1
00:00:13,847 --> 00:00:17,225
นับตั้งแต่สิ่งมี
ชีวิตถือกำเนิดขึ้นมาบนโลก

2
00:00:19,227 --> 00:00:21,730
มันก็ไม่เคยหยุดพัฒนาเลย

3
00:00:28,695 --> 00:00:31,406
ถูกขับเคลื่อนโดยโลก
ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

4
00:00:35,869 --> 00:00:38,079
และโดยการแข่งขันที่เข้มข้น

5
00:00:45,128 --> 00:00:52,052
แต่ก็มียุคที่น่าสนใจอยู่ยุคหนึ่ง
ที่วิวัฒนาการถูกกระตุ้นเป็นอย่างมาก

6
00:00:54,804 --> 00:00:58,183
ทำให้เกิดสัตว์หลายชนิด
ที่ยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน

7
00:01:04,981 --> 00:01:06,900
และยักษ์ใหญ่ผู้โด่งดัง

8
00:01:08,651 --> 00:01:10,612
ที่ครั้งหนึ่งเคย
เป็นใหญ่เหนือสัตว์ใด

9
00:01:13,448 --> 00:01:18,870
นี่คือเรื่องราวของ
ยุคสมัยของไดโนเสาร์

10
00:02:35,697 --> 00:02:39,826
นี่คือจุดเริ่มต้นของยุคจูแรสสิก

11
00:02:44,956 --> 00:02:49,210
แพนเจียมหาทวีปที่ได้เป็นประจักษ์

12
00:02:49,294 --> 00:02:53,548
พยานในยุคของสัตว์เลื้อย
คลานกำลังแยกออกจากกันอย่างช้าๆ

13
00:03:01,723 --> 00:03:03,641
แผ่นเปลือกโลกที่เคลื่อนตัวออก

14
00:03:06,477 --> 00:03:09,022
ทำให้ธารแมกมาขึ้นมาสู่ผิวโลก

15
00:03:12,233 --> 00:03:16,196
และเริ่มการเปลี่ยน
แปลงโฉมหน้าโลกไปอย่างสิ้นเชิง

16
00:03:35,173 --> 00:03:38,468
ตลอดหลายล้านปีหินหนืดหลอมเหลวตัด

17
00:03:38,551 --> 00:03:41,846
แผ่นเปลือกโลกแผ่น
มหึมาออกเป็นสองส่วน

18
00:03:46,434 --> 00:03:50,939
น้ำไหลเข้ามาตามช่องว่าง
ระหว่างทวีปใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น

19
00:03:58,988 --> 00:04:01,616
ขณะที่ทวีปทั้งสอง
เคลื่อนออกจากกันไกลขึ้นเรื่อยๆ

20
00:04:03,368 --> 00:04:06,746
สภาพแวดล้อมใหม่เอี่ยมก็ถูกสร้างขึ้น

21
00:04:15,171 --> 00:04:17,924
ทำให้เกิดการสูญ
พันธุ์ของหลายเผ่าพันธุ์

22
00:04:21,177 --> 00:04:24,973
แต่ก็กระตุ้นวิวัฒนาการชนิด
ติดเทอร์โบสำหรับพวกที่เหลือรอด

23
00:04:27,058 --> 00:04:30,436
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
สำหรับสัตว์กลุ่มหนึ่ง

24
00:04:37,986 --> 00:04:41,739
ในป่าที่เต็มไปด้วยต้นไม้สูง
ของอเมริกาเหนือในยุคจูแรสสิก

25
00:04:43,950 --> 00:04:48,913
สัตว์ที่ใหญ่ที่สุดที่เคยมี
มาบนโลกกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น

26
00:05:00,300 --> 00:05:01,509
ไดโนเสาร์

27
00:05:07,765 --> 00:05:14,647
เพราะการแยกตัวของแพนเจียพวกมัน
จึงได้อยู่ในโลกที่มีความอุดมสมบูรณ์

28
00:05:25,908 --> 00:05:31,748
บางสายพันธุ์เช่นดิพโพลโดคัสมี
ขนาดใหญ่ขึ้นจนมีลำตัวยาวถึง25เมตร

29
00:05:47,638 --> 00:05:53,019
แต่แม้ว่าจะตัวใหญ่
ขนาดไหนพวกมันก็ห้ามการ์ดตก

30
00:06:05,907 --> 00:06:09,535
เพราะพวกมันไม่ใช่
ยักษ์ใหญ่ชนิดเดียวของยุคจูแรสสิก

31
00:06:43,486 --> 00:06:44,570
อัลโลซอรัส

32
00:06:50,576 --> 00:06:52,412
ลำตัวยาวเกือบ9เมตร

33
00:06:54,539 --> 00:06:57,750
มันคือหนึ่งในนักล่าบนบกที่มีขนาด

34
00:06:57,834 --> 00:07:01,045
ใหญ่ที่สุดในยุคแรก
เริ่มของอาณาจักรไดโนเสาร์

35
00:07:07,593 --> 00:07:10,346
มันมักมองหาเหยื่อตัวเหมาะๆ

36
00:07:24,694 --> 00:07:27,196
แต่มันไม่ได้มา
เพื่อล่าตัวที่โตเต็มวัย

37
00:07:31,576 --> 00:07:35,997
เจ้าอัลโลซอรัสตัวนี้กำลัง
มองหาเหยื่อที่จัดการได้ง่ายกว่า

38
00:07:41,210 --> 00:07:43,421
ดิพโพลโดคัสที่ยังเด็ก

39
00:07:47,383 --> 00:07:50,678
ที่เพิ่งฟักออกมาจากไข่ขนาดตัวไม่

40
00:07:50,761 --> 00:07:54,056
เกินลูกเกรปฟรุตมันตัว
เล็กเกินไปที่จะอยู่รวมกับฝูง

41
00:07:54,140 --> 00:07:57,477
เพราะมันอาจถูกเหยียบได้

42
00:07:59,187 --> 00:08:03,065
แต่อยู่ตรงนี้มันก็
ต้องเอาตัวรอดด้วยตัวเอง

43
00:08:11,532 --> 00:08:15,661
เจ้าอัลโลซอรัสคงจัดการ
เจ้าเด็กน้อยได้อย่างง่ายดาย

44
00:08:17,830 --> 00:08:18,956
ถ้ามันหาเจอ

45
00:08:25,046 --> 00:08:26,589
ทางรอดเดียวของเจ้าตัวน้อย

46
00:08:29,300 --> 00:08:31,844
คือต้องอยู่นิ่งให้
มากที่สุดเท่าที่ทำได้

47
00:08:44,649 --> 00:08:47,318
อัลโลซอรัสมีประสาทสัมผัสที่ไวมาก

48
00:08:49,654 --> 00:08:54,242
แต่พายุกำลังกลบร่องรอยที่
บ่งบอกว่าเจ้าตัวเล็กอยู่ที่ไหน

49
00:09:21,143 --> 00:09:23,396
เฉียดฉิวเป็นอย่างมาก

50
00:09:26,023 --> 00:09:29,360
และไม่ใช่แค่ลูกดิพ
โพลโดคัสตัวเดียวเท่านั้น

51
00:09:41,455 --> 00:09:45,793
เพื่อเพิ่มโอกาสรอดของตัวเองเด็กๆ

52
00:09:45,876 --> 00:09:50,214
พวกนี้ต้องกินให้มากที่สุดเท่าที่
ทำได้โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้

53
00:09:54,051 --> 00:09:57,888
พวกมันจึงจะเติบโต
เป็นตัวโตเต็มวัยขนาดยักษ์

54
00:10:05,855 --> 00:10:10,985
แต่ขณะที่ไดโนเสาร์ร่างยักษ์พวกนี้

55
00:10:11,068 --> 00:10:16,198
กำลังสวาปามพืชที่อยู่รอบๆ
ตัวพวกพืชเองก็กำลังเปลี่ยนแปลง

56
00:10:18,784 --> 00:10:23,289
ในแบบที่จะเปลี่ยนแปลง
ชีวิตบนโลกไปอย่างสิ้นเชิง

57
00:10:28,002 --> 00:10:34,425
นานมาแล้วพืชอาศัยลมหรือ
น้ำเท่านั้นในการถ่ายละอองเรณู

58
00:10:39,722 --> 00:10:45,895
แต่ในยุคไดโนเสาร์นี้วิธีใหม่
สำหรับการสืบพันธุ์ของพืชได้เกิดขึ้น

59
00:10:49,899 --> 00:10:53,861
และยังคงมีให้เราเห็นอยู่ในปัจจุบัน

60
00:11:06,499 --> 00:11:07,333
ดอกไม้

61
00:11:14,131 --> 00:11:18,969
เส้นผ่านศูนย์กลาง40เซนติเมตร

62
00:11:19,053 --> 00:11:23,891
ดอกไม้ดอกนี้คือดอกของบัวกระด้ง
ในป่าดิบชื้นอเมซอนของอเมริกาใต้

63
00:11:26,394 --> 00:11:31,607
และวัตถุประสงค์เดียวของ
มันคือดึงดูดสัตว์ให้มาผสมเกสร

64
00:11:35,403 --> 00:11:38,239
เมื่อถึงเวลาใกล้ค่ำดอกไม้นี้จะ

65
00:11:38,322 --> 00:11:41,200
สร้างกลิ่นหอมฟุ้ง
คล้ายกับกลิ่นสับปะรด

66
00:11:46,872 --> 00:11:50,251
ที่ทำให้เจ้าด้วงตัวนี้อดใจไม่ไหว

67
00:12:00,928 --> 00:12:04,640
เช่นเดียวกับบรรพบุรุษของมันในอดีต

68
00:12:04,724 --> 00:12:08,477
เจ้าด้วงที่ต้องมนต์ถูกสะกด
ให้เข้าไปข้างในอย่างช่วยไม่ได้

69
00:12:11,021 --> 00:12:13,774
มันแทรกตัวผ่านกลีบดอกด้านนอกเข้าไป

70
00:12:15,860 --> 00:12:21,741
สู่ใจกลางของดอกไม้
ที่ที่สรวงสวรรค์คอยอยู่

71
00:12:24,744 --> 00:12:31,167
ข้างในนั้นอุณภูมิอุ่นกว่า
อากาศข้างนอกในตอนกลางคืนถึง10องศา

72
00:12:34,295 --> 00:12:40,217
ในนี้มันเพลินเพลินกับการ
กินเนื้อดอกไม้ที่แสนชุ่มฉ่ำ

73
00:12:42,011 --> 00:12:45,097
แต่เจ้าด้วงก็ให้
บางสิ่งบางอย่างตอบแทน

74
00:12:46,766 --> 00:12:50,936
ละอองเรณูที่ติดมา
จากดอกบัวกระด้งอีกดอก

75
00:12:54,648 --> 00:13:00,988
ระหว่างที่มันกินละอองเรณูถูกปาดลง
บนส่วนที่เป็นอวัยวะสืบพันธุ์ของพืช

76
00:13:07,912 --> 00:13:12,082
เมื่อถึงรุ่งสางดอกบัวจะหุบลง

77
00:13:16,712 --> 00:13:20,466
ห่อเจ้าด้วงไว้ในกลีบดอก
ที่นุ่มคล้ายกำมะหยี่ของมัน

78
00:13:25,054 --> 00:13:28,432
และทำให้ละอองเรณูเห
นียวๆติดอยู่ทั่วตัวด้วง

79
00:13:33,604 --> 00:13:37,274
เมื่อโพล้เพล้ดอกบัวจะบานออกอีกครั้ง

80
00:13:41,570 --> 00:13:44,365
เมื่อได้ทำหน้าที่ช่วยพืชในการ

81
00:13:44,448 --> 00:13:47,243
สืบพันธุ์เรียบร้อยแล้วมันจะ
เปลี่ยนสีและกลิ่น

82
00:13:47,326 --> 00:13:50,079
อมเย้ายวนก็จะหายไป

83
00:14:04,093 --> 00:14:09,807
ปล่อยให้เจ้าด้วงที่ตอนนี้มีละออง

84
00:14:09,890 --> 00:14:15,604
เรณูติดอยู่ทั่วตัวบินออกไปและไป
ผสมเกสรให้ดอกบัวดอกอื่นโดยไม่รู้ตัว

85
00:14:22,945 --> 00:14:25,948
แต่ความสัมพันธ์ระหว่างดอกไม้และ

86
00:14:26,031 --> 00:14:29,034
ด้วงนักผสมเกสรของพวก
มันเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น

87
00:14:32,496 --> 00:14:37,459
ไม่นานแมลงชนิดอื่นๆในยุค
ไดโนเสาร์จะเข้ามามีส่วนร่วมในงานนี้

88
00:14:44,091 --> 00:14:46,552
พาละอองเรณูจากดอกสู่ดอก

89
00:14:49,805 --> 00:14:52,766
ตอบแทนน้ำหวานจากเกสรดอกไม้

90
00:15:05,779 --> 00:15:08,198
เมื่อ130ล้านปีก่อน

91
00:15:10,993 --> 00:15:15,539
ดอกไม้เริ่มมีสีสันที่ชัดเจนสดใส

92
00:15:17,499 --> 00:15:18,500
และหลากหลายขึ้น

93
00:15:19,960 --> 00:15:24,006
เพราะต้องแข่งกัน
ดึงดูดนักผสมเกสรที่ดีที่สุด

94
00:15:35,309 --> 00:15:36,727
เมื่อดอกไม้กระจายไป

95
00:15:39,730 --> 00:15:42,441
พื้นดินที่เคยมีแต่สีเขียวล้วน

96
00:15:45,694 --> 00:15:49,156
จึงกลายเป็น
กล้องสลับลายที่มีมากมายหลายสี

97
00:15:52,785 --> 00:15:57,331
ปัจจุบันจำนวนชนิดของพืชดอกนั้นมี

98
00:15:57,414 --> 00:16:01,961
มากกว่าจำนวนชนิดของ
พืชอื่นๆรวมกันถึง10เท่า

99
00:16:10,844 --> 00:16:13,639
อย่างไรก็ตามขณะที่โลกเบ่งบาน

100
00:16:15,432 --> 00:16:18,310
สัตว์ชนิดอื่นๆก็เริ่มหาผล

101
00:16:18,394 --> 00:16:21,271
ประโยชน์จากความ
สัมพันธ์ของดอกไม้และแมลง

102
00:16:32,825 --> 00:16:34,535
ทำให้ชนิด

103
00:16:36,370 --> 00:16:40,416
ของนักล่าและเหยื่อมี
ความหลากหลายขึ้นเป็นอย่างมาก

104
00:16:50,217 --> 00:16:54,471
แมงมุมถือกำเนิดมา
มากกว่า100ล้านปีแล้ว

105
00:16:57,683 --> 00:17:03,105
แต่ตอนนี้พวกมันเริ่มที่จะ
ชักใยให้เป็นใยแมงมุมที่ซับซ้อน

106
00:17:12,031 --> 00:17:15,200
เพื่อหาประโยชน์จาก
คลื่นระลอกใหม่ของชีวิต

107
00:17:25,794 --> 00:17:28,255
ช่วงกลางของยุคอาณาจักรไดโนเสาร์

108
00:17:30,591 --> 00:17:33,469
เรียกได้ว่ามีการระเบิด
ของความหลากหลายทางชีวภาพ

109
00:17:35,846 --> 00:17:38,807
ที่เกิดจากการมาเยือนของพืชดอก

110
00:17:41,351 --> 00:17:45,647
และก็เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

111
00:17:45,731 --> 00:17:50,069
โลกที่สายพันธุ์ของสิ่งมี
ชีวิตบนบกมีมากกว่าในมหาสมุทร

112
00:18:20,432 --> 00:18:24,353
ไม่เพียงแต่สัตว์ตัวเล็กๆ
เท่านั้นที่กำลังเปลี่ยนแปลง

113
00:18:26,105 --> 00:18:28,440
ไปในทางใหม่ที่ร้ายกาจกว่าเดิม

114
00:18:34,071 --> 00:18:36,115
นี่คือไดโนนีคัส

115
00:18:38,534 --> 00:18:40,744
แม้ว่ามันจะมีหน้าตาที่น่ารัก

116
00:18:42,579 --> 00:18:43,831
มันก็คือไดโนเสาร์

117
00:18:45,707 --> 00:18:47,584
ไดโนเสาร์ที่ยังเด็ก

118
00:18:50,337 --> 00:18:55,050
ไดโนนีคัสมีความหมายว่ากรงเล็บสยอง

119
00:18:58,387 --> 00:19:00,305
แต่นั่นไม่ใช่จุด
แข็งอย่างเดียวของมัน

120
00:19:02,224 --> 00:19:04,268
มันยังมีการมองเห็นที่ดีเยี่ยม

121
00:19:06,061 --> 00:19:07,688
และการได้ยินเป็นเลิศ

122
00:19:15,654 --> 00:19:20,617
แต่การปรับเปลี่ยนที่ดู
จะสะดุดตาที่สุดคือขนของมัน

123
00:19:22,995 --> 00:19:27,499
โครงสร้างแบบขนนกที่ไม่ซับซ้อน
ปรากฏขึ้นครั้งแรกในยุคไทรแอสสิก

124
00:19:28,584 --> 00:19:31,545
ไม่ได้ไว้ใช้บินแต่เพื่อความอบอุ่น

125
00:19:37,885 --> 00:19:41,930
การรักษาความอบอุ่นไว้ได้หมายความ

126
00:19:42,014 --> 00:19:46,059
ว่าไดโนเสาร์ชนิดนี้พวกเทโรพอด
สามารถใช้ชีวิตหามรุ่งหามค่ำได้

127
00:19:49,062 --> 00:19:51,440
ทำให้พวกมันมีเวลามากขึ้นที่จะ

128
00:19:51,523 --> 00:19:53,901
เลี้ยงดูลูกๆซึ่ง
เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว

129
00:20:05,662 --> 00:20:09,750
การอยู่รวมกันเป็นก
ลุ่มยังมีข้อดีอีกหลายอย่าง

130
00:20:11,418 --> 00:20:14,796
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
เมื่อถึงเวลาที่ต้องหาอาหาร

131
00:20:28,936 --> 00:20:31,939
เพราะไดโนนีคัสออกล่าเป็นฝูง

132
00:20:44,284 --> 00:20:46,119
และเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องนั้น

133
00:20:50,791 --> 00:20:55,921
เหยื่อของพวกมันอาร์คันซอ
รัสก็เป็นไดโนเสาร์เหมือนกัน

134
00:21:02,261 --> 00:21:06,306
มันมีวิถีชีวิตที่ต่างออกไป
เพราะมันจะกินพืชเป็นส่วนใหญ่

135
00:21:08,392 --> 00:21:12,646
แต่สิ่งที่สองสาย
พันธุ์มีเหมือนกันคือความเร็ว

136
00:21:40,173 --> 00:21:42,968
การตามเหยื่อให้ทันก็เรื่องหนึ่ง

137
00:21:45,804 --> 00:21:49,016
การโค่นมันลงก็อีกเรื่อง

138
00:21:52,436 --> 00:21:57,316
พวกมันร่วมมือกัน
สลับกันทำให้เหยื่อหมดแรง

139
00:22:24,885 --> 00:22:28,263
กรงเล็บสยองของพวกมันทำให้

140
00:22:28,347 --> 00:22:31,767
อาร์คันซอรัสที่หมด
แรงพบจุดจบอย่างรวดเร็ว

141
00:22:38,815 --> 00:22:41,735
เมื่อไดโนเสาร์มีความหลากหลายมาก

142
00:22:41,818 --> 00:22:44,780
ขึ้นหลายสายพันธุ์ก็
เริ่มเป็นสัตว์สังคมมากขึ้น

143
00:22:46,573 --> 00:22:51,745
ถึงแม้พวกมันจะยังเทียบกับ
สัตว์สังคมตัวจริงในยุคนั้นไม่ได้

144
00:22:52,788 --> 00:22:57,167
สัตว์ที่กำลังวิวัฒนาการ
ตัวเองอยู่ใต้เท้าของพวกมัน

145
00:23:10,389 --> 00:23:14,518
ปัจจุบันในแอฟริกาตะวันตกเรายัง

146
00:23:14,601 --> 00:23:18,730
สามารถพบลูกหลานของสัตว์ยุค
แรกเริ่มที่ชอบเข้าสังคมมากได้

147
00:23:29,449 --> 00:23:30,409
ปลวก

148
00:23:36,915 --> 00:23:39,459
ครอบครัวใหญ่ของเหล่าพี่น้อง

149
00:23:41,378 --> 00:23:43,255
5ล้านตัวที่แข็งแกร่ง

150
00:23:48,552 --> 00:23:54,766
ทุกตัวทำงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย
เพื่ออาณานิคมและแม่ของพวกมันราชินี

151
00:24:02,858 --> 00:24:09,573
แมลงสังคมอย่างพวกปลวกนี้
ปรากฏขึ้นครั้งแรกในยุคไดโนเสาร์

152
00:24:12,868 --> 00:24:15,245
ใช้ชีวิตที่น่าเบื่อวนไปซ้ำๆ

153
00:24:19,583 --> 00:24:23,044
ขณะเดียวกันก็เป็นแหล่งอาหารชั้นเลิศ

154
00:24:24,838 --> 00:24:26,047
ของเหล่าศัตรู

155
00:24:28,341 --> 00:24:30,510
หน่วยสอดแนมตามกลิ่นพวกมันมา

156
00:24:34,973 --> 00:24:40,187
มันรีบวิ่งกลับไปที่รัง
พร้อมกับข่าวการค้นพบของมัน

157
00:24:42,981 --> 00:24:47,402
มันคือสมาชิกของกลุ่มแมลง
สังคมที่เก่าแก่อีกกลุ่มหนึ่ง

158
00:24:50,572 --> 00:24:51,531
พวกมด

159
00:24:57,370 --> 00:25:04,002
การต่อสู้ระหว่างสองสายพันธุ์
คู่ปรับนี้ดุเดือดมาตลอดหลายล้านปี

160
00:25:06,838 --> 00:25:10,258
ในการวิวัฒนาการเพื่อ
ความอยู่รอดที่น่าทึ่ง

161
00:25:22,896 --> 00:25:27,275
กลับมาที่รัง
หน่วยสอดแนมเรียกกองทัพทหารของมัน

162
00:25:32,364 --> 00:25:36,576
เจ้าพวกนี้คือมดนักล่าเมกาพอเน-รา

163
00:25:41,623 --> 00:25:44,000
ราวกับกองทัพโรมันที่ฝึกฝนมาอย่างดี

164
00:25:47,045 --> 00:25:50,507
ทหารนับพันเคลื่อนพลสู่สงคราม

165
00:25:58,098 --> 00:26:00,141
เมื่อเข้าใกล้พวกปลวกงาน

166
00:26:01,685 --> 00:26:03,228
หน่วยสอดแนมก็ให้สัญญาณ

167
00:26:05,188 --> 00:26:07,357
และแถวก็เริ่มแผ่ออก

168
00:26:09,067 --> 00:26:12,362
กลายเป็นแนวเพื่อเตรียมโจมตี

169
00:26:17,867 --> 00:26:23,540
ทีนี้ด้วยกำลังทั้งหมด
หน่วยสอดแนมก็ออกคำสั่งสุดท้าย

170
00:26:26,167 --> 00:26:27,002
จู่โจม

171
00:26:36,803 --> 00:26:39,431
พวกปลวกเองก็ไม่ได้ไร้ทางสู้

172
00:26:44,978 --> 00:26:49,232
พวกมันวิวัฒนาการกองทหาร
โดยเฉพาะเพื่อปกป้องพวกปลวกงาน

173
00:26:56,364 --> 00:26:59,200
เมื่อจับมดได้พวกมันก็รีบตัดแขนขาออก

174
00:27:04,247 --> 00:27:07,459
แต่มดพวกนี้มีอาวุธพิเศษเฉพาะตัว

175
00:27:09,502 --> 00:27:14,341
พวกมันทิ่มเหล็กในที่มีพิษไปที่
จุดอ่อนเดียวของศัตรูเก่าแก่พวกนี้

176
00:27:20,847 --> 00:27:22,807
ระหว่างขากรรไกร

177
00:27:32,359 --> 00:27:37,572
จำนวนทหารที่ล้มตายในการต่อสู้
เก่าแก่นี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

178
00:27:41,993 --> 00:27:45,288
แต่โจรผู้ร้ายอย่างมดก็ชนะพวกปลวก

179
00:27:53,254 --> 00:27:57,634
ผู้ชนะทั้งหลายรวบรวมเหล่าผู้แพ้

180
00:27:57,717 --> 00:28:02,097
และพาพวกมันกลับไปที่รัง
เพื่อเลี้ยงชาวอาณานิคมที่เหลือ

181
00:28:07,352 --> 00:28:11,773
ใต้ดินพวกมดแสดงให้เห็นความสำเร็จ

182
00:28:11,856 --> 00:28:16,319
สูงสุดของวิวัฒนาการของพวกมัน
ขณะกำลังช่วยเพื่อนๆที่บาดเจ็บ

183
00:28:22,534 --> 00:28:24,994
หลายตัวสูญเสียแขนขาไป

184
00:28:29,708 --> 00:28:34,713
แต่พวกมดงานช่วยเลียแผลของตัวที่

185
00:28:34,796 --> 00:28:39,801
บาดเจ็บเพื่อใช้สารปฏิชีวนะ
ที่มีอยู่ในน้ำลายช่วยรักษาแผล

186
00:28:46,224 --> 00:28:49,102
หากไม่มีสิ่งนี้หลายตัวคงต้องตาย

187
00:28:51,229 --> 00:28:56,860
แต่ด้วยวิธีการรักษานี้พวกมัน

188
00:28:56,943 --> 00:29:02,574
จะสามารถกลับออกไปรบได้อีกครั้ง
ภายใน24ชั่วโมงแม้จะไม่มีแขนขาแล้ว

189
00:29:06,161 --> 00:29:09,914
นี่เป็นเพียงตัวอย่างเดียวของ

190
00:29:09,998 --> 00:29:13,752
สัตว์ชนิดอื่นนอกจากมนุษย์ที่
มีการใช้ยาเพื่อรักษาชีวิตผู้อื่น

191
00:29:18,256 --> 00:29:22,051
ด้วยการร่วมมือกันสัตว์สังคม

192
00:29:22,135 --> 00:29:25,972
อย่างมดและปลวก
รุ่งเรืองอยู่ใต้เงาของไดโนเสาร์

193
00:29:30,602 --> 00:29:34,898
แต่พื้นดินใต้เท้าของพวกมันยังคง

194
00:29:34,981 --> 00:29:39,319
เคลื่อนไหวและทำให้
เปลือกโลกเคลื่อนตัว

195
00:29:47,202 --> 00:29:51,247
90ล้านปีก่อนการแปรสัณฐานของ

196
00:29:51,331 --> 00:29:55,376
เปลือกโลกแผ่นต่างๆยังคง
สร้างความเปลี่ยนแปลงให้โลกเรื่อยๆ

197
00:30:11,601 --> 00:30:14,229
ขณะที่ชิ้นส่วนของแพนเจียกระจายออกไป

198
00:30:19,484 --> 00:30:23,655
แมกมาที่ผุดขึ้นมา
เริ่มทำให้พื้นทะเลสูงขึ้น

199
00:30:26,658 --> 00:30:28,701
ทำให้ระดับน้ำทะเลโลกสูงขึ้น

200
00:30:32,789 --> 00:30:35,083
และไหลเข้าท่วมพื้นดิน

201
00:30:45,927 --> 00:30:48,930
ทำให้เกิดทะเลน้ำตื้นขึ้นหลายแห่ง

202
00:30:52,517 --> 00:30:56,062
และทวีปที่เป็นพื้นที่สูงมากมาย

203
00:30:56,145 --> 00:30:59,732
แต่ละแห่งมีสภาพภูมิ
อากาศและลักษณะที่เฉพาะตัว

204
00:31:10,243 --> 00:31:13,580
เมื่อถูกแยกไปตามทวีปต่างๆที่มัน

205
00:31:13,663 --> 00:31:17,000
อยู่ไดโนเสาร์พัฒนาขึ้น
มากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

206
00:31:22,922 --> 00:31:27,719
นอกจากยักษ์ใหญ่คอยาวอย่างพวกซอโร

207
00:31:27,802 --> 00:31:32,599
พอดและเทโรพอดที่มีขนเหมือนนก
ไดโนเสาร์อีกกลุ่มหนึ่งก็กำลังพบกับ

208
00:31:32,682 --> 00:31:37,478
ความสำเร็จพวกออร์นิธิสเชียน

209
00:31:45,278 --> 00:31:49,574
เช่นเดียวกับดิพโพลโดคัส
พวกมันส่วนใหญ่เป็นสัตว์กินพืช

210
00:31:52,702 --> 00:31:56,247
แต่พวกมันพัฒนาขา
กรรไกรที่ใช้เคี้ยวได้

211
00:32:03,254 --> 00:32:07,383
บวกกับการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของ

212
00:32:07,467 --> 00:32:11,596
พืชพวกออร์นิธิสเชียนเช่น
ไมอาซอรารวมกันเป็นฝูงใหญ่

213
00:32:11,679 --> 00:32:15,808
ที่สุดที่เคยมีมาบนโลก

214
00:32:30,114 --> 00:32:34,702
ทั่วทั้งโลกตอนนี้พวกไดโนเสาร์

215
00:32:34,786 --> 00:32:39,415
ได้ยึดครองทุกถิ่นที่อยู่ที่
โลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงนี้มีให้

216
00:32:45,004 --> 00:32:49,008
แต่ในขณะเดียวกันเผ่าพันธุ์ของเรา

217
00:32:49,092 --> 00:32:53,096
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
ที่แท้จริงพวกแรกก็กำลังตักตวงจาก

218
00:32:53,179 --> 00:32:57,183
โลกใหม่ที่อุดมสมบูรณ์นี้

219
00:33:07,068 --> 00:33:11,030
ใต้เงาของยักษ์ใหญ่สัตว์ตัวเล็กๆ

220
00:33:11,114 --> 00:33:15,076
พวกนี้ถูกจำกัดให้
อยู่แค่ตามชายขอบเท่านั้น

221
00:33:23,084 --> 00:33:26,921
แต่พวกมันค่อยๆฉลาดขึ้นอยู่เป็น

222
00:33:27,005 --> 00:33:30,842
สังคมมากขึ้นและ
สามารถดูแลลูกๆของพวกมันได้

223
00:33:41,269 --> 00:33:47,817
ปัจจุบันในป่าของออสเตรเลียตะวัน
ตกเฉียงใต้เรายังสามารถเห็นได้ว่า

224
00:33:49,986 --> 00:33:54,407
วิถีชีวิตของสัตว์เลี้ยงลูกด้วย
นมยุคดึกดำบรรพ์พวกนั้นเป็นอย่างไร

225
00:33:59,245 --> 00:34:01,247
นี่คือนัมแบต

226
00:34:03,291 --> 00:34:06,419
สัตว์มีกระเป๋าหน้าท้องใกล้สูญ

227
00:34:06,502 --> 00:34:09,630
พันธุ์ที่คาดว่าเหลืออยู่
ประมาณ3 000ตัวในธรรมชาติเท่านั้น

228
00:34:11,549 --> 00:34:15,219
เช่นเดียวกับบรรพบุรุษดึกดำบรรพ์

229
00:34:15,303 --> 00:34:19,015
บางชนิดของเรามันดำรง
ชีวิตด้วยการกินปลวกอันโอชะ

230
00:34:22,393 --> 00:34:28,066
โดยใช้ลิ้นที่ยาวและเหนียวของมัน
กวาดพวกปลวกขึ้นมากินอย่างเอร็ดอร่อย

231
00:34:29,192 --> 00:34:31,986
ยิ่งมีเยอะก็ยิ่งดี

232
00:34:36,365 --> 00:34:41,954
และที่โพรงของมันบรรดา
ลูกๆกำลังรอคอยการกลับมาของแม่

233
00:34:50,338 --> 00:34:53,007
ความสำเร็จที่สำคัญของสัตว์เลี้ยง

234
00:34:53,091 --> 00:34:55,760
ลูกด้วยนมคือ
วิวัฒนาการของการเป็นพ่อแม่

235
00:34:56,969 --> 00:34:59,347
การออกลูกเป็นตัว

236
00:35:01,182 --> 00:35:06,270
และการเลี้ยงดูพวกมันด้วย
น้ำนมแม่จนกว่าจะอยู่ด้วยตัวเองได้

237
00:35:15,363 --> 00:35:17,907
แต่สำหรับเด็กน้อยขี้กลัวพวกนี้

238
00:35:22,078 --> 00:35:24,330
อาจต้องใช้เวลานานหน่อย

239
00:35:31,087 --> 00:35:34,132
ส่วนใหญ่ในยุคแรกๆพวกมันยังไม่มี

240
00:35:34,215 --> 00:35:37,301
เกราะป้องกันหรือขนาด
ตัวที่จะช่วยป้องกันภัย

241
00:35:43,724 --> 00:35:47,311
และเช่นเดียวกับป่าในปัจจุบัน

242
00:35:49,647 --> 00:35:53,025
อันตรายอยู่ใกล้แค่เอื้อม

243
00:35:56,112 --> 00:36:00,116
คราบที่ลอกทิ้งไว้ของคู่อริเก่าแก่

244
00:36:07,123 --> 00:36:07,957
งู

245
00:36:11,919 --> 00:36:16,132
งูวิวัฒนาการขึ้นในช่วงเดียวกันกับ
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตัวจริงพวกแรกๆ

246
00:36:17,091 --> 00:36:20,636
พวกมันละทิ้งแขนและขาของบรรพบุรุษ

247
00:36:20,720 --> 00:36:24,307
สัตว์เลื้อยคลานและ
พัฒนาร่างกายให้ปราดเปรียว

248
00:36:26,934 --> 00:36:30,897
ทำให้พวกมันสามารถล่าเหยื่อที่อยู่

249
00:36:30,980 --> 00:36:34,984
ตามโพรงและไล่ตามจับเหยื่อ
ผ่านตามพุ่มไม้อย่างเงียบๆได้

250
00:36:38,404 --> 00:36:41,616
แต่เด็กๆพวกนี้ไม่ได้
อับจนหนทางไปซะทีเดียว

251
00:36:42,909 --> 00:36:45,411
เพราะพวกมันมีแม่คอยดูแลอยู่

252
00:36:48,998 --> 00:36:50,583
แม่รับรู้ถึงอันตราย

253
00:36:55,755 --> 00:36:57,632
และส่งสัญญาณเตือนภัย

254
00:37:02,470 --> 00:37:06,015
แต่งูพุ่งตรงไปหาลูกของมัน

255
00:37:23,658 --> 00:37:29,455
เพราะมีแม่คอยดูแลสำหรับครั้ง
นี้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจึงชนะไป

256
00:37:33,960 --> 00:37:37,004
แต่สัตว์เลื้อยคลานมีความอดทน

257
00:37:39,131 --> 00:37:43,052
พวกมันเล่นเกมนี้มาตั้งแต่
จุดเริ่มต้นของยุคไดโนเสาร์แล้ว

258
00:37:45,054 --> 00:37:48,182
ขณะสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมพัฒนาขึ้น

259
00:37:48,266 --> 00:37:51,435
งูที่กินพวกมันเป็น
อาหารก็พัฒนาขึ้นเช่นกัน

260
00:38:00,152 --> 00:38:05,408
ปัจจุบันมีสายพันธุ์
งูอยู่มากกว่า3 000ชนิด

261
00:38:07,618 --> 00:38:09,161
ลำตัวที่คดเคี้ยวได้

262
00:38:14,250 --> 00:38:15,418
เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ

263
00:38:21,841 --> 00:38:26,137
พวกมันวิวัฒนาการขึ้นเพื่อ
เอาชนะเกือบทุกสภาพแวดล้อมบนโลก

264
00:38:31,851 --> 00:38:34,020
แม้แต่มหาสมุทร

265
00:38:40,067 --> 00:38:43,070
เช่นเดียวกับสัตว์เลื้อยคลานหลาย

266
00:38:43,154 --> 00:38:46,198
ชนิดผิวของมันช่วย
พรางตัวได้อย่างดีเยี่ยม

267
00:38:57,168 --> 00:38:58,461
และเมื่อรวมกับพิษ

268
00:39:00,421 --> 00:39:03,174
พวกมันจึงเป็นสัตว์ที่อันตรายมาก

269
00:39:09,221 --> 00:39:13,225
แต่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมก็
พัฒนาทักษะป้องกันตัวพิเศษบางอย่าง

270
00:39:17,813 --> 00:39:24,028
หลังจากที่จำเป็นต้องต่อกร
กับพวกงูมามากกว่าร้อยล้านปี

271
00:39:30,409 --> 00:39:32,119
งูหางกระดิ่งไซด์ไวน์เดอร์

272
00:39:34,455 --> 00:39:37,083
มันจะอยู่กับที่ครั้งละหลาย

273
00:39:37,166 --> 00:39:39,794
ชั่วโมงเพื่อรอให้มี
สัญญานความร้อนผ่านมา

274
00:39:45,091 --> 00:39:47,259
ความร้อนที่มาจาก

275
00:39:47,343 --> 00:39:49,512
สัตว์เลี้ยงลูกด้วย
นมเลือดอุ่นตัวเล็กๆ

276
00:39:57,269 --> 00:40:00,356
แต่หนูจิงโจ้
ไม่ใช่สัตว์ฟันแทะธรรมดาๆ

277
00:40:05,403 --> 00:40:07,655
พวกมันพัฒนาทักษะ
หนึ่งที่ไม่เหมือนใคร

278
00:40:09,073 --> 00:40:10,991
อย่างที่ชื่อของมันบ่งบอก

279
00:40:30,177 --> 00:40:33,973
สัตว์เลือดเย็นอย่าง
ไซด์ไวน์เดอร์จะอดทนรอ

280
00:40:38,644 --> 00:40:41,730
มันสามารถอยู่ได้หลาย
อาทิตย์โดยไม่กินอะไรเลย

281
00:40:45,359 --> 00:40:47,778
แค่รอที่จะจู่โจม

282
00:40:50,531 --> 00:40:52,700
การตอบสนองในเสี้ยววินาที

283
00:40:55,327 --> 00:40:57,246
กับความอดทนที่เหลือเชื่อ

284
00:41:16,056 --> 00:41:19,977
นี่คือความสุดยอดของวิวัฒนาการที่

285
00:41:20,060 --> 00:41:23,981
เกิดขึ้นได้ในเกมที่ไม่มี
วันจบระหว่างความเป็นและความตาย

286
00:41:39,288 --> 00:41:43,292
หลังจากไดโนเสาร์ครองโลกอยู่

287
00:41:43,375 --> 00:41:47,421
นาน150ล้านปีทวีปต่างๆเคลื่อนตัว
จนอยู่ในตำแหน่งใกล้เคียงกับปัจจุบัน

288
00:42:00,309 --> 00:42:03,479
ระหว่างทางพวกมันได้ทำให้เกิด

289
00:42:03,562 --> 00:42:06,732
สภาพแวดล้อมใหม่ๆหลาย
อย่างที่ทำให้พวกไดโนเสาร์ประสบ

290
00:42:06,815 --> 00:42:09,985
ความสำเร็จยิ่งกว่าเก่า

291
00:42:24,375 --> 00:42:27,336
สัตว์ส่วนใหญ่ที่เรารู้จักใน

292
00:42:27,419 --> 00:42:30,422
ปัจจุบันดำรงชีวิต
อยู่ใต้เท้าของพวกมัน

293
00:42:38,347 --> 00:42:41,725
เผ่าพันธุ์ต่างๆจากทุกยุคทุกสมัย

294
00:42:43,602 --> 00:42:46,689
ผู้รอดชีวิตจากอีกยุคหนึ่ง

295
00:42:50,317 --> 00:42:54,321
พร้อมทั้งบรรดาสัตว์ที่
เพิ่งปรากฏตัวขึ้นมาให้เห็น

296
00:42:56,865 --> 00:43:01,203
แต่พวกมันทั้งหมดถูกผลักไสให้

297
00:43:01,287 --> 00:43:05,624
อยู่เพียงชายขอบเพราะความยิ่ง
ใหญ่ของไดโนเสาร์ซึ่งเป็นสัตว์ชื่อ

298
00:43:05,708 --> 00:43:10,045
ก้องโลกที่เป็นผู้ครองอาณาจักรนี้

299
00:43:28,689 --> 00:43:34,236
ด้วยความยาว13เมตรและน้ำหนักถึง9ตัน

300
00:43:46,206 --> 00:43:51,045
ไม่แปลกเลยที่นักล่าที่โด่งดัง

301
00:43:51,128 --> 00:43:56,008
ที่สุดในประวัติศาสตร์สิ่งมี
ชีวิตบนโลกเราคือไทแรนโนซอรัสเร็กซ์

302
00:44:13,651 --> 00:44:15,235
แต่มันไม่ได้อยู่ลำพัง

303
00:44:34,797 --> 00:44:36,090
มีทีเร็กซ์อีกตัว

304
00:44:46,016 --> 00:44:47,976
ทั้งคู่ประเมินขนาดตัวอีกฝ่าย

305
00:44:55,526 --> 00:44:58,195
พวกไทแรนโนซอมักต่อสู้เพื่ออาณาเขต

306
00:45:01,865 --> 00:45:04,702
และก็ไม่เกี่ยงถ้าต้องกินพวกเดียวกัน

307
00:45:08,956 --> 00:45:12,167
แต่ตัวผู้ตัวนี้ไม่ได้คิดจะทำแบบนั้น

308
00:45:20,050 --> 00:45:24,346
เพราะอีกตัวที่มันเจอนั้นคือตัวเมีย

309
00:45:29,601 --> 00:45:35,399
และมันต้องทำตัวให้
เท่ที่สุดเพื่อชนะใจเธอ

310
00:45:45,200 --> 00:45:51,123
แต่ถ้าทำพังละก็เดต
นี้ก็อาจต้องจบลงในพริบตา

311
00:46:14,772 --> 00:46:19,651
การเคลื่อนไหวที่มีเสน่ห์และการ

312
00:46:19,735 --> 00:46:24,615
ร้องเรียกด้วยเสียงต่ำๆดู
เหมือนจะได้รับการตอบรับที่ดี

313
00:46:27,826 --> 00:46:30,871
และเธอก็เต้นตาม
ท่าเกี้ยวพาราสีของมัน

314
00:46:38,337 --> 00:46:43,675
แต่สิ่งที่บ่งบอกความไว้ใจ
ได้มากที่สุดคือการเผยคอให้เห็น

315
00:46:48,680 --> 00:46:52,518
ยืนขึ้นพร้อมๆกันพวก
มันสานสายใยระหว่างกัน

316
00:46:58,524 --> 00:47:04,321
เป็นเวลานานถึง150ล้านปี
ที่พวกไดโนเสาร์เป็นใหญ่ในโลก

317
00:47:09,868 --> 00:47:15,499
ไม่รู้ว่าพวกมันจะไปได้ไกลขนาด
ไหนหากอาณาจักรของพวกมันยังคงอยู่

318
00:47:17,209 --> 00:47:18,794
แต่ในเรื่องราวของชีวิต

319
00:47:21,004 --> 00:47:24,007
ไม่มีสิ่งใดจีรังยั่งยืน

