WEBVTT

00:00:15.015 --> 00:00:16.516 align:center
(UNTOLD)

00:00:20.061 --> 00:00:21.604 align:center
(พิพิธภัณฑ์หลอน
ลาสเวกัส เนวาดา)

00:00:21.688 --> 00:00:24.816 align:center
ผมเพิ่งมาทำงานที่นี่ได้แค่ไม่กี่เดือน

00:00:24.899 --> 00:00:26.568 align:center
แล้วเจ้านายก็พูดกับผมว่า

00:00:26.651 --> 00:00:29.779 align:center
"นี่ นิทรรศการแกลเลอรีศิลปะที่เราจัดอยู่น่ะ

00:00:29.863 --> 00:00:31.072 align:center
ฉันจะรื้อออกหมดเลยนะ

00:00:31.156 --> 00:00:33.199 align:center
เพราะฉันมีงานจัดแสดงชิ้นใหม่

00:00:33.283 --> 00:00:34.701 align:center
นายไม่เชื่อแน่ว่าฉันได้อะไรมา"

00:00:35.410 --> 00:00:36.536 align:center
พอเดินเข้ามาในห้อง

00:00:36.619 --> 00:00:41.332 align:center
เขาจัดวางเตียง โต๊ะข้างเตียง

00:00:41.416 --> 00:00:44.461 align:center
และกระจกจากห้องนั้นขึ้นมาใหม่

00:00:44.544 --> 00:00:46.463 align:center
ห้องที่ลามาร์ โอดอมเคยใช้เสพยาเกินขนาด

00:00:47.005 --> 00:00:48.715 align:center
และนี่ก็เป็นเตียงหลังนั้นเลย

00:00:51.634 --> 00:00:52.761 align:center
โอดอมบุกเข้าหาห่วง

00:00:53.511 --> 00:00:55.597 align:center
กระโดดชู้ตกลางอากาศ ลงไปแล้ว

00:00:56.306 --> 00:00:58.850 align:center
นี่คือสถานที่

00:00:58.933 --> 00:01:02.353 align:center
ที่ผมได้รับประสบการณ์ชวนสะเทือนขวัญที่สุด
ที่เคยเจอมาเลย

00:01:03.021 --> 00:01:05.648 align:center
เหมือนมีอะไรขาวๆ ไหลออกมาจากปากเขา

00:01:05.732 --> 00:01:06.983 align:center
ให้พวกเขารีบมาเลยนะคะ

00:01:07.776 --> 00:01:12.739 align:center
ยังไงไม่ทราบได้
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เดอะเลิฟแรนช์

00:01:12.822 --> 00:01:15.784 align:center
ตามมาหลอกหลอนผมถึงที่ทำงานใหม่
ในพิพิธภัณฑ์หลอนแห่งนี้

00:01:16.826 --> 00:01:18.453 align:center
ไบรอันต์ส่งให้โอดอม โอดอม…

00:01:18.536 --> 00:01:19.579 align:center
ยัดลงไปเต็มแรง

00:01:19.662 --> 00:01:20.955 align:center
เรื่องนี้เป็นที่พูดถึงกันให้ทั่ว

00:01:21.039 --> 00:01:24.042 align:center
ใครๆ ก็กำลังพูดถึงโคลอี้ คาร์เดเชียน
กับลามาร์ โอดอม

00:01:24.125 --> 00:01:26.419 align:center
โคลอี้ คาร์เดเชียนแต่งงานกับลามาร์ โอดอม

00:01:26.503 --> 00:01:28.588 align:center
ในงานแต่งสุดหรูที่เนืองแน่นด้วยแขกดังๆ

00:01:28.671 --> 00:01:31.299 align:center
โอดอมควงลูกอ้อมหลัง ล้อกันเล่นใช่ไหม

00:01:32.300 --> 00:01:33.593 align:center
ผมกลัวความตายนะ

00:01:34.302 --> 00:01:36.805 align:center
ผมกลัวที่จะไม่ได้อยู่ตรงนี้อีก

00:01:36.888 --> 00:01:40.100 align:center
หลังจากเป็นข่าวพาดหัว
เรื่องยาเสพติดและปัญหาชีวิตคู่

00:01:40.183 --> 00:01:41.935 align:center
โอดอมก็ถูกจับกุมตัว

00:01:42.560 --> 00:01:44.479 align:center
ลองนึกดูสิ ถ้าลามาร์ โอดอมตาย

00:01:44.562 --> 00:01:46.272 align:center
แล้วพวกเขาต้องฝังผมล่ะ

00:01:47.023 --> 00:01:49.901 align:center
ลามาร์ โอดอมถูกพบหมดสติในซ่อง

00:01:49.984 --> 00:01:51.486 align:center
เส้นเลือดสมองแตกหลายจุด สมองเสียหาย

00:01:51.569 --> 00:01:54.531 align:center
เขายังไม่ฟื้น และอาการวิกฤตมาก

00:01:56.241 --> 00:01:58.910 align:center
ผมเส้นเลือดในสมองแตก 12 ครั้ง
หัวใจวายหกครั้ง

00:01:58.993 --> 00:02:01.704 align:center
นั่นไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลย

00:02:02.288 --> 00:02:03.957 align:center
รู้ไหมว่านี่ใคร

00:02:04.666 --> 00:02:06.167 align:center
นี่ลูกชายคุณ

00:02:07.168 --> 00:02:09.921 align:center
เราเรียกเขาว่าแอลเจ

00:02:10.004 --> 00:02:12.132 align:center
ผมตายไปสามวัน

00:02:12.715 --> 00:02:13.800 align:center
แต่ผมรอดมาได้

00:02:14.384 --> 00:02:17.387 align:center
(UNTOLD)

00:02:18.513 --> 00:02:22.308 align:center
(ความตายและชีวิตของลามาร์ โอดอม)

00:02:30.400 --> 00:02:31.693 align:center
หายใจเข้าทางจมูก

00:02:34.737 --> 00:02:36.197 align:center
รับรู้ถึงลมหายใจเข้า

00:02:37.907 --> 00:02:38.992 align:center
ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออก

00:02:41.619 --> 00:02:43.037 align:center
รู้สึกถึงเท้าของคุณ

00:02:45.165 --> 00:02:46.624 align:center
ผ่อนคลายต้นขา

00:02:49.669 --> 00:02:51.921 align:center
ส่งความรู้สึกนั้นไล่ขึ้นมาตามกระดูกสันหลัง

00:02:53.923 --> 00:02:55.717 align:center
รู้สึกถึงลมหายใจที่ไหลเข้ามา

00:02:56.217 --> 00:02:57.927 align:center
แล้วหายใจออก

00:03:00.638 --> 00:03:01.931 align:center
ก็ประมาณนั้น

00:03:02.432 --> 00:03:04.058 align:center
(เอ็นบีเอ รอบชิงชนะเลิศ 1998)

00:03:04.142 --> 00:03:07.312 align:center
เวลาผมอธิบายวิธีการที่ผมใช้

00:03:07.395 --> 00:03:10.481 align:center
ตลอด 25 ปีของการเป็นโค้ช

00:03:10.565 --> 00:03:13.026 align:center
เราใช้คำว่า "หนึ่งลมหายใจ หนึ่งจิต"

00:03:13.109 --> 00:03:15.778 align:center
ผมอยากให้นักกีฬาทุกคนซึมซับ

00:03:15.862 --> 00:03:21.201 align:center
สิ่งที่ผมเชื่อว่าเป็นหนทางใช้ชีวิตที่ถูกต้อง
หรืออย่างน้อยก็เป็นหนทางที่เหมาะสม

00:03:21.284 --> 00:03:24.579 align:center
เพราะผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญ
ที่พวกเขาจะเติบโตต่อไปในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง

00:03:24.662 --> 00:03:28.625 align:center
ผมมักจะบอกว่านี่คือการเปลี่ยนแปลงตัวตน
ไม่ใช่แค่แลกเปลี่ยนผลประโยชน์

00:03:28.708 --> 00:03:31.961 align:center
และเป็นการทำความเข้าใจแต่ละคน
ในแบบที่เขาเป็น

00:03:32.545 --> 00:03:36.341 align:center
ช่วงปิดฤดูกาลของทีมเลเกอร์สเริ่มต้นขึ้น
โดยคนคาดหวังว่าพวกเขาจะชนะ 70 เกมขึ้นไป

00:03:36.424 --> 00:03:38.635 align:center
แต่ตอนนี้พวกเขามีปัญหาเดิมที่ต้องจัดการ

00:03:38.718 --> 00:03:43.097 align:center
นั่นคือความสัมพันธ์เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย
ระหว่างโคบี ไบรอันต์กับชาคีล โอนีล

00:03:43.181 --> 00:03:45.433 align:center
คนอยากให้ผมลดระดับการเล่นลง

00:03:45.516 --> 00:03:46.809 align:center
ผมไม่ทำแบบนั้นแน่

00:03:46.893 --> 00:03:48.561 align:center
ผมอยากเป็นผู้เล่นที่เล่นเพื่อทีมมาตลอด

00:03:48.645 --> 00:03:51.231 align:center
ถ้าผมไม่ใช่หมาใหญ่ บ้านนี้ก็ไม่มีคนเฝ้าแน่

00:03:51.314 --> 00:03:53.316 align:center
โคบีบอกว่า "ไม่สำคัญว่าใครเป็นคนคุมทีม

00:03:53.399 --> 00:03:55.485 align:center
แต่ใครก็ห้ามเข้าค่ายซ้อมในสภาพอ้วนและไม่ฟิต"

00:03:55.568 --> 00:03:59.197 align:center
โคบีอยากได้แหวนแชมป์โดยไม่มีชาคีล โอนีล

00:04:00.073 --> 00:04:03.952 align:center
ปี 2004 ชาครู้สึกว่าเขาถูกหักหลังนิดๆ

00:04:04.035 --> 00:04:07.330 align:center
ผู้บริหารตัดสินใจเลือกสนับสนุนโคบี

00:04:07.413 --> 00:04:10.458 align:center
และสร้างทีมโดยให้เขาเป็นแกนหลักระยะยาว

00:04:10.541 --> 00:04:12.794 align:center
พาดหัวข่าวใหญ่ของลีกคืนนี้

00:04:12.877 --> 00:04:16.130 align:center
ลอสแอนเจลิส เลเกอร์สกับไมอามี ฮีต
ตกลงแลกตัวผู้เล่นกัน

00:04:16.214 --> 00:04:19.717 align:center
โดยจะส่งชาคีล โอนีล
หนึ่งในผู้เล่นเซนเตอร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล

00:04:19.801 --> 00:04:21.219 align:center
ไปยังเซาท์ฟลอริดาที่มีแดดจ้า

00:04:21.302 --> 00:04:23.680 align:center
ชาคเลยถูกย้ายออกไป โคบีได้อยู่ต่อ

00:04:23.763 --> 00:04:26.641 align:center
และลามาร์ก็เข้ามาในดีลแลกตัวนี้

00:04:26.724 --> 00:04:29.477 align:center
พวกเขาย้ายชาคีล โอนีลไปไมอามี
โดยแลกกับผู้เล่นสามคน

00:04:29.560 --> 00:04:32.397 align:center
ที่จะทำให้รายชื่อผู้เล่นของแอลเอ
ดูต่างไปจากเดิมสุดๆ

00:04:32.480 --> 00:04:35.233 align:center
ทีมนี้กำลังเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ครับ

00:04:35.316 --> 00:04:37.151 align:center
และไม่รู้ว่ามันจะเปลี่ยนไปทิศทางไหน

00:04:37.235 --> 00:04:39.862 align:center
เรามีผู้เล่นดาวรุ่งหลายคน

00:04:39.946 --> 00:04:42.573 align:center
ที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง และผมก็ตื่นเต้นมากเลย

00:04:42.657 --> 00:04:45.952 align:center
จากโรดไอแลนด์ ลามาร์ โอดอมครับ

00:04:46.035 --> 00:04:48.121 align:center
มันบ้ามาก เพราะก่อนหน้านั้นผมอยู่ทีมคลิปเปอร์ส

00:04:48.204 --> 00:04:51.791 align:center
ส่งให้โอดอม โอดอมลุยจากเส้นหลังอีกครั้ง

00:04:51.874 --> 00:04:53.459 align:center
ตอนนั้นผมคิดตลอดว่า

00:04:54.377 --> 00:04:56.629 align:center
"ให้ตาย ฝั่งนั้นดูดีชะมัด"

00:04:56.713 --> 00:04:59.507 align:center
แล้วผมก็ย้ายจากคลิปเปอร์สไปฮีต

00:04:59.590 --> 00:05:02.593 align:center
แล้วก็ย้ายมาเลเกอร์ส
มันเหมือนฝันที่เป็นจริงเลย

00:05:03.344 --> 00:05:07.098 align:center
กับลามาร์ ก็มีบางอย่างที่เราต้องปรับเขา

00:05:07.181 --> 00:05:08.641 align:center
เพื่อให้เขาเล่นเข้ากับทีม

00:05:08.725 --> 00:05:12.770 align:center
เขาเคยเจอเหตุการณ์หนึ่ง
เขาเคยถูกคลิปเปอร์สสั่งพักการแข่ง

00:05:12.854 --> 00:05:16.107 align:center
ผมผิดหวังในตัวเองนะ

00:05:16.190 --> 00:05:17.817 align:center
ที่จัดการตัวเองได้ไม่ดี

00:05:17.900 --> 00:05:20.486 align:center
เรื่องใช้สารเสพติด หรืออะไรก็ตามที่คนเรียกกัน

00:05:20.570 --> 00:05:24.282 align:center
หลังจากนั้น เขาก็ถูกแลกตัวไปไมอามี

00:05:24.365 --> 00:05:25.950 align:center
นี่คือทีมใหม่ของผม

00:05:26.034 --> 00:05:29.162 align:center
เขาเป็นผู้เล่นที่ไม่คุ้นเคยกับวินัย

00:05:29.245 --> 00:05:32.373 align:center
หรือการฝึกซ้อมที่เข้มข้น

00:05:32.457 --> 00:05:34.792 align:center
หนึ่งถึงสอง ซ้อมวิ่งตามเส้นสนาม

00:05:34.876 --> 00:05:38.254 align:center
แต่คุณก็เห็นได้เลยว่าเขามีความยิ่งใหญ่อยู่ในตัว

00:05:38.338 --> 00:05:40.465 align:center
เลเกอร์สได้บอล มาดูกันว่าจะทำแต้มได้ไหม

00:05:40.548 --> 00:05:42.467 align:center
ลามาร์ โอดอมอาจได้ฟาวล์ด้วย

00:05:42.550 --> 00:05:44.052 align:center
เป็นไงล่ะ

00:05:44.135 --> 00:05:46.888 align:center
และเพื่อนร่วมทีมก็คอยสนับสนุนเขาจริงๆ

00:05:46.971 --> 00:05:50.767 align:center
มันคือชุมชนหนึ่งเลย และลามาร์ก็รักการอยู่ในทีม

00:05:51.351 --> 00:05:52.185 align:center
มันคือครอบครัวของเขา

00:05:53.936 --> 00:05:55.563 align:center
(ควีนส์ นิวยอร์ก)

00:05:55.646 --> 00:05:58.399 align:center
วิชาโฮมรูมจะนั่งตามลำดับตัวอักษรค่ะ

00:05:58.483 --> 00:06:02.320 align:center
นามสกุลฉันขึ้นต้นด้วยตัวเอ็ม ของเขาตัวโอ
เราเลยเจอกันแทบจะวันแรกเลย

00:06:03.529 --> 00:06:06.949 align:center
บางครั้งฉันก็เห็นเขานั่งท้ายรถบัส
ซึ่งเป็นที่นั่งของเด็กเท่ๆ

00:06:07.533 --> 00:06:09.327 align:center
แต่ถ้าวันไหนฉันไม่เห็นเขาบนรถ

00:06:09.410 --> 00:06:11.579 align:center
นั่นเพราะเขาจะมาหลังระฆังโฮมรูมดัง

00:06:11.662 --> 00:06:13.373 align:center
บางครั้งเขาก็จะมาแบบกำลังผูกเนกไท

00:06:13.456 --> 00:06:16.125 align:center
เหมือนแต่งตัวยังไม่เสร็จ ยังแปรงฟันอยู่

00:06:16.209 --> 00:06:17.877 align:center
เขาใช้ชีวิตตามจังหวะของตัวเองเสมอ

00:06:19.003 --> 00:06:21.839 align:center
ตอนนั้นฉันคบอยู่กับคนคนหนึ่งที่เขารู้จัก

00:06:21.923 --> 00:06:24.634 align:center
ฉันจำได้ว่าฉันร้องไห้อยู่ในวิชาโฮมรูม

00:06:24.717 --> 00:06:28.346 align:center
ลามาร์ก็พูดว่า "อย่าร้องไห้เพราะหมอนั่นเลย
ให้โอกาสฉันบ้าง"

00:06:29.180 --> 00:06:30.681 align:center
เขามีเสน่ห์เสมอเลยค่ะ

00:06:30.765 --> 00:06:32.892 align:center
ตอนนั้นฉันยังไม่รู้หรอกว่ามันเรียกว่าเสน่ห์

00:06:32.975 --> 00:06:35.603 align:center
ทุกคนถูกดึงดูดเข้าหาเขา

00:06:35.686 --> 00:06:37.230 align:center
ฉันไม่ใช่คนพิเศษอะไรเลย

00:06:38.314 --> 00:06:40.441 align:center
เขารู้วิธี…

00:06:40.525 --> 00:06:42.985 align:center
เขารู้วิธีทำให้คนหลงเสน่ห์ พูดแบบนั้นแล้วกัน

00:06:44.612 --> 00:06:48.491 align:center
นี่คือแผ่นรางวัลที่ได้จากสังฆมณฑลบรูคลินของเขา

00:06:48.574 --> 00:06:51.119 align:center
และจากการแข่งขันบาสเกตบอล

00:06:51.202 --> 00:06:55.331 align:center
นี่รูปเขาตอนเรียนมัธยมที่ไครสต์เดอะคิง

00:06:55.415 --> 00:06:57.208 align:center
เขาอยู่ตรงนี้

00:06:57.291 --> 00:07:00.586 align:center
เราย้ายมาควีนส์ปี 1957

00:07:00.670 --> 00:07:04.382 align:center
ตอนนั้นฉันอายุสี่ขวบ
แคธี่เพิ่งเกิดได้สองสัปดาห์

00:07:05.174 --> 00:07:08.219 align:center
แคธี่ท้องลามาร์ตอนอายุ 22

00:07:08.302 --> 00:07:13.266 align:center
ตอนเธอคลอดลามาร์
เธอจะตั้งชื่อเขาว่าลามอนต์

00:07:13.349 --> 00:07:17.186 align:center
ฉันบอกว่า "แคธี่ ชื่อนั้นมันนุ่มนิ่มไป
ตั้งชื่อว่าลามาร์เถอะ"

00:07:17.270 --> 00:07:19.480 align:center
เธอเลยให้ฉันตั้งชื่อเขาว่าลามาร์

00:07:19.564 --> 00:07:21.566 align:center
ตรงนี้คือรูปลามาร์

00:07:22.316 --> 00:07:25.820 align:center
กับลูกทูนหัวของฉัน หลานฉัน เชอร์ร็อด

00:07:25.903 --> 00:07:27.989 align:center
พ่อของลามาร์ชื่อโจ

00:07:28.072 --> 00:07:29.532 align:center
พวกเขาจัดงานแต่งใหญ่โต

00:07:29.615 --> 00:07:30.950 align:center
เป็นงานแต่งที่ใหญ่มาก

00:07:31.033 --> 00:07:34.871 align:center
หลังจากสักพัก ความสัมพันธ์ก็ห่างเหิน
กลายเป็นชีวิตแต่งงานที่ห่างเหิน

00:07:35.788 --> 00:07:38.249 align:center
พ่อของผม… เขาพ่ายแพ้ให้กับ…

00:07:38.332 --> 00:07:40.877 align:center
เขาพ่ายแพ้ให้กับยาเสพติด

00:07:41.711 --> 00:07:44.422 align:center
แม่ผมก็เลยทิ้งพ่อ เพราะพ่อไม่ยอมเลิก

00:07:44.505 --> 00:07:47.216 align:center
ผมเจอพ่อเดือนละครั้งได้มั้ง เขาจะแวะมาหา

00:07:47.300 --> 00:07:49.594 align:center
ให้เงินผมนิดหน่อย แล้วก็ไป

00:07:49.677 --> 00:07:53.556 align:center
แต่แม่ผมเป็นผู้หญิงเจ๋ง ติดดิน

00:07:53.639 --> 00:07:55.933 align:center
แม่สวย แล้วก็สูง

00:07:56.017 --> 00:07:58.102 align:center
ผมจำได้ตอนแม่เริ่มป่วย

00:07:58.186 --> 00:07:59.645 align:center
เรากลับมาจากโพโคโนส

00:07:59.729 --> 00:08:02.023 align:center
แม่บ่นว่าปวดท้อง

00:08:02.106 --> 00:08:06.611 align:center
แค่ช่วงไปโรงพยาบาลครั้งแรกแล้วกลับมาบ้าน

00:08:06.694 --> 00:08:09.155 align:center
แม่เปลี่ยนเป็นเหมือนคนละคนเลย
น้ำหนักลดลงมาก

00:08:10.406 --> 00:08:14.994 align:center
หมอตรวจพบโรคเดือนมกราคม
แล้วแม่ก็จากไป…

00:08:15.077 --> 00:08:18.289 align:center
วันที่ 6 กรกฎาคม สองวันหลังวันชาติสหรัฐ

00:08:19.582 --> 00:08:20.708 align:center
แม่ก็จากไป

00:08:21.375 --> 00:08:23.753 align:center
ฉันอยากทำเพื่อเป็นเกียรติให้แคธี่ น้องสาวฉัน

00:08:24.253 --> 00:08:26.297 align:center
เธอเสียตอนลามาร์อายุสิบขวบ

00:08:27.298 --> 00:08:29.550 align:center
นี่คือรูปเราที่งานเลี้ยง

00:08:30.760 --> 00:08:33.638 align:center
ฉันวางนี่ไว้ตรงนี้ เพราะเธอคือนางฟ้าของฉัน

00:08:33.721 --> 00:08:35.890 align:center
ผมหยิบลูกบาส แล้วไปที่สวน

00:08:37.600 --> 00:08:39.977 align:center
อยู่ชู้ตบาสทั้งคืน

00:08:41.771 --> 00:08:44.774 align:center
บาสเกตบอลนี่น่ะ
ผมรู้มาตลอดว่ามันคือทางของผม

00:08:48.569 --> 00:08:52.949 align:center
เขาเริ่มเล่นบาสตอนอยู่ม.สาม
ตอนนั้นเขาสูงราว 178 ซม.

00:08:53.032 --> 00:08:55.660 align:center
กลับมาอีกที เขาสูงราว 201 ซม.แล้ว

00:08:58.579 --> 00:09:00.206 align:center
แล้วก็ยังสูงขึ้นอีก

00:09:00.289 --> 00:09:03.042 align:center
ลามาร์ โอดอมคนนี้กับทักษะเล่นบาส
และความสูง 206 ซม.

00:09:03.125 --> 00:09:07.380 align:center
หลายคนมองว่าเขาคือผู้เล่นที่ดีที่สุด
ในรุ่นมัธยมปี 1997 เลย

00:09:07.463 --> 00:09:09.799 align:center
ที่ไครสต์เดอะคิง ผมได้แชมป์ระดับเมือง

00:09:09.882 --> 00:09:12.260 align:center
ผมทำไปได้ราว 35 แต้ม

00:09:12.343 --> 00:09:15.137 align:center
ผมก็พอรู้ว่าตัวเองเริ่มเป็นที่สนใจแล้ว

00:09:15.721 --> 00:09:18.641 align:center
แค่ไม่รู้ว่าความสนใจนั้นมันจะมากแค่ไหน
และจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าไร

00:09:18.724 --> 00:09:20.560 align:center
เขาเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น

00:09:20.643 --> 00:09:24.605 align:center
ได้ขึ้นพาดหัวข่าว อะไรแบบนั้น

00:09:24.689 --> 00:09:27.817 align:center
สุดท้ายเขาไปเรียนต่อที่โรดไอแลนด์

00:09:27.900 --> 00:09:30.695 align:center
ขับรถแค่ไม่กี่ชั่วโมง ราวสี่ชั่วโมงได้

00:09:30.778 --> 00:09:33.614 align:center
เขาเลยกลับมาเจอเพื่อนๆ ที่ควีนส์ได้บ่อยๆ

00:09:33.698 --> 00:09:35.575 align:center
หรือไม่ก็จะแวะมาหาฉัน

00:09:35.658 --> 00:09:40.288 align:center
มีอยู่ครั้งนึงที่เขากลับมาควีนส์ แล้วก็เซอร์ไพรส์

00:09:41.831 --> 00:09:44.333 align:center
ฉันท้องลูกสาวชื่อเดสตินี่

00:09:46.085 --> 00:09:48.796 align:center
ฝ่าเขตชู้ตลูกโทษไปแล้ว
ลามาร์บอกว่า "เอาออกไปเลย"

00:09:48.879 --> 00:09:51.966 align:center
เราก็เลยมีครอบครัวเล็กๆ ของเราเอง

00:09:52.049 --> 00:09:55.511 align:center
ทั้งที่ตอนนั้นเราอายุแค่ 19-20 ปีได้
ยังเด็กกันทั้งคู่

00:09:55.595 --> 00:09:59.765 align:center
แต่เขาไม่ได้เป็นพ่อที่อยู่บ้านด้วยตลอด
เพราะเขาอยู่ด้วยไม่ได้

00:10:00.349 --> 00:10:02.476 align:center
ชู้ตจากระยะเก้าเมตร ลูกลอยไปในอากาศ

00:10:02.560 --> 00:10:03.728 align:center
ลงไปเลย

00:10:03.811 --> 00:10:07.148 align:center
ลามาร์ โอดอมคว้าชัยชนะให้โรดไอแลนด์

00:10:07.231 --> 00:10:09.567 align:center
แน่นอนว่าเป้าหมายของเขาคือเข้าเอ็นบีเอให้ได้

00:10:09.650 --> 00:10:12.445 align:center
ฉันรู้สึกว่ามันมีสิ่งรบกวนเยอะมาก
ผู้คนมากมายมาเกี่ยว

00:10:12.528 --> 00:10:15.323 align:center
เขาแนะนำฉันให้คนโน้นคนนี้รู้จัก
ฉันก็ได้แต่ยิ้มทักทาย

00:10:15.406 --> 00:10:16.824 align:center
ฉันจะทำอะไรได้ล่ะ

00:10:16.907 --> 00:10:19.577 align:center
ขนาดพิธีบัพติศมาลูกสาวเราก็ยังเป็นแบบนั้นเลย

00:10:19.660 --> 00:10:22.913 align:center
มีใครไม่รู้ว่าจับมือฉัน
ลามาร์อยากให้เขาเป็นพ่อทูนหัวเดสตินี่

00:10:22.997 --> 00:10:24.707 align:center
ทั้งที่ฉันไม่เคยเจอเขามาก่อน

00:10:24.790 --> 00:10:27.501 align:center
มีเดิมพันสูงมากสำหรับดาวรุ่งปีสองคนนี้

00:10:27.585 --> 00:10:31.047 align:center
เขาอาจถูกเลือกเป็นดราฟต์อันดับหนึ่ง
ของประเทศเลย

00:10:31.130 --> 00:10:33.716 align:center
เราไปที่การดาร์ฟต์กันทั้งครอบครัว

00:10:33.799 --> 00:10:36.052 align:center
ทั้งแม่ฉัน เบรนด้าลูกพี่ลูกน้อง

00:10:36.135 --> 00:10:37.928 align:center
แซนดี้ น้องสาวฉันก็ไป

00:10:38.012 --> 00:10:40.765 align:center
วานด้า ภรรยาไมเคิลพี่ชายฉันด้วย

00:10:40.848 --> 00:10:45.269 align:center
สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับสู่เอ็นบีเอดราฟต์ ปี 1999

00:10:45.353 --> 00:10:49.148 align:center
เจอรัลด์กับลิซ่าที่เป็นลูกพี่ลูกน้อง แล้วก็พวกเด็กๆ

00:10:49.231 --> 00:10:52.526 align:center
ไหนจะหนุ่มๆ จากบร็องซ์
ที่ฉันเรียกว่า "พวกโอไฮโอบอยส์"

00:10:52.610 --> 00:10:55.821 align:center
ด้วยสิทธิ์เลือกอันดับสี่ในเอ็นบีเอดราฟต์ ปี 1999

00:10:55.905 --> 00:10:57.948 align:center
ลอสแอนเจลิส คลิปเปอร์สขอเลือก…

00:10:58.032 --> 00:11:00.785 align:center
รู้ไหมเขาบอกฉันว่าอะไร
"ทีมไหนก็ได้ แต่ไม่เอาคลิปเปอร์ส"

00:11:01.410 --> 00:11:04.580 align:center
ลามาร์ โอดอมจากมหาวิทยาลัยโรดไอแลนด์

00:11:10.461 --> 00:11:13.673 align:center
ฉันจำได้ว่าไม่อยากให้เขาไปแอลเอ

00:11:15.424 --> 00:11:18.761 align:center
ฉันรู้สึกว่าฮอลลีวูด แอลเอเนี่ย มันวุ่นวายสุดๆ

00:11:18.844 --> 00:11:21.013 align:center
มันเหมือนทำให้คุณสูญเสียจิตวิญญาณเลย

00:11:22.932 --> 00:11:26.852 align:center
พอกลับมาจากดราฟต์
เรานั่งอยู่บนบันไดเตี้ยๆ หน้าบ้านฉัน

00:11:26.936 --> 00:11:30.398 align:center
เขาบอกว่า "เธอต้องไปแอลเอกับฉันนะ

00:11:30.481 --> 00:11:33.609 align:center
ฉันต้องการครอบครัว
ฉันอยากให้เธอกับเดสตินี่ไปด้วย"

00:11:33.693 --> 00:11:37.571 align:center
ฉันคิดในใจว่า "เราเป็นครอบครัวเดียวกัน

00:11:37.655 --> 00:11:40.449 align:center
ถ้าเขาอยากให้ฉันไป ฉันก็จะไป"

00:11:40.533 --> 00:11:42.118 align:center
(ลอสแอนเจลิส แคลิฟอร์เนีย)

00:11:42.201 --> 00:11:44.620 align:center
เราได้ที่พักที่มารีนาเดลเรย์

00:11:44.704 --> 00:11:47.456 align:center
ฉันจำได้ว่าบินไปพร้อมป้าเจนีนของเขา
และเดสตินี่

00:11:48.249 --> 00:11:51.669 align:center
ตอนพวกเขาย้ายไปแอลเอ ไปอยู่เพนต์เฮาส์

00:11:51.752 --> 00:11:54.213 align:center
ฉันไปที่นั่น และได้เห็นว่ามันเป็นยังไง

00:11:54.296 --> 00:11:56.006 align:center
ฉันบอกไปว่า "เราต้องไปชอปปิงแล้ว"

00:11:56.674 --> 00:12:00.761 align:center
นั่นเป็นครั้งแรกเลยที่ฉันได้เห็นคนดังๆ

00:12:00.845 --> 00:12:03.055 align:center
ฉันนี่แบบ "นั่นคนที่ฉันเห็นในทีวีนี่นา"

00:12:03.139 --> 00:12:04.515 align:center
ลามาร์ไม่ค่อยอยู่บ้าน

00:12:04.598 --> 00:12:07.935 align:center
เขามีงานสื่อ มีนัดต่างๆ ฉันต้องเรียนรู้เร็วมาก

00:12:08.018 --> 00:12:09.979 align:center
ว่านี่จะกลายเป็นตารางชีวิตของเขา

00:12:12.523 --> 00:12:15.443 align:center
ฉันรู้สึกว่าเขายุ่งขึ้นเรื่อยๆ
และเครียดมากขึ้นด้วย

00:12:16.152 --> 00:12:18.237 align:center
แล้วแอลเจ ลูกชายเราก็เกิด

00:12:18.320 --> 00:12:21.991 align:center
ช่วงนั้นมีเรื่องเกิดขึ้นในครอบครัวเราเยอะมาก

00:12:22.700 --> 00:12:24.118 align:center
ส่งให้โอดอม สแลมดังก์

00:12:24.201 --> 00:12:26.245 align:center
ลามาร์ทำผลงานได้ดีมากกับทีมคลิปเปอร์ส

00:12:26.328 --> 00:12:27.496 align:center
ส่งให้ลามาร์

00:12:27.580 --> 00:12:29.915 align:center
อัลลีอูป ยัดเต็มแรง อะไรกันเนี่ย

00:12:29.999 --> 00:12:33.461 align:center
ตอนนั้นไม่มีใครอยากอยู่กับคลิปเปอร์ส

00:12:33.544 --> 00:12:37.298 align:center
เขาอยากย้ายทีม สุดท้ายเขาก็ได้ไปไมอามี

00:12:38.132 --> 00:12:39.800 align:center
เลี้ยงจากฝั่งหนึ่งไปอีกฝั่งเลย ลงห่วง

00:12:39.884 --> 00:12:40.968 align:center
แล้วก็ถูกแลกตัวกับชาค

00:12:43.262 --> 00:12:44.388 align:center
จากนั้นฉันก็ท้องลูกอีกคน

00:12:48.017 --> 00:12:49.810 align:center
เจย์เดน…

00:12:49.894 --> 00:12:52.521 align:center
เขาเป็นเด็กช่างสงสัย

00:12:52.605 --> 00:12:54.148 align:center
ตาโต

00:12:54.231 --> 00:12:57.526 align:center
และก็ชอบมองไปรอบห้องตลอด

00:12:57.610 --> 00:12:59.069 align:center
ฉันจำได้ว่าฉันเหนื่อยมาก

00:12:59.153 --> 00:13:01.530 align:center
เพราะเขาตื่นทุกสองชั่วโมง
หรือสองชั่วโมงครึ่งเลย

00:13:02.281 --> 00:13:04.325 align:center
ฉันคิดจริงๆ ว่าลูกคนนี้จะเป็นคนสุดท้ายแล้ว

00:13:04.408 --> 00:13:07.036 align:center
ฉันจำได้ว่าบอกตัวเองว่า
"ซาบซึ้งช่วงเวลาแบบนี้ไว้ล่ะ"

00:13:07.119 --> 00:13:10.122 align:center
เพราะมันเหมือนมีบางอย่างบอกฉัน
ให้มีความสุขกับช่วงเวลานั้นไว้

00:13:10.706 --> 00:13:11.582 align:center
(ปี 2006)

00:13:11.665 --> 00:13:15.795 align:center
เราไปนิวยอร์ก ไปงานศพญาติของลามาร์

00:13:15.878 --> 00:13:20.090 align:center
เรามีบ้านอยู่แถวรอยต่อ
ระหว่างลองไอแลนด์กับควีนส์

00:13:21.342 --> 00:13:23.469 align:center
ฉันจำได้ว่าตื่นสาย

00:13:23.552 --> 00:13:26.972 align:center
แล้วก็คิดว่า
"ทำไมไม่ได้ยินเสียงเจย์เดนร้องปลุกเลย"

00:13:27.681 --> 00:13:31.060 align:center
แม่ฉันกำลังทำอาหารเช้าให้เด็กๆ

00:13:31.143 --> 00:13:35.314 align:center
ฉันก็พูดว่า "เชื่อไหมว่าเจย์เดนยังไม่ตื่นเลย

00:13:35.397 --> 00:13:37.566 align:center
แม่เชื่อไหมคะ" แม่ก็ถามว่า "จริงเหรอ"

00:13:37.650 --> 00:13:39.527 align:center
"เขาโอเคใช่ไหม" ฉันก็ตอบว่า "ค่ะ"

00:13:40.736 --> 00:13:42.112 align:center
เราเลยขึ้นไปข้างบน

00:13:42.196 --> 00:13:48.536 align:center
ฉันจำได้ว่าพลิกตัวเขา
แล้วเห็นริมฝีปากเขาเป็นสีม่วง

00:13:49.119 --> 00:13:50.704 align:center
แล้ว…

00:13:52.331 --> 00:13:56.502 align:center
ค่ะ ฉันจำได้ว่าแม่ฉันกรีดร้องลั่น

00:13:56.585 --> 00:13:59.088 align:center
"โทร 911"

00:13:59.171 --> 00:14:05.219 align:center
ฉันเห็นพนักงานดับเพลิงอุ้มเขาเหมือนลูกฟุตบอล

00:14:05.302 --> 00:14:06.470 align:center
แล้ว…

00:14:07.179 --> 00:14:10.266 align:center
วิ่งไปที่…

00:14:10.766 --> 00:14:12.059 align:center
รถพยาบาล

00:14:13.894 --> 00:14:15.479 align:center
พอไปถึงโรงพยาบาล

00:14:16.438 --> 00:14:19.817 align:center
ฉันจำได้ว่ามีหมอผู้หญิงคนหนึ่ง

00:14:20.776 --> 00:14:23.654 align:center
เธอพูดว่า "เสียใจด้วยค่ะ"

00:14:24.405 --> 00:14:26.323 align:center
เธอพูดซ้ำๆ ว่า "ฉันเสียใจด้วย"

00:14:26.407 --> 00:14:27.950 align:center
แล้วก็บอกว่า

00:14:28.492 --> 00:14:30.202 align:center
"เราพยายามทำทุกอย่างแล้ว"

00:14:30.786 --> 00:14:32.830 align:center
แล้วเธอก็พูดอีกครั้ง "ฉันเสียใจด้วย"

00:14:34.540 --> 00:14:36.625 align:center
ตอนนั้นลามาร์…

00:14:36.709 --> 00:14:39.420 align:center
เขามาถึงโรงพยาบาล มีคนบอกทางให้เขา

00:14:39.503 --> 00:14:41.297 align:center
มาห้องที่ฉันอยู่ แล้ว…

00:14:43.632 --> 00:14:45.467 align:center
เจย์เดนตัวเย็นมาก

00:14:45.551 --> 00:14:46.635 align:center
แล้ว…

00:14:47.428 --> 00:14:48.804 align:center
ฉันรู้ทันที…

00:14:50.264 --> 00:14:51.932 align:center
เหลือแค่ร่างไร้ชีวิต

00:14:59.690 --> 00:15:01.650 align:center
ภาวะใหลตายในทารก

00:15:02.401 --> 00:15:03.611 align:center
ก็…

00:15:07.281 --> 00:15:09.950 align:center
พอได้ใบมรณบัตรมา มันเขียนแค่ว่า…

00:15:11.368 --> 00:15:13.746 align:center
ไม่ใช่คำว่า "ไม่เปิดเผย"
ไม่ใช่ "ไม่ระบุรายละเอียด"

00:15:14.788 --> 00:15:18.959 align:center
เป็นคำที่ขึ้นต้นด้วย "ไม่…"
ที่ไม่ได้ตอบคำถามอะไรเลย

00:15:20.502 --> 00:15:23.756 align:center
ตอนลูกตาย ผมไม่ได้ร้องไห้มากนัก

00:15:23.839 --> 00:15:26.091 align:center
แต่พอนึกถึงคืนก่อนที่เขาจะจากไป

00:15:26.175 --> 00:15:27.843 align:center
ผมออกไปปาร์ตี้ทั้งคืน

00:15:28.552 --> 00:15:29.762 align:center
กับเพื่อนผม

00:15:31.305 --> 00:15:33.724 align:center
แล้วลูกก็ดูเหมือนแค่นอนหลับอยู่

00:15:35.768 --> 00:15:38.103 align:center
ไม่มีรอยแผล ไม่มีเลือดออก ไม่มีอะไรเลย

00:15:39.146 --> 00:15:43.233 align:center
ผมจำได้ว่าผมกับเชอร์ร็อด ลูกพี่ลูกน้อง
ไปยืนยันตัวตนศพของเขา

00:15:43.943 --> 00:15:45.319 align:center
ในวันรุ่งขึ้น

00:15:46.654 --> 00:15:47.947 align:center
เขาดูเหมือนแค่หลับอยู่

00:15:50.532 --> 00:15:53.494 align:center
ว่ากันว่าเวลาคนผ่านเรื่องแบบนี้

00:15:54.078 --> 00:15:56.872 align:center
ถ้าพวกเขาไม่ผูกพันแน่นแฟ้นกันมากขึ้น

00:15:57.831 --> 00:15:59.541 align:center
ก็แยกทางกันไปเลย

00:16:00.584 --> 00:16:01.669 align:center
ตอนนั้นเป็นหน้าร้อน

00:16:01.752 --> 00:16:06.757 align:center
ลามาร์ต้องกลับไปเตรียมตัว
ให้พร้อมสำหรับการแข่งขัน

00:16:06.840 --> 00:16:08.300 align:center
และ…

00:16:08.801 --> 00:16:10.344 align:center
ครั้งนี้มันต่างออกไป

00:16:12.638 --> 00:16:14.139 align:center
ฉันไม่อยากกลับไปแอลเอ

00:16:16.141 --> 00:16:18.102 align:center
ฉันเลยบอกเขาแบบนั้น

00:16:20.479 --> 00:16:22.064 align:center
ผมต้องกลับไปทำงาน

00:16:23.190 --> 00:16:25.150 align:center
ผมไม่ไปไม่ได้ เข้าใจไหม

00:16:25.234 --> 00:16:28.153 align:center
ถ้าเธออยากอยู่นิวยอร์กต่อก็ได้เลย

00:16:28.737 --> 00:16:29.822 align:center
เธอเลยเลือกอยู่นิวยอร์ก

00:16:29.905 --> 00:16:33.367 align:center
แต่ย้ายออกจากบ้านที่ลูกตาย

00:16:35.285 --> 00:16:36.620 align:center
และ…

00:16:37.121 --> 00:16:38.122 align:center
เราเลยจบกันแบบนั้น

00:16:40.374 --> 00:16:43.544 align:center
ผมก็คงรู้สถานะตัวเองดีนั่นแหละ
จะให้ผมทำอะไรได้อีกล่ะ

00:16:43.627 --> 00:16:45.587 align:center
ผมไม่ได้คาดหวังให้ใครสงสาร

00:16:46.171 --> 00:16:47.756 align:center
มันก็แค่เกิดขึ้น

00:16:50.926 --> 00:16:51.885 align:center
มันก็แค่…

00:16:51.969 --> 00:16:55.848 align:center
เป็นเรื่องหนึ่งที่จะทำให้ผมแข็งแกร่งขึ้น

00:16:55.931 --> 00:16:57.850 align:center
ในชีวิตผม มันมีช่วงที่…

00:16:57.933 --> 00:17:00.978 align:center
ผมไม่แน่ใจว่าบาสเกตบอล
จะทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นได้ไหม

00:17:01.061 --> 00:17:02.896 align:center
เรื่องลูกผมตายก็เป็นหนึ่งในช่วงเวลาแบบนั้น

00:17:07.359 --> 00:17:09.319 align:center
เราทุกคนต่างก็เคยผ่านเรื่องแย่ๆ

00:17:11.321 --> 00:17:15.159 align:center
เรามีชีวิตอยู่ แล้ววันหนึ่งก็ไม่อยู่ มันแบบ…

00:17:16.160 --> 00:17:17.870 align:center
ใครจะไปรู้ได้

00:17:18.871 --> 00:17:20.247 align:center
ผมไม่สนว่าพระเจ้าของคุณเป็นใคร

00:17:20.831 --> 00:17:23.000 align:center
พระอัลเลาะห์ พระยะโฮวาห์

00:17:24.668 --> 00:17:25.878 align:center
พระคริสต์

00:17:26.462 --> 00:17:27.546 align:center
โคบี

00:17:28.839 --> 00:17:32.968 align:center
แต่สุดท้าย คุณก็ต้องยึดเหนี่ยวตัวเองไว้กับบางสิ่ง

00:17:33.927 --> 00:17:36.430 align:center
- อรุณสวัสดิ์
- วันนี้พอล ฮันเตอร์จะเป็นคนตามเขานะ

00:17:36.513 --> 00:17:38.098 align:center
- อรุณสวัสดิ์ พอล
- ด้วยความยินดี

00:17:38.182 --> 00:17:40.851 align:center
สวัสดี แฟนๆ ทุกคน วันนี้เป็นยังไงกันบ้าง

00:17:40.934 --> 00:17:45.898 align:center
ผมยังง่วงๆ อยู่หน่อย แต่ก็ตื่นแล้วละ

00:17:46.940 --> 00:17:49.693 align:center
ตอนอยู่แอลเอ
เดวิด โบว์แมนที่เป็นตัวแทนของผมบอกว่า

00:17:49.777 --> 00:17:52.654 align:center
"เลเกอร์สอยากคุยกับคุณ
พวกเขาอยากเซ็นสัญญาด้วย"

00:17:52.738 --> 00:17:54.031 align:center
ผมนี่แบบ "ว่าไงนะ"

00:17:55.115 --> 00:17:56.825 align:center
ผมแทบไม่อยากเชื่อ

00:17:56.909 --> 00:17:58.994 align:center
รอน อาร์เทสต์มาร่วมทีมเลเกอร์ส

00:17:59.078 --> 00:18:02.498 align:center
สองปีก่อนเขาบอกโคบี ไบรอันต์ว่า
อยากช่วยเขาคว้าแชมป์

00:18:02.581 --> 00:18:04.374 align:center
และวันนั้นก็มาถึงแล้ว

00:18:04.458 --> 00:18:06.794 align:center
ผมอยากอยู่กับเลเกอร์สมานานแล้ว

00:18:06.877 --> 00:18:09.546 align:center
แล้วถ้าได้เล่นกับฟิล แจ็กสันด้วย

00:18:09.630 --> 00:18:11.507 align:center
ใครจะปฏิเสธโอกาสนี้ได้

00:18:11.590 --> 00:18:13.926 align:center
การอยู่เลเกอร์ส มันต่างออกไปมาก

00:18:14.009 --> 00:18:17.805 align:center
นี่คือฮอลลีวูด คุณจะได้เล่นให้คนดังๆ ดู

00:18:17.888 --> 00:18:19.389 align:center
เดี๋ยวนะ ทีเอ็มซีอยู่ไหน

00:18:20.265 --> 00:18:21.100 align:center
ไม่มาเหรอ

00:18:21.767 --> 00:18:23.352 align:center
ผมว่าเคล็ดลับของแอลเอคือ

00:18:23.435 --> 00:18:26.105 align:center
ถ้าจะอยู่ที่นี่ คุณก็ต้องยกระดับตัวเอง

00:18:26.188 --> 00:18:28.857 align:center
ถ้าใช้มันให้ถูกทาง ผมว่ามันช่วยคุณได้เลย

00:18:28.941 --> 00:18:31.151 align:center
คำว่า "ลามาร์" แปลว่า "โด่งดังไปทั่วแผ่นดิน"

00:18:31.735 --> 00:18:34.279 align:center
นั่นคือความหมายหนึ่งของชื่อนี้

00:18:34.363 --> 00:18:37.157 align:center
แต่ว่าตัวผมในตอนนั้น

00:18:37.241 --> 00:18:39.493 align:center
ผมยังไม่ใช่ซูเปอร์สตาร์ระดับท็อปอะไรเลย

00:18:39.576 --> 00:18:44.456 align:center
ผมยังต้องผ่านเส้นทาง
เพื่อไต่ขึ้นไปเป็นคนดังระดับตัวท็อป

00:18:44.540 --> 00:18:47.584 align:center
เมื่อคืนตอนกำลังหาข้อมูล
ผมเจอการ์ดเชิญด้วยละ

00:18:47.668 --> 00:18:48.669 align:center
เดี๋ยวเอาให้ดู

00:18:48.752 --> 00:18:50.087 align:center
พวกนั้นไม่อยากให้ผมเฉิดฉาย

00:18:50.170 --> 00:18:51.588 align:center
นี่บัตรเชิญปาร์ตี้ต้อนรับสู่แอลเอ

00:18:51.672 --> 00:18:53.048 align:center
มีโคลอี้ไหม

00:18:53.132 --> 00:18:54.091 align:center
ผมว่าไม่น่ามีนะ

00:18:54.174 --> 00:18:56.009 align:center
ใบปลิวนั่นแย่มากอะ เคยเห็นหรือยัง

00:18:56.593 --> 00:18:58.971 align:center
ผมได้จัดปาร์ตี้ต้อนรับสู่แอลเอ

00:18:59.054 --> 00:19:03.892 align:center
เลยคิดว่าจะชวนใครมาเป็นเจ้าภาพร่วมกับผมดี

00:19:03.976 --> 00:19:06.353 align:center
โคลอี้ใจดีมากที่ตอบรับ

00:19:06.436 --> 00:19:09.106 align:center
ตอนนั้นเราจ่ายเธอ 5,000 ดอลลาร์

00:19:09.189 --> 00:19:11.900 align:center
ขอโทษนะ โคลอี้
ผมรู้ว่าตอนนี้ค่าตัวคุณสูงกว่านี้เยอะ

00:19:12.609 --> 00:19:16.738 align:center
ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน
ว่าได้งานนั้นมาได้ยังไง เพราะฉัน…

00:19:16.822 --> 00:19:18.323 align:center
(โคลอี้ คาร์เดเชียน
อดีตภรรยาของลามาร์)

00:19:18.407 --> 00:19:20.534 align:center
ไม่ค่อยรู้เรื่องบาสเกตบอล

00:19:21.118 --> 00:19:23.036 align:center
แต่น้องชายฉันตื่นเต้นมาก

00:19:23.120 --> 00:19:25.038 align:center
ฉันก็เลยรับงานนั้น

00:19:25.122 --> 00:19:28.041 align:center
ที่จริงฉันรับงานเพราะน้องชายฉันเลย

00:19:31.628 --> 00:19:33.672 align:center
ตอนเธอมางาน ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอเป็นใคร…

00:19:33.755 --> 00:19:36.425 align:center
สาบานได้ ผมไม่รู้จักเธอจริงๆ

00:19:36.508 --> 00:19:38.510 align:center
รายการชื่อ "ตามติดชีวิตฟู่ฟ่าบ้านคาร์เดเชียน"

00:19:38.594 --> 00:19:41.221 align:center
หวัดดี ฉันโคลอี้
พวกพี่น้องบอกว่าฉันเป็นนังตัวร้าย

00:19:41.305 --> 00:19:43.682 align:center
ใครสนล่ะ หุบปากไปเลย

00:19:43.765 --> 00:19:47.561 align:center
ก่อนงานปาร์ตี้ ฉันไม่รู้จักลามาร์เลยค่ะ

00:19:47.644 --> 00:19:49.813 align:center
ฉันจำได้ว่าเขาถือถุงพลาสติกมา

00:19:49.897 --> 00:19:51.940 align:center
แล้วฉันก็ถามว่า "ในถุงมีอะไร"

00:19:52.024 --> 00:19:53.650 align:center
เขาบอกว่า "ลูกอม"

00:19:53.734 --> 00:19:55.819 align:center
ฉันก็แบบ "โกหกชัดๆ"

00:19:55.903 --> 00:19:59.364 align:center
ฉันมโนไปเองในหัวว่า
"ในนั้นต้องมีถุงยางแหงๆ"

00:19:59.448 --> 00:20:01.450 align:center
แล้วฉันก็พูดว่า "ขอดูหน่อยว่าในถุงมีอะไร"

00:20:01.533 --> 00:20:05.579 align:center
ฉันจำได้ว่าเขาเทของออกมา
แล้วมันก็เป็นลูกอมล้วนๆ จริงๆ

00:20:05.662 --> 00:20:06.788 align:center
ฉันรู้สึกโง่มากเลยค่ะ

00:20:07.831 --> 00:20:11.126 align:center
คืนแรกนะ พูดตามตรงเลย
ผมพยายามจะนอนกับเธอ

00:20:12.127 --> 00:20:14.004 align:center
เธอก็บอกว่า "งานนี้ไม่ใช่แนวนั้น"

00:20:14.087 --> 00:20:19.468 align:center
วันต่อมาเราก็เจอกันอีก
วันต่อมาและถัดจากนั้นด้วย

00:20:19.551 --> 00:20:21.470 align:center
- โคลอี้
- คุณดูตื่นเต้นนะ

00:20:21.553 --> 00:20:22.721 align:center
แต่งงานกับผมไหม

00:20:23.597 --> 00:20:25.432 align:center
โอ้ พระเจ้า

00:20:27.392 --> 00:20:30.020 align:center
ถึงผมจะบอกว่าผมรู้จักเธอ หรือเคยรู้จักเธอ

00:20:30.103 --> 00:20:32.940 align:center
แต่ความจริงก็คือ
คุณไม่มีทางรู้จักใครภายใน 30 วันหรอก

00:20:33.023 --> 00:20:34.107 align:center
เข้าใจที่พูดนะ

00:20:34.191 --> 00:20:38.528 align:center
มันบ้ามาก ต้องใช้สัญชาตญาณล้วนๆ
ต้องกล้าจริงๆ

00:20:39.404 --> 00:20:40.781 align:center
อะไรจะอยู่ได้นานกว่ากัน

00:20:40.864 --> 00:20:45.202 align:center
ชีวิตคู่ของโคลอี้ คาร์เดเชียนกับลามาร์ โอดอม
หรือว่า…

00:20:47.246 --> 00:20:48.247 align:center
ฟักทองลูกนี้

00:20:49.122 --> 00:20:53.627 align:center
ฉันคิดว่าตัวเองเป็นคนมีเหตุผลพอสมควรนะคะ

00:20:53.710 --> 00:20:54.836 align:center
พูดจริงๆ

00:20:55.420 --> 00:20:59.132 align:center
แต่คำพูดถากถางของคนที่ชอบตัดสินคนอื่น

00:20:59.216 --> 00:21:02.010 align:center
และคำถามว่า "พวกคุณรักกันจริงหรือเปล่า"

00:21:02.094 --> 00:21:03.595 align:center
ฉันเข้าใจนะถ้าจะสงสัย

00:21:03.679 --> 00:21:06.056 align:center
ก็นะ เราจะแต่งงานหลังรู้จักกันได้ 30 วัน

00:21:06.139 --> 00:21:09.142 align:center
เพราะมันบ้าชัดๆ

00:21:09.226 --> 00:21:13.814 align:center
ลามาร์ โอดอมกำลังทำพลาดครั้งใหญ่ที่สุด
ที่คนในทีมเลเกอร์สเคยทำมาหรือเปล่า

00:21:13.897 --> 00:21:16.275 align:center
คุณคิดว่าไง

00:21:17.651 --> 00:21:19.486 align:center
ฉันจำไม่ได้ว่าเป็นหนังสือพิมพ์ซุบซิบเล่มไหน

00:21:19.569 --> 00:21:22.197 align:center
แต่มีสื่ออยากได้สิทธิ์ลงข่าว
งานแต่งของเราแบบเอ็กซ์คลูซีฟ

00:21:22.281 --> 00:21:25.200 align:center
พวกเขาบอกว่า
"เราขอสิทธิ์ลงข่าวงานแต่งแต่เพียงผู้เดียว

00:21:25.284 --> 00:21:28.912 align:center
แต่ถ้าได้ ขอสิทธิ์พิเศษตอนหย่าด้วยได้ไหม"

00:21:28.996 --> 00:21:31.415 align:center
โคบีจะเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวหรือเปล่า

00:21:32.708 --> 00:21:35.043 align:center
เธอกำลังจะแต่งงานพรุ่งนี้

00:21:35.127 --> 00:21:36.753 align:center
ตอนแรกเขาส่งข้อความมาหาฉัน

00:21:36.837 --> 00:21:39.548 align:center
บอกว่า "อ้อ ฉันจะแต่งงานแล้วนะ"
ฉันก็นึกว่าเขาพูดเล่น

00:21:39.631 --> 00:21:42.509 align:center
ฉันบอกไปว่า "พระเจ้า มันเร็วเกินไปนะ"

00:21:42.592 --> 00:21:44.511 align:center
ฉันบอกว่า "อะไรแบบนี้มันไปไม่รอดหรอก"

00:21:45.095 --> 00:21:47.306 align:center
การตกหลุมรักแบบที่เราตกหลุมรักกัน

00:21:47.389 --> 00:21:52.477 align:center
และเร็วขนาดนั้น มันไม่ใช่นิสัยฉันเลยค่ะ

00:21:52.561 --> 00:21:54.855 align:center
แต่เขามีเสน่ห์มาก

00:21:54.938 --> 00:21:57.274 align:center
เขาสนุกสนาม ขี้เล่น

00:21:57.357 --> 00:22:00.235 align:center
และก็เป็นคนเปราะบางมากด้วย

00:22:00.319 --> 00:22:04.114 align:center
เขาซื่อสัตย์กับชีวิตตัวเอง
กับทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเขา

00:22:04.698 --> 00:22:09.703 align:center
แม่ฉันนี่อดไม่ได้เลย
แม่จะอยากดูแลเขา กอดเขา เอาใจใส่เขา

00:22:09.786 --> 00:22:13.290 align:center
มีคนพยายามเตือนผม นึกออกนะ

00:22:13.373 --> 00:22:16.710 align:center
แม่ของลูกๆ ผมไม่ยอมให้เด็กๆ มางานแต่งผม

00:22:16.793 --> 00:22:19.129 align:center
เด็กๆ เลยไม่ได้มางานแต่งผม

00:22:19.212 --> 00:22:21.256 align:center
ผมไม่เคยเจอเธอด้วยซ้ำ

00:22:21.340 --> 00:22:24.009 align:center
ผมว่าพ่อไม่ได้บอกผมด้วยซ้ำว่าจะแต่งกับเธอ

00:22:24.092 --> 00:22:28.805 align:center
ฉันแค่ไม่อยากไปเป็นตัวประกอบ
หรือแค่ถูกเอาไปโชว์ตัว

00:22:28.889 --> 00:22:32.601 align:center
ถ้าคุณอยากแต่งงานต่อหน้าคนเป็นร้อยๆ

00:22:32.684 --> 00:22:36.229 align:center
มีกล้องเต็มไปหมด ก็ได้ ก็เรื่องของคุณเลย

00:22:36.313 --> 00:22:39.566 align:center
แน่นอนว่าพอคุณตัดสินใจแต่งงาน
กับคนที่รู้จักกันแค่ 30 วัน

00:22:39.649 --> 00:22:40.901 align:center
มันต้องเจ็บอยู่แล้ว

00:22:40.984 --> 00:22:43.779 align:center
แล้วถ้านั่นยังไม่พอ
ฉันจะขอซ้ำเติมอีกหน่อยแล้วกัน

00:22:43.862 --> 00:22:45.155 align:center
งานแต่งนั่นยังออกทีวีด้วย

00:22:46.948 --> 00:22:48.617 align:center
(ฟิล แจ็กสันและจีนี บัสส์)

00:22:48.700 --> 00:22:52.579 align:center
ครับ ผมไปงานแต่ง มันก็แปลกดี
เป็นงานแต่งแบบฮอลลีวูด

00:22:52.662 --> 00:22:53.955 align:center
(ลุค วอลตัน)

00:22:54.039 --> 00:22:55.082 align:center
ใช่เลย ลุค

00:22:55.165 --> 00:22:59.378 align:center
ผมแอบสงสารลามาร์นิดหน่อย
ที่อาจต้องพยายามตามติดชีวิตแบบนั้น

00:22:59.961 --> 00:23:01.505 align:center
รอน มีอะไรจะทิ้งท้ายไหม

00:23:01.588 --> 00:23:04.174 align:center
ผมรู้จักลามาร์นานกว่าทุกคนที่นี่

00:23:04.257 --> 00:23:06.718 align:center
แต่ผมกลับได้นั่งโต๊ะหลังสุดเนี่ยนะ
เข้าใจความรู้สึกผมไหม

00:23:06.802 --> 00:23:09.304 align:center
ผมกับลามาร์ยังมีเรื่องต้องเคลียร์กันอยู่

00:23:09.388 --> 00:23:10.722 align:center
เขาไม่ได้ชวนเราสักคน รู้ไหม

00:23:10.806 --> 00:23:13.141 align:center
โอเค ขอย้ำ ไม่ชวนเราสักคน

00:23:13.225 --> 00:23:15.435 align:center
อ้อ ไม่ พัมคินได้ไปงานสิ

00:23:16.186 --> 00:23:19.314 align:center
ผมเป็นเพื่อนกับลามาร์ตั้งแต่เขาอายุเก้าขวบ

00:23:19.398 --> 00:23:20.524 align:center
ผมแก่กว่าเขาห้าปี

00:23:20.607 --> 00:23:23.235 align:center
ผมเลยเหมือนพี่ชายที่เขาไม่เคยมี

00:23:23.318 --> 00:23:25.487 align:center
ผมเลยได้ไปที่งานแต่งคืนนั้น

00:23:25.570 --> 00:23:27.489 align:center
เขามาคุยกับผมตั้งสองชั่วโมง

00:23:28.281 --> 00:23:31.284 align:center
เขาอธิบายว่าทำไมถึงตัดสินใจเดินหมากนี้

00:23:31.368 --> 00:23:36.164 align:center
เขาทำทั้งหมดนี้เพราะพยายามมีอนาคตที่ดีขึ้น

00:23:36.248 --> 00:23:38.166 align:center
ตอนนั้นผมเป็นลามาร์ โอดอมที่มีชื่อเสียงแล้ว

00:23:38.250 --> 00:23:41.002 align:center
แต่พอได้เห็นว่าเธอใช้ชีวิตยังไง
ไลฟ์สไตล์บ้านเธอเป็นยังไง

00:23:41.086 --> 00:23:44.172 align:center
ผมก็คิดในใจว่า "นี่แหละที่ที่ฉันอยากอยู่

00:23:44.714 --> 00:23:46.675 align:center
นี่แหละชีวิตที่ฉันอยากมี"

00:23:46.758 --> 00:23:48.468 align:center
(ไรอัน ซีเครสต์)

00:23:48.552 --> 00:23:49.719 align:center
พวกเขารู้จักคนเยอะมาก

00:23:49.803 --> 00:23:51.430 align:center
คอนเนกชันก็เยอะสุดๆ

00:23:51.513 --> 00:23:52.347 align:center
(โรเบิร์ต ชาปิโร)

00:23:52.472 --> 00:23:57.227 align:center
แขกในงานราว 75-80 เปอร์เซ็นต์
อายุประมาณ 60-70 ปีได้

00:23:57.811 --> 00:24:01.148 align:center
ผมนั่งอยู่ตรงนั้น พลางคิดว่า
"เรื่องนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไงเนี่ย"

00:24:01.231 --> 00:24:03.942 align:center
ฉันคิดว่าเขาทำแบบนั้น
เพราะเขาคงคิดว่าฉันจะพูดว่า

00:24:04.860 --> 00:24:06.862 align:center
"ป้าขอพูดอะไรหน่อย"

00:24:06.945 --> 00:24:09.364 align:center
ครับ ผมว่าตอนนั้นผมเคลิบเคลิ้ม
กับอำนาจอยู่เหมือนกัน

00:24:09.448 --> 00:24:11.700 align:center
เพราะถ้าเอาอำนาจที่ผมมีตอนนั้น

00:24:11.783 --> 00:24:13.243 align:center
มารวมกับอำนาจของคาร์เดเชียน

00:24:13.326 --> 00:24:14.703 align:center
พอเอามารวมกัน…

00:24:14.786 --> 00:24:18.290 align:center
ด้วยความตั้งใจของคุณทั้งสอง
ที่จะสร้างชีวิตคู่ให้ยืนยาว

00:24:18.373 --> 00:24:22.836 align:center
นับจากวันนี้เป็นต้นไป
คุณสองคนคือสามีภรรยากัน

00:24:24.713 --> 00:24:27.174 align:center
แต่ผมยังไม่พร้อมรับมือกับอำนาจนั้น

00:24:28.383 --> 00:24:30.552 align:center
ลามาร์ชอบถูกถ่ายรูปค่ะ

00:24:30.635 --> 00:24:35.098 align:center
ฉันจำได้ว่ามีถ่ายแบบ ฉันเลยบอกเขาว่า

00:24:35.182 --> 00:24:37.434 align:center
"เราอยู่ด้วยกันได้แป๊บนึงนะ
แต่เดี๋ยวคุณต้องกลับก่อน

00:24:37.517 --> 00:24:40.937 align:center
เพราะทีมถ่ายรูปกำลังจะมา
เรามีถ่ายงานกันหลังจากนี้"

00:24:41.021 --> 00:24:43.356 align:center
เขาถามว่า "ทำไมผมต้องกลับด้วย"

00:24:51.698 --> 00:24:52.699 align:center
(โคลอี้และลามาร์)

00:24:53.575 --> 00:24:58.163 align:center
ใครก็ตามที่คิดเรียลลิตี้ทีวีขึ้นมา
คนนั้นคืออัจฉริยะชัดๆ

00:24:58.997 --> 00:25:01.166 align:center
เพราะมันคือกลลวงล้วนๆ

00:25:01.249 --> 00:25:02.250 align:center
หวัดดี เฮนรี่

00:25:02.334 --> 00:25:03.793 align:center
เฮนรี่คอยาว

00:25:04.419 --> 00:25:05.462 align:center
ลามาร์

00:25:05.545 --> 00:25:08.215 align:center
ฉันไม่ใช่คนต้นคิดทำรายการ
"โคลอี้และลามาร์" นะคะ

00:25:08.298 --> 00:25:11.593 align:center
รายการนี้ลามาร์เป็นคนผลักดันหนักมาก

00:25:11.676 --> 00:25:13.094 align:center
พาผมไปคาสบาห์หน่อย

00:25:13.178 --> 00:25:15.305 align:center
ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันแปลว่าอะไร

00:25:15.388 --> 00:25:17.557 align:center
ตอนนั้นฉันแทบไม่มีเวลา

00:25:17.641 --> 00:25:21.436 align:center
และฉันก็ไม่อยากให้มันกระทบแบรนด์ครอบครัว

00:25:21.520 --> 00:25:23.271 align:center
ซึ่งตอนนั้นคือรายการตามติดชีวิตฟู่ฟ่า

00:25:23.355 --> 00:25:26.441 align:center
เพราะฉันคิดว่า
มีรายการบ้านคาร์เดเชียนเยอะแล้ว

00:25:26.525 --> 00:25:31.780 align:center
ฉันเลยเตือนเขาเรื่องงานหลักของเขา
ซึ่งก็คือเล่นให้ทีมเลเกอร์ส

00:25:31.863 --> 00:25:34.074 align:center
แล้วถามว่า "คุณแน่ใจนะว่าอยากทำ"

00:25:34.157 --> 00:25:37.994 align:center
ช่างหัวควีนส์สิ ที่นี่แคลิฟอร์เนีย
ที่แคลิฟอร์เนีย เราผลักดันกันเต็มที่

00:25:38.078 --> 00:25:39.871 align:center
วันนี้เธอมาแรงจริงๆ

00:25:39.955 --> 00:25:41.873 align:center
สุดท้ายเราก็มีรายการเป็นของตัวเอง

00:25:41.957 --> 00:25:44.376 align:center
ออกอากาศทุกวันอาทิตย์

00:25:44.459 --> 00:25:46.169 align:center
ซึ่งฉายต่อจากการแข่งของเลเกอร์สเลย

00:25:46.253 --> 00:25:48.922 align:center
ดังนั้นทุกวันอาทิตย์ ผมเลยออกทีวีสองรอบ

00:25:49.005 --> 00:25:51.383 align:center
- เดี๋ยว ลามาร์ แบบนี้มันอึดอัดนะ
- โทษที

00:25:51.466 --> 00:25:56.304 align:center
พ่อรักโคลอี้นะคะ
แต่พ่ออยากออกรายการเรียลลิตี้มานานแล้ว

00:25:58.557 --> 00:25:59.683 align:center
อะไรเนี่ย

00:26:00.267 --> 00:26:01.810 align:center
เงื่อนไขมันก็ชัดเจน

00:26:01.893 --> 00:26:04.771 align:center
ถ้าผมจะแต่งงานกับคุณ
ผมก็อยากมีส่วนในธุรกิจครอบครัวด้วย

00:26:04.854 --> 00:26:06.439 align:center
ผมชอบนะ

00:26:07.023 --> 00:26:08.775 align:center
ลุยเลย ซีเค

00:26:09.776 --> 00:26:14.364 align:center
เขาอยากมีชีวิตอีกแบบ
นอกเหนือจากบาสเกตบอล

00:26:14.447 --> 00:26:15.615 align:center
ลองอีกรอบ

00:26:16.157 --> 00:26:18.743 align:center
สามแต้มติดกัน ฝีมือลามาร์ โอดอม

00:26:18.827 --> 00:26:21.705 align:center
ที่ตลกคือฉันเคยดูรายการบ้านคาร์เดเชียน

00:26:21.788 --> 00:26:23.290 align:center
เราน่าจะไปปิกนิกกันสักวัน

00:26:23.373 --> 00:26:25.250 align:center
โอ้ ได้สิ โรแมนติกจัง

00:26:25.333 --> 00:26:28.503 align:center
รายการของครอบครัวฉัน
เราถ่ายเวียนกันตามบ้าน

00:26:28.587 --> 00:26:30.297 align:center
เราไม่ได้โดนถ่ายตลอดเวลา

00:26:30.380 --> 00:26:33.341 align:center
ฉันเลยกังวลนิดหน่อยเรื่องรายการเรียลลิตี้นี้

00:26:33.425 --> 00:26:36.011 align:center
ว่ามันจะถ่ายที่บ้านเราตลอดเวลา

00:26:36.094 --> 00:26:40.015 align:center
แต่ฉันก็อยากทำสิ่งที่ทำให้เขามีความสุข
และเขาก็ตื่นเต้นกับมันมาก

00:26:40.599 --> 00:26:45.186 align:center
ผมแยกออกนะว่าใครเป็นแฟนเอ็นบีเอ
ใครที่รู้จักผมในชื่อแลมมี่

00:26:45.270 --> 00:26:46.104 align:center
คุณแลมมี่คะ

00:26:46.688 --> 00:26:50.442 align:center
ในรายการ พวกเธอเรียกผมว่าแลมมี่
ก็แอบเจ๋งดี แต่ก็แปลกๆ ด้วย

00:26:50.525 --> 00:26:52.110 align:center
- ขอทีเดียวน่า
- จูบเลย

00:26:52.193 --> 00:26:54.321 align:center
- เร็วเข้า
- ทีเดียวเอง

00:26:54.404 --> 00:26:58.325 align:center
บอกตามตรง ตอนพ่อแต่งงานกับโคลอี้

00:26:58.408 --> 00:27:00.577 align:center
ผมนี่ตั้งตารอคริสต์มาสเลย เพราะคิดว่า

00:27:00.660 --> 00:27:02.996 align:center
คริสกับโคลอี้ต้องให้ของขวัญเด็ดๆ แน่

00:27:03.622 --> 00:27:05.081 align:center
นี่ โคลอี้

00:27:05.874 --> 00:27:08.793 align:center
เอาจริงๆ นะ ถ้าโอดอมเล่นสุดฝีมือ
พวกเขาแทบไม่มีใครหยุดได้

00:27:08.877 --> 00:27:10.712 align:center
ไบรอันต์ ส่งให้โอดอม โอดอม…

00:27:10.795 --> 00:27:13.632 align:center
ยัดลงไปเลย ได้ฟาวล์อีก

00:27:13.715 --> 00:27:14.591 align:center
ลามาร์

00:27:14.674 --> 00:27:18.595 align:center
ยุคนั้นเกมการแข่งของเลเกอร์ส
คือศูนย์กลางของจักรวาล

00:27:18.678 --> 00:27:21.431 align:center
ไขว้หลัง ล้อเล่นหรือเปล่าเนี่ย

00:27:21.514 --> 00:27:24.142 align:center
คนทั้งแอลเอจะไปดูการแข่ง

00:27:24.225 --> 00:27:27.270 align:center
โอดอมบุกเข้าไป สวยมาก ลามาร์ โอดอม

00:27:27.354 --> 00:27:31.483 align:center
- จังหวะลงตัว โดดชู้ตไปแล้ว
- ลามาร์ โอดอมกำลังทำแต้มรัวๆ

00:27:31.566 --> 00:27:36.863 align:center
ฉันนี่แบบ ปีที่แล้วฉันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า
การเลี้ยงบอลคืออะไร

00:27:36.946 --> 00:27:39.824 align:center
ขอแนะนำน้ำหอมยูนิเซ็กซ์ที่ไม่เหมือนใคร

00:27:39.908 --> 00:27:41.951 align:center
อันเบรกเอเบิล โดยโคลอี้และลามาร์

00:27:42.035 --> 00:27:46.414 align:center
มันคือช่วงเวลาที่เจ๋งที่สุดในชีวิตฉันจริงๆ ค่ะ

00:27:46.498 --> 00:27:49.250 align:center
ผมเห็นความเปลี่ยนแปลงในชีวิตตัวเองชัดเจน

00:27:49.334 --> 00:27:53.588 align:center
ถ้าเมื่อก่อนมีพรมแดงปูรอให้คุณเดิน

00:27:54.172 --> 00:27:56.132 align:center
ตอนนี้มันกลายเป็นพรมซาตินเลยละ

00:27:56.216 --> 00:27:59.135 align:center
แฮปปี้เบิร์ธเดย์ ทูยู

00:27:59.219 --> 00:28:02.972 align:center
ผมคิดว่าพวกเขาช่วยให้ผม
กล้าก้าวไปเป็นตัวเองมากขึ้น

00:28:03.056 --> 00:28:05.225 align:center
คุณได้ออกโฆษณามากกว่าไทเกอร์ซะอีก

00:28:05.308 --> 00:28:07.143 align:center
และผมก็เชื่อว่า…

00:28:07.227 --> 00:28:10.271 align:center
เดี๋ยว ผมว่าชีวิตแต่งงานคุณก็ดีกว่าเขาด้วย

00:28:10.939 --> 00:28:13.650 align:center
เราทั้งคู่ใช้ชีวิตเหมือนร็อกสตาร์เลย

00:28:13.733 --> 00:28:16.486 align:center
ผมว่าเราทำให้โคบีจะบ้าตายเลยละ

00:28:16.569 --> 00:28:19.823 align:center
ผมไปแร็ป ลามาร์ทำรายการเรียลลิตี้

00:28:19.906 --> 00:28:21.241 align:center
แต่เราก็ยังไปซ้อมนะ

00:28:23.535 --> 00:28:25.453 align:center
หายใจเข้าทางจมูก

00:28:27.163 --> 00:28:28.707 align:center
ผ่อนลมหายใจออก

00:28:31.292 --> 00:28:34.254 align:center
จะบอกว่าผมไม่รู้เรื่องเลยก็คงไม่ใช่
แต่มันแบบว่า

00:28:34.337 --> 00:28:36.089 align:center
เราผูกพันกันแน่นแฟ้นมาก

00:28:36.172 --> 00:28:39.509 align:center
จิตใจเรานิ่งสงบ เรามั่นคง

00:28:40.468 --> 00:28:43.346 align:center
เราแข็งแกร่งกว่ากระแสเสียงภายนอก

00:28:45.473 --> 00:28:46.558 align:center
และมันก็ได้ผล

00:28:47.142 --> 00:28:49.436 align:center
โอดอมส่งให้กาซอล ส่งกลับให้โอดอม

00:28:49.519 --> 00:28:51.146 align:center
หลบเข้าใต้ห่วง สวยมาก ลงไปแล้ว

00:28:51.229 --> 00:28:54.399 align:center
ลามาร์ โอดอมโชว์ฟอร์มใหญ่ในครึ่งหลัง

00:28:55.275 --> 00:29:00.113 align:center
ลอสแอนเจลิส เลเกอร์ส
ได้เป็นแชมป์โลกบาสเกตบอล

00:29:02.490 --> 00:29:05.034 align:center
อีกประมาณหนึ่งชั่วโมง ขบวนพาเหรดจะเริ่ม

00:29:05.118 --> 00:29:09.080 align:center
โดยเริ่มจากสเตเปิลส์เซนเตอร์
แล้วเคลื่อนไปตามถนนฟิเกอโรอา

00:29:09.164 --> 00:29:11.916 align:center
ฉันจำได้ตอนพ่อได้แชมป์ครั้งแรก

00:29:12.000 --> 00:29:15.462 align:center
เราอยากไปพาเหรด
อยากฉลองช่วงเวลานั้นกับเขา

00:29:15.545 --> 00:29:17.297 align:center
อยากเป็นส่วนหนึ่งของมัน

00:29:17.380 --> 00:29:20.925 align:center
เส้นทางพาเหรดเต็มไปด้วยแฟนทีมเลเกอร์ส
ที่ดีใจกันสุดๆ

00:29:21.009 --> 00:29:24.012 align:center
เราจะถ่ายทอดสดให้คุณชมตลอดช่วงเช้าเลยครับ

00:29:24.095 --> 00:29:27.223 align:center
วันนั้นพวกเด็กๆ ไม่ไปโรงเรียน
พวกเขาบอกเพื่อนๆ ว่า

00:29:27.307 --> 00:29:29.893 align:center
"พรุ่งนี้เราไม่มาหรอก เราจะไปพาเหรด"

00:29:30.393 --> 00:29:32.729 align:center
เด็กๆ ขับรถไปแมนฮัตตันบีช ไปบ้านของลามาร์

00:29:32.812 --> 00:29:35.857 align:center
พวกแกโทรหาฉันแล้วบอกว่า
"พ่อไม่รับสาย แต่เรารู้ว่าพ่ออยู่ในนั้น"

00:29:35.940 --> 00:29:38.735 align:center
เราเคาะประตู ไม่มีเสียงตอบ

00:29:38.818 --> 00:29:39.986 align:center
เงียบสนิท

00:29:40.069 --> 00:29:42.363 align:center
โคบี บีน ไบรอันต์และครอบครัวครับ

00:29:42.447 --> 00:29:44.407 align:center
เขามาแล้ว เสียงต้อนรับดังมาก

00:29:44.491 --> 00:29:46.034 align:center
เป็นวันที่ยิ่งใหญ่ในแอลเอจริงๆ

00:29:46.117 --> 00:29:48.745 align:center
เพื่อนของเขาคนหนึ่งโทรมาบอกว่า

00:29:48.828 --> 00:29:53.249 align:center
"ฟังนะ ลามาร์อยู่บ้าน
แต่เมื่อคืนเขาปาร์ตี้หนักมาก

00:29:53.333 --> 00:29:56.377 align:center
เขาไม่อยากให้เด็กๆ เห็นเขาในสภาพนี้

00:29:56.461 --> 00:29:57.879 align:center
เขาจะไม่ไปพาเหรดหรอก"

00:30:00.548 --> 00:30:02.133 align:center
สุดท้ายเราเลยต้องดูทางทีวี

00:30:03.468 --> 00:30:07.263 align:center
แล้วเทรนเนอร์ของเขาตอนนั้น
ลากเขาลุกขึ้นมา แล้วบอกว่า

00:30:07.347 --> 00:30:09.349 align:center
"ไปพาเหรดซะ นายจะไม่ไปไม่ได้"

00:30:10.016 --> 00:30:13.311 align:center
แอลโอ เรามองเห็นลามาร์ โอดอม
กำลังขึ้นรถบัส

00:30:13.394 --> 00:30:17.273 align:center
เขาอยากได้แชมป์
อยากลบภาพจำแย่ๆ ที่ติดตัวเขา

00:30:17.357 --> 00:30:19.067 align:center
เป็นปีที่ยอดเยี่ยมของแอลโอเลย

00:30:20.151 --> 00:30:23.738 align:center
เขาอยู่บนรถแห่กับเทรนเนอร์
ลูกๆ ของฉันดูอยู่ พวกแกพูดว่า

00:30:23.822 --> 00:30:25.532 align:center
"ว้าว พ่อไปจริงๆ"

00:30:27.742 --> 00:30:30.578 align:center
พวกแกเสียใจมากค่ะ

00:30:31.454 --> 00:30:32.956 align:center
มันแย่มาก

00:30:35.625 --> 00:30:38.294 align:center
ลามาร์ ก่อนอื่นเลย
ได้นั่งรถแห่มาที่นี่เป็นยังไงบ้าง

00:30:38.378 --> 00:30:41.506 align:center
- คุณว่าบรรยากาศเป็นยังไง
- สุดยอดเลย เหลือเชื่อมาก

00:30:41.589 --> 00:30:43.842 align:center
ไม่เคยคิดว่าจะมีวันนี้ มันสวยงามมาก

00:30:44.425 --> 00:30:48.763 align:center
เรามักพูดถึงคนดี คนที่มีหัวใจทองคำ

00:30:49.347 --> 00:30:54.143 align:center
ไม่มีใครจะดีไปกว่าแอลโอ
ลามาร์ โอดอมอีกแล้ว

00:30:57.564 --> 00:30:59.732 align:center
การถูกพ่อตัวเองปฏิเสธ…

00:30:59.816 --> 00:31:01.985 align:center
มันทำใจยากและเจ็บปวดสุดๆ

00:31:02.068 --> 00:31:05.488 align:center
มันกระทบต่อการเติบโตของคุณจริงๆ นะ

00:31:06.948 --> 00:31:09.617 align:center
มีบางช่วงเวลาที่คุณไม่มีวันลืมลง

00:31:09.701 --> 00:31:13.913 align:center
ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าพ่อปาร์ตี้จัดและเสพยา

00:31:18.209 --> 00:31:21.129 align:center
ครั้งแรกที่ผมเสพโคเคน

00:31:21.212 --> 00:31:22.422 align:center
มันสุดยอดมาก

00:31:23.172 --> 00:31:25.800 align:center
ผมอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง เธอมากับสามี

00:31:25.884 --> 00:31:27.343 align:center
เราอยู่ที่ไมอามี

00:31:28.720 --> 00:31:30.138 align:center
นึกออกนะ

00:31:30.221 --> 00:31:32.974 align:center
ผมเสียใจไหมเหรอ โคตรๆ เลยละ

00:31:33.558 --> 00:31:36.978 align:center
บางคนก็เสียใจกับช่วงเวลาที่ดีที่สุด
ในชีวิตตัวเองนะ

00:31:41.399 --> 00:31:42.775 align:center
มันเป็นความเคลิ้ม…

00:31:42.859 --> 00:31:46.112 align:center
ผมรู้ว่าโคเคนไม่ใช่สิ่งดี แต่มันให้ความรู้สึกดีมาก

00:31:46.195 --> 00:31:49.949 align:center
จนคุณอยากจับมันใส่ขวดเก็บไว้เลย
เพื่อคุณจะได้…

00:31:50.033 --> 00:31:52.410 align:center
ได้เอามาใช้วันถัดไป

00:31:52.493 --> 00:31:54.662 align:center
แต่กับยาเสพติด มันไม่ใช่แบบนั้น

00:31:56.623 --> 00:32:00.043 align:center
แล้วตอนนั้นผมก็ยังอยู่ในวัยที่
ถ้าใช้โคเคนต่อเนื่องสักเดือน

00:32:00.126 --> 00:32:04.130 align:center
แล้วหยุด แล้วกลับมาออกกำลังกาย กินดีๆ

00:32:04.631 --> 00:32:05.882 align:center
ผมยังกู้ร่างกายกลับมาได้

00:32:06.883 --> 00:32:08.927 align:center
เขาเป็นผู้เล่นที่ทำเพื่อทีม ไม่เห็นแก่ตัวเลยครับ

00:32:09.010 --> 00:32:11.179 align:center
นั่นแหละเครื่องหมายของแชมป์ตัวจริง

00:32:11.262 --> 00:32:15.808 align:center
เขาคือผู้เล่นสำรองอันดับหนึ่งของลีก
และสมควรได้รางวัลนั้นอย่างยิ่ง

00:32:16.559 --> 00:32:19.604 align:center
ถึงครอบครัวของผม ภรรยา แม่ยาย

00:32:19.687 --> 00:32:22.148 align:center
และเพื่อนร่วมทีมของผม

00:32:22.231 --> 00:32:24.525 align:center
ผมรอวันนี้มานานมาก

00:32:25.109 --> 00:32:28.029 align:center
นึกออกนะ ผมได้เรียนรู้อะไรมากมาย

00:32:28.112 --> 00:32:30.365 align:center
จากพวกผู้ชายในห้องล็อกเกอร์

00:32:31.366 --> 00:32:32.617 align:center
ผมโชคดีมาก

00:32:32.700 --> 00:32:34.369 align:center
แล้วก็…

00:32:34.452 --> 00:32:39.082 align:center
มีบางคนที่ผมอยากให้มาอยู่ตรงนี้เพื่อเห็นมันด้วย

00:32:42.168 --> 00:32:43.252 align:center
แต่ว่า…

00:32:44.337 --> 00:32:47.632 align:center
ผมแค่อยากบอกทุกคนว่าผมซาบซึ้งใจมาก

00:32:50.510 --> 00:32:54.347 align:center
ช่วงแรกๆ มันเป็นแค่การเสพสนุกๆ ในปาร์ตี้

00:32:54.430 --> 00:32:58.184 align:center
แต่ถึงพูดแบบนี้จะฟังดูตลก

00:32:58.267 --> 00:33:01.145 align:center
แต่มันเหมือนยังควบคุมได้นะคะ

00:33:02.438 --> 00:33:05.191 align:center
ฉันว่าราวสองปีต่อมานั่นแหละ

00:33:05.274 --> 00:33:08.903 align:center
ช่วงเดือนมิถุนายน เขาก็หายตัวไป

00:33:09.612 --> 00:33:11.864 align:center
ฉันคิดจริงๆ นะว่าอาจมีอะไรเกิดขึ้นกับเขา

00:33:11.948 --> 00:33:15.493 align:center
ฉันจำได้ว่าโทรหาทุกคนเลย พยายามตามหาเขา

00:33:15.576 --> 00:33:17.787 align:center
พอเขากลับบ้าน เขาก็…

00:33:17.870 --> 00:33:20.081 align:center
ฉันไม่อยากใช้คำว่าโทษนั่นโทษนี่นะคะ

00:33:20.164 --> 00:33:23.835 align:center
แต่เขาบอกว่าเหตุผลที่เขาใช้ยา
เป็นเพราะเจย์เดนเสียชีวิต

00:33:23.918 --> 00:33:26.421 align:center
เดือนมิถุนายนเลยเป็นเดือนที่เขาทำใจลำบาก

00:33:26.504 --> 00:33:29.048 align:center
นั่นเป็นครั้งแรกเลยที่ฉันรู้สึกว่า

00:33:29.132 --> 00:33:31.342 align:center
"โอเค นี่เป็นเรื่องที่ฉันไม่เคยเจอมาก่อน

00:33:31.426 --> 00:33:36.264 align:center
นี่เป็นสถานการณ์มืดมนเลวร้าย
และฉันไม่รู้ว่าต้องทำยังไง"

00:33:39.851 --> 00:33:41.269 align:center
มีขบวนพาเหรดฉลองแชมป์

00:33:41.352 --> 00:33:43.604 align:center
ที่คุณกับลูกๆ ตั้งใจจะไปด้วยกัน

00:33:43.688 --> 00:33:45.690 align:center
แต่สุดท้ายคุณก็ไปคนเดียว

00:33:45.773 --> 00:33:46.858 align:center
คุณจำเรื่องนั้นได้ไหม

00:33:46.941 --> 00:33:48.401 align:center
ผมจำไม่ได้

00:33:48.484 --> 00:33:53.239 align:center
แต่ก็นะ พอคุณติดยา
มันต้องมีเรื่องน่าละอายใจตามมาอยู่แล้ว

00:33:54.407 --> 00:33:56.617 align:center
โดยเฉพาะเมื่อคุณยอมรับว่าเสพติดมันแล้ว

00:33:57.994 --> 00:34:00.913 align:center
ผมมั่นใจว่าต้องมีอีกหลายเรื่องที่ผมจำไม่ได้

00:34:00.997 --> 00:34:04.751 align:center
เพราะสภาพของผมในตอนนั้น

00:34:06.919 --> 00:34:09.380 align:center
หลายคนเสพยาแล้วได้ความสุขสุดเหวี่ยง

00:34:09.464 --> 00:34:11.716 align:center
นาน 15 นาที

00:34:11.799 --> 00:34:16.929 align:center
จากนั้นรอเสพอีกทีศุกร์หน้า หรือสัปดาห์หน้าไหว

00:34:17.764 --> 00:34:19.974 align:center
แต่บางคน พอคุณเสพ

00:34:20.058 --> 00:34:23.853 align:center
มันเหมือนปลดล็อกบางอย่างที่คุณควบคุมไม่ได้

00:34:27.231 --> 00:34:31.527 align:center
ผมคิดว่าช่วงนั้นแหละที่ด้านมืดของเขาเริ่มโผล่มา

00:34:32.487 --> 00:34:35.448 align:center
เขาเริ่มแยกไม่ออกว่าอะไรคือชีวิตจริง

00:34:35.531 --> 00:34:37.492 align:center
เขาอยู่ในฟองสบู่กับเจ้ายานี่

00:34:38.493 --> 00:34:40.578 align:center
- ถอยหน่อย ให้พวกเขาเดิน
- พวกเขารักคุณนะ

00:34:43.581 --> 00:34:45.500 align:center
โคลอี้ สัมภาษณ์ทีเอ็มซีหน่อยครับ

00:34:45.583 --> 00:34:47.668 align:center
ผมจำได้ว่าตอนอยู่มัธยม

00:34:48.252 --> 00:34:50.630 align:center
ในสมุดพกใบแรกตอนม.หนึ่ง

00:34:51.339 --> 00:34:52.924 align:center
ผมสอบตกสี่วิชา

00:34:53.716 --> 00:34:55.676 align:center
และก็ไม่มี…

00:34:56.886 --> 00:34:58.221 align:center
เหมือนไม่มีผลอะไรตามมา

00:34:59.931 --> 00:35:01.390 align:center
และมันก็ไม่ได้ดีขึ้นด้วย

00:35:03.893 --> 00:35:07.063 align:center
ไม่รู้สิ พอนึกถึงเรื่องต่างๆ
อย่างเรื่องนอกใจเมียด้วย

00:35:08.356 --> 00:35:12.527 align:center
สมองคุณต้องเพี้ยนขนาดไหนถึงคิดว่า…
คุณต้องรู้สิว่าตัวเองเป็นใคร

00:35:13.277 --> 00:35:16.447 align:center
อะไรทำให้คุณคิดว่า
คุณแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ออกทีวี

00:35:17.031 --> 00:35:20.159 align:center
แล้วจะไปมีชู้ได้

00:35:21.160 --> 00:35:22.870 align:center
- พวกนั้นเอาแต่เกลียด
- คงกระพัน

00:35:22.954 --> 00:35:24.872 align:center
- แต่ฉันจะได้ดีต่อไป
- ได้ดีแน่

00:35:25.998 --> 00:35:27.041 align:center
และก็…

00:35:28.042 --> 00:35:29.794 align:center
โคลอี้ออกนอกเมือง

00:35:30.670 --> 00:35:32.964 align:center
ฉันยังแอบทำลับหลังได้อยู่ละมั้ง

00:35:33.047 --> 00:35:35.091 align:center
เขาเคยบอกผมครั้งหนึ่ง

00:35:35.174 --> 00:35:38.094 align:center
"ฉันจะปาร์ตี้กับคนที่ปาร์ตี้ได้ยาวหกเดือน

00:35:38.177 --> 00:35:39.428 align:center
แล้วก็ยังไปทำงานได้ปกติ"

00:35:39.971 --> 00:35:42.557 align:center
ผมนั่งคิดในใจว่า
"ตอนนี้นายคบหาคนแบบไหนอยู่น่ะ"

00:35:42.640 --> 00:35:44.058 align:center
(หนังผู้ใหญ่
มีทีวีสี)

00:35:44.142 --> 00:35:47.770 align:center
ผมจำได้ว่าคืนหนึ่งผมไปที่บิ๊กแบร์

00:35:48.479 --> 00:35:52.650 align:center
ผมเมายาจนหลุดโลกไปเลย

00:35:53.776 --> 00:35:56.737 align:center
แม่สาวที่อยู่กับผมตอนนั้น

00:35:56.821 --> 00:35:59.365 align:center
เธอคงตกใจสุดๆ

00:35:59.448 --> 00:36:04.579 align:center
จนถึงขั้นเอาโทรศัพท์ผมมาโทรหาเมียผมเลย

00:36:04.662 --> 00:36:08.499 align:center
ฉันโทรหาเขาอีกรอบ
เขาหายไปเลยค่ะ หายังไงก็หาไม่เจอ

00:36:08.583 --> 00:36:12.128 align:center
แล้วจู่ๆ ก็มีสายเข้า ฉันก็แบบ "ฮัลโหล"

00:36:12.211 --> 00:36:14.922 align:center
ทางนั้นก็บอกว่า
"หวัดดี ฉันเป็นสาวที่เอากับสามีคุณ

00:36:15.006 --> 00:36:17.258 align:center
เขาเมายาหนักมาก

00:36:17.341 --> 00:36:19.552 align:center
แล้วก็เอาแต่ขอเงินกับยา

00:36:19.635 --> 00:36:23.347 align:center
ฉันไม่เอาด้วยแล้ว คุณมารับเขาทีได้ไหม

00:36:23.431 --> 00:36:26.934 align:center
เมื่อกี้ฉันโทรหาแม่คุณด้วย
เพราะไม่รู้ว่าควรโทรหาคุณไหม"

00:36:28.644 --> 00:36:32.273 align:center
ฉันไม่เคยจับได้ว่าเขานอนกับคนอื่น

00:36:32.356 --> 00:36:36.152 align:center
แน่นอนว่าฉันสงสัยอยู่ แต่ไม่เคยมีหลักฐานชัดๆ

00:36:36.736 --> 00:36:40.948 align:center
ผมจำได้ว่าสูดโคเคนเข้าไปเส้นใหญ่

00:36:42.325 --> 00:36:43.701 align:center
ต่อมาผมก็ได้ยินเสียงเรียก

00:36:44.452 --> 00:36:47.872 align:center
"แลมมี่" แล้วผมก็เห็นหน้าคริส เจนเนอร์

00:36:48.623 --> 00:36:50.249 align:center
โผล่มาจาก…

00:36:52.126 --> 00:36:53.211 align:center
กรอบประตู

00:36:57.840 --> 00:37:00.885 align:center
มันเริ่มบ้าคลั่งสุดๆ ตอนที่…

00:37:00.968 --> 00:37:03.596 align:center
ข่าวแพร่ไปทั่วท้องถนน

00:37:04.305 --> 00:37:06.432 align:center
"ลามาร์ติดโคเคน" หรือ "เขาเล่นโคเคน"

00:37:06.515 --> 00:37:10.311 align:center
มันกลายเป็นเรื่องน่ารำคาญ
เวลาคนพยายามจับผิดผม

00:37:10.394 --> 00:37:11.562 align:center
ว่าผมทำอะไรที่ไม่ควรทำ

00:37:13.356 --> 00:37:15.441 align:center
- คุณไม่ได้มีปัญหาติดยาใช่ไหม
- ไม่มีหรอก

00:37:15.524 --> 00:37:16.359 align:center
ไม่มีเหรอ

00:37:16.442 --> 00:37:18.361 align:center
- ไม่มี
- คุณคิดว่าต้องไปบำบัดไหม

00:37:18.444 --> 00:37:19.654 align:center
- ไม่หรอก
- โอเค

00:37:19.737 --> 00:37:20.947 align:center
ได้คุยกับโคลอี้หรือยัง

00:37:21.030 --> 00:37:22.365 align:center
คุยแล้วสิ นั่นภรรยาผมนะ

00:37:22.448 --> 00:37:24.408 align:center
โอเค งั้นคุณคุยกับเธอแล้วเหรอ

00:37:24.492 --> 00:37:25.952 align:center
แน่นอนสิ

00:37:26.827 --> 00:37:29.538 align:center
ถ้าคุณย้อนกลับไปดูเส้นเวลา

00:37:29.622 --> 00:37:31.916 align:center
ย้อนกลับไปดูเหตุการณ์สำคัญทั้งหมดในชีวิตเขา

00:37:31.999 --> 00:37:34.752 align:center
ย้อนไปให้สุด จะเห็นว่าเขาไม่มีรากฐานเลยค่ะ

00:37:34.835 --> 00:37:37.630 align:center
แล้วเขาก็แต่งงาน ต้องเจอแรงกดดันมหาศาล

00:37:37.713 --> 00:37:42.176 align:center
ไหนจะอยู่ในทีมระดับแชมป์
เขาเสแสร้งทำเป็นว่าทุกอย่างโอเคไม่ได้อีกแล้ว

00:37:42.260 --> 00:37:43.886 align:center
ทุกอย่างมันต้องพังลงมาแน่นอน

00:37:47.348 --> 00:37:50.726 align:center
อย่ามายั่วโมโหผม คุณเพิ่งบอกเขาเอง
อย่ามาซ้ำเติมผมสิ

00:37:50.810 --> 00:37:52.645 align:center
ตอนนี้คุณกลับมายั่วโมโหผมซะงั้น

00:37:53.229 --> 00:37:56.357 align:center
ผมสงสัยว่าพ่ออยู่ที่ไหน
เขาไปอยู่ไหน ทำอะไรอยู่

00:37:56.941 --> 00:37:58.234 align:center
แน่นอนว่าผมคิดถึงพ่อ

00:37:58.317 --> 00:38:01.404 align:center
ผมอยากเจอพ่อ แต่พ่อไม่ยอมอยู่ในชีวิตผม

00:38:02.571 --> 00:38:04.115 align:center
ทุกอย่างมันถาโถมเข้ามา

00:38:04.198 --> 00:38:06.450 align:center
เขาเสพยาหนักขึ้นเรื่อยๆ

00:38:06.534 --> 00:38:09.996 align:center
มีหลายครั้งที่ลามาร์หายตัวไป
สิบสองชั่วโมงบ้าง สองวันบ้าง

00:38:10.079 --> 00:38:11.872 align:center
หนีสถานบำบัด ไปเสพยาหนักๆ

00:38:11.956 --> 00:38:14.583 align:center
ไม่มีใครหาเขาเจอ

00:38:15.751 --> 00:38:19.630 align:center
ฉันต้องออกตามหาเขาในตรอกซอกซอย
ตามหาเขาในโมเทลต่างๆ

00:38:19.714 --> 00:38:22.967 align:center
เขาจะมีกระดาษฟอยล์ชิ้นเล็กๆ หรือไม่ก็ช้อน
ไว้เสพแบบฟรีเบส

00:38:23.050 --> 00:38:24.468 align:center
แล้วทิ้งของเกลื่อนไปหมด

00:38:24.552 --> 00:38:29.015 align:center
ฉันจำได้ว่าต้องไปห้องโรงแรม
เพื่อเก็บกวาดของพวกนั้นให้เขา

00:38:29.098 --> 00:38:31.183 align:center
แม่บ้านจะได้ไม่เอาเรื่องไปขายข่าว

00:38:31.934 --> 00:38:35.563 align:center
ฉันกลายเป็นคนที่เอื้อให้เขาเสพยาโดยไม่รู้ตัว

00:38:35.646 --> 00:38:39.900 align:center
แต่ฉันแค่รู้สึกว่าต้องปกปิดเรื่องนี้

00:38:39.984 --> 00:38:41.736 align:center
ประคองสถานการณ์ไว้ ปกป้องเขา

00:38:43.988 --> 00:38:50.369 align:center
การติดเซ็กซ์หรือติดยา
มันไม่เกี่ยวกับเชื้อชาติ สีผิว หรือศาสนา

00:38:51.662 --> 00:38:53.748 align:center
กินในที่ลับ สุดท้ายก็ต้องถูกไขในที่แจ้ง

00:38:54.623 --> 00:38:56.917 align:center
คุณยายผมพูดไว้แบบนั้น

00:38:58.002 --> 00:38:59.420 align:center
เกิดอะไรขึ้น

00:38:59.503 --> 00:39:01.255 align:center
ผมไม่นับถืองานปาปารัสซี่หรอก

00:39:01.339 --> 00:39:04.633 align:center
เข้าใจไหม
การคอยตามคนไปทั่วไม่ใช่เรื่องดีเลย

00:39:04.717 --> 00:39:06.218 align:center
ผมกับโคลอี้รักกัน

00:39:06.302 --> 00:39:08.888 align:center
ถ้าเราอยากให้พวกคุณเห็น
อยากให้พวกคุณเข้ามาในบ้านเรา

00:39:08.971 --> 00:39:10.097 align:center
เราก็ให้เข้าได้

00:39:10.181 --> 00:39:12.683 align:center
และเราก็ไล่พวกคุณออกไปได้เหมือนกัน

00:39:12.767 --> 00:39:16.103 align:center
ตอนที่ฉันได้รู้ว่ามีปัญหาเกิดขึ้น เขาบอกว่า

00:39:16.187 --> 00:39:18.564 align:center
"คุณบอกใครไม่ได้นะ ไม่งั้นผมจะเสียทุกอย่าง

00:39:18.647 --> 00:39:21.817 align:center
ถ้าผมเสียทุกอย่าง
แล้วเราจะไปอยู่ไหน จะทำยังไง"

00:39:21.901 --> 00:39:24.236 align:center
ตอนนั้นฉันอายุแค่ 24

00:39:24.320 --> 00:39:26.280 align:center
ยังหาทางชีวิตตัวเองอยู่เลย

00:39:26.364 --> 00:39:29.950 align:center
ฉันมีรายการก็จริง
แต่ก็ไม่ได้ทำเงินมากมายอะไร

00:39:30.826 --> 00:39:35.414 align:center
ฉันจำได้ว่าต้องเก็บความลับพวกนี้ไว้
แล้วก็มารู้สึกแย่กับตัวเอง

00:39:35.998 --> 00:39:38.167 align:center
ฉันคิดว่าการที่ฉันยังเด็กก็มีส่วนด้วย

00:39:38.250 --> 00:39:40.878 align:center
เขาคือรักแรกจริงๆ ของฉัน

00:39:40.961 --> 00:39:42.755 align:center
จากนั้นคุณก็สงสารเขา

00:39:42.838 --> 00:39:44.423 align:center
และพยายามหาเหตุผลให้เขา

00:39:44.507 --> 00:39:48.719 align:center
"เพราะคนนั้นคนนี้ตาย พ่อคุณติดเฮโรอีน

00:39:48.803 --> 00:39:50.137 align:center
คุณก็เลยทำตัวแบบนี้

00:39:50.221 --> 00:39:54.475 align:center
ฉันจะพยายามแก้ปัญหาให้คุณเอง
และทำให้คุณเห็นว่าฉันรักคุณมากพอ

00:39:54.558 --> 00:39:55.851 align:center
ฉันจะทำให้คุณดีขึ้นเอง"

00:39:56.435 --> 00:40:00.189 align:center
แต่ฉันต้องสู้กับมันไม่เว้นวัน

00:40:00.272 --> 00:40:03.984 align:center
ถ้าไม่ใช่สู้เพื่อปกป้องเขา
ก็เพื่อไม่ให้เขาถูกจับได้

00:40:04.068 --> 00:40:05.486 align:center
ซึ่งมันฟังดูบ้ามาก

00:40:05.569 --> 00:40:08.114 align:center
ต้องคอยรักษาภาพลักษณ์ของเขา

00:40:08.197 --> 00:40:10.491 align:center
ทำให้คนข้างนอกยังเห็นว่า

00:40:10.574 --> 00:40:12.868 align:center
เขายังเป็นลามาร์ โอดอมคนเดิม

00:40:13.452 --> 00:40:14.829 align:center
ฉันไม่ได้นอนเป็นปีๆ เลยค่ะ

00:40:15.830 --> 00:40:17.915 align:center
ตอนนั้นผมมีอิทธิพลมากในเมือง

00:40:17.998 --> 00:40:20.209 align:center
ภรรยาผมก็ดังพอๆ กัน

00:40:20.751 --> 00:40:22.044 align:center
ผมกำลังพุ่งสุดๆ

00:40:22.837 --> 00:40:24.839 align:center
แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

00:40:26.465 --> 00:40:30.386 align:center
ฉันจำได้ว่าเขากำลังขับรถ
ไปสนามซ้อมของเลเกอร์ส

00:40:30.469 --> 00:40:32.430 align:center
เขาเปิดวิทยุฟังไปด้วย

00:40:32.513 --> 00:40:37.101 align:center
ลามาร์ มีรายงานว่า
คุณกำลังจะถูกแลกตัวไปดัลลัส

00:40:37.184 --> 00:40:39.603 align:center
เขาพูดขึ้นว่า "วิทยุรู้ได้ยังไง

00:40:39.687 --> 00:40:41.981 align:center
ฉันทุ่มเทให้พวกนายขนาดนี้

00:40:42.064 --> 00:40:47.570 align:center
แต่ฉันต้องมารู้แบบนี้เหรอ
ว่ากำลังจะถูกส่งตัวไปที่อื่น"

00:40:47.653 --> 00:40:50.573 align:center
หลังจากนั้นมันก็ยิ่งดิ่งลงเหวเลยค่ะ

00:40:50.656 --> 00:40:53.576 align:center
ผมคิดไปเองว่าคงไม่ถูกทำเหมือนเป็นแค่สถิติ

00:40:53.659 --> 00:40:56.871 align:center
ผมนึกว่าจะได้อยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิต

00:40:56.954 --> 00:41:00.040 align:center
ไม่รู้เหมือนกัน ผมอาจไปทำให้บางคนไม่พอใจ

00:41:00.124 --> 00:41:02.251 align:center
อาจเพราะผมทำรายการทีวี

00:41:02.334 --> 00:41:04.670 align:center
ผมเจอภรรยา เจอครอบครัวที่แอลเอ

00:41:04.753 --> 00:41:06.964 align:center
แอลเอเป็นส่วนหนึ่งของผมไปแล้ว

00:41:07.047 --> 00:41:10.801 align:center
มันทำใจยากที่ต้องเห็นเพื่อนเรา
และผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมของเรา

00:41:10.885 --> 00:41:13.137 align:center
ต้องไปที่อื่น เหมือนไม่มีค่าอะไรเลย

00:41:13.220 --> 00:41:15.139 align:center
ไม่ว่าเขาจะกำลังมีเรื่องอะไรอยู่

00:41:15.222 --> 00:41:18.767 align:center
นั่นก็เป็นเรื่องของเขา แต่เรื่องนี้มันทำใจยากนะ

00:41:18.851 --> 00:41:19.810 align:center
มันโหดเลยละ

00:41:19.894 --> 00:41:22.271 align:center
เป็นครั้งแรกเลย
ที่บาสเกตบอลรู้สึกเหมือนเป็นงาน

00:41:22.354 --> 00:41:24.231 align:center
นึกออกไหม

00:41:24.315 --> 00:41:30.821 align:center
หลังจากถูกแลกตัวไปดัลลัส
เขาก็ยิ่งเสพยาหนักขึ้น

00:41:31.906 --> 00:41:34.408 align:center
ตอนที่คุณรู้ว่าเลเกอร์สแลกตัวคุณ

00:41:34.492 --> 00:41:36.869 align:center
คุณคิดอะไรเป็นอย่างแรกครับ

00:41:37.661 --> 00:41:38.996 align:center
ผมตกใจนะ

00:41:40.789 --> 00:41:43.792 align:center
ผมตกใจเพราะไม่มีใครบอกอะไรผมเลย

00:41:44.585 --> 00:41:47.630 align:center
แต่ก็นะ ผมจะได้ไปอยู่ใน…

00:41:47.713 --> 00:41:50.382 align:center
แบบว่าใน…

00:41:50.466 --> 00:41:52.134 align:center
ภาพรวมที่ดีมากๆ

00:41:52.718 --> 00:41:55.471 align:center
ฉันไม่เคยเห็นยาเยอะขนาดนั้น
ในที่มืดแบบนั้นมาก่อน

00:41:55.554 --> 00:41:59.058 align:center
บรรยากาศรอบตัวเรามันมืดมนมาก

00:41:59.141 --> 00:42:01.477 align:center
พวกเขาไม่ตรวจหายาแก้ปวดบางตัว

00:42:01.560 --> 00:42:03.687 align:center
และเขาก็รู้ว่าตัวไหนจะไม่ถูกตรวจ

00:42:03.771 --> 00:42:06.899 align:center
เขาเลยเอายาแก้ปวดตัวนั้นมาเสพแบบฟรีเบส

00:42:08.609 --> 00:42:11.695 align:center
ก่อนถึงวันคริสต์มาส
ฉันจำได้เพราะฉันทำบ้านขนมปังขิง

00:42:11.779 --> 00:42:14.740 align:center
พยายามทำให้บรรยากาศในห้องโรงแรมดูน่ารัก

00:42:14.823 --> 00:42:20.037 align:center
เขาขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำโรงแรมสี่วันติด
เสพยาอย่างเดียว

00:42:20.120 --> 00:42:22.581 align:center
เขาไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปแค่ไหนแล้ว
เขาทรมานสุดๆ

00:42:22.665 --> 00:42:27.044 align:center
มีบางครั้งที่เขาจะออกไปซ้อมบ้าง

00:42:27.127 --> 00:42:30.130 align:center
แต่เขาซ้อมได้แย่มาก
เพราะเขาอาการแย่มากและเมายาหนักมาก

00:42:31.090 --> 00:42:33.968 align:center
ปีนี้เป็นปีที่โหดมาก เรา…

00:42:34.051 --> 00:42:36.178 align:center
การถ่ายรายการไม่ส่งผลต่ออาชีพของคุณเหรอคะ

00:42:36.262 --> 00:42:37.221 align:center
- ไม่ครับ
- ไม่ค่ะ

00:42:37.304 --> 00:42:41.308 align:center
เขาถูกไล่ออกจากทีมแมฟส์

00:42:41.392 --> 00:42:43.894 align:center
เราอยู่ที่นั่นแค่ไม่กี่เดือน

00:42:45.271 --> 00:42:48.816 align:center
ผมกลับมาแอลเอ ได้เซ็นกับคลิปเปอร์ส
แต่ตอนนั้นผมหนักเกือบ 140 กิโลกรัม

00:42:49.942 --> 00:42:52.403 align:center
นั่นเป็นช่วงเวลาที่น่าอายที่สุด
ในอาชีพการงานของผมเลย

00:42:52.486 --> 00:42:53.988 align:center
เพราะผมเสพยาหนักมาก

00:42:54.071 --> 00:42:56.824 align:center
จนต้องพาตัวเองเข้าไปบำบัดเองเลย

00:42:57.533 --> 00:43:01.203 align:center
มีรายงานว่าลามาร์ โอดอม
อยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่งที่ลอสแอนเจลิส

00:43:01.287 --> 00:43:05.082 align:center
เพื่อนๆ พยายามพาเขาไปรักษา
เรื่องปัญหายาเสพติดที่ไม่เปิดเผยรายละเอียด

00:43:05.165 --> 00:43:10.462 align:center
พอจบฤดูกาลแข่งของคลิปเปอร์ส
เขาก็กลับไปเสพยาหนักอีก

00:43:10.546 --> 00:43:14.258 align:center
คุณหล่นจากผู้เล่นสำรองยอดเยี่ยมแห่งปี
เหลือแค่เฉลี่ยชู้ตได้หกแต้มต่อเกมได้ยังไง

00:43:14.341 --> 00:43:16.760 align:center
เพราะเขาไม่อยากอยู่ที่นั่นไงล่ะ
เพราะเขากำลังทรมาน

00:43:16.844 --> 00:43:19.888 align:center
เขาเสพยาเกินขนาดหลายครั้ง
ฉันต้องพาเขาไปล้างท้อง

00:43:19.972 --> 00:43:23.392 align:center
พยายามทำทุกอย่างเงียบๆ…
เรามีศูนย์ล้างพิษที่บ้านเลย

00:43:23.475 --> 00:43:25.019 align:center
เราทำทุกอย่างที่ทำได้

00:43:25.102 --> 00:43:28.022 align:center
ลามาร์ ข่าวลือที่ว่าคุณติดแคร็กโคเคน
เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า

00:43:28.981 --> 00:43:30.733 align:center
- นั่นกล้องผมนะ
- หุบปาก

00:43:30.816 --> 00:43:32.067 align:center
แล้วลามาร์ล่ะ

00:43:32.151 --> 00:43:34.695 align:center
คุณรู้ไหมว่าเขาเสพยา หรือเพิ่งรู้ข่าวเลย

00:43:34.778 --> 00:43:35.779 align:center
ขอให้วันนี้โชคดีนะ

00:43:35.863 --> 00:43:39.158 align:center
วันเกิดฉันปีที่แล้ว ฉันโกหกทุกคน

00:43:39.241 --> 00:43:42.369 align:center
เพราะฉันต้องโกหกว่าอยู่กับสามี

00:43:42.453 --> 00:43:46.165 align:center
ทั้งที่จริงๆ สามีฉันหายไปกับผู้หญิงคนอื่น

00:43:51.712 --> 00:43:54.715 align:center
ฉันได้รับคำแนะนำให้เข้าแทรกแซง

00:43:54.798 --> 00:43:57.176 align:center
ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า

00:43:57.259 --> 00:44:00.929 align:center
"คุณต้องเข้าไปบอกเขาว่า 'คุณต้องไปบำบัด'

00:44:01.013 --> 00:44:04.099 align:center
แล้วถ้าเขาทำได้ไม่ครบสามเดือน

00:44:04.183 --> 00:44:06.143 align:center
คุณต้องบอกเขาว่าคุณจะหย่ากับเขา"

00:44:07.561 --> 00:44:11.523 align:center
ทุกคนรอบตัวฉันพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า
"เขาไม่มีวันเลือกหย่าแน่"

00:44:12.024 --> 00:44:14.151 align:center
เราเลยทำการแทรกแซง

00:44:14.818 --> 00:44:16.236 align:center
ฉันพูด

00:44:16.737 --> 00:44:17.905 align:center
ไปตามที่เตรียมไว้

00:44:18.822 --> 00:44:21.450 align:center
เขาตอบกลับมาว่า
"โอเค ขอหยิบหนังสือเดินทางก่อน

00:44:21.533 --> 00:44:23.452 align:center
แล้วไปหย่ากันแม่งเลย"

00:44:24.161 --> 00:44:26.789 align:center
ฉันมองไปรอบๆ

00:44:26.872 --> 00:44:29.124 align:center
"เดี๋ยวนะ เดี๋ยว

00:44:29.208 --> 00:44:31.210 align:center
ฉันไม่ได้อยากหย่านะ

00:44:31.293 --> 00:44:34.463 align:center
พวกคุณบอกว่าฉันต้องพูดไปแบบนั้น"

00:44:36.340 --> 00:44:39.718 align:center
ลามาร์ลุกออกไปเลยค่ะ เขาบอกว่า

00:44:39.802 --> 00:44:44.848 align:center
"เราจะหย่ากันแม่งให้จบๆ
และผมจะไม่กลับมาที่นี่อีก"

00:44:50.312 --> 00:44:52.022 align:center
ผมเซ็นใบหย่า

00:44:53.315 --> 00:44:56.026 align:center
และทันทีที่เซ็นใบหย่า ผมก็คิดในใจว่า

00:44:59.530 --> 00:45:00.739 align:center
"ฉันจะเล่นยาแบบจัดเต็ม"

00:45:01.657 --> 00:45:03.992 align:center
ผมเคยได้ยินเรื่องซ่องบันนี่แรนช์ในทีวีตลอด

00:45:04.743 --> 00:45:06.537 align:center
แต่ผมไม่มีโคเคนให้เสพ

00:45:07.121 --> 00:45:07.955 align:center
เชี่ย

00:45:08.706 --> 00:45:10.290 align:center
มันบ้ามากเวลาคุณกลับมาคิดว่า

00:45:10.374 --> 00:45:13.377 align:center
การตัดสินใจครั้งเดียว
ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือใหญ่

00:45:14.461 --> 00:45:16.130 align:center
มันสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ใหญ่หลวง

00:45:16.880 --> 00:45:19.550 align:center
ต่อชีวิตคุณและชีวิตคนที่คุณรักจริงๆ

00:45:22.678 --> 00:45:24.763 align:center
(คริสตัล เนวาดา)

00:45:24.847 --> 00:45:27.641 align:center
(ห่างจากลาสเวกัส 128 กิโลเมตร)

00:45:28.851 --> 00:45:32.104 align:center
จะเห็นเลยว่าเราต้องขับรถออกมานานแค่ไหน

00:45:32.187 --> 00:45:35.524 align:center
และที่นี่อยู่ไกลแค่ไหน

00:45:35.607 --> 00:45:38.652 align:center
ผมไม่ได้มาที่นี่มาหลายปีแล้ว

00:45:38.736 --> 00:45:41.947 align:center
ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราจะเจออะไร

00:45:42.030 --> 00:45:46.577 align:center
แต่คุณคงเข้าใจว่าทำไมตอนแรกเราถึงสงสัย

00:45:46.660 --> 00:45:49.288 align:center
ว่าคนที่ติดต่อสาวๆ ให้มาที่นี่

00:45:49.371 --> 00:45:54.209 align:center
คือลามาร์ โอดอมจริงหรือเปล่า

00:45:54.293 --> 00:45:57.004 align:center
เพราะที่นี่อยู่ไกลซะขนาดนี้

00:45:57.087 --> 00:46:00.549 align:center
เมื่อกี้เราเพิ่งขับผ่านตะแกรงกั้นวัว
มันบ้านนอกขนาดนั้นเลย

00:46:01.133 --> 00:46:03.469 align:center
ผมมาจากฟอร์ตเวิร์ธ เท็กซัส

00:46:03.552 --> 00:46:07.931 align:center
ผมเคยทำงานที่สถานีวิทยุที่นั่นอยู่หลายปี

00:46:08.015 --> 00:46:10.934 align:center
ที่จริงนั่นแหละจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมมาทำงานที่ซ่อง

00:46:11.018 --> 00:46:15.939 align:center
เดนนิส ฮอฟเป็นแขกรับเชิญขาประจำ
ที่มาออกรายการของผม

00:46:16.023 --> 00:46:20.194 align:center
ขอต้อนรับกลับสู่รายการครั้งที่ 138,000

00:46:20.277 --> 00:46:21.945 align:center
ผู้ฟังทุกท่าน นี่เดนนิส ฮอฟครับ

00:46:22.029 --> 00:46:23.155 align:center
เดนนิส เป็นไงบ้าง

00:46:23.238 --> 00:46:26.033 align:center
หวัดดี บิ๊กดิ๊ก ผมตื่นเต้นมากเลย

00:46:26.116 --> 00:46:28.410 align:center
เขาเป็นเหมือนแซม วอลตันของวงการซ่อง

00:46:28.494 --> 00:46:32.122 align:center
เขาพยายามครองตลาดโสเภณีถูกกฎหมาย

00:46:32.206 --> 00:46:36.460 align:center
ผมซื้อซ่องทุกแห่งที่ซื้อได้
และอยากทำให้มันเป็นบริษัทมหาชน

00:46:36.543 --> 00:46:39.546 align:center
และมันจะเป็นบริษัทที่ประสบความสำเร็จสุดๆ

00:46:39.630 --> 00:46:41.507 align:center
ทุกคนรู้จักซ่องบันนี่แรนช์ มันคือซ่องที่

00:46:41.590 --> 00:46:44.551 align:center
เอชบีโอเคยมาถ่ายทำเรียลลิตี้ชื่อแคตเฮาส์

00:46:44.635 --> 00:46:49.598 align:center
แต่เขาซื้อเพิ่มอีกสามที่ ผมว่าน่าจะเป็นทางเหนือ

00:46:49.681 --> 00:46:51.517 align:center
แต่ทางใต้ของเนวาดานี่น่ะ

00:46:51.600 --> 00:46:54.812 align:center
มีสองสามแห่งเปิดขาย
เขาก็เลยซื้อเดอะเลิฟแรนช์

00:46:54.895 --> 00:46:57.397 align:center
- เดนนิส เป็นไงบ้าง
- สบายดีไหม สนุกหรือเปล่า

00:46:57.481 --> 00:46:58.398 align:center
ให้ตาย…

00:46:58.482 --> 00:47:00.984 align:center
เซ็กซ์มีอยู่ทุกที่เลย เพื่อนเอ๊ย
มันลอยอยู่ในอากาศ

00:47:01.068 --> 00:47:04.488 align:center
คุณจะเข้าใจเดนนิสได้ดีขึ้น

00:47:04.571 --> 00:47:09.535 align:center
ถ้ารู้ว่าเขาเคยเป็นเซลส์แมน
ขายคอนโดแบบไทม์แชร์มาก่อน

00:47:09.618 --> 00:47:10.911 align:center
เขาเอาทักษะนั้นมาใช้เยอะมาก

00:47:11.495 --> 00:47:15.249 align:center
บางครั้งการเดินทางก็ดีพอๆ กับจุดหมาย

00:47:15.332 --> 00:47:18.335 align:center
มีคำพูดที่ว่าเซ็กซ์ก็เหมือนมุกตลก
บางคนก็เข้าถึง บางคนก็ไม่

00:47:18.418 --> 00:47:19.920 align:center
และคนที่เข้าไม่ถึง ก็จะมาที่นี่

00:47:20.003 --> 00:47:22.965 align:center
พอผ่านไปหลายปี แบรนด์ของเขาก็ใหญ่ขึ้น

00:47:23.048 --> 00:47:26.510 align:center
เขาเลยต้องการคนมาดูแลสื่อให้

00:47:26.593 --> 00:47:32.015 align:center
ผมก็เลยย้ายมาทำงานกับเดนนิสเต็มตัว

00:47:32.099 --> 00:47:34.226 align:center
(เลิฟแรนช์)

00:47:34.309 --> 00:47:36.979 align:center
เอาละ มาถึงแล้ว ป้ายเก่า

00:47:37.563 --> 00:47:38.897 align:center
แล้วก็…

00:47:40.774 --> 00:47:43.402 align:center
รู้อะไรไหม มันถูกรื้อออกหมดแล้ว

00:47:47.823 --> 00:47:49.157 align:center
ว้าว

00:47:53.620 --> 00:47:56.498 align:center
ผมพาเดินดูได้ว่ามันเคยอยู่ตรงไหน

00:47:59.167 --> 00:48:05.340 align:center
มีความเข้าใจผิดเยอะมาก
เรื่องการค้าประเวณีถูกกฎหมายในเนวาดา

00:48:05.424 --> 00:48:08.594 align:center
เรื่องใหญ่ๆ ที่เข้าใจผิดเลยก็คือคนคิดว่า

00:48:08.677 --> 00:48:10.762 align:center
การค้าประเวณีถูกกฎหมายทุกที่ในเนวาดา

00:48:10.846 --> 00:48:11.763 align:center
ไม่ใช่เลยครับ

00:48:13.223 --> 00:48:16.059 align:center
มีซ่องถูกกฎหมายประมาณ 43 แห่งในเนวาดา

00:48:16.143 --> 00:48:19.146 align:center
แต่ไม่มีในเมืองรีโนหรือลาสเวกัส

00:48:19.229 --> 00:48:21.481 align:center
ที่นั่นการจัดหาโสเภณีเป็นเรื่องผิดกฎหมาย

00:48:21.565 --> 00:48:25.319 align:center
มันถูกกฎหมายแค่ในบางเคาน์ตี

00:48:25.402 --> 00:48:29.114 align:center
ที่มีประชากรต่ำกว่าสามแสนหรือสี่แสนคน

00:48:29.197 --> 00:48:32.075 align:center
ดังนั้นถ้าคุณจะไปซ่องถูกกฎหมาย

00:48:32.159 --> 00:48:35.120 align:center
คุณต้องขับรถออกจากลาสเวกัส
ประมาณหนึ่งชั่วโมง

00:48:35.203 --> 00:48:38.665 align:center
อย่างน้อยถ้ามาที่นี่
คุณก็ไม่ต้องเจอปัญหาแบบที่เจอในชีวิตคู่

00:48:39.458 --> 00:48:44.546 align:center
สิ่งที่คุณจะเจอคือระดับคุณภาพที่แตกต่างกันไป

00:48:44.630 --> 00:48:46.798 align:center
บางที่ก็ดีกว่า

00:48:46.882 --> 00:48:49.509 align:center
ตรงนี้คือครัว ตรงนี้คือบาร์

00:48:49.593 --> 00:48:50.886 align:center
และนี่คือห้องเซ็กซ์หมู่

00:48:50.969 --> 00:48:53.805 align:center
แล้วก็มีซ่องบางแห่ง

00:48:53.889 --> 00:48:57.059 align:center
ที่จริงๆ แล้วเป็นแค่บ้านรถพ่วงหลังเดียว

00:48:57.142 --> 00:48:59.394 align:center
ตั้งอยู่กลางที่เปลี่ยว

00:48:59.478 --> 00:49:01.104 align:center
ที่คุณไม่อยากก้าวเท้าเข้าไปแน่

00:49:03.231 --> 00:49:08.820 align:center
เดอะเลิฟแรนช์เป็นบ้านสำเร็จรูปหลายหลัง

00:49:08.904 --> 00:49:10.864 align:center
ที่เอามาเชื่อมต่อกัน

00:49:10.948 --> 00:49:13.867 align:center
มันไม่ใช่สถานที่หรูหราอะไร

00:49:15.577 --> 00:49:19.164 align:center
ที่ที่เราเพิ่งเดินเข้ามาเคยเป็นทางเดิน

00:49:19.247 --> 00:49:23.377 align:center
ตรงนี้เคยเป็นลาน ประตูหน้าอยู่ตรงนี้

00:49:23.460 --> 00:49:25.587 align:center
- หวัดดี
- ว่าไง โลล่า มาร์คส์นี่เอง

00:49:25.671 --> 00:49:28.090 align:center
- ไงคะ
- แล้วก็แอมเบอร์ แอมเบอร์สุดฮอต

00:49:28.173 --> 00:49:30.300 align:center
- วันนี้เป็นไงกันบ้าง
- สบายดีค่ะ

00:49:30.384 --> 00:49:32.761 align:center
พื้นที่ทั้งหมดตรงนี้เคยเป็นบาร์

00:49:32.844 --> 00:49:35.097 align:center
มีประตูอีกแห่งเข้ามาทางนี้

00:49:35.180 --> 00:49:36.515 align:center
ตรงนี้เป็นบาร์

00:49:36.598 --> 00:49:38.016 align:center
ตรงนี้เป็นบาร์สินะ

00:49:39.101 --> 00:49:45.148 align:center
ส่วนพื้นที่ด้านนอกทั้งหมดตรงนี้
เคยเป็นยูนิตบ้านสำเร็จรูป

00:49:45.232 --> 00:49:46.900 align:center
ที่เชื่อมถึงกัน

00:49:46.984 --> 00:49:50.946 align:center
วันนึงผมเคยกินมื้อเช้ากับแลร์รี่ ฟลินต์
และจิมมี่ ฟลินต์ด้วย

00:49:51.029 --> 00:49:54.449 align:center
สำหรับเดนนิส สิ่งที่เขาให้ค่าคือ

00:49:54.533 --> 00:49:56.326 align:center
คุณเป็นคนดังไหม

00:49:56.410 --> 00:49:59.830 align:center
คุณยอมรับผมไหม และคุณดังแค่ไหน

00:50:00.747 --> 00:50:02.791 align:center
แต่จริงๆ แล้วมันหาได้ยากมาก

00:50:02.874 --> 00:50:04.835 align:center
ที่คนดัง

00:50:05.419 --> 00:50:09.423 align:center
โดยเฉพาะพวกที่อยู่สูงกว่าระดับดีลิสต์

00:50:09.506 --> 00:50:12.843 align:center
จะพยายามมา

00:50:12.926 --> 00:50:14.511 align:center
ที่ซ่องเองแบบนี้

00:50:14.594 --> 00:50:17.806 align:center
มันเหมือนเป็นเรื่องเล่ามากกว่า
เดนนิสชอบสร้างภาพแบบนั้น

00:50:17.889 --> 00:50:20.100 align:center
ผมเคยเชิญประธานาธิบดีโอบามา

00:50:20.183 --> 00:50:22.561 align:center
ให้มาที่บันนี่แรนช์ ในบรรยากาศเป็นกันเอง

00:50:22.644 --> 00:50:27.274 align:center
แต่ผมไม่รู้ว่ามีใครเคยพูดถึงเรื่องนี้ไหม
อาจไม่เคยมีเลยก็ได้

00:50:27.357 --> 00:50:31.778 align:center
ที่ว่าลามาร์ โอดอมเริ่มติดต่อสาวๆ หลายคน

00:50:31.862 --> 00:50:33.905 align:center
จากเดอะเลิฟแรนช์ทางอินสตาแกรม

00:50:33.989 --> 00:50:37.159 align:center
มันเป็นข่าวลือแบบว่า "ใช่ ฉันก็ได้ยินมา"

00:50:37.242 --> 00:50:39.995 align:center
แต่คุณไม่รู้หรอกว่ามันเป็นเรื่องจริงไหม

00:50:40.787 --> 00:50:45.792 align:center
เพราะเขาเป็นนักกีฬาระดับอาชีพ
มันมีวิธีนอนกับสาวที่ง่ายกว่านี้เยอะ

00:50:46.626 --> 00:50:50.839 align:center
มากกว่าจะขับรถออกจากเมืองเป็นชั่วโมง
มากลางทะเลทราย

00:50:50.922 --> 00:50:54.426 align:center
แล้วเดินเข้าซ่องแบบนี้น่ะ

00:50:54.509 --> 00:50:57.554 align:center
แถมตั้งใจอยู่ที่นั่นหลายวันด้วย

00:50:58.555 --> 00:51:00.182 align:center
พอเวลาผ่านไปหลายวัน

00:51:00.265 --> 00:51:04.770 align:center
ผมจำได้ว่าเขา หรือผู้ช่วยคนหนึ่งของเขา

00:51:04.853 --> 00:51:10.192 align:center
ใครสักคนนี่แหละ ติดต่อมาที่ซ่อง
ขอให้ส่งรถไปรับ

00:51:10.817 --> 00:51:13.320 align:center
มันเลยเริ่มชัดเจนว่าเป็นเรื่องจริง

00:51:13.403 --> 00:51:16.490 align:center
ตอนที่เขาให้ที่อยู่มา

00:51:16.573 --> 00:51:20.786 align:center
รถก็ขับไปรับ
และคนขับรถโทรกลับมาที่เดอะเลิฟแรนช์

00:51:20.869 --> 00:51:23.080 align:center
บอกว่า "ใช่ เป็นเขาจริงๆ เราอยู่ในรถแล้ว

00:51:23.163 --> 00:51:25.457 align:center
เรากำลังไปที่ซ่องนะ"

00:51:28.126 --> 00:51:30.712 align:center
พอคิดถึงความทรงจำสำคัญในชีวิต

00:51:30.796 --> 00:51:33.548 align:center
มันก็แปลกดีที่ได้รู้แล้วว่า

00:51:33.632 --> 00:51:37.928 align:center
หนึ่งในสถานที่ในความทรงจำของคุณ
ถูกลบหายไปจากโลกแล้ว

00:51:41.431 --> 00:51:42.849 align:center
นี่ 911 แจ้งเหตุฉุกเฉินอะไรครับ

00:51:42.933 --> 00:51:43.934 align:center
(วันที่ 13 ตุลาคม 2015)

00:51:44.017 --> 00:51:45.852 align:center
เราต้องการรถพยาบาลค่ะ

00:51:45.936 --> 00:51:47.437 align:center
ตอนนั้นเป็นช่วงต้นสัปดาห์

00:51:47.521 --> 00:51:49.689 align:center
น่าจะวันจันทร์หรืออังคารนี่แหละ

00:51:49.773 --> 00:51:50.732 align:center
เป็นวันที่ลูกค้าน้อย

00:51:51.900 --> 00:51:55.695 align:center
เดอะเลิฟแรนช์มีบ้านแยกอยู่ด้านหลังซ่อง

00:51:56.488 --> 00:51:58.115 align:center
ถ้าคุณใช้เงินที่นี่เยอะพอ

00:51:58.198 --> 00:51:59.449 align:center
เราจะให้คุณใช้บ้านหลังนั้น

00:51:59.533 --> 00:52:01.785 align:center
ผมรู้ว่าลามาร์อยู่ที่นั่น

00:52:01.868 --> 00:52:05.497 align:center
ตอนนั้นเขาอยู่ที่นั่นได้สองวันแล้วมั้ง

00:52:05.580 --> 00:52:08.166 align:center
ผมนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะ

00:52:08.250 --> 00:52:11.253 align:center
แล้วสาวคนหนึ่งที่อยู่กับเขา

00:52:11.336 --> 00:52:14.923 align:center
วิ่งเข้ามาในออฟฟิศ กรีดร้องลั่น

00:52:16.091 --> 00:52:19.886 align:center
"โอ้พระเจ้า ริชาร์ด รีบมาเร็ว
ลามาร์เป็นอะไรก็ไม่รู้"

00:52:22.305 --> 00:52:25.600 align:center
ผมวิ่งเข้าไปในห้อง มันมืดสนิท

00:52:25.684 --> 00:52:27.769 align:center
ม่านถูกดึงปิดหมด

00:52:27.853 --> 00:52:30.564 align:center
สิ่งแรกที่ผมจำได้ก็คือเสียง

00:52:30.647 --> 00:52:36.570 align:center
เพราะเขากรนดังมาก

00:52:36.653 --> 00:52:38.530 align:center
เหมือนมีอะไรผิดปกติ

00:52:39.114 --> 00:52:41.783 align:center
ผมบอกว่าเราต้องโทรแจ้ง 911

00:52:41.867 --> 00:52:44.744 align:center
ฉันอยู่ที่เดอะเลิฟแรนช์
เลขที่ 300 แอปพาลูซาเลน

00:52:44.828 --> 00:52:46.997 align:center
ฉันโทรแจ้งแล้ว พวกเขาบอกว่าจะส่งคนมา

00:52:47.080 --> 00:52:50.208 align:center
ฉันแค่อยากบอกให้พวกเขารีบมาเลยนะคะ

00:52:50.292 --> 00:52:51.626 align:center
เขายังรู้สึกตัวไหมคะ

00:52:51.710 --> 00:52:52.752 align:center
ไม่ค่ะ

00:52:54.212 --> 00:52:58.133 align:center
ผมอธิบายให้เจ้าหน้าที่ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น

00:52:58.216 --> 00:52:59.926 align:center
คุณจับเขาตะแคงไปด้านไหน

00:53:00.010 --> 00:53:01.887 align:center
ด้านขวาครับ

00:53:01.970 --> 00:53:04.890 align:center
โอเค ลองจับเขาตะแคงซ้ายนะ

00:53:04.973 --> 00:53:06.600 align:center
พวกเธอจับขาเขาไว้หน่อย

00:53:06.683 --> 00:53:08.476 align:center
ฉันต้องพลิกให้เขานอนตะแคง

00:53:08.560 --> 00:53:09.644 align:center
เขาตัวใหญ่เบ้อเริ่ม

00:53:09.728 --> 00:53:13.523 align:center
ผู้ชายคนนี้สูง 213 เซนติเมตร
หนัก 159 กิโลกรัมได้

00:53:13.607 --> 00:53:14.524 align:center
ตัวใหญ่มหึมา

00:53:14.608 --> 00:53:19.738 align:center
พอผมพลิกเขาให้นอนตะแคงได้
เขาก็สำลักอะไรออกมา

00:53:19.821 --> 00:53:22.449 align:center
ของเหลวไหลออกจากปากเขาเลย

00:53:23.158 --> 00:53:26.953 align:center
มีอะไรขาวๆ ไหลออกมา
จากปากกับจมูกของเขา

00:53:27.037 --> 00:53:29.289 align:center
ก่อนหน้านี้เขาได้เสพอะไรหรือเปล่า

00:53:29.372 --> 00:53:33.627 align:center
เขาบอกสาวๆ คนหนึ่งว่าเขาเสพโคเคน

00:53:33.710 --> 00:53:35.962 align:center
ก่อนมาที่ซ่อง

00:53:36.046 --> 00:53:38.423 align:center
แต่นั่นคือสองวันก่อน

00:53:38.506 --> 00:53:40.884 align:center
แม่สาวที่อยู่กับเขาบอกว่า

00:53:40.967 --> 00:53:42.552 align:center
"เขากินเจ้านี่ด้วย"

00:53:42.636 --> 00:53:44.721 align:center
แล้วเธอก็ยกซองราวๆ นี้ขึ้นมา

00:53:45.305 --> 00:53:47.849 align:center
ซองบางอย่างเขียนว่า "รีโหลด"

00:53:47.933 --> 00:53:51.061 align:center
"ผลิตภัณฑ์เสริมสมรรถภาพทางเพศชาย"

00:53:51.144 --> 00:53:52.562 align:center
ผมถามเธอว่า

00:53:52.646 --> 00:53:54.648 align:center
"เขากินเจ้านี่ไปกี่เม็ด"

00:53:54.731 --> 00:53:57.776 align:center
เธอบอกว่า "น่าจะ 12 เม็ดได้"

00:53:57.859 --> 00:54:01.404 align:center
ผมอ่านที่ซอง บนซองเขียนว่า

00:54:01.488 --> 00:54:04.991 align:center
"ห้ามกินเกินหนึ่งเม็ดทุก 24 ชั่วโมง"

00:54:08.161 --> 00:54:11.915 align:center
เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินเข้ามาในห้อง
พวกเขามากันสามคน

00:54:11.998 --> 00:54:14.292 align:center
เพราะเขาตัวใหญ่มาก พวกนั้นเลยยกเขา

00:54:14.376 --> 00:54:16.753 align:center
ขึ้นเปลหามแล้วเข็นออกไปไม่ไหว

00:54:16.836 --> 00:54:22.717 align:center
เราเลยต้องดึงผ้าปูที่นอนที่เขานอนอยู่ขึ้นมา

00:54:22.801 --> 00:54:24.844 align:center
แล้วเจ้าหน้าที่สามคนจับคนละมุม

00:54:24.928 --> 00:54:29.599 align:center
ผมจับอีกมุมหนึ่ง เราจับผ้ากันแบบนี้

00:54:29.683 --> 00:54:35.272 align:center
แล้วช่วยกันยกพาเขาออกจากห้อง

00:54:35.355 --> 00:54:37.565 align:center
ตอนที่แสงแดดส่องโดนหน้าเขา

00:54:37.649 --> 00:54:40.735 align:center
ตอนนั้นผมอยู่มุมใกล้หัวเขาพอดี

00:54:40.819 --> 00:54:46.449 align:center
ผมก้มลงมองหน้าเขา จำได้เลยว่าคิดว่า

00:54:46.533 --> 00:54:49.119 align:center
"หมอนี่อาจตายไปแล้วก็ได้"

00:54:52.455 --> 00:54:55.625 align:center
ผมจำได้ว่าโทรบอกแฟนผมว่า

00:54:56.251 --> 00:54:58.712 align:center
"ทุกอย่างเรียบร้อยดี อย่างน้อยฉันก็ไม่เป็นไร

00:54:58.795 --> 00:55:02.924 align:center
แต่ตอนนี้ฉันอยู่โรงพยาบาลกับลามาร์ โอดอม

00:55:03.008 --> 00:55:08.680 align:center
เขาอยู่ห้องฉุกเฉิน อาการหนักเอาเรื่อง

00:55:08.763 --> 00:55:12.142 align:center
อีกเดี๋ยวเธอน่าจะได้ยินข่าวเรื่องนี้"

00:55:12.726 --> 00:55:14.394 align:center
ลามาร์ โอดอม อดีตผู้เล่นทีมเลเกอร์ส

00:55:14.477 --> 00:55:17.063 align:center
กำลังต่อสู้ยื้อชีวิตที่โรงพยาบาลซันไรส์

00:55:17.147 --> 00:55:21.192 align:center
เขาถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลด่วน
หลังปาร์ตี้ที่เดอะเลิฟแรนช์นานหลายวัน

00:55:23.403 --> 00:55:26.364 align:center
ตอนนั้นฉันกำลังถ่ายแบบให้นิตยสารพีเพิล

00:55:26.448 --> 00:55:30.952 align:center
แล้วคืนก่อนหน้านั้น ฉันฝันว่าลามาร์ตาย

00:55:31.036 --> 00:55:33.872 align:center
ฉันอยู่ในงานศพเขา ร้องไห้หนักมาก

00:55:33.955 --> 00:55:37.917 align:center
ระหว่างให้สัมภาษณ์ คิมโทรหาฉันสามรอบ

00:55:38.001 --> 00:55:40.462 align:center
ฉันขึ้นรถแล้วโทรกลับ เธอบอกว่า

00:55:40.545 --> 00:55:43.423 align:center
"ลามาร์เสพยาเกินขนาด ตอนนี้เขาอยู่ที่เวกัส"

00:55:43.506 --> 00:55:45.633 align:center
ฉันจำได้ว่ากรีดร้องออกมาเลย

00:55:47.344 --> 00:55:51.139 align:center
ตอนนั้นประมาณสองทุ่ม ฉันกำลังจะเข้านอน

00:55:51.222 --> 00:55:54.059 align:center
แม่ฉันเดินเข้ามาในห้อง

00:55:54.142 --> 00:55:58.438 align:center
แม่บอกว่า "มีคนเพิ่งส่งข้อความให้แม่

00:55:58.521 --> 00:56:02.984 align:center
พวกเขาอ่านเจอในทีเอ็มซี
บอกว่าพ่อของลูกอาการโคม่า"

00:56:03.068 --> 00:56:06.696 align:center
ผมจำได้ว่ารู้สึกเหมือนบรรยากาศในห้องหนักอึ้ง

00:56:06.780 --> 00:56:10.909 align:center
เหมือนผนังกำลังบีบอัดเข้ามา

00:56:11.493 --> 00:56:14.704 align:center
เรายังไม่รู้รายละเอียด แม่ฉันเสียขวัญมาก

00:56:14.788 --> 00:56:18.291 align:center
แม่พยายามโทรหาคนโน้นคนนี้

00:56:19.417 --> 00:56:20.794 align:center
"เราจะไปเวกัสกันยังไง"

00:56:20.877 --> 00:56:22.754 align:center
ดูเหมือนสถานการณ์ตอนนี้วิกฤตมาก

00:56:22.837 --> 00:56:25.340 align:center
ค่ะ เขาถูกพบประมาณบ่ายสาม 15 นาที

00:56:25.423 --> 00:56:28.176 align:center
โดยผู้หญิงสองคนที่เดอะเลิฟแรนช์

00:56:28.259 --> 00:56:31.262 align:center
และจากรายงานของตำรวจ

00:56:31.346 --> 00:56:35.058 align:center
มีของเหลวไหลออกจากจมูกและปากเขาด้วย
และเขาก็หมดสติ

00:56:35.141 --> 00:56:37.018 align:center
เรามาถึงโรงพยาบาล

00:56:37.602 --> 00:56:39.187 align:center
พ่อของเขาอยู่ที่นั่น

00:56:39.270 --> 00:56:44.401 align:center
ฉันคิดว่าตอนนั้นเขาน่าจะเป็น
ผู้รับผลประโยชน์ของลามาร์

00:56:44.484 --> 00:56:46.945 align:center
โจพูดแค่ว่า "อย่าใส่เครื่องพยุงชีวิตนะ

00:56:47.028 --> 00:56:48.238 align:center
ปิดเครื่องพวกนั้นซะ"

00:56:48.321 --> 00:56:51.699 align:center
ฉันจำได้ว่าเดินเข้าไปตอนนั้นพอดี

00:56:52.283 --> 00:56:55.328 align:center
และพูดจริงนะคะ มันเหมือนฉากในหนังเลย

00:56:55.412 --> 00:56:59.332 align:center
ฉันบอกไปว่า "ขอโทษนะ โจ
ฉันยังเป็นภรรยาเขา คุณต้องการอะไร"

00:56:59.416 --> 00:57:03.753 align:center
โจขอรองเท้าไนกี้คู่นึงกับเงิน 100 ดอลลาร์
และห้องพักโรงแรมหนึ่งคืน

00:57:03.837 --> 00:57:05.630 align:center
แล้วโจก็จากไป ไม่กลับมาอีกเลย

00:57:06.589 --> 00:57:08.383 align:center
นี่คือสามีของฉัน

00:57:08.466 --> 00:57:11.052 align:center
ทั้งยามป่วยและยามสุข ฉันต้องอยู่ข้างเขา

00:57:11.136 --> 00:57:12.637 align:center
ฉันต้องไปอยู่ตรงนั้น

00:57:12.720 --> 00:57:15.890 align:center
และฉันจะทำทุกอย่างเพื่อให้แน่ใจว่า

00:57:15.974 --> 00:57:17.684 align:center
เขาจะมีโอกาสรอด

00:57:17.767 --> 00:57:22.480 align:center
และฉันก็เชื่อตัวเองมากกว่าคนรอบตัวเขา

00:57:22.564 --> 00:57:25.900 align:center
โคลอี้ คาร์เดเชียน อดีตภรรยาของเขา
คอยอยู่เคียงข้างเขา

00:57:25.984 --> 00:57:29.529 align:center
เพราะกระบวนการศาลล่าช้า
การหย่าจึงยังไม่สิ้นสุด

00:57:29.612 --> 00:57:33.992 align:center
เธอจึงเป็นคนเดียวที่มีสิทธิ์ตัดสินใจ
เรื่องการรักษาแทนเขา

00:57:34.075 --> 00:57:37.495 align:center
สมองซีกซ้ายของเขาเสียหายหนักมาก

00:57:37.579 --> 00:57:39.497 align:center
ปอดของเขาทรุดด้วย

00:57:39.581 --> 00:57:41.374 align:center
พวกหมอบอกว่า "โอเค การผ่าตัด

00:57:41.458 --> 00:57:45.420 align:center
มีโอกาสสำเร็จแค่สิบเปอร์เซ็นต์นะ
หรือเขาอาจเสียชีวิตบนเตียงผ่าตัด"

00:57:46.004 --> 00:57:48.131 align:center
โคบี ไบรอันต์อยู่ที่นั่นด้วย

00:57:48.214 --> 00:57:51.593 align:center
เขาช่วยฉันตัดสินใจเรื่องการผ่าตัด

00:57:51.676 --> 00:57:54.179 align:center
หมอทำให้ปอดเขากลับมาทำงานได้ เขาไม่ตาย

00:57:54.262 --> 00:57:56.014 align:center
แต่เขาเข้าสู่ภาวะโคม่า

00:57:57.640 --> 00:58:02.312 align:center
เป็นครั้งแรกตั้งแต่พ่อของพวกเขา
ถูกพามาที่โรงพยาบาลซันไรส์

00:58:02.395 --> 00:58:06.191 align:center
ลูกๆ ของลามาร์มาถึงลาสเวกัส
เพื่ออยู่กับพ่อของพวกเขา

00:58:06.274 --> 00:58:09.736 align:center
ข่าวยังรายงานว่า "เขาโคม่ามาได้สองวันแล้ว"

00:58:09.819 --> 00:58:11.321 align:center
ฉันนี่แบบ

00:58:11.404 --> 00:58:13.364 align:center
"อย่างน้อยฉันก็ยังได้บอกลา"

00:58:13.448 --> 00:58:14.949 align:center
(#ภาวนาให้ลามาร์)

00:58:15.033 --> 00:58:16.701 align:center
แฮชแท็ก "ภาวนาให้ลามาร์" ขึ้นเทรนด์

00:58:16.784 --> 00:58:20.371 align:center
เหมือนทั้งโลกกำลังอธิษฐานให้เขา

00:58:21.539 --> 00:58:23.291 align:center
เพราะเรื่องนี้มันใหญ่กว่าบาสเกตบอล

00:58:23.374 --> 00:58:25.543 align:center
ใหญ่กว่าการเป็นสามีในรายการเรียลลิตี้

00:58:25.627 --> 00:58:26.836 align:center
เหมือนกับว่าผู้คน…

00:58:26.920 --> 00:58:31.090 align:center
ฉันคิดว่าผู้คนมองเห็นจริงๆ ว่านี่คือ
ผู้ชายที่แตกสลายและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

00:58:33.259 --> 00:58:35.637 align:center
ตอนเราเดินเข้าไปในห้องโรงพยาบาล

00:58:35.720 --> 00:58:40.558 align:center
มันทำใจยากมากที่เห็นพ่อ
มีสายระโยงระยางเต็มตัว

00:58:40.642 --> 00:58:42.852 align:center
พ่อตัวบวมมาก ฉันจำได้เลยว่าพ่อบวมแค่ไหน

00:58:44.062 --> 00:58:46.814 align:center
มันดูเหมือนพ่อแค่กำลังหลับ

00:58:46.898 --> 00:58:48.775 align:center
ฉันได้แต่จับมือพ่อไว้

00:58:48.858 --> 00:58:50.777 align:center
แล้วพูดทุกอย่างออกไป

00:58:50.860 --> 00:58:52.237 align:center
ฉันบอกไปว่า "พ่อยังไปไม่ได้

00:58:52.320 --> 00:58:56.074 align:center
เรายังต้องสร้างความทรงจำด้วยกันสิ"

00:58:58.993 --> 00:59:02.247 align:center
พ่อนอนโคม่าน่าจะประมาณสามสี่วัน

00:59:02.330 --> 00:59:03.915 align:center
เส้นเลือดในสมองแตก 12 ครั้ง

00:59:03.998 --> 00:59:07.835 align:center
น่าจะหัวใจวายหกครั้ง
ซึ่งแทบเป็นเรื่องที่ไม่เคยมีมาก่อน

00:59:07.919 --> 00:59:10.255 align:center
แหล่งข่าวใกล้ชิดกับโอดอม
บอกกับเครือข่ายของเราว่า

00:59:10.338 --> 00:59:13.508 align:center
ลามาร์ โอดอมใช้เครื่องช่วยหายใจ
และอยู่ในอาการโคม่า

00:59:13.591 --> 00:59:16.135 align:center
และสมองอาจได้รับความเสียหาย

00:59:17.053 --> 00:59:18.179 align:center
หมอบอกว่า

00:59:18.263 --> 00:59:21.683 align:center
"เขาอาจตอบสนองหรือพูดตอบคุณไม่ได้

00:59:21.766 --> 00:59:24.352 align:center
แต่เขาอาจได้ยินคุณตอนอยู่ในโคม่า"

00:59:24.435 --> 00:59:27.814 align:center
ผมคิดว่าน่าจะปี 2003

00:59:27.897 --> 00:59:33.236 align:center
หรือปี 2002 นี่แหละที่เจย์-ซีหรือแฟตโจ
จัดการแข่งขันบาสเกตบอลครั้งใหญ่

00:59:33.319 --> 00:59:36.281 align:center
ที่นิวยอร์กซิตี้ พ่อเล่นให้ทีมของเจย์-ซี

00:59:36.364 --> 00:59:38.491 align:center
แล้วในคลิปไฮไลต์หนึ่ง…

00:59:38.575 --> 00:59:41.494 align:center
เขาจ่ายลูกแน่ๆ เขาจะทำอะไรต่อ

00:59:41.578 --> 00:59:42.662 align:center
พ่อหลอกได้สวยมาก

00:59:42.745 --> 00:59:45.164 align:center
พ่อทำท่าแชมก็อดส์ เลี้ยงลูกลอดหว่างขาคู่แข่ง

00:59:45.248 --> 00:59:47.458 align:center
คนดูคลั่งกันใหญ่

00:59:51.254 --> 00:59:53.548 align:center
แล้วพ่อก็เต้นนิดๆ โยกไหล่นิดหน่อย

00:59:57.635 --> 01:00:01.431 align:center
ครับ ผมเปิดคลิปนั้นให้พ่อฟังตลอด
เผื่อว่าเขาจะได้ยิน

01:00:04.225 --> 01:00:06.811 align:center
เรากำลังเห็นความเคลื่อนไหว
ด้านหน้าทางเข้าโรงพยาบาล

01:00:06.894 --> 01:00:09.647 align:center
ทีเอ็มซีรายงานว่า
ลามาร์ โอดอมอยู่ในอาการโคม่า

01:00:09.731 --> 01:00:14.152 align:center
ผู้หญิงคนหนึ่งบอกผมว่าโคลอี้ คาร์เดเชียน
อยู่ที่นี่เมื่อคืนเพื่ออยู่ข้างกายโอดอม

01:00:14.235 --> 01:00:16.404 align:center
บางคนได้เข้าไปเจอเขา บางคนก็ไม่ได้เข้า

01:00:16.487 --> 01:00:19.365 align:center
เราไม่มีสิทธิ์ควบคุมเรื่องนั้น
โคลอี้เป็นคนตัดสินใจ

01:00:19.449 --> 01:00:23.745 align:center
ฉันต้องคัดกรองว่ายอมให้ใครเข้าโรงพยาบาลได้

01:00:23.828 --> 01:00:24.829 align:center
นั่นเรื่องจริงค่ะ

01:00:25.496 --> 01:00:28.416 align:center
ตอนแรกๆ ฉันก็ให้คนเข้ามา

01:00:28.499 --> 01:00:32.587 align:center
จากนั้นฉันได้รู้ว่าสามคนในนั้นเป็นพ่อค้ายา

01:00:32.670 --> 01:00:34.464 align:center
ที่อยากมาเก็บเงิน

01:00:34.547 --> 01:00:36.966 align:center
มาค้นกระเป๋าส่วนตัวของเขา

01:00:37.050 --> 01:00:41.346 align:center
พอเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น
ฉันเลยบอกไปว่า "เราต้องล็อกดาวน์ที่นี่

01:00:41.429 --> 01:00:44.974 align:center
ใครที่อยากมาเยี่ยม ต้องให้ฉันอนุญาตก่อน"

01:00:45.808 --> 01:00:47.935 align:center
ตอนนั้นเรากำลังเดินออกจากลิฟต์

01:00:48.019 --> 01:00:49.562 align:center
ฉันมากับคนทั้งครอบครัว

01:00:49.646 --> 01:00:51.648 align:center
แล้วบอดี้การ์ดของคริส เจนเนอร์ก็บอกว่า

01:00:51.731 --> 01:00:54.901 align:center
"พวกคุณต้องเซ็นเอกสารนี้ก่อน
ถึงจะขึ้นชั้นนี้ได้"

01:00:54.984 --> 01:00:57.654 align:center
ฉันมองหน้าเขา แล้วเขาบอกว่า
"คุณไม่ต้องเซ็น"

01:00:57.737 --> 01:00:58.988 align:center
ฉันเลยบอกไปว่า "ก็คิดงั้น"

01:00:59.072 --> 01:01:01.949 align:center
เขาไม่ได้ให้ฉันเซ็นเอกสารปกปิดข้อมูล
แต่ให้ครอบครัวของเขาเซ็น

01:01:02.033 --> 01:01:05.536 align:center
มันแย่มาก จนคงมีคงโทรแจ้งตำรวจ

01:01:05.620 --> 01:01:09.916 align:center
เพราะตำรวจลาสเวกัสขึ้นมาชั้นนั้น
ประมาณห้านายได้

01:01:09.999 --> 01:01:11.668 align:center
พร้อมกับเยอรมันเชพเพิร์ดสองตัว

01:01:11.751 --> 01:01:13.044 align:center
มันน่ากลัวมากค่ะ

01:01:13.127 --> 01:01:14.921 align:center
ฉันนึกว่าพวกเขามาดูแลความสงบ

01:01:15.004 --> 01:01:18.049 align:center
แต่สุดท้ายมันกลับยิ่งทำให้แย่ลง
เหมือนยิ่งมาทำให้เครียด

01:01:18.132 --> 01:01:22.178 align:center
จนเดสตินี่ต้องพูดว่า
"พ่อฉันนอนอยู่ห้องสุดทางเดินนั้น

01:01:22.261 --> 01:01:26.432 align:center
เรากำลังภาวนาให้เขาฟื้น
เราไม่ต้องการแบบนี้ หยุดได้แล้ว"

01:01:31.646 --> 01:01:33.690 align:center
ความตายเป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องเจอ

01:01:33.773 --> 01:01:39.278 align:center
และในครอบครัวฉัน… ลามาร์รู้เรื่องนี้ดี
เพราะแม่ฉันเคยพูด ฉันเคยพูด

01:01:39.362 --> 01:01:40.822 align:center
เด็กๆ ก็เคยพูด

01:01:41.531 --> 01:01:44.033 align:center
อะไรก็ตามที่ฆ่าคุณไม่ได้ จะทำให้คุณแกร่งขึ้น

01:01:44.701 --> 01:01:46.244 align:center
และพวกเราก็เป็นคนแกร่ง

01:01:49.580 --> 01:01:52.625 align:center
ก่อนที่รถของสื่อจะมาถึง

01:01:52.709 --> 01:01:55.128 align:center
ผมก็เริ่มตกผลึกทุกอย่าง

01:01:55.211 --> 01:01:57.672 align:center
เพราะอะดรีนาลีนลดลงแล้ว

01:01:57.755 --> 01:02:01.300 align:center
หน้าที่ของผม
อย่างน้อยก็ในส่วนที่ผมต้องรับมือตรงนั้น

01:02:01.384 --> 01:02:02.343 align:center
ถือว่าจบลงแล้ว

01:02:03.177 --> 01:02:06.681 align:center
แล้วจู่ๆ ก็มีผู้ชายคนหนึ่งโผล่มา

01:02:06.764 --> 01:02:12.687 align:center
เขาเดินมาหาผม
บอกว่ามาจากทีมผู้ช่วยของลามาร์

01:02:12.770 --> 01:02:18.860 align:center
บอกว่า "ลามาร์เอากระเป๋าเป้มาที่ซ่องด้วย"

01:02:18.943 --> 01:02:25.783 align:center
ผมบอกว่า "ผมไม่มีอำนาจส่งมอบอะไรให้
จนกว่าเจ้านายผมจะสั่ง"

01:02:25.867 --> 01:02:28.870 align:center
เขาบอกว่า "ฟังนะ ตอนนี้

01:02:30.204 --> 01:02:32.206 align:center
ยังไม่มีใครรู้อะไรเรื่องนี้

01:02:32.290 --> 01:02:36.627 align:center
และฉันแน่ใจว่าเจ้านายนาย
ก็คงอยากให้มันเป็นแบบนั้นต่อไป"

01:02:37.295 --> 01:02:40.840 align:center
ให้ตาย ผมนี่คิดในใจเลย

01:02:40.923 --> 01:02:43.092 align:center
"คุณนี่ไม่รู้จักเดนนิส ฮอฟซะแล้ว"

01:02:43.176 --> 01:02:46.137 align:center
เจ้าของซ่องที่พบลามาร์ โอดอมหมดสติ

01:02:46.220 --> 01:02:47.388 align:center
ออกมาให้สัมภาษณ์คืนนี้

01:02:47.472 --> 01:02:49.724 align:center
เขาอารมณ์ดี เขาแค่อยากมาสนุก

01:02:49.807 --> 01:02:51.017 align:center
เขาอยากได้ความสงบเป็นส่วนตัว

01:02:51.100 --> 01:02:53.978 align:center
เขาบอกว่าเสพโคเคนก่อนไปที่นั่นตอนวันเสาร์

01:02:54.061 --> 01:02:55.855 align:center
เป็นวันที่หนักหนาในธุรกิจซ่อง

01:02:55.938 --> 01:02:59.400 align:center
คำแรกที่ออกจากปากเขาคือ
"โอเค ฉันโทรหาทีเอ็มซีแล้ว

01:02:59.484 --> 01:03:03.863 align:center
ฉันบอกเดอะเนชันแนลเอนควายเรอร์
ว่าจะให้สัมภาษณ์พิเศษ

01:03:03.946 --> 01:03:05.281 align:center
แต่ทีเอ็มซีได้ทำข่าว"

01:03:05.364 --> 01:03:07.909 align:center
ทุกอย่างปกติดีจนกระทั่งเช้าวันอังคาร

01:03:07.992 --> 01:03:10.036 align:center
- เขาแค่มาสนุก…
- เดี๋ยวค่ะ ฮอฟ

01:03:10.119 --> 01:03:12.079 align:center
ฉันไม่ยักรู้ว่าคุณให้บริการระยะยาวด้วย

01:03:12.163 --> 01:03:14.415 align:center
เดนนิสรู้ว่าเขามีไพ่ในมืออยู่สองสามใบ

01:03:14.499 --> 01:03:17.794 align:center
ทุกคนอยากได้ใบเสร็จที่ลามาร์เซ็น

01:03:17.877 --> 01:03:21.547 align:center
เขาจ่ายเงินล่วงหน้าถึง 75,000 ดอลลาร์

01:03:21.631 --> 01:03:25.718 align:center
และพวกเขาก็อยากได้ภาพกล้องวงจรปิด
มันเลยเกิดการประมูลกันขึ้น

01:03:25.802 --> 01:03:29.472 align:center
มีรายงานว่ามีวิดีโอของเขา
ระหว่างเข้าพักที่แรนช์

01:03:29.555 --> 01:03:32.183 align:center
เดนนิส ฮอฟ เจ้าของซ่องยืนยันว่ามีคลิปจริง

01:03:32.266 --> 01:03:35.019 align:center
แต่บอกว่าตอนนี้ราคาประมูล
อยู่ที่ 50,000 ดอลลาร์

01:03:35.102 --> 01:03:37.188 align:center
ดีลที่เดนนิสตกลงได้ในที่สุด

01:03:37.271 --> 01:03:40.107 align:center
เขาให้รายการทูเดย์โชว์ได้คลิปไป

01:03:40.191 --> 01:03:43.945 align:center
ข้อตกลงที่เขาทำไว้ก็คือ
แมตต์ ลอเออร์นั่งอยู่รายการ

01:03:44.028 --> 01:03:45.988 align:center
และพูดว่า

01:03:46.072 --> 01:03:50.159 align:center
"ที่มาร่วมรายการเราตอนนี้คือ
เจ้าของเดอะเลิฟแรนช์

01:03:50.743 --> 01:03:54.956 align:center
และผู้เขียนหนังสือ 'ดิอาร์ตออฟเดอะพิมพ์'

01:03:55.039 --> 01:03:57.542 align:center
วางจำหน่ายตามร้านหนังสือทั่วไปแล้ววันนี้

01:03:57.625 --> 01:03:59.126 align:center
เดนนิส ฮอฟครับ"

01:03:59.210 --> 01:04:02.088 align:center
ถ้าก่อนหน้านั้นผมยังไม่รู้ ตอนนั้นแหละผมได้รู้แล้ว

01:04:02.713 --> 01:04:05.675 align:center
ว่าคนเราจะทำอะไรบ้าง

01:04:05.758 --> 01:04:08.636 align:center
หรือยินดีทำอะไรบ้างเพื่อให้ได้ออกสื่อ

01:04:08.719 --> 01:04:10.304 align:center
มันไม่มีขีดจำกัดจริงๆ ครับ

01:04:10.388 --> 01:04:12.390 align:center
(อุบัติเหตุ - ฉุกเฉิน
โรงพยาบาลซันไรส์)

01:04:14.350 --> 01:04:15.768 align:center
พวกนั้นมาแล้ว

01:04:15.852 --> 01:04:17.103 align:center
มีข่าวออกมาบ่ายวันนี้

01:04:17.186 --> 01:04:20.606 align:center
ว่าลามาร์ โอดอมฟื้นแล้ว
หลังจากหมดสติไปเกือบสามวัน

01:04:20.690 --> 01:04:23.901 align:center
เพื่อนสนิทของโอดอมบอกเราว่า
เขาถอดเครื่องช่วยหายใจแล้ว

01:04:23.985 --> 01:04:25.695 align:center
และถึงกับลืมตาขึ้นมาด้วย

01:04:25.778 --> 01:04:28.114 align:center
โคลอี้ คุณเป็นห่วงลามาร์หรือเปล่า

01:04:28.197 --> 01:04:31.742 align:center
คุณคิดว่าลามาร์พร้อมจะตายไหม
ถ้าเขาไม่เลิกยาแบบจริงจัง

01:04:32.368 --> 01:04:33.911 align:center
คุณคิดว่าไง โคลอี้

01:04:34.537 --> 01:04:36.706 align:center
คุณจะพยายามช่วยลามาร์ไหม

01:04:36.789 --> 01:04:40.042 align:center
ทุกๆ วันที่อาการของโอดอมดีขึ้นเล็กน้อย

01:04:40.126 --> 01:04:42.461 align:center
ระบบรักษาความปลอดภัย
รอบโรงพยาบาลก็เพิ่มขึ้น

01:04:42.545 --> 01:04:44.630 align:center
มีคนมากมายอยากจะเห็น

01:04:44.714 --> 01:04:48.551 align:center
อดีตนักบาสเกตบอลเอ็นบีเอ
หรือใครก็ได้ในครอบครัวคาร์เดเชียน

01:04:48.634 --> 01:04:52.054 align:center
เราได้รับรายงานว่าบางคนถึงกับ
แต่งตัวเป็นรปภ.หรือพยาบาล

01:04:52.138 --> 01:04:53.097 align:center
เพื่อแอบเข้าไปข้างใน

01:04:56.684 --> 01:05:00.396 align:center
ผมฟื้นขึ้นมาสามวันให้หลัง
ดึงสายต่างๆ ออกจากคอ

01:05:00.479 --> 01:05:02.273 align:center
ผมยังมีแผลเป็นอยู่เลย

01:05:03.399 --> 01:05:06.527 align:center
พูดจริงนะ ผมดึงท่อออกจากคอ
ออกจากหน้าผมเลย

01:05:07.236 --> 01:05:09.780 align:center
ฉันสติแตกเลยค่ะ ฉันรีบเรียกพยาบาลเลย

01:05:09.864 --> 01:05:12.617 align:center
เขาดึงท่อออก มองไปรอบๆ แล้วก็พูดว่า

01:05:12.700 --> 01:05:15.202 align:center
"ไง ที่รัก" แล้วก็หลับต่อ

01:05:15.286 --> 01:05:17.580 align:center
ฉันนี่แบบ "เมื่อกี้มันอะไรเนี่ย"

01:05:18.372 --> 01:05:22.418 align:center
มีคนบอกว่าพอตื่นจากโคม่า
คุณจะไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น

01:05:22.501 --> 01:05:25.713 align:center
ผมแค่ดึงสายออกจากคอหมด

01:05:26.756 --> 01:05:29.175 align:center
ผมยังมีรอยอยู่ตรงนี้ด้วย

01:05:29.258 --> 01:05:33.554 align:center
นี่คือภาพจากทีเอ็มซี
ตอนเฮลิคอปเตอร์นำตัวลามาร์ โอดอม

01:05:33.638 --> 01:05:36.307 align:center
มาส่งที่โรงพยาบาลซีดาร์ส-ไซไน
ในลอสแอนเจลิส

01:05:36.390 --> 01:05:40.770 align:center
ซึ่งมีรายงานว่าเขาต้องฟอกไตวันละหกชั่วโมง

01:05:40.853 --> 01:05:42.563 align:center
พวกเราสนับสนุนลามาร์

01:05:42.647 --> 01:05:45.024 align:center
ควีนส์บริดจ์ เรเวนส์วูด
เพื่อนๆ จากบ้านเกิดของเขา

01:05:45.900 --> 01:05:47.360 align:center
ไปจัดการให้ลามาร์ซะ

01:05:47.443 --> 01:05:49.403 align:center
- เขาเสพอะไร
- ลามาร์เป็นไงบ้าง

01:05:49.487 --> 01:05:52.490 align:center
ไงคะ ลามาร์ นี่โมนิก้า มอนโรจากเลิฟแรนช์

01:05:52.573 --> 01:05:55.868 align:center
เดนนิสกับทีมงานอยากอวยพรให้คุณหายดีเร็วๆ

01:05:55.952 --> 01:05:57.620 align:center
- มีอะไรอยากบอกลามาร์ไหม
- รักนายนะ

01:05:57.703 --> 01:06:00.581 align:center
ช่วยอวยพรวันเกิดลามาร์แทนเราด้วยนะ

01:06:00.665 --> 01:06:02.833 align:center
ตอนนี้มันยากที่จะโฟกัสกับเรื่องอื่นๆ

01:06:02.917 --> 01:06:05.586 align:center
ลามาร์เหมือนพี่น้องของผม ผมภาวนาให้เขา

01:06:05.670 --> 01:06:09.173 align:center
มันทำใจยากพอคิดว่าเขานอนอยู่ในโรงพยาบาล

01:06:09.256 --> 01:06:10.633 align:center
(ซีดาร์ส-ไซไน
ฉุกเฉิน)

01:06:10.716 --> 01:06:13.177 align:center
ตอนตื่นขึ้นมา ผมอั้นอึไม่ได้

01:06:13.970 --> 01:06:18.933 align:center
ลองนึกดูถึงความอับอาย
ที่ต้องอยู่ในโรงพยาบาลซีดาร์ส-ไซไนสิ

01:06:19.016 --> 01:06:22.770 align:center
ผมได้แชมป์สองสมัย ผมคือลามาร์ โอดอม
แต่ผมเดินไม่ได้ พูดก็ไม่ได้

01:06:22.853 --> 01:06:25.564 align:center
พวกเขาต้องเข้ามาเช็กผ้าอ้อมให้

01:06:27.483 --> 01:06:28.776 align:center
เมียผม…

01:06:30.736 --> 01:06:32.947 align:center
เธออยู่ข้างๆ ช่วยเช็ดอึให้ด้วย

01:06:37.743 --> 01:06:38.995 align:center
ฉันไม่เคยห่างโรงพยาบาล

01:06:39.078 --> 01:06:42.790 align:center
ฉันอยู่ที่นั่นกับเขาทุกวันนานสี่เดือน

01:06:42.873 --> 01:06:47.003 align:center
เราตั้งใจกันว่าต้องทำให้เขา
กลับมาเดินและเคลื่อนไหวได้

01:06:47.586 --> 01:06:51.382 align:center
ยกไหล่นะ เอาเลย ฉันรู้ว่าคุณทำได้

01:06:51.465 --> 01:06:53.509 align:center
เอาเลย ยกขึ้น

01:06:53.592 --> 01:06:57.430 align:center
การทำงานของอวัยวะบางส่วน
ไม่เชื่อมต่อกับสมองบางจุดของเขา

01:06:57.513 --> 01:06:59.682 align:center
ค่ะ เกือบได้แล้ว เอาเลย

01:07:01.142 --> 01:07:05.563 align:center
แต่ความมุ่งมั่นของลามาร์ฝังแน่นอยู่ในตัวเขา

01:07:05.646 --> 01:07:08.816 align:center
มันคือสิ่งที่ทำให้เขามาถึงจุดนี้ได้

01:07:11.027 --> 01:07:15.406 align:center
และเขาก็ฝึกจนเดินได้อีกครั้ง
ตอนอยู่โรงพยาบาลซีดาร์ส

01:07:16.115 --> 01:07:17.908 align:center
มันเป็นอะไรที่พิเศษจริงๆ

01:07:17.992 --> 01:07:19.660 align:center
- แบบนั้นแหละ
- คุณยิ้มออกแล้ว

01:07:19.744 --> 01:07:21.037 align:center
- เขายิ้มเหรอ
- ค่ะ

01:07:21.120 --> 01:07:22.121 align:center
ดีจัง

01:07:23.622 --> 01:07:24.498 align:center
ดีจังเลย

01:07:24.582 --> 01:07:26.500 align:center
คุณทำได้ดีมาก

01:07:26.584 --> 01:07:29.086 align:center
ฉันรู้ว่านี่เป็นครั้งแรกที่คุณนั่งให้สัมภาษณ์สด

01:07:29.170 --> 01:07:32.673 align:center
และคุณเต็มใจจะพูดถึง

01:07:32.757 --> 01:07:35.176 align:center
เรื่องราวที่คุณกับลามาร์ต้องเจอ

01:07:35.259 --> 01:07:37.970 align:center
เขาทำได้ดีมากค่ะ แต่หนทางยังอีกยาวไกล

01:07:38.054 --> 01:07:41.015 align:center
ทุกวันต่างไปจากเดิม เราต้องรับมือแบบวันต่อวัน

01:07:41.098 --> 01:07:44.101 align:center
ฉันเรียนรู้ที่จะไม่มองอนาคตไกลเกินไป

01:07:44.185 --> 01:07:46.062 align:center
ฉันพยายามใช้ชีวิตแบบวันต่อวัน

01:07:46.145 --> 01:07:49.023 align:center
และปี 2016 ถือเป็นปีที่ดี

01:07:50.024 --> 01:07:51.567 align:center
รู้ไหมว่านี่ใคร

01:07:54.361 --> 01:07:56.072 align:center
นี่ลูกชายคุณ

01:07:56.864 --> 01:07:59.366 align:center
ลูกชายคุณชื่อลามาร์ จูเนียร์

01:08:01.035 --> 01:08:03.370 align:center
เราเรียกเขาว่าแอลเจ

01:08:03.454 --> 01:08:07.708 align:center
สำหรับเธอ มันคงเป็นเรื่องยากกว่า
เพราะผมพูดคำว่า "ขอบคุณ"

01:08:07.792 --> 01:08:09.835 align:center
หรือ "ผมซาบซึ้งมาก" ไม่ได้

01:08:09.919 --> 01:08:13.005 align:center
ผมแสดงออกไม่ได้เลย
ผมไม่ร้องไห้ด้วยซ้ำ ผมไม่แม้แต่…

01:08:13.589 --> 01:08:15.633 align:center
หนึ่ง สอง

01:08:16.634 --> 01:08:17.468 align:center
สาม

01:08:17.551 --> 01:08:18.636 align:center
เป่าเลย

01:08:20.721 --> 01:08:21.806 align:center
เป่าค่ะ

01:08:22.473 --> 01:08:23.474 align:center
สาม

01:08:30.314 --> 01:08:31.357 align:center
มันเหมือนกับว่าผมเป็น

01:08:32.525 --> 01:08:33.442 align:center
แค่ร่างเปล่าๆ

01:08:34.777 --> 01:08:36.237 align:center
เก่งมาก

01:08:36.320 --> 01:08:37.613 align:center
คุณทำได้ดีแล้ว

01:08:38.572 --> 01:08:41.784 align:center
มันมีอุปสรรคเยอะมาก แต่เขาเป็นนักสู้

01:08:41.867 --> 01:08:46.580 align:center
และตราบที่เขายังยินดีสู้
และพยายามทำให้ตัวเองดีขึ้นเรื่อยๆ

01:08:46.664 --> 01:08:48.582 align:center
นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับฉัน

01:08:53.129 --> 01:08:54.547 align:center
จะไปว่ายน้ำเหรอ

01:08:54.630 --> 01:08:55.840 align:center
ไม่มีทาง

01:08:56.507 --> 01:08:58.008 align:center
รู้นี่ว่าผมว่ายน้ำไม่เป็น

01:08:58.968 --> 01:09:01.512 align:center
ก่อนตาย ผมสัญญาว่าจะหัดว่ายน้ำให้ได้

01:09:01.595 --> 01:09:03.222 align:center
แล้วก็จะกลับไปเรียนด้วย

01:09:03.305 --> 01:09:05.182 align:center
เพราะตอนนี้ผมมีโอกาสที่จะ…

01:09:05.891 --> 01:09:08.227 align:center
ได้เป็นโค้ชระดับมหาลัยในเร็วๆ นี้ และ…

01:09:08.853 --> 01:09:09.728 align:center
อาจจะ…

01:09:13.399 --> 01:09:16.819 align:center
หลังจากนั้น
อาจจะไปโค้ชในเอ็นบีเอก็ได้ ถ้าอยากทำ

01:09:16.902 --> 01:09:22.199 align:center
แต่ผมอยากใช้การเป็นโค้ชในมหาลัย
เพื่อกลับไปเรียนหนังสือ

01:09:22.950 --> 01:09:25.703 align:center
ยายของผมกลับไปเรียนตอนอายุ 50

01:09:26.328 --> 01:09:27.538 align:center
แล้วก็เรียนจบด้วย

01:09:29.498 --> 01:09:32.960 align:center
ตอนเราออกจากโรงพยาบาล
ฉันไม่ได้คิดเยอะ แต่ก็คิดว่า

01:09:33.043 --> 01:09:35.754 align:center
"โอ้ แล้วลามาร์จะไปอยู่ที่ไหนล่ะเนี่ย"

01:09:38.424 --> 01:09:40.467 align:center
ตอนนั้นลามาร์แทบจะพูดไม่ได้

01:09:40.551 --> 01:09:43.512 align:center
เขาพูดได้บ้าง แต่มันเหมือน…

01:09:43.596 --> 01:09:45.181 align:center
ทุกอย่างช้าไปหมด

01:09:45.264 --> 01:09:47.600 align:center
เขาอาบน้ำเองไม่ได้

01:09:47.683 --> 01:09:50.519 align:center
เราต้องลองน้ำให้ก่อนอาบ
เพราะเขาแยกน้ำร้อนน้ำเย็นไม่ออก

01:09:51.520 --> 01:09:54.732 align:center
ฉันเลยเช่าบ้านหลังหนึ่งในย่านที่ฉันอยู่ให้เขา

01:09:54.815 --> 01:09:57.151 align:center
เตรียมทั้งผู้ดูแล ทั้งเชฟไว้ให้

01:09:57.234 --> 01:09:59.904 align:center
เราตั้งใจจะฟื้นฟูสภาพร่างกายเขาให้ได้

01:10:01.697 --> 01:10:04.533 align:center
ถ้าคุณเคยได้กลิ่นแคร็กโคเคน

01:10:04.617 --> 01:10:07.870 align:center
มันเป็นกลิ่นที่น่ารังเกียจที่สุด
แบบที่จำได้ขึ้นใจเลยค่ะ

01:10:07.953 --> 01:10:10.539 align:center
คุณไม่มีทางจำมันสับสนกับอย่างอื่นได้แน่

01:10:11.999 --> 01:10:16.587 align:center
ฉันจำได้ว่าแวะไปที่บ้านนั้น แล้วได้กลิ่นแคร็ก

01:10:17.171 --> 01:10:21.383 align:center
โอเค ฉันจะย่องเข้าไป
ให้เงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้

01:10:21.467 --> 01:10:23.552 align:center
แล้วดูว่าผู้ชายคนนี้ทำอะไรอยู่

01:10:23.636 --> 01:10:26.931 align:center
ฉันจำได้ว่าค่อยๆ ย่องขึ้นบันได

01:10:27.014 --> 01:10:30.559 align:center
เขาอยู่ในห้องนอน นั่งอยู่ปลายเตียง

01:10:31.435 --> 01:10:33.395 align:center
กำลังสูบแคร็ก

01:10:33.479 --> 01:10:35.564 align:center
ฉันต่อยหน้าเขาเลย

01:10:36.815 --> 01:10:40.736 align:center
"ฉันต้องหยุดทุกอย่างในชีวิตตัวเอง
เพื่อมาดูแลคุณนะ

01:10:40.819 --> 01:10:44.615 align:center
คุณไปเอาของพวกนี้มาได้ยังไง
คุณไม่มีโทรศัพท์ด้วยซ้ำ

01:10:44.698 --> 01:10:45.783 align:center
พูดก็ยังไม่ได้"

01:10:46.367 --> 01:10:49.203 align:center
แต่เซอร์ไพรส์ เขามีโทรศัพท์

01:10:49.286 --> 01:10:52.748 align:center
สภาพร่างกายเขาดีขึ้นกว่าที่ฉันรู้มาก

01:10:52.831 --> 01:10:56.710 align:center
เขาหลอกฉัน เพื่อที่ฉันจะได้จัดหา
ไลฟ์สไตล์แบบนี้ให้เขาต่อไป

01:10:57.628 --> 01:11:00.839 align:center
ฉันบอกว่า
"คุณต้องออกจากบ้านนี้ภายในวันจันทร์

01:11:01.507 --> 01:11:03.842 align:center
พอกันที ฉันจะไม่เสียเงินจ่ายอะไรอีกแล้ว"

01:11:03.926 --> 01:11:05.261 align:center
(โอดอม, ลามาร์)

01:11:05.344 --> 01:11:07.763 align:center
"และฉันไม่อยากพูดกับคุณอีก"

01:11:08.389 --> 01:11:11.350 align:center
โคลอี้ คาร์เดเชียนยื่นฟ้องหย่าลามาร์ โอดอม

01:11:11.433 --> 01:11:13.352 align:center
เป็นครั้งที่สอง

01:11:13.435 --> 01:11:17.606 align:center
ก่อนหน้านี้เธอยื่นฟ้องหย่าในปี 2013
แต่แล้วก็ถอนคำร้อง

01:11:17.690 --> 01:11:22.778 align:center
หลังจากอดีตนักบาสเอ็นบีเอ
ถูกพบหมดสติในซ่องที่เนวาดา

01:11:22.861 --> 01:11:24.989 align:center
ผมพยายามคิดว่า ใครมันช่าง…

01:11:26.156 --> 01:11:28.325 align:center
ถ้าคุณรู้ว่าลามาร์ โอดอมเพิ่งผ่านเรื่องแบบนั้นมา

01:11:28.409 --> 01:11:30.953 align:center
คุณเอาโคเคนให้เขาได้ยังไง

01:11:32.955 --> 01:11:34.290 align:center
มันโคตรแย่

01:11:37.293 --> 01:11:41.338 align:center
พ่อเหมือนอยู่ในช่วงทัวร์ไถ่บาปนิดๆ

01:11:41.422 --> 01:11:45.676 align:center
พ่อเดินทางไปงานต่างๆ ในแอลเอ

01:11:45.759 --> 01:11:47.094 align:center
ไปดูโคบีแข่งเกมสุดท้ายด้วย

01:11:47.177 --> 01:11:49.096 align:center
โคบีๆ

01:11:56.812 --> 01:11:59.023 align:center
แต่พ่อไม่เคยไปบำบัดเลยค่ะ

01:11:59.106 --> 01:12:05.070 align:center
พ่อแค่ทำเหมือนเรื่องที่เคยนอนโคม่า
ไม่เคยเกิดขึ้น

01:12:06.238 --> 01:12:10.868 align:center
พ่อไปงานของคานเย เวสต์
ที่แมดิสันสแควร์การ์เดน

01:12:10.951 --> 01:12:13.704 align:center
แล้วฉันก็แบบ "พ่อยังไม่ได้มาหาหนูด้วยซ้ำ

01:12:13.787 --> 01:12:14.788 align:center
พ่อทำอะไรของพ่อเนี่ย"

01:12:16.957 --> 01:12:19.126 align:center
ฉันว่าเวลาคุณมองใครสักคนแค่ในฐานะคนติดยา

01:12:19.209 --> 01:12:21.462 align:center
แบบว่า "คุณเริ่มเสพเอง
ก็เป็นความผิดคุณนั่นแหละ"

01:12:21.545 --> 01:12:24.256 align:center
หรือ "ให้ตาย โตได้แล้ว หยุดซะที"

01:12:24.340 --> 01:12:27.926 align:center
แต่เปล่าเลย เมื่อคุณได้รู้เรื่องราวจริงๆ

01:12:28.010 --> 01:12:33.557 align:center
คุณจะเห็นได้ว่ามันทำให้คุณถลำลึกไปได้แค่ไหน

01:12:35.142 --> 01:12:37.811 align:center
ฉันรู้สึกว่าลามาร์ต่อสู้ดิ้นรนมาทั้งชีวิต

01:12:37.895 --> 01:12:42.191 align:center
เขาโทษตัวเองกับเหตุการณ์
โศกนาฏกรรมหลายอย่างในชีวิต

01:12:42.274 --> 01:12:47.613 align:center
และบางครั้งฉันก็คิดว่า
เขาใช้เหตุการณ์เหล่านั้นมาอธิบายกับตัวเอง

01:12:47.696 --> 01:12:52.034 align:center
ว่าทำไมเขาถึงทำร้ายตัวเองแบบนี้
เพราะมันเหมือนกับว่า

01:12:52.117 --> 01:12:55.245 align:center
"ฉันไปทำเรื่องเลวร้ายมา
แต่ฉันมีเหตุผลเต็มกระเป๋าเลยนะ"

01:12:55.829 --> 01:12:57.915 align:center
เพราะชีวิตของลามาร์มันไม่ธรรมดาเลย

01:12:57.998 --> 01:13:03.003 align:center
ใช่ มันมีทั้งดีและร้าย
แต่ก็โคตรจะไม่ธรรมดาเลย

01:13:03.087 --> 01:13:04.963 align:center
และเขาควรจะยอมรับเรื่องนั้นให้ได้

01:13:07.424 --> 01:13:08.926 align:center
ผมอาจเลือกพึ่งพาครอบครัว

01:13:09.510 --> 01:13:13.347 align:center
แต่คนส่วนใหญ่ทอดทิ้งคุณให้แตกสลายคนเดียว

01:13:15.099 --> 01:13:17.684 align:center
แม้แต่คนที่บอกว่ารักคุณ

01:13:19.144 --> 01:13:21.271 align:center
สุดท้ายคนเราก็แสดงธาตุแท้ออกมา

01:13:22.731 --> 01:13:26.193 align:center
ผมเลยไม่ค่อยไว้ใจใครเท่าไหร่

01:13:31.448 --> 01:13:33.534 align:center
เอาละ โอเค

01:13:35.786 --> 01:13:40.249 align:center
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา
แฟนๆ ส่งจดหมายมาหาฉันที่นี่

01:13:40.749 --> 01:13:44.670 align:center
และฉันก็ตั้งใจไว้ว่าทุกครั้งที่ลามาร์เข้าเมือง
ฉันจะให้เขาเซ็นให้ได้

01:13:44.753 --> 01:13:47.423 align:center
ฉันเลยเก็บรวบรวมจดหมายไว้
แล้วเอาให้เขาเซ็น

01:13:47.506 --> 01:13:52.052 align:center
"ถึงคุณโอดอม ผมเป็นแฟนบาสตัวจริง

01:13:52.136 --> 01:13:55.097 align:center
ผมชอบสไตล์การเล่นของคุณมาก

01:13:55.180 --> 01:13:59.351 align:center
และหวังว่าคุณจะเซ็นการ์ดรุกกี้
ของคุณให้ผมสักใบ

01:13:59.435 --> 01:14:02.521 align:center
ขอบคุณมากครับ จากไบรอัน อิงแกรม"

01:14:02.604 --> 01:14:05.023 align:center
และนี่ก็การ์ดรุกกี้สองใบของเขา

01:14:05.107 --> 01:14:06.483 align:center
โอ้ เขาดูน่ารักมาก

01:14:06.567 --> 01:14:08.777 align:center
ภาพนี้เขาแอบดูเหมือนไมเคิล จอร์แดนนิดๆ นะ

01:14:08.861 --> 01:14:10.195 align:center
ดูสิ

01:14:11.029 --> 01:14:13.949 align:center
ดูซะก่อน ดูเจ้าเก๋าเกมนั่น

01:14:14.032 --> 01:14:17.661 align:center
ดูเจ้าเก๋าเกมจัดให้เพื่อนร่วมทีมทำแต้มสิ
ทั้งที่โดนฟาวล์สามครั้งแล้ว

01:14:18.704 --> 01:14:21.081 align:center
ถึงช่วงสองสามปีที่ผ่านมา
พ่อจะดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาก

01:14:21.165 --> 01:14:24.168 align:center
แต่บางครั้งผมก็รู้สึกว่า
ต้องคอยดึงเขากลับเข้าที่เข้าทาง

01:14:25.544 --> 01:14:28.380 align:center
โอเค ควอเตอร์สี่ ตามอยู่ 18 แต้ม

01:14:28.464 --> 01:14:31.842 align:center
มันเหมือนคุณเป็นพ่อ
แล้วเขาเป็นลูกแทนเลยครับ

01:14:31.925 --> 01:14:33.760 align:center
เหมือนเขาเป็นเด็กเล็กๆ

01:14:34.303 --> 01:14:37.639 align:center
เราทุกคนต้องโตขึ้นอีกเยอะ แต่ผมรู้สึกว่าเขา…

01:14:37.723 --> 01:14:39.975 align:center
เขาก็ต้องโตขึ้นอีกเยอะเหมือนกัน

01:14:40.058 --> 01:14:42.394 align:center
- เอาหน่อยน่า
- โอ๊ย เวร

01:14:42.478 --> 01:14:45.522 align:center
ตอนที่ผมไปออกรายการเรียลลิตี้บิ๊กบราเธอร์
ผมอยู่ที่นั่น…

01:14:45.606 --> 01:14:47.316 align:center
ผมอยู่ที่นั่น 30 วันได้

01:14:47.900 --> 01:14:49.610 align:center
ในบรรดา 30 วันนั้น

01:14:50.569 --> 01:14:52.112 align:center
ผมฝันถึงโคบีสี่ครั้ง

01:14:52.738 --> 01:14:57.201 align:center
ผมจำความฝันสุดท้ายได้ชัดเลย
เรากำลังแข่งชู้ตลูกกัน

01:14:58.202 --> 01:15:01.955 align:center
มีบิลลี่ คริสตัลเป็นพิธีกร
แค่นี้ก็รู้แล้วว่าเป็นความฝัน จริงไหม

01:15:02.039 --> 01:15:05.876 align:center
ก่อนที่โคบีจะชู้ตก่อน เขาหันมามอง…

01:15:05.959 --> 01:15:07.920 align:center
เขาหันมามองผม แล้วพูดว่า

01:15:08.003 --> 01:15:12.174 align:center
"แอลโอ ชีวิตหลังความตาย
ไม่ได้เป็นอย่างที่คนคิดกันหรอก"

01:15:12.966 --> 01:15:14.885 align:center
พอเขาพูดแบบนั้น ผมก็คิดว่า

01:15:16.428 --> 01:15:18.764 align:center
"ตอนนี้แหละ ต้องทำตัวให้ดีขึ้นแล้ว"

01:15:20.057 --> 01:15:23.018 align:center
อย่าให้ผมออกกำลังกายช่วงล่างอีกเชียว

01:15:24.895 --> 01:15:27.105 align:center
เจ๋งเลย ไว้ผมโทรกลับนะ

01:15:27.189 --> 01:15:30.692 align:center
ผมใส่กางเกงแบบนี้เดินขึ้นเขาดูไม่แปลกใช่ไหม

01:15:30.776 --> 01:15:32.236 align:center
ไม่ครับ ดูดีแล้ว

01:15:34.029 --> 01:15:35.989 align:center
ผมว่ามันบ้าเหมือนกันนะ เพราะสุดท้ายแล้ว

01:15:36.073 --> 01:15:38.158 align:center
เราทุกคนก็แค่พยายามค้นหาคำตอบ

01:15:38.242 --> 01:15:40.202 align:center
สำหรับผม มันคือการค้นหา
และสำรวจความหมายของชีวิต

01:15:40.285 --> 01:15:42.412 align:center
ทำไมผมถึงยังอยู่ ทำไมพระเจ้าถึงไว้ชีวิตผม

01:15:42.496 --> 01:15:46.041 align:center
ผมเส้นเลือดในสมองแตก 12 ครั้ง
หัวใจวายหกครั้ง

01:15:46.917 --> 01:15:48.961 align:center
มันไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลย

01:15:49.545 --> 01:15:50.546 align:center
ให้ตาย

01:15:51.046 --> 01:15:55.425 align:center
ไม่ได้จะพูดอะไรลามกนะ
แต่ผมไม่อยากถอดกางเกงตรงนั้น

01:15:56.927 --> 01:15:59.263 align:center
ผมยังใส่กางเกงอยู่
แต่พวกคุณเดินตามไม่ทันด้วยซ้ำ

01:15:59.346 --> 01:16:00.681 align:center
โอ๊ะ ไม่นี่นา คุณตามทัน

01:16:01.306 --> 01:16:02.724 align:center
ผมพูดไปเรื่อยแล้ว

01:16:02.808 --> 01:16:05.352 align:center
แบบว่า พับผ่าสิ

01:16:06.728 --> 01:16:10.023 align:center
ผมมีทั้งคลิปเปอร์ส เลเกอร์ส โคลอี้

01:16:10.107 --> 01:16:14.278 align:center
ความตาย ชีวิต ลูกๆ ช่วงเวลานี้

01:16:16.613 --> 01:16:19.700 align:center
ผมว่าทุกคนคงรู้ว่าผมเสพติดเซ็กซ์กับยาเสพติด

01:16:23.579 --> 01:16:26.582 align:center
บาสเกตบอลมันแก้ปัญหาชีวิตผม
หรือสร้างปัญหาให้ผมกันแน่

01:16:26.665 --> 01:16:28.125 align:center
ผมคงตอบว่าทั้งคู่

01:16:28.625 --> 01:16:33.463 align:center
มันช่วยผมเพราะมันเป็นที่หลบภัย
เป็นที่ปลอดภัยของผมเสมอ

01:16:34.256 --> 01:16:38.885 align:center
แต่ชื่อเสียง เงินทองทั้งหมดที่เข้ามา
เห็นชัดเลยว่าผมยังไม่พร้อมสำหรับมัน

01:16:38.969 --> 01:16:41.555 align:center
แล้วมันก็บ้ามาก ผมคิดเรื่องนี้ตลอดเวลา

01:16:41.638 --> 01:16:43.890 align:center
มันจะกลายเป็นที่ปลอดภัยของผมอยู่ไหม

01:16:43.974 --> 01:16:47.728 align:center
ถ้าวันหนึ่งไม่มีใครรู้ว่าผมเป็นใคร

01:16:47.811 --> 01:16:49.688 align:center
หรือมันจะทำให้ผมสติแตกกันแน่

01:16:50.480 --> 01:16:51.898 align:center
ใครจะไปรู้

01:16:52.733 --> 01:16:55.193 align:center
มีคนเข้ามาทักทายผมตลอด

01:16:55.861 --> 01:16:58.363 align:center
จำผมได้ ทักทายผม

01:16:59.072 --> 01:17:01.700 align:center
ผมออกจากเอ็นบีเอมากี่ปีแล้วนะ สิบปีใช่ไหม

01:17:03.952 --> 01:17:05.746 align:center
ผมรู้ว่าผมยังอยู่ตรงนี้เพื่อเหตุผลบางอย่าง

01:17:06.872 --> 01:17:08.790 align:center
และเมื่อผมรู้ว่ามันคืออะไร…

01:17:10.375 --> 01:17:11.668 align:center
คอยดูได้เลย

01:17:14.713 --> 01:17:16.548 align:center
จบกันทีสารคดีเรียลเซ็กซ์

01:17:18.342 --> 01:17:22.763 align:center
ตอนนี้ผมจะเป็นลูกรัก Netflix แล้ว
สารคดีนี้จะทำให้ผมดังระดับตัวท็อปเลยไหม

01:17:23.680 --> 01:17:25.641 align:center
ผมสนใจนะ ผมพร้อมไปเวกัสแล้ว เพื่อน

01:17:25.724 --> 01:17:28.393 align:center
- คุณจะไปเวกัสคืนนี้เหรอ
- ช่างแม่งสิ

01:17:29.019 --> 01:17:31.521 align:center
ผมจะไปแต่งงานกับใครสักคนที่เวกัส
ช่างแม่งสิ

01:17:32.230 --> 01:17:33.565 align:center
ผมแค่…

01:17:33.649 --> 01:17:34.524 align:center
ผมล้อเล่นนะ

01:17:34.608 --> 01:17:36.526 align:center
- รู้หรอกว่าล้อเล่น
- ล้อเล่นเฉยๆ

01:18:54.813 --> 01:18:59.818 align:center
คำบรรยายโดย มนัสวี ศักดิษฐานนท์
ัส
ช่างแม่งสิ

