WEBVTT

00:00:30.613 --> 00:00:31.865 align:center
- ปุ่มสีแดง
- นี่ติดหรือยัง

00:00:31.948 --> 00:00:33.575 align:center
อัดแล้วล่ะ ไง

00:00:33.658 --> 00:00:34.951 align:center
- ไงจ๊ะ
- ดูสิ

00:00:35.577 --> 00:00:38.038 align:center
โอเค ทีนี้คุณก็ถอยเข้าถอยออกได้

00:00:38.121 --> 00:00:42.208 align:center
โอเค แล้วก็นี่ ตรงนี้คือโฟกัส

00:00:42.292 --> 00:00:44.502 align:center
- และนี่คือ…
- และฉันกำลังทำมื้อเช้า

00:00:44.586 --> 00:00:46.463 align:center
แคเรนกำลังทำมื้อเช้า

00:00:46.546 --> 00:00:49.132 align:center
และนี่คือยัยตัวน้อยของเรา โมไรอาห์

00:00:49.215 --> 00:00:51.676 align:center
ตอนนี้โมไรอาห์อายุแปดสัปดาห์แล้ว

00:00:51.760 --> 00:00:54.596 align:center
โมไรอาห์เกิดมาตอนที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง

00:00:55.513 --> 00:00:58.433 align:center
ทั้งฟ้าแลบ ฟ้าร้อง

00:00:58.516 --> 00:01:00.518 align:center
รอบตัวเธอเต็มไปด้วยพลังงานพวกนี้

00:01:00.602 --> 00:01:02.854 align:center
และปอดของเธอก็อย่างกับฟ้าลั่น

00:01:02.937 --> 00:01:05.565 align:center
(29 ธันวาคม ปี 1996)

00:01:05.648 --> 00:01:08.526 align:center
(18 พฤษภาคม ปี 1997)

00:01:08.610 --> 00:01:11.196 align:center
คงเพราะงั้นด้วยเธอถึงโตมาเป็นนักกีฬาที่ดี

00:01:11.279 --> 00:01:13.448 align:center
เธอบริหารปอดมาซะเยอะเลย

00:01:25.919 --> 00:01:28.379 align:center
มีช่วงเวลาล้ำค่าให้รักษาไว้เพียบเลย

00:01:28.463 --> 00:01:30.507 align:center
- ใช่ เยอะมากๆ
- ใช่

00:01:30.590 --> 00:01:33.593 align:center
มันวิเศษมากที่ได้เห็นเธอลืมตาดูโลก

00:01:33.676 --> 00:01:35.637 align:center
เห็นลมหายใจแรกของเธอ

00:01:36.513 --> 00:01:39.349 align:center
เธอนั่งแล้ว นั่นเธอลุกขึ้นมานั่งเป็น…

00:01:39.432 --> 00:01:41.267 align:center
เป็นครั้งแรกเลยล่ะ

00:01:41.351 --> 00:01:43.686 align:center
เธอเริ่มจะเรียนรู้แล้ว

00:01:43.770 --> 00:01:47.107 align:center
และเธอก็ฉายแววช่างสงสัยมาตั้งแต่ตอนนั้น

00:01:47.690 --> 00:01:49.526 align:center
อุ๊ย จ๊ะเอ๋

00:01:49.609 --> 00:01:51.361 align:center
อย่างนั้นแหละ

00:01:51.444 --> 00:01:55.031 align:center
(21 ก.ย. ปี 1997)

00:01:55.740 --> 00:01:57.117 align:center
ไหนขี่ม้าให้ดูหน่อย

00:01:57.200 --> 00:02:00.036 align:center
มันเหมือนกับฉันรู้จักเธอมาตลอด

00:02:00.120 --> 00:02:01.871 align:center
มันรู้สึกคุ้นเคยมากๆ

00:02:01.955 --> 00:02:03.873 align:center
ใช่ แต่ยังอารมณ์ดี

00:02:03.957 --> 00:02:04.999 align:center
ไง

00:02:06.376 --> 00:02:09.212 align:center
แล้วหลังจากที่เธอเกิดได้ไม่กี่วัน

00:02:09.295 --> 00:02:12.674 align:center
ฉันนั่งอยู่ที่โซฟา ฟังเพลงของชอว์น โคลวิน

00:02:14.008 --> 00:02:17.554 align:center
และเพลงก็ทำให้ฉันคิดว่าสักวันเธอจะจากฉันไป

00:02:17.637 --> 00:02:18.763 align:center
(28 พ.ย. ปี 1997)

00:02:19.389 --> 00:02:21.599 align:center
โมไรอาห์เล่นสกีครั้งแรก

00:02:22.100 --> 00:02:23.977 align:center
(3 ก.พ. 1998)

00:02:27.605 --> 00:02:29.232 align:center
ทั้งสองคนกำลังมาแล้ว

00:02:29.315 --> 00:02:31.109 align:center
(11.18 น.)
(4 ส.ค. ปี 2001)

00:02:31.192 --> 00:02:33.403 align:center
โมไรอาห์มาแล้ว

00:02:33.486 --> 00:02:34.404 align:center
เป็นไงบ้าง

00:02:34.487 --> 00:02:35.905 align:center
- ดีค่ะ
- ดี สนุกไหม

00:02:35.989 --> 00:02:37.157 align:center
- ค่ะ
- โอเค

00:02:39.325 --> 00:02:41.286 align:center
พอมองย้อนกลับไป มันน่าสนใจดี

00:02:41.369 --> 00:02:46.416 align:center
ที่ร่างกายและจิตใจของพี่เหมือนจะรู้ว่า

00:02:46.499 --> 00:02:50.712 align:center
พี่มีเวลาน้อยกว่าคนส่วนใหญ่

00:02:50.795 --> 00:02:52.338 align:center
เพราะงั้นพี่ก็เลย…

00:02:52.422 --> 00:02:54.048 align:center
อาจจะมีความรู้สึกกังวล

00:02:54.132 --> 00:02:57.927 align:center
ความรู้สึกเร่งรีบมันแฝงอยู่ในทุกอย่างที่พี่ทำ

00:02:59.929 --> 00:03:04.893 align:center
ห้า สี่ สาม สอง หนึ่ง!

00:03:07.562 --> 00:03:08.479 align:center
เยี่ยมมาก โม

00:03:15.153 --> 00:03:17.155 align:center
เธอไม่มีท่าทีจะช้าลงเลยสักนิด

00:03:17.238 --> 00:03:20.867 align:center
ปั่นได้ยอดมาก โมไรอาห์ วิลสันรู้ดีว่าต้องไปไหน

00:03:21.951 --> 00:03:23.453 align:center
เธอดูชิลสุดๆ เลย

00:03:23.536 --> 00:03:25.997 align:center
ฉันรู้ว่าเธอฝึกมาหนัก รู้ว่าเธอฝึกมานาน

00:03:26.080 --> 00:03:29.500 align:center
เธอคุ้นเคยกับสภาวะแวดล้อมแบบนี้ดี

00:03:31.669 --> 00:03:33.963 align:center
นี่คือโมไรอาห์ วิลสัน

00:03:34.047 --> 00:03:39.344 align:center
ผู้ชนะในรอบที่หนึ่ง
ของรายการไลฟ์ไทม์กรังด์ปรีซ์ ปี 2022

00:03:39.427 --> 00:03:41.387 align:center
- ไปๆ!
- สู้เขาโม

00:03:46.351 --> 00:03:49.354 align:center
เธอเป็นเพชรที่ยังไม่ผ่านการเจียระไน

00:03:51.147 --> 00:03:54.192 align:center
เป็นนักกีฬาแบบที่รุ่นหนึ่งจะมีสักคน

00:03:55.026 --> 00:03:57.862 align:center
เธอรู้ตัวว่าเธอกำลังจะเปล่งประกาย

00:03:57.946 --> 00:04:00.281 align:center
และในด้านอารมณ์

00:04:00.365 --> 00:04:03.576 align:center
มันเปี่ยมด้วยความเป็นไปได้ที่ยังไม่จำกัด

00:04:16.798 --> 00:04:18.216 align:center
ออสติน 911

00:04:19.133 --> 00:04:21.636 align:center
เพื่อนฉันมาพักกับฉัน พอฉันเดินเข้าบ้าน

00:04:21.719 --> 00:04:27.100 align:center
เธอนอนอยู่บนพื้นห้องน้ำ แล้วก็มีเลือดเต็มไปหมด

00:04:30.895 --> 00:04:32.689 align:center
ให้นึกถึงตอนนั้นมันไม่ง่ายเลยค่ะ

00:04:34.315 --> 00:04:35.400 align:center
คุณชื่ออะไร

00:04:35.483 --> 00:04:36.901 align:center
ฉันชื่อเคทลิน

00:04:36.985 --> 00:04:38.736 align:center
เคทลิน ตอนนี้คุณอยู่กับเธอไหม

00:04:38.820 --> 00:04:40.363 align:center
ค่ะ ตอนนี้อยู่

00:04:40.446 --> 00:04:42.991 align:center
- เธอมีสติไหม
- ไม่มีค่ะ

00:04:43.074 --> 00:04:46.411 align:center
หน้าเธอมีเลือดเต็มไปหมด
แล้วก็ที่หลังศีรษะด้วยค่ะ

00:04:46.494 --> 00:04:47.912 align:center
เธอยังหายใจไหม

00:04:47.996 --> 00:04:49.330 align:center
เธอ…

00:04:49.414 --> 00:04:50.415 align:center
ไม่

00:04:50.498 --> 00:04:52.333 align:center
โอเค นี่ผมกำลังจะแจ้งขอความช่วยเหลือ

00:04:52.417 --> 00:04:54.627 align:center
และผมจะบอกว่าคุณต้องทำยังไงบ้าง

00:04:54.711 --> 00:04:55.712 align:center
โอเค

00:04:55.795 --> 00:04:58.423 align:center
จับเธอนอนหงายให้ราบกับพื้นนะครับ

00:04:58.506 --> 00:05:01.134 align:center
วางอุ้งมือข้างหนึ่งไว้บนกระดูกหน้าอกเธอ

00:05:01.217 --> 00:05:03.594 align:center
แล้วเอามืออีกข้างทับไว้

00:05:03.678 --> 00:05:04.512 align:center
ค่ะ

00:05:04.595 --> 00:05:07.807 align:center
ทีนี้ปั๊มหน้าอกให้แรงและเร็ว
อย่างน้อยสองครั้งต่อวินาที

00:05:07.890 --> 00:05:09.142 align:center
กดให้ลึกสักห้าเซนฯครับ

00:05:09.225 --> 00:05:11.561 align:center
นับออกเสียงนะครับ ผมจะได้นับไปพร้อมกัน

00:05:11.644 --> 00:05:13.896 align:center
หนึ่ง สอง สาม

00:05:13.980 --> 00:05:15.732 align:center
สี่ ห้า หก…

00:05:15.815 --> 00:05:16.774 align:center
ดี

00:05:16.858 --> 00:05:20.194 align:center
ทำต่อไปครับ
ความช่วยเหลือกำลังรีบไปที่นั่น ทำต่อไป

00:05:20.278 --> 00:05:23.323 align:center
13, 14, 15, 16, 17

00:05:23.406 --> 00:05:26.367 align:center
ทำต่อไปนะครับ ตำรวจน่าจะไปถึงในอีกไม่ช้า

00:05:26.451 --> 00:05:28.995 align:center
นั่นดีแล้ว อย่าให้เธออยู่คนเดียว อย่าหยุด

00:05:29.078 --> 00:05:31.164 align:center
ได้ค่ะ สอง สาม… พวกเขามาแล้ว

00:05:31.247 --> 00:05:34.542 align:center
โอเค ดีครับ ทำต่อไป
อย่าทิ้งเธอไว้ พวกเขากำลังไปหาคุณ

00:05:34.625 --> 00:05:37.962 align:center
บ้านหลังในนะคะ
พวกเขาต้องเข้ามาทางซอยข้างหลัง

00:05:38.046 --> 00:05:40.923 align:center
26, 27, 28, 29 เข้ามาเลย

00:05:41.007 --> 00:05:45.511 align:center
ทำต่อไป เคทลิน อย่าหยุด
ทำต่อไป คุณทำดีแล้ว ทำต่อไป

00:05:46.596 --> 00:05:49.766 align:center
ฉันต้องหยุดไหม ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

00:05:58.232 --> 00:06:00.526 align:center
- เคทลิน คุณอยู่กับตำรวจไหม
- ค่ะ

00:06:00.610 --> 00:06:02.570 align:center
ค่ะ นั่นตำรวจค่ะ

00:06:06.115 --> 00:06:07.867 align:center
เธอมาพักด้วยชั่วคราว

00:06:07.950 --> 00:06:10.370 align:center
เธอไปหาเพื่อนเรา คอลิน

00:06:10.453 --> 00:06:13.581 align:center
- คอลินเหรอ คอลินนามสกุลอะไร
- คอลิน สตริกแลนด์

00:06:13.664 --> 00:06:15.750 align:center
ฉันไม่เข้าใจเลย

00:06:16.584 --> 00:06:20.213 align:center
ว่าทำไมพวกเขาไม่เอาเธอลงมา
แล้วพาส่งโรงพยาบาล

00:06:20.296 --> 00:06:21.547 align:center
เขาชื่ออะไร

00:06:21.631 --> 00:06:23.216 align:center
ชื่อโมไรอาห์ค่ะ

00:06:23.299 --> 00:06:26.803 align:center
โมไรอาห์เป็นชื่อกลาง ชื่อจริงคือแอนนา

00:06:26.886 --> 00:06:30.807 align:center
แล้วในที่สุดฉันก็ถามตำรวจ
ที่สอบปากคำฉัน ถามว่า…

00:06:32.058 --> 00:06:35.436 align:center
"ทำไมพวกคุณถึงไม่พาเธอมาที่รถพยาบาลสักที

00:06:35.520 --> 00:06:37.605 align:center
เธอต้องให้ช่วยนะ"

00:06:37.688 --> 00:06:40.775 align:center
และเขาก็ตอบมาประมาณว่า

00:06:42.276 --> 00:06:44.362 align:center
"เพื่อนคุณไม่รอด"

00:06:50.410 --> 00:06:56.833 align:center
(ความจริงและโศกนาฏกรรม
ของโมไรอาห์ วิลสัน)

00:07:03.339 --> 00:07:05.842 align:center
วันนี้เมื่อสองปีก่อน

00:07:05.925 --> 00:07:08.094 align:center
วันที่ 12 พฤษภาคม

00:07:09.595 --> 00:07:11.097 align:center
ปี 2022

00:07:11.180 --> 00:07:13.474 align:center
(แคเรน วิลสัน)
(แม่ของโมไรอาห์)

00:07:13.558 --> 00:07:16.644 align:center
ฉันอยู่ตรงนี้ เอากระดาษลังมาปู

00:07:16.727 --> 00:07:18.146 align:center
เพื่อจะฆ่าหญ้า

00:07:18.229 --> 00:07:22.608 align:center
เพราะฉันอยากขยายสวนของเราให้ใหญ่ขึ้นนิดๆ

00:07:22.692 --> 00:07:25.278 align:center
เพราะโมไรอาห์กำลังจะย้ายกลับมาบ้าน

00:07:26.487 --> 00:07:29.907 align:center
แล้วพอฉันมองไปที่ทางรถเข้าบ้าน

00:07:29.991 --> 00:07:31.826 align:center
ฉันก็เห็นตำรวจ…

00:07:31.909 --> 00:07:33.494 align:center
ตำรวจรัฐ

00:07:34.662 --> 00:07:36.956 align:center
แล้วเขาก็ถามว่า…

00:07:39.375 --> 00:07:41.502 align:center
"รู้จักแอนนาไหม แอนนา วิลสัน"

00:07:41.586 --> 00:07:44.797 align:center
ฉันตอบว่า "ค่ะ ลูกสาวฉันเอง เธอโอเคไหม"

00:07:46.132 --> 00:07:49.469 align:center
เขาบอกว่า "ไม่ เธอเสียแล้ว"

00:07:49.552 --> 00:07:52.388 align:center
(ด้วยความระลึกถึงแอนนา โมไรอาห์ วิลสัน)
(18 พ.ค. 1996)

00:07:52.472 --> 00:07:53.848 align:center
และมัน…

00:07:53.931 --> 00:07:55.600 align:center
มันไม่มีเหตุผลเลย

00:07:55.683 --> 00:07:57.602 align:center
มันไม่มีเหตุผล ตอนนี้ก็ยัง…

00:07:57.685 --> 00:08:01.063 align:center
- ก็ยังเข้าใจไม่ได้
- ไม่มีเหตุผล เราแค่…

00:08:01.647 --> 00:08:03.274 align:center
บางเรื่องเราก็…

00:08:05.109 --> 00:08:07.778 align:center
ไม่มีวันเข้าใจ หรือหาคำตอบได้

00:08:07.862 --> 00:08:10.490 align:center
มันไม่มีคำอธิบายดีๆ เลยสักอย่างเดียว

00:08:20.750 --> 00:08:22.210 align:center
ผมอยู่ที่บ้าน

00:08:22.293 --> 00:08:24.420 align:center
แล้วจู่ๆ โทรศัพท์ก็ดังขึ้น

00:08:24.504 --> 00:08:25.963 align:center
จ่าที่อยู่เวรโทรมา

00:08:26.756 --> 00:08:31.385 align:center
เขาบอกรายละเอียดผมนิดเดียว
แค่ "นี่ มีการฆาตกรรม"

00:08:32.053 --> 00:08:35.139 align:center
"มีหนึ่งคนถูกยิง ยังไม่มีข้อมูลผู้ต้องสงสัย"

00:08:36.807 --> 00:08:39.602 align:center
คุณช่วยนั่งตรงนี้นะครับ ที่เก้าอี้สีขาวตัวนี้

00:08:39.685 --> 00:08:42.605 align:center
เดี๋ยวสายสืบจะเข้ามาคุยกับคุณ

00:08:42.688 --> 00:08:45.858 align:center
นี่เป็นคดีฆาตกรรมแรกที่ผมได้คุมการสืบสวน

00:08:45.942 --> 00:08:47.193 align:center
แน่นอนว่าผมประหม่า

00:08:47.276 --> 00:08:49.737 align:center
คือผมไม่รู้เลยว่าจะต้องเจออะไร

00:08:49.820 --> 00:08:51.155 align:center
ตอนที่เธอมาถึง

00:08:51.239 --> 00:08:54.575 align:center
เธอได้เล่าไหมว่าได้คุยกับใครอื่นอีกบ้าง

00:08:54.659 --> 00:08:58.788 align:center
หรือเธอได้พูดถึงแผนอะไรบ้างไหม

00:08:58.871 --> 00:09:00.873 align:center
แบบว่า "นี่ ฉันคุยกับคนนั้นคนนี้มา"

00:09:00.957 --> 00:09:02.875 align:center
- มีแค่คอลินค่ะ
- โอเค

00:09:02.959 --> 00:09:05.503 align:center
ค่ะ เธอไม่รู้จักใครที่นี่ เธอไม่…

00:09:05.586 --> 00:09:07.797 align:center
- โอเค
- เธออยู่ที่นี่แค่สั้นๆ ค่ะ

00:09:07.880 --> 00:09:11.092 align:center
- โอเค
- นี่เธอเพิ่งมาออสตินเป็นครั้งที่สอง

00:09:11.175 --> 00:09:14.220 align:center
เพื่อนร่วมงานผมอธิบายที่เกิดเหตุให้ผมฟังแล้ว

00:09:14.303 --> 00:09:18.432 align:center
เขาบอกว่าไม่มีร่องรอยการบุกรุกเข้ามาในบ้าน

00:09:18.516 --> 00:09:19.559 align:center
ไม่มีอะไรเสียหาย

00:09:19.642 --> 00:09:22.186 align:center
ดูเหมือนว่าข้าวของจะไม่ได้กระจัดกระจาย

00:09:22.270 --> 00:09:24.605 align:center
มันบ่งบอกว่าไม่ได้มีการต่อสู้เกิดขึ้น

00:09:24.689 --> 00:09:28.442 align:center
พวกเขาจะมาเก็บตัวอย่างจากมือคุณ
เพื่อหาคราบเขม่าดินปืน

00:09:28.526 --> 00:09:29.402 align:center
โอเค

00:09:29.485 --> 00:09:33.864 align:center
ฉันรู้ว่าฉันถูกสอบปากคำ

00:09:33.948 --> 00:09:36.117 align:center
ในฐานะคนที่อาจเป็นผู้ต้องสงสัย

00:09:36.200 --> 00:09:37.785 align:center
ส่วนการเก็บที่กระพุ้งแก้ม

00:09:37.868 --> 00:09:41.539 align:center
เราทำไปเพื่อเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอนิดหน่อยครับ

00:09:41.622 --> 00:09:43.541 align:center
เราจะปัดแค่ในปากครับ

00:09:43.624 --> 00:09:48.170 align:center
เราเก็บ… ตัวอย่างดีเอ็นเอ
พวกเขาเก็บตัวอย่างที่มือฉัน

00:09:48.254 --> 00:09:49.922 align:center
ถ่ายรูปฉัน

00:09:50.006 --> 00:09:55.636 align:center
แล้วสุดท้ายถึงให้ฉันไปล้างมือ

00:09:59.015 --> 00:10:02.602 align:center
ตอนที่ฉันล้างมือที่ห้องน้ำสถานีตำรวจ

00:10:02.685 --> 00:10:06.939 align:center
ฉันเห็นเลือด…

00:10:08.149 --> 00:10:10.568 align:center
เลือดของเธอไหลลงอ่าง

00:10:10.651 --> 00:10:12.820 align:center
และฉันก็จำได้…

00:10:13.988 --> 00:10:16.532 align:center
ฉันจำได้ชัดเจนเลยว่า…

00:10:17.575 --> 00:10:19.994 align:center
อยาก… อยากได้มันคืน

00:10:21.871 --> 00:10:24.040 align:center
พวกเขาพาเธอออกมาจากบ้านหรือยัง

00:10:24.123 --> 00:10:27.335 align:center
หน่วยตรวจที่เกิดเหตุของเรายังอยู่ที่นั่นครับ

00:10:27.418 --> 00:10:29.587 align:center
กำลังจัดการทุกอย่างอยู่

00:10:30.379 --> 00:10:32.173 align:center
งั้นเธอก็ยังนอนอยู่ที่นั่นเหรอ

00:10:32.256 --> 00:10:34.550 align:center
ตอนนี้ก็ใช่ครับ

00:10:35.176 --> 00:10:39.597 align:center
คือเราอยากจะแน่ใจว่าเราทำทุกอย่างถูกต้อง

00:10:39.680 --> 00:10:42.224 align:center
ฉันเข้าใจค่ะ แต่เธออยู่ตัวคนเดียว

00:10:42.308 --> 00:10:43.225 align:center
ผมรู้

00:10:44.810 --> 00:10:45.645 align:center
โอเค

00:10:47.772 --> 00:10:49.732 align:center
แต่พวกเขาจะไม่ทิ้งเธอไว้ใช่ไหม

00:10:49.815 --> 00:10:50.733 align:center
ไม่ครับ ไม่

00:10:50.816 --> 00:10:53.152 align:center
จะไม่มีตอนที่เธอต้องอยู่คนเดียวใช่ไหม

00:10:53.235 --> 00:10:55.488 align:center
ไม่ครับ ไม่มีเลย

00:11:00.034 --> 00:11:01.661 align:center
ก่อนที่จะไปว่ากันต่อในเรื่องอื่นๆ

00:11:01.744 --> 00:11:04.747 align:center
ฉันอยากรู้ว่าคุณรู้จักครอบครัววิลสันได้ไง

00:11:04.830 --> 00:11:06.457 align:center
ใครรู้จักใครก่อน

00:11:06.540 --> 00:11:08.793 align:center
เพราะคุณรู้จักพวกเขาก่อนรู้จักโม

00:11:08.876 --> 00:11:10.252 align:center
ค่ะ ใช่

00:11:10.336 --> 00:11:13.297 align:center
ฉันเป็น…

00:11:13.381 --> 00:11:15.216 align:center
เอ่อ ขอฉันเริ่มใหม่อีกที

00:11:15.299 --> 00:11:16.926 align:center
ขอคิดแป๊บหนึ่งนะ

00:11:18.844 --> 00:11:19.679 align:center
ค่ะ

00:11:22.765 --> 00:11:26.852 align:center
หลังหมดช่วงโควิด
ฉันย้ายไปพักที่เวอร์มอนต์ในช่วงฤดูร้อน

00:11:26.936 --> 00:11:29.188 align:center
ฉันเป็นเจ้าของกิจการร่วม

00:11:29.271 --> 00:11:33.025 align:center
กิจการที่พักบีแอนด์บีเล็กๆ ในอีสต์เบิร์ก

00:11:33.109 --> 00:11:35.403 align:center
ฉันไม่มีเพื่อนในเวอร์มอนต์เลยสักคน

00:11:35.486 --> 00:11:39.240 align:center
ฉันเลยสมัครคอร์สจักรยานทางกรวดสำหรับผู้หญิง

00:11:39.323 --> 00:11:41.450 align:center
คอร์สจักรยานเสือภูเขาอะไรพวกนี้

00:11:41.534 --> 00:11:44.537 align:center
และฉันก็เจอชุมชนที่วิเศษมากๆ

00:11:44.620 --> 00:11:49.750 align:center
เขาขอให้ฉันช่วยดูแลโซเชียลมีเดีย
ของรายการแข่งที่ชื่อรูตเต็ดเวอร์มอนต์

00:11:55.047 --> 00:11:59.552 align:center
เราเคยดูโมไรอาห์แข่งแค่หนเดียว
คือที่รายการรูตเต็ด

00:11:59.635 --> 00:12:03.389 align:center
เราเชียร์เธออยู่ที่ริมถนน แล้วก็เจอสาวน้อยคนนี้

00:12:04.014 --> 00:12:06.142 align:center
ฉันพูดว่า "พวกคุณมาเชียร์ใครเหรอ"

00:12:06.225 --> 00:12:09.895 align:center
พวกเขาตอบ "โมไรอาห์ลูกสาวเรา"
และฉันก็แบบ… นี่มันบ้าไปแล้ว

00:12:10.563 --> 00:12:13.858 align:center
"บ้าไปแล้ว นั่นคนโปรดฉันเลยนะ

00:12:13.941 --> 00:12:17.528 align:center
แต่ฉันพูดไม่ได้เพราะฉันต้องวางตัวเป็นกลางไว้"

00:12:17.611 --> 00:12:19.905 align:center
โมไรอาห์ วิลสันเข้าเส้นชัย

00:12:19.989 --> 00:12:21.866 align:center
อันดับสามครับ

00:12:22.950 --> 00:12:24.910 align:center
(อันดับ 3)
(4 ชั่วโมง 21 นาที 82 ไมล์)

00:12:26.454 --> 00:12:30.541 align:center
แคชบอกว่าเธอเป็นหุ้นส่วน
ของโรงแรมที่อีสต์เบิร์กนี่เอง

00:12:31.333 --> 00:12:34.462 align:center
มันเหมือนกับ… มันเป็นช่วงเวลาแบบว่า

00:12:34.545 --> 00:12:37.965 align:center
"ว้าว นี่คือเรื่องที่ถูกลิขิตไว้"
ฉันต้องอยู่ที่นี่ ที่เวอร์มอนต์

00:12:38.048 --> 00:12:41.343 align:center
ต้องได้เจอกับครอบครัวนี้ ต้องได้เห็นนี่

00:12:41.427 --> 00:12:47.224 align:center
โมไรอาห์รู้จักแคชผ่านเรา
แล้วในที่สุดก็ได้เจอกันตอนใบไม้ร่วง

00:12:48.309 --> 00:12:53.731 align:center
(บิ๊กชูการ์ 2021)
(เบนตันวิลล์ อาร์คันซอ)

00:12:53.814 --> 00:12:57.318 align:center
เธอลงแข่งรายการชื่อบิ๊กชูการ์

00:12:57.401 --> 00:12:59.653 align:center
ระยะทาง 110 ไมล์

00:12:59.737 --> 00:13:02.782 align:center
ส่วนฉันปั่นระยะทาง 50 ไมล์

00:13:02.865 --> 00:13:06.410 align:center
แล้วพอฉันเข้าเส้นชัย

00:13:06.494 --> 00:13:08.954 align:center
สาบานได้เลย สิบนาทีต่อมา

00:13:09.038 --> 00:13:12.124 align:center
พวกเขาประกาศ "ที่หนึ่ง โมไรอาห์ วิลสัน"

00:13:12.208 --> 00:13:16.295 align:center
เธอปั่นได้เป็นสองเท่า
ของระยะทางที่ฉันปั่นในเวลาเท่ากัน

00:13:17.546 --> 00:13:22.092 align:center
(ที่ 1)
(5 ชั่วโมง 30 นาที 104 ไมล์)

00:13:26.180 --> 00:13:29.099 align:center
แค่แป๊บเดียวพวกเธอก็เป็นเหมือนพี่น้องกันเลย

00:13:29.183 --> 00:13:33.646 align:center
พวกเธอผูกพันกันทันที สนิทกันทันทีทันใดเลยครับ

00:13:39.151 --> 00:13:44.490 align:center
การมีเพื่อนในชุมชนใหม่เนี่ย
เป็นอะไรที่พิเศษมากจริงๆ

00:13:44.573 --> 00:13:47.743 align:center
นี่ค่ะ โม วิลสัน เธอน็อครอบฉันหลายรอบแล้ว

00:13:47.827 --> 00:13:50.579 align:center
เธอไปวนรอบที่ 14 และกลับมาแล้ว

00:13:51.413 --> 00:13:55.918 align:center
การได้เห็นเธอรุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้ฉันสุดๆ

00:13:56.001 --> 00:13:57.711 align:center
เรื่องแข่งเธอทำได้ดี

00:13:57.795 --> 00:13:59.880 align:center
เธอมีความเป็นนักกีฬา มีแรงผลักดัน

00:14:05.636 --> 00:14:07.221 align:center
ตั้งแต่ยังเด็ก

00:14:07.304 --> 00:14:11.392 align:center
โมไรอาห์ก็มีความฝักใฝ่ในเรื่องกีฬาอยู่ในตัว

00:14:11.475 --> 00:14:13.352 align:center
เธอเป็นคนมุ่งมั่นมาก

00:14:14.103 --> 00:14:17.857 align:center
ถ้าทำได้ไม่ดีเธอจะเสียใจมาก
เธอเลยขยันซ้อมแบบสุดๆ

00:14:17.940 --> 00:14:20.359 align:center
(15.02 น.)
(26 มี.ค. ปี 2005)

00:14:20.442 --> 00:14:23.070 align:center
เราจะซ้อมสกีลงเขาอยู่นานสองนานเลยค่ะ

00:14:24.154 --> 00:14:25.406 align:center
เย่!

00:14:26.407 --> 00:14:28.242 align:center
- เป็นไงบ้างลูกรัก
- ดีค่ะ

00:14:29.034 --> 00:14:32.788 align:center
ฉันจำได้ ตอนที่เธอไปแข่งสกีรายการแรก

00:14:32.872 --> 00:14:36.083 align:center
เธอมองคนที่อยู่บนโพเดียมตาเป็นมัน

00:14:36.166 --> 00:14:40.045 align:center
สายตาเธอมันบอกแบบว่า "ฉันอยากอยู่บนนั้น"

00:14:42.339 --> 00:14:45.593 align:center
เธอเขียนเรื่องนั้นไว้ในบันทึกเยอะเลยล่ะ

00:14:48.304 --> 00:14:49.972 align:center
"โอลิมปิกทำให้มีไฟสุดๆ

00:14:50.055 --> 00:14:53.642 align:center
ฉันอยากไปแข่งโอลิมปิกที่สุดเลย

00:14:53.726 --> 00:14:56.645 align:center
สักวันฉันจะไปให้ได้"

00:14:57.354 --> 00:14:59.064 align:center
โมไรอาห์เล่นท่าฟรีสไตล์

00:15:01.859 --> 00:15:03.819 align:center
ฉันรู้สึกแข็งแกร่งสุดๆ

00:15:03.903 --> 00:15:06.363 align:center
ฉันจะเป็นคนที่แข็งแกร่งและซ้อมหนักที่สุด

00:15:06.447 --> 00:15:08.490 align:center
ที่สถาบันเบิร์กเมาน์เท่นในฤดูใบไม้ร่วงนี้

00:15:08.574 --> 00:15:10.743 align:center
เรื่องนี้ฉันค่อนข้างมั่นใจ

00:15:12.077 --> 00:15:15.664 align:center
สถานบันเบิร์กเมาน์เท่นก่อตั้งในปี 1970

00:15:15.748 --> 00:15:18.167 align:center
พวกเขาเป็นที่แรกในประเทศที่มีหลักสูตร

00:15:18.250 --> 00:15:21.503 align:center
ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การซ้อมสกีครึ่งวัน

00:15:21.587 --> 00:15:23.088 align:center
และเรียนหนังสืออีกครึ่งวัน

00:15:24.590 --> 00:15:27.092 align:center
หนึ่งในเงื่อนไขหลักของการเข้าเรียนที่นี่

00:15:27.176 --> 00:15:30.763 align:center
คือคุณต้องอยากเป็นนักกีฬาระดับโอลิมปิก

00:15:30.846 --> 00:15:32.640 align:center
พี่ฝันแบบนั้นมาตั้งแต่ต้น

00:15:32.723 --> 00:15:35.100 align:center
แรงบันดาลใจส่วนใหญ่มาจากพ่อของเรา

00:15:35.184 --> 00:15:40.856 align:center
เขาเคยผ่านมาก่อน
และพลาดโอกาสไปโอลิมปิกแค่อันดับเดียว

00:15:40.940 --> 00:15:43.442 align:center
โมไรอาห์ ลงเขารอบแรก

00:15:45.277 --> 00:15:49.073 align:center
เป้าหมายฉันคือทำทุกอย่าง
เพื่อเป็นนักสกีที่เก่งที่สุด

00:15:49.156 --> 00:15:51.659 align:center
ฉันจะซ้อมให้หนักกว่าทุกๆ คน

00:15:51.742 --> 00:15:52.868 align:center
เพื่อเป็นที่หนึ่ง

00:15:54.411 --> 00:15:55.871 align:center
ไม่นะ

00:15:56.872 --> 00:16:00.542 align:center
อาการบาดเจ็บเป็นส่วนสำคัญ
ที่ทำให้พี่ไปไม่ถึงฝั่งฝัน

00:16:01.251 --> 00:16:03.420 align:center
ตอนม.ปลาย เอ็นไขว้หน้าของพี่ขาด

00:16:03.504 --> 00:16:06.048 align:center
หลังจากนั้นพี่ก็ทำมันขาดอีก

00:16:07.383 --> 00:16:11.470 align:center
เธอยังรักสกีอยู่
ฉันว่าเธอคงทำใจลำบากที่จะเลิก

00:16:11.553 --> 00:16:15.307 align:center
แต่เธอรู้ว่ามันจบแล้ว อาชีพนักสกีของเธอจบแล้ว

00:16:16.517 --> 00:16:21.230 align:center
ตั้งแต่เด็กแล้วที่ฉันใช้เวลาส่วนใหญ่
ปั่นจักรยานกับครอบครัว

00:16:21.313 --> 00:16:25.901 align:center
แล้วฉันก็เจอว่ามันมีการปั่นจักรยานทางกรวดอยู่

00:16:25.985 --> 00:16:28.237 align:center
แล้วฉันก็ซื้อจักรยานทางกรวดมา

00:16:29.530 --> 00:16:32.908 align:center
เธอมุ่งมั่นที่จะเป็นนักปั่นอาชีพ

00:16:32.992 --> 00:16:35.953 align:center
และฉันก็เชียร์ให้เธอลอง บอกว่าเธอทำได้

00:16:37.121 --> 00:16:38.580 align:center
สู้เขา โม!

00:16:38.664 --> 00:16:41.208 align:center
ฮึบไว้โม! ลูกทำได้โม ลูกทำได้!

00:16:42.793 --> 00:16:44.753 align:center
สู้เขาโม!

00:16:44.837 --> 00:16:46.005 align:center
สู้เขาโม!

00:16:46.547 --> 00:16:49.550 align:center
หัวใจของการแข่งจักรยานคือผู้ชนะจะมีคนเดียว

00:16:49.633 --> 00:16:53.637 align:center
และถ้าที่จุดออกตัวมีคน 3,000 คน

00:16:53.721 --> 00:16:56.223 align:center
โอกาสชนะก็มีแค่หนึ่งใน 3,000

00:17:00.102 --> 00:17:01.353 align:center
เก่งมากโม!

00:17:02.688 --> 00:17:06.233 align:center
โอกาสที่จะชนะการแข่งจักรยานมันต่ำมาก

00:17:06.316 --> 00:17:10.195 align:center
ฉะนั้นการที่โมได้ขึ้นโพเดียมตลอด

00:17:10.863 --> 00:17:12.656 align:center
มันไม่ธรรมดานะครับ

00:17:12.740 --> 00:17:16.452 align:center
แชมป์ประเภทหญิงของเราครับ โมไรอาห์ วิลสัน

00:17:16.535 --> 00:17:17.953 align:center
ปรบมือให้โมหน่อย

00:17:18.037 --> 00:17:19.705 align:center
ผมคุยกับเพื่อน

00:17:19.788 --> 00:17:22.541 align:center
เขาบอกว่า
"พวก เคยได้ยินเรื่องโมไรอาห์ วิลสันไหม

00:17:22.624 --> 00:17:24.126 align:center
ชื่อนี้นายต้องรู้จัก

00:17:24.209 --> 00:17:28.839 align:center
จากนี้ต่อไปอีกนาน
เขาจะเป็นเจ้าสนามในวงการจักรยานอาชีพ"

00:17:29.423 --> 00:17:33.802 align:center
ในช่วงเวลาสองปี
เธอชนะการแข่งหกเจ็ดรายการ

00:17:33.886 --> 00:17:36.972 align:center
ไม่ใช่แค่หลักนาที หรือ…
เธอเข้าเส้นชัยก่อนเป็นชั่วโมงๆ

00:17:37.056 --> 00:17:38.974 align:center
แชมป์อยู่ที่นี่แล้วครับ!

00:17:39.058 --> 00:17:42.269 align:center
นี่คือโมไรอาห์ วิลสัน!

00:17:42.352 --> 00:17:44.313 align:center
เยี่ยมมากโม

00:17:44.396 --> 00:17:45.856 align:center
โมไรอาห์ วิลสันไร้เทียมทาน

00:17:45.939 --> 00:17:48.150 align:center
ผลลัพธ์น่าประทับใจจริงๆ ค่ะ

00:17:51.195 --> 00:17:53.989 align:center
ต้นปี 2022 เราคุยกัน

00:17:54.073 --> 00:17:56.742 align:center
เธอบอกว่า "ฉันจะไปออสติน"
ฉันเลยถามว่า "เมื่อไหร่"

00:17:56.825 --> 00:17:59.161 align:center
เธอตอบ "อีกสองวัน" ฉันแบบ "หา"

00:17:59.244 --> 00:18:03.415 align:center
แล้วสุดท้ายเธอก็มาพักกับฉันที่บ้านอยู่สองสัปดาห์

00:18:03.499 --> 00:18:04.875 align:center
ช่วงที่เธอมาที่เมือง

00:18:04.958 --> 00:18:08.921 align:center
พวกเรานั่งทำงานด้วยกัน นั่งกินข้าวด้วยกัน

00:18:09.004 --> 00:18:12.841 align:center
แล้วมิตรภาพของเราก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นมา

00:18:12.925 --> 00:18:14.635 align:center
อย่างงดงามจริงๆ

00:18:24.353 --> 00:18:26.688 align:center
(อาคารโรนัลด์ เอิร์ล)
(416 ถ. 11 ต.ต.)

00:18:26.772 --> 00:18:29.983 align:center
(12 พฤษภาคม ปี 2022)
(หนึ่งวันหลังเหตุฆาตกรรม)

00:18:30.067 --> 00:18:32.736 align:center
ตอนที่คดีนี้เข้ามา ผมไม่รู้อะไรเลย

00:18:32.820 --> 00:18:36.615 align:center
รู้แค่ว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งถูกฆาตกรรม

00:18:36.698 --> 00:18:43.664 align:center
และเธอมีความเกี่ยวข้องบางอย่าง
กับวงการนักปั่น

00:18:43.747 --> 00:18:48.710 align:center
ตอนนั้นผมไม่รู้เลยจริงๆ ว่าโมไรอาห์เป็นใคร

00:18:50.629 --> 00:18:52.422 align:center
กีเยร์โมเครียดมาก

00:18:52.506 --> 00:18:54.299 align:center
เครียดอย่างแรง

00:18:54.383 --> 00:18:57.636 align:center
และเพราะเราเคยว่าความคดีประเภทนี้

00:18:57.719 --> 00:19:01.807 align:center
ถ้าคุณเป็นคนที่รู้สึกกดดันง่าย
ความกดดันมันจะสูงมาก

00:19:01.890 --> 00:19:03.392 align:center
และผมว่าเขาเป็น

00:19:04.101 --> 00:19:05.727 align:center
- คุณล่ะ
- ไม่

00:19:06.687 --> 00:19:09.982 align:center
นี่เป็นคดีใหญ่ที่ทุกฝ่ายร่วมมือกันสืบ

00:19:10.065 --> 00:19:12.818 align:center
และมันน่าตกใจเพราะไม่มีใครรู้เลยว่า

00:19:12.901 --> 00:19:15.487 align:center
ทำไมถึงมีคนอยากฆ่าคนคนนี้

00:19:16.071 --> 00:19:18.615 align:center
มีจักรยานไหม คุณเจอจักรยานไหม

00:19:19.449 --> 00:19:21.660 align:center
เขาบอกว่าเธอจอดไว้ข้างประตู

00:19:22.244 --> 00:19:23.453 align:center
ไม่มี

00:19:23.537 --> 00:19:27.666 align:center
ดูเผินๆ มันมีโอกาสที่จะเป็นการบุกรุกบ้าน

00:19:27.749 --> 00:19:29.042 align:center
เป็นเหตุการณ์ปล้น

00:19:29.126 --> 00:19:32.004 align:center
แต่ยิ่งเราขุดคุ้ยลึกลงไปมากเท่าไร

00:19:32.087 --> 00:19:36.717 align:center
มันก็ยิ่งส่อเค้าไปในทางอื่นมากขึ้นทุกทีๆ

00:19:37.676 --> 00:19:40.846 align:center
ผมอยากรู้เพิ่ม แล้วก็เริ่มคัดว่า

00:19:40.929 --> 00:19:44.057 align:center
เรื่องไหนที่จำเป็นต้องติดตามบ้างโดยทันที

00:19:45.726 --> 00:19:48.520 align:center
บ้านของคนส่วนใหญ่จะมีกล้องติดไว้

00:19:48.604 --> 00:19:50.564 align:center
นึกออกไหม ใครๆ ก็มีโทรศัพท์

00:19:50.647 --> 00:19:54.568 align:center
จำนวนหลักฐานดิจิทัลน่ะมันมากมายมหาศาลเลย

00:19:55.152 --> 00:19:59.281 align:center
คนที่เธอรู้จักมีอีกคน คอลิน สตริกแลนด์

00:19:59.364 --> 00:20:02.451 align:center
เธอ… ควรจะต้องไปหาเขาคืนนี้

00:20:02.534 --> 00:20:04.912 align:center
แล้วเขา… เขายังอยู่ที่ออสตินไหมครับ

00:20:04.995 --> 00:20:07.247 align:center
- ค่ะ บ้านเขาอยู่ออสติน
- โอเค

00:20:07.331 --> 00:20:10.918 align:center
คอลิน สตริกแลนด์เป็นคนสุดท้าย
ที่เจอโมไรอาห์ตอนมีชีวิต

00:20:11.001 --> 00:20:15.672 align:center
ผมเลยอยากคุยกับคอลิน
เพื่อหาว่ามันเกิดอะไรขึ้น

00:20:17.424 --> 00:20:21.261 align:center
ผมกับสายสืบอีกคน เราเข้าไปแนะนำตัวเอง

00:20:22.054 --> 00:20:24.431 align:center
ไงครับ ผมมาหาคุณสตริกแลนด์

00:20:24.514 --> 00:20:25.682 align:center
- ผมเองครับ
- ไง

00:20:25.766 --> 00:20:28.602 align:center
- ทีนี้ คอลิน นี่ชื่อต้นคุณใช่ไหม
- ครับ

00:20:28.685 --> 00:20:32.940 align:center
นี่ คุณรู้จักแอนนาไหม

00:20:34.733 --> 00:20:35.651 align:center
โมน่ะ

00:20:36.652 --> 00:20:38.362 align:center
- แอนนา โมเหรอ
- ใช่

00:20:38.445 --> 00:20:40.739 align:center
- ใครๆ ก็เรียกเขาว่าโม
- ไม่

00:20:44.243 --> 00:20:45.994 align:center
โมนิค… โมนิก…

00:20:46.578 --> 00:20:47.871 align:center
นามสกุลวิลสัน

00:20:47.955 --> 00:20:51.333 align:center
- เป็นนักปั่นจักรยานทางกรวด
- อ้อครับ

00:20:51.416 --> 00:20:53.710 align:center
- ครับ รู้จัก
- โอเค งั้น…

00:20:55.671 --> 00:20:58.173 align:center
ผมลำบากใจจริงๆ ที่จะต้องแจ้งเรื่องนี้

00:20:58.257 --> 00:21:01.260 align:center
เมื่อคืนนี้เขาเสียชีวิตแล้วครับ

00:21:06.181 --> 00:21:07.432 align:center
มันเป็นงั้นได้ไง

00:21:08.183 --> 00:21:11.645 align:center
เขา… ตอนนี้เรายังสืบสวนอยู่

00:21:11.728 --> 00:21:15.440 align:center
แต่เราตั้งสมมติฐานว่าเป็นการฆาตกรรม

00:21:16.900 --> 00:21:19.027 align:center
ว้าว โอเค

00:21:25.325 --> 00:21:27.786 align:center
- คุณโอเคไหม
- ครับ โอเค

00:21:35.752 --> 00:21:37.212 align:center
สิ่งแรกที่ผมคิดคือ

00:21:37.296 --> 00:21:42.426 align:center
"ว้าว คุณเพิ่งไปเดตกับเขาเมื่อคืนก่อน

00:21:42.509 --> 00:21:46.430 align:center
คุณฆ่าผู้เคราะห์ร้ายของผม
คุณฆ่าโมไรอาห์ วิลสัน"

00:21:49.766 --> 00:21:53.520 align:center
ผมเพิ่งรู้จักกับโมเมื่อปี 2017

00:21:53.603 --> 00:21:56.148 align:center
ผมไปเบิร์ก เวอร์มอนต์กับเพื่อนสนิทของผม

00:21:56.231 --> 00:21:57.649 align:center
ไปปั่นเสือภูเขา

00:21:57.733 --> 00:21:59.735 align:center
จอร์จบอกว่า "โมจะมาด้วย"

00:21:59.818 --> 00:22:01.695 align:center
ผมบอก "เยี่ยม แต่เธอจะตามทันไหม"

00:22:01.778 --> 00:22:04.114 align:center
และจอร์จก็บอกว่า "นั่นไม่ใช่ปัญหาแน่"

00:22:09.077 --> 00:22:13.582 align:center
มันไม่บ่อยที่จะเจอใครอีกคนที่ตามผมทัน

00:22:16.460 --> 00:22:20.464 align:center
ผมชอบมากเลยที่เธอเป็นนักกีฬาที่แข็งแกร่ง

00:22:20.547 --> 00:22:23.133 align:center
แต่ไม่ได้อีโก้จ๋า

00:22:23.216 --> 00:22:25.344 align:center
เธอแค่ "ฉันอยู่ที่นี่ ฉันแกร่ง

00:22:25.427 --> 00:22:28.805 align:center
และฉันไม่กลัวที่จะโชว์ความแกร่ง"

00:22:30.265 --> 00:22:33.268 align:center
ผมเป็นแฟนจริงๆ คนแรกของเธอ

00:22:35.103 --> 00:22:39.900 align:center
ผมชอบที่เธอเป็นคนเงียบๆ และเก็บตัว

00:22:39.983 --> 00:22:41.610 align:center
เพราะผมไม่ใช่

00:22:41.693 --> 00:22:45.572 align:center
เธอเป็นพวกอินโทรเวิร์ตแบบเต็มตัว

00:22:45.655 --> 00:22:50.702 align:center
เธอคิดอยู่ตลอด แต่ไม่ได้แสดงออก
หรือบอกสิ่งที่คิดออกมาตลอด

00:22:52.287 --> 00:22:54.915 align:center
เราโตที่เวอร์มอนต์ทั้งคู่ ไปต่อที่ดาร์ตมัธทั้งคู่

00:22:54.998 --> 00:22:58.126 align:center
เลยมีหลายอย่างทับซ้อนและคล้ายๆ กัน

00:22:59.419 --> 00:23:03.131 align:center
กุนนาร์เริ่มคบกับโมไรอาห์ตอนเธออยู่ปีสอง

00:23:03.215 --> 00:23:05.550 align:center
ตอนนั้นเขาเรียนจบแล้ว

00:23:05.634 --> 00:23:10.889 align:center
ผมอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน
ผมเรียนจบมาได้สองสามปี

00:23:11.431 --> 00:23:13.767 align:center
ผมพยายามหางานในแคลิฟอร์เนีย

00:23:13.850 --> 00:23:18.480 align:center
ถึงสุดท้ายเราจะคบกันแบบทางไกลอยู่เกือบสองปี

00:23:18.563 --> 00:23:22.109 align:center
แต่ ณ ตอนนั้นผมก็มั่นใจมากกับเรื่องต่างๆ

00:23:27.489 --> 00:23:29.449 align:center
ในเดือนตุลาคมปี 2020

00:23:29.533 --> 00:23:34.496 align:center
เราย้ายไปอยู่มิลล์วัลลีย์
ใกล้ๆ กับซานฟรานซิสโก

00:23:34.579 --> 00:23:38.417 align:center
ตอนนั้นเราตื่นเต้นกันใหญ่เพราะคิดว่า

00:23:38.500 --> 00:23:41.253 align:center
"รอที่จะได้อยู่เมืองเดียวกันไม่ไหวแล้ว"

00:23:44.131 --> 00:23:47.467 align:center
เรากำลังไปด้วยกันบนทางเส้นนี้
และผมรู้สึกว่ามันใช่

00:23:50.554 --> 00:23:54.850 align:center
เธอเอาความสนใจไปลงกับจักรยานซะเยอะ

00:23:54.933 --> 00:23:57.978 align:center
ลงกับการฟิตซ้อม

00:23:58.061 --> 00:24:03.942 align:center
จนความสัมพันธ์ของเรา
มันเสียความหวานและความตื่นเต้นไป

00:24:05.026 --> 00:24:09.114 align:center
และมันก็ทำให้เราทั้งคู่ทุกข์ใจ

00:24:09.865 --> 00:24:13.743 align:center
ผมจำได้ที่เธอบอกว่า "ฉันรักการปั่นมากกว่า

00:24:13.827 --> 00:24:18.874 align:center
ฉันได้รับทั้งอารมณ์ และผลตอบรับ

00:24:18.957 --> 00:24:22.502 align:center
และความสุขในชีวิตจากการปั่นจักรยาน"

00:24:22.586 --> 00:24:26.756 align:center
และ… ครับ พูดแค่นี้ผมก็เข้าใจแล้ว

00:24:30.135 --> 00:24:33.430 align:center
ฉันรู้จักโมไรอาห์ที่ดาร์ตมัธ

00:24:33.513 --> 00:24:35.724 align:center
สมัยเรียนเราสนิทสนมกันมาก

00:24:36.349 --> 00:24:40.479 align:center
ฉันย้ายไปซานฟรานซิสโก
หลังจากที่ฉันเลิกกับแฟน

00:24:40.562 --> 00:24:43.482 align:center
และฉันก็กำลังมองหา… การเปลี่ยนบรรยากาศ

00:24:43.565 --> 00:24:45.984 align:center
- ดื่ม
- ดื่ม

00:24:46.067 --> 00:24:47.903 align:center
สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะ

00:24:47.986 --> 00:24:51.114 align:center
แล้วเราก็ย้ายมาอยู่ด้วยกัน
ในเดือนมกราคมปี 2022

00:24:51.865 --> 00:24:54.284 align:center
เธอเข้าใจว่าฉันกำลังเจอกับอะไร

00:24:54.367 --> 00:24:56.536 align:center
ฉันเองก็เข้าใจว่าเธอกำลังเจออะไร

00:24:57.037 --> 00:25:00.081 align:center
เราจำเป็นต้องหัดทำบางเรื่องด้วยตัวเอง

00:25:00.165 --> 00:25:03.668 align:center
และคิดให้ออกว่าเรากำลังหาอะไรอยู่กันแน่

00:25:04.753 --> 00:25:06.588 align:center
เรื่องหนึ่งที่เธอบอกฉันก็คือ

00:25:06.671 --> 00:25:09.299 align:center
"ฉันต้องลองเดตกับคนอื่นบ้าง
ฉันไม่เคยเดตกับคนอื่น"

00:25:09.382 --> 00:25:11.801 align:center
และเธอก็ชอบเข้าหาพวกคนที่ประสบความสำเร็จ

00:25:11.885 --> 00:25:13.303 align:center
ชอบเรียนรู้จากพวกเขา

00:25:14.346 --> 00:25:16.640 align:center
ช่วยเข้าไปนั่งในนี้นะครับ

00:25:16.723 --> 00:25:20.727 align:center
เมื่อวานนี้ เล่าให้ผมฟังที
เมื่อวานนี้ของคุณเป็นยังไง

00:25:22.354 --> 00:25:25.899 align:center
โมบอกว่าคืนนั้นแคชต้องไปงานอีเวนต์กับเพื่อน

00:25:25.982 --> 00:25:28.026 align:center
ผมเลยเสนอว่าไปว่ายน้ำกันไหม

00:25:28.109 --> 00:25:29.736 align:center
คือเธอมาที่เมือง และ…

00:25:30.862 --> 00:25:33.698 align:center
เธอเป็นพวกรักสันโดษ ผมเลยอยาก…

00:25:33.782 --> 00:25:34.783 align:center
ครับ

00:25:34.866 --> 00:25:37.410 align:center
ผมอยากถามไถ่ข่าวคราวและทำอะไรสนุกๆ

00:25:37.494 --> 00:25:38.495 align:center
ครับ

00:25:38.578 --> 00:25:41.748 align:center
ผมรู้จักกับคอลินผ่านทางชุมชนจักรยานในออสติน

00:25:41.831 --> 00:25:42.916 align:center
ผมเป็นนักข่าว

00:25:42.999 --> 00:25:47.879 align:center
ทำข่าวเกี่ยวกับสันทนาการกลางแจ้ง
กีฬา อะไรพวกนี้ครับ

00:25:47.963 --> 00:25:51.675 align:center
ผมเคยสัมภาษณ์เขามาหลายครั้งแล้ว

00:25:51.758 --> 00:25:54.553 align:center
เราอยู่ที่ออสติน เทกซัสครับ ด้านนอกโรงรถ

00:25:54.636 --> 00:25:58.348 align:center
ของแชมป์เดอร์ตี้คันซาปี 2019
คอลิน สตริกแลนด์

00:26:06.565 --> 00:26:07.899 align:center
- ไงคอลิน
- ไงเอียน

00:26:07.983 --> 00:26:09.568 align:center
- เป็นไงบ้าง
- สบายดีไหม

00:26:09.651 --> 00:26:11.486 align:center
- สบายดีนะ
- ขอต้อนรับสู่โรงรถของผม

00:26:11.570 --> 00:26:13.738 align:center
ครับ นี่มัน…

00:26:13.822 --> 00:26:16.866 align:center
- ในนี้มีของเพียบเลยนะ
- ผมมีของเยอะจริงครับ

00:26:16.950 --> 00:26:18.410 align:center
เริ่มตรงไหนกันดีล่ะ

00:26:18.994 --> 00:26:22.163 align:center
คอลิน สตริกแลนด์ เขาทุ่มเทสุดๆ

00:26:22.247 --> 00:26:26.835 align:center
กับการแข่งทางกรวด
และการเป็นนักปั่นทางกรวดมือหนึ่งของโลก

00:26:26.918 --> 00:26:28.795 align:center
เขาคือคนแรกๆ ของวงการเลย

00:26:28.878 --> 00:26:32.173 align:center
ที่มองออกว่าการสร้างแบรนด์ตัวเอง

00:26:32.257 --> 00:26:35.844 align:center
และสร้างตัวตนในโซเชียล
จะสามารถเรียกสปอนเซอร์เข้ามา

00:26:35.927 --> 00:26:37.262 align:center
และหาเงินเลี้ยงชีวิตได้

00:26:37.345 --> 00:26:40.056 align:center
เดี๋ยวผมจะบอกว่า
ผมทำอะไรกับจักรยานคันนี้ไปบ้าง

00:26:40.140 --> 00:26:41.808 align:center
นี่คือคันล่าสุดที่ผมแต่ง

00:26:42.475 --> 00:26:43.768 align:center
เปลี่ยนเกียร์ขึ้นลง

00:26:44.352 --> 00:26:46.187 align:center
ฉันจำได้ โมไรอาห์บอกว่า

00:26:46.271 --> 00:26:48.940 align:center
"ฉันไปฝึกปั่นกับคอลิน สตริกแลนด์มา"

00:26:49.024 --> 00:26:52.902 align:center
เธอพูดในลักษณะที่ว่า
ฉันน่าจะรู้อยู่แล้วว่าคอลินเป็นใคร

00:26:52.986 --> 00:26:54.779 align:center
คุณเป็นแชมป์ของรัฐเทกซัส

00:26:54.863 --> 00:26:57.574 align:center
ครับ ใช่ครับ ใช่

00:26:57.657 --> 00:27:03.330 align:center
ฉันรู้ว่าเขาเคยมีประวัติปั่นหัวผู้หญิงที่เขาคบ

00:27:04.039 --> 00:27:08.293 align:center
และฉันรู้เรื่องราวเก่าๆ ของเขา

00:27:10.670 --> 00:27:13.715 align:center
ผมเจอโมไรอาห์ที่งานรีเบกกาส์ไพรเวตไอดาโฮ

00:27:13.798 --> 00:27:15.342 align:center
เธอคว้าแชมป์มาได้แบบง่ายๆ

00:27:15.425 --> 00:27:17.636 align:center
ในงานนั้นเราได้คุยกันแค่สั้นๆ

00:27:17.719 --> 00:27:21.389 align:center
แล้วพองานจบ ผมก็ชวนเธอไปดื่มเบียร์

00:27:21.473 --> 00:27:22.432 align:center
ผมมีแฟนแล้ว

00:27:22.515 --> 00:27:24.768 align:center
เราไม่ได้คุยกันในเชิงชู้สาวเลย

00:27:24.851 --> 00:27:27.020 align:center
มีแต่พูดเรื่องอนาคตทางอาชีพของเธอ

00:27:27.103 --> 00:27:30.190 align:center
ผมบอกเธอว่าเธอจะได้เป็นแชมป์หลายรายการ

00:27:30.273 --> 00:27:33.318 align:center
แน่นอนล่ะว่าผมถูกใจเธอ
แต่ผมก็อยากจะช่วยเธอด้วย

00:27:33.401 --> 00:27:36.780 align:center
และ ณ จุดนั้น ถ้าเราเดตกัน
มันก็คงไม่เหมาะสมสุดๆ

00:27:36.863 --> 00:27:40.241 align:center
เวลาไปแข่งจักรยาน
เขาไม่ได้ทำตัวเหมือนคนมีแฟน

00:27:40.825 --> 00:27:44.829 align:center
เขาจะไม่พูดถึงเธอ ไม่พาเธอไปด้วย

00:27:45.497 --> 00:27:48.083 align:center
มันมีมุกทำนองนี้อยู่

00:27:48.166 --> 00:27:49.626 align:center
เคทลินเป็นใคร

00:27:49.709 --> 00:27:52.337 align:center
อ้อ เธอคือผู้หญิง

00:27:52.420 --> 00:27:55.173 align:center
ที่ยืนอยู่ข้างๆ คอลิน
และเขาจะไม่แนะนำให้เรารู้จัก

00:27:57.133 --> 00:27:58.551 align:center
ผมจำได้ว่าได้ยินเรื่องคอลิน

00:27:58.635 --> 00:28:02.806 align:center
เพราะโมไรอาห์กลับมาจากการแข่งและบอกว่า

00:28:02.889 --> 00:28:08.144 align:center
"ฉันเจอคอลิน สตริกแลนด์
และเขาจะช่วยเรื่องคนที่อาจมาเป็นสปอนเซอร์"

00:28:09.354 --> 00:28:14.067 align:center
ในอดีตนักปั่นชายจะได้ความสนใจ
และเงินสนับสนุนมากกว่า

00:28:14.150 --> 00:28:17.904 align:center
และจะช่วยนักปั่นหญิง ไม่ว่าจะมีแรงจูงใจอะไร

00:28:19.656 --> 00:28:26.496 align:center
โมอยากไปแข่งทางกรวดที่เทกซัส
ซึ่งจะมีขึ้นช่วงปลายปี 2021

00:28:26.579 --> 00:28:29.040 align:center
และฉันก็สมัครไปด้วย แต่งานถูกยกเลิก

00:28:29.124 --> 00:28:32.043 align:center
เธอถามว่า "ยังอยากไปไหม"
และฉันบอกว่า "ไม่"

00:28:32.961 --> 00:28:36.506 align:center
เธอบอกว่าตื่นเต้นที่จะไปเจอคอลินที่เทกซัส

00:28:36.589 --> 00:28:40.552 align:center
และมันอาจจะมีอะไรมากกว่าแค่คำว่าเพื่อน

00:28:42.929 --> 00:28:46.599 align:center
ถึงจุดนี้โมไรอาห์กับผม
ยังไม่มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาว

00:28:48.101 --> 00:28:51.354 align:center
ผมขับรถกลับเบนตันวิลล์กับเคทลิน แฟนผม

00:28:51.438 --> 00:28:53.523 align:center
และเราก็บอกเลิกกันในรถนั่นแหละ

00:28:53.606 --> 00:28:57.026 align:center
ผมบอกว่า "ผมไม่รู้สึกแล้ว ผมไปต่อไม่ไหวแล้ว"

00:28:57.110 --> 00:28:59.070 align:center
เราไม่มีทะเลาะกันเลย

00:28:59.571 --> 00:29:02.824 align:center
และเราก็เป็นหุ้นส่วนกันในหลายๆ เรื่อง

00:29:05.744 --> 00:29:08.329 align:center
ไม่กี่วันต่อมา ผมได้ข้อความจากโมไรอาห์บอกว่า

00:29:08.413 --> 00:29:10.665 align:center
"ไง ฉันมาเยี่ยมเพื่อนที่ออสตินหนึ่งสัปดาห์

00:29:10.749 --> 00:29:12.208 align:center
กะจะมาทำงานทางไกลน่ะ"

00:29:12.292 --> 00:29:14.711 align:center
เคทลินกับผมแยกห้องกันอยู่แล้ว

00:29:14.794 --> 00:29:17.672 align:center
เราเลิกรากันแบบเด็ดขาด

00:29:17.756 --> 00:29:19.632 align:center
ไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว

00:29:19.716 --> 00:29:23.052 align:center
โดยส่วนตัวแล้ว ผมอยากตัดสัมพันธ์ให้หมดไปเลย

00:29:23.136 --> 00:29:25.472 align:center
ผมรู้สึกแบบนั้น ไม่กลับไปอีกแล้ว

00:29:25.555 --> 00:29:27.265 align:center
เธออาจจะโกรธผม

00:29:27.849 --> 00:29:32.145 align:center
แล้วผมก็เริ่มไปเดตกับโมไรอาห์
ช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่เธออยู่ออสติน

00:29:32.896 --> 00:29:36.441 align:center
คอลินอยู่ในช่วง "ห่างกัน" กับเคทลิน

00:29:36.524 --> 00:29:39.694 align:center
แต่พวกเขาก็ยังอยู่บ้านหลังเดียวกัน
แค่แยกห้องกันอยู่

00:29:39.778 --> 00:29:43.490 align:center
และโมไรอาห์กับคอลินก็เริ่มใช้เวลาด้วยกัน

00:29:43.573 --> 00:29:47.410 align:center
และมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันในช่วงนั้น

00:29:47.494 --> 00:29:51.080 align:center
ฉันเตือนเธอแล้วเรื่องคอลิน แต่ไม่ใช่ในเชิง…

00:29:51.164 --> 00:29:55.251 align:center
คือไม่มีใครหรอกที่จะคิดว่าเขาจะทำร้ายเธอ

00:29:56.961 --> 00:30:01.966 align:center
คุณรู้ไหมว่าโมหรือแคช
มีอาวุธปืนหรืออะไรแบบนั้นไหม

00:30:02.050 --> 00:30:03.718 align:center
ผมคิดว่ายากนะ แต่…

00:30:03.802 --> 00:30:07.388 align:center
โอเค แล้วคุณมีปืนไหม พวกเขาเคยมาคุยกับคุณ…

00:30:07.472 --> 00:30:09.307 align:center
ผมมี… ที่จริงผมซื้อ…

00:30:09.390 --> 00:30:12.602 align:center
ผมซื้อปืนมาเมื่อใบไม้ร่วงปีที่แล้ว

00:30:12.685 --> 00:30:14.687 align:center
และไม่เคยเอาออกมายิงเลย

00:30:14.771 --> 00:30:16.523 align:center
เป็นปืนชนิดไหนครับ

00:30:17.190 --> 00:30:18.525 align:center
ปืน 9 มม.

00:30:20.735 --> 00:30:23.822 align:center
เขาบอกว่าตัวเองมีปืนพกขนาด 9 มม.

00:30:23.905 --> 00:30:28.493 align:center
ปลอกกระสุนที่เจอในที่เกิดเหตุ
ก็เป็นกระสุนขนาด 9 มม.

00:30:28.576 --> 00:30:31.496 align:center
ผมเก็บไว้ในกล่องและไม่เคยเอามายิง

00:30:31.579 --> 00:30:32.914 align:center
ไม่มีเวลาน่ะ

00:30:32.997 --> 00:30:34.207 align:center
โอเค

00:30:34.833 --> 00:30:38.419 align:center
เธอส่งรูปเธอขี่จักรยานมา

00:30:38.503 --> 00:30:40.421 align:center
- นั่นโมเหรอ
- ครับ นั่นโม

00:30:40.505 --> 00:30:42.924 align:center
และนี่อาจจะดูซับซ้อนกว่าเดิม

00:30:43.007 --> 00:30:45.802 align:center
แต่ที่ผมเซฟไว้ในชื่ออื่นก็เพราะว่า…

00:30:46.386 --> 00:30:49.556 align:center
ทำไมคุณถึงจำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อของโม

00:30:49.639 --> 00:30:52.809 align:center
ผมไม่… เพราะว่าเมื่อก่อน
เคทลินจะเช็กโทรศัพท์ผม

00:30:52.892 --> 00:30:54.644 align:center
และผมก็ไม่อยากให้…

00:30:55.603 --> 00:30:58.523 align:center
ผมแค่ไม่อยากให้มันขึ้นมา…

00:30:58.606 --> 00:31:01.442 align:center
- แบบนั้นก็จะต้องทะเลาะกัน
- ถูกต้อง

00:31:03.027 --> 00:31:06.781 align:center
เคทลินมีรหัสทุกอย่างของผม
เธอจัดการบัญชีธนาคารให้ผม

00:31:06.865 --> 00:31:10.326 align:center
เธอเคยเปิดมือถือผมและอ่านทุกอย่าง

00:31:10.827 --> 00:31:14.080 align:center
เธอบล็อกผู้ติดต่อในมือถือผมหลายคนเลย

00:31:14.163 --> 00:31:17.041 align:center
ผมรู้ว่าถ้าอยากหา เธอย่อมหาข้อมูลได้

00:31:17.584 --> 00:31:20.169 align:center
(ผมสนุกมากเลยที่ได้พาคุณไปรู้จัก)

00:31:20.253 --> 00:31:23.423 align:center
(สถานที่เด่นๆ ของออสตินและทั่วทั้งรัฐเทกซัส)

00:31:23.506 --> 00:31:26.676 align:center
(คุณมีพรสวรรค์หายากและฉลาดเป็นกรด)

00:31:26.759 --> 00:31:29.429 align:center
(แถมมีจิตใจที่ร่าเริงและงดงาม)

00:31:30.263 --> 00:31:31.514 align:center
เมื่ออยู่กับคอลิน

00:31:31.598 --> 00:31:35.101 align:center
ฉันพบว่าตัวเองเริ่มหลงไปกับคำหวานของเขา

00:31:35.810 --> 00:31:37.896 align:center
มันทำให้รู้สึกปลอดภัย

00:31:37.979 --> 00:31:40.690 align:center
เหมือนฉันสำคัญและมีคุณค่า

00:31:41.274 --> 00:31:44.360 align:center
ฉันว่าฉันชอบเขามากกว่าที่ใจฉันอยากจะยอมรับ

00:31:44.444 --> 00:31:47.488 align:center
เพราะฉันกลัวว่าเขาอาจไม่ได้รู้สึกแบบเดียวกัน

00:31:47.572 --> 00:31:53.244 align:center
เธอมีคำถามในใจ
เรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับคอลิน

00:31:53.328 --> 00:31:56.956 align:center
เพราะจู่ๆ เขาก็หายหน้าไป แถมยังถอยห่างไป

00:31:57.040 --> 00:32:00.126 align:center
ทั้งในฐานะเพื่อนและในแง่ของความสัมพันธ์

00:32:00.209 --> 00:32:03.838 align:center
แถมเขายังไม่ค่อยสื่อสารด้วย

00:32:04.714 --> 00:32:07.926 align:center
ฉันอยากรู้ความในใจเขา
ก่อนที่จะบอกความในใจฉัน

00:32:08.009 --> 00:32:11.846 align:center
และมันก็ดูออกยากมาก
ว่าจริงๆ แล้วเขาคิดอะไรยังไงกันแน่

00:32:11.930 --> 00:32:15.934 align:center
ฉันกลัวที่จะบอกความรู้สึกออกไปแล้วถูกปฏิเสธ

00:32:16.017 --> 00:32:21.356 align:center
มีหลายครั้งที่เราโทรหากันไม่ติด

00:32:21.439 --> 00:32:25.860 align:center
และถ้ามีเรื่องอะไรที่เธออยากได้ความเห็นสั้นๆ

00:32:25.944 --> 00:32:28.571 align:center
ฉันจะให้เธออัดเสียงส่งมา แล้วฉันจะโทรกลับไป

00:32:29.322 --> 00:32:30.698 align:center
ไง

00:32:30.782 --> 00:32:33.368 align:center
ฉันไปอาร์คันซอมาเมื่อวาน

00:32:33.451 --> 00:32:36.371 align:center
ไปเที่ยวคนเดียวเรื่อยเปื่อยน่ะ

00:32:36.996 --> 00:32:40.166 align:center
คอลินไม่ติดต่อหาฉันเลย

00:32:40.249 --> 00:32:41.709 align:center
เขาหายแบบหายไปเลย

00:32:42.627 --> 00:32:44.545 align:center
เธอเจอเขาที่ออสตินบ้างไหม

00:32:46.172 --> 00:32:49.175 align:center
พวกเราทั้งคู่ไม่ได้ติดต่อหากันเลย

00:32:49.258 --> 00:32:51.260 align:center
จนฉันทักแชตเขาไปวันนี้

00:32:51.344 --> 00:32:54.889 align:center
แต่ข้อความของฉันกลับส่งไม่ไป

00:32:54.973 --> 00:33:00.019 align:center
เขาอาจคิดว่าฉันไม่สนใจหรืออะไรงั้นมั้ง

00:33:00.103 --> 00:33:01.229 align:center
ไม่แน่ใจแฮะ

00:33:03.022 --> 00:33:05.024 align:center
โอเค เมื่อคืนนี้

00:33:05.108 --> 00:33:09.737 align:center
ฉันไปที่มีทีเออร์ตอนชั่วโมงลดราคา
และฉันเจอใครรู้ไหม

00:33:09.821 --> 00:33:13.950 align:center
คอลิน เคทลิน กับคนอื่นอีกสองสามคน

00:33:14.033 --> 00:33:17.954 align:center
ในที่สุดคอลินก็เดินมา และเราก็กอดกัน

00:33:18.037 --> 00:33:21.582 align:center
ไม่ได้พูดอะไรเท่าไหร่
ก็แค่ "อ้อ ดีใจที่เจอคุณนะ"

00:33:21.666 --> 00:33:25.628 align:center
คือ… ไม่รู้สิ มันพิลึกสุดๆ เลย

00:33:25.712 --> 00:33:29.257 align:center
และใช่ หลังจากนั้น
ฉันก็ไม่ได้เจอหรือได้คุยกับเขาอีก

00:33:29.966 --> 00:33:32.677 align:center
ฉันอยากได้บทสรุปที่มันชัดเจน

00:33:32.760 --> 00:33:34.137 align:center
แต่ไม่รู้จะต้องทำยังไง

00:33:34.220 --> 00:33:37.098 align:center
ฉันคงจะได้เจอเขาคืนนี้เพราะมันมีปาร์ตี้

00:33:37.181 --> 00:33:41.769 align:center
แต่ถ้าเคทลินมาด้วย เขาก็คงไม่คุยกับฉัน

00:33:43.187 --> 00:33:45.314 align:center
อึดอัดชะมัดเลย

00:33:49.068 --> 00:33:50.903 align:center
(ศูนย์บัญชาการตำรวจ)

00:33:50.987 --> 00:33:54.365 align:center
ร่างของโมกำลังถูกส่งไปที่สถาบันนิติเวช

00:33:55.408 --> 00:33:59.162 align:center
พวกเขาจะชันสูตรร่างของเธออย่างเต็มรูปแบบ

00:34:02.832 --> 00:34:07.128 align:center
ยังไงก็ตาม คุณแน่ใจนะว่าไม่มีตอนไหนเลย

00:34:08.212 --> 00:34:09.505 align:center
ที่พวกคุณมีเซ็กซ์กัน

00:34:09.589 --> 00:34:12.508 align:center
ไม่มีครับ เราไม่ได้มีเพศสัมพันธ์กัน

00:34:12.592 --> 00:34:13.801 align:center
- โอเค
- ไม่…

00:34:13.885 --> 00:34:15.762 align:center
เราไม่ได้จูบกันด้วยซ้ำ

00:34:15.845 --> 00:34:16.763 align:center
โอเค

00:34:16.846 --> 00:34:20.641 align:center
ผมแค่ถามให้ชัวร์ เพราะพอชันสูตรแล้ว

00:34:20.725 --> 00:34:22.393 align:center
พวกเขาจะตรวจสอบทุกอย่าง

00:34:22.477 --> 00:34:24.103 align:center
- ผมรู้
- นั่นแหละ เพราะงั้น…

00:34:24.187 --> 00:34:25.396 align:center
เรื่องนั้นผมเข้าใจ

00:34:25.980 --> 00:34:27.565 align:center
ไม่ครับ ไม่ได้ทำ

00:34:27.648 --> 00:34:28.608 align:center
โอเค

00:34:29.734 --> 00:34:31.235 align:center
คอลินคิดไม่ตกว่า

00:34:31.319 --> 00:34:34.072 align:center
เขาจะมีความสัมพันธ์แบบผูกมัดดีไหม

00:34:34.155 --> 00:34:39.869 align:center
แต่เขาก็เห็นว่าเคทลินนั้น
ทั้งเห็นอกเห็นใจและใส่ใจ

00:34:39.952 --> 00:34:43.414 align:center
ผมว่าจุดสำคัญที่สุดสำหรับเขา
คือเธอช่วยเขาได้เยอะมากๆ

00:34:44.749 --> 00:34:48.544 align:center
คอลินตั้งใจจะสร้างธุรกิจรถบ้านสปาร์ตัน

00:34:49.545 --> 00:34:53.466 align:center
เคทลินมีความรู้ทางด้านการเงินเป็นอย่างดี

00:34:53.549 --> 00:34:55.802 align:center
และเห็นได้ชัดว่าเธอฉลาดในเรื่องเงิน

00:34:55.885 --> 00:34:59.347 align:center
เธอคอยบริหารเรื่องต่างๆ ให้กับธุรกิจ

00:34:59.430 --> 00:35:02.558 align:center
คอลินจึงสามารถโฟกัสกับองค์ประกอบอื่นๆ

00:35:02.642 --> 00:35:06.312 align:center
ในอาชีพนักปั่นของเขา รวมไปถึงเรื่องอื่นๆ

00:35:08.356 --> 00:35:11.901 align:center
ในใจผมคิดว่าผมกับโมไรอาห์
ได้รีเซ็ตความสัมพันธ์กัน

00:35:12.610 --> 00:35:16.197 align:center
ผมเริ่มจะอิ่มตัวกับวงการนี้และชักจะหมดไฟ

00:35:16.280 --> 00:35:18.533 align:center
ส่วนเธอจำเป็นต้องสร้างโมเมนตัม

00:35:18.616 --> 00:35:20.993 align:center
เธอกระตือรือร้นกับมัน ซึ่งมันก็ดี

00:35:21.077 --> 00:35:24.330 align:center
แต่ผมมองว่าผมไม่ใช่คนที่เหมาะสมกับเธอเท่าไร

00:35:24.413 --> 00:35:27.166 align:center
เธอมีแววจะได้ขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งของอเมริกา

00:35:27.250 --> 00:35:29.418 align:center
ส่วนผมน่ะมีแต่จะเป็นอุปสรรคต่อเรื่องนั้น

00:35:30.753 --> 00:35:34.632 align:center
เคทลินไม่อยากแยกจากผม
เธออยากเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตผม

00:35:35.925 --> 00:35:38.553 align:center
สองสามสัปดาห์มานี้มีหลายอย่างเกิดขึ้น

00:35:39.303 --> 00:35:42.014 align:center
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ฉันรู้สึกแย่มากเรื่องคอลิน

00:35:43.724 --> 00:35:45.184 align:center
แล้วฉันก็ได้คุยกับเขาเมื่อวันศุกร์

00:35:45.268 --> 00:35:49.021 align:center
ฉันรู้สึกเหมือนได้ยกภูเขาออกจากอกเลย

00:35:50.439 --> 00:35:53.317 align:center
เห็นได้ชัดว่าเราคิดไม่ตรงกัน

00:35:53.401 --> 00:35:54.610 align:center
ซึ่งนั่นก็โอเค

00:35:55.236 --> 00:35:58.531 align:center
มันทำให้ทุกอย่างเคลียร์
และช่วยให้ฉันเข้าใจว่าเขาคิดยังไง

00:35:59.323 --> 00:36:02.660 align:center
สองสามวันมานี้ฉันคิดเรื่องผู้ชายคนอื่นๆ

00:36:02.743 --> 00:36:05.121 align:center
และมันทำให้ฉันรู้สึกตื่นเต้น

00:36:05.204 --> 00:36:07.790 align:center
มาแล้วครับ เธอมานั่นแล้ว!

00:36:07.874 --> 00:36:10.126 align:center
- เย่ โม!
- เย่ โม!

00:36:10.209 --> 00:36:15.715 align:center
- โม วิลสัน!
- เย่!

00:36:16.591 --> 00:36:20.720 align:center
แชมป์หญิงคนนี้พิสูจน์ให้เห็นชัดเจนแล้ว

00:36:20.803 --> 00:36:25.099 align:center
โม วิลสันพิชิตเบลเจียนวอฟเฟิลไรด์แบบขาดลอย

00:36:25.183 --> 00:36:26.225 align:center
ยินดีด้วยนะ

00:36:26.309 --> 00:36:28.728 align:center
- เธอทำผลงานเหนือชั้นอีกครั้ง
- ขอบคุณ

00:36:28.811 --> 00:36:31.522 align:center
ต่อไปล่ะครับ จะคว้าแชมป์ที่ไหนต่อ

00:36:33.357 --> 00:36:37.570 align:center
สนามทางกรวดต่อไปจะเป็นกราเวลโลคอสค่ะ

00:36:38.154 --> 00:36:42.742 align:center
โมไรอาห์จะไปที่ออสติน
เพื่อแข่งรายการกราเวลโลคอส

00:36:44.619 --> 00:36:49.165 align:center
(เช้าวันที่เกิดการฆาตกรรม)
(11 พฤษภาคม ปี 2022)

00:36:50.124 --> 00:36:53.961 align:center
โมมาถึงก่อนการแข่งสองสามวัน

00:36:54.545 --> 00:36:57.506 align:center
และฉันก็ตื่นเต้นมากที่เธอมา

00:37:01.886 --> 00:37:04.764 align:center
ฉันชงกาแฟไว้

00:37:04.847 --> 00:37:06.766 align:center
เรานั่งเล่นด้วยกัน

00:37:07.266 --> 00:37:13.731 align:center
และฉันก็ถ่ายคลิป ก่อนส่งข้อความไปหาแคเรน

00:37:15.191 --> 00:37:16.984 align:center
เอาล่ะ โบกมือให้กล้องหน่อย

00:37:19.612 --> 00:37:21.697 align:center
ขอต้อนรับสู่ความร้อนระอุของเทกซัส

00:37:22.949 --> 00:37:24.951 align:center
- ระวังตัวด้วย ปั่นไวๆ ล่ะ
- ขอบใจ

00:37:25.034 --> 00:37:26.577 align:center
- บาย
- บาย

00:37:29.247 --> 00:37:30.998 align:center
ค่ะ ข้อความนั้น

00:37:31.707 --> 00:37:36.462 align:center
คลิปโมไรอาห์กำลังเตรียมตัว
จะออกไปซ้อมปั่นคนเดียว

00:37:36.545 --> 00:37:39.715 align:center
แคชส่งมาพร้อมกับพิมพ์ว่า

00:37:40.341 --> 00:37:42.551 align:center
"ลูกคุณอยู่กับฉันปลอดภัยหายห่วง"

00:37:43.678 --> 00:37:47.348 align:center
ฉันรู้สึกผิดมากๆ ที่ส่งข้อความนั้นไป

00:37:48.266 --> 00:37:51.185 align:center
ไม่อยากเชื่อว่าฉันจะบอกแม่เธอว่าเธอโอเค

00:37:51.269 --> 00:37:56.732 align:center
และไว้ใจฉันได้ ทั้งที่… ฉันปกป้องเธอไม่ได้

00:38:04.282 --> 00:38:06.742 align:center
หลังจากนั้นโมส่งข้อความมาบอกว่า

00:38:06.826 --> 00:38:11.163 align:center
"บอกเธอไว้ก่อน ฉันจะไปว่ายน้ำ
และดินเนอร์กับคอลินคืนนี้"

00:38:16.252 --> 00:38:18.963 align:center
ผมทักหาโมว่า "นี่ อยากไปว่ายน้ำไหม"

00:38:19.046 --> 00:38:20.464 align:center
"อืม ฟังดูเข้าท่านี่"

00:38:21.132 --> 00:38:23.551 align:center
ผมไปรับเธอ แล้วขับไปดีปเอ็ดดี้

00:38:24.468 --> 00:38:27.305 align:center
เราไปพูลเบอร์เกอร์
ซื้อเครื่องดื่มสองแก้วกับเบอร์เกอร์

00:38:27.388 --> 00:38:30.182 align:center
แล้วก็คุยกัน หลักๆ คือเรื่องอาชีพเธอ อาชีพผม

00:38:30.266 --> 00:38:33.477 align:center
คุยกันเกี่ยวกับหัวใจของการเป็นนักปั่นจักรยาน

00:38:33.561 --> 00:38:35.521 align:center
มันมีความหมายยังไง

00:38:37.898 --> 00:38:41.027 align:center
แล้วเคทลินก็โทรมาตอนที่ผมอยู่พูลเบอร์เกอร์

00:38:41.110 --> 00:38:43.070 align:center
แต่ผมไม่ได้รับสาย

00:38:46.949 --> 00:38:49.660 align:center
ครับ ผมไปส่งโมไรอาห์ที่เชิงบันได

00:38:50.369 --> 00:38:54.749 align:center
บอกเธอว่า "โอเค เจอกันพรุ่งนี้
ที่งานเลี้ยงก่อนมื้อค่ำกราเวลโลคอส"

00:38:57.335 --> 00:39:00.171 align:center
นั่นคือครั้งสุดท้ายที่เห็นเธอครับ

00:39:10.181 --> 00:39:13.434 align:center
ฉันคิดอยู่นานเกี่ยวกับสิ่งที่ฉันเป็น
ในฐานะคนคนหนึ่ง

00:39:13.517 --> 00:39:15.102 align:center
และคนที่ฉันอยากจะเป็น

00:39:17.938 --> 00:39:21.776 align:center
ฉันอยากเป็นคนแบบที่ใครๆ ก็ต้องพูดถึงในแง่ดี

00:39:24.445 --> 00:39:27.031 align:center
อยากเป็นคนที่คอยช่วยให้คนอื่นรู้สึกดี

00:39:27.114 --> 00:39:28.616 align:center
ตอนที่พวกเขาเศร้า

00:39:31.077 --> 00:39:33.412 align:center
คนที่อยู่เคียงข้าง
ตอนที่พวกเขาต้องการความช่วยเหลือ

00:39:34.663 --> 00:39:36.791 align:center
กำลังใจและมุมมองที่ลึกซึ้ง

00:39:39.460 --> 00:39:44.673 align:center
ฉันอยากเป็นคนแบบที่เมื่ออยู่กับใครๆ
พวกเขาก็ต้องยิ้มออกมา

00:39:47.885 --> 00:39:53.766 align:center
ฉันอยากเป็นคนที่ช่วยเติมเต็ม
ความคิดจิตใจของพวกเขาด้วยสิ่งที่มีคุณค่า

00:40:00.356 --> 00:40:04.819 align:center
แคเรนโทรหาฉัน และฉันกลัวมากที่ต้องคุยกับเธอ

00:40:05.778 --> 00:40:09.407 align:center
แคเรนบอกว่า "แคช ฉันรักหนูมากนะ"

00:40:14.954 --> 00:40:17.415 align:center
นั่นคือสิ่งที่ฉันอยากได้ยิน เพราะฉันรู้สึก…

00:40:18.207 --> 00:40:22.711 align:center
ว่าฉัน… ไม่ดีพอ และรู้สึกผิดมาก

00:40:22.795 --> 00:40:26.424 align:center
ฉันแบบ "ถ้าเกิดฉันกลับบ้านให้เร็วขึ้น

00:40:26.507 --> 00:40:28.926 align:center
ถ้าเกิดฉันไม่ออกไปดินเนอร์

00:40:29.009 --> 00:40:31.387 align:center
ถ้าเกิดฉันบังคับให้เธอไปด้วยกัน"

00:40:31.470 --> 00:40:35.141 align:center
มันมีคำว่า "ถ้าเกิด" เป็นล้านรูปแบบ

00:40:35.224 --> 00:40:39.270 align:center
วนเวียนอยู่ในหัวฉันแบบไม่จบไม่สิ้น

00:40:39.353 --> 00:40:41.939 align:center
อะไรบ้างที่ถ้าฉันไม่ทำแบบที่ทำ

00:40:42.523 --> 00:40:43.858 align:center
แล้วจะช่วยได้

00:40:45.151 --> 00:40:47.611 align:center
ผมจำได้ว่าพ่อผมโทรมาสองสายแต่ผมไม่ได้รับ

00:40:47.695 --> 00:40:49.989 align:center
พ่อส่งข้อความมาว่า "โทรมาด่วน"

00:40:50.072 --> 00:40:53.993 align:center
และ… เหมือนแคเรนก็จะโทรมาด้วย

00:40:54.076 --> 00:40:56.287 align:center
ก่อนที่พ่อผมจะโทรมา

00:40:58.789 --> 00:41:02.334 align:center
มันแย่มาก ผมรู้ว่าต้องแย่แน่ๆ

00:41:02.418 --> 00:41:03.961 align:center
มีบางอย่างเกิดขึ้น

00:41:05.379 --> 00:41:08.257 align:center
ฉันอยู่ที่ฮาวายกับที่บ้าน

00:41:09.592 --> 00:41:12.678 align:center
มือถือฉันดัง กุนนาร์โทรมา

00:41:13.387 --> 00:41:16.599 align:center
ฉันจะไม่มีวันลืมแน่ ที่เขาบอกว่า…

00:41:18.559 --> 00:41:20.436 align:center
"โมไรอาห์เสียแล้ววันนี้"

00:41:22.146 --> 00:41:23.981 align:center
สามีฉันพาลูกสาวเราเข้านอน

00:41:24.064 --> 00:41:27.860 align:center
แล้วฉันก็ทรุดลงไปบนพื้น แล้วก็ร้องไห้

00:41:27.943 --> 00:41:30.279 align:center
ฉันไม่เคยร้องไห้แบบนี้มาก่อนเลย

00:41:30.362 --> 00:41:33.741 align:center
และสามีฉันก็แบบ "ตายแล้ว คุณโอเคไหม"

00:41:33.824 --> 00:41:37.328 align:center
และฉันตอบว่า "ไม่ ฉันไม่โอเค"

00:41:37.828 --> 00:41:39.830 align:center
"โมไรอาห์ถูกยิงนะ"

00:41:42.082 --> 00:41:44.502 align:center
"เธอต้องตายไปอย่างโดดเดี่ยว"

00:41:46.295 --> 00:41:48.422 align:center
ฉันรู้สึกจริงๆ ว่าเธอจากไป

00:41:48.506 --> 00:41:51.425 align:center
ตอนที่โลกของเธอเพิ่งเริ่มจะเปิดออก

00:41:51.509 --> 00:41:55.930 align:center
และเธอกำลังจะได้เรียนรู้ว่า
อะไรที่สำคัญกับเธอ และ…

00:41:56.931 --> 00:42:01.101 align:center
เรียนรู้… ว่าการเปิดใจให้คนอื่นมันปลอดภัย

00:42:02.603 --> 00:42:05.648 align:center
(ศูนย์บัญชาการตำรวจ)

00:42:06.524 --> 00:42:10.277 align:center
(แผนกคดีฆาตกรรม)

00:42:15.157 --> 00:42:17.117 align:center
ฉันมาเข้าเวรตามปกติของฉัน

00:42:17.201 --> 00:42:20.246 align:center
แล้วก็ได้รู้ว่าเกิดเหตุฆาตกรรมขึ้นในคืนก่อนหน้า

00:42:20.329 --> 00:42:22.623 align:center
เวลามีคดีฆาตกรรม ทุกคนจะร่วมด้วยช่วยกัน

00:42:24.625 --> 00:42:26.168 align:center
สายสืบสปิตเลอร์อยู่ที่นั่น

00:42:26.252 --> 00:42:28.504 align:center
เขากำลังสอบปากคำคอลิน สตริกแลนด์

00:42:29.672 --> 00:42:32.675 align:center
เรามีห้องประชุม และในห้องประชุมก็จะมีทีวี

00:42:32.758 --> 00:42:36.262 align:center
เราสามารถดูการสอบปากคำ
ระหว่างที่มันกำลังดำเนินอยู่

00:42:36.345 --> 00:42:40.015 align:center
ฉันดูได้ว่าเขาพูดอะไรบ้าง
และยืนยันเรื่องที่เขาเล่า

00:42:42.101 --> 00:42:45.354 align:center
สายสืบคนหนึ่งเจอคลิป

00:42:45.437 --> 00:42:47.231 align:center
จากกล้องตรวจจับความเคลื่อนไหว

00:42:47.314 --> 00:42:50.901 align:center
ในตรอกที่อยู่ติดกับอะพาร์ตเมนต์ของแคช

00:42:51.694 --> 00:42:55.072 align:center
ในคลิปจะเห็นรถเอสยูวีสีดำ
ที่กระจกติดฟิล์มกรองแสง

00:42:55.155 --> 00:42:56.991 align:center
มีแร็คขนของติดอยู่บนหลังคา

00:42:57.074 --> 00:43:01.120 align:center
และแร็คจักรยานติดตั้งไว้กับหัวบอลลากจูง

00:43:01.996 --> 00:43:06.375 align:center
ตอน 20.37 น. ไฟเบรกสว่างขึ้น

00:43:06.458 --> 00:43:09.169 align:center
บอกให้รู้ว่ามันชะลอหรืออาจจะจอดเลยด้วย

00:43:09.253 --> 00:43:12.590 align:center
ตรงบันไดที่จะขึ้นไปที่ประตูหน้าของอะพาร์ตเมนต์

00:43:13.591 --> 00:43:15.718 align:center
สายสืบอีกคนหนึ่งนึกออกว่า

00:43:15.801 --> 00:43:20.014 align:center
เอ๊ะ รถคันนั้นเหมือนกับ
รถที่จอดตรงทางเข้าบ้านพวกเขา

00:43:20.097 --> 00:43:23.309 align:center
ตอนที่พวกสายสืบไปที่นั่นเพื่อคุยกับคอลิน

00:43:24.351 --> 00:43:26.770 align:center
เราบอกเรื่องนั้นให้สายสืบสปิตเลอร์รู้

00:43:26.854 --> 00:43:29.815 align:center
แล้วเขาก็เริ่มยกเรื่องนั้นขึ้นมา
ในระหว่างสอบปากคำ

00:43:30.441 --> 00:43:35.279 align:center
คอลินบอกไว้ว่า
เขาไปรับโมไรอาห์ด้วยมอเตอร์ไซค์

00:43:35.362 --> 00:43:37.114 align:center
ซึ่งจอดอยู่ตรงทางเข้าบ้าน

00:43:37.197 --> 00:43:40.826 align:center
ผมเลยถามเขาเรื่องรถจี๊ป
ใครเป็นเจ้าของรถจี๊ปสีดำคันนั้น

00:43:40.909 --> 00:43:43.537 align:center
เขาบอกว่า
"นั่นรถของเคทลิน อาร์มสตรองแฟนผม"

00:43:44.121 --> 00:43:46.957 align:center
ตอนที่เคทลินกลับมาบ้าน เขาได้บอกอะไรคุณไหม

00:43:47.041 --> 00:43:49.168 align:center
อย่างเช่นเธอไปไหน ไปทำอะไร

00:43:49.251 --> 00:43:52.338 align:center
ผมไม่ได้ถาม ผมทำงานอยู่ในโรงรถ

00:43:52.421 --> 00:43:55.174 align:center
กำลังเตรียมจักรยานให้พร้อมสำหรับลงแข่ง

00:43:56.300 --> 00:44:00.929 align:center
ตำรวจออกหมายค้นบ้านของคอลิน สตริกแลนด์

00:44:01.013 --> 00:44:03.349 align:center
ที่นั่น พวกเขาเจอปืนพกสองกระบอก

00:44:04.016 --> 00:44:07.311 align:center
แล้วในบ้านมีปืนกระบอกอื่นอยู่อีกไหม

00:44:07.394 --> 00:44:08.729 align:center
มีปืนสองกระบอก

00:44:08.812 --> 00:44:10.689 align:center
- สองกระบอกเหรอ
- สองกระบอก

00:44:11.523 --> 00:44:13.609 align:center
แล้วปืนอีกกระบอกอยู่ไหนครับ

00:44:13.692 --> 00:44:15.402 align:center
เรื่องนั้นผมไม่รู้

00:44:15.486 --> 00:44:17.946 align:center
เพราะกระบอกนั้นเป็นของเคทลิน

00:44:18.030 --> 00:44:19.573 align:center
งั้นเคทลินก็มีปืนเหรอ

00:44:19.657 --> 00:44:21.909 align:center
เคทลินมีปืน ผมซื้อให้เธอเอง

00:44:23.202 --> 00:44:25.871 align:center
ฉันจำได้ ฉันบอกตำรวจไปว่า…

00:44:28.457 --> 00:44:30.626 align:center
"ฝีมือแฟนของคอลินแน่"

00:44:32.211 --> 00:44:33.629 align:center
เอ๋ อะไรนะ

00:44:35.464 --> 00:44:38.384 align:center
ฉันบอกไปว่าคนเดียวที่ฉันนึกออก
ที่ไม่ชอบเธอก็คือ…

00:44:40.094 --> 00:44:41.887 align:center
แฟนของผู้ชายคนนั้น

00:44:43.013 --> 00:44:45.641 align:center
จากการสืบสวนของเรา

00:44:45.724 --> 00:44:47.851 align:center
ทำให้ผมรู้แน่ชัดว่า

00:44:47.935 --> 00:44:51.772 align:center
รถของเธอไปโผล่ที่อะพาร์ตเมนต์

00:45:00.781 --> 00:45:02.825 align:center
ผมไม่รู้ว่าจะต้องตอบยังไงดี

00:45:27.683 --> 00:45:30.436 align:center
(เคทลิน อาร์มสตรอง)
(ห้องสอบปากคำสน.ออสติน)

00:45:30.519 --> 00:45:32.604 align:center
เอาล่ะ ฉันสายสืบคอนเนอร์นะคะ

00:45:33.188 --> 00:45:38.277 align:center
ตอนนี้คู่หูของฉันกำลังคุยกับคอลินอยู่

00:45:38.360 --> 00:45:40.529 align:center
ดูเหมือนว่าคุณอาจจะมีข้อมูล

00:45:40.612 --> 00:45:44.074 align:center
หรืออาจได้เห็นบางอย่าง
ฉันเลยอยากขอคุยอะไรด้วยหน่อย

00:45:44.908 --> 00:45:47.661 align:center
ฉันขอข้อมูลหน่อยได้ไหมว่าคุณพูดถึงเรื่องอะไรอยู่

00:45:47.745 --> 00:45:51.373 align:center
คุณรู้ข่าวหรือยังคะว่า
เกิดอะไรขึ้นในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

00:45:51.457 --> 00:45:55.043 align:center
คอลินเข้ามาในบ้านและบอกว่า
ผู้หญิงคนหนึ่งในกลุ่มจักรยานเสียแล้ว

00:45:55.127 --> 00:45:56.545 align:center
ค่ะ ใช่

00:45:57.129 --> 00:45:59.965 align:center
ระหว่างที่คอลินคุยกับเรา ชื่อคุณก็โผล่มา

00:46:00.048 --> 00:46:04.052 align:center
และมันฟังดูเหมือนว่า
จะมีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้น

00:46:04.136 --> 00:46:09.266 align:center
ดูเหมือนว่าคอลินอาจจะมีคุยกับผู้หญิงคนนี้นิดหน่อย

00:46:09.349 --> 00:46:11.268 align:center
แล้วเขาก็พูดถึงคุณขึ้นมา

00:46:11.351 --> 00:46:16.190 align:center
เผื่อเขาจงใจพูดให้คุณเสียหาย
ฉันเลยอยากฟังความจากฝั่งคุณด้วย โอเคไหม

00:46:16.273 --> 00:46:18.650 align:center
ฉันรู้สึกว่าฉันควรมีทนายอยู่ด้วย

00:46:18.734 --> 00:46:20.527 align:center
เรื่องนั้นแล้วแต่คุณเลยค่ะ

00:46:20.611 --> 00:46:24.406 align:center
คือคุณ… ณ ตอนนี้คุณสามารถกลับได้ทุกเมื่อค่ะ

00:46:24.490 --> 00:46:27.826 align:center
เราจะเอาตามที่คุณสมัครใจ
เพราะคุณไม่ได้ถูกจับ โอเคนะคะ

00:46:27.910 --> 00:46:29.077 align:center
ทีนี้…

00:46:29.161 --> 00:46:30.704 align:center
เราเคยเป็นเพื่อนสนิทกัน

00:46:30.788 --> 00:46:35.959 align:center
และฉันก็คิดมาตลอดว่า
เธอเป็นคนที่น่ารักและใจดีมากๆ

00:46:36.543 --> 00:46:39.588 align:center
เธอไม่ได้ในสิ่งที่เธอต้องการ

00:46:39.671 --> 00:46:43.133 align:center
และคอลินไม่… ค่ะ ไม่อยากจะให้เธอ

00:46:43.217 --> 00:46:46.303 align:center
ไม่ก็ให้ไม่ได้ หรือไม่ก็ไม่มีจะให้

00:46:47.262 --> 00:46:51.225 align:center
พวกเขาเลิกกันแล้วก็กลับมาคบกัน
แล้วก็เลิกกัน แล้วก็กลับมาคบกัน

00:46:51.308 --> 00:46:54.520 align:center
ดูเหมือนว่าเมื่อวันก่อน
เขาจะไปเที่ยวกับผู้หญิงคนนี้

00:46:54.603 --> 00:46:57.648 align:center
และจากคำพูดเขา มันดูเหมือนว่า

00:46:57.731 --> 00:46:59.483 align:center
คุณจะไม่พอใจนิดหน่อย

00:46:59.566 --> 00:47:01.902 align:center
เพราะงั้นฉันถึงอยากจะฟังความจากฝั่งคุณ

00:47:01.985 --> 00:47:04.530 align:center
เพราะมันไม่แฟร์ถ้าเขาเอาแต่พูดอยู่ฝ่ายเดียว

00:47:04.613 --> 00:47:07.199 align:center
และพยายามชี้นำเรา

00:47:07.783 --> 00:47:10.661 align:center
ฉัน… นั่นไม่ตรงซะทีเดียวค่ะ

00:47:10.744 --> 00:47:13.497 align:center
ค่ะ เพราะงั้นฉันถึงได้อยากคุยกับคุณ เพราะ…

00:47:13.580 --> 00:47:15.415 align:center
เขาเป็นผู้ชาย เขาต้องแก้ตัวอยู่แล้ว

00:47:15.499 --> 00:47:18.669 align:center
และเราก็อยากจะแน่ใจ
ว่าเราได้ฟังเรื่องจากสองฝ่าย

00:47:18.752 --> 00:47:19.837 align:center
เพื่อทำให้มันเคลียร์

00:47:19.920 --> 00:47:22.840 align:center
แล้วเมื่อวานนี้คุณทำอะไรบ้างคะ

00:47:22.923 --> 00:47:24.591 align:center
ฉันว่าฉันขอกลับดีกว่า

00:47:24.675 --> 00:47:27.761 align:center
คุณมีสิทธิ์เต็มร้อยค่ะ แต่รู้นะว่าถ้าทำแบบนั้น

00:47:27.845 --> 00:47:30.222 align:center
งั้นเราก็ต้องยึดข้อมูลที่มีแค่ด้านเดียว

00:47:30.806 --> 00:47:33.183 align:center
คือฉันไม่แน่ใจว่า

00:47:33.267 --> 00:47:36.186 align:center
คุณหมายถึงอะไรหรือเขาพูดอะไรกันแน่

00:47:36.270 --> 00:47:39.982 align:center
เพราะฉันไม่รู้เลยว่าเขามีคุย มีไปเจอ

00:47:40.065 --> 00:47:41.650 align:center
หรือไปเที่ยวกับผู้หญิงคนนี้

00:47:41.733 --> 00:47:43.318 align:center
- โอเค ค่ะ
- ในช่วงนี้ ฉัน…

00:47:43.402 --> 00:47:45.571 align:center
เขาได้แอบคุยกับเธอหรือเปล่าคะ

00:47:45.654 --> 00:47:48.574 align:center
ฉันอยากจะกลับค่ะ ฉันไม่รู้จริงๆ

00:47:48.657 --> 00:47:50.200 align:center
และฉันอยากจะกลับแล้ว

00:47:50.826 --> 00:47:54.037 align:center
ย้ำอีกครั้งนะ มันจะทำให้เรา
มีข้อมูลจำกัดแค่ด้านเดียว

00:47:54.121 --> 00:47:58.125 align:center
แถมมีคนเห็นรถของคุณจอดอยู่ข้างบ้านเธอ

00:47:58.834 --> 00:48:02.546 align:center
และเราจำเป็นต้องคุยกันเรื่องนั้น โอเคไหม

00:48:03.088 --> 00:48:08.385 align:center
ฉันจำได้ว่าฉันอยู่ที่อะพาร์ตเมนต์
แล้วโมไรอาห์ก็มาที่ห้องฉันและบอกว่า

00:48:08.468 --> 00:48:10.637 align:center
"เธอไม่เชื่อแน่ว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น"

00:48:10.721 --> 00:48:15.642 align:center
เธอก้มหน้าดูมือถือแล้วก็เห็นสายที่ไม่รู้จักโทรมา

00:48:15.726 --> 00:48:20.397 align:center
แต่เพราะมันเป็นเบอร์เทกซัส
และเธอก็มีสปอนเซอร์ที่ออสติน

00:48:20.480 --> 00:48:22.065 align:center
เธอเลยคิดว่าควรรับ

00:48:22.149 --> 00:48:25.652 align:center
เธอรับสาย แล้วก็มีคนบอกว่า "ไงโม"

00:48:26.320 --> 00:48:28.655 align:center
โมไรอาห์บอกว่า "ฮัลโหล" แบบว่า "นี่ใครคะ"

00:48:28.739 --> 00:48:30.741 align:center
และเขาบอกว่า "เคทลินไง"

00:48:30.824 --> 00:48:33.243 align:center
โมไรอาห์บอกว่าเคทลินพูดแบบนี้

00:48:33.327 --> 00:48:35.704 align:center
"นี่ คอลินกับฉันยังคบกันอยู่

00:48:35.787 --> 00:48:38.874 align:center
ฉะนั้นมันคงจะดีกว่าถ้าเกิดคุณ… นั่นแหละ

00:48:38.957 --> 00:48:41.001 align:center
เลิกเข้ามาเป็นมือที่สามสักที"

00:48:41.919 --> 00:48:46.632 align:center
มันดูเหมือนว่าคุณจะมีปัญหากันกับผู้หญิงคนนี้

00:48:46.715 --> 00:48:50.093 align:center
และฉันคิดว่ามันน่าจะมีรายละเอียดมากกว่านี้

00:48:50.177 --> 00:48:51.929 align:center
ซึ่งคุณอาจช่วยอธิบายได้

00:48:52.012 --> 00:48:54.556 align:center
บางทีคุณอาจโกรธ และคุณก็แค่อยู่แถวนั้นพอดี

00:48:54.640 --> 00:48:57.601 align:center
คือฉันไม่รู้ เพราะฉันไม่ได้ฟังเรื่องจากฝั่งคุณ

00:48:57.684 --> 00:49:00.479 align:center
และฉันก็เห็นแค่รถของคุณไปอยู่ที่นั่น

00:49:00.562 --> 00:49:04.441 align:center
ซึ่งนั่นทำให้มันดูไม่ค่อยดีเท่าไร จริงไหม

00:49:04.524 --> 00:49:08.445 align:center
โอเค แล้วพอเราคุยกับคอลิน และได้ยินแบบว่า

00:49:08.528 --> 00:49:11.156 align:center
มันมีเรื่องหึงหวงกันเกิดขึ้น

00:49:11.239 --> 00:49:13.742 align:center
คือ… นั่นฟังดูไม่ดีอย่างแรงเลย

00:49:14.326 --> 00:49:16.912 align:center
เพราะงั้นฉันถึงได้อยากฟังจากฝั่งคุณด้วย

00:49:16.995 --> 00:49:19.498 align:center
เพราะมันอาจจะมีอะไรมากไปกว่านี้

00:49:21.375 --> 00:49:23.335 align:center
ฉันอยากจะกลับค่ะ ถ้ามีสิทธิ์กลับน่ะนะ

00:49:23.418 --> 00:49:24.252 align:center
โอเค

00:49:27.214 --> 00:49:28.423 align:center
พวกเขาให้เธอกลับ

00:49:28.507 --> 00:49:32.427 align:center
พวกเขาสรุปว่ายังมีข้อมูลไม่พอ
จะควบคุมตัวเธอเอาไว้

00:49:32.511 --> 00:49:35.639 align:center
ผมคิดว่าตอนนั้นพวกเขามีข้อมูลไม่พอที่จะบอกว่า

00:49:35.722 --> 00:49:37.516 align:center
คอลินไม่ได้ขับรถจี๊ปด้วยซ้ำ

00:49:37.599 --> 00:49:39.518 align:center
เขาอาจจอดมอเตอร์ไซค์แล้วย้อนกลับมา

00:49:39.601 --> 00:49:42.187 align:center
คุณรู้ดีแก่ใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น

00:49:42.270 --> 00:49:44.022 align:center
ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

00:49:44.106 --> 00:49:47.693 align:center
คุณกำลังบีบให้ผมบอกว่าเคทลินเป็นคนทำ

00:49:47.776 --> 00:49:50.320 align:center
- อยากได้แบบนั้นใช่ไหม
- ฉันแค่ถามว่าคุณคิดยังไง

00:49:50.404 --> 00:49:52.197 align:center
เธอทำแบบนั้นได้ไหม

00:49:52.280 --> 00:49:56.576 align:center
ถ้าคิดว่าเธอทำแบบนั้นได้
ผมแม่งคงไม่อยู่ร่วมชายคาด้วยหรอก

00:49:56.660 --> 00:49:59.454 align:center
เพราะงั้นคำตอบคือไม่ ผมไม่คิดอย่างนั้น

00:50:04.960 --> 00:50:08.296 align:center
ฉันก็อยู่ด้วยตอนที่เรานั่งอยู่นอกร้านมีทีเออร์

00:50:08.380 --> 00:50:10.215 align:center
ฉันนี่แหละที่ถามเธอแบบว่า

00:50:10.298 --> 00:50:13.010 align:center
"เธอจะทำไงถ้าเจอคอลินอยู่กับคนอื่น"

00:50:13.760 --> 00:50:17.764 align:center
และเธอก็ตอบแบบเย็นชา
และไร้อารมณ์ว่า "ฉันจะฆ่าซะทั้งคู่"

00:50:18.640 --> 00:50:20.684 align:center
และเราก็คิดว่าเธอแค่เล่นมุก

00:50:29.401 --> 00:50:31.820 align:center
ไม่นะ

00:50:32.946 --> 00:50:36.992 align:center
ไม่

00:50:37.743 --> 00:50:39.119 align:center
ไม่

00:50:43.749 --> 00:50:48.420 align:center
ตำรวจมาและรื้อค้นบ้านของพวกเขาซะเละเทะ

00:50:48.503 --> 00:50:53.133 align:center
เคทลินกลัวว่าในบ้านจะมีเครื่องดักฟัง
หรือตำรวจอาจกำลังฟังอยู่

00:50:53.216 --> 00:50:54.926 align:center
เธอเลยไม่อยากอยู่บ้าน

00:50:55.010 --> 00:50:59.056 align:center
แล้วในเช้าวันถัดมา พวกเขาเดินไปที่ร้านกาแฟ

00:50:59.139 --> 00:51:01.141 align:center
และคอลินก็พูดแบบว่า

00:51:01.224 --> 00:51:03.226 align:center
"นี่ ในแง่ของรูปคดี

00:51:03.852 --> 00:51:07.189 align:center
เราแค่ต้องอธิบายให้ได้ว่าเมื่อวานนี้

00:51:07.272 --> 00:51:10.400 align:center
เราอยู่ที่ไหนแบบนาทีต่อนาที"

00:51:12.778 --> 00:51:15.697 align:center
ตำรวจเอามือถือของเคทลินกับคอลินไป

00:51:15.781 --> 00:51:18.241 align:center
และเคทลินก็แบบ "เราควรทำไง

00:51:18.325 --> 00:51:19.743 align:center
ไปซื้อมือถือที่ไหนดี"

00:51:19.826 --> 00:51:21.787 align:center
พวกเขากำลังเดินกลับจากร้านกาแฟ

00:51:21.870 --> 00:51:25.373 align:center
และคอลินบอกว่า
"ทำไมคุณไม่ไปพวกห้างวอลมาร์ตล่ะ

00:51:25.457 --> 00:51:26.500 align:center
ไปซื้อมือถือใหม่"

00:51:29.377 --> 00:51:32.964 align:center
สองสามวันหลังเหตุฆาตกรรม
ผมกลับไปที่ละแวกนั้น

00:51:33.048 --> 00:51:37.928 align:center
ไปดูว่าใครมีกล้องที่อาจจับภาพเอสยูวีสีดำไว้ได้

00:51:38.011 --> 00:51:39.513 align:center
ผมอาจจะเห็นคนขับ

00:51:39.596 --> 00:51:41.890 align:center
มีเพื่อนบ้านรายหนึ่งติดต่อผมมา

00:51:41.973 --> 00:51:45.811 align:center
และเขาก็เอาคลิปจากกล้องกริ่งประตู
ความยาวสองชั่วโมงให้ผม

00:51:45.894 --> 00:51:48.105 align:center
จุดสำคัญเกี่ยวกับไอ้กล้องกริ่งประตูเนี่ย

00:51:48.188 --> 00:51:50.190 align:center
คือมันจะถ่ายอยู่ตลอดเวลา

00:51:50.273 --> 00:51:51.900 align:center
ไม่ใช่ถ่ายแค่ตอนมีความเคลื่อนไหว

00:51:51.983 --> 00:51:54.319 align:center
แล้วนอกจากจะมีภาพแล้ว มันยังมีเสียงด้วย

00:51:54.903 --> 00:51:58.949 align:center
ผมจะพิมพ์รายงานหรืออะไรก็ตาม
ที่จำเป็นต้องทำในคดีนี้

00:51:59.032 --> 00:52:01.451 align:center
แล้วก็จะเปิดคลิปนี้ไปด้วยที่ด้านหลัง

00:52:01.535 --> 00:52:05.038 align:center
ถ้าเกิดได้ยินเสียงรถผ่าน
ผมจะหยุดทำอะไรที่ทำอยู่

00:52:05.122 --> 00:52:08.333 align:center
แล้วดูว่ามันใช่เอสยูวีสีดำที่ผมมองหาอยู่หรือเปล่า

00:52:08.834 --> 00:52:12.170 align:center
ตอนเวลา 21.15 น.ในคลิป

00:52:12.254 --> 00:52:15.382 align:center
จู่ๆ ผมก็ได้ยินเสียงผู้หญิงกรีดร้อง

00:52:16.133 --> 00:52:18.260 align:center
แล้วก็ได้ยินเสียงปืนสองนัด

00:52:18.343 --> 00:52:21.429 align:center
เสียงกรี๊ดขาดไป มันเงียบอยู่หกวินาที

00:52:21.513 --> 00:52:23.265 align:center
จากนั้นก็มีเสียงปืนนัดที่สาม

00:52:24.349 --> 00:52:27.811 align:center
ทีนี้ผมก็รู้แล้วว่าการฆาตกรรมเกิดขึ้นตอนไหน

00:52:27.894 --> 00:52:31.439 align:center
สิ่งแรกที่เราพยายามจะทำ
ไม่ใช่การยัดเธอเข้ารถจี๊ป

00:52:31.523 --> 00:52:33.900 align:center
แต่เป็นการเอาคอลินออกจากรถ

00:52:34.401 --> 00:52:36.403 align:center
เช็กเขาให้ละเอียด

00:52:36.486 --> 00:52:39.197 align:center
จนเขาไม่มีทางจะเป็นคนขับรถจี๊ปได้

00:52:39.990 --> 00:52:42.909 align:center
ทันทีที่ส่งโมไรอาห์แล้ว

00:52:42.993 --> 00:52:45.871 align:center
เราเห็นมอเตอร์ไซค์ของคอลินขับออกไป

00:52:47.831 --> 00:52:50.625 align:center
เราแกะรอยเส้นทางกลับบ้านของเขาได้

00:52:51.418 --> 00:52:54.504 align:center
ตอนอยู่ที่บ้าน เขาได้รับโทรศัพท์

00:52:55.130 --> 00:52:57.632 align:center
พิกัดมือถือเขาขึ้นว่าอยู่ที่บ้าน

00:52:57.716 --> 00:53:00.427 align:center
ในเวลาเดียวกับที่เสียงปืนดังขึ้น

00:53:00.510 --> 00:53:03.889 align:center
ทีนี้มันก็ยากมากที่เราจะบอกว่า

00:53:03.972 --> 00:53:05.682 align:center
"คอลินเป็นคนขับรถจี๊ป"

00:53:06.266 --> 00:53:08.185 align:center
ฉะนั้นก็เหลือแค่เธอที่ใช้รถได้

00:53:11.021 --> 00:53:14.983 align:center
ต่อมา ในวันเดียวกันนั้น
ผมก็ได้ข้อมูลจากแผนกตรวจวิถีกระสุน

00:53:15.066 --> 00:53:17.736 align:center
พวกเขาบอกว่าปืนที่เราเก็บมา

00:53:17.819 --> 00:53:19.863 align:center
ระหว่างที่ค้นบ้านของคอลิน

00:53:19.946 --> 00:53:24.034 align:center
คือกระบอกเดียวกันกับที่ใช้ก่อเหตุฆาตกรรมครั้งนี้

00:53:24.117 --> 00:53:28.663 align:center
มันเป็นปลอกกระสุนชนิดเดียวกัน
กับที่พบในอะพาร์ตเมนต์

00:53:29.372 --> 00:53:33.793 align:center
ณ เวลานั้นมีเพียงสองคน
ที่สามารถนำปืนกระบอกนี้มาใช้ได้

00:53:33.877 --> 00:53:35.378 align:center
คอลินกับเคทลิน

00:53:35.462 --> 00:53:37.881 align:center
และเพราะผมรู้ว่าคอลินอยู่ที่ไหนในช่วงเวลานั้น

00:53:37.964 --> 00:53:39.633 align:center
แต่ผมไม่รู้ว่าเคทลินอยู่ที่ไหน

00:53:39.716 --> 00:53:42.135 align:center
ผมเชื่อว่าเรามีเหตุอันควรสงสัยที่บ่งชี้ว่า

00:53:42.219 --> 00:53:46.640 align:center
เคทลินคือคนที่ก่อเหตุฆาตกรรมครั้งนี้เพียงพอแล้ว

00:53:46.723 --> 00:53:50.727 align:center
ดังนั้นในวันที่ 17 พฤษภาคม
ผมจึงออกหมายจับเคทลิน

00:53:50.810 --> 00:53:53.772 align:center
ปัญหาเดียวก็คือเคทลินไม่อยู่แล้ว

00:53:57.108 --> 00:54:00.403 align:center
ตำรวจ ตำรวจศาลสหรัฐฯ
และเอฟบีไอกำลังตามล่าตัว

00:54:00.487 --> 00:54:03.657 align:center
ฆาตกรที่ฆ่านักปั่นจักรยานวัย 25 ปี

00:54:03.740 --> 00:54:07.452 align:center
ผู้รักษากฎหมายกำลังขอให้
ประชาชนช่วยหาตัวเธอ

00:54:07.535 --> 00:54:11.498 align:center
ศาลท้องถิ่นได้ออกหมายจับอาร์มสตรอง
ในข้อหาฆาตกรรม

00:54:11.581 --> 00:54:14.584 align:center
ตำรวจศาลสหรัฐฯ
และหน่วยพิเศษตามล่าผู้ร้ายหลบหนี

00:54:14.668 --> 00:54:16.628 align:center
กำลังนำทีมตามล่าตัวผู้ร้ายรายนี้

00:54:16.711 --> 00:54:20.340 align:center
คิดว่าเธอกลับไปอยู่กับครอบครัวที่ดีทรอยต์ไหม

00:54:20.423 --> 00:54:21.800 align:center
ผมว่าเป็นไปได้สูงครับ

00:54:22.509 --> 00:54:25.971 align:center
หญิงเทกซัสซึ่งโดนข้อหาฆาตกรรม
นักปั่นชั้นแนวหน้ากำลังถูกตามล่าตัว

00:54:26.054 --> 00:54:30.183 align:center
หญิงวัย 34 ปีได้หายตัวไป
หลังจากเข้าให้ปากคำกับตำรวจ

00:54:30.267 --> 00:54:32.602 align:center
พวกเขาเชื่อว่านายหน้าและครูสอนโยคะรายนี้

00:54:32.686 --> 00:54:35.063 align:center
น่าจะยังอยู่ในพื้นที่ของออสติน

00:54:35.146 --> 00:54:37.691 align:center
เบาะแสชิ้นใหญ่ในตอนนี้คือรถของเธอ

00:54:37.774 --> 00:54:40.110 align:center
พวกเขากำลังหาจี๊ปแกรนด์เชโรกีสีดำ

00:54:40.694 --> 00:54:45.782 align:center
พวกสายสืบสืบจนรู้ว่า
เธอนำรถจี๊ปไปขายที่คาร์แม็กซ์

00:54:45.865 --> 00:54:49.911 align:center
ในคลิปของคาร์แม็กซ์
เธอกำลังตั้งค่าไอโฟนเครื่องใหม่ของเธอ

00:54:50.495 --> 00:54:53.873 align:center
เราเริ่มตรวจสอบเที่ยวบิน ตรวจสอบเที่ยวรถบัส

00:54:53.957 --> 00:54:56.626 align:center
ทุกๆ ช่องทางที่สามารถใช้หลบหนี

00:54:56.710 --> 00:54:59.379 align:center
เธอบินจากออสตินไปฮิวสตัน

00:54:59.462 --> 00:55:01.381 align:center
และจากฮิวสตันไปนิวยอร์ก

00:55:01.464 --> 00:55:06.052 align:center
เราพบว่าเธอไปหาน้องสาวที่อัปสเตตนิวยอร์ก

00:55:06.136 --> 00:55:09.639 align:center
เรายืนยันได้แล้วว่า
เคทลิน อาร์มสตรองลงจากเครื่อง

00:55:09.723 --> 00:55:12.517 align:center
ที่สนามบินในนวร์ก นิวเจอร์ซีย์

00:55:13.268 --> 00:55:16.855 align:center
ตำรวจศาลในนิวยอร์กพบคลิปที่ปรากฏภาพเคทลิน

00:55:17.439 --> 00:55:19.107 align:center
เดินอยู่ในสนามบิน

00:55:19.190 --> 00:55:21.234 align:center
และเธอเปลี่ยนทรงผมด้วย

00:55:21.318 --> 00:55:25.947 align:center
เธอพยายามทำให้ตัวเองดูเหมือนน้องสาว

00:55:26.031 --> 00:55:30.160 align:center
เรายังไม่สามารถยืนยันหรือระบุเที่ยวบินใดๆ

00:55:30.243 --> 00:55:34.622 align:center
ที่จองในชื่อเคทลิน อาร์มสตรอง
ซึ่งเดินทางออกจากสนามบินนวร์ก

00:55:34.706 --> 00:55:38.626 align:center
ไม่มีบันทึกว่าพาสปอร์ตของเคทลิน
ได้เดินทางออกนอกอเมริกา

00:55:38.710 --> 00:55:44.382 align:center
ผมเลยขอให้ตำรวจศาลฯในนิวยอร์ก
ลองเช็กพาสปอร์ตน้องสาวเธอ

00:55:44.466 --> 00:55:47.135 align:center
พวกเขาพบว่าพาสปอร์ตของน้องสาวเธอ

00:55:47.218 --> 00:55:50.805 align:center
ถูกใช้ขึ้นเครื่องจากนิวยอร์กไปยังคอสตาริกา

00:55:52.182 --> 00:55:55.226 align:center
เธอรู้ว่าเธอหน้าคล้ายกับน้องสาวมากพอ

00:55:55.310 --> 00:55:58.646 align:center
ที่จะใช้พาสปอร์ตน้องหลบหนีออกนอกประเทศ

00:56:00.148 --> 00:56:03.360 align:center
เราสืบจนได้ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงมา

00:56:03.443 --> 00:56:08.073 align:center
ว่าเคทลิน อาร์มสตรองเดินทาง
ไปคอสตาริกาด้วยเครื่องยูไนเต็ดแอร์ไลน์

00:56:08.865 --> 00:56:11.368 align:center
ตอนที่เธอหนีไป พวกเราแบบว่า…

00:56:12.744 --> 00:56:15.955 align:center
เราอึ้งไปเลยที่เธอสามารถ
หลบหนีออกนอกประเทศ

00:56:16.039 --> 00:56:18.416 align:center
ผมไม่เข้าใจ… ผมไม่รู้ว่ามันเป็นไปได้ไง

00:56:19.084 --> 00:56:24.381 align:center
ตำรวจศาลสหรัฐฯที่แกะรอยเส้นทาง
ของเคทลิน อาร์มสตรองได้พบเบาะแสใหม่

00:56:31.846 --> 00:56:35.892 align:center
ตอนนี้ทุกคนพยายามแกะรอย
เพื่อตามล่าตัวเธอเต็มกำลัง

00:56:35.975 --> 00:56:39.145 align:center
และเราก็เริ่มกังวลว่าเธออาจจะหลบหนี

00:56:41.064 --> 00:56:44.359 align:center
(การตามหาหญิงเทกซัสที่ต้องสงสัยว่า
ฆ่านักปั่นเวอร์มอนต์ยังดำเนินต่อ)

00:56:48.488 --> 00:56:52.367 align:center
ในระหว่างนี้ เราพยายามทำให้
รูปคดีของเราแน่นหนา

00:56:52.450 --> 00:56:54.994 align:center
เอาให้ชัดเจนว่ามันจะไม่มีข้อสงสัยอะไรอีก

00:56:55.078 --> 00:56:56.704 align:center
เรื่องที่เคทลิน อาร์มสตรองคือฆาตกร

00:56:58.331 --> 00:57:00.875 align:center
เรารู้ชัดตั้งแต่แรกๆ ว่าเคทลิน อาร์มสตรอง

00:57:00.959 --> 00:57:04.921 align:center
ถ้าไม่ปิดโทรศัพท์ก็คงเปิดโหมดเครื่องบินเอาไว้

00:57:05.004 --> 00:57:08.174 align:center
ดังนั้นบันทึกการใช้โทรศัพท์
ที่บ่อยครั้งจะเป็นประโยชน์

00:57:08.258 --> 00:57:10.343 align:center
ในการบอกว่าใครอยู่ในที่เกิดเหตุไหม

00:57:10.427 --> 00:57:13.304 align:center
จึงไม่มีประสิทธิภาพมากนักในคดีนี้

00:57:13.388 --> 00:57:15.890 align:center
เราก็เลยพยายามมองหาวิธีอื่น

00:57:15.974 --> 00:57:19.644 align:center
ซึ่งจะบอกได้ว่าเธออยู่ที่ไหนไปที่ไหน

00:57:19.727 --> 00:57:21.896 align:center
ในเวลาที่เกิดเหตุ

00:57:24.149 --> 00:57:28.069 align:center
ในระหว่างค้นบ้านของพวกเขา
เราได้ค้นรถจี๊ปของเคทลินด้วย

00:57:28.153 --> 00:57:32.031 align:center
ผมสังเกตเห็นว่ามันติดตั้งระบบอินโฟเทนเมนต์ไว้

00:57:32.949 --> 00:57:34.951 align:center
ผมไปหาแผนกนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล

00:57:35.034 --> 00:57:40.081 align:center
และถามว่ามันมีข้อมูลแบบไหนบ้าง
ที่ระบบอินโฟเทนเมนต์เก็บไว้

00:57:40.748 --> 00:57:43.877 align:center
อย่างหนึ่งที่พวกเขาบอกว่ามีเก็บไว้
คือบันทึกเส้นทาง

00:57:44.586 --> 00:57:46.171 align:center
ข้อมูลจีพีเอส

00:57:46.254 --> 00:57:49.966 align:center
เรารู้ว่ารถจี๊ปถูกเอาไปขายที่คาร์แม็กซ์

00:57:50.049 --> 00:57:53.178 align:center
ผมเลยไปคาร์แม็กซ์เพื่อไปหารถจี๊ปคันนั้น

00:57:54.387 --> 00:57:58.892 align:center
ผมค้นหาวิธีถอดอุปกรณ์ตัวนี้ออกมา

00:57:58.975 --> 00:58:01.019 align:center
จากคลิปต่างๆ

00:58:01.102 --> 00:58:03.605 align:center
แล้วก็ส่งไปให้หน่วยนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล

00:58:03.688 --> 00:58:07.525 align:center
ให้พวกเขาตรวจสอบดูว่า
ยังมีข้อมูลหลงเหลืออยู่ในเครื่องไหม

00:58:08.776 --> 00:58:11.738 align:center
เคทลินน่ะมีแววจะไปรุ่งเรื่องการงาน

00:58:11.821 --> 00:58:15.033 align:center
อันที่จริงคอลินบอกว่าเธอเป็นกูรูเรื่องการเงิน

00:58:15.116 --> 00:58:19.829 align:center
และเธอเป็นคนดูแลด้านการเงินทั้งหมดของบริษัท

00:58:19.913 --> 00:58:25.793 align:center
คอลินบอกผมว่าเขาให้เงินเคทลินไป
เพื่อลงทุนในบริษัท 40,000 ดอลลาร์

00:58:25.877 --> 00:58:28.129 align:center
เราเลยรู้ว่าเคทลินกำลังหลบหนี

00:58:28.213 --> 00:58:31.424 align:center
พร้อมกับมีเงินสดก้อนโตอยู่ในมือ

00:58:33.384 --> 00:58:36.137 align:center
เคทลินเป็นคนประเภทนั้นค่ะ

00:58:36.221 --> 00:58:40.433 align:center
คนแบบที่ถ้ามีไอเดียในหัว เธอก็ทำให้เป็นจริงได้

00:58:43.603 --> 00:58:47.941 align:center
ตำรวจศาลสหรัฐฯเกือบจะยอมแพ้แล้ว
เพราะพวกเขาหาเธอไม่เจอ

00:58:48.024 --> 00:58:49.651 align:center
พอคิดแบบนั้นแล้วผมก็กลัวเลยล่ะ

00:58:53.196 --> 00:58:56.783 align:center
เพราะเธอมีความสนใจในเรื่องโยคะอย่างมาก

00:58:56.866 --> 00:59:01.246 align:center
พวกเขาเลยติดใบโฆษณา
ในเมืองที่คิดว่าเธออาจจะอยู่

00:59:01.329 --> 00:59:03.665 align:center
ประกาศหาครูสอนโยคะ

00:59:08.169 --> 00:59:09.254 align:center
และที่ไม่น่าเชื่อ

00:59:10.421 --> 00:59:12.423 align:center
คือมีการติดต่อมา

00:59:14.342 --> 00:59:15.969 align:center
พวกเขาไปที่นั่น

00:59:17.512 --> 00:59:18.513 align:center
แล้วก็เห็นเธอ

00:59:20.890 --> 00:59:24.269 align:center
ใครคนหนึ่งถามเธอ
เธอใช่เคทลิน อาร์มสตรองไหม

00:59:25.979 --> 00:59:27.689 align:center
และเธอตอบว่าใช่

00:59:32.652 --> 00:59:36.072 align:center
ผมมาที่นี่เพื่อประกาศว่า
เคทลิน อาร์มสตรองได้ถูกจับกุม

00:59:36.155 --> 00:59:40.577 align:center
เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน
โดยเจ้าหน้าที่ต่างชาติในคอสตาริกา

00:59:40.660 --> 00:59:44.163 align:center
หลังจากการตามล่าตัวซึ่งกินเวลา 43 วัน

00:59:44.914 --> 00:59:46.583 align:center
(เจบีเอ็ม ศัลยกรรมตกแต่ง)

00:59:47.083 --> 00:59:48.626 align:center
หลังจากที่ถูกจับกุม

00:59:49.127 --> 00:59:53.298 align:center
เราพบว่าจริงๆ แล้วเธอไปทำศัลยกรรมพลาสติก

00:59:53.798 --> 00:59:56.593 align:center
เพื่อให้ตัวเองดูเหมือนน้องสาวมากขึ้น

00:59:56.676 --> 01:00:00.013 align:center
ฉันว่าเธอคงคิดว่าเธอฉลาดกว่าคนอื่นๆ

01:00:00.096 --> 01:00:01.764 align:center
และเธอคงจะลอยนวลไปได้

01:00:06.269 --> 01:00:10.189 align:center
ตอนนี้เคทลิน อาร์มสตรองถูกควบคุมตัว
อยู่ที่เรือนจำทราวิสเคาน์ตี

01:00:10.273 --> 01:00:14.902 align:center
และมีการตั้งวงเงินประกันตัวเธอ
ไว้ที่ 3.5 ล้านดอลลาร์

01:00:16.029 --> 01:00:20.408 align:center
แย่หน่อยที่ข้อมูลซึ่งถูกนำเสนอต่อสื่อที่ผ่านมา

01:00:20.491 --> 01:00:22.660 align:center
ไม่ตรงกับความจริงครับ

01:00:22.744 --> 01:00:26.414 align:center
ตำรวจมีส่วนได้ส่วนเสีย
ในการสร้างภาพให้กับคดีนี้

01:00:26.497 --> 01:00:29.584 align:center
เพื่อรองรับสมมติฐานเบื้องต้นและสิ่งที่ได้ทำไป

01:00:29.667 --> 01:00:33.087 align:center
เราตั้งตารอกระบวนการทางกฎหมายที่จะมีขึ้น

01:00:33.171 --> 01:00:36.299 align:center
และจะนำประเด็นเหล่านี้ไปว่ากันในศาล

01:00:39.636 --> 01:00:42.013 align:center
ก่อนการพิจารณาคดี 18 ถึง 19 วัน

01:00:42.096 --> 01:00:45.183 align:center
มีคนจากสำนักนายอำเภอมาหาผมและบอกว่า

01:00:45.266 --> 01:00:47.477 align:center
"วางกาแฟลงก่อน คุณต้องไม่เชื่อนี่แน่"

01:00:48.061 --> 01:00:50.605 align:center
เคทลิน อาร์มสตรองหลบหนี

01:00:51.189 --> 01:00:53.399 align:center
จากเรือนจำทราวิสเคาน์ตี

01:00:54.150 --> 01:00:56.319 align:center
เจ้าหน้าที่สองคนนำตัวเคทลิน อาร์มสตรอง

01:00:56.402 --> 01:00:58.488 align:center
ไปพบหมอตามนัดในเช้าวันพุธ

01:00:58.571 --> 01:01:02.992 align:center
เธอมีอาการบาดเจ็บ
ที่ทำให้ไม่อาจใส่ตรวนที่ขาได้

01:01:03.076 --> 01:01:05.328 align:center
ทำให้เธอต้องออกไปพบหมอข้างนอก

01:01:05.411 --> 01:01:07.622 align:center
และพวกเขาก็อนุญาตเธอ

01:01:07.705 --> 01:01:10.416 align:center
ทันทีที่เธอออกจากออฟฟิศหมอ เธอก็เผ่นเลย

01:01:11.668 --> 01:01:14.837 align:center
เจ้าหน้าที่กำลังไล่ตามนักโทษอยู่ในพื้นที่

01:01:14.921 --> 01:01:16.673 align:center
หลายหน่วยกำลังมุ่งหน้าไปช่วย

01:01:16.756 --> 01:01:18.216 align:center
เราได้ยินว่า

01:01:18.299 --> 01:01:21.969 align:center
ก่อนเหตุการณ์นั้น เธอเริ่มออกกำลังแบบหักโหม

01:01:22.053 --> 01:01:24.055 align:center
ดังนั้นเธอจะต้องคิดมาบ้างแล้วแน่นอน

01:01:24.138 --> 01:01:25.473 align:center
ก่อนที่จะหลบหนี

01:01:26.307 --> 01:01:32.480 align:center
เธอหนี และพวกเขาก็จับเธอได้
หลังจากวิ่งไป 1.5 กม.

01:01:33.815 --> 01:01:36.067 align:center
นั่นยิ่งเป็นหลักฐานที่ตอกย้ำว่า

01:01:36.150 --> 01:01:40.363 align:center
เคทลิน อาร์มสตรองคิดจริงๆ ว่า
เธอจะรอดจากเรื่องนี้ไปได้

01:01:40.446 --> 01:01:43.324 align:center
และเธอจะไม่ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เธอทำ

01:01:43.408 --> 01:01:45.785 align:center
แบบที่คนอื่นๆ อาจจะต้องรับ

01:01:56.254 --> 01:01:57.505 align:center
ให้ตายสิ

01:02:05.763 --> 01:02:08.975 align:center
เวลาฉันเปิดลิ้นชักในห้องเธอ

01:02:09.058 --> 01:02:11.310 align:center
ฉันชอบหยิบข้าวของขึ้นมา

01:02:11.394 --> 01:02:14.147 align:center
แล้วก็เอาหน้าไปซุกมันเพื่อดมกลิ่น

01:02:14.230 --> 01:02:17.233 align:center
บางครั้งมันทำให้รู้สึกดี และบางครั้งก็ทำให้รู้สึก…

01:02:17.900 --> 01:02:19.444 align:center
นั่นแหละ รู้สึกเศร้า

01:02:22.739 --> 01:02:26.868 align:center
ยิ่งฉันรู้สึกขอบคุณความจริงที่ว่าฉัน…

01:02:28.411 --> 01:02:32.457 align:center
ที่ว่าเราได้อยู่กับโมไรอาห์มา 25 ปีมากเท่าไร

01:02:33.207 --> 01:02:35.585 align:center
ฉันก็ยิ่งซาบซึ้งใจกับเรื่องนั้น

01:02:35.668 --> 01:02:38.963 align:center
และไม่จมกับความสูญเสีย

01:02:39.547 --> 01:02:40.506 align:center
และ…

01:02:41.716 --> 01:02:47.305 align:center
แต่มันก็ไม่ได้ง่ายเลย
เพราะฉันยังอยากให้เธออยู่ที่นี่ และ…

01:02:49.015 --> 01:02:50.224 align:center
และฉันคิดถึงเธอ

01:02:52.185 --> 01:02:54.562 align:center
(โมไรอาห์)

01:03:00.943 --> 01:03:01.944 align:center
โมไรอาห์

01:03:02.028 --> 01:03:04.363 align:center
โอเค โอเคไหมคะแม่

01:03:04.447 --> 01:03:06.365 align:center
- รักนะ
- รักนะ

01:03:09.452 --> 01:03:11.120 align:center
ภาพสวยมากเลย

01:03:12.705 --> 01:03:14.081 align:center
สวัสดีทุกคน

01:03:14.165 --> 01:03:15.625 align:center
สวัสดี

01:03:37.396 --> 01:03:39.690 align:center
ความเศร้าเหมือนแอ่งโคลนยักษ์

01:03:40.983 --> 01:03:44.320 align:center
เราสามารถเดินรอบมันรอบแล้วรอบเล่า

01:03:45.279 --> 01:03:48.157 align:center
วนเวียนอยู่รอบมันไปตลอดทั้งชีวิต

01:03:49.367 --> 01:03:52.328 align:center
หรือไม่ก็เดินตัดมันไปเลย

01:03:52.829 --> 01:03:54.622 align:center
แล้วออกมาที่อีกฝั่ง

01:03:59.001 --> 01:04:00.795 align:center
(ออสติน เทกซัส)

01:04:03.089 --> 01:04:06.717 align:center
การพิจารณาคดีฆาตกรรมที่ทุกคนตั้งตารอ
เริ่มต้นขึ้นแล้วที่ออสตินครับ

01:04:07.718 --> 01:04:11.806 align:center
คดีนี้ได้รับความสนใจจากสื่อต่างประเทศ

01:04:11.889 --> 01:04:15.101 align:center
มีกลุ่มผู้สื่อข่าวจำนวนมากอยู่ที่นั่น

01:04:15.184 --> 01:04:20.898 align:center
มีคนเข้าชม มีคนทวีตสด
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องพิจารณาคดี

01:04:20.982 --> 01:04:24.193 align:center
เคทลิน อาร์มสตรองยิงสังหาร
โมไรอาห์ วิลสันจริงหรือไม่

01:04:24.277 --> 01:04:27.113 align:center
นั่นคือคำถามที่ลูกขุนจะเป็นผู้ตอบ

01:04:27.697 --> 01:04:31.701 align:center
บางครั้งเวลาที่ไม่มีหลักฐานโดยตรง
ไม่มีพยาน ไม่มีคลิปการสังหาร

01:04:31.784 --> 01:04:35.329 align:center
มันเพียงพอแล้วที่ลูกขุน
จะใช้เป็นเหตุผลในการยกฟ้อง

01:04:42.336 --> 01:04:45.256 align:center
หลักฐานจะปรากฏออกมาว่าเคทลิน อาร์มสตรอง

01:04:45.965 --> 01:04:50.344 align:center
ไม่ได้อยู่ใกล้จุดที่คุณวิลสันถูกสังหารเลย

01:04:50.428 --> 01:04:54.599 align:center
ตามข้อกล่าวหาในย่อหน้าที่หนึ่งของคำฟ้อง
คุณจะให้การยังไง

01:04:54.682 --> 01:04:55.600 align:center
ไม่ได้ทำค่ะ

01:04:55.683 --> 01:04:59.478 align:center
ตามข้อกล่าวหาในย่อหน้าที่สองของคำฟ้อง
คุณจะให้การยังไง

01:04:59.562 --> 01:05:00.396 align:center
ไม่ได้ทำค่ะ

01:05:00.479 --> 01:05:01.772 align:center
เชิญนั่งลงได้ค่ะ

01:05:04.984 --> 01:05:11.866 align:center
เราจะเริ่มด้วยการบอกข้อมูล
ตัวละครหลักทั้งสามคนนะครับ

01:05:14.076 --> 01:05:16.454 align:center
คนที่หนึ่งคือโม วิลสัน

01:05:18.456 --> 01:05:21.626 align:center
ตัวละครหลักคนที่สองคือคอลิน สตริกแลนด์

01:05:22.251 --> 01:05:26.088 align:center
และคนที่สาม
คุณเคทลิน อาร์มสตรอง ผู้เป็นจำเลย

01:05:26.172 --> 01:05:27.965 align:center
ซึ่งอาศัยอยู่กับคอลิน

01:05:28.049 --> 01:05:31.344 align:center
และมีความสัมพันธ์กันแบบรักๆ เลิกๆ

01:05:32.553 --> 01:05:34.805 align:center
เคทลิน อาร์มสตรองไม่พอใจ

01:05:34.889 --> 01:05:37.224 align:center
ที่คอลินยังคงติดต่อ

01:05:38.809 --> 01:05:41.729 align:center
กับโม วิลสัน
หลังจากที่พวกเขาจบความสัมพันธ์กัน

01:05:41.812 --> 01:05:47.193 align:center
ช่างเป็นวิธีที่ง่ายและยอดเยี่ยมจริงๆ
ในการป้ายสีผู้หญิงเพื่อสร้างเรื่องขึ้น

01:05:47.860 --> 01:05:49.987 align:center
หญิงที่แค้นเพราะถูกทิ้ง

01:05:50.863 --> 01:05:54.158 align:center
เธอต้องถูกนำเสนอออกมา

01:05:54.241 --> 01:05:57.995 align:center
ในฐานะนังโรคจิตขี้หึง เพื่อสร้างแรงจูงใจ

01:05:59.497 --> 01:06:02.667 align:center
โมยังเด็กมาก ยังมีชีวิตอีกยาวไกลรออยู่

01:06:02.750 --> 01:06:06.003 align:center
เป้าหมายหลักของผม
คือทำให้เคทลิน อาร์มสตรองได้รับโทษ

01:06:07.004 --> 01:06:09.465 align:center
ฉันเป็นคนที่สองที่ขึ้นให้การ

01:06:09.548 --> 01:06:12.343 align:center
จู่ๆ มันก็แบบ "ลุกขึ้น เราจะขึ้นไปแล้ว"

01:06:12.426 --> 01:06:14.637 align:center
"เราจะให้คุณสาบาน มันเริ่มแล้ว"

01:06:15.429 --> 01:06:19.392 align:center
มันไม่มีทางที่คุณจะเตรียมตัวรับมือ
สถานการณ์แบบนี้ได้จริงๆ

01:06:19.475 --> 01:06:20.768 align:center
การต้องยืนที่คอกพยาน

01:06:20.851 --> 01:06:23.646 align:center
และตรงหน้ามีเคทลิน อาร์มสตรองมองจ้องมา

01:06:25.481 --> 01:06:28.359 align:center
ตอนนั้นจิตใจฉันจดจ่อสุดๆ เลย

01:06:28.442 --> 01:06:30.903 align:center
เหมือนฉันหลุดเข้าไปในภวังค์

01:06:30.987 --> 01:06:35.533 align:center
แบบว่า "นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด
ที่ฉันอาจจะทำได้ในชีวิตแล้ว"

01:06:35.616 --> 01:06:37.660 align:center
"ฉันอยากเห็นความยุติธรรมบังเกิด

01:06:37.743 --> 01:06:42.665 align:center
และฉันอยากทำให้ดีที่สุดเพื่อเพื่อนของฉัน"

01:06:43.666 --> 01:06:47.420 align:center
คืนนั้นฉันสู้เพื่อโมด้วยทุกอย่างที่ฉันมี

01:06:48.671 --> 01:06:53.384 align:center
ตั้งแต่วินาทีที่ถึงบ้าน ฉันเริ่มทำการปั๊มหัวใจ

01:06:53.467 --> 01:06:56.470 align:center
มันเป็นสิบนาทีที่ยาวนานที่สุดในชีวิตฉันเลย

01:06:57.972 --> 01:07:00.391 align:center
ตอนที่ลงมาจากคอกพยาน

01:07:00.474 --> 01:07:04.145 align:center
ฉันมองตาเคทลิน อาร์มสตรอง

01:07:04.729 --> 01:07:06.522 align:center
และมันว่างเปล่า

01:07:07.273 --> 01:07:09.316 align:center
ไม่มีอะไรในนั้นเลย

01:07:12.278 --> 01:07:13.863 align:center
นี่ มานี่สิ

01:07:17.908 --> 01:07:20.661 align:center
อาจมีคนเข้ามาในนี้ นี่อาจเป็นจักรยาน โอเคนะ

01:07:20.745 --> 01:07:21.829 align:center
ดูสิ

01:07:21.912 --> 01:07:27.793 align:center
เรามีหลักฐานว่าเคทลิน อาร์มสตรอง
ลากจักรยานของโมไปโยนทิ้งในพงหญ้า

01:07:27.877 --> 01:07:29.295 align:center
ทางโน้น

01:07:30.296 --> 01:07:31.464 align:center
โอเค

01:07:31.547 --> 01:07:33.716 align:center
รหัส 432 เจอจักรยานแล้ว

01:07:36.218 --> 01:07:39.722 align:center
ผมไม่รู้ว่าเธอทำไปเพื่อเยาะเย้ยโมหรือเปล่า

01:07:40.389 --> 01:07:42.767 align:center
หรือเธอตั้งใจจะให้มันดูเป็นการปล้น

01:07:44.435 --> 01:07:48.147 align:center
เรื่องหนึ่งที่ทรมานใจสุดๆ
คือตอนที่พวกเขาเข็นจักรยานเธอเข้ามา

01:07:48.230 --> 01:07:51.817 align:center
พอเห็นจักรยานของเธอ ฉันก็สะเทือนใจ

01:07:52.651 --> 01:07:54.195 align:center
ครับ ผมจำได้

01:07:55.696 --> 01:07:57.281 align:center
มันอยู่ในถุง

01:08:04.246 --> 01:08:05.748 align:center
นั่นจักรยานของเธอ

01:08:06.415 --> 01:08:09.210 align:center
มันคือสิ่งที่เธอแคร์ คือความสุขของเธอ

01:08:11.629 --> 01:08:13.547 align:center
ตอนที่พวกเขาได้จักรยานมา

01:08:13.631 --> 01:08:17.384 align:center
พวกเขาเอามันไปตรวจดีเอ็นเอกับรอยนิ้วมือ

01:08:17.468 --> 01:08:21.472 align:center
ผมให้พวกเขาตรวจสอบตัวรถ
รวมถึงข้าวของบนนั้นอีกสองสามจุด

01:08:21.555 --> 01:08:23.057 align:center
เพื่อความแน่ใจ

01:08:23.140 --> 01:08:26.227 align:center
เราเอามันไปเทียบกับดีเอ็นเอที่เก็บจากเคทลิน

01:08:26.310 --> 01:08:29.939 align:center
ผลการเปรียบเทียบบอกว่าดีเอ็นเอเคทลิน

01:08:30.022 --> 01:08:32.024 align:center
อยู่บนตัวจักรยานจริงๆ

01:08:32.108 --> 01:08:37.154 align:center
คำอธิบายที่เรียบง่าย
มีตรรกะ และสมเหตุสมผลที่สุด

01:08:37.238 --> 01:08:40.157 align:center
ที่ดีเอ็นเอของจำเลยไปอยู่บนตัวรถคันนี้

01:08:40.241 --> 01:08:42.409 align:center
คือจำเลยแตะต้องรถตอนที่เธอออกมา

01:08:43.244 --> 01:08:46.205 align:center
เธอเอาจักรยานออกมา แล้วเอาไปทิ้งข้างนอก

01:08:46.997 --> 01:08:52.711 align:center
ทุกๆ คนที่ยกจักรยานคันนี้
ทำกับมันแบบเดียวกันหมด

01:08:55.965 --> 01:09:02.263 align:center
ผมรู้สึกโกรธมากกับท่าทาง
ของทนายโคเฟอร์ตอนที่ยกจักรยาน

01:09:02.763 --> 01:09:05.850 align:center
มันดูไม่เคารพกันสักเท่าไร

01:09:05.933 --> 01:09:08.853 align:center
และที่น่าประหลาดใจ คือตรงนี้

01:09:09.478 --> 01:09:14.483 align:center
นี่คือบริเวณที่ไม่มีการเก็บดีเอ็นเอ

01:09:14.567 --> 01:09:19.446 align:center
ถ้าเกิดผลมันออกมาเป็นของคนที่ไม่รู้จักล่ะ

01:09:24.743 --> 01:09:25.828 align:center
(30 ตุลาคม ปี 2023)

01:09:27.538 --> 01:09:31.041 align:center
คือมันทรมานใจเราทุกคน
การต้องอยู่ในห้องนั้นกับอาร์มสตรอง

01:09:31.125 --> 01:09:34.753 align:center
- และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง…
- ใช่

01:09:34.837 --> 01:09:37.590 align:center
คือแน่นอน มันทรมานใจเรา

01:09:37.673 --> 01:09:39.258 align:center
ในนั้นมันหนาวๆ แบบบอกไม่ถูก

01:09:39.341 --> 01:09:41.093 align:center
- และมันแบบ…
- ใช่ มันดูนิ่งไปหมด

01:09:41.177 --> 01:09:44.096 align:center
ผมไม่รู้สึกอะไรเท่าไรด้วยซ้ำ เพราะแบบว่า…

01:09:44.180 --> 01:09:46.682 align:center
ผมรู้สึกเหมือนมันไม่ใช่… พื้นที่

01:09:46.765 --> 01:09:50.019 align:center
ที่ส่งให้เรารู้สึกอะไรสักอย่าง

01:09:50.102 --> 01:09:53.981 align:center
พอเห็นเธอไม่แสดงอารมณ์ออกมาเลย

01:09:54.064 --> 01:09:55.816 align:center
ที่แม่เห็นมีแต่ก้อนหิน

01:09:55.900 --> 01:09:57.818 align:center
พอแม่มองเธอ เธอเหมือนก้อนหิน

01:09:58.652 --> 01:10:02.489 align:center
เป็นพักๆ ที่แม่มองไปและคิดว่า "มันพอจะมี…"

01:10:03.407 --> 01:10:07.411 align:center
"มันพอจะมีความอ่อนโยนอยู่ในหัวใจดวงนั้นไหม"

01:10:07.494 --> 01:10:10.915 align:center
"หัวใจเธอมันมีเนื้อหนังไหม หรือมันเป็นก้อนหิน"

01:10:11.415 --> 01:10:12.917 align:center
แม่ไม่รู้

01:10:15.753 --> 01:10:19.006 align:center
คนที่จะให้การในวันที่สาม
ของการพิจารณาคดีเคทลิน อาร์มสตรอง

01:10:19.089 --> 01:10:23.010 align:center
คือคอลิน สตริกแลนด์
แฟนหนุ่มที่รักๆ เลิกๆ ของอาร์มสตรอง

01:10:24.345 --> 01:10:28.807 align:center
พอเห็นคอลินที่คอกพยาน มันก็สะเทือนใจ

01:10:30.017 --> 01:10:36.232 align:center
ที่ศาล เขาดูเหมือนไม่ใช่คนเดียวกัน
กับก่อนหน้าที่โมไรอาห์จะตาย

01:10:38.734 --> 01:10:42.279 align:center
การต้องเจอคอลินต่อหน้าทำให้ฉันปวดใจมาก

01:10:42.363 --> 01:10:45.908 align:center
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
เมื่อฉันโทษเขาไว้ซะเยอะเรื่อง…

01:10:46.909 --> 01:10:49.828 align:center
เรื่องที่เขาปั่นหัวทั้งโมไรอาห์และเคทลิน

01:10:49.912 --> 01:10:52.748 align:center
วันนี้คอลิน สตริกแลนด์ตอบคำถามของทนาย

01:10:52.831 --> 01:10:57.336 align:center
แบบแบ่งรับแบ่งสู้
แถมเขายังนั่งเบี่ยงตัวออกไปและยกมือบัง

01:10:57.419 --> 01:11:00.047 align:center
เหมือนเขาพยายามจะไม่มองอาร์มสตรอง

01:11:00.965 --> 01:11:02.383 align:center
ท่าทางของเขามันบอกว่า

01:11:03.467 --> 01:11:05.010 align:center
"ผมไม่อยากอยู่ที่นี่"

01:11:05.094 --> 01:11:06.387 align:center
เขาหันหน้าหนี

01:11:06.470 --> 01:11:08.180 align:center
เขาก้มหน้าลงบ่อยๆ

01:11:08.264 --> 01:11:10.516 align:center
เขาก้มตัวแทบชิดกับไมโครโฟน

01:11:10.599 --> 01:11:13.018 align:center
เขาเอามือจับหัวไว้แบบนี้

01:11:13.102 --> 01:11:14.937 align:center
ตาเขาก็ปิดบ่อยๆ

01:11:15.020 --> 01:11:18.482 align:center
และเขาก็แทบไม่มองคนที่ถามคำถามเขา

01:11:18.565 --> 01:11:20.359 align:center
ไม่ว่าจะเราหรืออีกฝ่าย

01:11:21.443 --> 01:11:25.030 align:center
ตอนที่คอลินถูกถามในการซักค้าน

01:11:25.114 --> 01:11:27.324 align:center
ว่าเขารู้จักจำเลยไหม

01:11:27.408 --> 01:11:29.535 align:center
เขาออกมาแล้วก็พูดว่า "ไม่"

01:11:30.911 --> 01:11:35.624 align:center
ฉันคิดว่ามันเป็นการบอกว่า
"ผมคิดว่าผมรู้จัก แต่ผมไม่"

01:11:36.292 --> 01:11:38.961 align:center
เขามีข้อมูลที่สำคัญมาก

01:11:39.461 --> 01:11:42.506 align:center
ในการช่วยประกอบสำนวนคดีนี้
เพื่อคืนความยุติธรรมให้โม

01:11:43.007 --> 01:11:44.842 align:center
และผมไม่ชอบเลยตรงที่…

01:11:46.385 --> 01:11:49.013 align:center
บางครั้งเขาก็ดูจะลังเลสุดๆ

01:11:49.096 --> 01:11:52.349 align:center
และผมก็อยากบอกเขาว่า "เถอะน่า ไอ้หนุ่ม"

01:11:53.392 --> 01:11:56.520 align:center
"ทำแบบนี้เหอะ ตัวเองจะได้สบาย"

01:11:58.230 --> 01:12:00.816 align:center
อัยการได้เปิดข้อความ
ระหว่างสตริกแลนด์กับอาร์มสตรอง

01:12:00.899 --> 01:12:02.192 align:center
จากเดือนตุลาคมปี 2021

01:12:02.276 --> 01:12:05.779 align:center
นั่นคือตอนที่วิลสันกับสตริกแลนด์เจอกันที่ออสติน

01:12:05.863 --> 01:12:09.575 align:center
ข้อความที่ดูเหมือนอาร์มสตรอง
จะส่งถึงสตริกแลนด์บอกว่า

01:12:09.658 --> 01:12:13.037 align:center
"ฉันรู้จักคุณดีถึงรู้ว่าคุณ
ไม่พายัยนั่นไปมีทีเออร์หรอก"

01:12:13.120 --> 01:12:16.665 align:center
สตริกแลนด์บอกว่า "ยัยนั่น" หมายถึงวิลสัน

01:12:17.333 --> 01:12:19.626 align:center
ลูกขุนยังได้ดูข้อความที่ส่งถึงสตริกแลนด์

01:12:19.710 --> 01:12:24.048 align:center
ซึ่งมีคลิปยิงปืนที่สนามยิงปืนสักแห่ง

01:12:24.840 --> 01:12:26.383 align:center
ถึงจะมองไม่เห็นหน้าคนยิง

01:12:26.467 --> 01:12:29.762 align:center
แต่สตริกแลนด์ให้การว่า
เขาเชื่อว่าเป็นอาร์มสตรอง

01:12:30.596 --> 01:12:34.641 align:center
คอลินดันมาเจอเหตุการณ์โชคร้ายแบบสุดๆ

01:12:35.309 --> 01:12:38.354 align:center
ฉันว่าเขาไม่ได้คาดคิด

01:12:38.437 --> 01:12:42.274 align:center
หรือตั้งใจให้เรื่องมันออกมาเป็นแบบนี้

01:12:42.358 --> 01:12:45.986 align:center
แต่ฉันก็ไม่คิดว่าเราจะสามารถมองเรื่องนี้

01:12:46.070 --> 01:12:48.906 align:center
โดยปฏิเสธว่าเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องได้

01:12:51.158 --> 01:12:53.827 align:center
ผมรู้สึกหงุดหงิดที่การโกหกของเขา

01:12:53.911 --> 01:12:58.415 align:center
ทำให้เกิดฉากทัศน์หรือสถานการณ์
ที่นำไปสู่การตายของโม

01:12:58.499 --> 01:13:01.418 align:center
แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ไม่ใช่คนลั่นไก

01:13:01.502 --> 01:13:02.878 align:center
เขาไม่ได้ฆ่าเธอ

01:13:03.712 --> 01:13:07.758 align:center
และตามความเห็นผม
ในตัวเคทลิน อาร์มสตรองไม่มีอะไรเลย

01:13:07.841 --> 01:13:09.718 align:center
ที่บอกกับคอลินว่า

01:13:09.802 --> 01:13:12.763 align:center
"ฉันระวังไว้ดีกว่า ผู้หญิงคนนี้อาจฆ่าคนได้"

01:13:12.846 --> 01:13:14.973 align:center
ผมคิดว่าเขาน่าจะคาดไม่ถึง

01:13:15.474 --> 01:13:18.185 align:center
และถ้าเขารู้ก่อน เขาอาจไม่ทำอะไรแบบที่ทำ

01:13:23.941 --> 01:13:27.069 align:center
เราอยากให้แพม มาซัก
มาเป็นพยานปากสุดท้ายของเรา

01:13:27.569 --> 01:13:30.572 align:center
เพื่อสรุปรูปคดีทั้งหมด ข้อมูลทั้งหมด

01:13:30.656 --> 01:13:34.159 align:center
โดยเรียงลำดับตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง

01:13:34.743 --> 01:13:37.246 align:center
(ผมออกมาแต่เช้ากับเพื่อนที่มาจากแอชวิลล์)

01:13:37.329 --> 01:13:42.751 align:center
จากมือถือคอลิน เราพบว่า
เขาเซฟชื่อโมไรอาห์ไว้ว่าคริสทีน วอลล์

01:13:42.835 --> 01:13:43.752 align:center
(คริสทีน วอลล์)

01:13:43.836 --> 01:13:47.464 align:center
ประมาณ 16.45 น. คอลินถามโมไรอาห์ว่า

01:13:47.548 --> 01:13:51.135 align:center
อยากให้เขาขี่มอเตอร์ไซค์ไปรับไหม

01:13:51.218 --> 01:13:55.722 align:center
เคทลินเข้าถึงข้อมูลของเขาได้หลายอย่าง

01:13:55.806 --> 01:13:57.391 align:center
และที่บ้านเขาก็มีไอแพด

01:13:57.474 --> 01:14:01.437 align:center
และเป็นไปได้สูงมากๆ
ที่เธอจะสามารถดูข้อความทั้งหมด

01:14:01.520 --> 01:14:03.856 align:center
ระหว่างคอลินกับโมไรอาห์

01:14:03.939 --> 01:14:05.816 align:center
(คริสทีน วอลล์)
(คืนนี้คุณมีแผนไหม)

01:14:06.608 --> 01:14:08.152 align:center
เวลาประมาณ 16.49 น.

01:14:08.235 --> 01:14:12.364 align:center
โมไรอาห์ส่งที่อยู่ของที่พักไปให้คอลิน

01:14:13.157 --> 01:14:15.117 align:center
ทีนี้ ถึงชื่อจะเป็นคริสทีน วอลล์

01:14:16.076 --> 01:14:20.789 align:center
แต่โมไรอาห์ส่งรูปเธอปั่นจักรยานไปด้วย

01:14:21.790 --> 01:14:26.545 align:center
เพราะงั้นเคทลินรู้ชัดเจนว่าเธอนี่แหละที่เขานัด

01:14:29.256 --> 01:14:31.425 align:center
เคทลินออกจากบ้าน

01:14:31.508 --> 01:14:34.595 align:center
และเราเชื่อว่าเธอพกปืนมาด้วย

01:14:35.596 --> 01:14:39.766 align:center
เธอมุ่งหน้าไปตามถนนลามาร์
เพื่อเข้าย่านดาวน์ทาวน์

01:14:40.976 --> 01:14:46.940 align:center
แล้วเธอก็เลี้ยวซ้าย
เข้าสู่สายหกตะวันตก และตรงไป

01:14:47.524 --> 01:14:51.570 align:center
ซึ่งจะพาไปถึงดีปเอ็ดดี้ หรือละแวกนั้น

01:14:52.070 --> 01:14:57.034 align:center
แต่แล้วเธอก็เลี้ยวกลับ
และมุ่งหน้าทางตะวันออก เข้าสายห้า

01:14:57.784 --> 01:15:01.705 align:center
จากนั้นรถของเธอก็ขับวนรอบอีกช่วงตึกหนึ่ง

01:15:01.788 --> 01:15:04.666 align:center
มันเหมือนเธอพยายามคิดว่าจะเอาไงดี

01:15:04.750 --> 01:15:09.338 align:center
แล้วเธอก็เข้าไปจอดที่ลานจอดรถ
เธอนั่งอยู่ตรงนั้นราวๆ หนึ่งนาที

01:15:10.047 --> 01:15:13.300 align:center
ฉันไม่รู้ว่าทีแรก
เธอแค่จะไปเผชิญหน้ากับพวกเขาหรือเปล่า

01:15:13.383 --> 01:15:17.429 align:center
เวลาหึงหวง คนอาจจะตะคอก กรี๊ด ตบ ดึงผม

01:15:17.513 --> 01:15:19.556 align:center
แต่เรื่องมันไม่ได้เป็นแบบนั้น

01:15:19.640 --> 01:15:20.724 align:center
(19.30 น.)

01:15:20.807 --> 01:15:25.479 align:center
เธอนั่งอยู่หนึ่งนาที จากนั้นก็ตัดสินใจปิดมือถือ

01:15:26.897 --> 01:15:30.317 align:center
แล้วรถจี๊ปของเธอก็เริ่มมุ่งหน้าไปทางตะวันออก

01:15:30.400 --> 01:15:32.819 align:center
มุ่งตรงไปละแวกบ้านของแคช

01:15:35.322 --> 01:15:40.494 align:center
ตำแหน่งรถจี๊ปของเคทลินตรงกันเป๊ะ
กับในคลิปกล้องวงจรปิด

01:15:42.788 --> 01:15:45.040 align:center
เธอขับวนรอบชุมชนนั้น

01:15:45.123 --> 01:15:50.003 align:center
และจุดที่เธอจอดรถนั่งรอก็มีสามจุดเป็นอย่างน้อย

01:15:50.087 --> 01:15:52.005 align:center
(19.52 น.)

01:15:52.089 --> 01:15:56.009 align:center
เราเห็นโมไรอาห์กับคอลินกลับมา

01:15:56.093 --> 01:15:58.470 align:center
เคทลินขับวนรอบช่วงตึก

01:15:59.805 --> 01:16:02.391 align:center
กระทั่งเธอเห็นพวกเขามาถึงบ้าน

01:16:07.354 --> 01:16:08.939 align:center
(20.29 น.)

01:16:09.022 --> 01:16:11.441 align:center
พวกเขาอยู่ห่างกันแค่ช่วงตึกเดียว

01:16:12.276 --> 01:16:14.236 align:center
เธอรอให้คอลินกลับไป

01:16:17.864 --> 01:16:22.411 align:center
ฉันรู้ว่ามันลงเอยยังไง
แต่ก็ยังทำใจดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยาก

01:16:23.829 --> 01:16:26.331 align:center
เรื่องที่น่ากลัวที่สุดเรื่องหนึ่งที่เราได้รู้มา

01:16:26.415 --> 01:16:31.628 align:center
คือเรื่องที่เธอขับวนรอบบ้านแคชอยู่นานมาก

01:16:31.712 --> 01:16:33.589 align:center
มันบอกว่าเธอตั้งใจแค่ไหน

01:16:36.717 --> 01:16:39.636 align:center
พูดง่ายๆ คือเธอสะกดรอยตาม

01:16:41.597 --> 01:16:46.268 align:center
มันน่าทึ่งมากที่เราสามารถ
ปะติดปะต่อทั้งหมดนั้นเข้าด้วยกันได้

01:16:46.351 --> 01:16:49.396 align:center
และมัน… หลักฐานดิจิทัลนั่น

01:16:49.479 --> 01:16:52.024 align:center
ก็แทบจะเป็นพยานอีกปากในศาล

01:16:53.191 --> 01:16:57.571 align:center
คุณจะกล่าวหาว่าข้อมูลโกหกไม่ได้

01:16:59.072 --> 01:17:00.574 align:center
เขาส่งเธอตอน 8.35 น.

01:17:01.658 --> 01:17:02.909 align:center
จากนั้นคอลินก็กลับบ้าน

01:17:05.120 --> 01:17:07.748 align:center
เขามีจอดรถที่เอ็มแอลเคตอน 8.38 น.

01:17:07.831 --> 01:17:09.041 align:center
ห่างสองสามช่วงตึก

01:17:10.000 --> 01:17:12.044 align:center
จากจุดที่เขาส่งโม

01:17:12.127 --> 01:17:15.589 align:center
แล้วก็ส่งข้อความหาเคทลินเรื่องธุระที่เขามาทำ

01:17:15.672 --> 01:17:17.174 align:center
บอกว่า "เสร็จแล้ว"

01:17:17.257 --> 01:17:19.134 align:center
"ให้ซื้อของกินเข้าไปไหม"

01:17:19.217 --> 01:17:20.469 align:center
เธอไม่ตอบ

01:17:23.930 --> 01:17:27.476 align:center
ทันทีที่เขาไป เธอก็ขับวนรอบตรอกนั้น

01:17:27.559 --> 01:17:29.728 align:center
เธอจอดรถจี๊ป

01:17:29.811 --> 01:17:32.481 align:center
แล้วก็นั่งอยู่ในรถสักพักหนึ่ง

01:17:33.982 --> 01:17:35.525 align:center
โมไรอาห์ไขกุญแจประตู

01:17:35.609 --> 01:17:37.027 align:center
เธอเข้าไป

01:17:37.110 --> 01:17:43.450 align:center
จากนั้นก็ส่งข้อความถึง
นักจัดรายการพอดแคสต์ราวๆ 21.13 น.

01:17:43.533 --> 01:17:44.993 align:center
ไม่กี่นาทีต่อมา

01:17:45.077 --> 01:17:48.997 align:center
ก็มีเสียงกรีดร้องและเสียงปืนดัง

01:17:49.081 --> 01:17:51.583 align:center
ปังๆ!

01:17:52.709 --> 01:17:53.960 align:center
ยิงสองนัด

01:17:55.295 --> 01:17:57.005 align:center
นัดหนึ่งที่ศีรษะด้านหน้า

01:17:58.090 --> 01:17:59.966 align:center
อีกนัดที่ศีรษะด้านข้าง

01:18:00.050 --> 01:18:03.345 align:center
มันโดนนิ้วชี้เธอ ก่อนจะทะลุไป

01:18:04.888 --> 01:18:07.891 align:center
หลังจากเงียบอยู่สี่ห้าวิฯ

01:18:08.642 --> 01:18:10.185 align:center
เคทลิน อาร์มสตรอง

01:18:10.852 --> 01:18:12.312 align:center
ยืนอยู่เหนือร่างโม วิลสัน

01:18:13.021 --> 01:18:14.564 align:center
แล้วยิงนัดที่สาม

01:18:15.107 --> 01:18:16.733 align:center
เข้าที่หัวใจของโม วิลสัน

01:18:18.819 --> 01:18:21.154 align:center
เสียงกรีดร้องที่ได้ยินนั้น มันยัง…

01:18:22.239 --> 01:18:23.323 align:center
ยังรบกวนจิตใจฉันอยู่เลย

01:18:23.990 --> 01:18:27.452 align:center
ฉันพยายามที่จะไม่ฟังมัน มันทำใจยากมากค่ะ

01:18:34.710 --> 01:18:35.669 align:center
(31 ต.ค. ปี 2023)

01:18:36.753 --> 01:18:40.674 align:center
(วันตัดสิน)
(16 พ.ย. ปี 2023)

01:18:45.137 --> 01:18:47.222 align:center
ฉันเริ่มทำใจไว้ว่า

01:18:47.305 --> 01:18:49.224 align:center
"ถ้าเกิดเธอไม่ติดคุกล่ะ"

01:18:50.058 --> 01:18:53.145 align:center
มันจะเป็นยังไงกับครอบครัววิลสัน
มันจะเป็นยังไงกับฉัน

01:18:56.940 --> 01:19:00.944 align:center
ผมรู้สึกตึงเครียด กังวล

01:19:02.696 --> 01:19:04.823 align:center
มันขึ้นอยู่กับคน 12 คน

01:19:06.408 --> 01:19:11.788 align:center
ทุกอย่างที่เราทำไป ทั้งหมดขึ้นอยู่กับคณะลูกขุน

01:19:11.872 --> 01:19:13.999 align:center
ถ้าเกิดพวกเขาไม่ชอบหรือไม่ซื้อขึ้นมา

01:19:14.082 --> 01:19:16.710 align:center
หรือถ้ามีแค่สักคนที่ไม่ชอบหรือไม่ซื้อขึ้นมา

01:19:17.294 --> 01:19:18.378 align:center
เราก็จบเห่

01:19:19.921 --> 01:19:25.051 align:center
(ท่านเบรนด้า เคนเนดี)
(ผู้พิพากษาศาลแขวงรัฐ)

01:19:29.431 --> 01:19:31.349 align:center
จำเลยโปรดลุกขึ้นยืนค่ะ

01:19:34.895 --> 01:19:39.649 align:center
ในคดีหมายเลข ดี 1 ดีซี 22301129

01:19:39.733 --> 01:19:42.569 align:center
คำตัดสินของลูกขุนในข้อหาฆาตกรรม

01:19:42.652 --> 01:19:46.072 align:center
เราคณะลูกขุนตัดสินว่า
จำเลยเคทลิน อาร์มสตรอง

01:19:46.156 --> 01:19:47.824 align:center
มีความผิดฐานฆาตกรรม

01:19:47.908 --> 01:19:51.787 align:center
ศาลจึงพิพากษาลงโทษจำคุกคุณ 90 ปี

01:19:51.870 --> 01:19:53.789 align:center
ที่เรือนจำของกรมราชทัณฑ์เทกซัส

01:19:53.872 --> 01:19:57.667 align:center
และปรับ 10,000 ดอลลาร์ตามที่ลูกขุนกำหนด

01:19:57.751 --> 01:19:59.044 align:center
เชิญนั่งได้ค่ะ

01:20:01.296 --> 01:20:03.715 align:center
ครอบครัวโจทก์มีอะไรจะพูดไหม

01:20:03.799 --> 01:20:04.883 align:center
ค่ะท่าน

01:20:16.853 --> 01:20:18.814 align:center
เคทลิน อาร์มสตรอง

01:20:21.733 --> 01:20:25.153 align:center
ฉันไม่แน่ใจว่าคำพูดเหล่านี้
จะเข้าถึงหัวใจคุณได้ไหม

01:20:25.237 --> 01:20:26.738 align:center
แต่ฉันจะพยายาม

01:20:28.406 --> 01:20:31.034 align:center
ฉันเกลียดสิ่งที่คุณทำกับลูกสาวที่น่ารักของฉัน

01:20:32.869 --> 01:20:35.622 align:center
มันเห็นแก่ตัวและขี้ขลาดมากๆ

01:20:36.331 --> 01:20:38.792 align:center
พฤติกรรมรุนแรงเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมน่ะ

01:20:39.459 --> 01:20:41.253 align:center
มันขี้ขลาด

01:20:42.003 --> 01:20:46.132 align:center
เพราะคุณไม่เลือกเผชิญหน้าเธอตรงๆ
แบบลูกผู้หญิงด้วยกัน

01:20:46.216 --> 01:20:48.385 align:center
และคุยกันแบบมีอารยะ

01:20:49.052 --> 01:20:50.720 align:center
เธอคงจะฟังคุณ

01:20:51.388 --> 01:20:53.682 align:center
เธอเป็นผู้ฟังชั้นยอด

01:20:54.349 --> 01:20:57.269 align:center
เธอคงจะแคร์ความรู้สึกของคุณ

01:20:57.352 --> 01:21:00.230 align:center
เธอเป็นคนใส่ใจและช่างเห็นอกเห็นใจ

01:21:00.939 --> 01:21:04.317 align:center
ถ้าคุณยอมให้ตัวเองได้รู้จักเธอจริงๆ

01:21:04.401 --> 01:21:08.446 align:center
คุณคงไม่มีวันนึกอยากจะทำร้ายเธอ

01:21:09.739 --> 01:21:12.117 align:center
ตอนที่คุณยิงโมไรอาห์ที่หัวใจ

01:21:12.200 --> 01:21:15.245 align:center
คุณก็ยิงหัวใจฉันด้วย

01:21:16.204 --> 01:21:20.250 align:center
คุณยิงหัวใจอีริคกับแมตต์ด้วย

01:21:26.882 --> 01:21:31.845 align:center
ผมไม่รู้ว่าทำไมพระเจ้าถึงปล่อยให้มันเกิดขึ้น
แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว

01:21:33.346 --> 01:21:36.391 align:center
เราเชื่อว่าจะมีสิ่งดีๆ ตามมาจากเรื่องนี้

01:21:40.478 --> 01:21:44.190 align:center
มันอาจจะช่วยใครสักคนได้ในอนาคต…

01:21:46.443 --> 01:21:48.778 align:center
เรื่องแบบนี้จะได้ไม่เกิดขึ้น

01:22:03.293 --> 01:22:05.295 align:center
คดีนี้ไม่มีใครเป็นฝ่ายชนะ

01:22:06.212 --> 01:22:08.506 align:center
นี่ไม่ใช่เวลาฉลอง

01:22:09.049 --> 01:22:10.592 align:center
แต่เป็นเวลาสวดภาวนา

01:22:11.843 --> 01:22:13.678 align:center
เวลาสวดภาวนาให้ครอบครัวเรา

01:22:14.346 --> 01:22:17.557 align:center
เพื่อนๆ ของเรา ครอบครัวอาร์มสตรอง

01:22:17.641 --> 01:22:18.642 align:center
และเพื่อนๆ พวกเขา

01:22:19.476 --> 01:22:21.811 align:center
เรื่องเศร้าเรื่องนี้เป็นตัวอย่างชั้นเลิศ

01:22:21.895 --> 01:22:25.482 align:center
ว่าทำไมความซื่อสัตย์และซื่อตรงจึงสำคัญ

01:22:25.565 --> 01:22:27.359 align:center
ในความสัมพันธ์ส่วนตัวของเรา

01:22:28.485 --> 01:22:32.989 align:center
และความไม่ซื่อสัตย์นั้น
บ่อยครั้งจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่ได้ตั้งใจ

01:22:33.907 --> 01:22:37.452 align:center
การบงการจิตใจอย่างเห็นแก่ตัว
ความริษยา และความเกลียดชัง

01:22:37.535 --> 01:22:39.537 align:center
ไม่เคยนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดี

01:22:40.789 --> 01:22:42.832 align:center
ความรุนแรงไม่เคยเป็นวิธีการที่ดี

01:22:43.416 --> 01:22:45.335 align:center
มันมีแต่นำไปสู่ความทุกข์ที่เท่าทวี

01:22:47.128 --> 01:22:49.130 align:center
ชีวิตเราเปลี่ยนไปตลอดกาล

01:22:50.131 --> 01:22:53.218 align:center
แต่เมื่อเราผ่านบททดสอบอันท้าทายนี้มาแล้ว

01:22:53.802 --> 01:22:58.014 align:center
เราก็พร้อมที่จะก้าวต่อไป
และเยียวยาจิตใจเราต่อ

01:22:59.349 --> 01:23:03.269 align:center
และเราจะทำเช่นนี้
ด้วยความเข้มแข็งของโมไรอาห์

01:23:03.353 --> 01:23:06.940 align:center
ความมุ่งมั่น ความอ่อนโยน และความอารี

01:23:07.607 --> 01:23:10.443 align:center
เพราะเรารู้ว่านี่คงเป็นสิ่งที่เธออยากให้เราทำ

01:23:25.000 --> 01:23:29.379 align:center
เรื่องนี้น่ะ ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ในชีวิตเธอ

01:23:29.462 --> 01:23:31.965 align:center
คงไม่นึกไม่ฝันว่าเธอจะทำอะไรแบบนี้ได้

01:23:32.048 --> 01:23:34.551 align:center
มันเลยทำให้เกิดคำถามพวกนี้ขึ้นมา แบบว่า

01:23:35.218 --> 01:23:37.178 align:center
"เราเคยรู้จักใครจริงๆ หรือเปล่า"

01:23:37.262 --> 01:23:39.389 align:center
แบบว่าผมทำอะไรแบบนั้นได้ไหม

01:23:39.472 --> 01:23:41.683 align:center
ทุกคนก็สามารถทำเรื่องแบบนั้นได้หรือเปล่า

01:23:43.518 --> 01:23:48.273 align:center
เรื่องนี้มันยังเป็นอะไรที่เข้าใจยากอยู่เลย

01:23:49.232 --> 01:23:51.776 align:center
และเวลาที่ฉันโกรธขึ้นมา

01:23:51.860 --> 01:23:53.236 align:center
ฉันก็ได้แต่คิดว่า

01:23:53.319 --> 01:23:57.282 align:center
"ยัยเด็กโง่ เคทลิน อาร์มสตรอง ยัยเด็กโง่"

01:23:57.991 --> 01:23:59.784 align:center
"ดูสิ่งที่เธอทำไปสิ"

01:24:17.927 --> 01:24:22.098 align:center
เคทลิน อาร์มสตรอง
พรากหลายสิ่งหลายอย่างไปจากพี่สาวผม

01:24:22.182 --> 01:24:23.975 align:center
พรากชีวิตพี่สาวผม

01:24:24.476 --> 01:24:25.810 align:center
อิสรภาพของพี่

01:24:26.853 --> 01:24:30.273 align:center
โอกาสที่จะได้สัมผัสโลกของพี่

01:24:30.356 --> 01:24:33.568 align:center
โอกาสที่จะได้มีความสุขของพี่

01:24:34.527 --> 01:24:38.281 align:center
และผลลัพธ์ที่สาสมมันก็มีแค่แบบเดียว

01:24:38.364 --> 01:24:42.869 align:center
คือเธอก็ไม่ควรได้สัมผัส
กับประสบการณ์แบบนั้นเหมือนกัน

01:24:43.953 --> 01:24:45.455 align:center
ไปตลอดทั้งชีวิต

01:25:09.979 --> 01:25:12.107 align:center
ในระบบความเชื่อของฉัน

01:25:12.190 --> 01:25:16.653 align:center
เมื่อไหร่ก็ตามที่เราเลือก
และมันมีผลลัพธ์ที่ไม่ดีตามมา

01:25:16.736 --> 01:25:19.447 align:center
เราจะหนีไปเฉยๆ ไม่ได้

01:25:20.448 --> 01:25:23.409 align:center
เพราะมันเป็นเรื่องของความถูกต้อง…

01:25:25.286 --> 01:25:27.288 align:center
และการรับผิดชอบในสิ่งที่ทำไป

01:25:32.252 --> 01:25:34.546 align:center
มันเป็นคดีที่ไร้เหตุผลสิ้นดี

01:26:05.410 --> 01:26:07.745 align:center
เดี๋ยวนี้ชีวิตผมก็เป็นแบบนี้แหละครับ

01:26:07.829 --> 01:26:10.206 align:center
แค่… อยู่คนเดียวอู่

01:26:12.709 --> 01:26:15.670 align:center
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ
อะไรๆ มันอยู่เหนือการควบคุมของผม

01:26:15.753 --> 01:26:18.548 align:center
ผมเลยย่อโลกของตัวเองให้เล็กลง

01:26:18.631 --> 01:26:21.134 align:center
จะได้รู้สึกว่าคุมอะไรได้บ้าง

01:26:21.217 --> 01:26:24.304 align:center
หลายอย่างมันบานปลายจนเกินควบคุม

01:26:32.228 --> 01:26:35.231 align:center
ผมเสียใจกับทุกอย่าง
ละอายใจกับทุกอย่างที่ทำไป

01:26:37.275 --> 01:26:40.236 align:center
ผมแม่งไม่น่ามาเริ่มแข่งจักรยานเลย

01:26:41.362 --> 01:26:43.281 align:center
จะได้ไม่เจอเคทลิน

01:26:44.324 --> 01:26:46.075 align:center
ไม่เจอโมไรอาห์

01:26:47.285 --> 01:26:50.872 align:center
ไม่ได้คุย… กับโมไรอาห์เป็นการส่วนตัว

01:26:52.498 --> 01:26:53.666 align:center
ทุกเรื่องนั่นแหละ

01:26:54.918 --> 01:26:56.544 align:center
เพราะมันนำมาสู่จุดนี้

01:27:10.767 --> 01:27:13.728 align:center
ฉันเจอนี่ในร้านขายของมือสอง
ตอนที่กำลังตัดสินใจว่า

01:27:13.811 --> 01:27:18.066 align:center
ฉันเข้มแข็งพอที่จะย้ายกลับมาอยู่ที่นี่แล้วหรือยัง

01:27:18.149 --> 01:27:21.986 align:center
และฉันหยิบมันจากบนกำแพงที่มีรูปอยู่ 300 ใบ

01:27:22.070 --> 01:27:24.322 align:center
มันมีรูปจักรยานเล็กๆ กำลังออกไปจากกรอบ

01:27:24.405 --> 01:27:27.700 align:center
ซึ่งเข้ากับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในตอนนี้

01:27:27.784 --> 01:27:30.411 align:center
มันมีดอกไม้บานตรงนี้ แปลว่ามีความหวังอยู่บ้าง

01:27:31.246 --> 01:27:33.289 align:center
แล้วก็ข้อความ "ไปกับเธอตลอดทาง"

01:27:33.373 --> 01:27:39.337 align:center
พอเห็นมันปุ๊บ ฉันก็ตื้นตันใจแบบสุดๆ เลยค่ะ

01:27:42.465 --> 01:27:43.549 align:center
ตอนที่ฉันย้ายกลับมา

01:27:43.633 --> 01:27:47.679 align:center
ฉันอยากให้ที่นี่มันดูสดใสและเบิกบาน

01:27:47.762 --> 01:27:50.598 align:center
ฉันเลยอยากให้บนกำแพงมีสีสันที่หลากหลาย

01:27:50.682 --> 01:27:53.726 align:center
ฉันอยากให้ทุกๆ อย่าง
ที่ฉันเอากลับเข้ามาในบ้านหลังนี้

01:27:53.810 --> 01:27:55.979 align:center
เป็นสิ่งที่เลือกมาอย่างดีและสร้างความสุข

01:27:57.689 --> 01:28:02.860 align:center
ทุกคนคิดว่าฉันคงจะไม่กลับมาอยู่บ้าน

01:28:02.944 --> 01:28:07.198 align:center
ทั้งเจ้าของบ้าน ทั้งพ่อฉันเอาแต่ถาม

01:28:07.282 --> 01:28:09.826 align:center
ว่าจะเริ่มขนของของฉันออกเมื่อไหร่ดี

01:28:09.909 --> 01:28:12.704 align:center
และฉันก็ลังเลสุดๆ เลยค่ะ

01:28:13.288 --> 01:28:15.456 align:center
เพราะอะไรไม่รู้

01:28:16.499 --> 01:28:19.460 align:center
ฉันรู้สึกผูกพันกับที่นั่นและถูกมันดึงดูดอย่างแรง

01:28:21.587 --> 01:28:23.214 align:center
พอฉันมองย้อนกลับไป

01:28:23.298 --> 01:28:25.842 align:center
วันสุดท้ายของชีวิตเธอมันช่างงดงามมากๆ

01:28:25.925 --> 01:28:28.678 align:center
เราหัวเราะด้วยกันเยอะมาก

01:28:28.761 --> 01:28:30.805 align:center
เราทำอาหารเช้ากับกาแฟ

01:28:30.888 --> 01:28:32.890 align:center
เธอออกไปขี่จักรยาน

01:28:32.974 --> 01:28:37.103 align:center
เราคุยกันเรื่องชีวิต ผู้ชาย และครอบครัว

01:28:37.186 --> 01:28:42.317 align:center
และมันเป็นวันสุดท้ายที่งดงามจริงๆ

01:28:42.400 --> 01:28:44.485 align:center
สำหรับฉันมันศักดิ์สิทธิ์มากค่ะ

01:28:45.570 --> 01:28:48.448 align:center
ฉันอยากรักษาเรื่องนั้นไว้

01:28:49.949 --> 01:28:51.492 align:center
ฉันรู้สึกถึงเธอได้ที่นั่น

01:28:51.576 --> 01:28:54.620 align:center
สัมผัสความสุขของเธอได้ที่นั่น

01:28:55.413 --> 01:29:00.084 align:center
และฉันสามารถรับมันมา ดึงมันมาใช้ได้

01:29:00.793 --> 01:29:04.339 align:center
ฉันคิดว่าเธอคงภูมิใจ
เธอคงภูมิใจที่ฉันไม่ได้ยอมแพ้

01:29:12.555 --> 01:29:16.017 align:center
ตอนเป็นเด็ก ผมไปเบิร์กกับโมไรอาห์
และตอนนี้ก็มาเป็นโค้ช

01:29:16.601 --> 01:29:18.144 align:center
ตั้งแถวที่เส้นแดงนะ

01:29:19.228 --> 01:29:21.564 align:center
การได้อยู่กับเด็กๆ ในชุมชน

01:29:22.482 --> 01:29:25.193 align:center
มันไม่เพียงแต่ดีต่อใจในหลายๆ แง่

01:29:25.276 --> 01:29:28.112 align:center
มิลลีส์ไปทริลเลียม ไปแมคกิลล์

01:29:28.196 --> 01:29:30.490 align:center
ไปมูสดูซ ไปโมไรอาห์แอสเซนต์

01:29:31.908 --> 01:29:34.660 align:center
ผมคิดถึงสิ่งที่โมพูดอยู่บ่อยๆ

01:29:36.287 --> 01:29:40.124 align:center
เวลาที่ผมอยากหลุดพ้นจากปัญหา

01:29:40.208 --> 01:29:43.586 align:center
พี่จะบอกให้ผมไปปั่นจักรยาน

01:29:45.463 --> 01:29:48.424 align:center
พยายามสร้างโมเมนตัมให้ได้สักหน่อย

01:29:50.176 --> 01:29:53.054 align:center
แล้วขยับไปทีละก้าว

01:30:01.479 --> 01:30:05.191 align:center
เมื่อทางเริ่มชันขึ้น ก็ถึงเวลาต้องฮึดกันหน่อย

01:30:06.109 --> 01:30:09.612 align:center
เพื่อค้นหาเกียร์ถัดไปซึ่งหายากยิ่งในตัวของเรา

01:30:12.490 --> 01:30:16.869 align:center
ฉันเลยปิดสมองแล้วให้ร่างกายนำทาง

01:30:18.037 --> 01:30:21.499 align:center
ทุ่มพลังงานทุกส่วนไปไว้ที่ขา

01:30:21.582 --> 01:30:24.627 align:center
ขณะออกแรงปั่นสุดกำลังเท่าที่มนุษย์จะทำได้

01:30:27.922 --> 01:30:33.094 align:center
ฉันมุ่งหน้าไปต่อสู่จุดที่ลึก
และมืดมิดซึ่งมีแต่ความว่างเปล่า

01:30:36.180 --> 01:30:40.268 align:center
ฉันเชื่อว่านี่คือหนึ่งในความรู้สึก
ที่นักปั่นทุกคนต่างมีชีวิตอยู่เพื่อมัน

01:30:41.227 --> 01:30:42.520 align:center
การรีดพลังจนหมดสิ้น

01:30:46.023 --> 01:30:47.984 align:center
มันเป็นความย้อนแย้งที่งดงาม

01:30:48.067 --> 01:30:51.529 align:center
การรีดพลังตัวเอง
กลับเป็นประสบการณ์ที่เติมเต็มได้

01:30:53.406 --> 01:30:56.492 align:center
นี่คือหนึ่งในจุดที่ฉันชอบของการแข่งมาโดยตลอด

01:30:57.368 --> 01:30:59.954 align:center
และฉันก็ตั้งตารอที่จะมีช่วงเวลาแบบนี้อีกครั้งแล้ว

01:31:26.022 --> 01:31:29.066 align:center
สู้เขาโม สู้เขา ขึ้นไปเลย

01:31:29.609 --> 01:31:31.068 align:center
เยี่ยมโม!

01:31:35.698 --> 01:31:38.201 align:center
โม ไปเลยโม!

01:31:38.284 --> 01:31:41.287 align:center
ขึ้นเนินไปเลย สู้เขา โม!

01:31:41.913 --> 01:31:44.499 align:center
ไปๆ!

01:32:16.656 --> 01:32:19.700 align:center
(ในปี 2023 ครอบครัววิลสัน
ได้ก่อตั้งมูลนิธิโมไรอาห์ วิลสันขึ้น)

01:32:19.784 --> 01:32:21.661 align:center
(เพื่อรำลึกถึงโมไรอาห์และสิ่งที่เธอทิ้งไว้)

01:32:21.744 --> 01:32:24.372 align:center
(และสานต่อความตั้งใจของเธอ
ในการทำเพื่อชุมชนต่อไป)

01:32:25.164 --> 01:32:27.166 align:center
(มูลนิธิส่งเสริมการใช้ชีวิตที่มีสุขภาวะ)

01:32:27.250 --> 01:32:29.961 align:center
(และการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน
ผ่านการสนับสนุนองค์กร)

01:32:30.044 --> 01:32:33.381 align:center
(ที่มุ่งขยายการเข้าถึงกิจกรรมสันทนาการ
กีฬาและโปรแกรมการศึกษา)

01:32:33.965 --> 01:32:37.218 align:center
(ปั่นเพื่อนโม)

