WEBVTT

00:30.613 --> 00:31.865
- ปุ่มสีแดง
- นี่ติดหรือยัง

00:31.948 --> 00:33.575
อัดแล้วล่ะ ไง

00:33.658 --> 00:34.951
- ไงจ๊ะ
- ดูสิ

00:35.577 --> 00:38.038
โอเค ทีนี้คุณก็ถอยเข้าถอยออกได้

00:38.121 --> 00:42.208
โอเค แล้วก็นี่ ตรงนี้คือโฟกัส

00:42.292 --> 00:44.502
- และนี่คือ…
- และฉันกำลังทำมื้อเช้า

00:44.586 --> 00:46.463
แคเรนกำลังทำมื้อเช้า

00:46.546 --> 00:49.132
และนี่คือยัยตัวน้อยของเรา โมไรอาห์

00:49.215 --> 00:51.676
ตอนนี้โมไรอาห์อายุแปดสัปดาห์แล้ว

00:51.760 --> 00:54.596
โมไรอาห์เกิดมาตอนที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง

00:55.513 --> 00:58.433
ทั้งฟ้าแลบ ฟ้าร้อง

00:58.516 --> 01:00.518
รอบตัวเธอเต็มไปด้วยพลังงานพวกนี้

01:00.602 --> 01:02.854
และปอดของเธอก็อย่างกับฟ้าลั่น

01:02.937 --> 01:05.565
(29 ธันวาคม ปี 1996)

01:05.648 --> 01:08.526
(18 พฤษภาคม ปี 1997)

01:08.610 --> 01:11.196
คงเพราะงั้นด้วยเธอถึงโตมาเป็นนักกีฬาที่ดี

01:11.279 --> 01:13.448
เธอบริหารปอดมาซะเยอะเลย

01:25.919 --> 01:28.379
มีช่วงเวลาล้ำค่าให้รักษาไว้เพียบเลย

01:28.463 --> 01:30.507
- ใช่ เยอะมากๆ
- ใช่

01:30.590 --> 01:33.593
มันวิเศษมากที่ได้เห็นเธอลืมตาดูโลก

01:33.676 --> 01:35.637
เห็นลมหายใจแรกของเธอ

01:36.513 --> 01:39.349
เธอนั่งแล้ว นั่นเธอลุกขึ้นมานั่งเป็น…

01:39.432 --> 01:41.267
เป็นครั้งแรกเลยล่ะ

01:41.351 --> 01:43.686
เธอเริ่มจะเรียนรู้แล้ว

01:43.770 --> 01:47.107
และเธอก็ฉายแววช่างสงสัยมาตั้งแต่ตอนนั้น

01:47.690 --> 01:49.526
อุ๊ย จ๊ะเอ๋

01:49.609 --> 01:51.361
อย่างนั้นแหละ

01:51.444 --> 01:55.031
(21 ก.ย. ปี 1997)

01:55.740 --> 01:57.117
ไหนขี่ม้าให้ดูหน่อย

01:57.200 --> 02:00.036
มันเหมือนกับฉันรู้จักเธอมาตลอด

02:00.120 --> 02:01.871
มันรู้สึกคุ้นเคยมากๆ

02:01.955 --> 02:03.873
ใช่ แต่ยังอารมณ์ดี

02:03.957 --> 02:04.999
ไง

02:06.376 --> 02:09.212
แล้วหลังจากที่เธอเกิดได้ไม่กี่วัน

02:09.295 --> 02:12.674
ฉันนั่งอยู่ที่โซฟา ฟังเพลงของชอว์น โคลวิน

02:14.008 --> 02:17.554
และเพลงก็ทำให้ฉันคิดว่าสักวันเธอจะจากฉันไป

02:17.637 --> 02:18.763
(28 พ.ย. ปี 1997)

02:19.389 --> 02:21.599
โมไรอาห์เล่นสกีครั้งแรก

02:22.100 --> 02:23.977
(3 ก.พ. 1998)

02:27.605 --> 02:29.232
ทั้งสองคนกำลังมาแล้ว

02:29.315 --> 02:31.109
(11.18 น.)
(4 ส.ค. ปี 2001)

02:31.192 --> 02:33.403
โมไรอาห์มาแล้ว

02:33.486 --> 02:34.404
เป็นไงบ้าง

02:34.487 --> 02:35.905
- ดีค่ะ
- ดี สนุกไหม

02:35.989 --> 02:37.157
- ค่ะ
- โอเค

02:39.325 --> 02:41.286
พอมองย้อนกลับไป มันน่าสนใจดี

02:41.369 --> 02:46.416
ที่ร่างกายและจิตใจของพี่เหมือนจะรู้ว่า

02:46.499 --> 02:50.712
พี่มีเวลาน้อยกว่าคนส่วนใหญ่

02:50.795 --> 02:52.338
เพราะงั้นพี่ก็เลย…

02:52.422 --> 02:54.048
อาจจะมีความรู้สึกกังวล

02:54.132 --> 02:57.927
ความรู้สึกเร่งรีบมันแฝงอยู่ในทุกอย่างที่พี่ทำ

02:59.929 --> 03:04.893
ห้า สี่ สาม สอง หนึ่ง!

03:07.562 --> 03:08.479
เยี่ยมมาก โม

03:15.153 --> 03:17.155
เธอไม่มีท่าทีจะช้าลงเลยสักนิด

03:17.238 --> 03:20.867
ปั่นได้ยอดมาก โมไรอาห์ วิลสันรู้ดีว่าต้องไปไหน

03:21.951 --> 03:23.453
เธอดูชิลสุดๆ เลย

03:23.536 --> 03:25.997
ฉันรู้ว่าเธอฝึกมาหนัก รู้ว่าเธอฝึกมานาน

03:26.080 --> 03:29.500
เธอคุ้นเคยกับสภาวะแวดล้อมแบบนี้ดี

03:31.669 --> 03:33.963
นี่คือโมไรอาห์ วิลสัน

03:34.047 --> 03:39.344
ผู้ชนะในรอบที่หนึ่ง
ของรายการไลฟ์ไทม์กรังด์ปรีซ์ ปี 2022

03:39.427 --> 03:41.387
- ไปๆ!
- สู้เขาโม

03:46.351 --> 03:49.354
เธอเป็นเพชรที่ยังไม่ผ่านการเจียระไน

03:51.147 --> 03:54.192
เป็นนักกีฬาแบบที่รุ่นหนึ่งจะมีสักคน

03:55.026 --> 03:57.862
เธอรู้ตัวว่าเธอกำลังจะเปล่งประกาย

03:57.946 --> 04:00.281
และในด้านอารมณ์

04:00.365 --> 04:03.576
มันเปี่ยมด้วยความเป็นไปได้ที่ยังไม่จำกัด

04:16.798 --> 04:18.216
ออสติน 911

04:19.133 --> 04:21.636
เพื่อนฉันมาพักกับฉัน พอฉันเดินเข้าบ้าน

04:21.719 --> 04:27.100
เธอนอนอยู่บนพื้นห้องน้ำ แล้วก็มีเลือดเต็มไปหมด

04:30.895 --> 04:32.689
ให้นึกถึงตอนนั้นมันไม่ง่ายเลยค่ะ

04:34.315 --> 04:35.400
คุณชื่ออะไร

04:35.483 --> 04:36.901
ฉันชื่อเคทลิน

04:36.985 --> 04:38.736
เคทลิน ตอนนี้คุณอยู่กับเธอไหม

04:38.820 --> 04:40.363
ค่ะ ตอนนี้อยู่

04:40.446 --> 04:42.991
- เธอมีสติไหม
- ไม่มีค่ะ

04:43.074 --> 04:46.411
หน้าเธอมีเลือดเต็มไปหมด
แล้วก็ที่หลังศีรษะด้วยค่ะ

04:46.494 --> 04:47.912
เธอยังหายใจไหม

04:47.996 --> 04:49.330
เธอ…

04:49.414 --> 04:50.415
ไม่

04:50.498 --> 04:52.333
โอเค นี่ผมกำลังจะแจ้งขอความช่วยเหลือ

04:52.417 --> 04:54.627
และผมจะบอกว่าคุณต้องทำยังไงบ้าง

04:54.711 --> 04:55.712
โอเค

04:55.795 --> 04:58.423
จับเธอนอนหงายให้ราบกับพื้นนะครับ

04:58.506 --> 05:01.134
วางอุ้งมือข้างหนึ่งไว้บนกระดูกหน้าอกเธอ

05:01.217 --> 05:03.594
แล้วเอามืออีกข้างทับไว้

05:03.678 --> 05:04.512
ค่ะ

05:04.595 --> 05:07.807
ทีนี้ปั๊มหน้าอกให้แรงและเร็ว
อย่างน้อยสองครั้งต่อวินาที

05:07.890 --> 05:09.142
กดให้ลึกสักห้าเซนฯครับ

05:09.225 --> 05:11.561
นับออกเสียงนะครับ ผมจะได้นับไปพร้อมกัน

05:11.644 --> 05:13.896
หนึ่ง สอง สาม

05:13.980 --> 05:15.732
สี่ ห้า หก…

05:15.815 --> 05:16.774
ดี

05:16.858 --> 05:20.194
ทำต่อไปครับ
ความช่วยเหลือกำลังรีบไปที่นั่น ทำต่อไป

05:20.278 --> 05:23.323
13, 14, 15, 16, 17

05:23.406 --> 05:26.367
ทำต่อไปนะครับ ตำรวจน่าจะไปถึงในอีกไม่ช้า

05:26.451 --> 05:28.995
นั่นดีแล้ว อย่าให้เธออยู่คนเดียว อย่าหยุด

05:29.078 --> 05:31.164
ได้ค่ะ สอง สาม… พวกเขามาแล้ว

05:31.247 --> 05:34.542
โอเค ดีครับ ทำต่อไป
อย่าทิ้งเธอไว้ พวกเขากำลังไปหาคุณ

05:34.625 --> 05:37.962
บ้านหลังในนะคะ
พวกเขาต้องเข้ามาทางซอยข้างหลัง

05:38.046 --> 05:40.923
26, 27, 28, 29 เข้ามาเลย

05:41.007 --> 05:45.511
ทำต่อไป เคทลิน อย่าหยุด
ทำต่อไป คุณทำดีแล้ว ทำต่อไป

05:46.596 --> 05:49.766
ฉันต้องหยุดไหม ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

05:58.232 --> 06:00.526
- เคทลิน คุณอยู่กับตำรวจไหม
- ค่ะ

06:00.610 --> 06:02.570
ค่ะ นั่นตำรวจค่ะ

06:06.115 --> 06:07.867
เธอมาพักด้วยชั่วคราว

06:07.950 --> 06:10.370
เธอไปหาเพื่อนเรา คอลิน

06:10.453 --> 06:13.581
- คอลินเหรอ คอลินนามสกุลอะไร
- คอลิน สตริกแลนด์

06:13.664 --> 06:15.750
ฉันไม่เข้าใจเลย

06:16.584 --> 06:20.213
ว่าทำไมพวกเขาไม่เอาเธอลงมา
แล้วพาส่งโรงพยาบาล

06:20.296 --> 06:21.547
เขาชื่ออะไร

06:21.631 --> 06:23.216
ชื่อโมไรอาห์ค่ะ

06:23.299 --> 06:26.803
โมไรอาห์เป็นชื่อกลาง ชื่อจริงคือแอนนา

06:26.886 --> 06:30.807
แล้วในที่สุดฉันก็ถามตำรวจ
ที่สอบปากคำฉัน ถามว่า…

06:32.058 --> 06:35.436
"ทำไมพวกคุณถึงไม่พาเธอมาที่รถพยาบาลสักที

06:35.520 --> 06:37.605
เธอต้องให้ช่วยนะ"

06:37.688 --> 06:40.775
และเขาก็ตอบมาประมาณว่า

06:42.276 --> 06:44.362
"เพื่อนคุณไม่รอด"

06:50.410 --> 06:56.833
(ความจริงและโศกนาฏกรรม
ของโมไรอาห์ วิลสัน)

07:03.339 --> 07:05.842
วันนี้เมื่อสองปีก่อน

07:05.925 --> 07:08.094
วันที่ 12 พฤษภาคม

07:09.595 --> 07:11.097
ปี 2022

07:11.180 --> 07:13.474
(แคเรน วิลสัน)
(แม่ของโมไรอาห์)

07:13.558 --> 07:16.644
ฉันอยู่ตรงนี้ เอากระดาษลังมาปู

07:16.727 --> 07:18.146
เพื่อจะฆ่าหญ้า

07:18.229 --> 07:22.608
เพราะฉันอยากขยายสวนของเราให้ใหญ่ขึ้นนิดๆ

07:22.692 --> 07:25.278
เพราะโมไรอาห์กำลังจะย้ายกลับมาบ้าน

07:26.487 --> 07:29.907
แล้วพอฉันมองไปที่ทางรถเข้าบ้าน

07:29.991 --> 07:31.826
ฉันก็เห็นตำรวจ…

07:31.909 --> 07:33.494
ตำรวจรัฐ

07:34.662 --> 07:36.956
แล้วเขาก็ถามว่า…

07:39.375 --> 07:41.502
"รู้จักแอนนาไหม แอนนา วิลสัน"

07:41.586 --> 07:44.797
ฉันตอบว่า "ค่ะ ลูกสาวฉันเอง เธอโอเคไหม"

07:46.132 --> 07:49.469
เขาบอกว่า "ไม่ เธอเสียแล้ว"

07:49.552 --> 07:52.388
(ด้วยความระลึกถึงแอนนา โมไรอาห์ วิลสัน)
(18 พ.ค. 1996)

07:52.472 --> 07:53.848
และมัน…

07:53.931 --> 07:55.600
มันไม่มีเหตุผลเลย

07:55.683 --> 07:57.602
มันไม่มีเหตุผล ตอนนี้ก็ยัง…

07:57.685 --> 08:01.063
- ก็ยังเข้าใจไม่ได้
- ไม่มีเหตุผล เราแค่…

08:01.647 --> 08:03.274
บางเรื่องเราก็…

08:05.109 --> 08:07.778
ไม่มีวันเข้าใจ หรือหาคำตอบได้

08:07.862 --> 08:10.490
มันไม่มีคำอธิบายดีๆ เลยสักอย่างเดียว

08:20.750 --> 08:22.210
ผมอยู่ที่บ้าน

08:22.293 --> 08:24.420
แล้วจู่ๆ โทรศัพท์ก็ดังขึ้น

08:24.504 --> 08:25.963
จ่าที่อยู่เวรโทรมา

08:26.756 --> 08:31.385
เขาบอกรายละเอียดผมนิดเดียว
แค่ "นี่ มีการฆาตกรรม"

08:32.053 --> 08:35.139
"มีหนึ่งคนถูกยิง ยังไม่มีข้อมูลผู้ต้องสงสัย"

08:36.807 --> 08:39.602
คุณช่วยนั่งตรงนี้นะครับ ที่เก้าอี้สีขาวตัวนี้

08:39.685 --> 08:42.605
เดี๋ยวสายสืบจะเข้ามาคุยกับคุณ

08:42.688 --> 08:45.858
นี่เป็นคดีฆาตกรรมแรกที่ผมได้คุมการสืบสวน

08:45.942 --> 08:47.193
แน่นอนว่าผมประหม่า

08:47.276 --> 08:49.737
คือผมไม่รู้เลยว่าจะต้องเจออะไร

08:49.820 --> 08:51.155
ตอนที่เธอมาถึง

08:51.239 --> 08:54.575
เธอได้เล่าไหมว่าได้คุยกับใครอื่นอีกบ้าง

08:54.659 --> 08:58.788
หรือเธอได้พูดถึงแผนอะไรบ้างไหม

08:58.871 --> 09:00.873
แบบว่า "นี่ ฉันคุยกับคนนั้นคนนี้มา"

09:00.957 --> 09:02.875
- มีแค่คอลินค่ะ
- โอเค

09:02.959 --> 09:05.503
ค่ะ เธอไม่รู้จักใครที่นี่ เธอไม่…

09:05.586 --> 09:07.797
- โอเค
- เธออยู่ที่นี่แค่สั้นๆ ค่ะ

09:07.880 --> 09:11.092
- โอเค
- นี่เธอเพิ่งมาออสตินเป็นครั้งที่สอง

09:11.175 --> 09:14.220
เพื่อนร่วมงานผมอธิบายที่เกิดเหตุให้ผมฟังแล้ว

09:14.303 --> 09:18.432
เขาบอกว่าไม่มีร่องรอยการบุกรุกเข้ามาในบ้าน

09:18.516 --> 09:19.559
ไม่มีอะไรเสียหาย

09:19.642 --> 09:22.186
ดูเหมือนว่าข้าวของจะไม่ได้กระจัดกระจาย

09:22.270 --> 09:24.605
มันบ่งบอกว่าไม่ได้มีการต่อสู้เกิดขึ้น

09:24.689 --> 09:28.442
พวกเขาจะมาเก็บตัวอย่างจากมือคุณ
เพื่อหาคราบเขม่าดินปืน

09:28.526 --> 09:29.402
โอเค

09:29.485 --> 09:33.864
ฉันรู้ว่าฉันถูกสอบปากคำ

09:33.948 --> 09:36.117
ในฐานะคนที่อาจเป็นผู้ต้องสงสัย

09:36.200 --> 09:37.785
ส่วนการเก็บที่กระพุ้งแก้ม

09:37.868 --> 09:41.539
เราทำไปเพื่อเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอนิดหน่อยครับ

09:41.622 --> 09:43.541
เราจะปัดแค่ในปากครับ

09:43.624 --> 09:48.170
เราเก็บ… ตัวอย่างดีเอ็นเอ
พวกเขาเก็บตัวอย่างที่มือฉัน

09:48.254 --> 09:49.922
ถ่ายรูปฉัน

09:50.006 --> 09:55.636
แล้วสุดท้ายถึงให้ฉันไปล้างมือ

09:59.015 --> 10:02.602
ตอนที่ฉันล้างมือที่ห้องน้ำสถานีตำรวจ

10:02.685 --> 10:06.939
ฉันเห็นเลือด…

10:08.149 --> 10:10.568
เลือดของเธอไหลลงอ่าง

10:10.651 --> 10:12.820
และฉันก็จำได้…

10:13.988 --> 10:16.532
ฉันจำได้ชัดเจนเลยว่า…

10:17.575 --> 10:19.994
อยาก… อยากได้มันคืน

10:21.871 --> 10:24.040
พวกเขาพาเธอออกมาจากบ้านหรือยัง

10:24.123 --> 10:27.335
หน่วยตรวจที่เกิดเหตุของเรายังอยู่ที่นั่นครับ

10:27.418 --> 10:29.587
กำลังจัดการทุกอย่างอยู่

10:30.379 --> 10:32.173
งั้นเธอก็ยังนอนอยู่ที่นั่นเหรอ

10:32.256 --> 10:34.550
ตอนนี้ก็ใช่ครับ

10:35.176 --> 10:39.597
คือเราอยากจะแน่ใจว่าเราทำทุกอย่างถูกต้อง

10:39.680 --> 10:42.224
ฉันเข้าใจค่ะ แต่เธออยู่ตัวคนเดียว

10:42.308 --> 10:43.225
ผมรู้

10:44.810 --> 10:45.645
โอเค

10:47.772 --> 10:49.732
แต่พวกเขาจะไม่ทิ้งเธอไว้ใช่ไหม

10:49.815 --> 10:50.733
ไม่ครับ ไม่

10:50.816 --> 10:53.152
จะไม่มีตอนที่เธอต้องอยู่คนเดียวใช่ไหม

10:53.235 --> 10:55.488
ไม่ครับ ไม่มีเลย

11:00.034 --> 11:01.661
ก่อนที่จะไปว่ากันต่อในเรื่องอื่นๆ

11:01.744 --> 11:04.747
ฉันอยากรู้ว่าคุณรู้จักครอบครัววิลสันได้ไง

11:04.830 --> 11:06.457
ใครรู้จักใครก่อน

11:06.540 --> 11:08.793
เพราะคุณรู้จักพวกเขาก่อนรู้จักโม

11:08.876 --> 11:10.252
ค่ะ ใช่

11:10.336 --> 11:13.297
ฉันเป็น…

11:13.381 --> 11:15.216
เอ่อ ขอฉันเริ่มใหม่อีกที

11:15.299 --> 11:16.926
ขอคิดแป๊บหนึ่งนะ

11:18.844 --> 11:19.679
ค่ะ

11:22.765 --> 11:26.852
หลังหมดช่วงโควิด
ฉันย้ายไปพักที่เวอร์มอนต์ในช่วงฤดูร้อน

11:26.936 --> 11:29.188
ฉันเป็นเจ้าของกิจการร่วม

11:29.271 --> 11:33.025
กิจการที่พักบีแอนด์บีเล็กๆ ในอีสต์เบิร์ก

11:33.109 --> 11:35.403
ฉันไม่มีเพื่อนในเวอร์มอนต์เลยสักคน

11:35.486 --> 11:39.240
ฉันเลยสมัครคอร์สจักรยานทางกรวดสำหรับผู้หญิง

11:39.323 --> 11:41.450
คอร์สจักรยานเสือภูเขาอะไรพวกนี้

11:41.534 --> 11:44.537
และฉันก็เจอชุมชนที่วิเศษมากๆ

11:44.620 --> 11:49.750
เขาขอให้ฉันช่วยดูแลโซเชียลมีเดีย
ของรายการแข่งที่ชื่อรูตเต็ดเวอร์มอนต์

11:55.047 --> 11:59.552
เราเคยดูโมไรอาห์แข่งแค่หนเดียว
คือที่รายการรูตเต็ด

11:59.635 --> 12:03.389
เราเชียร์เธออยู่ที่ริมถนน แล้วก็เจอสาวน้อยคนนี้

12:04.014 --> 12:06.142
ฉันพูดว่า "พวกคุณมาเชียร์ใครเหรอ"

12:06.225 --> 12:09.895
พวกเขาตอบ "โมไรอาห์ลูกสาวเรา"
และฉันก็แบบ… นี่มันบ้าไปแล้ว

12:10.563 --> 12:13.858
"บ้าไปแล้ว นั่นคนโปรดฉันเลยนะ

12:13.941 --> 12:17.528
แต่ฉันพูดไม่ได้เพราะฉันต้องวางตัวเป็นกลางไว้"

12:17.611 --> 12:19.905
โมไรอาห์ วิลสันเข้าเส้นชัย

12:19.989 --> 12:21.866
อันดับสามครับ

12:22.950 --> 12:24.910
(อันดับ 3)
(4 ชั่วโมง 21 นาที 82 ไมล์)

12:26.454 --> 12:30.541
แคชบอกว่าเธอเป็นหุ้นส่วน
ของโรงแรมที่อีสต์เบิร์กนี่เอง

12:31.333 --> 12:34.462
มันเหมือนกับ… มันเป็นช่วงเวลาแบบว่า

12:34.545 --> 12:37.965
"ว้าว นี่คือเรื่องที่ถูกลิขิตไว้"
ฉันต้องอยู่ที่นี่ ที่เวอร์มอนต์

12:38.048 --> 12:41.343
ต้องได้เจอกับครอบครัวนี้ ต้องได้เห็นนี่

12:41.427 --> 12:47.224
โมไรอาห์รู้จักแคชผ่านเรา
แล้วในที่สุดก็ได้เจอกันตอนใบไม้ร่วง

12:48.309 --> 12:53.731
(บิ๊กชูการ์ 2021)
(เบนตันวิลล์ อาร์คันซอ)

12:53.814 --> 12:57.318
เธอลงแข่งรายการชื่อบิ๊กชูการ์

12:57.401 --> 12:59.653
ระยะทาง 110 ไมล์

12:59.737 --> 13:02.782
ส่วนฉันปั่นระยะทาง 50 ไมล์

13:02.865 --> 13:06.410
แล้วพอฉันเข้าเส้นชัย

13:06.494 --> 13:08.954
สาบานได้เลย สิบนาทีต่อมา

13:09.038 --> 13:12.124
พวกเขาประกาศ "ที่หนึ่ง โมไรอาห์ วิลสัน"

13:12.208 --> 13:16.295
เธอปั่นได้เป็นสองเท่า
ของระยะทางที่ฉันปั่นในเวลาเท่ากัน

13:17.546 --> 13:22.092
(ที่ 1)
(5 ชั่วโมง 30 นาที 104 ไมล์)

13:26.180 --> 13:29.099
แค่แป๊บเดียวพวกเธอก็เป็นเหมือนพี่น้องกันเลย

13:29.183 --> 13:33.646
พวกเธอผูกพันกันทันที สนิทกันทันทีทันใดเลยครับ

13:39.151 --> 13:44.490
การมีเพื่อนในชุมชนใหม่เนี่ย
เป็นอะไรที่พิเศษมากจริงๆ

13:44.573 --> 13:47.743
นี่ค่ะ โม วิลสัน เธอน็อครอบฉันหลายรอบแล้ว

13:47.827 --> 13:50.579
เธอไปวนรอบที่ 14 และกลับมาแล้ว

13:51.413 --> 13:55.918
การได้เห็นเธอรุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้ฉันสุดๆ

13:56.001 --> 13:57.711
เรื่องแข่งเธอทำได้ดี

13:57.795 --> 13:59.880
เธอมีความเป็นนักกีฬา มีแรงผลักดัน

14:05.636 --> 14:07.221
ตั้งแต่ยังเด็ก

14:07.304 --> 14:11.392
โมไรอาห์ก็มีความฝักใฝ่ในเรื่องกีฬาอยู่ในตัว

14:11.475 --> 14:13.352
เธอเป็นคนมุ่งมั่นมาก

14:14.103 --> 14:17.857
ถ้าทำได้ไม่ดีเธอจะเสียใจมาก
เธอเลยขยันซ้อมแบบสุดๆ

14:17.940 --> 14:20.359
(15.02 น.)
(26 มี.ค. ปี 2005)

14:20.442 --> 14:23.070
เราจะซ้อมสกีลงเขาอยู่นานสองนานเลยค่ะ

14:24.154 --> 14:25.406
เย่!

14:26.407 --> 14:28.242
- เป็นไงบ้างลูกรัก
- ดีค่ะ

14:29.034 --> 14:32.788
ฉันจำได้ ตอนที่เธอไปแข่งสกีรายการแรก

14:32.872 --> 14:36.083
เธอมองคนที่อยู่บนโพเดียมตาเป็นมัน

14:36.166 --> 14:40.045
สายตาเธอมันบอกแบบว่า "ฉันอยากอยู่บนนั้น"

14:42.339 --> 14:45.593
เธอเขียนเรื่องนั้นไว้ในบันทึกเยอะเลยล่ะ

14:48.304 --> 14:49.972
"โอลิมปิกทำให้มีไฟสุดๆ

14:50.055 --> 14:53.642
ฉันอยากไปแข่งโอลิมปิกที่สุดเลย

14:53.726 --> 14:56.645
สักวันฉันจะไปให้ได้"

14:57.354 --> 14:59.064
โมไรอาห์เล่นท่าฟรีสไตล์

15:01.859 --> 15:03.819
ฉันรู้สึกแข็งแกร่งสุดๆ

15:03.903 --> 15:06.363
ฉันจะเป็นคนที่แข็งแกร่งและซ้อมหนักที่สุด

15:06.447 --> 15:08.490
ที่สถาบันเบิร์กเมาน์เท่นในฤดูใบไม้ร่วงนี้

15:08.574 --> 15:10.743
เรื่องนี้ฉันค่อนข้างมั่นใจ

15:12.077 --> 15:15.664
สถานบันเบิร์กเมาน์เท่นก่อตั้งในปี 1970

15:15.748 --> 15:18.167
พวกเขาเป็นที่แรกในประเทศที่มีหลักสูตร

15:18.250 --> 15:21.503
ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การซ้อมสกีครึ่งวัน

15:21.587 --> 15:23.088
และเรียนหนังสืออีกครึ่งวัน

15:24.590 --> 15:27.092
หนึ่งในเงื่อนไขหลักของการเข้าเรียนที่นี่

15:27.176 --> 15:30.763
คือคุณต้องอยากเป็นนักกีฬาระดับโอลิมปิก

15:30.846 --> 15:32.640
พี่ฝันแบบนั้นมาตั้งแต่ต้น

15:32.723 --> 15:35.100
แรงบันดาลใจส่วนใหญ่มาจากพ่อของเรา

15:35.184 --> 15:40.856
เขาเคยผ่านมาก่อน
และพลาดโอกาสไปโอลิมปิกแค่อันดับเดียว

15:40.940 --> 15:43.442
โมไรอาห์ ลงเขารอบแรก

15:45.277 --> 15:49.073
เป้าหมายฉันคือทำทุกอย่าง
เพื่อเป็นนักสกีที่เก่งที่สุด

15:49.156 --> 15:51.659
ฉันจะซ้อมให้หนักกว่าทุกๆ คน

15:51.742 --> 15:52.868
เพื่อเป็นที่หนึ่ง

15:54.411 --> 15:55.871
ไม่นะ

15:56.872 --> 16:00.542
อาการบาดเจ็บเป็นส่วนสำคัญ
ที่ทำให้พี่ไปไม่ถึงฝั่งฝัน

16:01.251 --> 16:03.420
ตอนม.ปลาย เอ็นไขว้หน้าของพี่ขาด

16:03.504 --> 16:06.048
หลังจากนั้นพี่ก็ทำมันขาดอีก

16:07.383 --> 16:11.470
เธอยังรักสกีอยู่
ฉันว่าเธอคงทำใจลำบากที่จะเลิก

16:11.553 --> 16:15.307
แต่เธอรู้ว่ามันจบแล้ว อาชีพนักสกีของเธอจบแล้ว

16:16.517 --> 16:21.230
ตั้งแต่เด็กแล้วที่ฉันใช้เวลาส่วนใหญ่
ปั่นจักรยานกับครอบครัว

16:21.313 --> 16:25.901
แล้วฉันก็เจอว่ามันมีการปั่นจักรยานทางกรวดอยู่

16:25.985 --> 16:28.237
แล้วฉันก็ซื้อจักรยานทางกรวดมา

16:29.530 --> 16:32.908
เธอมุ่งมั่นที่จะเป็นนักปั่นอาชีพ

16:32.992 --> 16:35.953
และฉันก็เชียร์ให้เธอลอง บอกว่าเธอทำได้

16:37.121 --> 16:38.580
สู้เขา โม!

16:38.664 --> 16:41.208
ฮึบไว้โม! ลูกทำได้โม ลูกทำได้!

16:42.793 --> 16:44.753
สู้เขาโม!

16:44.837 --> 16:46.005
สู้เขาโม!

16:46.547 --> 16:49.550
หัวใจของการแข่งจักรยานคือผู้ชนะจะมีคนเดียว

16:49.633 --> 16:53.637
และถ้าที่จุดออกตัวมีคน 3,000 คน

16:53.721 --> 16:56.223
โอกาสชนะก็มีแค่หนึ่งใน 3,000

17:00.102 --> 17:01.353
เก่งมากโม!

17:02.688 --> 17:06.233
โอกาสที่จะชนะการแข่งจักรยานมันต่ำมาก

17:06.316 --> 17:10.195
ฉะนั้นการที่โมได้ขึ้นโพเดียมตลอด

17:10.863 --> 17:12.656
มันไม่ธรรมดานะครับ

17:12.740 --> 17:16.452
แชมป์ประเภทหญิงของเราครับ โมไรอาห์ วิลสัน

17:16.535 --> 17:17.953
ปรบมือให้โมหน่อย

17:18.037 --> 17:19.705
ผมคุยกับเพื่อน

17:19.788 --> 17:22.541
เขาบอกว่า
"พวก เคยได้ยินเรื่องโมไรอาห์ วิลสันไหม

17:22.624 --> 17:24.126
ชื่อนี้นายต้องรู้จัก

17:24.209 --> 17:28.839
จากนี้ต่อไปอีกนาน
เขาจะเป็นเจ้าสนามในวงการจักรยานอาชีพ"

17:29.423 --> 17:33.802
ในช่วงเวลาสองปี
เธอชนะการแข่งหกเจ็ดรายการ

17:33.886 --> 17:36.972
ไม่ใช่แค่หลักนาที หรือ…
เธอเข้าเส้นชัยก่อนเป็นชั่วโมงๆ

17:37.056 --> 17:38.974
แชมป์อยู่ที่นี่แล้วครับ!

17:39.058 --> 17:42.269
นี่คือโมไรอาห์ วิลสัน!

17:42.352 --> 17:44.313
เยี่ยมมากโม

17:44.396 --> 17:45.856
โมไรอาห์ วิลสันไร้เทียมทาน

17:45.939 --> 17:48.150
ผลลัพธ์น่าประทับใจจริงๆ ค่ะ

17:51.195 --> 17:53.989
ต้นปี 2022 เราคุยกัน

17:54.073 --> 17:56.742
เธอบอกว่า "ฉันจะไปออสติน"
ฉันเลยถามว่า "เมื่อไหร่"

17:56.825 --> 17:59.161
เธอตอบ "อีกสองวัน" ฉันแบบ "หา"

17:59.244 --> 18:03.415
แล้วสุดท้ายเธอก็มาพักกับฉันที่บ้านอยู่สองสัปดาห์

18:03.499 --> 18:04.875
ช่วงที่เธอมาที่เมือง

18:04.958 --> 18:08.921
พวกเรานั่งทำงานด้วยกัน นั่งกินข้าวด้วยกัน

18:09.004 --> 18:12.841
แล้วมิตรภาพของเราก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นมา

18:12.925 --> 18:14.635
อย่างงดงามจริงๆ

18:24.353 --> 18:26.688
(อาคารโรนัลด์ เอิร์ล)
(416 ถ. 11 ต.ต.)

18:26.772 --> 18:29.983
(12 พฤษภาคม ปี 2022)
(หนึ่งวันหลังเหตุฆาตกรรม)

18:30.067 --> 18:32.736
ตอนที่คดีนี้เข้ามา ผมไม่รู้อะไรเลย

18:32.820 --> 18:36.615
รู้แค่ว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งถูกฆาตกรรม

18:36.698 --> 18:43.664
และเธอมีความเกี่ยวข้องบางอย่าง
กับวงการนักปั่น

18:43.747 --> 18:48.710
ตอนนั้นผมไม่รู้เลยจริงๆ ว่าโมไรอาห์เป็นใคร

18:50.629 --> 18:52.422
กีเยร์โมเครียดมาก

18:52.506 --> 18:54.299
เครียดอย่างแรง

18:54.383 --> 18:57.636
และเพราะเราเคยว่าความคดีประเภทนี้

18:57.719 --> 19:01.807
ถ้าคุณเป็นคนที่รู้สึกกดดันง่าย
ความกดดันมันจะสูงมาก

19:01.890 --> 19:03.392
และผมว่าเขาเป็น

19:04.101 --> 19:05.727
- คุณล่ะ
- ไม่

19:06.687 --> 19:09.982
นี่เป็นคดีใหญ่ที่ทุกฝ่ายร่วมมือกันสืบ

19:10.065 --> 19:12.818
และมันน่าตกใจเพราะไม่มีใครรู้เลยว่า

19:12.901 --> 19:15.487
ทำไมถึงมีคนอยากฆ่าคนคนนี้

19:16.071 --> 19:18.615
มีจักรยานไหม คุณเจอจักรยานไหม

19:19.449 --> 19:21.660
เขาบอกว่าเธอจอดไว้ข้างประตู

19:22.244 --> 19:23.453
ไม่มี

19:23.537 --> 19:27.666
ดูเผินๆ มันมีโอกาสที่จะเป็นการบุกรุกบ้าน

19:27.749 --> 19:29.042
เป็นเหตุการณ์ปล้น

19:29.126 --> 19:32.004
แต่ยิ่งเราขุดคุ้ยลึกลงไปมากเท่าไร

19:32.087 --> 19:36.717
มันก็ยิ่งส่อเค้าไปในทางอื่นมากขึ้นทุกทีๆ

19:37.676 --> 19:40.846
ผมอยากรู้เพิ่ม แล้วก็เริ่มคัดว่า

19:40.929 --> 19:44.057
เรื่องไหนที่จำเป็นต้องติดตามบ้างโดยทันที

19:45.726 --> 19:48.520
บ้านของคนส่วนใหญ่จะมีกล้องติดไว้

19:48.604 --> 19:50.564
นึกออกไหม ใครๆ ก็มีโทรศัพท์

19:50.647 --> 19:54.568
จำนวนหลักฐานดิจิทัลน่ะมันมากมายมหาศาลเลย

19:55.152 --> 19:59.281
คนที่เธอรู้จักมีอีกคน คอลิน สตริกแลนด์

19:59.364 --> 20:02.451
เธอ… ควรจะต้องไปหาเขาคืนนี้

20:02.534 --> 20:04.912
แล้วเขา… เขายังอยู่ที่ออสตินไหมครับ

20:04.995 --> 20:07.247
- ค่ะ บ้านเขาอยู่ออสติน
- โอเค

20:07.331 --> 20:10.918
คอลิน สตริกแลนด์เป็นคนสุดท้าย
ที่เจอโมไรอาห์ตอนมีชีวิต

20:11.001 --> 20:15.672
ผมเลยอยากคุยกับคอลิน
เพื่อหาว่ามันเกิดอะไรขึ้น

20:17.424 --> 20:21.261
ผมกับสายสืบอีกคน เราเข้าไปแนะนำตัวเอง

20:22.054 --> 20:24.431
ไงครับ ผมมาหาคุณสตริกแลนด์

20:24.514 --> 20:25.682
- ผมเองครับ
- ไง

20:25.766 --> 20:28.602
- ทีนี้ คอลิน นี่ชื่อต้นคุณใช่ไหม
- ครับ

20:28.685 --> 20:32.940
นี่ คุณรู้จักแอนนาไหม

20:34.733 --> 20:35.651
โมน่ะ

20:36.652 --> 20:38.362
- แอนนา โมเหรอ
- ใช่

20:38.445 --> 20:40.739
- ใครๆ ก็เรียกเขาว่าโม
- ไม่

20:44.243 --> 20:45.994
โมนิค… โมนิก…

20:46.578 --> 20:47.871
นามสกุลวิลสัน

20:47.955 --> 20:51.333
- เป็นนักปั่นจักรยานทางกรวด
- อ้อครับ

20:51.416 --> 20:53.710
- ครับ รู้จัก
- โอเค งั้น…

20:55.671 --> 20:58.173
ผมลำบากใจจริงๆ ที่จะต้องแจ้งเรื่องนี้

20:58.257 --> 21:01.260
เมื่อคืนนี้เขาเสียชีวิตแล้วครับ

21:06.181 --> 21:07.432
มันเป็นงั้นได้ไง

21:08.183 --> 21:11.645
เขา… ตอนนี้เรายังสืบสวนอยู่

21:11.728 --> 21:15.440
แต่เราตั้งสมมติฐานว่าเป็นการฆาตกรรม

21:16.900 --> 21:19.027
ว้าว โอเค

21:25.325 --> 21:27.786
- คุณโอเคไหม
- ครับ โอเค

21:35.752 --> 21:37.212
สิ่งแรกที่ผมคิดคือ

21:37.296 --> 21:42.426
"ว้าว คุณเพิ่งไปเดตกับเขาเมื่อคืนก่อน

21:42.509 --> 21:46.430
คุณฆ่าผู้เคราะห์ร้ายของผม
คุณฆ่าโมไรอาห์ วิลสัน"

21:49.766 --> 21:53.520
ผมเพิ่งรู้จักกับโมเมื่อปี 2017

21:53.603 --> 21:56.148
ผมไปเบิร์ก เวอร์มอนต์กับเพื่อนสนิทของผม

21:56.231 --> 21:57.649
ไปปั่นเสือภูเขา

21:57.733 --> 21:59.735
จอร์จบอกว่า "โมจะมาด้วย"

21:59.818 --> 22:01.695
ผมบอก "เยี่ยม แต่เธอจะตามทันไหม"

22:01.778 --> 22:04.114
และจอร์จก็บอกว่า "นั่นไม่ใช่ปัญหาแน่"

22:09.077 --> 22:13.582
มันไม่บ่อยที่จะเจอใครอีกคนที่ตามผมทัน

22:16.460 --> 22:20.464
ผมชอบมากเลยที่เธอเป็นนักกีฬาที่แข็งแกร่ง

22:20.547 --> 22:23.133
แต่ไม่ได้อีโก้จ๋า

22:23.216 --> 22:25.344
เธอแค่ "ฉันอยู่ที่นี่ ฉันแกร่ง

22:25.427 --> 22:28.805
และฉันไม่กลัวที่จะโชว์ความแกร่ง"

22:30.265 --> 22:33.268
ผมเป็นแฟนจริงๆ คนแรกของเธอ

22:35.103 --> 22:39.900
ผมชอบที่เธอเป็นคนเงียบๆ และเก็บตัว

22:39.983 --> 22:41.610
เพราะผมไม่ใช่

22:41.693 --> 22:45.572
เธอเป็นพวกอินโทรเวิร์ตแบบเต็มตัว

22:45.655 --> 22:50.702
เธอคิดอยู่ตลอด แต่ไม่ได้แสดงออก
หรือบอกสิ่งที่คิดออกมาตลอด

22:52.287 --> 22:54.915
เราโตที่เวอร์มอนต์ทั้งคู่ ไปต่อที่ดาร์ตมัธทั้งคู่

22:54.998 --> 22:58.126
เลยมีหลายอย่างทับซ้อนและคล้ายๆ กัน

22:59.419 --> 23:03.131
กุนนาร์เริ่มคบกับโมไรอาห์ตอนเธออยู่ปีสอง

23:03.215 --> 23:05.550
ตอนนั้นเขาเรียนจบแล้ว

23:05.634 --> 23:10.889
ผมอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน
ผมเรียนจบมาได้สองสามปี

23:11.431 --> 23:13.767
ผมพยายามหางานในแคลิฟอร์เนีย

23:13.850 --> 23:18.480
ถึงสุดท้ายเราจะคบกันแบบทางไกลอยู่เกือบสองปี

23:18.563 --> 23:22.109
แต่ ณ ตอนนั้นผมก็มั่นใจมากกับเรื่องต่างๆ

23:27.489 --> 23:29.449
ในเดือนตุลาคมปี 2020

23:29.533 --> 23:34.496
เราย้ายไปอยู่มิลล์วัลลีย์
ใกล้ๆ กับซานฟรานซิสโก

23:34.579 --> 23:38.417
ตอนนั้นเราตื่นเต้นกันใหญ่เพราะคิดว่า

23:38.500 --> 23:41.253
"รอที่จะได้อยู่เมืองเดียวกันไม่ไหวแล้ว"

23:44.131 --> 23:47.467
เรากำลังไปด้วยกันบนทางเส้นนี้
และผมรู้สึกว่ามันใช่

23:50.554 --> 23:54.850
เธอเอาความสนใจไปลงกับจักรยานซะเยอะ

23:54.933 --> 23:57.978
ลงกับการฟิตซ้อม

23:58.061 --> 24:03.942
จนความสัมพันธ์ของเรา
มันเสียความหวานและความตื่นเต้นไป

24:05.026 --> 24:09.114
และมันก็ทำให้เราทั้งคู่ทุกข์ใจ

24:09.865 --> 24:13.743
ผมจำได้ที่เธอบอกว่า "ฉันรักการปั่นมากกว่า

24:13.827 --> 24:18.874
ฉันได้รับทั้งอารมณ์ และผลตอบรับ

24:18.957 --> 24:22.502
และความสุขในชีวิตจากการปั่นจักรยาน"

24:22.586 --> 24:26.756
และ… ครับ พูดแค่นี้ผมก็เข้าใจแล้ว

24:30.135 --> 24:33.430
ฉันรู้จักโมไรอาห์ที่ดาร์ตมัธ

24:33.513 --> 24:35.724
สมัยเรียนเราสนิทสนมกันมาก

24:36.349 --> 24:40.479
ฉันย้ายไปซานฟรานซิสโก
หลังจากที่ฉันเลิกกับแฟน

24:40.562 --> 24:43.482
และฉันก็กำลังมองหา… การเปลี่ยนบรรยากาศ

24:43.565 --> 24:45.984
- ดื่ม
- ดื่ม

24:46.067 --> 24:47.903
สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะ

24:47.986 --> 24:51.114
แล้วเราก็ย้ายมาอยู่ด้วยกัน
ในเดือนมกราคมปี 2022

24:51.865 --> 24:54.284
เธอเข้าใจว่าฉันกำลังเจอกับอะไร

24:54.367 --> 24:56.536
ฉันเองก็เข้าใจว่าเธอกำลังเจออะไร

24:57.037 --> 25:00.081
เราจำเป็นต้องหัดทำบางเรื่องด้วยตัวเอง

25:00.165 --> 25:03.668
และคิดให้ออกว่าเรากำลังหาอะไรอยู่กันแน่

25:04.753 --> 25:06.588
เรื่องหนึ่งที่เธอบอกฉันก็คือ

25:06.671 --> 25:09.299
"ฉันต้องลองเดตกับคนอื่นบ้าง
ฉันไม่เคยเดตกับคนอื่น"

25:09.382 --> 25:11.801
และเธอก็ชอบเข้าหาพวกคนที่ประสบความสำเร็จ

25:11.885 --> 25:13.303
ชอบเรียนรู้จากพวกเขา

25:14.346 --> 25:16.640
ช่วยเข้าไปนั่งในนี้นะครับ

25:16.723 --> 25:20.727
เมื่อวานนี้ เล่าให้ผมฟังที
เมื่อวานนี้ของคุณเป็นยังไง

25:22.354 --> 25:25.899
โมบอกว่าคืนนั้นแคชต้องไปงานอีเวนต์กับเพื่อน

25:25.982 --> 25:28.026
ผมเลยเสนอว่าไปว่ายน้ำกันไหม

25:28.109 --> 25:29.736
คือเธอมาที่เมือง และ…

25:30.862 --> 25:33.698
เธอเป็นพวกรักสันโดษ ผมเลยอยาก…

25:33.782 --> 25:34.783
ครับ

25:34.866 --> 25:37.410
ผมอยากถามไถ่ข่าวคราวและทำอะไรสนุกๆ

25:37.494 --> 25:38.495
ครับ

25:38.578 --> 25:41.748
ผมรู้จักกับคอลินผ่านทางชุมชนจักรยานในออสติน

25:41.831 --> 25:42.916
ผมเป็นนักข่าว

25:42.999 --> 25:47.879
ทำข่าวเกี่ยวกับสันทนาการกลางแจ้ง
กีฬา อะไรพวกนี้ครับ

25:47.963 --> 25:51.675
ผมเคยสัมภาษณ์เขามาหลายครั้งแล้ว

25:51.758 --> 25:54.553
เราอยู่ที่ออสติน เทกซัสครับ ด้านนอกโรงรถ

25:54.636 --> 25:58.348
ของแชมป์เดอร์ตี้คันซาปี 2019
คอลิน สตริกแลนด์

26:06.565 --> 26:07.899
- ไงคอลิน
- ไงเอียน

26:07.983 --> 26:09.568
- เป็นไงบ้าง
- สบายดีไหม

26:09.651 --> 26:11.486
- สบายดีนะ
- ขอต้อนรับสู่โรงรถของผม

26:11.570 --> 26:13.738
ครับ นี่มัน…

26:13.822 --> 26:16.866
- ในนี้มีของเพียบเลยนะ
- ผมมีของเยอะจริงครับ

26:16.950 --> 26:18.410
เริ่มตรงไหนกันดีล่ะ

26:18.994 --> 26:22.163
คอลิน สตริกแลนด์ เขาทุ่มเทสุดๆ

26:22.247 --> 26:26.835
กับการแข่งทางกรวด
และการเป็นนักปั่นทางกรวดมือหนึ่งของโลก

26:26.918 --> 26:28.795
เขาคือคนแรกๆ ของวงการเลย

26:28.878 --> 26:32.173
ที่มองออกว่าการสร้างแบรนด์ตัวเอง

26:32.257 --> 26:35.844
และสร้างตัวตนในโซเชียล
จะสามารถเรียกสปอนเซอร์เข้ามา

26:35.927 --> 26:37.262
และหาเงินเลี้ยงชีวิตได้

26:37.345 --> 26:40.056
เดี๋ยวผมจะบอกว่า
ผมทำอะไรกับจักรยานคันนี้ไปบ้าง

26:40.140 --> 26:41.808
นี่คือคันล่าสุดที่ผมแต่ง

26:42.475 --> 26:43.768
เปลี่ยนเกียร์ขึ้นลง

26:44.352 --> 26:46.187
ฉันจำได้ โมไรอาห์บอกว่า

26:46.271 --> 26:48.940
"ฉันไปฝึกปั่นกับคอลิน สตริกแลนด์มา"

26:49.024 --> 26:52.902
เธอพูดในลักษณะที่ว่า
ฉันน่าจะรู้อยู่แล้วว่าคอลินเป็นใคร

26:52.986 --> 26:54.779
คุณเป็นแชมป์ของรัฐเทกซัส

26:54.863 --> 26:57.574
ครับ ใช่ครับ ใช่

26:57.657 --> 27:03.330
ฉันรู้ว่าเขาเคยมีประวัติปั่นหัวผู้หญิงที่เขาคบ

27:04.039 --> 27:08.293
และฉันรู้เรื่องราวเก่าๆ ของเขา

27:10.670 --> 27:13.715
ผมเจอโมไรอาห์ที่งานรีเบกกาส์ไพรเวตไอดาโฮ

27:13.798 --> 27:15.342
เธอคว้าแชมป์มาได้แบบง่ายๆ

27:15.425 --> 27:17.636
ในงานนั้นเราได้คุยกันแค่สั้นๆ

27:17.719 --> 27:21.389
แล้วพองานจบ ผมก็ชวนเธอไปดื่มเบียร์

27:21.473 --> 27:22.432
ผมมีแฟนแล้ว

27:22.515 --> 27:24.768
เราไม่ได้คุยกันในเชิงชู้สาวเลย

27:24.851 --> 27:27.020
มีแต่พูดเรื่องอนาคตทางอาชีพของเธอ

27:27.103 --> 27:30.190
ผมบอกเธอว่าเธอจะได้เป็นแชมป์หลายรายการ

27:30.273 --> 27:33.318
แน่นอนล่ะว่าผมถูกใจเธอ
แต่ผมก็อยากจะช่วยเธอด้วย

27:33.401 --> 27:36.780
และ ณ จุดนั้น ถ้าเราเดตกัน
มันก็คงไม่เหมาะสมสุดๆ

27:36.863 --> 27:40.241
เวลาไปแข่งจักรยาน
เขาไม่ได้ทำตัวเหมือนคนมีแฟน

27:40.825 --> 27:44.829
เขาจะไม่พูดถึงเธอ ไม่พาเธอไปด้วย

27:45.497 --> 27:48.083
มันมีมุกทำนองนี้อยู่

27:48.166 --> 27:49.626
เคทลินเป็นใคร

27:49.709 --> 27:52.337
อ้อ เธอคือผู้หญิง

27:52.420 --> 27:55.173
ที่ยืนอยู่ข้างๆ คอลิน
และเขาจะไม่แนะนำให้เรารู้จัก

27:57.133 --> 27:58.551
ผมจำได้ว่าได้ยินเรื่องคอลิน

27:58.635 --> 28:02.806
เพราะโมไรอาห์กลับมาจากการแข่งและบอกว่า

28:02.889 --> 28:08.144
"ฉันเจอคอลิน สตริกแลนด์
และเขาจะช่วยเรื่องคนที่อาจมาเป็นสปอนเซอร์"

28:09.354 --> 28:14.067
ในอดีตนักปั่นชายจะได้ความสนใจ
และเงินสนับสนุนมากกว่า

28:14.150 --> 28:17.904
และจะช่วยนักปั่นหญิง ไม่ว่าจะมีแรงจูงใจอะไร

28:19.656 --> 28:26.496
โมอยากไปแข่งทางกรวดที่เทกซัส
ซึ่งจะมีขึ้นช่วงปลายปี 2021

28:26.579 --> 28:29.040
และฉันก็สมัครไปด้วย แต่งานถูกยกเลิก

28:29.124 --> 28:32.043
เธอถามว่า "ยังอยากไปไหม"
และฉันบอกว่า "ไม่"

28:32.961 --> 28:36.506
เธอบอกว่าตื่นเต้นที่จะไปเจอคอลินที่เทกซัส

28:36.589 --> 28:40.552
และมันอาจจะมีอะไรมากกว่าแค่คำว่าเพื่อน

28:42.929 --> 28:46.599
ถึงจุดนี้โมไรอาห์กับผม
ยังไม่มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาว

28:48.101 --> 28:51.354
ผมขับรถกลับเบนตันวิลล์กับเคทลิน แฟนผม

28:51.438 --> 28:53.523
และเราก็บอกเลิกกันในรถนั่นแหละ

28:53.606 --> 28:57.026
ผมบอกว่า "ผมไม่รู้สึกแล้ว ผมไปต่อไม่ไหวแล้ว"

28:57.110 --> 28:59.070
เราไม่มีทะเลาะกันเลย

28:59.571 --> 29:02.824
และเราก็เป็นหุ้นส่วนกันในหลายๆ เรื่อง

29:05.744 --> 29:08.329
ไม่กี่วันต่อมา ผมได้ข้อความจากโมไรอาห์บอกว่า

29:08.413 --> 29:10.665
"ไง ฉันมาเยี่ยมเพื่อนที่ออสตินหนึ่งสัปดาห์

29:10.749 --> 29:12.208
กะจะมาทำงานทางไกลน่ะ"

29:12.292 --> 29:14.711
เคทลินกับผมแยกห้องกันอยู่แล้ว

29:14.794 --> 29:17.672
เราเลิกรากันแบบเด็ดขาด

29:17.756 --> 29:19.632
ไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว

29:19.716 --> 29:23.052
โดยส่วนตัวแล้ว ผมอยากตัดสัมพันธ์ให้หมดไปเลย

29:23.136 --> 29:25.472
ผมรู้สึกแบบนั้น ไม่กลับไปอีกแล้ว

29:25.555 --> 29:27.265
เธออาจจะโกรธผม

29:27.849 --> 29:32.145
แล้วผมก็เริ่มไปเดตกับโมไรอาห์
ช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่เธออยู่ออสติน

29:32.896 --> 29:36.441
คอลินอยู่ในช่วง "ห่างกัน" กับเคทลิน

29:36.524 --> 29:39.694
แต่พวกเขาก็ยังอยู่บ้านหลังเดียวกัน
แค่แยกห้องกันอยู่

29:39.778 --> 29:43.490
และโมไรอาห์กับคอลินก็เริ่มใช้เวลาด้วยกัน

29:43.573 --> 29:47.410
และมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันในช่วงนั้น

29:47.494 --> 29:51.080
ฉันเตือนเธอแล้วเรื่องคอลิน แต่ไม่ใช่ในเชิง…

29:51.164 --> 29:55.251
คือไม่มีใครหรอกที่จะคิดว่าเขาจะทำร้ายเธอ

29:56.961 --> 30:01.966
คุณรู้ไหมว่าโมหรือแคช
มีอาวุธปืนหรืออะไรแบบนั้นไหม

30:02.050 --> 30:03.718
ผมคิดว่ายากนะ แต่…

30:03.802 --> 30:07.388
โอเค แล้วคุณมีปืนไหม พวกเขาเคยมาคุยกับคุณ…

30:07.472 --> 30:09.307
ผมมี… ที่จริงผมซื้อ…

30:09.390 --> 30:12.602
ผมซื้อปืนมาเมื่อใบไม้ร่วงปีที่แล้ว

30:12.685 --> 30:14.687
และไม่เคยเอาออกมายิงเลย

30:14.771 --> 30:16.523
เป็นปืนชนิดไหนครับ

30:17.190 --> 30:18.525
ปืน 9 มม.

30:20.735 --> 30:23.822
เขาบอกว่าตัวเองมีปืนพกขนาด 9 มม.

30:23.905 --> 30:28.493
ปลอกกระสุนที่เจอในที่เกิดเหตุ
ก็เป็นกระสุนขนาด 9 มม.

30:28.576 --> 30:31.496
ผมเก็บไว้ในกล่องและไม่เคยเอามายิง

30:31.579 --> 30:32.914
ไม่มีเวลาน่ะ

30:32.997 --> 30:34.207
โอเค

30:34.833 --> 30:38.419
เธอส่งรูปเธอขี่จักรยานมา

30:38.503 --> 30:40.421
- นั่นโมเหรอ
- ครับ นั่นโม

30:40.505 --> 30:42.924
และนี่อาจจะดูซับซ้อนกว่าเดิม

30:43.007 --> 30:45.802
แต่ที่ผมเซฟไว้ในชื่ออื่นก็เพราะว่า…

30:46.386 --> 30:49.556
ทำไมคุณถึงจำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อของโม

30:49.639 --> 30:52.809
ผมไม่… เพราะว่าเมื่อก่อน
เคทลินจะเช็กโทรศัพท์ผม

30:52.892 --> 30:54.644
และผมก็ไม่อยากให้…

30:55.603 --> 30:58.523
ผมแค่ไม่อยากให้มันขึ้นมา…

30:58.606 --> 31:01.442
- แบบนั้นก็จะต้องทะเลาะกัน
- ถูกต้อง

31:03.027 --> 31:06.781
เคทลินมีรหัสทุกอย่างของผม
เธอจัดการบัญชีธนาคารให้ผม

31:06.865 --> 31:10.326
เธอเคยเปิดมือถือผมและอ่านทุกอย่าง

31:10.827 --> 31:14.080
เธอบล็อกผู้ติดต่อในมือถือผมหลายคนเลย

31:14.163 --> 31:17.041
ผมรู้ว่าถ้าอยากหา เธอย่อมหาข้อมูลได้

31:17.584 --> 31:20.169
(ผมสนุกมากเลยที่ได้พาคุณไปรู้จัก)

31:20.253 --> 31:23.423
(สถานที่เด่นๆ ของออสตินและทั่วทั้งรัฐเทกซัส)

31:23.506 --> 31:26.676
(คุณมีพรสวรรค์หายากและฉลาดเป็นกรด)

31:26.759 --> 31:29.429
(แถมมีจิตใจที่ร่าเริงและงดงาม)

31:30.263 --> 31:31.514
เมื่ออยู่กับคอลิน

31:31.598 --> 31:35.101
ฉันพบว่าตัวเองเริ่มหลงไปกับคำหวานของเขา

31:35.810 --> 31:37.896
มันทำให้รู้สึกปลอดภัย

31:37.979 --> 31:40.690
เหมือนฉันสำคัญและมีคุณค่า

31:41.274 --> 31:44.360
ฉันว่าฉันชอบเขามากกว่าที่ใจฉันอยากจะยอมรับ

31:44.444 --> 31:47.488
เพราะฉันกลัวว่าเขาอาจไม่ได้รู้สึกแบบเดียวกัน

31:47.572 --> 31:53.244
เธอมีคำถามในใจ
เรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับคอลิน

31:53.328 --> 31:56.956
เพราะจู่ๆ เขาก็หายหน้าไป แถมยังถอยห่างไป

31:57.040 --> 32:00.126
ทั้งในฐานะเพื่อนและในแง่ของความสัมพันธ์

32:00.209 --> 32:03.838
แถมเขายังไม่ค่อยสื่อสารด้วย

32:04.714 --> 32:07.926
ฉันอยากรู้ความในใจเขา
ก่อนที่จะบอกความในใจฉัน

32:08.009 --> 32:11.846
และมันก็ดูออกยากมาก
ว่าจริงๆ แล้วเขาคิดอะไรยังไงกันแน่

32:11.930 --> 32:15.934
ฉันกลัวที่จะบอกความรู้สึกออกไปแล้วถูกปฏิเสธ

32:16.017 --> 32:21.356
มีหลายครั้งที่เราโทรหากันไม่ติด

32:21.439 --> 32:25.860
และถ้ามีเรื่องอะไรที่เธออยากได้ความเห็นสั้นๆ

32:25.944 --> 32:28.571
ฉันจะให้เธออัดเสียงส่งมา แล้วฉันจะโทรกลับไป

32:29.322 --> 32:30.698
ไง

32:30.782 --> 32:33.368
ฉันไปอาร์คันซอมาเมื่อวาน

32:33.451 --> 32:36.371
ไปเที่ยวคนเดียวเรื่อยเปื่อยน่ะ

32:36.996 --> 32:40.166
คอลินไม่ติดต่อหาฉันเลย

32:40.249 --> 32:41.709
เขาหายแบบหายไปเลย

32:42.627 --> 32:44.545
เธอเจอเขาที่ออสตินบ้างไหม

32:46.172 --> 32:49.175
พวกเราทั้งคู่ไม่ได้ติดต่อหากันเลย

32:49.258 --> 32:51.260
จนฉันทักแชตเขาไปวันนี้

32:51.344 --> 32:54.889
แต่ข้อความของฉันกลับส่งไม่ไป

32:54.973 --> 33:00.019
เขาอาจคิดว่าฉันไม่สนใจหรืออะไรงั้นมั้ง

33:00.103 --> 33:01.229
ไม่แน่ใจแฮะ

33:03.022 --> 33:05.024
โอเค เมื่อคืนนี้

33:05.108 --> 33:09.737
ฉันไปที่มีทีเออร์ตอนชั่วโมงลดราคา
และฉันเจอใครรู้ไหม

33:09.821 --> 33:13.950
คอลิน เคทลิน กับคนอื่นอีกสองสามคน

33:14.033 --> 33:17.954
ในที่สุดคอลินก็เดินมา และเราก็กอดกัน

33:18.037 --> 33:21.582
ไม่ได้พูดอะไรเท่าไหร่
ก็แค่ "อ้อ ดีใจที่เจอคุณนะ"

33:21.666 --> 33:25.628
คือ… ไม่รู้สิ มันพิลึกสุดๆ เลย

33:25.712 --> 33:29.257
และใช่ หลังจากนั้น
ฉันก็ไม่ได้เจอหรือได้คุยกับเขาอีก

33:29.966 --> 33:32.677
ฉันอยากได้บทสรุปที่มันชัดเจน

33:32.760 --> 33:34.137
แต่ไม่รู้จะต้องทำยังไง

33:34.220 --> 33:37.098
ฉันคงจะได้เจอเขาคืนนี้เพราะมันมีปาร์ตี้

33:37.181 --> 33:41.769
แต่ถ้าเคทลินมาด้วย เขาก็คงไม่คุยกับฉัน

33:43.187 --> 33:45.314
อึดอัดชะมัดเลย

33:49.068 --> 33:50.903
(ศูนย์บัญชาการตำรวจ)

33:50.987 --> 33:54.365
ร่างของโมกำลังถูกส่งไปที่สถาบันนิติเวช

33:55.408 --> 33:59.162
พวกเขาจะชันสูตรร่างของเธออย่างเต็มรูปแบบ

34:02.832 --> 34:07.128
ยังไงก็ตาม คุณแน่ใจนะว่าไม่มีตอนไหนเลย

34:08.212 --> 34:09.505
ที่พวกคุณมีเซ็กซ์กัน

34:09.589 --> 34:12.508
ไม่มีครับ เราไม่ได้มีเพศสัมพันธ์กัน

34:12.592 --> 34:13.801
- โอเค
- ไม่…

34:13.885 --> 34:15.762
เราไม่ได้จูบกันด้วยซ้ำ

34:15.845 --> 34:16.763
โอเค

34:16.846 --> 34:20.641
ผมแค่ถามให้ชัวร์ เพราะพอชันสูตรแล้ว

34:20.725 --> 34:22.393
พวกเขาจะตรวจสอบทุกอย่าง

34:22.477 --> 34:24.103
- ผมรู้
- นั่นแหละ เพราะงั้น…

34:24.187 --> 34:25.396
เรื่องนั้นผมเข้าใจ

34:25.980 --> 34:27.565
ไม่ครับ ไม่ได้ทำ

34:27.648 --> 34:28.608
โอเค

34:29.734 --> 34:31.235
คอลินคิดไม่ตกว่า

34:31.319 --> 34:34.072
เขาจะมีความสัมพันธ์แบบผูกมัดดีไหม

34:34.155 --> 34:39.869
แต่เขาก็เห็นว่าเคทลินนั้น
ทั้งเห็นอกเห็นใจและใส่ใจ

34:39.952 --> 34:43.414
ผมว่าจุดสำคัญที่สุดสำหรับเขา
คือเธอช่วยเขาได้เยอะมากๆ

34:44.749 --> 34:48.544
คอลินตั้งใจจะสร้างธุรกิจรถบ้านสปาร์ตัน

34:49.545 --> 34:53.466
เคทลินมีความรู้ทางด้านการเงินเป็นอย่างดี

34:53.549 --> 34:55.802
และเห็นได้ชัดว่าเธอฉลาดในเรื่องเงิน

34:55.885 --> 34:59.347
เธอคอยบริหารเรื่องต่างๆ ให้กับธุรกิจ

34:59.430 --> 35:02.558
คอลินจึงสามารถโฟกัสกับองค์ประกอบอื่นๆ

35:02.642 --> 35:06.312
ในอาชีพนักปั่นของเขา รวมไปถึงเรื่องอื่นๆ

35:08.356 --> 35:11.901
ในใจผมคิดว่าผมกับโมไรอาห์
ได้รีเซ็ตความสัมพันธ์กัน

35:12.610 --> 35:16.197
ผมเริ่มจะอิ่มตัวกับวงการนี้และชักจะหมดไฟ

35:16.280 --> 35:18.533
ส่วนเธอจำเป็นต้องสร้างโมเมนตัม

35:18.616 --> 35:20.993
เธอกระตือรือร้นกับมัน ซึ่งมันก็ดี

35:21.077 --> 35:24.330
แต่ผมมองว่าผมไม่ใช่คนที่เหมาะสมกับเธอเท่าไร

35:24.413 --> 35:27.166
เธอมีแววจะได้ขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งของอเมริกา

35:27.250 --> 35:29.418
ส่วนผมน่ะมีแต่จะเป็นอุปสรรคต่อเรื่องนั้น

35:30.753 --> 35:34.632
เคทลินไม่อยากแยกจากผม
เธออยากเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตผม

35:35.925 --> 35:38.553
สองสามสัปดาห์มานี้มีหลายอย่างเกิดขึ้น

35:39.303 --> 35:42.014
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ฉันรู้สึกแย่มากเรื่องคอลิน

35:43.724 --> 35:45.184
แล้วฉันก็ได้คุยกับเขาเมื่อวันศุกร์

35:45.268 --> 35:49.021
ฉันรู้สึกเหมือนได้ยกภูเขาออกจากอกเลย

35:50.439 --> 35:53.317
เห็นได้ชัดว่าเราคิดไม่ตรงกัน

35:53.401 --> 35:54.610
ซึ่งนั่นก็โอเค

35:55.236 --> 35:58.531
มันทำให้ทุกอย่างเคลียร์
และช่วยให้ฉันเข้าใจว่าเขาคิดยังไง

35:59.323 --> 36:02.660
สองสามวันมานี้ฉันคิดเรื่องผู้ชายคนอื่นๆ

36:02.743 --> 36:05.121
และมันทำให้ฉันรู้สึกตื่นเต้น

36:05.204 --> 36:07.790
มาแล้วครับ เธอมานั่นแล้ว!

36:07.874 --> 36:10.126
- เย่ โม!
- เย่ โม!

36:10.209 --> 36:15.715
- โม วิลสัน!
- เย่!

36:16.591 --> 36:20.720
แชมป์หญิงคนนี้พิสูจน์ให้เห็นชัดเจนแล้ว

36:20.803 --> 36:25.099
โม วิลสันพิชิตเบลเจียนวอฟเฟิลไรด์แบบขาดลอย

36:25.183 --> 36:26.225
ยินดีด้วยนะ

36:26.309 --> 36:28.728
- เธอทำผลงานเหนือชั้นอีกครั้ง
- ขอบคุณ

36:28.811 --> 36:31.522
ต่อไปล่ะครับ จะคว้าแชมป์ที่ไหนต่อ

36:33.357 --> 36:37.570
สนามทางกรวดต่อไปจะเป็นกราเวลโลคอสค่ะ

36:38.154 --> 36:42.742
โมไรอาห์จะไปที่ออสติน
เพื่อแข่งรายการกราเวลโลคอส

36:44.619 --> 36:49.165
(เช้าวันที่เกิดการฆาตกรรม)
(11 พฤษภาคม ปี 2022)

36:50.124 --> 36:53.961
โมมาถึงก่อนการแข่งสองสามวัน

36:54.545 --> 36:57.506
และฉันก็ตื่นเต้นมากที่เธอมา

37:01.886 --> 37:04.764
ฉันชงกาแฟไว้

37:04.847 --> 37:06.766
เรานั่งเล่นด้วยกัน

37:07.266 --> 37:13.731
และฉันก็ถ่ายคลิป ก่อนส่งข้อความไปหาแคเรน

37:15.191 --> 37:16.984
เอาล่ะ โบกมือให้กล้องหน่อย

37:19.612 --> 37:21.697
ขอต้อนรับสู่ความร้อนระอุของเทกซัส

37:22.949 --> 37:24.951
- ระวังตัวด้วย ปั่นไวๆ ล่ะ
- ขอบใจ

37:25.034 --> 37:26.577
- บาย
- บาย

37:29.247 --> 37:30.998
ค่ะ ข้อความนั้น

37:31.707 --> 37:36.462
คลิปโมไรอาห์กำลังเตรียมตัว
จะออกไปซ้อมปั่นคนเดียว

37:36.545 --> 37:39.715
แคชส่งมาพร้อมกับพิมพ์ว่า

37:40.341 --> 37:42.551
"ลูกคุณอยู่กับฉันปลอดภัยหายห่วง"

37:43.678 --> 37:47.348
ฉันรู้สึกผิดมากๆ ที่ส่งข้อความนั้นไป

37:48.266 --> 37:51.185
ไม่อยากเชื่อว่าฉันจะบอกแม่เธอว่าเธอโอเค

37:51.269 --> 37:56.732
และไว้ใจฉันได้ ทั้งที่… ฉันปกป้องเธอไม่ได้

38:04.282 --> 38:06.742
หลังจากนั้นโมส่งข้อความมาบอกว่า

38:06.826 --> 38:11.163
"บอกเธอไว้ก่อน ฉันจะไปว่ายน้ำ
และดินเนอร์กับคอลินคืนนี้"

38:16.252 --> 38:18.963
ผมทักหาโมว่า "นี่ อยากไปว่ายน้ำไหม"

38:19.046 --> 38:20.464
"อืม ฟังดูเข้าท่านี่"

38:21.132 --> 38:23.551
ผมไปรับเธอ แล้วขับไปดีปเอ็ดดี้

38:24.468 --> 38:27.305
เราไปพูลเบอร์เกอร์
ซื้อเครื่องดื่มสองแก้วกับเบอร์เกอร์

38:27.388 --> 38:30.182
แล้วก็คุยกัน หลักๆ คือเรื่องอาชีพเธอ อาชีพผม

38:30.266 --> 38:33.477
คุยกันเกี่ยวกับหัวใจของการเป็นนักปั่นจักรยาน

38:33.561 --> 38:35.521
มันมีความหมายยังไง

38:37.898 --> 38:41.027
แล้วเคทลินก็โทรมาตอนที่ผมอยู่พูลเบอร์เกอร์

38:41.110 --> 38:43.070
แต่ผมไม่ได้รับสาย

38:46.949 --> 38:49.660
ครับ ผมไปส่งโมไรอาห์ที่เชิงบันได

38:50.369 --> 38:54.749
บอกเธอว่า "โอเค เจอกันพรุ่งนี้
ที่งานเลี้ยงก่อนมื้อค่ำกราเวลโลคอส"

38:57.335 --> 39:00.171
นั่นคือครั้งสุดท้ายที่เห็นเธอครับ

39:10.181 --> 39:13.434
ฉันคิดอยู่นานเกี่ยวกับสิ่งที่ฉันเป็น
ในฐานะคนคนหนึ่ง

39:13.517 --> 39:15.102
และคนที่ฉันอยากจะเป็น

39:17.938 --> 39:21.776
ฉันอยากเป็นคนแบบที่ใครๆ ก็ต้องพูดถึงในแง่ดี

39:24.445 --> 39:27.031
อยากเป็นคนที่คอยช่วยให้คนอื่นรู้สึกดี

39:27.114 --> 39:28.616
ตอนที่พวกเขาเศร้า

39:31.077 --> 39:33.412
คนที่อยู่เคียงข้าง
ตอนที่พวกเขาต้องการความช่วยเหลือ

39:34.663 --> 39:36.791
กำลังใจและมุมมองที่ลึกซึ้ง

39:39.460 --> 39:44.673
ฉันอยากเป็นคนแบบที่เมื่ออยู่กับใครๆ
พวกเขาก็ต้องยิ้มออกมา

39:47.885 --> 39:53.766
ฉันอยากเป็นคนที่ช่วยเติมเต็ม
ความคิดจิตใจของพวกเขาด้วยสิ่งที่มีคุณค่า

40:00.356 --> 40:04.819
แคเรนโทรหาฉัน และฉันกลัวมากที่ต้องคุยกับเธอ

40:05.778 --> 40:09.407
แคเรนบอกว่า "แคช ฉันรักหนูมากนะ"

40:14.954 --> 40:17.415
นั่นคือสิ่งที่ฉันอยากได้ยิน เพราะฉันรู้สึก…

40:18.207 --> 40:22.711
ว่าฉัน… ไม่ดีพอ และรู้สึกผิดมาก

40:22.795 --> 40:26.424
ฉันแบบ "ถ้าเกิดฉันกลับบ้านให้เร็วขึ้น

40:26.507 --> 40:28.926
ถ้าเกิดฉันไม่ออกไปดินเนอร์

40:29.009 --> 40:31.387
ถ้าเกิดฉันบังคับให้เธอไปด้วยกัน"

40:31.470 --> 40:35.141
มันมีคำว่า "ถ้าเกิด" เป็นล้านรูปแบบ

40:35.224 --> 40:39.270
วนเวียนอยู่ในหัวฉันแบบไม่จบไม่สิ้น

40:39.353 --> 40:41.939
อะไรบ้างที่ถ้าฉันไม่ทำแบบที่ทำ

40:42.523 --> 40:43.858
แล้วจะช่วยได้

40:45.151 --> 40:47.611
ผมจำได้ว่าพ่อผมโทรมาสองสายแต่ผมไม่ได้รับ

40:47.695 --> 40:49.989
พ่อส่งข้อความมาว่า "โทรมาด่วน"

40:50.072 --> 40:53.993
และ… เหมือนแคเรนก็จะโทรมาด้วย

40:54.076 --> 40:56.287
ก่อนที่พ่อผมจะโทรมา

40:58.789 --> 41:02.334
มันแย่มาก ผมรู้ว่าต้องแย่แน่ๆ

41:02.418 --> 41:03.961
มีบางอย่างเกิดขึ้น

41:05.379 --> 41:08.257
ฉันอยู่ที่ฮาวายกับที่บ้าน

41:09.592 --> 41:12.678
มือถือฉันดัง กุนนาร์โทรมา

41:13.387 --> 41:16.599
ฉันจะไม่มีวันลืมแน่ ที่เขาบอกว่า…

41:18.559 --> 41:20.436
"โมไรอาห์เสียแล้ววันนี้"

41:22.146 --> 41:23.981
สามีฉันพาลูกสาวเราเข้านอน

41:24.064 --> 41:27.860
แล้วฉันก็ทรุดลงไปบนพื้น แล้วก็ร้องไห้

41:27.943 --> 41:30.279
ฉันไม่เคยร้องไห้แบบนี้มาก่อนเลย

41:30.362 --> 41:33.741
และสามีฉันก็แบบ "ตายแล้ว คุณโอเคไหม"

41:33.824 --> 41:37.328
และฉันตอบว่า "ไม่ ฉันไม่โอเค"

41:37.828 --> 41:39.830
"โมไรอาห์ถูกยิงนะ"

41:42.082 --> 41:44.502
"เธอต้องตายไปอย่างโดดเดี่ยว"

41:46.295 --> 41:48.422
ฉันรู้สึกจริงๆ ว่าเธอจากไป

41:48.506 --> 41:51.425
ตอนที่โลกของเธอเพิ่งเริ่มจะเปิดออก

41:51.509 --> 41:55.930
และเธอกำลังจะได้เรียนรู้ว่า
อะไรที่สำคัญกับเธอ และ…

41:56.931 --> 42:01.101
เรียนรู้… ว่าการเปิดใจให้คนอื่นมันปลอดภัย

42:02.603 --> 42:05.648
(ศูนย์บัญชาการตำรวจ)

42:06.524 --> 42:10.277
(แผนกคดีฆาตกรรม)

42:15.157 --> 42:17.117
ฉันมาเข้าเวรตามปกติของฉัน

42:17.201 --> 42:20.246
แล้วก็ได้รู้ว่าเกิดเหตุฆาตกรรมขึ้นในคืนก่อนหน้า

42:20.329 --> 42:22.623
เวลามีคดีฆาตกรรม ทุกคนจะร่วมด้วยช่วยกัน

42:24.625 --> 42:26.168
สายสืบสปิตเลอร์อยู่ที่นั่น

42:26.252 --> 42:28.504
เขากำลังสอบปากคำคอลิน สตริกแลนด์

42:29.672 --> 42:32.675
เรามีห้องประชุม และในห้องประชุมก็จะมีทีวี

42:32.758 --> 42:36.262
เราสามารถดูการสอบปากคำ
ระหว่างที่มันกำลังดำเนินอยู่

42:36.345 --> 42:40.015
ฉันดูได้ว่าเขาพูดอะไรบ้าง
และยืนยันเรื่องที่เขาเล่า

42:42.101 --> 42:45.354
สายสืบคนหนึ่งเจอคลิป

42:45.437 --> 42:47.231
จากกล้องตรวจจับความเคลื่อนไหว

42:47.314 --> 42:50.901
ในตรอกที่อยู่ติดกับอะพาร์ตเมนต์ของแคช

42:51.694 --> 42:55.072
ในคลิปจะเห็นรถเอสยูวีสีดำ
ที่กระจกติดฟิล์มกรองแสง

42:55.155 --> 42:56.991
มีแร็คขนของติดอยู่บนหลังคา

42:57.074 --> 43:01.120
และแร็คจักรยานติดตั้งไว้กับหัวบอลลากจูง

43:01.996 --> 43:06.375
ตอน 20.37 น. ไฟเบรกสว่างขึ้น

43:06.458 --> 43:09.169
บอกให้รู้ว่ามันชะลอหรืออาจจะจอดเลยด้วย

43:09.253 --> 43:12.590
ตรงบันไดที่จะขึ้นไปที่ประตูหน้าของอะพาร์ตเมนต์

43:13.591 --> 43:15.718
สายสืบอีกคนหนึ่งนึกออกว่า

43:15.801 --> 43:20.014
เอ๊ะ รถคันนั้นเหมือนกับ
รถที่จอดตรงทางเข้าบ้านพวกเขา

43:20.097 --> 43:23.309
ตอนที่พวกสายสืบไปที่นั่นเพื่อคุยกับคอลิน

43:24.351 --> 43:26.770
เราบอกเรื่องนั้นให้สายสืบสปิตเลอร์รู้

43:26.854 --> 43:29.815
แล้วเขาก็เริ่มยกเรื่องนั้นขึ้นมา
ในระหว่างสอบปากคำ

43:30.441 --> 43:35.279
คอลินบอกไว้ว่า
เขาไปรับโมไรอาห์ด้วยมอเตอร์ไซค์

43:35.362 --> 43:37.114
ซึ่งจอดอยู่ตรงทางเข้าบ้าน

43:37.197 --> 43:40.826
ผมเลยถามเขาเรื่องรถจี๊ป
ใครเป็นเจ้าของรถจี๊ปสีดำคันนั้น

43:40.909 --> 43:43.537
เขาบอกว่า
"นั่นรถของเคทลิน อาร์มสตรองแฟนผม"

43:44.121 --> 43:46.957
ตอนที่เคทลินกลับมาบ้าน เขาได้บอกอะไรคุณไหม

43:47.041 --> 43:49.168
อย่างเช่นเธอไปไหน ไปทำอะไร

43:49.251 --> 43:52.338
ผมไม่ได้ถาม ผมทำงานอยู่ในโรงรถ

43:52.421 --> 43:55.174
กำลังเตรียมจักรยานให้พร้อมสำหรับลงแข่ง

43:56.300 --> 44:00.929
ตำรวจออกหมายค้นบ้านของคอลิน สตริกแลนด์

44:01.013 --> 44:03.349
ที่นั่น พวกเขาเจอปืนพกสองกระบอก

44:04.016 --> 44:07.311
แล้วในบ้านมีปืนกระบอกอื่นอยู่อีกไหม

44:07.394 --> 44:08.729
มีปืนสองกระบอก

44:08.812 --> 44:10.689
- สองกระบอกเหรอ
- สองกระบอก

44:11.523 --> 44:13.609
แล้วปืนอีกกระบอกอยู่ไหนครับ

44:13.692 --> 44:15.402
เรื่องนั้นผมไม่รู้

44:15.486 --> 44:17.946
เพราะกระบอกนั้นเป็นของเคทลิน

44:18.030 --> 44:19.573
งั้นเคทลินก็มีปืนเหรอ

44:19.657 --> 44:21.909
เคทลินมีปืน ผมซื้อให้เธอเอง

44:23.202 --> 44:25.871
ฉันจำได้ ฉันบอกตำรวจไปว่า…

44:28.457 --> 44:30.626
"ฝีมือแฟนของคอลินแน่"

44:32.211 --> 44:33.629
เอ๋ อะไรนะ

44:35.464 --> 44:38.384
ฉันบอกไปว่าคนเดียวที่ฉันนึกออก
ที่ไม่ชอบเธอก็คือ…

44:40.094 --> 44:41.887
แฟนของผู้ชายคนนั้น

44:43.013 --> 44:45.641
จากการสืบสวนของเรา

44:45.724 --> 44:47.851
ทำให้ผมรู้แน่ชัดว่า

44:47.935 --> 44:51.772
รถของเธอไปโผล่ที่อะพาร์ตเมนต์

45:00.781 --> 45:02.825
ผมไม่รู้ว่าจะต้องตอบยังไงดี

45:27.683 --> 45:30.436
(เคทลิน อาร์มสตรอง)
(ห้องสอบปากคำสน.ออสติน)

45:30.519 --> 45:32.604
เอาล่ะ ฉันสายสืบคอนเนอร์นะคะ

45:33.188 --> 45:38.277
ตอนนี้คู่หูของฉันกำลังคุยกับคอลินอยู่

45:38.360 --> 45:40.529
ดูเหมือนว่าคุณอาจจะมีข้อมูล

45:40.612 --> 45:44.074
หรืออาจได้เห็นบางอย่าง
ฉันเลยอยากขอคุยอะไรด้วยหน่อย

45:44.908 --> 45:47.661
ฉันขอข้อมูลหน่อยได้ไหมว่าคุณพูดถึงเรื่องอะไรอยู่

45:47.745 --> 45:51.373
คุณรู้ข่าวหรือยังคะว่า
เกิดอะไรขึ้นในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

45:51.457 --> 45:55.043
คอลินเข้ามาในบ้านและบอกว่า
ผู้หญิงคนหนึ่งในกลุ่มจักรยานเสียแล้ว

45:55.127 --> 45:56.545
ค่ะ ใช่

45:57.129 --> 45:59.965
ระหว่างที่คอลินคุยกับเรา ชื่อคุณก็โผล่มา

46:00.048 --> 46:04.052
และมันฟังดูเหมือนว่า
จะมีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้น

46:04.136 --> 46:09.266
ดูเหมือนว่าคอลินอาจจะมีคุยกับผู้หญิงคนนี้นิดหน่อย

46:09.349 --> 46:11.268
แล้วเขาก็พูดถึงคุณขึ้นมา

46:11.351 --> 46:16.190
เผื่อเขาจงใจพูดให้คุณเสียหาย
ฉันเลยอยากฟังความจากฝั่งคุณด้วย โอเคไหม

46:16.273 --> 46:18.650
ฉันรู้สึกว่าฉันควรมีทนายอยู่ด้วย

46:18.734 --> 46:20.527
เรื่องนั้นแล้วแต่คุณเลยค่ะ

46:20.611 --> 46:24.406
คือคุณ… ณ ตอนนี้คุณสามารถกลับได้ทุกเมื่อค่ะ

46:24.490 --> 46:27.826
เราจะเอาตามที่คุณสมัครใจ
เพราะคุณไม่ได้ถูกจับ โอเคนะคะ

46:27.910 --> 46:29.077
ทีนี้…

46:29.161 --> 46:30.704
เราเคยเป็นเพื่อนสนิทกัน

46:30.788 --> 46:35.959
และฉันก็คิดมาตลอดว่า
เธอเป็นคนที่น่ารักและใจดีมากๆ

46:36.543 --> 46:39.588
เธอไม่ได้ในสิ่งที่เธอต้องการ

46:39.671 --> 46:43.133
และคอลินไม่… ค่ะ ไม่อยากจะให้เธอ

46:43.217 --> 46:46.303
ไม่ก็ให้ไม่ได้ หรือไม่ก็ไม่มีจะให้

46:47.262 --> 46:51.225
พวกเขาเลิกกันแล้วก็กลับมาคบกัน
แล้วก็เลิกกัน แล้วก็กลับมาคบกัน

46:51.308 --> 46:54.520
ดูเหมือนว่าเมื่อวันก่อน
เขาจะไปเที่ยวกับผู้หญิงคนนี้

46:54.603 --> 46:57.648
และจากคำพูดเขา มันดูเหมือนว่า

46:57.731 --> 46:59.483
คุณจะไม่พอใจนิดหน่อย

46:59.566 --> 47:01.902
เพราะงั้นฉันถึงอยากจะฟังความจากฝั่งคุณ

47:01.985 --> 47:04.530
เพราะมันไม่แฟร์ถ้าเขาเอาแต่พูดอยู่ฝ่ายเดียว

47:04.613 --> 47:07.199
และพยายามชี้นำเรา

47:07.783 --> 47:10.661
ฉัน… นั่นไม่ตรงซะทีเดียวค่ะ

47:10.744 --> 47:13.497
ค่ะ เพราะงั้นฉันถึงได้อยากคุยกับคุณ เพราะ…

47:13.580 --> 47:15.415
เขาเป็นผู้ชาย เขาต้องแก้ตัวอยู่แล้ว

47:15.499 --> 47:18.669
และเราก็อยากจะแน่ใจ
ว่าเราได้ฟังเรื่องจากสองฝ่าย

47:18.752 --> 47:19.837
เพื่อทำให้มันเคลียร์

47:19.920 --> 47:22.840
แล้วเมื่อวานนี้คุณทำอะไรบ้างคะ

47:22.923 --> 47:24.591
ฉันว่าฉันขอกลับดีกว่า

47:24.675 --> 47:27.761
คุณมีสิทธิ์เต็มร้อยค่ะ แต่รู้นะว่าถ้าทำแบบนั้น

47:27.845 --> 47:30.222
งั้นเราก็ต้องยึดข้อมูลที่มีแค่ด้านเดียว

47:30.806 --> 47:33.183
คือฉันไม่แน่ใจว่า

47:33.267 --> 47:36.186
คุณหมายถึงอะไรหรือเขาพูดอะไรกันแน่

47:36.270 --> 47:39.982
เพราะฉันไม่รู้เลยว่าเขามีคุย มีไปเจอ

47:40.065 --> 47:41.650
หรือไปเที่ยวกับผู้หญิงคนนี้

47:41.733 --> 47:43.318
- โอเค ค่ะ
- ในช่วงนี้ ฉัน…

47:43.402 --> 47:45.571
เขาได้แอบคุยกับเธอหรือเปล่าคะ

47:45.654 --> 47:48.574
ฉันอยากจะกลับค่ะ ฉันไม่รู้จริงๆ

47:48.657 --> 47:50.200
และฉันอยากจะกลับแล้ว

47:50.826 --> 47:54.037
ย้ำอีกครั้งนะ มันจะทำให้เรา
มีข้อมูลจำกัดแค่ด้านเดียว

47:54.121 --> 47:58.125
แถมมีคนเห็นรถของคุณจอดอยู่ข้างบ้านเธอ

47:58.834 --> 48:02.546
และเราจำเป็นต้องคุยกันเรื่องนั้น โอเคไหม

48:03.088 --> 48:08.385
ฉันจำได้ว่าฉันอยู่ที่อะพาร์ตเมนต์
แล้วโมไรอาห์ก็มาที่ห้องฉันและบอกว่า

48:08.468 --> 48:10.637
"เธอไม่เชื่อแน่ว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น"

48:10.721 --> 48:15.642
เธอก้มหน้าดูมือถือแล้วก็เห็นสายที่ไม่รู้จักโทรมา

48:15.726 --> 48:20.397
แต่เพราะมันเป็นเบอร์เทกซัส
และเธอก็มีสปอนเซอร์ที่ออสติน

48:20.480 --> 48:22.065
เธอเลยคิดว่าควรรับ

48:22.149 --> 48:25.652
เธอรับสาย แล้วก็มีคนบอกว่า "ไงโม"

48:26.320 --> 48:28.655
โมไรอาห์บอกว่า "ฮัลโหล" แบบว่า "นี่ใครคะ"

48:28.739 --> 48:30.741
และเขาบอกว่า "เคทลินไง"

48:30.824 --> 48:33.243
โมไรอาห์บอกว่าเคทลินพูดแบบนี้

48:33.327 --> 48:35.704
"นี่ คอลินกับฉันยังคบกันอยู่

48:35.787 --> 48:38.874
ฉะนั้นมันคงจะดีกว่าถ้าเกิดคุณ… นั่นแหละ

48:38.957 --> 48:41.001
เลิกเข้ามาเป็นมือที่สามสักที"

48:41.919 --> 48:46.632
มันดูเหมือนว่าคุณจะมีปัญหากันกับผู้หญิงคนนี้

48:46.715 --> 48:50.093
และฉันคิดว่ามันน่าจะมีรายละเอียดมากกว่านี้

48:50.177 --> 48:51.929
ซึ่งคุณอาจช่วยอธิบายได้

48:52.012 --> 48:54.556
บางทีคุณอาจโกรธ และคุณก็แค่อยู่แถวนั้นพอดี

48:54.640 --> 48:57.601
คือฉันไม่รู้ เพราะฉันไม่ได้ฟังเรื่องจากฝั่งคุณ

48:57.684 --> 49:00.479
และฉันก็เห็นแค่รถของคุณไปอยู่ที่นั่น

49:00.562 --> 49:04.441
ซึ่งนั่นทำให้มันดูไม่ค่อยดีเท่าไร จริงไหม

49:04.524 --> 49:08.445
โอเค แล้วพอเราคุยกับคอลิน และได้ยินแบบว่า

49:08.528 --> 49:11.156
มันมีเรื่องหึงหวงกันเกิดขึ้น

49:11.239 --> 49:13.742
คือ… นั่นฟังดูไม่ดีอย่างแรงเลย

49:14.326 --> 49:16.912
เพราะงั้นฉันถึงได้อยากฟังจากฝั่งคุณด้วย

49:16.995 --> 49:19.498
เพราะมันอาจจะมีอะไรมากไปกว่านี้

49:21.375 --> 49:23.335
ฉันอยากจะกลับค่ะ ถ้ามีสิทธิ์กลับน่ะนะ

49:23.418 --> 49:24.252
โอเค

49:27.214 --> 49:28.423
พวกเขาให้เธอกลับ

49:28.507 --> 49:32.427
พวกเขาสรุปว่ายังมีข้อมูลไม่พอ
จะควบคุมตัวเธอเอาไว้

49:32.511 --> 49:35.639
ผมคิดว่าตอนนั้นพวกเขามีข้อมูลไม่พอที่จะบอกว่า

49:35.722 --> 49:37.516
คอลินไม่ได้ขับรถจี๊ปด้วยซ้ำ

49:37.599 --> 49:39.518
เขาอาจจอดมอเตอร์ไซค์แล้วย้อนกลับมา

49:39.601 --> 49:42.187
คุณรู้ดีแก่ใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น

49:42.270 --> 49:44.022
ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

49:44.106 --> 49:47.693
คุณกำลังบีบให้ผมบอกว่าเคทลินเป็นคนทำ

49:47.776 --> 49:50.320
- อยากได้แบบนั้นใช่ไหม
- ฉันแค่ถามว่าคุณคิดยังไง

49:50.404 --> 49:52.197
เธอทำแบบนั้นได้ไหม

49:52.280 --> 49:56.576
ถ้าคิดว่าเธอทำแบบนั้นได้
ผมแม่งคงไม่อยู่ร่วมชายคาด้วยหรอก

49:56.660 --> 49:59.454
เพราะงั้นคำตอบคือไม่ ผมไม่คิดอย่างนั้น

50:04.960 --> 50:08.296
ฉันก็อยู่ด้วยตอนที่เรานั่งอยู่นอกร้านมีทีเออร์

50:08.380 --> 50:10.215
ฉันนี่แหละที่ถามเธอแบบว่า

50:10.298 --> 50:13.010
"เธอจะทำไงถ้าเจอคอลินอยู่กับคนอื่น"

50:13.760 --> 50:17.764
และเธอก็ตอบแบบเย็นชา
และไร้อารมณ์ว่า "ฉันจะฆ่าซะทั้งคู่"

50:18.640 --> 50:20.684
และเราก็คิดว่าเธอแค่เล่นมุก

50:29.401 --> 50:31.820
ไม่นะ

50:32.946 --> 50:36.992
ไม่

50:37.743 --> 50:39.119
ไม่

50:43.749 --> 50:48.420
ตำรวจมาและรื้อค้นบ้านของพวกเขาซะเละเทะ

50:48.503 --> 50:53.133
เคทลินกลัวว่าในบ้านจะมีเครื่องดักฟัง
หรือตำรวจอาจกำลังฟังอยู่

50:53.216 --> 50:54.926
เธอเลยไม่อยากอยู่บ้าน

50:55.010 --> 50:59.056
แล้วในเช้าวันถัดมา พวกเขาเดินไปที่ร้านกาแฟ

50:59.139 --> 51:01.141
และคอลินก็พูดแบบว่า

51:01.224 --> 51:03.226
"นี่ ในแง่ของรูปคดี

51:03.852 --> 51:07.189
เราแค่ต้องอธิบายให้ได้ว่าเมื่อวานนี้

51:07.272 --> 51:10.400
เราอยู่ที่ไหนแบบนาทีต่อนาที"

51:12.778 --> 51:15.697
ตำรวจเอามือถือของเคทลินกับคอลินไป

51:15.781 --> 51:18.241
และเคทลินก็แบบ "เราควรทำไง

51:18.325 --> 51:19.743
ไปซื้อมือถือที่ไหนดี"

51:19.826 --> 51:21.787
พวกเขากำลังเดินกลับจากร้านกาแฟ

51:21.870 --> 51:25.373
และคอลินบอกว่า
"ทำไมคุณไม่ไปพวกห้างวอลมาร์ตล่ะ

51:25.457 --> 51:26.500
ไปซื้อมือถือใหม่"

51:29.377 --> 51:32.964
สองสามวันหลังเหตุฆาตกรรม
ผมกลับไปที่ละแวกนั้น

51:33.048 --> 51:37.928
ไปดูว่าใครมีกล้องที่อาจจับภาพเอสยูวีสีดำไว้ได้

51:38.011 --> 51:39.513
ผมอาจจะเห็นคนขับ

51:39.596 --> 51:41.890
มีเพื่อนบ้านรายหนึ่งติดต่อผมมา

51:41.973 --> 51:45.811
และเขาก็เอาคลิปจากกล้องกริ่งประตู
ความยาวสองชั่วโมงให้ผม

51:45.894 --> 51:48.105
จุดสำคัญเกี่ยวกับไอ้กล้องกริ่งประตูเนี่ย

51:48.188 --> 51:50.190
คือมันจะถ่ายอยู่ตลอดเวลา

51:50.273 --> 51:51.900
ไม่ใช่ถ่ายแค่ตอนมีความเคลื่อนไหว

51:51.983 --> 51:54.319
แล้วนอกจากจะมีภาพแล้ว มันยังมีเสียงด้วย

51:54.903 --> 51:58.949
ผมจะพิมพ์รายงานหรืออะไรก็ตาม
ที่จำเป็นต้องทำในคดีนี้

51:59.032 --> 52:01.451
แล้วก็จะเปิดคลิปนี้ไปด้วยที่ด้านหลัง

52:01.535 --> 52:05.038
ถ้าเกิดได้ยินเสียงรถผ่าน
ผมจะหยุดทำอะไรที่ทำอยู่

52:05.122 --> 52:08.333
แล้วดูว่ามันใช่เอสยูวีสีดำที่ผมมองหาอยู่หรือเปล่า

52:08.834 --> 52:12.170
ตอนเวลา 21.15 น.ในคลิป

52:12.254 --> 52:15.382
จู่ๆ ผมก็ได้ยินเสียงผู้หญิงกรีดร้อง

52:16.133 --> 52:18.260
แล้วก็ได้ยินเสียงปืนสองนัด

52:18.343 --> 52:21.429
เสียงกรี๊ดขาดไป มันเงียบอยู่หกวินาที

52:21.513 --> 52:23.265
จากนั้นก็มีเสียงปืนนัดที่สาม

52:24.349 --> 52:27.811
ทีนี้ผมก็รู้แล้วว่าการฆาตกรรมเกิดขึ้นตอนไหน

52:27.894 --> 52:31.439
สิ่งแรกที่เราพยายามจะทำ
ไม่ใช่การยัดเธอเข้ารถจี๊ป

52:31.523 --> 52:33.900
แต่เป็นการเอาคอลินออกจากรถ

52:34.401 --> 52:36.403
เช็กเขาให้ละเอียด

52:36.486 --> 52:39.197
จนเขาไม่มีทางจะเป็นคนขับรถจี๊ปได้

52:39.990 --> 52:42.909
ทันทีที่ส่งโมไรอาห์แล้ว

52:42.993 --> 52:45.871
เราเห็นมอเตอร์ไซค์ของคอลินขับออกไป

52:47.831 --> 52:50.625
เราแกะรอยเส้นทางกลับบ้านของเขาได้

52:51.418 --> 52:54.504
ตอนอยู่ที่บ้าน เขาได้รับโทรศัพท์

52:55.130 --> 52:57.632
พิกัดมือถือเขาขึ้นว่าอยู่ที่บ้าน

52:57.716 --> 53:00.427
ในเวลาเดียวกับที่เสียงปืนดังขึ้น

53:00.510 --> 53:03.889
ทีนี้มันก็ยากมากที่เราจะบอกว่า

53:03.972 --> 53:05.682
"คอลินเป็นคนขับรถจี๊ป"

53:06.266 --> 53:08.185
ฉะนั้นก็เหลือแค่เธอที่ใช้รถได้

53:11.021 --> 53:14.983
ต่อมา ในวันเดียวกันนั้น
ผมก็ได้ข้อมูลจากแผนกตรวจวิถีกระสุน

53:15.066 --> 53:17.736
พวกเขาบอกว่าปืนที่เราเก็บมา

53:17.819 --> 53:19.863
ระหว่างที่ค้นบ้านของคอลิน

53:19.946 --> 53:24.034
คือกระบอกเดียวกันกับที่ใช้ก่อเหตุฆาตกรรมครั้งนี้

53:24.117 --> 53:28.663
มันเป็นปลอกกระสุนชนิดเดียวกัน
กับที่พบในอะพาร์ตเมนต์

53:29.372 --> 53:33.793
ณ เวลานั้นมีเพียงสองคน
ที่สามารถนำปืนกระบอกนี้มาใช้ได้

53:33.877 --> 53:35.378
คอลินกับเคทลิน

53:35.462 --> 53:37.881
และเพราะผมรู้ว่าคอลินอยู่ที่ไหนในช่วงเวลานั้น

53:37.964 --> 53:39.633
แต่ผมไม่รู้ว่าเคทลินอยู่ที่ไหน

53:39.716 --> 53:42.135
ผมเชื่อว่าเรามีเหตุอันควรสงสัยที่บ่งชี้ว่า

53:42.219 --> 53:46.640
เคทลินคือคนที่ก่อเหตุฆาตกรรมครั้งนี้เพียงพอแล้ว

53:46.723 --> 53:50.727
ดังนั้นในวันที่ 17 พฤษภาคม
ผมจึงออกหมายจับเคทลิน

53:50.810 --> 53:53.772
ปัญหาเดียวก็คือเคทลินไม่อยู่แล้ว

53:57.108 --> 54:00.403
ตำรวจ ตำรวจศาลสหรัฐฯ
และเอฟบีไอกำลังตามล่าตัว

54:00.487 --> 54:03.657
ฆาตกรที่ฆ่านักปั่นจักรยานวัย 25 ปี

54:03.740 --> 54:07.452
ผู้รักษากฎหมายกำลังขอให้
ประชาชนช่วยหาตัวเธอ

54:07.535 --> 54:11.498
ศาลท้องถิ่นได้ออกหมายจับอาร์มสตรอง
ในข้อหาฆาตกรรม

54:11.581 --> 54:14.584
ตำรวจศาลสหรัฐฯ
และหน่วยพิเศษตามล่าผู้ร้ายหลบหนี

54:14.668 --> 54:16.628
กำลังนำทีมตามล่าตัวผู้ร้ายรายนี้

54:16.711 --> 54:20.340
คิดว่าเธอกลับไปอยู่กับครอบครัวที่ดีทรอยต์ไหม

54:20.423 --> 54:21.800
ผมว่าเป็นไปได้สูงครับ

54:22.509 --> 54:25.971
หญิงเทกซัสซึ่งโดนข้อหาฆาตกรรม
นักปั่นชั้นแนวหน้ากำลังถูกตามล่าตัว

54:26.054 --> 54:30.183
หญิงวัย 34 ปีได้หายตัวไป
หลังจากเข้าให้ปากคำกับตำรวจ

54:30.267 --> 54:32.602
พวกเขาเชื่อว่านายหน้าและครูสอนโยคะรายนี้

54:32.686 --> 54:35.063
น่าจะยังอยู่ในพื้นที่ของออสติน

54:35.146 --> 54:37.691
เบาะแสชิ้นใหญ่ในตอนนี้คือรถของเธอ

54:37.774 --> 54:40.110
พวกเขากำลังหาจี๊ปแกรนด์เชโรกีสีดำ

54:40.694 --> 54:45.782
พวกสายสืบสืบจนรู้ว่า
เธอนำรถจี๊ปไปขายที่คาร์แม็กซ์

54:45.865 --> 54:49.911
ในคลิปของคาร์แม็กซ์
เธอกำลังตั้งค่าไอโฟนเครื่องใหม่ของเธอ

54:50.495 --> 54:53.873
เราเริ่มตรวจสอบเที่ยวบิน ตรวจสอบเที่ยวรถบัส

54:53.957 --> 54:56.626
ทุกๆ ช่องทางที่สามารถใช้หลบหนี

54:56.710 --> 54:59.379
เธอบินจากออสตินไปฮิวสตัน

54:59.462 --> 55:01.381
และจากฮิวสตันไปนิวยอร์ก

55:01.464 --> 55:06.052
เราพบว่าเธอไปหาน้องสาวที่อัปสเตตนิวยอร์ก

55:06.136 --> 55:09.639
เรายืนยันได้แล้วว่า
เคทลิน อาร์มสตรองลงจากเครื่อง

55:09.723 --> 55:12.517
ที่สนามบินในนวร์ก นิวเจอร์ซีย์

55:13.268 --> 55:16.855
ตำรวจศาลในนิวยอร์กพบคลิปที่ปรากฏภาพเคทลิน

55:17.439 --> 55:19.107
เดินอยู่ในสนามบิน

55:19.190 --> 55:21.234
และเธอเปลี่ยนทรงผมด้วย

55:21.318 --> 55:25.947
เธอพยายามทำให้ตัวเองดูเหมือนน้องสาว

55:26.031 --> 55:30.160
เรายังไม่สามารถยืนยันหรือระบุเที่ยวบินใดๆ

55:30.243 --> 55:34.622
ที่จองในชื่อเคทลิน อาร์มสตรอง
ซึ่งเดินทางออกจากสนามบินนวร์ก

55:34.706 --> 55:38.626
ไม่มีบันทึกว่าพาสปอร์ตของเคทลิน
ได้เดินทางออกนอกอเมริกา

55:38.710 --> 55:44.382
ผมเลยขอให้ตำรวจศาลฯในนิวยอร์ก
ลองเช็กพาสปอร์ตน้องสาวเธอ

55:44.466 --> 55:47.135
พวกเขาพบว่าพาสปอร์ตของน้องสาวเธอ

55:47.218 --> 55:50.805
ถูกใช้ขึ้นเครื่องจากนิวยอร์กไปยังคอสตาริกา

55:52.182 --> 55:55.226
เธอรู้ว่าเธอหน้าคล้ายกับน้องสาวมากพอ

55:55.310 --> 55:58.646
ที่จะใช้พาสปอร์ตน้องหลบหนีออกนอกประเทศ

56:00.148 --> 56:03.360
เราสืบจนได้ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงมา

56:03.443 --> 56:08.073
ว่าเคทลิน อาร์มสตรองเดินทาง
ไปคอสตาริกาด้วยเครื่องยูไนเต็ดแอร์ไลน์

56:08.865 --> 56:11.368
ตอนที่เธอหนีไป พวกเราแบบว่า…

56:12.744 --> 56:15.955
เราอึ้งไปเลยที่เธอสามารถ
หลบหนีออกนอกประเทศ

56:16.039 --> 56:18.416
ผมไม่เข้าใจ… ผมไม่รู้ว่ามันเป็นไปได้ไง

56:19.084 --> 56:24.381
ตำรวจศาลสหรัฐฯที่แกะรอยเส้นทาง
ของเคทลิน อาร์มสตรองได้พบเบาะแสใหม่

56:31.846 --> 56:35.892
ตอนนี้ทุกคนพยายามแกะรอย
เพื่อตามล่าตัวเธอเต็มกำลัง

56:35.975 --> 56:39.145
และเราก็เริ่มกังวลว่าเธออาจจะหลบหนี

56:41.064 --> 56:44.359
(การตามหาหญิงเทกซัสที่ต้องสงสัยว่า
ฆ่านักปั่นเวอร์มอนต์ยังดำเนินต่อ)

56:48.488 --> 56:52.367
ในระหว่างนี้ เราพยายามทำให้
รูปคดีของเราแน่นหนา

56:52.450 --> 56:54.994
เอาให้ชัดเจนว่ามันจะไม่มีข้อสงสัยอะไรอีก

56:55.078 --> 56:56.704
เรื่องที่เคทลิน อาร์มสตรองคือฆาตกร

56:58.331 --> 57:00.875
เรารู้ชัดตั้งแต่แรกๆ ว่าเคทลิน อาร์มสตรอง

57:00.959 --> 57:04.921
ถ้าไม่ปิดโทรศัพท์ก็คงเปิดโหมดเครื่องบินเอาไว้

57:05.004 --> 57:08.174
ดังนั้นบันทึกการใช้โทรศัพท์
ที่บ่อยครั้งจะเป็นประโยชน์

57:08.258 --> 57:10.343
ในการบอกว่าใครอยู่ในที่เกิดเหตุไหม

57:10.427 --> 57:13.304
จึงไม่มีประสิทธิภาพมากนักในคดีนี้

57:13.388 --> 57:15.890
เราก็เลยพยายามมองหาวิธีอื่น

57:15.974 --> 57:19.644
ซึ่งจะบอกได้ว่าเธออยู่ที่ไหนไปที่ไหน

57:19.727 --> 57:21.896
ในเวลาที่เกิดเหตุ

57:24.149 --> 57:28.069
ในระหว่างค้นบ้านของพวกเขา
เราได้ค้นรถจี๊ปของเคทลินด้วย

57:28.153 --> 57:32.031
ผมสังเกตเห็นว่ามันติดตั้งระบบอินโฟเทนเมนต์ไว้

57:32.949 --> 57:34.951
ผมไปหาแผนกนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล

57:35.034 --> 57:40.081
และถามว่ามันมีข้อมูลแบบไหนบ้าง
ที่ระบบอินโฟเทนเมนต์เก็บไว้

57:40.748 --> 57:43.877
อย่างหนึ่งที่พวกเขาบอกว่ามีเก็บไว้
คือบันทึกเส้นทาง

57:44.586 --> 57:46.171
ข้อมูลจีพีเอส

57:46.254 --> 57:49.966
เรารู้ว่ารถจี๊ปถูกเอาไปขายที่คาร์แม็กซ์

57:50.049 --> 57:53.178
ผมเลยไปคาร์แม็กซ์เพื่อไปหารถจี๊ปคันนั้น

57:54.387 --> 57:58.892
ผมค้นหาวิธีถอดอุปกรณ์ตัวนี้ออกมา

57:58.975 --> 58:01.019
จากคลิปต่างๆ

58:01.102 --> 58:03.605
แล้วก็ส่งไปให้หน่วยนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล

58:03.688 --> 58:07.525
ให้พวกเขาตรวจสอบดูว่า
ยังมีข้อมูลหลงเหลืออยู่ในเครื่องไหม

58:08.776 --> 58:11.738
เคทลินน่ะมีแววจะไปรุ่งเรื่องการงาน

58:11.821 --> 58:15.033
อันที่จริงคอลินบอกว่าเธอเป็นกูรูเรื่องการเงิน

58:15.116 --> 58:19.829
และเธอเป็นคนดูแลด้านการเงินทั้งหมดของบริษัท

58:19.913 --> 58:25.793
คอลินบอกผมว่าเขาให้เงินเคทลินไป
เพื่อลงทุนในบริษัท 40,000 ดอลลาร์

58:25.877 --> 58:28.129
เราเลยรู้ว่าเคทลินกำลังหลบหนี

58:28.213 --> 58:31.424
พร้อมกับมีเงินสดก้อนโตอยู่ในมือ

58:33.384 --> 58:36.137
เคทลินเป็นคนประเภทนั้นค่ะ

58:36.221 --> 58:40.433
คนแบบที่ถ้ามีไอเดียในหัว เธอก็ทำให้เป็นจริงได้

58:43.603 --> 58:47.941
ตำรวจศาลสหรัฐฯเกือบจะยอมแพ้แล้ว
เพราะพวกเขาหาเธอไม่เจอ

58:48.024 --> 58:49.651
พอคิดแบบนั้นแล้วผมก็กลัวเลยล่ะ

58:53.196 --> 58:56.783
เพราะเธอมีความสนใจในเรื่องโยคะอย่างมาก

58:56.866 --> 59:01.246
พวกเขาเลยติดใบโฆษณา
ในเมืองที่คิดว่าเธออาจจะอยู่

59:01.329 --> 59:03.665
ประกาศหาครูสอนโยคะ

59:08.169 --> 59:09.254
และที่ไม่น่าเชื่อ

59:10.421 --> 59:12.423
คือมีการติดต่อมา

59:14.342 --> 59:15.969
พวกเขาไปที่นั่น

59:17.512 --> 59:18.513
แล้วก็เห็นเธอ

59:20.890 --> 59:24.269
ใครคนหนึ่งถามเธอ
เธอใช่เคทลิน อาร์มสตรองไหม

59:25.979 --> 59:27.689
และเธอตอบว่าใช่

59:32.652 --> 59:36.072
ผมมาที่นี่เพื่อประกาศว่า
เคทลิน อาร์มสตรองได้ถูกจับกุม

59:36.155 --> 59:40.577
เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน
โดยเจ้าหน้าที่ต่างชาติในคอสตาริกา

59:40.660 --> 59:44.163
หลังจากการตามล่าตัวซึ่งกินเวลา 43 วัน

59:44.914 --> 59:46.583
(เจบีเอ็ม ศัลยกรรมตกแต่ง)

59:47.083 --> 59:48.626
หลังจากที่ถูกจับกุม

59:49.127 --> 59:53.298
เราพบว่าจริงๆ แล้วเธอไปทำศัลยกรรมพลาสติก

59:53.798 --> 59:56.593
เพื่อให้ตัวเองดูเหมือนน้องสาวมากขึ้น

59:56.676 --> 01:00:00.013
ฉันว่าเธอคงคิดว่าเธอฉลาดกว่าคนอื่นๆ

01:00:00.096 --> 01:00:01.764
และเธอคงจะลอยนวลไปได้

01:00:06.269 --> 01:00:10.189
ตอนนี้เคทลิน อาร์มสตรองถูกควบคุมตัว
อยู่ที่เรือนจำทราวิสเคาน์ตี

01:00:10.273 --> 01:00:14.902
และมีการตั้งวงเงินประกันตัวเธอ
ไว้ที่ 3.5 ล้านดอลลาร์

01:00:16.029 --> 01:00:20.408
แย่หน่อยที่ข้อมูลซึ่งถูกนำเสนอต่อสื่อที่ผ่านมา

01:00:20.491 --> 01:00:22.660
ไม่ตรงกับความจริงครับ

01:00:22.744 --> 01:00:26.414
ตำรวจมีส่วนได้ส่วนเสีย
ในการสร้างภาพให้กับคดีนี้

01:00:26.497 --> 01:00:29.584
เพื่อรองรับสมมติฐานเบื้องต้นและสิ่งที่ได้ทำไป

01:00:29.667 --> 01:00:33.087
เราตั้งตารอกระบวนการทางกฎหมายที่จะมีขึ้น

01:00:33.171 --> 01:00:36.299
และจะนำประเด็นเหล่านี้ไปว่ากันในศาล

01:00:39.636 --> 01:00:42.013
ก่อนการพิจารณาคดี 18 ถึง 19 วัน

01:00:42.096 --> 01:00:45.183
มีคนจากสำนักนายอำเภอมาหาผมและบอกว่า

01:00:45.266 --> 01:00:47.477
"วางกาแฟลงก่อน คุณต้องไม่เชื่อนี่แน่"

01:00:48.061 --> 01:00:50.605
เคทลิน อาร์มสตรองหลบหนี

01:00:51.189 --> 01:00:53.399
จากเรือนจำทราวิสเคาน์ตี

01:00:54.150 --> 01:00:56.319
เจ้าหน้าที่สองคนนำตัวเคทลิน อาร์มสตรอง

01:00:56.402 --> 01:00:58.488
ไปพบหมอตามนัดในเช้าวันพุธ

01:00:58.571 --> 01:01:02.992
เธอมีอาการบาดเจ็บ
ที่ทำให้ไม่อาจใส่ตรวนที่ขาได้

01:01:03.076 --> 01:01:05.328
ทำให้เธอต้องออกไปพบหมอข้างนอก

01:01:05.411 --> 01:01:07.622
และพวกเขาก็อนุญาตเธอ

01:01:07.705 --> 01:01:10.416
ทันทีที่เธอออกจากออฟฟิศหมอ เธอก็เผ่นเลย

01:01:11.668 --> 01:01:14.837
เจ้าหน้าที่กำลังไล่ตามนักโทษอยู่ในพื้นที่

01:01:14.921 --> 01:01:16.673
หลายหน่วยกำลังมุ่งหน้าไปช่วย

01:01:16.756 --> 01:01:18.216
เราได้ยินว่า

01:01:18.299 --> 01:01:21.969
ก่อนเหตุการณ์นั้น เธอเริ่มออกกำลังแบบหักโหม

01:01:22.053 --> 01:01:24.055
ดังนั้นเธอจะต้องคิดมาบ้างแล้วแน่นอน

01:01:24.138 --> 01:01:25.473
ก่อนที่จะหลบหนี

01:01:26.307 --> 01:01:32.480
เธอหนี และพวกเขาก็จับเธอได้
หลังจากวิ่งไป 1.5 กม.

01:01:33.815 --> 01:01:36.067
นั่นยิ่งเป็นหลักฐานที่ตอกย้ำว่า

01:01:36.150 --> 01:01:40.363
เคทลิน อาร์มสตรองคิดจริงๆ ว่า
เธอจะรอดจากเรื่องนี้ไปได้

01:01:40.446 --> 01:01:43.324
และเธอจะไม่ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เธอทำ

01:01:43.408 --> 01:01:45.785
แบบที่คนอื่นๆ อาจจะต้องรับ

01:01:56.254 --> 01:01:57.505
ให้ตายสิ

01:02:05.763 --> 01:02:08.975
เวลาฉันเปิดลิ้นชักในห้องเธอ

01:02:09.058 --> 01:02:11.310
ฉันชอบหยิบข้าวของขึ้นมา

01:02:11.394 --> 01:02:14.147
แล้วก็เอาหน้าไปซุกมันเพื่อดมกลิ่น

01:02:14.230 --> 01:02:17.233
บางครั้งมันทำให้รู้สึกดี และบางครั้งก็ทำให้รู้สึก…

01:02:17.900 --> 01:02:19.444
นั่นแหละ รู้สึกเศร้า

01:02:22.739 --> 01:02:26.868
ยิ่งฉันรู้สึกขอบคุณความจริงที่ว่าฉัน…

01:02:28.411 --> 01:02:32.457
ที่ว่าเราได้อยู่กับโมไรอาห์มา 25 ปีมากเท่าไร

01:02:33.207 --> 01:02:35.585
ฉันก็ยิ่งซาบซึ้งใจกับเรื่องนั้น

01:02:35.668 --> 01:02:38.963
และไม่จมกับความสูญเสีย

01:02:39.547 --> 01:02:40.506
และ…

01:02:41.716 --> 01:02:47.305
แต่มันก็ไม่ได้ง่ายเลย
เพราะฉันยังอยากให้เธออยู่ที่นี่ และ…

01:02:49.015 --> 01:02:50.224
และฉันคิดถึงเธอ

01:02:52.185 --> 01:02:54.562
(โมไรอาห์)

01:03:00.943 --> 01:03:01.944
โมไรอาห์

01:03:02.028 --> 01:03:04.363
โอเค โอเคไหมคะแม่

01:03:04.447 --> 01:03:06.365
- รักนะ
- รักนะ

01:03:09.452 --> 01:03:11.120
ภาพสวยมากเลย

01:03:12.705 --> 01:03:14.081
สวัสดีทุกคน

01:03:14.165 --> 01:03:15.625
สวัสดี

01:03:37.396 --> 01:03:39.690
ความเศร้าเหมือนแอ่งโคลนยักษ์

01:03:40.983 --> 01:03:44.320
เราสามารถเดินรอบมันรอบแล้วรอบเล่า

01:03:45.279 --> 01:03:48.157
วนเวียนอยู่รอบมันไปตลอดทั้งชีวิต

01:03:49.367 --> 01:03:52.328
หรือไม่ก็เดินตัดมันไปเลย

01:03:52.829 --> 01:03:54.622
แล้วออกมาที่อีกฝั่ง

01:03:59.001 --> 01:04:00.795
(ออสติน เทกซัส)

01:04:03.089 --> 01:04:06.717
การพิจารณาคดีฆาตกรรมที่ทุกคนตั้งตารอ
เริ่มต้นขึ้นแล้วที่ออสตินครับ

01:04:07.718 --> 01:04:11.806
คดีนี้ได้รับความสนใจจากสื่อต่างประเทศ

01:04:11.889 --> 01:04:15.101
มีกลุ่มผู้สื่อข่าวจำนวนมากอยู่ที่นั่น

01:04:15.184 --> 01:04:20.898
มีคนเข้าชม มีคนทวีตสด
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องพิจารณาคดี

01:04:20.982 --> 01:04:24.193
เคทลิน อาร์มสตรองยิงสังหาร
โมไรอาห์ วิลสันจริงหรือไม่

01:04:24.277 --> 01:04:27.113
นั่นคือคำถามที่ลูกขุนจะเป็นผู้ตอบ

01:04:27.697 --> 01:04:31.701
บางครั้งเวลาที่ไม่มีหลักฐานโดยตรง
ไม่มีพยาน ไม่มีคลิปการสังหาร

01:04:31.784 --> 01:04:35.329
มันเพียงพอแล้วที่ลูกขุน
จะใช้เป็นเหตุผลในการยกฟ้อง

01:04:42.336 --> 01:04:45.256
หลักฐานจะปรากฏออกมาว่าเคทลิน อาร์มสตรอง

01:04:45.965 --> 01:04:50.344
ไม่ได้อยู่ใกล้จุดที่คุณวิลสันถูกสังหารเลย

01:04:50.428 --> 01:04:54.599
ตามข้อกล่าวหาในย่อหน้าที่หนึ่งของคำฟ้อง
คุณจะให้การยังไง

01:04:54.682 --> 01:04:55.600
ไม่ได้ทำค่ะ

01:04:55.683 --> 01:04:59.478
ตามข้อกล่าวหาในย่อหน้าที่สองของคำฟ้อง
คุณจะให้การยังไง

01:04:59.562 --> 01:05:00.396
ไม่ได้ทำค่ะ

01:05:00.479 --> 01:05:01.772
เชิญนั่งลงได้ค่ะ

01:05:04.984 --> 01:05:11.866
เราจะเริ่มด้วยการบอกข้อมูล
ตัวละครหลักทั้งสามคนนะครับ

01:05:14.076 --> 01:05:16.454
คนที่หนึ่งคือโม วิลสัน

01:05:18.456 --> 01:05:21.626
ตัวละครหลักคนที่สองคือคอลิน สตริกแลนด์

01:05:22.251 --> 01:05:26.088
และคนที่สาม
คุณเคทลิน อาร์มสตรอง ผู้เป็นจำเลย

01:05:26.172 --> 01:05:27.965
ซึ่งอาศัยอยู่กับคอลิน

01:05:28.049 --> 01:05:31.344
และมีความสัมพันธ์กันแบบรักๆ เลิกๆ

01:05:32.553 --> 01:05:34.805
เคทลิน อาร์มสตรองไม่พอใจ

01:05:34.889 --> 01:05:37.224
ที่คอลินยังคงติดต่อ

01:05:38.809 --> 01:05:41.729
กับโม วิลสัน
หลังจากที่พวกเขาจบความสัมพันธ์กัน

01:05:41.812 --> 01:05:47.193
ช่างเป็นวิธีที่ง่ายและยอดเยี่ยมจริงๆ
ในการป้ายสีผู้หญิงเพื่อสร้างเรื่องขึ้น

01:05:47.860 --> 01:05:49.987
หญิงที่แค้นเพราะถูกทิ้ง

01:05:50.863 --> 01:05:54.158
เธอต้องถูกนำเสนอออกมา

01:05:54.241 --> 01:05:57.995
ในฐานะนังโรคจิตขี้หึง เพื่อสร้างแรงจูงใจ

01:05:59.497 --> 01:06:02.667
โมยังเด็กมาก ยังมีชีวิตอีกยาวไกลรออยู่

01:06:02.750 --> 01:06:06.003
เป้าหมายหลักของผม
คือทำให้เคทลิน อาร์มสตรองได้รับโทษ

01:06:07.004 --> 01:06:09.465
ฉันเป็นคนที่สองที่ขึ้นให้การ

01:06:09.548 --> 01:06:12.343
จู่ๆ มันก็แบบ "ลุกขึ้น เราจะขึ้นไปแล้ว"

01:06:12.426 --> 01:06:14.637
"เราจะให้คุณสาบาน มันเริ่มแล้ว"

01:06:15.429 --> 01:06:19.392
มันไม่มีทางที่คุณจะเตรียมตัวรับมือ
สถานการณ์แบบนี้ได้จริงๆ

01:06:19.475 --> 01:06:20.768
การต้องยืนที่คอกพยาน

01:06:20.851 --> 01:06:23.646
และตรงหน้ามีเคทลิน อาร์มสตรองมองจ้องมา

01:06:25.481 --> 01:06:28.359
ตอนนั้นจิตใจฉันจดจ่อสุดๆ เลย

01:06:28.442 --> 01:06:30.903
เหมือนฉันหลุดเข้าไปในภวังค์

01:06:30.987 --> 01:06:35.533
แบบว่า "นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด
ที่ฉันอาจจะทำได้ในชีวิตแล้ว"

01:06:35.616 --> 01:06:37.660
"ฉันอยากเห็นความยุติธรรมบังเกิด

01:06:37.743 --> 01:06:42.665
และฉันอยากทำให้ดีที่สุดเพื่อเพื่อนของฉัน"

01:06:43.666 --> 01:06:47.420
คืนนั้นฉันสู้เพื่อโมด้วยทุกอย่างที่ฉันมี

01:06:48.671 --> 01:06:53.384
ตั้งแต่วินาทีที่ถึงบ้าน ฉันเริ่มทำการปั๊มหัวใจ

01:06:53.467 --> 01:06:56.470
มันเป็นสิบนาทีที่ยาวนานที่สุดในชีวิตฉันเลย

01:06:57.972 --> 01:07:00.391
ตอนที่ลงมาจากคอกพยาน

01:07:00.474 --> 01:07:04.145
ฉันมองตาเคทลิน อาร์มสตรอง

01:07:04.729 --> 01:07:06.522
และมันว่างเปล่า

01:07:07.273 --> 01:07:09.316
ไม่มีอะไรในนั้นเลย

01:07:12.278 --> 01:07:13.863
นี่ มานี่สิ

01:07:17.908 --> 01:07:20.661
อาจมีคนเข้ามาในนี้ นี่อาจเป็นจักรยาน โอเคนะ

01:07:20.745 --> 01:07:21.829
ดูสิ

01:07:21.912 --> 01:07:27.793
เรามีหลักฐานว่าเคทลิน อาร์มสตรอง
ลากจักรยานของโมไปโยนทิ้งในพงหญ้า

01:07:27.877 --> 01:07:29.295
ทางโน้น

01:07:30.296 --> 01:07:31.464
โอเค

01:07:31.547 --> 01:07:33.716
รหัส 432 เจอจักรยานแล้ว

01:07:36.218 --> 01:07:39.722
ผมไม่รู้ว่าเธอทำไปเพื่อเยาะเย้ยโมหรือเปล่า

01:07:40.389 --> 01:07:42.767
หรือเธอตั้งใจจะให้มันดูเป็นการปล้น

01:07:44.435 --> 01:07:48.147
เรื่องหนึ่งที่ทรมานใจสุดๆ
คือตอนที่พวกเขาเข็นจักรยานเธอเข้ามา

01:07:48.230 --> 01:07:51.817
พอเห็นจักรยานของเธอ ฉันก็สะเทือนใจ

01:07:52.651 --> 01:07:54.195
ครับ ผมจำได้

01:07:55.696 --> 01:07:57.281
มันอยู่ในถุง

01:08:04.246 --> 01:08:05.748
นั่นจักรยานของเธอ

01:08:06.415 --> 01:08:09.210
มันคือสิ่งที่เธอแคร์ คือความสุขของเธอ

01:08:11.629 --> 01:08:13.547
ตอนที่พวกเขาได้จักรยานมา

01:08:13.631 --> 01:08:17.384
พวกเขาเอามันไปตรวจดีเอ็นเอกับรอยนิ้วมือ

01:08:17.468 --> 01:08:21.472
ผมให้พวกเขาตรวจสอบตัวรถ
รวมถึงข้าวของบนนั้นอีกสองสามจุด

01:08:21.555 --> 01:08:23.057
เพื่อความแน่ใจ

01:08:23.140 --> 01:08:26.227
เราเอามันไปเทียบกับดีเอ็นเอที่เก็บจากเคทลิน

01:08:26.310 --> 01:08:29.939
ผลการเปรียบเทียบบอกว่าดีเอ็นเอเคทลิน

01:08:30.022 --> 01:08:32.024
อยู่บนตัวจักรยานจริงๆ

01:08:32.108 --> 01:08:37.154
คำอธิบายที่เรียบง่าย
มีตรรกะ และสมเหตุสมผลที่สุด

01:08:37.238 --> 01:08:40.157
ที่ดีเอ็นเอของจำเลยไปอยู่บนตัวรถคันนี้

01:08:40.241 --> 01:08:42.409
คือจำเลยแตะต้องรถตอนที่เธอออกมา

01:08:43.244 --> 01:08:46.205
เธอเอาจักรยานออกมา แล้วเอาไปทิ้งข้างนอก

01:08:46.997 --> 01:08:52.711
ทุกๆ คนที่ยกจักรยานคันนี้
ทำกับมันแบบเดียวกันหมด

01:08:55.965 --> 01:09:02.263
ผมรู้สึกโกรธมากกับท่าทาง
ของทนายโคเฟอร์ตอนที่ยกจักรยาน

01:09:02.763 --> 01:09:05.850
มันดูไม่เคารพกันสักเท่าไร

01:09:05.933 --> 01:09:08.853
และที่น่าประหลาดใจ คือตรงนี้

01:09:09.478 --> 01:09:14.483
นี่คือบริเวณที่ไม่มีการเก็บดีเอ็นเอ

01:09:14.567 --> 01:09:19.446
ถ้าเกิดผลมันออกมาเป็นของคนที่ไม่รู้จักล่ะ

01:09:24.743 --> 01:09:25.828
(30 ตุลาคม ปี 2023)

01:09:27.538 --> 01:09:31.041
คือมันทรมานใจเราทุกคน
การต้องอยู่ในห้องนั้นกับอาร์มสตรอง

01:09:31.125 --> 01:09:34.753
- และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง…
- ใช่

01:09:34.837 --> 01:09:37.590
คือแน่นอน มันทรมานใจเรา

01:09:37.673 --> 01:09:39.258
ในนั้นมันหนาวๆ แบบบอกไม่ถูก

01:09:39.341 --> 01:09:41.093
- และมันแบบ…
- ใช่ มันดูนิ่งไปหมด

01:09:41.177 --> 01:09:44.096
ผมไม่รู้สึกอะไรเท่าไรด้วยซ้ำ เพราะแบบว่า…

01:09:44.180 --> 01:09:46.682
ผมรู้สึกเหมือนมันไม่ใช่… พื้นที่

01:09:46.765 --> 01:09:50.019
ที่ส่งให้เรารู้สึกอะไรสักอย่าง

01:09:50.102 --> 01:09:53.981
พอเห็นเธอไม่แสดงอารมณ์ออกมาเลย

01:09:54.064 --> 01:09:55.816
ที่แม่เห็นมีแต่ก้อนหิน

01:09:55.900 --> 01:09:57.818
พอแม่มองเธอ เธอเหมือนก้อนหิน

01:09:58.652 --> 01:10:02.489
เป็นพักๆ ที่แม่มองไปและคิดว่า "มันพอจะมี…"

01:10:03.407 --> 01:10:07.411
"มันพอจะมีความอ่อนโยนอยู่ในหัวใจดวงนั้นไหม"

01:10:07.494 --> 01:10:10.915
"หัวใจเธอมันมีเนื้อหนังไหม หรือมันเป็นก้อนหิน"

01:10:11.415 --> 01:10:12.917
แม่ไม่รู้

01:10:15.753 --> 01:10:19.006
คนที่จะให้การในวันที่สาม
ของการพิจารณาคดีเคทลิน อาร์มสตรอง

01:10:19.089 --> 01:10:23.010
คือคอลิน สตริกแลนด์
แฟนหนุ่มที่รักๆ เลิกๆ ของอาร์มสตรอง

01:10:24.345 --> 01:10:28.807
พอเห็นคอลินที่คอกพยาน มันก็สะเทือนใจ

01:10:30.017 --> 01:10:36.232
ที่ศาล เขาดูเหมือนไม่ใช่คนเดียวกัน
กับก่อนหน้าที่โมไรอาห์จะตาย

01:10:38.734 --> 01:10:42.279
การต้องเจอคอลินต่อหน้าทำให้ฉันปวดใจมาก

01:10:42.363 --> 01:10:45.908
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
เมื่อฉันโทษเขาไว้ซะเยอะเรื่อง…

01:10:46.909 --> 01:10:49.828
เรื่องที่เขาปั่นหัวทั้งโมไรอาห์และเคทลิน

01:10:49.912 --> 01:10:52.748
วันนี้คอลิน สตริกแลนด์ตอบคำถามของทนาย

01:10:52.831 --> 01:10:57.336
แบบแบ่งรับแบ่งสู้
แถมเขายังนั่งเบี่ยงตัวออกไปและยกมือบัง

01:10:57.419 --> 01:11:00.047
เหมือนเขาพยายามจะไม่มองอาร์มสตรอง

01:11:00.965 --> 01:11:02.383
ท่าทางของเขามันบอกว่า

01:11:03.467 --> 01:11:05.010
"ผมไม่อยากอยู่ที่นี่"

01:11:05.094 --> 01:11:06.387
เขาหันหน้าหนี

01:11:06.470 --> 01:11:08.180
เขาก้มหน้าลงบ่อยๆ

01:11:08.264 --> 01:11:10.516
เขาก้มตัวแทบชิดกับไมโครโฟน

01:11:10.599 --> 01:11:13.018
เขาเอามือจับหัวไว้แบบนี้

01:11:13.102 --> 01:11:14.937
ตาเขาก็ปิดบ่อยๆ

01:11:15.020 --> 01:11:18.482
และเขาก็แทบไม่มองคนที่ถามคำถามเขา

01:11:18.565 --> 01:11:20.359
ไม่ว่าจะเราหรืออีกฝ่าย

01:11:21.443 --> 01:11:25.030
ตอนที่คอลินถูกถามในการซักค้าน

01:11:25.114 --> 01:11:27.324
ว่าเขารู้จักจำเลยไหม

01:11:27.408 --> 01:11:29.535
เขาออกมาแล้วก็พูดว่า "ไม่"

01:11:30.911 --> 01:11:35.624
ฉันคิดว่ามันเป็นการบอกว่า
"ผมคิดว่าผมรู้จัก แต่ผมไม่"

01:11:36.292 --> 01:11:38.961
เขามีข้อมูลที่สำคัญมาก

01:11:39.461 --> 01:11:42.506
ในการช่วยประกอบสำนวนคดีนี้
เพื่อคืนความยุติธรรมให้โม

01:11:43.007 --> 01:11:44.842
และผมไม่ชอบเลยตรงที่…

01:11:46.385 --> 01:11:49.013
บางครั้งเขาก็ดูจะลังเลสุดๆ

01:11:49.096 --> 01:11:52.349
และผมก็อยากบอกเขาว่า "เถอะน่า ไอ้หนุ่ม"

01:11:53.392 --> 01:11:56.520
"ทำแบบนี้เหอะ ตัวเองจะได้สบาย"

01:11:58.230 --> 01:12:00.816
อัยการได้เปิดข้อความ
ระหว่างสตริกแลนด์กับอาร์มสตรอง

01:12:00.899 --> 01:12:02.192
จากเดือนตุลาคมปี 2021

01:12:02.276 --> 01:12:05.779
นั่นคือตอนที่วิลสันกับสตริกแลนด์เจอกันที่ออสติน

01:12:05.863 --> 01:12:09.575
ข้อความที่ดูเหมือนอาร์มสตรอง
จะส่งถึงสตริกแลนด์บอกว่า

01:12:09.658 --> 01:12:13.037
"ฉันรู้จักคุณดีถึงรู้ว่าคุณ
ไม่พายัยนั่นไปมีทีเออร์หรอก"

01:12:13.120 --> 01:12:16.665
สตริกแลนด์บอกว่า "ยัยนั่น" หมายถึงวิลสัน

01:12:17.333 --> 01:12:19.626
ลูกขุนยังได้ดูข้อความที่ส่งถึงสตริกแลนด์

01:12:19.710 --> 01:12:24.048
ซึ่งมีคลิปยิงปืนที่สนามยิงปืนสักแห่ง

01:12:24.840 --> 01:12:26.383
ถึงจะมองไม่เห็นหน้าคนยิง

01:12:26.467 --> 01:12:29.762
แต่สตริกแลนด์ให้การว่า
เขาเชื่อว่าเป็นอาร์มสตรอง

01:12:30.596 --> 01:12:34.641
คอลินดันมาเจอเหตุการณ์โชคร้ายแบบสุดๆ

01:12:35.309 --> 01:12:38.354
ฉันว่าเขาไม่ได้คาดคิด

01:12:38.437 --> 01:12:42.274
หรือตั้งใจให้เรื่องมันออกมาเป็นแบบนี้

01:12:42.358 --> 01:12:45.986
แต่ฉันก็ไม่คิดว่าเราจะสามารถมองเรื่องนี้

01:12:46.070 --> 01:12:48.906
โดยปฏิเสธว่าเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องได้

01:12:51.158 --> 01:12:53.827
ผมรู้สึกหงุดหงิดที่การโกหกของเขา

01:12:53.911 --> 01:12:58.415
ทำให้เกิดฉากทัศน์หรือสถานการณ์
ที่นำไปสู่การตายของโม

01:12:58.499 --> 01:13:01.418
แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ไม่ใช่คนลั่นไก

01:13:01.502 --> 01:13:02.878
เขาไม่ได้ฆ่าเธอ

01:13:03.712 --> 01:13:07.758
และตามความเห็นผม
ในตัวเคทลิน อาร์มสตรองไม่มีอะไรเลย

01:13:07.841 --> 01:13:09.718
ที่บอกกับคอลินว่า

01:13:09.802 --> 01:13:12.763
"ฉันระวังไว้ดีกว่า ผู้หญิงคนนี้อาจฆ่าคนได้"

01:13:12.846 --> 01:13:14.973
ผมคิดว่าเขาน่าจะคาดไม่ถึง

01:13:15.474 --> 01:13:18.185
และถ้าเขารู้ก่อน เขาอาจไม่ทำอะไรแบบที่ทำ

01:13:23.941 --> 01:13:27.069
เราอยากให้แพม มาซัก
มาเป็นพยานปากสุดท้ายของเรา

01:13:27.569 --> 01:13:30.572
เพื่อสรุปรูปคดีทั้งหมด ข้อมูลทั้งหมด

01:13:30.656 --> 01:13:34.159
โดยเรียงลำดับตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง

01:13:34.743 --> 01:13:37.246
(ผมออกมาแต่เช้ากับเพื่อนที่มาจากแอชวิลล์)

01:13:37.329 --> 01:13:42.751
จากมือถือคอลิน เราพบว่า
เขาเซฟชื่อโมไรอาห์ไว้ว่าคริสทีน วอลล์

01:13:42.835 --> 01:13:43.752
(คริสทีน วอลล์)

01:13:43.836 --> 01:13:47.464
ประมาณ 16.45 น. คอลินถามโมไรอาห์ว่า

01:13:47.548 --> 01:13:51.135
อยากให้เขาขี่มอเตอร์ไซค์ไปรับไหม

01:13:51.218 --> 01:13:55.722
เคทลินเข้าถึงข้อมูลของเขาได้หลายอย่าง

01:13:55.806 --> 01:13:57.391
และที่บ้านเขาก็มีไอแพด

01:13:57.474 --> 01:14:01.437
และเป็นไปได้สูงมากๆ
ที่เธอจะสามารถดูข้อความทั้งหมด

01:14:01.520 --> 01:14:03.856
ระหว่างคอลินกับโมไรอาห์

01:14:03.939 --> 01:14:05.816
(คริสทีน วอลล์)
(คืนนี้คุณมีแผนไหม)

01:14:06.608 --> 01:14:08.152
เวลาประมาณ 16.49 น.

01:14:08.235 --> 01:14:12.364
โมไรอาห์ส่งที่อยู่ของที่พักไปให้คอลิน

01:14:13.157 --> 01:14:15.117
ทีนี้ ถึงชื่อจะเป็นคริสทีน วอลล์

01:14:16.076 --> 01:14:20.789
แต่โมไรอาห์ส่งรูปเธอปั่นจักรยานไปด้วย

01:14:21.790 --> 01:14:26.545
เพราะงั้นเคทลินรู้ชัดเจนว่าเธอนี่แหละที่เขานัด

01:14:29.256 --> 01:14:31.425
เคทลินออกจากบ้าน

01:14:31.508 --> 01:14:34.595
และเราเชื่อว่าเธอพกปืนมาด้วย

01:14:35.596 --> 01:14:39.766
เธอมุ่งหน้าไปตามถนนลามาร์
เพื่อเข้าย่านดาวน์ทาวน์

01:14:40.976 --> 01:14:46.940
แล้วเธอก็เลี้ยวซ้าย
เข้าสู่สายหกตะวันตก และตรงไป

01:14:47.524 --> 01:14:51.570
ซึ่งจะพาไปถึงดีปเอ็ดดี้ หรือละแวกนั้น

01:14:52.070 --> 01:14:57.034
แต่แล้วเธอก็เลี้ยวกลับ
และมุ่งหน้าทางตะวันออก เข้าสายห้า

01:14:57.784 --> 01:15:01.705
จากนั้นรถของเธอก็ขับวนรอบอีกช่วงตึกหนึ่ง

01:15:01.788 --> 01:15:04.666
มันเหมือนเธอพยายามคิดว่าจะเอาไงดี

01:15:04.750 --> 01:15:09.338
แล้วเธอก็เข้าไปจอดที่ลานจอดรถ
เธอนั่งอยู่ตรงนั้นราวๆ หนึ่งนาที

01:15:10.047 --> 01:15:13.300
ฉันไม่รู้ว่าทีแรก
เธอแค่จะไปเผชิญหน้ากับพวกเขาหรือเปล่า

01:15:13.383 --> 01:15:17.429
เวลาหึงหวง คนอาจจะตะคอก กรี๊ด ตบ ดึงผม

01:15:17.513 --> 01:15:19.556
แต่เรื่องมันไม่ได้เป็นแบบนั้น

01:15:19.640 --> 01:15:20.724
(19.30 น.)

01:15:20.807 --> 01:15:25.479
เธอนั่งอยู่หนึ่งนาที จากนั้นก็ตัดสินใจปิดมือถือ

01:15:26.897 --> 01:15:30.317
แล้วรถจี๊ปของเธอก็เริ่มมุ่งหน้าไปทางตะวันออก

01:15:30.400 --> 01:15:32.819
มุ่งตรงไปละแวกบ้านของแคช

01:15:35.322 --> 01:15:40.494
ตำแหน่งรถจี๊ปของเคทลินตรงกันเป๊ะ
กับในคลิปกล้องวงจรปิด

01:15:42.788 --> 01:15:45.040
เธอขับวนรอบชุมชนนั้น

01:15:45.123 --> 01:15:50.003
และจุดที่เธอจอดรถนั่งรอก็มีสามจุดเป็นอย่างน้อย

01:15:50.087 --> 01:15:52.005
(19.52 น.)

01:15:52.089 --> 01:15:56.009
เราเห็นโมไรอาห์กับคอลินกลับมา

01:15:56.093 --> 01:15:58.470
เคทลินขับวนรอบช่วงตึก

01:15:59.805 --> 01:16:02.391
กระทั่งเธอเห็นพวกเขามาถึงบ้าน

01:16:07.354 --> 01:16:08.939
(20.29 น.)

01:16:09.022 --> 01:16:11.441
พวกเขาอยู่ห่างกันแค่ช่วงตึกเดียว

01:16:12.276 --> 01:16:14.236
เธอรอให้คอลินกลับไป

01:16:17.864 --> 01:16:22.411
ฉันรู้ว่ามันลงเอยยังไง
แต่ก็ยังทำใจดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยาก

01:16:23.829 --> 01:16:26.331
เรื่องที่น่ากลัวที่สุดเรื่องหนึ่งที่เราได้รู้มา

01:16:26.415 --> 01:16:31.628
คือเรื่องที่เธอขับวนรอบบ้านแคชอยู่นานมาก

01:16:31.712 --> 01:16:33.589
มันบอกว่าเธอตั้งใจแค่ไหน

01:16:36.717 --> 01:16:39.636
พูดง่ายๆ คือเธอสะกดรอยตาม

01:16:41.597 --> 01:16:46.268
มันน่าทึ่งมากที่เราสามารถ
ปะติดปะต่อทั้งหมดนั้นเข้าด้วยกันได้

01:16:46.351 --> 01:16:49.396
และมัน… หลักฐานดิจิทัลนั่น

01:16:49.479 --> 01:16:52.024
ก็แทบจะเป็นพยานอีกปากในศาล

01:16:53.191 --> 01:16:57.571
คุณจะกล่าวหาว่าข้อมูลโกหกไม่ได้

01:16:59.072 --> 01:17:00.574
เขาส่งเธอตอน 8.35 น.

01:17:01.658 --> 01:17:02.909
จากนั้นคอลินก็กลับบ้าน

01:17:05.120 --> 01:17:07.748
เขามีจอดรถที่เอ็มแอลเคตอน 8.38 น.

01:17:07.831 --> 01:17:09.041
ห่างสองสามช่วงตึก

01:17:10.000 --> 01:17:12.044
จากจุดที่เขาส่งโม

01:17:12.127 --> 01:17:15.589
แล้วก็ส่งข้อความหาเคทลินเรื่องธุระที่เขามาทำ

01:17:15.672 --> 01:17:17.174
บอกว่า "เสร็จแล้ว"

01:17:17.257 --> 01:17:19.134
"ให้ซื้อของกินเข้าไปไหม"

01:17:19.217 --> 01:17:20.469
เธอไม่ตอบ

01:17:23.930 --> 01:17:27.476
ทันทีที่เขาไป เธอก็ขับวนรอบตรอกนั้น

01:17:27.559 --> 01:17:29.728
เธอจอดรถจี๊ป

01:17:29.811 --> 01:17:32.481
แล้วก็นั่งอยู่ในรถสักพักหนึ่ง

01:17:33.982 --> 01:17:35.525
โมไรอาห์ไขกุญแจประตู

01:17:35.609 --> 01:17:37.027
เธอเข้าไป

01:17:37.110 --> 01:17:43.450
จากนั้นก็ส่งข้อความถึง
นักจัดรายการพอดแคสต์ราวๆ 21.13 น.

01:17:43.533 --> 01:17:44.993
ไม่กี่นาทีต่อมา

01:17:45.077 --> 01:17:48.997
ก็มีเสียงกรีดร้องและเสียงปืนดัง

01:17:49.081 --> 01:17:51.583
ปังๆ!

01:17:52.709 --> 01:17:53.960
ยิงสองนัด

01:17:55.295 --> 01:17:57.005
นัดหนึ่งที่ศีรษะด้านหน้า

01:17:58.090 --> 01:17:59.966
อีกนัดที่ศีรษะด้านข้าง

01:18:00.050 --> 01:18:03.345
มันโดนนิ้วชี้เธอ ก่อนจะทะลุไป

01:18:04.888 --> 01:18:07.891
หลังจากเงียบอยู่สี่ห้าวิฯ

01:18:08.642 --> 01:18:10.185
เคทลิน อาร์มสตรอง

01:18:10.852 --> 01:18:12.312
ยืนอยู่เหนือร่างโม วิลสัน

01:18:13.021 --> 01:18:14.564
แล้วยิงนัดที่สาม

01:18:15.107 --> 01:18:16.733
เข้าที่หัวใจของโม วิลสัน

01:18:18.819 --> 01:18:21.154
เสียงกรีดร้องที่ได้ยินนั้น มันยัง…

01:18:22.239 --> 01:18:23.323
ยังรบกวนจิตใจฉันอยู่เลย

01:18:23.990 --> 01:18:27.452
ฉันพยายามที่จะไม่ฟังมัน มันทำใจยากมากค่ะ

01:18:34.710 --> 01:18:35.669
(31 ต.ค. ปี 2023)

01:18:36.753 --> 01:18:40.674
(วันตัดสิน)
(16 พ.ย. ปี 2023)

01:18:45.137 --> 01:18:47.222
ฉันเริ่มทำใจไว้ว่า

01:18:47.305 --> 01:18:49.224
"ถ้าเกิดเธอไม่ติดคุกล่ะ"

01:18:50.058 --> 01:18:53.145
มันจะเป็นยังไงกับครอบครัววิลสัน
มันจะเป็นยังไงกับฉัน

01:18:56.940 --> 01:19:00.944
ผมรู้สึกตึงเครียด กังวล

01:19:02.696 --> 01:19:04.823
มันขึ้นอยู่กับคน 12 คน

01:19:06.408 --> 01:19:11.788
ทุกอย่างที่เราทำไป ทั้งหมดขึ้นอยู่กับคณะลูกขุน

01:19:11.872 --> 01:19:13.999
ถ้าเกิดพวกเขาไม่ชอบหรือไม่ซื้อขึ้นมา

01:19:14.082 --> 01:19:16.710
หรือถ้ามีแค่สักคนที่ไม่ชอบหรือไม่ซื้อขึ้นมา

01:19:17.294 --> 01:19:18.378
เราก็จบเห่

01:19:19.921 --> 01:19:25.051
(ท่านเบรนด้า เคนเนดี)
(ผู้พิพากษาศาลแขวงรัฐ)

01:19:29.431 --> 01:19:31.349
จำเลยโปรดลุกขึ้นยืนค่ะ

01:19:34.895 --> 01:19:39.649
ในคดีหมายเลข ดี 1 ดีซี 22301129

01:19:39.733 --> 01:19:42.569
คำตัดสินของลูกขุนในข้อหาฆาตกรรม

01:19:42.652 --> 01:19:46.072
เราคณะลูกขุนตัดสินว่า
จำเลยเคทลิน อาร์มสตรอง

01:19:46.156 --> 01:19:47.824
มีความผิดฐานฆาตกรรม

01:19:47.908 --> 01:19:51.787
ศาลจึงพิพากษาลงโทษจำคุกคุณ 90 ปี

01:19:51.870 --> 01:19:53.789
ที่เรือนจำของกรมราชทัณฑ์เทกซัส

01:19:53.872 --> 01:19:57.667
และปรับ 10,000 ดอลลาร์ตามที่ลูกขุนกำหนด

01:19:57.751 --> 01:19:59.044
เชิญนั่งได้ค่ะ

01:20:01.296 --> 01:20:03.715
ครอบครัวโจทก์มีอะไรจะพูดไหม

01:20:03.799 --> 01:20:04.883
ค่ะท่าน

01:20:16.853 --> 01:20:18.814
เคทลิน อาร์มสตรอง

01:20:21.733 --> 01:20:25.153
ฉันไม่แน่ใจว่าคำพูดเหล่านี้
จะเข้าถึงหัวใจคุณได้ไหม

01:20:25.237 --> 01:20:26.738
แต่ฉันจะพยายาม

01:20:28.406 --> 01:20:31.034
ฉันเกลียดสิ่งที่คุณทำกับลูกสาวที่น่ารักของฉัน

01:20:32.869 --> 01:20:35.622
มันเห็นแก่ตัวและขี้ขลาดมากๆ

01:20:36.331 --> 01:20:38.792
พฤติกรรมรุนแรงเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมน่ะ

01:20:39.459 --> 01:20:41.253
มันขี้ขลาด

01:20:42.003 --> 01:20:46.132
เพราะคุณไม่เลือกเผชิญหน้าเธอตรงๆ
แบบลูกผู้หญิงด้วยกัน

01:20:46.216 --> 01:20:48.385
และคุยกันแบบมีอารยะ

01:20:49.052 --> 01:20:50.720
เธอคงจะฟังคุณ

01:20:51.388 --> 01:20:53.682
เธอเป็นผู้ฟังชั้นยอด

01:20:54.349 --> 01:20:57.269
เธอคงจะแคร์ความรู้สึกของคุณ

01:20:57.352 --> 01:21:00.230
เธอเป็นคนใส่ใจและช่างเห็นอกเห็นใจ

01:21:00.939 --> 01:21:04.317
ถ้าคุณยอมให้ตัวเองได้รู้จักเธอจริงๆ

01:21:04.401 --> 01:21:08.446
คุณคงไม่มีวันนึกอยากจะทำร้ายเธอ

01:21:09.739 --> 01:21:12.117
ตอนที่คุณยิงโมไรอาห์ที่หัวใจ

01:21:12.200 --> 01:21:15.245
คุณก็ยิงหัวใจฉันด้วย

01:21:16.204 --> 01:21:20.250
คุณยิงหัวใจอีริคกับแมตต์ด้วย

01:21:26.882 --> 01:21:31.845
ผมไม่รู้ว่าทำไมพระเจ้าถึงปล่อยให้มันเกิดขึ้น
แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว

01:21:33.346 --> 01:21:36.391
เราเชื่อว่าจะมีสิ่งดีๆ ตามมาจากเรื่องนี้

01:21:40.478 --> 01:21:44.190
มันอาจจะช่วยใครสักคนได้ในอนาคต…

01:21:46.443 --> 01:21:48.778
เรื่องแบบนี้จะได้ไม่เกิดขึ้น

01:22:03.293 --> 01:22:05.295
คดีนี้ไม่มีใครเป็นฝ่ายชนะ

01:22:06.212 --> 01:22:08.506
นี่ไม่ใช่เวลาฉลอง

01:22:09.049 --> 01:22:10.592
แต่เป็นเวลาสวดภาวนา

01:22:11.843 --> 01:22:13.678
เวลาสวดภาวนาให้ครอบครัวเรา

01:22:14.346 --> 01:22:17.557
เพื่อนๆ ของเรา ครอบครัวอาร์มสตรอง

01:22:17.641 --> 01:22:18.642
และเพื่อนๆ พวกเขา

01:22:19.476 --> 01:22:21.811
เรื่องเศร้าเรื่องนี้เป็นตัวอย่างชั้นเลิศ

01:22:21.895 --> 01:22:25.482
ว่าทำไมความซื่อสัตย์และซื่อตรงจึงสำคัญ

01:22:25.565 --> 01:22:27.359
ในความสัมพันธ์ส่วนตัวของเรา

01:22:28.485 --> 01:22:32.989
และความไม่ซื่อสัตย์นั้น
บ่อยครั้งจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่ได้ตั้งใจ

01:22:33.907 --> 01:22:37.452
การบงการจิตใจอย่างเห็นแก่ตัว
ความริษยา และความเกลียดชัง

01:22:37.535 --> 01:22:39.537
ไม่เคยนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดี

01:22:40.789 --> 01:22:42.832
ความรุนแรงไม่เคยเป็นวิธีการที่ดี

01:22:43.416 --> 01:22:45.335
มันมีแต่นำไปสู่ความทุกข์ที่เท่าทวี

01:22:47.128 --> 01:22:49.130
ชีวิตเราเปลี่ยนไปตลอดกาล

01:22:50.131 --> 01:22:53.218
แต่เมื่อเราผ่านบททดสอบอันท้าทายนี้มาแล้ว

01:22:53.802 --> 01:22:58.014
เราก็พร้อมที่จะก้าวต่อไป
และเยียวยาจิตใจเราต่อ

01:22:59.349 --> 01:23:03.269
และเราจะทำเช่นนี้
ด้วยความเข้มแข็งของโมไรอาห์

01:23:03.353 --> 01:23:06.940
ความมุ่งมั่น ความอ่อนโยน และความอารี

01:23:07.607 --> 01:23:10.443
เพราะเรารู้ว่านี่คงเป็นสิ่งที่เธออยากให้เราทำ

01:23:25.000 --> 01:23:29.379
เรื่องนี้น่ะ ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ในชีวิตเธอ

01:23:29.462 --> 01:23:31.965
คงไม่นึกไม่ฝันว่าเธอจะทำอะไรแบบนี้ได้

01:23:32.048 --> 01:23:34.551
มันเลยทำให้เกิดคำถามพวกนี้ขึ้นมา แบบว่า

01:23:35.218 --> 01:23:37.178
"เราเคยรู้จักใครจริงๆ หรือเปล่า"

01:23:37.262 --> 01:23:39.389
แบบว่าผมทำอะไรแบบนั้นได้ไหม

01:23:39.472 --> 01:23:41.683
ทุกคนก็สามารถทำเรื่องแบบนั้นได้หรือเปล่า

01:23:43.518 --> 01:23:48.273
เรื่องนี้มันยังเป็นอะไรที่เข้าใจยากอยู่เลย

01:23:49.232 --> 01:23:51.776
และเวลาที่ฉันโกรธขึ้นมา

01:23:51.860 --> 01:23:53.236
ฉันก็ได้แต่คิดว่า

01:23:53.319 --> 01:23:57.282
"ยัยเด็กโง่ เคทลิน อาร์มสตรอง ยัยเด็กโง่"

01:23:57.991 --> 01:23:59.784
"ดูสิ่งที่เธอทำไปสิ"

01:24:17.927 --> 01:24:22.098
เคทลิน อาร์มสตรอง
พรากหลายสิ่งหลายอย่างไปจากพี่สาวผม

01:24:22.182 --> 01:24:23.975
พรากชีวิตพี่สาวผม

01:24:24.476 --> 01:24:25.810
อิสรภาพของพี่

01:24:26.853 --> 01:24:30.273
โอกาสที่จะได้สัมผัสโลกของพี่

01:24:30.356 --> 01:24:33.568
โอกาสที่จะได้มีความสุขของพี่

01:24:34.527 --> 01:24:38.281
และผลลัพธ์ที่สาสมมันก็มีแค่แบบเดียว

01:24:38.364 --> 01:24:42.869
คือเธอก็ไม่ควรได้สัมผัส
กับประสบการณ์แบบนั้นเหมือนกัน

01:24:43.953 --> 01:24:45.455
ไปตลอดทั้งชีวิต

01:25:09.979 --> 01:25:12.107
ในระบบความเชื่อของฉัน

01:25:12.190 --> 01:25:16.653
เมื่อไหร่ก็ตามที่เราเลือก
และมันมีผลลัพธ์ที่ไม่ดีตามมา

01:25:16.736 --> 01:25:19.447
เราจะหนีไปเฉยๆ ไม่ได้

01:25:20.448 --> 01:25:23.409
เพราะมันเป็นเรื่องของความถูกต้อง…

01:25:25.286 --> 01:25:27.288
และการรับผิดชอบในสิ่งที่ทำไป

01:25:32.252 --> 01:25:34.546
มันเป็นคดีที่ไร้เหตุผลสิ้นดี

01:26:05.410 --> 01:26:07.745
เดี๋ยวนี้ชีวิตผมก็เป็นแบบนี้แหละครับ

01:26:07.829 --> 01:26:10.206
แค่… อยู่คนเดียวอู่

01:26:12.709 --> 01:26:15.670
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ
อะไรๆ มันอยู่เหนือการควบคุมของผม

01:26:15.753 --> 01:26:18.548
ผมเลยย่อโลกของตัวเองให้เล็กลง

01:26:18.631 --> 01:26:21.134
จะได้รู้สึกว่าคุมอะไรได้บ้าง

01:26:21.217 --> 01:26:24.304
หลายอย่างมันบานปลายจนเกินควบคุม

01:26:32.228 --> 01:26:35.231
ผมเสียใจกับทุกอย่าง
ละอายใจกับทุกอย่างที่ทำไป

01:26:37.275 --> 01:26:40.236
ผมแม่งไม่น่ามาเริ่มแข่งจักรยานเลย

01:26:41.362 --> 01:26:43.281
จะได้ไม่เจอเคทลิน

01:26:44.324 --> 01:26:46.075
ไม่เจอโมไรอาห์

01:26:47.285 --> 01:26:50.872
ไม่ได้คุย… กับโมไรอาห์เป็นการส่วนตัว

01:26:52.498 --> 01:26:53.666
ทุกเรื่องนั่นแหละ

01:26:54.918 --> 01:26:56.544
เพราะมันนำมาสู่จุดนี้

01:27:10.767 --> 01:27:13.728
ฉันเจอนี่ในร้านขายของมือสอง
ตอนที่กำลังตัดสินใจว่า

01:27:13.811 --> 01:27:18.066
ฉันเข้มแข็งพอที่จะย้ายกลับมาอยู่ที่นี่แล้วหรือยัง

01:27:18.149 --> 01:27:21.986
และฉันหยิบมันจากบนกำแพงที่มีรูปอยู่ 300 ใบ

01:27:22.070 --> 01:27:24.322
มันมีรูปจักรยานเล็กๆ กำลังออกไปจากกรอบ

01:27:24.405 --> 01:27:27.700
ซึ่งเข้ากับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในตอนนี้

01:27:27.784 --> 01:27:30.411
มันมีดอกไม้บานตรงนี้ แปลว่ามีความหวังอยู่บ้าง

01:27:31.246 --> 01:27:33.289
แล้วก็ข้อความ "ไปกับเธอตลอดทาง"

01:27:33.373 --> 01:27:39.337
พอเห็นมันปุ๊บ ฉันก็ตื้นตันใจแบบสุดๆ เลยค่ะ

01:27:42.465 --> 01:27:43.549
ตอนที่ฉันย้ายกลับมา

01:27:43.633 --> 01:27:47.679
ฉันอยากให้ที่นี่มันดูสดใสและเบิกบาน

01:27:47.762 --> 01:27:50.598
ฉันเลยอยากให้บนกำแพงมีสีสันที่หลากหลาย

01:27:50.682 --> 01:27:53.726
ฉันอยากให้ทุกๆ อย่าง
ที่ฉันเอากลับเข้ามาในบ้านหลังนี้

01:27:53.810 --> 01:27:55.979
เป็นสิ่งที่เลือกมาอย่างดีและสร้างความสุข

01:27:57.689 --> 01:28:02.860
ทุกคนคิดว่าฉันคงจะไม่กลับมาอยู่บ้าน

01:28:02.944 --> 01:28:07.198
ทั้งเจ้าของบ้าน ทั้งพ่อฉันเอาแต่ถาม

01:28:07.282 --> 01:28:09.826
ว่าจะเริ่มขนของของฉันออกเมื่อไหร่ดี

01:28:09.909 --> 01:28:12.704
และฉันก็ลังเลสุดๆ เลยค่ะ

01:28:13.288 --> 01:28:15.456
เพราะอะไรไม่รู้

01:28:16.499 --> 01:28:19.460
ฉันรู้สึกผูกพันกับที่นั่นและถูกมันดึงดูดอย่างแรง

01:28:21.587 --> 01:28:23.214
พอฉันมองย้อนกลับไป

01:28:23.298 --> 01:28:25.842
วันสุดท้ายของชีวิตเธอมันช่างงดงามมากๆ

01:28:25.925 --> 01:28:28.678
เราหัวเราะด้วยกันเยอะมาก

01:28:28.761 --> 01:28:30.805
เราทำอาหารเช้ากับกาแฟ

01:28:30.888 --> 01:28:32.890
เธอออกไปขี่จักรยาน

01:28:32.974 --> 01:28:37.103
เราคุยกันเรื่องชีวิต ผู้ชาย และครอบครัว

01:28:37.186 --> 01:28:42.317
และมันเป็นวันสุดท้ายที่งดงามจริงๆ

01:28:42.400 --> 01:28:44.485
สำหรับฉันมันศักดิ์สิทธิ์มากค่ะ

01:28:45.570 --> 01:28:48.448
ฉันอยากรักษาเรื่องนั้นไว้

01:28:49.949 --> 01:28:51.492
ฉันรู้สึกถึงเธอได้ที่นั่น

01:28:51.576 --> 01:28:54.620
สัมผัสความสุขของเธอได้ที่นั่น

01:28:55.413 --> 01:29:00.084
และฉันสามารถรับมันมา ดึงมันมาใช้ได้

01:29:00.793 --> 01:29:04.339
ฉันคิดว่าเธอคงภูมิใจ
เธอคงภูมิใจที่ฉันไม่ได้ยอมแพ้

01:29:12.555 --> 01:29:16.017
ตอนเป็นเด็ก ผมไปเบิร์กกับโมไรอาห์
และตอนนี้ก็มาเป็นโค้ช

01:29:16.601 --> 01:29:18.144
ตั้งแถวที่เส้นแดงนะ

01:29:19.228 --> 01:29:21.564
การได้อยู่กับเด็กๆ ในชุมชน

01:29:22.482 --> 01:29:25.193
มันไม่เพียงแต่ดีต่อใจในหลายๆ แง่

01:29:25.276 --> 01:29:28.112
มิลลีส์ไปทริลเลียม ไปแมคกิลล์

01:29:28.196 --> 01:29:30.490
ไปมูสดูซ ไปโมไรอาห์แอสเซนต์

01:29:31.908 --> 01:29:34.660
ผมคิดถึงสิ่งที่โมพูดอยู่บ่อยๆ

01:29:36.287 --> 01:29:40.124
เวลาที่ผมอยากหลุดพ้นจากปัญหา

01:29:40.208 --> 01:29:43.586
พี่จะบอกให้ผมไปปั่นจักรยาน

01:29:45.463 --> 01:29:48.424
พยายามสร้างโมเมนตัมให้ได้สักหน่อย

01:29:50.176 --> 01:29:53.054
แล้วขยับไปทีละก้าว

01:30:01.479 --> 01:30:05.191
เมื่อทางเริ่มชันขึ้น ก็ถึงเวลาต้องฮึดกันหน่อย

01:30:06.109 --> 01:30:09.612
เพื่อค้นหาเกียร์ถัดไปซึ่งหายากยิ่งในตัวของเรา

01:30:12.490 --> 01:30:16.869
ฉันเลยปิดสมองแล้วให้ร่างกายนำทาง

01:30:18.037 --> 01:30:21.499
ทุ่มพลังงานทุกส่วนไปไว้ที่ขา

01:30:21.582 --> 01:30:24.627
ขณะออกแรงปั่นสุดกำลังเท่าที่มนุษย์จะทำได้

01:30:27.922 --> 01:30:33.094
ฉันมุ่งหน้าไปต่อสู่จุดที่ลึก
และมืดมิดซึ่งมีแต่ความว่างเปล่า

01:30:36.180 --> 01:30:40.268
ฉันเชื่อว่านี่คือหนึ่งในความรู้สึก
ที่นักปั่นทุกคนต่างมีชีวิตอยู่เพื่อมัน

01:30:41.227 --> 01:30:42.520
การรีดพลังจนหมดสิ้น

01:30:46.023 --> 01:30:47.984
มันเป็นความย้อนแย้งที่งดงาม

01:30:48.067 --> 01:30:51.529
การรีดพลังตัวเอง
กลับเป็นประสบการณ์ที่เติมเต็มได้

01:30:53.406 --> 01:30:56.492
นี่คือหนึ่งในจุดที่ฉันชอบของการแข่งมาโดยตลอด

01:30:57.368 --> 01:30:59.954
และฉันก็ตั้งตารอที่จะมีช่วงเวลาแบบนี้อีกครั้งแล้ว

01:31:26.022 --> 01:31:29.066
สู้เขาโม สู้เขา ขึ้นไปเลย

01:31:29.609 --> 01:31:31.068
เยี่ยมโม!

01:31:35.698 --> 01:31:38.201
โม ไปเลยโม!

01:31:38.284 --> 01:31:41.287
ขึ้นเนินไปเลย สู้เขา โม!

01:31:41.913 --> 01:31:44.499
ไปๆ!

01:32:16.656 --> 01:32:19.700
(ในปี 2023 ครอบครัววิลสัน
ได้ก่อตั้งมูลนิธิโมไรอาห์ วิลสันขึ้น)

01:32:19.784 --> 01:32:21.661
(เพื่อรำลึกถึงโมไรอาห์และสิ่งที่เธอทิ้งไว้)

01:32:21.744 --> 01:32:24.372
(และสานต่อความตั้งใจของเธอ
ในการทำเพื่อชุมชนต่อไป)

01:32:25.164 --> 01:32:27.166
(มูลนิธิส่งเสริมการใช้ชีวิตที่มีสุขภาวะ)

01:32:27.250 --> 01:32:29.961
(และการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน
ผ่านการสนับสนุนองค์กร)

01:32:30.044 --> 01:32:33.381
(ที่มุ่งขยายการเข้าถึงกิจกรรมสันทนาการ
กีฬาและโปรแกรมการศึกษา)

01:32:33.965 --> 01:32:37.218
(ปั่นเพื่อนโม)
