น มันน่าขนลุก

11:37.697 --> 11:40.741
ไฟฟลูออเรสเซนต์ มันมีเสียงด้วย

11:42.743 --> 11:44.203
คุณได้ยินเสียงมัน

11:44.286 --> 11:46.497
ก่อนจะไปถึงคุณก็รู้แล้ว

11:46.580 --> 11:49.250
"คืนนี้ขอไม่อยู่นานนะ"

11:51.419 --> 11:54.755
มันมีเสียงหึ่งๆ เหมือนแมลงวันหัวเขียว

11:54.839 --> 11:58.634
จับคู่มากับความอบอุ่นของโต๊ะผ่าชันสูตรศพ

11:59.385 --> 12:02.722
บรรยากาศพร้อมจะแพนิกได้ทันที

12:06.517 --> 12:09.812
ผมโตมาในบ้านที่มีกฎห้ามใส่รองเท้าในบ้าน

12:09.895 --> 12:11.981
ซึ่งหมายความว่าพอคุณกลับถึงบ้าน

12:12.064 --> 12:14.942
คุณต้องหยุดที่ทางเข้า ถอดรองเท้าออก

12:15.025 --> 12:16.861
แล้วถึงเข้าไปในบ้านได้

12:16.944 --> 12:19.530
แต่ผมมีเพื่อนที่บ้านเขาไม่เป็นแบบนั้น

12:19.613 --> 12:21.657
แล้วพอผมได้ไปบ้านพวกเขา

12:21.741 --> 12:25.578
ผมงี้ตื่นเต้นสุดๆ ที่จะได้ลองอะไรแปลกใหม่

12:27.288 --> 12:28.497
ผมจำได้ว่ามีอยู่ซัมเมอร์นึง

12:28.581 --> 12:31.375
เด็กๆ ทั้งละแวกไปรวมตัวกันที่บ้านมาร์ค

12:31.459 --> 12:35.254
เพราะเขาเพิ่งได้เกมสตรีทไฟเตอร์ 2
ที่เล่นในซูเปอร์นินเทนโดมา

12:35.880 --> 12:38.716
ใช่ ตอนนั้นมันเป็นเรื่องใหญ่มาก

12:38.799 --> 12:42.136
แต่สิ่งที่ผมตื่นเต้นจริงๆ
คือการเดินจากข้างนอกบ้านเข้าข้างใน

12:42.219 --> 12:43.721
โดยไม่ต้องหยุดเลย

12:44.764 --> 12:47.057
ผมจะได้เดินตรงเข้าไปเลย

12:47.141 --> 12:52.271
ไม่ต้องมัวอ้อยอิ่งแถวโถงทางเข้า
แต่จะตรงดิ่งเข้าไปในบ้านนั้นเลย

12:52.772 --> 12:54.815
ผมจะเดินดิ่งไปถึงห้องนั่งเล่น

12:54.899 --> 12:58.402
จะได้รู้สึกว่าพรมมันเป็นยังไงตอนใส่รองเท้าอยู่

12:59.653 --> 13:03.574
โห ไม่เคยเดินในบ้านไหน
ที่พื้นมันหนึบขนาดนี้มาก่อนเลย

13:05.576 --> 13:08.621
แล้วบ้านเขายังตั้งแอร์
ต่ำกว่า 26 องศาเซลเซียสด้วยนะ

13:08.704 --> 13:11.665
รู้สึกเหมือนอยู่โรงแรมเลย

13:16.754 --> 13:19.256
จุดพีคสุดคือเวลาจะเข้าห้องน้ำ

13:19.340 --> 13:23.135
บางบ้านจัดวางไว้
แบบที่คุณต้องหยุดคิดว่า "โอ้ พระเจ้า

13:23.219 --> 13:27.807
นี่ฉันต้องใส่รองเท้า
เหยียบไปบนพรมเช็ดเท้านี่เหรอ"

13:28.307 --> 13:30.684
ผมรู้สึกเหมือนทำบาปเลย

13:31.185 --> 13:35.105
เพราะพรมเช็ดเท้าคือสิ่งแรก
ที่ร่างกายคุณสัมผัสหลังออกจากฝักบัว

13:35.189 --> 13:37.316
อยู่บ้านผมทำแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด

13:37.817 --> 13:39.693
ตอนนี้ผมแอบอยากลอง

13:40.319 --> 13:41.987
แต่ถ้าผมเป็นเพื่อนที่ดี ผมจะไม่ทำ

13:42.071 --> 13:45.658
ถ้าผมห่วงคุณเหมือนห่วงตัวเอง
ผมจะก้าวข้ามพรมเช็ดเท้าไป

13:45.741 --> 13:47.785
ผมจะเข้าไปท่านี้

13:51.747 --> 13:53.374
นี่แหละคือความรัก

13:54.375 --> 13:57.169
คุณไม่มีโอกาสได้เห็นทุกอย่างที่ผมทำเพื่อคุณ

13:58.712 --> 14:00.840
เพราะความรักไม่โอ้อวด

14:06.387 --> 14:09.473
ผมพยายามรักษากฎ
ไม่ใส่รองเท้าในบ้านที่บ้านผมเอง

14:09.557 --> 14:11.892
แต่มันก็ไม่ 100 เปอร์เซ็นต์

14:11.976 --> 14:13.310
บางทีก็ต้องยืดหยุ่นบ้าง

14:13.394 --> 14:15.813
บางทีคุณรีบมาก คุณใส่รองเท้าแล้ว

14:15.896 --> 14:19.984
ก้าวเท้าออกไปแล้ว แล้วนึกได้ว่าลืมกระเป๋าตังค์

14:20.067 --> 14:23.279
แต่คุณไม่มีเวลามาถอดใหม่ใส่ใหม่อีกรอบ

14:24.280 --> 14:28.075
เพราะงั้นคราวนี้จะเป็นโอกาสพิเศษละ

14:29.201 --> 14:31.662
วันนี้คุณจะใส่รองเท้าเข้าบ้าน

14:31.745 --> 14:34.540
แต่คุณจะไม่เดินตามปกติ

14:36.083 --> 14:38.335
คุณจะเดินกลับเข้าไปเหมือนพื้นเป็นลาวา

14:38.419 --> 14:39.461
คุณจะแบบ…

14:49.513 --> 14:51.015
มันดูติงต๊องมาก

14:51.515 --> 14:54.643
แต่มันมีหลักวิทยาศาสตร์รองรับ

14:55.769 --> 14:57.146
คุณรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร

14:57.229 --> 15:02.276
คุณก้าวเท้ายาวๆ เพื่อลดจุดปนเปื้อน

15:03.110 --> 15:08.282
คุณเดินด้วยปลายเท้าเพื่อลดพื้นที่สัมผัส

15:08.365 --> 15:12.244
และคุณเขย่งก้าวกระโดดเพราะกฎสามวินาที

15:13.913 --> 15:15.372
นี่คือเกมที่คุณเล่น

15:15.456 --> 15:20.669
เมื่อคุณเป็นคนขี้วิตกกังวล
ที่แสร้งทำเป็นว่าคุณควบคุมชีวิตได้

15:25.883 --> 15:29.136
มีหลายอย่างในโลกที่เราควบคุมไม่ได้

15:29.219 --> 15:32.181
อย่างเวลาผมออกทัวร์แสดง
บางทีก็ต้องนอนโรงแรม

15:32.264 --> 15:36.435
แล้วดันได้ที่นอนที่ใกล้หมดอายุขัยพอดี

15:37.019 --> 15:37.895
มันเกิดขึ้นได้

15:37.978 --> 15:40.481
ส่วนใหญ่ก็จะแค่ยวบๆ หน่อย

15:40.981 --> 15:45.361
วันก่อนผมเจอที่นอน
แบบเมมโมรีโฟมหลังเก่าซึ่งก็ดูปกติดี

15:45.444 --> 15:49.657
มองไม่เห็นว่ามีอะไรผิดปกติ
แต่พอนอนลงไป คุณรู้สึก

15:50.491 --> 15:53.827
มันคือความทรงจำของใครคนอื่น

15:55.204 --> 15:58.248
เป็นความทรงจำที่ชัดเจนมาก

15:59.708 --> 16:05.130
มีรอยเว้าเฉพาะตัว
ที่เกิดจากร่างกายซึ่งไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว

16:05.214 --> 16:09.802
แต่ขอบเขตของการหายไปยังคงอยู่อย่างชัดเจน

16:10.970 --> 16:15.307
และผมต้องเข้าไปนอน
ในรูปรอยของผู้ชายร่างใหญ่

16:16.850 --> 16:18.352
เรารูปร่างไม่เหมือนกันเลย

16:18.435 --> 16:20.938
ผมไม่ใช่กุญแจที่พอดีกับล็อกนั้น

16:22.481 --> 16:25.734
ผมเหลี่ยมตรงที่เขาโค้ง

16:26.235 --> 16:30.114
มันเหมือนผมกำลังนอนอยู่บนสนามสเกตน้อยๆ

16:36.578 --> 16:38.998
ไม่รู้ว่าพวกคุณดูออกจากออร่าผมไหม

16:39.081 --> 16:42.543
แต่ช่วงนี้ผมทำกับข้าวที่ใส่หอมแดง

16:44.962 --> 16:46.255
ดูออกใช่ไหม

16:48.382 --> 16:50.092
ดูมีประกายเนอะ

16:51.051 --> 16:52.803
มันดีนะ หอมแดงนี่มันดีจริงๆ

16:52.886 --> 16:55.764
ผมเพิ่งค้นพบเมื่อไม่นานนี้เอง
ผมแบบ "ว่าไง หัวหอม"

16:55.848 --> 16:58.767
"ไม่บอกกันเลยนะว่ามีญาติสุดแซ่บแบบนี้"

16:59.810 --> 17:02.521
"โห มาจากไหนเนี่ย กลิ่นไม่เหมือนกันเลย"

17:03.897 --> 17:07.776
มันคล้ายกัน แต่คุณปฏิบัติกับมันไม่เหมือนกัน

17:08.318 --> 17:09.778
หัวหอม คุณไม่ต้องอะไรมากได้

17:09.862 --> 17:13.866
คุณซื้อเป็นกระสอบ
แล้วโยนไว้ตรงมุมมืดไว้ใช้ทีหลัง

17:14.908 --> 17:19.413
แต่พอซื้อหอมแดงกลับบ้านสักหัว
คุณมีแผนละ

17:20.247 --> 17:23.917
คืนนี้คุณจะทำตามสูตรจริงจัง

17:24.710 --> 17:28.005
คุณจะแสดงฝีมือเต็มที่
คุณจะใช้เครื่องหั่นผักอย่างหรู

17:28.088 --> 17:32.509
ใส่ถุงมือข้างเดียวแบบไมเคิล แจ็กสัน
เพื่อจะได้ไม่สไลซ์ลายนิ้วมือหลุดไปด้วย

17:37.556 --> 17:40.267
ช่วงนี้ผมกำลังลองพวกผัก
ที่ให้กลิ่นหอมทั้งหลายอยู่

17:40.350 --> 17:42.853
เพิ่งผ่านช่วงคลั่งต้นกระเทียมฝรั่งมา

17:43.437 --> 17:48.650
รักเลย แต่ก็เสียใจที่เลี่ยงมันมานานมาก

17:48.734 --> 17:52.446
เพราะตอนเห็นต้นกระเทียมฝรั่งครั้งแรก
มันแอบน่ากลัวนะ

17:53.030 --> 17:56.742
ผมแบบ "โห นี่ต้นหอมที่ไปอัปหุ่นมาเหรอ"

17:58.577 --> 18:00.162
"จะใหญ่ไปไหน"

18:00.704 --> 18:04.708
ผมพยายามกินอาหารออร์แกนิก
แต่ไอ้นี่ตรวจสารกระตุ้นยังไงก็ไม่ผ่าน

18:05.709 --> 18:07.628
มันบึกเกินไป

18:08.253 --> 18:11.006
ทำไมปล่อยให้มันโตขนาดนั้น

18:11.090 --> 18:12.508
ลืมมันไปเลยละสิ

18:12.591 --> 18:15.677
น่าจะเก็บเกี่ยวตั้งแต่สามปีก่อนแล้ว

18:16.720 --> 18:18.430
ป่านนี้แล้วก็ปล่อยมันไปเถอะ

18:18.514 --> 18:20.849
อีกหน่อยก็จะเป็นต้นไม้แล้ว

18:26.146 --> 18:29.108
ผมชอบทำอาหารมาก ชอบทั้งกระบวนการเลย

18:29.191 --> 18:32.194
ผมชอบพลังของสมุนไพรและเครื่องเทศ

18:32.277 --> 18:34.446
สำหรับผม มันมหัศจรรย์จริงๆ

18:34.530 --> 18:37.741
เครื่องเทศที่ผมใช้ประจำคือยี่หร่า

18:37.825 --> 18:40.119
ของดีเลย

18:40.202 --> 18:44.456
หลายวัฒนธรรมทั่วโลกใช้เครื่องเทศตัวเดียวกันนี้

18:44.540 --> 18:47.459
มันมีรสชาติที่เข้มข้น

18:47.543 --> 18:50.963
กลิ่นฉุนนิดๆ มีกลิ่นตัวหน่อยๆ

18:52.131 --> 18:54.591
เป็นเครื่องเทศที่รื่นเริงมาก

18:54.675 --> 18:56.593
ทุกครั้งที่ได้กลิ่นยี่หร่า ผมจะแบบ

18:56.677 --> 18:59.513
"ได้กลิ่นใครอยู่ในครัวเหรอ"

19:01.515 --> 19:03.517
"ฮัลโหล"

19:05.894 --> 19:09.314
"กลิ่นเหมือนมีคนเพิ่งทำสวนมาเลย"

19:10.315 --> 19:12.943
"ขอบคุณนะ เดี๋ยวเอาน้ำให้ดื่ม"

19:14.236 --> 19:17.114
"เข้ามาเลย กลิ่นเหงื่อเซ็กซี่เชียว"

19:22.786 --> 19:26.165
บางทีหลังจากกินข้าวนอกบ้านติดๆ กันหลายวัน

19:26.248 --> 19:31.712
ผมจะพยายามไถ่บาป
ด้วยการปั่นสมูทตี้สุขภาพกินเองที่บ้าน

19:31.795 --> 19:33.547
แต่ผมมักจะทำมากเกินไป

19:33.630 --> 19:38.427
เพราะผมพยายามยัดทุกอย่าง
ที่ควรจะกินให้ครบตลอดทั้งสัปดาห์ลงไปทีเดียว

19:39.094 --> 19:42.389
มันจะมีสลัดสารพัด ผลไม้ทุกชนิด

19:42.472 --> 19:46.268
วอลนัต ผงเห็ด เมล็ดแฟลกซ์ ขมิ้น พริกไทยดำ

19:46.351 --> 19:49.813
สมูทตี้ผมออกมาสีเทาเข้ม

19:51.690 --> 19:53.734
เหนียวหนืด

19:54.526 --> 19:57.487
ดูเหมือนปูนซีเมนต์เปียก

19:58.614 --> 20:00.199
อย่างห่วย

20:00.282 --> 20:03.577
แต่มันดูดผ่านหลอดไม่ได้

20:04.578 --> 20:07.915
สมูทตี้ผมนี่ต้องกินด้วยมีดกับส้อม

20:10.000 --> 20:11.168
มันข้นเกินไป

20:11.251 --> 20:14.504
ต้องเติมของเหลวลงไป
เพื่อให้ได้ความข้นที่พอดี

20:14.588 --> 20:18.592
เยี่ยมเลย ตอนนี้ผมมีสมูทตี้สองแกลลอนละ

20:19.593 --> 20:21.220
ต้องลากแฟนมาร่วมชะตากรรม

20:21.303 --> 20:25.724
ผมแบบ "ที่รัก
ผมทำของว่างให้คุณด้วย ขอโทษนะ"

20:29.019 --> 20:32.314
ผมไม่ได้เรียนทำอาหารแบบเป็นเรื่องเป็นราว

20:32.397 --> 20:35.317
ส่วนใหญ่คือเรียนเอาหน้างาน
ด้นสดเอาเลยตอนนั้น

20:35.400 --> 20:37.110
ผมไม่เคยทำเมนูเดิมซ้ำสองครั้ง

20:37.194 --> 20:40.197
เพราะผมไม่รู้ว่าครั้งแรกมันเกิดขึ้นได้ยังไง

20:41.490 --> 20:42.991
ถ้าแฟนผมชอบอาหารจานนั้น

20:43.075 --> 20:46.370
ผมจะบอกว่า "กินให้พุงกางเลยนะ
เพราะมันจะไม่กลับมาอีกแล้ว"

20:47.621 --> 20:49.915
"คืนนี้เราโชคดี"

20:52.960 --> 20:55.212
ส่วนใหญ่ผมเป็นคนทำอาหาร แต่ก็มีบางครั้ง

20:55.295 --> 20:59.800
แฟนผมจะซื้ออุปกรณ์ครัวพิเศษ
ที่เราแทบไม่ได้ใช้กลับมา

20:59.883 --> 21:03.011
แต่กินพื้นที่เก็บของสุดๆ

21:04.388 --> 21:08.183
เธอกลับมาพร้อมที่บีบกระเทียมอันใหญ่บึ้ม

21:08.267 --> 21:10.727
ทำให้ลิ้นชักครัวการจราจรติดขัดไปหมด

21:10.811 --> 21:13.313
รู้ใช่ไหม เวลาเปิดลิ้นชัก

21:13.397 --> 21:16.233
มืออีกข้างต้องยื่นเข้าไปคอยปลอบพวกมันก่อน

21:16.316 --> 21:17.526
แบบ "เฮ้…"

21:22.489 --> 21:24.783
"ใจเย็นๆ"

21:24.866 --> 21:28.287
"เฮ้ ใจเย็นๆ นอนลงไป นี่ฉันเอง นอนลง"

21:29.496 --> 21:31.790
"ทำไมเอะอะโวยวายจัง"

21:32.332 --> 21:36.211
"ดูสิ ทำเอาทั้งลิ้นชักแตกตื่นหมดแล้ว
ที่คีบยังหูตาแตกเลย"

21:38.213 --> 21:39.881
แล้วข้อนิ้วคุณก็ถลอกหมด

21:39.965 --> 21:42.509
เพราะด้านนั้นเขาไม่ทาสีกัน

21:49.433 --> 21:52.394
ครั้งหนึ่งแฟนผมกลับบ้าน
พร้อมเครื่องทำบะหมี่ผักแบบเกลียว

21:52.477 --> 21:56.773
เอาไว้ทำเส้นซูกินีที่ไม่มีใครตื่นเต้นกับมันเลย

21:58.775 --> 22:00.277
มันน่าเศร้านะ

22:00.360 --> 22:03.822
เพราะตอนที่เห็นมันทำงานครั้งแรก
คุณจะตื่นเต้น

22:03.905 --> 22:07.284
คุณจะแบบ
"หูย มันดูเหมือนเส้นก๋วยเตี๋ยวจริงๆ"

22:08.410 --> 22:09.995
เหมือนจริงๆ นะ

22:10.078 --> 22:12.080
และในใจคุณก็อยากจะเชื่อ

22:12.164 --> 22:14.291
คุณคิดว่า "อาจจะมั้ง"

22:15.292 --> 22:17.419
"หรือว่าอาจจะเป็นบะหมี่จริงๆ ก็ได้"

22:18.295 --> 22:22.632
แต่พอคุณนั่งลงกิน มันก็แค่ผักเส้นปะ

22:23.550 --> 22:25.302
ตื่นได้แล้ว ไอ้โง่

22:26.678 --> 22:31.266
ผมนั่งดูหนังไซไฟระทึกขวัญไป
แล้วกินซูกินีเส้นไปไม่ได้หรอก

22:31.933 --> 22:35.812
เพราะผมยอมเชื่อได้แค่ระดับหนึ่งเท่านั้น

22:37.647 --> 22:40.275
จะให้ผมเชื่อว่าหุ่นยนต์ชั่วร้ายจากอนาคต

22:40.359 --> 22:42.611
เดินทางข้ามเวลามาทำลายโลก

22:42.694 --> 22:45.322
หรือจะให้ผมแกล้งเชื่อว่านั่นคือสปาเกตตี

22:50.952 --> 22:54.748
ครั้งหนึ่งแฟนผมกลับมา
พร้อมที่สไลซ์หัวหอมญี่ปุ่นหน้าตาน่าสนใจมาก

22:54.831 --> 22:58.001
มีด้ามจับอันเดียว
ข้างบนมีใบมีดประมาณแปดใบ

22:58.085 --> 22:59.753
กดครืดเดียวได้แปดชิ้น

22:59.836 --> 23:01.838
ผมไม่เคยใช้มันเลย

23:01.922 --> 23:03.799
ประมาณปีที่แล้ว ผมเคลียร์ลิ้นชัก

23:03.882 --> 23:05.717
ผมดึงมันขึ้นมา ลืมไปแล้วว่ามันคืออะไร

23:05.801 --> 23:07.260
มันมีฝาครอบอยู่ด้านบน

23:07.344 --> 23:08.470
ผมจับผิดท่า

23:08.553 --> 23:12.808
พอเปิดออก นิ้วผมก็ลากผ่านใบมีดทั้งแปดใบ

23:13.475 --> 23:17.771
แล้วผมก็เขวี้ยงมันทิ้งทันที

23:19.731 --> 23:22.818
นั่นคือครั้งเดียวที่เราได้ใช้มัน

23:24.069 --> 23:26.822
มันวางใหม่เอี่ยมอยู่ในลิ้นชักมาหลายปี

23:26.905 --> 23:28.782
รอเวลาที่จะเล่นงานผม

23:29.991 --> 23:31.868
แล้วมันก็เล่นผมได้เต็มๆ ผมนี่ทึ่งเลย

23:31.952 --> 23:35.622
มันเป็นบาดแผลที่เรียงห่างเท่ากันสวยที่สุด
ที่ผมเคยโดนมา

23:36.790 --> 23:39.960
หมอยังบอกเลยว่ารอยบาดผมนี่
คุณภาพระดับร้านอาหารเลย

23:45.757 --> 23:49.261
ตอนนี้ผมกำลังหาเครื่องปิ้งขนมปังเครื่องใหม่

23:49.344 --> 23:50.887
ถึงเวลานั้นอีกแล้ว

23:51.930 --> 23:55.267
เรามีเครื่องปิ้งขนมปังยี่ห้อพื้นๆ
มันก็ไม่แย่ เราใช้มาสิบปีแล้ว

23:55.350 --> 23:59.563
มันยังทำงานอยู่ แต่ตอนนี้มันทำงาน
ตอนที่ไม่มีใครอยู่บ้านด้วย

24:01.148 --> 24:02.983
ชักจะดีเกินไปแล้ว

24:03.817 --> 24:06.653
เราก็เลยเริ่มดูตัวเลือกใหม่ๆ
ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจนะ

24:06.736 --> 24:10.490
แต่ตอนนี้ผมมาถึงจุดที่อาจจะพอมีเงินซื้อ

24:10.574 --> 24:12.492
เครื่องปิ้งขนมปังเบรวิลล์ได้แล้ว

24:13.326 --> 24:15.620
อาจจะนะ

24:15.704 --> 24:18.248
ต้องกลับไปคำนวณตัวเลขอีกที

24:20.000 --> 24:22.169
มันแพงมาก แต่ก็สวยมาก

24:22.252 --> 24:24.713
แล้วเพื่อนๆ ผมก็ชอบของที่เขาใช้อยู่มาก
ผมเลยตื่นเต้น

24:24.796 --> 24:28.550
แต่แล้วผมก็นึกขึ้นได้ว่า ถ้ามันดีขนาดนั้นจริงๆ

24:28.633 --> 24:33.346
ก็มีโอกาสที่มันจะเป็นเครื่องปิ้งขนมปัง
เครื่องสุดท้ายของผม

24:34.264 --> 24:35.724
โห หนักในนี้เลย

24:36.683 --> 24:37.934
ผมยังไม่พร้อมกับเรื่องแบบนั้น

24:38.018 --> 24:41.771
ผมแค่อยากทำไดโน่นักเก็ตผมให้กรอบแค่นั้น

24:43.023 --> 24:46.610
แต่ตอนนี้ผมต้องมานั่งคิดถึงความตายเนี่ยนะ

24:47.360 --> 24:52.741
ตอนนี้ผมต้องมานั่งคิดว่าควรยกมรดกชิ้นนี้ให้ใคร

24:54.159 --> 24:59.873
หลานผมคนไหนที่มีเสน่ห์พอ
จะได้ออกรายการแอนทีคโรดโชว์เล่าเรื่องผม

25:08.590 --> 25:10.425
จนถึงทุกวันนี้

25:10.509 --> 25:15.430
ผมยังมีนิสัยประหยัดติดตัวมาจากวัยเด็ก
ที่เลิกไม่ได้สักที

25:15.514 --> 25:19.976
อย่างเช่น ผมยังทำใจ
ใช้กระดาษทิชชูทั้งแผ่นไม่ได้

25:21.436 --> 25:22.979
ผมอยากฉีกมันแบ่งครึ่ง

25:23.063 --> 25:25.023
แล้วเอาอีกครึ่งให้แฟน

25:26.316 --> 25:28.485
หรือไม่ก็ปล่อยไว้อย่างนั้นบนม้วน

25:28.568 --> 25:31.613
แล้วม้วนกลับให้มันดูสวยๆ

25:32.989 --> 25:35.867
ถ้าไปกินข้าวร้านอาหารแล้วเขาให้ทิชชูเปียกมา

25:35.951 --> 25:38.370
ผมมักจะไม่ใช้ทันที

25:38.453 --> 25:41.164
ผมจะแบบ "ขอเก็บใส่กระเป๋าก่อน"

25:41.998 --> 25:44.000
"เก็บไว้ใช้ทีหลังดีกว่า"

25:44.084 --> 25:46.253
"ใช้ตอนนี้ไม่คุ้ม"

25:46.753 --> 25:50.340
มันเปียก ห่อแยกเป็นชิ้นๆ
เลยรู้สึกเหมือนต้องตั้งใจใช้

25:50.423 --> 25:53.677
พอคุณเลือกจะใช้มัน คุณมีโอกาสแค่ครั้งเดียว

25:54.844 --> 25:56.346
ต้องใช้ให้คุ้ม

25:56.930 --> 25:59.724
คุณก็เลยพกติดตัวไว้ตลอด พร้อมจะใช้มัน

25:59.808 --> 26:01.768
แล้วคุณก็ใช้ชีวิตไป

26:01.851 --> 26:05.438
บางครั้งบางคราวสถานการณ์มันก็มา
แล้วคุณก็แบบ…

26:05.522 --> 26:08.108
"ตอนนี้รึเปล่านะ"

26:09.651 --> 26:13.196
"ไม่ ยังไม่ถึงขั้นนั้น แค่นี้ยังพอไหว"

26:13.280 --> 26:15.991
"มีทิชชูอยู่ แก้วน้ำก็มีหยดน้ำเกาะอยู่"

26:16.074 --> 26:17.576
"แค่นี้ก็เหลือเฟือแล้ว"

26:19.077 --> 26:22.539
"ไม่เป็นไร จะใช้ทิชชูเปียกทั้งซอง
กับเรื่องแค่นี้ไม่ได้หรอก"

26:25.083 --> 26:27.043
แล้วคุณก็รอไป รอต่อไป

26:27.127 --> 26:29.754
จนในที่สุด วันหนึ่งคุณก็เจอโมเมนต์ที่คู่ควร

26:29.838 --> 26:31.798
คุณตื่นเต้นมากที่จะได้ใช้มันให้ฉ่ำปอดสักที

26:31.881 --> 26:35.468
คุณฉีกซองออกมา
แล้วพบว่าน้ำหายไปหมดแล้ว

26:36.386 --> 26:38.680
ตอนนี้คุณเลยพยายามจะเช็ดนิ้วที่เลอะบาร์บีคิว

26:38.763 --> 26:42.183
ด้วยแบบแผ่นหอมอบผ้าที่หมดสภาพแล้ว

26:50.900 --> 26:53.403
ในทางเทคนิค ผมเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวนะ

26:53.486 --> 26:57.907
แต่ผมรู้สึกว่าผมยังต้องอีกนิด
กว่าจะเป็นผู้ใหญ่จริงๆ

26:57.991 --> 27:01.328
ผมพยายามฝึกตัวเองนะ
แบบค่อยๆ ทีละขั้น

27:01.411 --> 27:04.581
อย่างบางที หลังดูหนังผีจบ

27:04.664 --> 27:07.542
ผมจะเดินเข้าไปในห้องมืดๆ ในอะพาร์ตเมนต์ผม

27:07.626 --> 27:11.546
แต่ผมจะไม่เปิดไฟ ลองทำตัวให้กล้าๆ หน่อย

27:14.132 --> 27:16.635
คือคุณต้องเดินด้วยจังหวะปกติ

27:16.718 --> 27:19.846
พอเข้าไปแล้ว อย่าเร่งฝีเท้า

27:20.597 --> 27:22.265
นั่นบ้านคุณนะ

27:23.099 --> 27:24.517
ทำตัวให้สมกับเป็นเจ้าของบ้านสิ

27:26.895 --> 27:28.480
ถ้าคุณเริ่มเดินจ้ำๆ

27:28.563 --> 27:31.733
เท่ากับคุณบอกผีว่าคุณกลัวมัน

27:33.526 --> 27:36.279
อย่าให้พวกมันได้ใจ

27:37.530 --> 27:39.658
นิ่งไว้ ผมเดินเข้าไป นิ่งๆ

27:39.741 --> 27:42.202
ผมทำธุระของผม ทำสิ่งที่ต้องทำ

27:42.285 --> 27:43.370
ผมหันกลับ

27:43.453 --> 27:44.954
แล้วเริ่มเดินออกมา

27:46.122 --> 27:47.916
นิ่งสุดๆ

27:47.999 --> 27:50.919
ใกล้แล้ว เห็นไฟตรงโถงทางเดินแล้ว

27:51.002 --> 27:52.504
สามก้าวสุดท้าย…

27:52.587 --> 27:53.963
ผมวิ่ง

27:55.590 --> 27:59.678
วิ่งไปจนถึงกรอบประตู
แล้วก็โดดเข้าหาแสงไฟ

28:00.178 --> 28:03.264
แต่ตอนที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศ
อย่าเหยียดขาหลังมากเกินไป

28:03.348 --> 28:07.435
นั่นแหละคือจังหวะที่คุณจะโดนคว้า
แล้วถูกลากไปสู่จุดจบ

28:08.103 --> 28:11.940
คุณรู้ดี เพราะงั้นวิ่ง กระโดด หดขา

28:13.316 --> 28:15.860
แล้วก็ส่งเสียงขนหัวลุกออกมาแบบ…

28:22.951 --> 28:28.415
เผื่อคุณไม่รู้…
เป็นภาษาไต้หวัน แปลว่า "หยึย!"

28:36.172 --> 28:39.050
บางทีผมก็พยายามทำตัวกล้าๆ
ตอนอาบน้ำเหมือนกันนะ

28:39.134 --> 28:41.553
อย่างไม่รอให้น้ำอุ่นก่อน

28:41.636 --> 28:42.762
ไม่ลองดูด้วยซ้ำ

28:42.846 --> 28:47.183
ผมเดินเข้าไปเลยเหมือนนักรบ

28:49.936 --> 28:52.063
มันยากนะ

28:52.147 --> 28:55.567
ถ้าอยากบ้าให้สุดก็อย่าเพิ่งเปิดน้ำ

28:57.235 --> 28:58.403
คืนนี้ลองไปทำดู

28:58.486 --> 29:00.822
กลับบ้าน ถอดเสื้อผ้าออกให้หมด

29:00.905 --> 29:05.243
ก้าวเข้าไปในส่วนอาบน้ำที่แห้งและเงียบ

29:06.786 --> 29:08.413
รู้สึกถึงความตึงเครียดนั่นดู

29:09.622 --> 29:12.083
มันแปลกๆ ไม่แค่เฉยๆ เลยแหละ

29:13.877 --> 29:16.629
มองที่รูพวกนั้นที่ฝักบัวคุณ

29:17.297 --> 29:19.507
แล้วใช้มือของคุณเอง

29:19.591 --> 29:21.384
เปิดน้ำฉีดใส่ตัวเอง

29:24.679 --> 29:26.055
อย่าหลบ

29:27.098 --> 29:28.391
อย่าบัง

29:30.685 --> 29:31.519
กล้าๆ ไว้

29:31.603 --> 29:33.980
พอผีเห็นคุณทำแบบนั้น…

29:35.440 --> 29:36.858
มันจะกลัว

29:37.901 --> 29:40.487
จากผีหลอกกลายเป็นหลอกผี

29:43.615 --> 29:47.786
พวกมันจะแบบ
"ไอ้หมอนี่มันบ้า บ้านนี้อยู่ไม่ได้แล้ว"

29:48.745 --> 29:50.079
แล้วมันก็หนีไป

29:50.789 --> 29:53.291
พอคุณรู้สึกได้ว่าวิญญาณร้ายนั่นกำลังสลายไป

29:53.374 --> 29:55.919
คุณก็หันไป "แฮ่!"

30:03.551 --> 30:07.263
พยายามฉลองชัยชนะเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตน่ะ

30:07.347 --> 30:08.848
ไม่นานนี้ผมเพิ่งบรรลุขั้นใหม่

30:08.932 --> 30:12.727
ผมเริ่มซื้อแปรงสีฟันแบบยกแพ็กแล้ว

30:14.145 --> 30:15.438
นี่เรื่องใหม่สำหรับผมนะ

30:15.522 --> 30:19.025
แทบทั้งชีวิตที่ผ่านมา
ผมอยู่แบบแปรงชนแปรง

30:19.567 --> 30:20.401
ไม่มีสำรอง

30:20.485 --> 30:23.238
ผมออกไปซื้อทีละด้าม

30:25.657 --> 30:27.033
ผมมีแค่ด้ามเดียว

30:27.116 --> 30:31.955
และผมจะใช้ด้ามนั้น
จนกว่าจะไม่มีขนแปรงเส้นไหนขนานกัน

30:33.206 --> 30:35.834
แล้วผมก็ยังใช้มันต่อ

30:35.917 --> 30:39.003
เพราะผมจะกล่อมตัวเองว่า
มันน่าจะทำความสะอาดได้ดีขึ้น

30:39.087 --> 30:42.298
พอผมทำจนมันฟูๆ แบบนี้แล้ว

30:43.424 --> 30:44.968
ขนมันแข็งแรงขึ้น

30:45.844 --> 30:48.638
แล้วไม่นานผมจะเลื่อนขั้นมัน
ให้ไปทำหน้าที่ในครัว

30:52.684 --> 30:55.019
มันเป็นเรื่องของความรู้สึกปลอดภัย

30:55.103 --> 30:58.189
มันรู้สึกดีที่รู้ว่าเมื่อผมกลับบ้านคืนนี้

30:58.273 --> 31:01.651
ถ้าอยากใช้ด้ามใหม่ ผมก็มีให้ใช้

31:01.734 --> 31:04.028
ถ้าคุณแวะมาที่บ้าน ผมก็มีให้คุณ ไม่มีปัญหา

31:04.112 --> 31:06.406
คุณพาเพื่อนมาด้วยได้ถึงสี่คนเลยด้วย

31:08.908 --> 31:13.705
แล้วข้อดีที่สุดของแบบแพ็กก็คือคุณได้เลือกสี

31:14.414 --> 31:15.540
นั่นแหละคือโอกาส

31:15.623 --> 31:18.126
ใช้เวลาค่อยๆ ตั้งใจเลือก ถามใจตัวเองดู

31:18.209 --> 31:21.796
สีไหนที่ให้พลังงานที่คุณต้องการตอนนี้

31:22.797 --> 31:24.716
สีฟ้า อันนี้ผ่อนคลาย

31:24.799 --> 31:27.010
เป็นมหาสมุทรแห่งความสงบ

31:27.802 --> 31:32.015
อันสีแดง เยี่ยม สนุกดี
แต่อาจจะแซ่บไปนิดนะ

31:33.182 --> 31:34.976
สีม่วงนี่คือสายพลัง

31:35.059 --> 31:40.857
ผมจะหยิบสีม่วง
เฉพาะตอนที่อยากเปลี่ยนบทชีวิต

31:42.233 --> 31:44.360
บางครั้งคุณก็ไม่ได้ใช้ชีวิตให้ดีที่สุด

31:44.444 --> 31:47.238
อาจจะเผลอตัดสินใจอะไร
ที่ทำร้ายตัวเองเป็นชุดๆ

31:47.322 --> 31:52.076
ตอนนี้ถึงเวลาต้องปรับพฤติกรรม
ให้กลับมาตรงกับความเป็นคุณแล้ว

31:53.119 --> 31:55.413
งั้นก็ มา เจ้าแปรงสีฟันสีม่วง

31:56.414 --> 31:57.999
ลุยกันเลย

31:58.791 --> 32:03.171
เรามีทั้งคราบหินปูนและปีศาจในใจที่ต้องกำจัด

32:07.216 --> 32:09.260
ผมอยากเป็นคนที่ดีขึ้นใช่ไหมล่ะ

32:09.344 --> 32:12.472
ผมพยายามอยู่ ผมมีความอยากเรียนรู้

32:12.555 --> 32:16.267
แค่บางทีไม่ค่อยมีแรงทำให้จบ

32:16.351 --> 32:20.313
นั่นแหละเหตุผลที่ในคอมผม
มีแท็บเปิดค้างไว้เพียบ

32:21.898 --> 32:27.570
ก็ในอินเทอร์เน็ตมันมีทรัพยากรเยอะมาก
ที่ผมรู้สึกว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับชีวิตผม

32:27.654 --> 32:31.032
แต่แบบ ไม่ใช่วันนี้

32:32.408 --> 32:34.077
ไว้ก่อน

32:35.370 --> 32:37.497
นี่ แต่ส่งลิงก์นั้นมาให้ด้วย

32:41.459 --> 32:44.879
ผมอยากได้ลิงก์นั่น
ผมจะเปิดแท็บเก็บไว้ ผมมีระบบของผม

32:45.630 --> 32:49.425
ยิ่งคุณเปิดแท็บไว้มากเท่าไหร่
มันก็จะยิ่งเล็กลงเท่านั้น

32:50.760 --> 32:51.886
ตอนแรกมันก็ใหญ่เท่านี้

32:51.970 --> 32:56.224
แล้วก็กลายเป็น "อ้าว ไม่มีข้อมูลให้เห็นแล้ว"

32:57.266 --> 33:00.770
คุณไม่รู้ว่านี่แท็บอะไร แต่มีเป็นกองเต็มไปหมด

33:02.146 --> 33:03.690
และมันน่าอายใช่ไหม

33:03.773 --> 33:06.359
เวลามีประชุมงานแล้วต้องแชร์หน้าจอ

33:06.442 --> 33:08.528
คุณจะไม่แชร์หน้าจอนั้นเด็ดขาด

33:09.737 --> 33:11.155
คุณเปิดหน้าต่างใหม่เลย

33:11.239 --> 33:13.825
คุณทำท่าแบบ
"ทุกอย่างเรียบร้อยครับเจ้านาย"

33:15.243 --> 33:18.162
"ผมโอเค ผมพร้อมประชุมกับผู้ถือหุ้นแล้ว"

33:21.791 --> 33:24.168
ทุกๆ สองสามเดือน
เบราว์เซอร์มันจะเด้งมาให้อัปเดต

33:24.252 --> 33:27.255
คุณก็แบบ "เดี๋ยวๆ แล้วคอลเลกชันของฉันล่ะ"

33:29.090 --> 33:31.175
เบราว์เซอร์ก็แบบ "ไม่ต้องห่วง เราจัดการให้

33:31.259 --> 33:35.138
เราจะเปิดแท็บทั้งหมดกลับมาให้เอง"

33:35.221 --> 33:36.305
"แต่มันเยอะมากนะ"

33:36.389 --> 33:38.683
"คุณควรใช้บุ๊กมาร์ก"

33:40.768 --> 33:44.313
ทุกๆ สองสามปี คอมพิวเตอร์ของคุณจะพังไปเลย

33:44.397 --> 33:47.692
แท็บทั้งหมดหายวับไปตลอดกาล

33:47.775 --> 33:51.529
ความรู้สึกสูญเสียนั้นทำคุณแตกสลาย

33:52.030 --> 33:54.782
แต่แล้วคุณก็แบบ "ฉันเป็นอิสระแล้วซะที"

33:56.451 --> 33:59.912
"ขอบคุณนะที่ทำในสิ่งที่ฉันทำเองไม่ได้"

34:06.002 --> 34:08.171
ผมไม่ค่อยแน่ใจเรื่องเทคโนโลยีพวกนี้

34:08.254 --> 34:10.590
ผมไม่รู้ว่ามันทำให้ชีวิตเราดีขึ้นจริงไหม

34:10.673 --> 34:14.677
แต่ที่แน่ๆ มันทำให้บางอย่างในชีวิตมันแปลกขึ้น

34:15.303 --> 34:17.847
อย่างล่าสุด ผมทำหูฟังหาย

34:17.930 --> 34:20.475
ลืมไว้ที่ไหนสักแห่งนอกแอตแลนติกซิตี

34:20.558 --> 34:22.268
ผมคงไม่ได้มันคืนแล้ว

34:22.351 --> 34:24.979
แต่ด้วยพลังของเทคโนโลยี

34:25.063 --> 34:27.190
ผมยังเช็กดูหูฟังได้อยู่

34:28.983 --> 34:32.695
ถ้าผมอยากรู้ ผมเช็กได้เลยตอนนี้ว่ามันอยู่ที่ไหน

34:33.738 --> 34:35.573
ไม่ดีต่อสุขภาพจิตเลย

34:36.574 --> 34:39.452
ผมรู้ว่ามันอยู่ที่ไหน ผมรู้ว่ามันทำงานที่ไหน

34:39.535 --> 34:42.872
รู้ด้วยว่ามันได้รับการชาร์จไฟเป็นประจำ

34:43.790 --> 34:45.500
มันมูฟออนแล้ว

34:46.000 --> 34:47.794
ไปตามเรื่องตามราวแล้ว แต่ผมนี่พังเลย

34:47.877 --> 34:50.630
มันมีตัวเลือกให้ลืมอุปกรณ์นี้ได้ แต่…

34:51.672 --> 34:53.382
ผมไม่อยากลืมนี่

34:54.759 --> 34:58.387
ผมไม่อยากปล่อยวาง
"ฉันเสียแกไปครั้งหนึ่งแล้ว"

34:59.555 --> 35:02.892
"ไม่อยากเชื่อเลยว่า
แกจะไปจับคู่กับใครที่ไหนก็ไม่รู้"

35:08.314 --> 35:12.443
ผมพยายามไม่ทำตัววัตถุนิยม
ยึดติดกับของนอกกายพวกนี้นะ

35:12.527 --> 35:15.113
แต่ขณะเดียวกัน
ผมก็พยายามดูแลของที่มีอยู่ให้ดี

35:15.196 --> 35:16.781
อย่างแว่นตานี่

35:16.864 --> 35:20.034
เพราะงั้นถ้าต้องทำอะไรที่ต้องออกแรง
ผมจะใส่คอนแทคเลนส์แทน

35:20.118 --> 35:23.996
อย่างเวลาเล่นบาสหรือไปคลับเปลื้องผ้า

35:26.958 --> 35:29.627
นึกออกไหม เพราะถ้าใส่แว่นไปคลับเปลื้องผ้า

35:29.710 --> 35:32.839
แล้วนั่งใกล้เวที มีโอกาสสูงมาก

35:32.922 --> 35:35.842
ที่นักเต้นจะดึงแว่นออกจากหน้าคุณ

35:35.925 --> 35:38.553
ผมเคยโดนมาแล้วไม่ต่ำกว่าสองครั้ง

35:41.055 --> 35:44.475
ถ้าอยากเล่นบทบรรณารักษ์สุดเซ็กซี่ ก็เอาเลย

35:44.559 --> 35:45.852
ผมจะสนับสนุนคุณ

35:45.935 --> 35:49.021
แต่เอาพร็อปของคุณมาเองดิ

35:50.398 --> 35:51.649
นี่ไม่ใช่ของเล่น

35:51.732 --> 35:54.318
นี่คืออุปกรณ์ทางการแพทย์

35:55.319 --> 35:58.072
ปกติผมยอมให้แค่ช่างทำแว่นจับแว่นผมนะ

35:58.156 --> 36:02.243
แต่ไหนๆ คุณไม่ได้ใส่เสื้อผ้า
คืนนี้ผมจะยอมให้ละกัน

36:05.496 --> 36:09.292
พวกเธอเอาแว่นคุณไปใส่
แล้วก็เลื่อนลงมาไว้ที่ปลายจมูก

36:09.375 --> 36:11.711
แล้วก็ส่งสายตายั่วยวนมาให้

36:12.712 --> 36:14.297
มันควรจะเป็นช่วงเวลาที่เซ็กซี่นะ

36:14.380 --> 36:17.133
แต่เปล่าเลย เพราะผมต้องหยีตามองเธอ

36:23.639 --> 36:25.933
"เธอมีสี่หัวนมรึเปล่าน่ะ"

36:31.063 --> 36:33.691
แล้วเธอก็เปลี่ยนมุกใหม่ เธอถอดแว่นออก

36:33.774 --> 36:38.196
แล้วพาแว่นไปทัวร์ตามร่างกายเธอ

36:38.279 --> 36:42.825
ผมก็แบบ "โห แว่นคงจะสำราญบานใจน่าดู"

36:44.368 --> 36:47.205
แต่ผมมองไม่เห็นสิ่งที่แว่นเห็น

36:47.705 --> 36:51.792
มันไม่ได้เชื่อมต่อบลูทูธ
กับกลีบท้ายทอยสมองของผม

36:57.089 --> 36:59.008
ในที่สุดผมก็ได้แว่นคืน

36:59.091 --> 37:02.136
และแน่นอน เลนส์แว่นผมเลอะไปหมด

37:02.637 --> 37:05.306
มีรอยนมติดอยู่บนเลนส์

37:05.890 --> 37:10.603
มีรอยส่วนตั๊วส่วนตัวทิ้งไว้
แต่ผมไม่เกิดอารมณ์กับคราบนิติเวชนี่หรอก

37:11.604 --> 37:13.314
ผมไม่ได้เอาผ้าเช็ดเลนส์มา

37:13.397 --> 37:17.401
ตอนนี้ผมเลยต้องดูโชว์ต่อจนจบ
แบบความละเอียดต่ำ

37:24.283 --> 37:26.494
ผมต้องพักจากการทัวร์อยู่ช่วงหนึ่ง

37:26.577 --> 37:30.665
ต้องกลับบ้านที่แอลเอไปทำหน้าที่ลูกขุน

37:31.165 --> 37:33.334
ใช่ ผมไม่ได้อยากถูกเลือกเลยนะ

37:33.417 --> 37:37.338
แต่ผมถูกเลือกตั้งแต่รอบแรก
ตัวเลือกอันดับหนึ่งครับผม

37:38.172 --> 37:41.092
ผมก็ภูมิใจอยู่นะ แล้วก็เริ่มกังวล

37:41.175 --> 37:45.263
ผมแบบ "ถ้าฉันเป็นตัวเลือกแรก
ทีมนี้คงไม่ได้เข้ารอบเพลย์ออฟแหง"

37:47.098 --> 37:49.934
เราผ่านกระบวนการคัดเลือก ทุกอย่างเรียบร้อย

37:50.017 --> 37:53.062
จังหวะสุดท้าย ลูกขุนหมายเลขสามยกมือ
เขาพยายามจะขอถอนตัว

37:53.145 --> 37:55.648
เขาบอกว่า "ท่านครับ ผมสมัครงานอยู่"

37:55.731 --> 37:58.067
"ผมอาจจะมีสัมภาษณ์งานสัปดาห์หน้า"

37:58.150 --> 38:00.278
ผู้พิพากษามองเขาแวบนึง

38:00.361 --> 38:04.115
แล้วเธอก็ตัดสินใจว่า
เขาจะต้องอยู่ในคณะลูกขุนต่อ

38:04.699 --> 38:06.701
เพราะผู้พิพากษาก็ต้องตัดสินใช่ไหมล่ะ

38:07.326 --> 38:08.703
และจากที่เธอเห็น

38:08.786 --> 38:11.455
เธอคิดว่า "นายไม่มีทางได้งานหรอก"

38:12.707 --> 38:15.334
เธอตัดสินว่าเขาไม่น่าจ้าง

38:15.835 --> 38:18.629
แต่เธอก็ให้เขามาเป็นเพื่อนร่วมงานผม

38:20.464 --> 38:22.425
มันทำให้ผมตั้งคำถามกับระบบ

38:22.508 --> 38:25.177
เพราะในทางทฤษฎี
หน้าที่ลูกขุนมันดูสูงส่งมาก

38:25.261 --> 38:28.514
แต่ในความเป็นจริง มันดูสบายๆ มากเลยเนอะ

38:28.597 --> 38:32.935
รัฐบาลก็แค่แบบ "ไง คุณว่างไหม"

38:35.021 --> 38:37.273
"มาที่ศาลหน่อย เรามีสถานการณ์

38:37.356 --> 38:40.985
ในสาขาที่คุณไม่มีประสบการณ์พื้นฐาน

38:41.610 --> 38:44.030
ไม่มีความรู้ หรือความสนใจเลย

38:44.113 --> 38:46.490
แต่เราจะให้สองฝ่ายที่เห็นต่างกันสุดขั้ว

38:46.574 --> 38:51.454
นำเสนอข้อโต้แย้งที่ขัดแย้งกันอย่างยิ่ง
เพื่อพิสูจน์ว่าพวกเขาถูก

38:51.537 --> 38:54.749
แล้วคุณช่วยบอกความจริงให้เราหน่อยนะ"

38:56.876 --> 38:58.210
"คุณทำได้น่า"

39:03.090 --> 39:07.970
มันกดดันมากนะ

39:08.054 --> 39:09.513
ศาลเหมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์

39:09.597 --> 39:12.808
ที่ที่คุณน่าจะได้แก้ไขความผิดพลาดในอดีต

39:12.892 --> 39:16.187
และผู้คนก็แต่งตัวให้เหมาะแก่กาลเทศะ
ผู้พิพากษาสวมเสื้อคลุม

39:16.270 --> 39:18.189
ทนายความสวมสูทสั่งตัด

39:18.272 --> 39:19.899
มันเป็นพิธีการมาก

39:19.982 --> 39:21.901
ยกเว้นคณะลูกขุน

39:23.194 --> 39:27.865
พวกลูกขุนอย่างพวกผม
แต่งตัวเหมือนไม่มีอะไรได้เสียกับผลลัพธ์เลย

39:28.824 --> 39:31.285
เราแต่งตัวเหมือนเสียไม่ได้

39:31.369 --> 39:35.790
และอยากให้ศาลรู้ว่าเวลานี้มันไม่ใช่สุดๆ

39:41.045 --> 39:43.631
เราทำหน้าที่ได้ไม่ดีเลย

39:44.548 --> 39:46.634
การพิจารณาคดีใช้เวลาสามสัปดาห์

39:46.717 --> 39:49.553
แต่ไม่มีใครจดบันทึกเลย

39:50.679 --> 39:54.350
ไม่มีใครจด ทุกคนคิดว่า "ฉันคงจำได้แหละ"

39:56.727 --> 39:59.688
พอถึงเวลาประชุมตัดสินคดี
เราแทบไม่มีข้อมูลอะไรอยู่ในหัว

39:59.772 --> 40:01.941
เราเลยตัดสินกันจากฟีลล้วนๆ

40:03.275 --> 40:05.778
เราแบบ "ไม่รู้สิ…"

40:07.738 --> 40:09.281
"ผิดมั้ง"

40:11.951 --> 40:13.702
ฟังดูแย่มากใช่ไหม แต่ใจเย็นก่อน

40:13.786 --> 40:15.413
ไม่มีชีวิตใครแขวนอยู่บนเส้นด้าย

40:15.496 --> 40:16.872
มันเป็นคดีแพ่ง

40:16.956 --> 40:20.459
เป็นคดีบริษัทอเมริกันฟ้องบริษัทแคนาดา

40:20.543 --> 40:22.628
เราเลยตัดสินให้ทีมเจ้าบ้านชนะ

40:24.588 --> 40:27.216
แฟนๆ อยากได้ก็ให้เขาไปเถอะ

40:28.884 --> 40:30.636
เป็นการประชุมตัดสินคดีที่สั้นมาก

40:30.719 --> 40:32.763
เรามารวมตัวกันตอนเก้าโมงเช้า

40:32.847 --> 40:35.015
เก้าโมงสิบนาที เราก็เสร็จแล้ว

40:36.434 --> 40:39.979
ประเด็นคือระหว่างการพิจารณาคดี
เราต้องหาอาหารกลางวันเอง

40:40.062 --> 40:42.565
แต่พอมาถึงช่วงประชุมตัดสิน

40:43.149 --> 40:46.527
เราได้รู้ว่าถ้าทำงานถึงเที่ยง ศาลจะเลี้ยงข้าว

40:47.069 --> 40:49.738
พวกลูกขุนก็เลยเห็นพ้องต้องกันแบบเอกฉันท์

40:49.822 --> 40:53.534
เราแบบ "เฮ้ย อย่าเพิ่งส่งคำตัดสิน"

40:54.743 --> 40:59.457
"อุบไว้ก่อน เราจะมอบความยุติธรรม
ตอนที่เขามอบแซนด์วิชไก่งวงให้"

41:00.458 --> 41:02.501
ความยุติธรรมไปไก่มา

41:03.919 --> 41:08.132
พวกเราถ่วงคำตัดสินไปอีกสามชั่วโมง

41:08.215 --> 41:10.426
เพื่ออาหารฟรี

41:10.509 --> 41:14.847
แล้วแซนด์วิชก็บ้านๆ มาก

41:16.390 --> 41:17.558
ไม่คุ้มกับการรอเลย

41:17.641 --> 41:20.478
ไม่คุ้มกับแคลอรีที่เสียไปด้วยซ้ำ

41:20.561 --> 41:26.734
ในฐานะคณะลูกขุน
เรามีวิจารณญาณที่ย่ำแย่ตั้งแต่ต้นยันจบ

41:27.234 --> 41:28.861
ก็สมควรแล้วที่ได้แบบนั้น

41:28.944 --> 41:30.946
ระบบมันเวิร์กแล้วนะทุกคน

41:38.913 --> 41:43.292
พออายุมากขึ้น ผมรู้สึกว่า
ผมเริ่มหันเข้าหาธรรมชาติมากขึ้น

41:43.375 --> 41:46.754
นั่นแหละคือที่ที่สมัยนี้
ผมไปหาความสงบกับความสุข

41:46.837 --> 41:50.883
แม้แต่ปาร์ตี้ที่ผมไป
ก็เริ่มเป็นแนวเอาต์ดอร์มากขึ้น

41:50.966 --> 41:53.677
ผมไปงานปาร์ตี้สละโสดแบบนี้มาสองงาน

41:53.761 --> 41:57.848
งานแรกเป็นของหลุยส์ เพื่อนผม
เราไปคอสตาริกา

41:58.474 --> 41:59.934
เป็นเขตร้อนชื้นมาก

42:00.017 --> 42:01.894
กิจกรรมทางน้ำเยอะมาก

42:01.977 --> 42:04.313
เราตัวเปียกกันตลอด

42:05.231 --> 42:09.485
ผู้ชาย 15 คนในวัยสี่สิบกว่า

42:09.568 --> 42:12.988
ใส่กางเกงขาสั้นบอร์ดชอร์ตที่ไม่พอดีตัว

42:14.823 --> 42:17.785
ผมเห็นร่องก้นเพื่อนๆ ครบทุกคน

42:20.037 --> 42:22.289
ผมไม่ได้เลือกจะดูนะ

42:23.332 --> 42:27.795
รู้ไหม เวลาเราสงสัยว่ามีร่องก้นอยู่แว้บๆ แถวนี้

42:28.629 --> 42:33.300
มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
ที่จะใช้ชีวิตต่อไปเฉยๆ

42:33.968 --> 42:36.762
คุณจะถูกบังคับให้ต้องยืนยันให้ชัวร์
แบบ "แป๊บนึงนะ"

42:41.350 --> 42:43.352
"ฉันไม่ได้อยากจะทำนะ"

42:46.188 --> 42:48.190
เพราะร่องก้นมันมีพลังดึงดูด

42:49.483 --> 42:52.736
ร่องก้นทำหน้าที่เหมือนร่องอกเทียม

42:54.071 --> 42:59.034
มันเรียกร้องความสนใจ
ด้วยพลังแห่งความคล้ายคลึง

43:00.411 --> 43:03.831
สายตาคุณจะถูกดึงไปหา
เงาวับๆ แวมๆ นั้นโดยอัตโนมัติ

43:03.914 --> 43:07.418
"นี่มันปริศนาอะไร
ที่สมองรู้สึกอยากจะไขให้ได้น่ะ"

43:09.336 --> 43:11.630
คุณไม่ได้เลือก มันคือสัญชาตญาณ

43:11.714 --> 43:13.841
โดพามีนหรืออะไรสักอย่าง

43:14.592 --> 43:16.260
มันทรงพลังมาก

43:16.343 --> 43:21.390
มันคือหลักการเดียวกับ
ที่เขาใช้ตอนออกแบบสวนพฤกษศาสตร์

43:21.890 --> 43:25.311
เขาจะทำทางเดินให้คดเคี้ยว

43:25.394 --> 43:26.854
เพื่อกระตุ้นให้อยากรู้อยากเห็น

43:26.937 --> 43:29.940
"หลังโค้งนี้ไปมันมีอะไรน่ะ"

43:31.150 --> 43:33.193
"อยากรู้จังแฮะ"

43:33.944 --> 43:35.863
บางทีคุณเดินตามโค้งไป

43:35.946 --> 43:39.992
แล้วมันก็นำคุณไปยังแปลงดอกบีโกเนียสวยๆ

43:40.075 --> 43:42.995
แต่บางครั้งก็เป็นก้นเพื่อนคุณ

43:45.331 --> 43:47.708
"ฉันไม่ควรเข้ามาในสวนนี้เลย"

43:48.542 --> 43:51.295
"โซนนี้สำหรับเจ้าหน้าที่เท่านั้น"

43:57.926 --> 44:02.306
ปาร์ตี้สละโสดอีกงานที่ผมไป
คือการแบกเป้เที่ยว

44:02.389 --> 44:05.059
ไม่ใช่แบบไปนอนตามโฮสเทลนะ แต่ไปเข้าป่า

44:05.142 --> 44:07.895
มีใครเคยแบ็กแพ็กแบบนั้นไหม

44:09.188 --> 44:12.858
มีนิดหน่อย ใช่ จำนวนเท่านี้แหละใช่แล้ว

44:13.692 --> 44:15.653
นั่นคือจำนวนที่ถูกต้องแล้ว

44:15.736 --> 44:18.572
เพราะเราไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตแบบนั้นอีกแล้ว

44:21.033 --> 44:23.327
มันเป็นทางเลือกที่บ้าบอ

44:24.870 --> 44:26.038
มันโหดนะ

44:26.121 --> 44:29.291
มันไม่เหมือนการตั้งแคมป์
ผมตั้งแคมป์มาเยอะ มันชิลๆ

44:29.375 --> 44:32.795
การตั้งแคมป์ก็แค่ขับรถไปที่ลานกางเต็นท์

44:33.545 --> 44:34.713
คุณตั้งแคมป์

44:35.422 --> 44:40.302
แบ็กแพ็ก คุณขับรถไปในที่ที่ไม่ใช่ที่ลานกางเต็นท์

44:41.095 --> 44:43.555
คุณจอดรถข้างทางหลวง ขนของทุกอย่างลงมา

44:43.639 --> 44:46.141
แบกขึ้นหลัง แล้วพูดว่า "ขอบคุณนะ รถ"

44:46.225 --> 44:48.018
"ที่เหลือฉันจัดการเอง"

44:49.770 --> 44:54.024
"อีก 42 กิโลต่อจากนี้
ฉันจะทำเป็นว่าฉันเป็นรถ"

44:55.776 --> 44:58.654
"ฉันคือรถออฟโรด ฉันคือซูบารุ"

45:04.993 --> 45:08.163
ผมไม่เคยแบกเป้พวกนั้นเลย

45:08.247 --> 45:10.374
ผมไม่เคยมี ไม่เคยสะพาย

45:10.457 --> 45:13.794
มันใหญ่มาก ตั้งแต่เด็กผมก็ไม่ชอบทรงของมันแล้ว

45:13.877 --> 45:18.465
ผมรู้สึกว่าสัดส่วนมันเพี้ยน
กระเป๋าใหญ่เกินตัวคน

45:19.258 --> 45:21.260
ผมเป็นเด็กที่ใช้เป้แจนสปอร์ตธรรมดา

45:21.343 --> 45:25.139
สำหรับผม เป้ควรมีขนาดแค่จากตรงนี้ถึงตรงนี้

45:25.806 --> 45:28.183
ผมไม่ชอบที่เป้พวกนั้นมันใหญ่

45:28.267 --> 45:31.895
จนมันเริ่มสูงเลยหัวคุณ

45:32.730 --> 45:34.648
ผมแบบ "เฮ้ยๆ"

45:35.899 --> 45:38.652
"จะทำอะไรน่ะ แกเป็นเป้สะพายหลังใช่มั้ย"

45:39.361 --> 45:41.864
"งั้นก็อยู่แค่หลังสิ"

45:47.035 --> 45:50.497
เพื่อนผมเป็นคนวางแผนทริปนี้
ให้เป็นปาร์ตี้สละโสด

45:50.581 --> 45:54.001
มันไม่ใช่แบบที่เขาทำๆ กัน
แล้วผมก็รู้ว่าเขาเป็นสายจิตวิญญาณ

45:54.084 --> 45:56.170
พอเขาบอกว่าอยากทำอะไรที่ต่างออกไป

45:56.253 --> 45:59.590
ผมก็แบบ "โอเค เจ๋ง
ไม่ดื่มเหล้าเมาหัวทิ่ม ไม่จ้างสาวเปลื้องผ้า"

45:59.673 --> 46:03.218
เขาก็แบบ "ใช่ แต่ก็ไม่มีที่พัก ไม่มีไฟฟ้าด้วย"

46:06.013 --> 46:07.765
นั่นไม่ต่างกับพูดว่า "มาปาร์ตี้กัน"

46:07.848 --> 46:11.143
"แต่ของดทั้งความสนุกและความสบายนะ"

46:14.396 --> 46:16.648
ไม่มีใครไปด้วยเลย

46:17.566 --> 46:20.736
ปาร์ตี้สละโสดมีแค่ผมกับเขา

46:22.362 --> 46:25.157
ผู้ชายสองคนอยู่ในป่านานสี่วัน

46:25.240 --> 46:28.786
ผลัดกันตรวจหาเห็บให้กันทั้งตัวทุกคืน

46:31.622 --> 46:34.041
กลายเป็นโรแมนติกโดยไม่ตั้งใจ

46:36.293 --> 46:37.878
แต่คำถามคือ

46:37.961 --> 46:42.216
ถ้ามีผู้ชายเพิ่มขึ้น ปาร์ตี้นี้จะดูเกย์น้อยลงไหม

46:45.052 --> 46:48.680
ผมไม่รู้ ผมว่าเรายังไม่มีคณิตศาสตร์
ที่จะแก้สมการนั้นได้

46:56.188 --> 47:00.567
เราเดินป่าตามเส้นทาง
นอกชายฝั่งแคลิฟอร์เนียตอนเหนือ

47:00.651 --> 47:02.611
มันสวยมาก

47:02.694 --> 47:04.655
หลายครั้งระหว่างการเดินทาง

47:04.738 --> 47:08.617
ผมพบว่าตัวเองอยู่บนหน้าผา
ที่มองไปเห็นมหาสมุทร

47:08.700 --> 47:10.285
ผมตื้นตันกับความงามตรงหน้า

47:10.369 --> 47:14.790
จนพูดกับเพื่อนว่า
"ขอบคุณนะที่วางแผนจัดทริปนี้"

47:14.873 --> 47:17.084
"นี่มันเหมือนเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตเลย

47:17.167 --> 47:19.586
เพราะฉันคงไม่ทำอีกแล้ว"

47:21.421 --> 47:25.425
เขาก็แบบ "ดีใจที่นายมาด้วย
ไม่งั้นฉันคงต้องมาเอง"

47:26.051 --> 47:28.220
แล้วเราสองคนก็ยืนกันเงียบๆ

47:28.303 --> 47:31.932
พยายามซึมซับ
ความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติไว้ทั้งหมด

47:32.558 --> 47:36.186
แล้วผมก็คิดในใจว่า
"จะฆ่าหมอนี่ตอนนี้ก็ได้นะเนี่ย"

47:39.147 --> 47:40.607
"ก็ไม่อยากทำหรอกนะ"

47:41.233 --> 47:45.612
"แต่ถ้าจะทำ นี่แหละจังหวะเหมาะที่สุด"

47:47.614 --> 47:51.577
ผมไม่อยากทำร้ายใครนะ
แต่ผมชอบความมีโอกาสให้ทำ

47:55.998 --> 47:58.709
ธรรมชาติมีบางอย่างที่ทำให้เรารู้สึกสงบ

47:58.792 --> 48:00.711
รู้สึกเชื่อมโยงกับจักรวาล

48:00.794 --> 48:03.005
จนทำให้เราตั้งคำถามลึกๆ กับตัวเองว่า

48:03.088 --> 48:06.174
"หรือจริงๆ แล้ว ฉันเป็นฆาตกรนะ"

48:13.098 --> 48:15.559
สี่วันในป่านี่เพียงพอแล้ว

48:15.642 --> 48:19.688
ที่จะเปลี่ยนมุมมองของผม
เปลี่ยนทัศนคติของผม

48:19.771 --> 48:21.982
พอผมกลับมาใช้ชีวิตปกติ

48:22.065 --> 48:26.069
ผมนี่แทบไม่อยากเชื่อเลยว่าเรามีชีวิตดีขนาดไหน

48:26.153 --> 48:28.155
กับสิ่งพื้นฐาน

48:28.238 --> 48:29.948
ถังขยะ

48:30.824 --> 48:32.951
ลองอยู่สี่วันโดยไม่มีถังขยะดูสิ

48:33.035 --> 48:35.913
แล้วคุณจะรู้ว่ามันคือภาชนะวิเศษ

48:36.705 --> 48:39.708
คุณโยนอะไรก็ได้ลงไป อะไรก็ได้

48:39.791 --> 48:42.711
แล้วมันก็ไม่ใช่ความรับผิดชอบของคุณอีกต่อไป

48:43.378 --> 48:46.173
ใช่แล้ว มันเป็นปัญหาของสังคม

48:46.757 --> 48:48.508
คุณไม่ต้องกังวลแล้ว

48:48.592 --> 48:50.886
หลานคุณในอนาคตจะหาทางออกเอง

48:54.681 --> 48:55.933
ผมรู้สึกเหมือนเด็กเล็ก

48:56.016 --> 48:59.061
ผมแทบรอไม่ไหวที่จะได้ไปอึในห้องน้ำ

49:00.687 --> 49:03.565
โถส้วมเนี่ยคือสวรรค์ชัดๆ

49:03.649 --> 49:07.444
สี่วันที่เราอยู่ในป่าต้องขุดหลุมตลอด

49:08.528 --> 49:10.113
ขอแนะนำในฐานะมือโปร

49:10.197 --> 49:12.282
ถ้าคุณไปเดินป่า

49:12.866 --> 49:16.078
ให้ขุดหลุมไว้ตั้งแต่คืนก่อนหน้า

49:18.747 --> 49:20.290
คิดล่วงหน้านิดนึง

49:21.083 --> 49:22.167
ขุดหลังมื้อเย็น

49:22.250 --> 49:25.128
หลังคุณใส่กระสุนเข้ารังเพลิงแล้ว

49:27.798 --> 49:31.802
อย่าไปขุดหลุมเอาตอนหน้าสิ่วหน้าขวาน

49:33.512 --> 49:38.392
คุณไม่อยากขุดหลุมตอนกำลังปวดหนักแน่ๆ

49:40.978 --> 49:43.021
มันจะออกมาไม่สวยแน่

49:43.647 --> 49:46.817
ผมตื่นมาเช้าวันที่สอง รู้สึกว่าข้าศึกบุกแล้ว

49:47.317 --> 49:48.819
ต้องเดี๋ยวนั้นแล้ว ผมหยิบพลั่ว

49:48.902 --> 49:50.821
แล้ววิ่งออกไป สมองยังไม่แล่น

49:50.904 --> 49:52.030
ผมเลี้ยวผิดทาง

49:52.114 --> 49:55.951
เลยไปโผล่ตรงที่ดินแข็งโป๊ก

49:57.285 --> 49:59.746
ผมขุดไม่เข้า

50:00.956 --> 50:02.082
ผมเริ่มสิ้นหวัง

50:02.165 --> 50:06.712
คิดในใจว่า "หรือเราต้องจัดการมันก่อน
แล้วค่อยกลับมาฝังศพทีหลังวะ”

50:07.713 --> 50:08.755
ก็สมเหตุสมผลไหมล่ะ

50:08.839 --> 50:12.259
เพราะคุณได้รู้แล้วว่าศพมันใหญ่แค่ไหน

50:13.468 --> 50:15.887
แต่ถ้าคุณขุดไว้ล่วงหน้า คุณต้องกะขนาดเอา

50:15.971 --> 50:20.225
ต้องถามตัวเองว่า
"นี่ตาเราจะใหญ่กว่าก้นหรือเปล่า"

50:26.106 --> 50:28.358
หลุมแรกของผม

50:28.442 --> 50:30.360
ยังหลุมไม่พอ

50:32.654 --> 50:34.448
ตอนสุดท้ายผมพยายามกลบๆ ไป

50:34.531 --> 50:36.366
มันเลยกลายเป็นเนินน้อยๆ

50:38.452 --> 50:39.828
เขาบอกว่า "อย่าทิ้งอะไรไว้"

50:39.911 --> 50:42.164
แต่ผมไปเปลี่ยนภูมิประเทศมันซะเลย

50:43.582 --> 50:46.334
ตอนนี้เขาเลยต้องไปอัปเดตแผนที่
เส้นยึกๆ นั่นกันใหม่แล้ว

50:54.176 --> 50:57.846
ครั้งนั้นเป็นทริปที่น่าจดจำจริงๆ
เราได้เห็นสัตว์ป่าสวยๆ เยอะเลย

50:57.929 --> 51:02.893
หนึ่งในสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดที่เราได้เห็น
คือหมีดำโตเต็มวัย

51:03.602 --> 51:04.895
ตอนที่เราเจอหมี

51:04.978 --> 51:08.356
มันกำลังกระโจนวิ่งขึ้นเนินชันๆ แบบเร็วมาก

51:08.440 --> 51:11.943
พอผมเห็นพลังของมันบวกกับความเร็วขนาดนั้น

51:12.527 --> 51:14.029
มันทำผมท้อเลย

51:14.529 --> 51:15.739
เพราะก่อนหน้านั้นผมมีแผน

51:15.822 --> 51:18.825
ผมบอกตัวเองว่าถ้าต้องวิ่งหนีหมี

51:18.909 --> 51:21.745
ผมจะหลอกไปทางซ้าย แล้วพุ่งไปทางขวา

51:23.789 --> 51:27.918
แต่พอเห็นหมีวิ่งขึ้นเขาเร็วขนาดนั้น
ผมก็ "แผนนี่ไม่น่าจะเข้าท่าว่ะ"

51:29.419 --> 51:32.672
ผมจะหลอกไปทางซ้าย แล้วผมก็จะตายจริง

51:34.591 --> 51:36.635
ถ้าผมโดนหมีทำร้าย

51:36.718 --> 51:39.554
ผมคงต้องอยู่กับปัจจุบันให้ได้

51:40.263 --> 51:44.101
ใช่ไหม เราต้องเรียนรู้ที่จะยอมรับ
สิ่งที่เราเปลี่ยนแปลงไม่ได้

51:44.184 --> 51:46.061
หายใจเข้า หายใจออก

51:46.144 --> 51:50.148
"ตอนนี้เกิดอะไรขึ้น แหม ตัวฉันอร่อยมากเลย"

51:51.149 --> 51:55.112
"ฉันกำลังโดนขย้ำอยู่
ตัวฉันอร่อยไป อยู่ป่านี้ไม่ได้หรอก"

51:56.321 --> 51:58.490
"โอ้ เนื้อต้นขาแข็งเคี้ยวไม่เข้าเหรอ"

51:58.573 --> 52:01.827
"เออ ต้นขาฉันตึงเพราะเดินเขามา หมีเอ๊ย"

52:02.744 --> 52:05.497
"โทษที แกน่าจะจับฉันจากที่บ้านเมื่อสัปดาห์ก่อน"

52:05.580 --> 52:07.541
"ตอนนั้นฉันอย่างนุ่มเลย"

52:12.003 --> 52:14.714
วันแรก เราเดินป่าไปราว 13 กิโล

52:16.007 --> 52:18.218
เข้าไปลึกในเขตที่หมีอยู่มาก

52:18.301 --> 52:19.970
ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์แล้ว

52:20.053 --> 52:23.306
พอตกกลางคืน
มันมืดมากจนมองมือตัวเองก็ยังไม่เห็น

52:23.390 --> 52:26.268
ผมจำได้ว่าเราคลานเข้าไปในเต็นท์

52:27.185 --> 52:30.981
แล้วผมก็รูดซิปขึ้น ผมพูดว่า "รูด"

52:34.234 --> 52:36.736
"นี่แปลว่าเราปลอดภัยแล้วสินะ"

52:40.490 --> 52:44.119
"แบบนี้คือเรานอนหลับอุตุ
ไปแปดชั่วโมงได้อยู่ใช่ไหม"

52:47.372 --> 52:49.082
"เพราะเราอยู่ข้างในไง"

52:50.417 --> 52:54.713
"นี่คือข้างในสิ ฉันรูดซิปขึ้นไปจนสุดแล้วนี่"

52:55.297 --> 52:58.758
"เหมือนแปลงผ้าใบกันลมเป็นสนามพลังแล้ว"

53:00.802 --> 53:04.055
"ถ้าเราไม่เห็นพวกมัน
พวกมันจะรู้ได้ไงว่าเราอยู่ในนี้"

53:06.099 --> 53:08.310
"เอานะ หมี ไปนอนได้แล้ว

53:08.393 --> 53:11.396
ได้ยินเสียงรูดซิปแล้วนี่
เข้านอนได้แล้ว ราตรีสวัสดิ์"

53:15.192 --> 53:16.610
ผมรู้สึกอันตรายกว่าเดิม

53:16.693 --> 53:19.946
เพราะถุงนอนผมอยู่ติดทางเข้าเต็นท์พอดี

53:20.447 --> 53:21.448
แต่แล้วผมก็แบบ

53:21.531 --> 53:25.327
"หมีคงไม่น่าจะ
เข้าตามตรอกออกตามประตูมั้ย"

53:26.995 --> 53:29.956
"มันจะพุ่งทะลุเข้ามาเหมือนคูลเอดแมนมากกว่า"

53:31.791 --> 53:36.171
แต่ถ้าหมีรูดซิปเข้ามาจริง มันจะน่ากลัวกว่าอีก

53:50.810 --> 53:51.853
เมื่อกี้น่ากลัวมาก

53:51.937 --> 53:54.898
เมื่อไหร่ที่ผมทำแบบนั้น ผมขนลุกเองทุกครั้งเลย

53:57.275 --> 53:58.485
เรา…

54:01.821 --> 54:04.366
ขอบคุณครับ เรายังเหลือเวลาแสดงอีกนิดหน่อย

54:04.449 --> 54:07.911
แต่ผมอยากขอหยุดสักครู่
เพื่อบอกว่าขอบคุณที่มาวันนี้

54:07.994 --> 54:09.788
ขอบคุณที่มานะครับ

54:19.714 --> 54:20.882
ผม…

54:22.092 --> 54:25.095
ขอบคุณที่มาดูนะครับ
ผมไม่เคยคิดว่านี่เป็นเรื่องธรรมดา

54:25.178 --> 54:27.555
ผมเล่นเดี่ยวไมค์มา 23 ปีแล้ว

54:27.639 --> 54:31.893
และนี่คือทัวร์ใหญ่ครั้งแรกของผม
และเราก็ขายบัตรหมดเกลี้ยง

54:33.812 --> 54:35.480
บ้ามาก

54:37.524 --> 54:39.025
มันเหมือนฝันเลย

54:39.109 --> 54:42.028
แต่เอาจริงๆ เป้าหมายของผมตั้งแต่แรก

54:42.112 --> 54:43.780
คือแค่อยากพัฒนาฝีมือ

54:43.863 --> 54:47.909
อยากเก่งขึ้นเรื่อยๆ
แล้วสักวันหนึ่งอาจจะได้เจอผู้ชมของผม

54:47.993 --> 54:50.328
แต่ผมไม่เคยคิดให้มันจริงจัง
ว่ามันหมายความว่ายังไง

54:50.412 --> 54:51.496
เพราะตอนนี้ผมรู้แล้วว่า

54:51.579 --> 54:55.959
นักแสดงตลกแต่ละคน
ดึงดูดกลุ่มแฟนที่มาดูแตกต่างกัน

54:56.042 --> 54:58.628
แล้วผมก็กำลังเรียนรู้ว่าพวกคุณเป็นกลุ่มไหนยังไง

54:58.712 --> 55:02.799
เพราะทุกครั้งที่ผมได้คุยกับทีมงาน
อย่างพนักงานต้อนรับ

55:02.882 --> 55:05.552
พวกเขามักจะบอกว่าชอบคนดูของผม

55:05.635 --> 55:09.806
เพราะพวกคุณมาเพื่อความสนุก แต่ไม่เลยเถิด

55:10.890 --> 55:13.560
แทบไม่มีใครโดนเชิญออกจากโชว์ผมเลย

55:13.643 --> 55:16.313
ขนาดที่ฟิลาเดลเฟียที่เขาเฮ้วๆ กันก็ยังสงบดี

55:18.523 --> 55:19.816
ชิลมาก

55:22.027 --> 55:23.320
เพราะพวกคุณเป็นคนใจดี

55:23.403 --> 55:25.822
คุณเคารพตัวเอง เคารพคนอื่น

55:25.905 --> 55:28.366
แล้วก็แค่อยากกลับบ้านไปนอนเร็วๆ

55:30.118 --> 55:31.202
ผมรู้นะ

55:31.286 --> 55:33.747
ในแง่หนึ่ง ผมภูมิใจในตัวพวกคุณนะ

55:35.123 --> 55:40.128
ผมรู้ว่าคุณมีตารางกิจวัตรก่อนนอน
ที่อยากจะรีบๆ ทำแล้ว

55:41.087 --> 55:44.174
มีอะไรต้องทำเยอะมาก
คุณต้องชงชาคาโมมายล์

55:44.257 --> 55:47.594
ต้องอาบน้ำอุ่น ต้องทาครีมบำรุงผิวโน่นนี่

55:47.677 --> 55:50.513
ต้องนวดระบายน้ำเหลือง

55:50.597 --> 55:51.765
ต้องนั่งสมาธิ

55:51.848 --> 55:54.642
ต้องอ่านหนังสือเล่มนั้น
ที่พยายามอ่านให้จบมา 13 เดือนแล้ว

55:54.726 --> 55:55.894
มันเยอะ

55:58.480 --> 56:01.191
ผมเลยรู้สึกขอบคุณที่พวกคุณเป็นแฟนคลับ

56:01.274 --> 56:03.651
เพราะมันเป็นบรรยากาศที่อบอุ่น
น่ารัก และรู้สึกดี

56:03.735 --> 56:06.988
ผมอยากตอบแทนการสนับสนุน
และความหวังดีของพวกคุณ

56:07.072 --> 56:09.783
ด้วยการเปิดเผยความจริงสักหน่อย

56:11.242 --> 56:14.788
ผมคิดว่าผมติดค้างพวกคุณ
ผมเลยอยากสารภาพตรงๆ

56:14.871 --> 56:16.498
ผมมีฟันปลอมซี่นึง

56:19.042 --> 56:21.002
อยู่ตรงกลาง ด้านหน้านี่เลย

56:21.086 --> 56:25.090
เพราะงั้นพวกคุณโดนหลอกมาสัก 56 นาทีแล้ว

56:27.258 --> 56:28.093
ซี่นี้ครอบฟัน

56:28.176 --> 56:30.261
ซี่อื่นเป็นของจริงหมดยกเว้นซี่นี้

56:30.345 --> 56:33.014
ถ้าคุณเป็นหมอฟัน มันคือฟันซี่ที่แปด

56:34.891 --> 56:38.353
ผมทำฟันซี่นั้นหักเมื่อหลายปีก่อน
ตอนนั้นชีวิตผมต่างจากตอนนี้

56:38.436 --> 56:41.272
ผมอยู่ที่นิวยอร์ก
และทำอะไรไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไหร่

56:41.356 --> 56:44.776
แน่นอนว่าเป็น
ช่วงก่อนที่ผมจะหยิบใช้แปรงสีฟันสีม่วง

56:48.113 --> 56:51.032
มันเป็นเรื่องสะเทือนใจนะ
ฟันชุดแรก ของขำๆ

56:51.116 --> 56:53.660
ฟันชุดที่สอง ของจริง

56:54.494 --> 56:56.454
มันไม่งอกกลับมาแล้ว

56:56.538 --> 56:59.040
ผมอายมาก สิ้นหวังมาก

56:59.124 --> 57:00.458
ผมไปหาหมอฟัน บอกว่า

57:00.542 --> 57:04.629
"ได้โปรด ช่วยกดคอนโทรล-แซด
ยกเลิกสิ่งที่ผมทำกับตัวเองให้ที"

57:05.755 --> 57:06.923
หมอให้ความมั่นใจมาก

57:07.006 --> 57:09.801
เธอบอกว่า "ไม่มีปัญหา เราจะใส่ครอบฟันให้"

57:09.884 --> 57:13.346
ผมไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไร
ผมบอก "ต้องทำอะไรทำเลยครับ เอาเลย"

57:13.430 --> 57:16.266
เวลาจะใส่ครอบฟันให้ฟันที่หัก

57:16.349 --> 57:20.395
เขาต้องกรอเศษฟันที่เหลืออยู่ซี่นั้น

57:20.478 --> 57:24.023
ให้เหลือเป็นตอเล็กๆ เลือดซิบๆ

57:25.775 --> 57:30.572
หมอฟันส่วนใหญ่ไม่อยากให้คุณ
เห็น คิด หรือรู้ว่ามันหน้าตาเป็นยังไง

57:31.156 --> 57:34.617
หมอฟันผม อยากโชว์ผลงานของเธอ

57:36.327 --> 57:41.166
ระหว่างที่ทำอยู่
เธอก็เอากระจกมาจ่อหน้าผม

57:41.666 --> 57:44.711
ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ผมนึกว่าเสร็จแล้ว

57:46.337 --> 57:49.716
ผมนึกว่าเหมือนตอนช่างตัดผม
เอากระจกส่องให้ดูด้านหลังหัว

57:50.842 --> 57:52.844
ผมเกือบจะควักทิปให้แล้ว

57:56.848 --> 57:59.142
ผมมองเร็วๆ แวบหนึ่ง

58:00.393 --> 58:02.187
สยดสยอง

58:04.522 --> 58:08.693
แต่ผมไม่แสดงอาการ
เพราะไม่อยากให้มันมีอำนาจเหนือผม

58:10.153 --> 58:12.363
หน้าผมนิ่งสนิท

58:13.198 --> 58:16.201
ผมหันหน้าหนีแล้วบอกว่า
"อย่าได้ทำแบบนี้อีกเชียว"

58:17.869 --> 58:21.206
ผมบอกว่า "ก็ไม่รู้ว่า
ทำไมผมต้องมาบอกคุณเอาป่านนี้

58:21.289 --> 58:25.168
แต่ผมมาที่นี่เพื่อเพิ่มฟัน"

58:26.294 --> 58:30.131
"ผมอยากได้ฟันเพิ่มขึ้น"

58:30.215 --> 58:33.092
"คุณทำผิดมาตลอดเลย"

58:37.889 --> 58:41.684
สิ่งที่ผมเห็นยังคงตามหลอกหลอนผม

58:42.977 --> 58:44.521
ในกระจก ผมเห็นแบบนี้

58:44.604 --> 58:47.273
แต่ในหัว ผมรู้ความจริง

58:48.691 --> 58:52.403
ผมเลยมีแรงจูงใจที่ต้องปกป้องครอบฟันซี่นี้

58:52.487 --> 58:56.574
ผมไม่ใช้มันเลย มันไม่ได้มีไว้กัดหรือฉีก

58:56.658 --> 58:58.535
มันมีไว้ประดับเฉยๆ

58:59.410 --> 59:03.915
เพราะผมรู้ว่าถ้าครอบฟันหลุดออกมา
จะมีก็อบลินตัวจิ๋วอยู่ข้างใน

59:05.291 --> 59:06.668
แอบซุ่มอยู่

59:08.086 --> 59:10.880
มันอยู่กับผมตลอดเวลา

59:15.343 --> 59:17.637
และถ้าคุณดูใกล้ๆ คุณจะสังเกตได้ว่า

59:17.720 --> 59:21.891
ครอบฟันนี่ใหญ่กว่าและขาวกว่า
ฟันซี่อื่นนิดหน่อย

59:22.392 --> 59:25.562
เพราะตอนทำครอบฟัน เขาให้คุณเลือกสีเอง

59:25.645 --> 59:27.397
คุณเลือกเฉดสีเอง

59:28.273 --> 59:32.193
ระหว่างสีขาวนวลกับสีขาวน้วนนวล

59:32.819 --> 59:34.821
คุณจะเลือกสีอ่อนหรือเข้มก็ได้

59:34.904 --> 59:38.324
ขึ้นอยู่กับว่าคุณคิดว่าชีวิตคุณจะไปทางไหน

59:40.159 --> 59:44.747
คุณยังมีความทะเยอทะยานอยู่ไหม
หรือพร้อมจะปล่อยไปตามลมแล้ว

59:46.332 --> 59:47.292
คุณตัดสินใจเลย

59:47.375 --> 59:50.962
แต่ถ้าคุณจะเลือกสีขาว คุณต้องซื่อสัตย์กับตัวเอง

59:51.045 --> 59:54.674
ฟันที่เหลือมันจะขาวได้ถึงระดับนั้นจริงไหม

59:55.675 --> 01:00:00.930
แล้วคุณพร้อมจะใช้ชีวิต
กับฟันที่ขาวจั๊วะอยู่ซี่เดียวแบบนั้นได้กี่ปี

01:00:02.015 --> 01:00:04.183
ผมเชง แวง ขอบคุณครับดีซี

01:00:06.311 --> 01:00:09.772
ขอบคุณครับ ดูแลตัวเองด้วยนะครับ

01:00:10.481 --> 01:00:12.775
รักกัน ให้กำลังใจกัน

01:00:14.235 --> 01:00:15.737
แล้วพบกันใหม่ครับ

01:00:44.140 --> 01:00:46.225
คำบรรยายโดย วราภรณ์ วราสภานนท์

01:00:46.309 --> 01:00:47.560
(แด่หลานๆ ของผม)

01:00:47.644 --> 01:00:49.687
(ขอบคุณบรรพบุรุษ
ปู่ย่าตายาย แม่และพ่อ ลุงป้านาอา)
